ครูมวยไทยในประวัติศาสตร์

Share :

ครูมวยไทยในประวัติศาสตร์



สมคำล่ำลือครูมวยไทย ( Muay thai ) ในประวัติศาตร์ของไทยเรา การต่อยมวยมีมานานมากแล้วทั้งมวยวัด มวยตับจากมวยต่างๆ ที่เราเคยได้ยินล้วนมีครูมวยหมด วันนี้เรามาดูจัก ครูมวยไทยในประวัติศาตร์กัน

 

สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (พระเจ้าเสือ) กษัตริย์แห่ง มวยไทย ( Muay thai )

 

สมัยอยุธยา สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๘ หรือพระเจ้าเสือ โปรดการชกมวยเป็นอย่างมาก เคยทรงปลอมพระองค์มาชกมวยกับชาวบ้านและชนะนักมวยฝีมือดีของเมืองวิเศษไชยชาญอีกทั้งชนะนักมวยเอกถึง 3 คน เมื่อพระมหากษัตริย์โปรดการชกมวยไทยเช่นนี้ ทำให้มีการฝึก มวยไทย ( Muay thai ) กันอย่างแพร่หลายในราชสำนัก ขยายไปสู่บ้านและวัด โดยเฉพาะวัด ถือเป็นแหล่งประสิทธิ์ประสาทวิชามวยไทยเป็นอย่างดีรวมถึงขยายวงกว้างไปสู่สามัญชนมาก แม้ท่านจะทรงสวรรคตแต่มวยไทยตำรับพระเจ้าเสืออันแข็งแกร่งยังได้รับการถ่ายทอดให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ฝึกฝนจนถึงทุกวันนี้ 

 

นายขนมต้ม

 

ในตอนเด็กนั้นๆ นายขนมต้มเป็นเด็กที่อาศัยอยู่ในวัด ด้วยสาเหตุที่ว่าพ่อและแม่ถูกพม่าสังหารจนถึงแก่ชีวิตทั้งสองคน จนเมื่อพม่าตีกรุงศรีอยุธยานายขนมต้มกลายเป็นหนึ่งในเชลยศึกที่ถูกกวาดต้อนไปยังประเทศพม่า กษัตริย์แห่งพม่าได้ทรงจัดงานสมโภชเจดีย์ชเวดากองและทรงโปรดให้มีการแข่งขันชกมวยระหว่างชาวสยามและชาวพม่า สุกี้พะนายกองคัดนายขนมต้มขึ้นชกและสามารถชกชนะนักมวยพม่าถึง 10 คนโดยมิยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว จนพระเจ้ามังระปูบำเหน็จแต่งตั้งให้เป็นข้ารับใช้ในกรุงอังวะแต่นายขนมต้มปฏิเสธและขอให้ปลดปล่อยตนและเชลยคนไทยทั้งหมดเป็นอิสระเพื่อกลับบ้านเกิด

 

นายทองดีฟันขาว

 

นายทองดีฟันขาว คืออีกหนึ่งครูมวยสำคัญแห่งประวัติศาสตร์ เดิมชื่อ จ้อย เป็นเด็กชายที่มีนิสัยกล้าหาญ อดทน ชอบชกมวยเป็นชีวิตจิตใจ ต่อมาได้ศึกษาวิชาหมัดมวยกับครูเที่ยงที่บ้านท่าเสา  แต่เพราะไม่เคี้ยวหมากพลูเหมือนคนสมัยนั้นครูเที่ยงจึงเรียกว่า “นายทองดีฟันขาว”  นายทองดีเดินทางไปเรียนการต่อสู้จากหลายๆที่ ไม่ว่าจะเป็นมวยไทย มวยจีน หรือเชิงดาบ จนความสามารถเลื่องลือ ภายหลังถวายตัวเป็นทหารคนสนิทของพระเจ้ากรุงธนบุรีและได้รับสมญานามว่า “พระยาพิชัย”

 

นายทองดีฟันขาว หรือ พระยาพิชัยดาบหักได้สร้างมรดกอันควรแก่การยกย่องสืบทอดมาถึงปัจจุบันนอกจากจะเป็นเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต เด็ดเดี่ยวกล้าหาญ ความรักชาติแล้ว ยังสร้าง “มวยพระยาพิชัย” ที่มีจุดเด่นคือเป็นทั้งมวยอ่อนและมวยแข็ง รุกรับตามแต่สถานการณ์ การออกไม้จะรวดเร็ว รุนแรง เผด็จศึกอย่างรวดเร็วเมื่อมีโอกาส 

 

สุดยอดมากทั้ง3ท่าน จริงๆเราก็เคยได้ยินมาแล้วเหมือนกัน ตั้งแต่เด็กๆแล้ว ทั้งนายขนมต้ม ทองดีที่นำไปทำเป็นภาพยนตร์ที่เราได้ดูกัน มวยไทย ( Muay thai ) สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หากจะปล่อยให้มันหมดไปก็คงไม่ใช่  ทั้งนี้เราต้องขอบขอบคุณ ครูมวยในประวัติศาสตร์ อีกด้วยที่ทำให้ไทยมีศิลปะจนถึงทุกวันนี้

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sanook

Created : 07-04-2020


บทความที่น่าสนใจ

ฟิตแอนด์เฟิร์ม “มวยไทย” เทรนด์การป้องกันตัวของผู้หญิงยุคใหม่
กระจับอุปกรณ์ป้องกันสำคัญ