บทความ


กระจับอุปกรณ์ป้องกันสำคัญ

กระจับอุปกรณ์ป้องกันสำคัญ

ดูจากในทีวีอาจจะไม่เจ็บหรือจุก แต่รู้สึกได้เลยว่า ต้องล้มตัวแน่ๆ นักมวย ลูกเตะ ส่วนใหญ่จะไม่มีจากล่างขึ้นบนตรงๆเพราะจะโดนกล่องดวงใจกระจับเลยเป็นเครื่องรางสำคัญอย่างหนึ่งที่ต้องมีทุกคน

 

ซึ่งด้วยกติกา มวยไทย ( Muay Thai ) การแต่งกายของนักมวยนั้น หนึ่งในนั้นที่ทุกคนต้องใส่ก็คือ กระจับ เพราะป้องกันอันตรายจากเข่าและลูกเตะที่อาจไม่ได้ตั้งใจโดนกล่องดวงใจ

 

กระจับ (กระจับนักมวย)  คืออุปกรณ์ป้องกันตัวอย่างหนึ่งในกีฬาชกมวยหรือรวมถึงศิลปะต่อสู้ชนิดอื่น ที่นักมวยจะต้องสวมใส่เพื่อให้เกิดความกระชับและป้องกันแรงกระแทกที่จะเกิดบริเวณอวัยวะเพศ เนื่องจากในกีฬาประเภทนี้มีความเสี่ยงที่จะพลาดพลั้งทำให้บาดเจ็บบริเวณท้องน้อยและช่วงขาหนีบได้ง่าย แม้จะมีกติกากำหนดห้ามไว้แล้วก็ตาม เช่น กีฬามวยมีกติกาห้ามชกใต้เข็มขัด เป็นต้น

 

กระจับนักมวยมีการออกแบบในหลายลักษณะเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งาน ในอดีตนั้นรูปร่างกระจับเป็นที่รู้จักกันจะเป็นแบบที่ใช้สำหรับนักมวยไทย เป็นแบบดั้งเดิมคือมีลักษณะเป็นแค่ถ้วยกระเปาะ ทำจากโลหะขนาดพอเหมาะสำหรับปกปิดด้านหน้าของอวัยวะเพศชายและถุงอัณฑะเท่านั้น

 

และใช้เชือกผูกร้อยให้แน่นกับเอวและง่ามขา โดยนักมวยจะผูกกระจับไว้นอกกางเกงชั้นในก่อนจะสวมกางเกงมวยอีกชั้นหนึ่ง ขณะที่กระจับในการแข่งขันสากลแทนที่จะร้อยเชือกแบบเดิมก็มีการนำเอากระเปาะ ดังกล่าวไปสวมเข้ากับกางเกงสปอตเตอร์

 

ปัจจุบันกระจับได้ถูกออกแบบให้เหมาะสมสำหรับนักกีฬามากขึ้น โดยมีการผลิตออกมาเป็นการเฉพาะให้เหมาะสมกับสรีรร่างกายและมีประสิทธิภาพในการป้องกันการบาดเจ็บได้สูงสุด เช่น กระจับในกีฬามวยสากลจะออกแบบให้ครอบคลุมได้ทั่วทั้งบริเวณท้องน้อย

 

มักทำจากแผ่นโฟมพลาสติกหุ้มด้วยหนังเพื่อให้มีการดูดซับแรงกระแทกได้ดีขึ้นต่างจากโลหะ และติดแถบยางยืดในตัวแบบกางเกงสปอตเตอร์ทำให้ใส่ขณะฝึกซ้อมได้ง่าย ทำให้ใส่ทับกางเกงมวยไว้ภายนอกได้ นอกจากนี้ยังมีการผลิตกระจับเฉพาะสำหรับนักกีฬาเพศหญิงด้วย

 

ประโยชน์ด้านความปลอดภัย

 

เนื่องจากบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ของทั้งเพศชายและเพศหญิงมีความเปราะบางต่อแรงกระแทกและบริเวณนี้ยังมีเส้นประสาทรับความเจ็บปวดมาเลี้ยงมากทำให้เกิดความเจ็บปวดได้อย่างรุนแรง จึงมีความจำเป็นต้องหาอุปกรณ์ที่เป็นเกราะป้องกันมาใช้ในกีฬาที่ต้องปะทะร่างกายกัน

 

 ในกีฬาชกมวยการโดนต่อยถูกไข่ด้วยหมัดแม้จะใส่นวมก็อาจทำให้เกิดการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ โดยแรงชกอาจทำให้อัณฑะแตก องคชาติหักกระจับจึงช่วยเป็นเกราะป้องกันแรงกระแทกโดยตรง นอกจากนี้ผลจากการครอบรัดอวัยวะเพศอย่างแน่นหนาจะช่วยป้องกันการขาดเลือดจากการบิดหมุนของอัณะฑะ

 

รู้แบบนี้แล้วการใส่กระจับนั้น ปลอดภัยที่สุด ผู้ชายคงจะเข้าใจได้ เพราะช่วยลดอันตรายได้จริงๆ นอกจากสังเวียนที่เราจะต้องใช้งานในการชกต่อย  เรื่องบนเตียงเราก็ต้องชกต่อยเหมือนกันนะครับ ดังนั้นรักษาไว้เถอะครับ

 

หากท่านใดกำลังมองหา สถานที่เล่นมวยต่อยมวย หรืออยากเรียนมวยจริง ๆ เราขอแนะนำjaroenthongmuaythaikhaosan  อยู่แถวถนนข้าวสาร มาได้ทุกวันนะครับ ให้เราเปิดประสบการณ์เป็นนักมวยของคุณ

ด้วยความปราถนาดีจาก  jaroenthongmuaythai

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก muaythaiinstitute

ออกกำลังกายแบบนักมวยได้ที่บ้าน

ออกกำลังกายแบบนักมวยได้ที่บ้าน

นักลดน้ำหนักสมัยนี้มองเห็นว่าการที่เราออกกำลังกายนั้นมีประโยชน์และรู้ถึงสุขภาพที่แข็งแรงและคนหันมาสนใจลดน้ำหนักสไตล์มวยก็มาขึ้นเพราะว่าได้ทุกส่วนของร่างกายวันนี้เรามีวิธีมาบอกกัน

 

     การออกกำลังกายแบบนักมวยจึงมีความหนักหน่วงมากกว่าการออกกำลังกายแบบปกติ ถ้าคุณอยากจะมีร่างกายที่ฟิตปั๋งแบบนักมวยมืออาชีพลองทำตามเทคนิคที่เรานำฝากคุณในวันนี้ดู รับรองว่าคุณจะได้เห็นผลลัพธ์ที่น่าทึ่งของร่างกายคุณเสมือนว่าเป็นนักมวยมือาชีพอย่างแน่นอน

 

คาร์ดิโอแบบหนักหน่วง


หากจะเริ่มออกกำลังกายให้ฟิตแบบนักมวย ควรต้องเริ่มจากการคาร์ดิโอเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงเสียก่อน ซึ่งการคาร์ดิโอนี้ทำได้ตั้งแต่การ ซิทอัพ / วิ่ง / กระโดดเชือก ซึ่งไม่ใช่การกระโดดเชือกแบบทั่วๆ ไปแต่เป็นการฝึกที่มีรูปแบบการกระโดดที่หลากหลาย และการฝึกความแข็งแรงของร่างกายในส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การดึงข้อ, การบริหารกล้ามเนื้อหลังแขน, การวิดพื้น และการฝึกด้วยลูกบอลเทรนนิ่งในท่าทางต่างๆ

 

Footwork

 

แน่นอนว่าไม่มีนักมวยคนไหนที่ไม่รู้จักการ Footwork เพราะเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากในการหลบหลีกหมัดของคู่ต่อสู้ ความว่องไวในการ Footwork จึงเป็นการช่วยเพิ่มความสามารถในการรับมือและต่อสู้กับคู่ชกได้อย่างดีทีเดียว

 

Shadow Boxing 

 

หรือการฝึกชกลม เพื่อเป็นการฝึกออกหมัดและท่าทางที่ถูกต้อง ซึ่งนักมวยคนดังอย่าง แมนนี่ ปาเกียว เคยบอกว่า การฝึกชกลมเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการสร้างเทคนิคการชก รวมไปถึงการรักษาน้ำหนักความแข็งแรงของร่างกาย และที่สำคัญ Shadow Boxing สามารถฝึกที่ไหนก็ได้ แต่ถ้าจะให้เห็นผลเร็วมากที่สุดแนะนำให้ไปฝึกบริเวณชายหาดหรือบ่อทราย เพราะทรายจะช่วยยึดลำตัวช่วงล่างไว้ ทำให้เราสามารถขยับช่วงบนได้อย่างเป็นอิสระมากขึ้น

 

Bag Work 


หรือการต่อยกระสอบทรายที่ถือเป็นการฝึกความแข็งแกร่งของหมัด น้ำหนักหมัด สายตาและความแม่นยำ รวมถึงการป้องกันด้วย แต่ถ้าเราไม่มีกระสอบทรายให้แนะนำต่อย เตียงหรือ ปอกหมอน ถ้าให้ดีต้องต้นกล้วยครับ

 

Plank

 

นับว่าเป็นการออกกำลังกายที่ง่ายแต่ทำได้ยากมาก ใครที่เคยลอง Plank จะทราบดีว่าเป็นท่าที่ทรมานที่สุด เพราะเราต้องอาศัยความแข็งแรงของร่างกายหลายส่วน ซึ่งท่า Plank เป็นการออกกำลังกายพื้นฐานที่นักมวยทุกคนให้ความสำคัญ เพราะมันจะช่วยสร้างความแข็งแกร่ง บึกบึน ของร่างกายส่วนกลางให้ทนทานต่อหมัดของคู่ต่อสู้ที่จะโจมตีเราบริเวณลำตัว

 

     การออกกำลังกายแบบนักมวยในฉบับที่บ้านนั้นจะได้เห็นได้ว่าใช้พลังงานสูง และจำกัดเพื่อนที่ที่ออกมากเลยทีเดียว แต่หากท่านใดกำลังมองหา สถานที่เล่นมวยต่อยมวย หรืออยากเรียนมวยจริง ๆ เราขอแนะนำjaroenthongmuaythaikhaosan  อยู่แถวถนนข้าวสาร มาได้ทุกวันนะครับ ให้เราเปิดประสบการณ์เป็นนักมวยของคุณ

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก  ignitefightclub

อาวุธโจมตีของมวยไทยอันไหนอันตรายที่สุด

อาวุธโจมตีของมวยไทยอันไหนอันตรายที่สุด

ศิลปะการต่อสู้ “มวยไทย” ( Muay Thai ) ที่ใช้เพียงแค่มือเปล่า เท้าเปล่า ก็สามารถเล่นงานคู่ต่อสู้ได้อยู่หมัด มาดูกันว่า อาวุธโจมตีชนิดใดในมวยไทยที่หนักหน่วง รุนแรง และอันตรายมากที่สุด

 

     ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 8 ( Art of Eight Limbs ) 2 หมัด - 2 ศอก - 2 เข่า - 2 เท้า ที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร ก็แค่มือเปล่า เท้าเปล่า แต่รู้หรือไม่ว่า อาวุธทั้ง 8 นี่แหละที่มีความหนักหน่วง รุนแรง และอันตรายแตกต่างกัน มาดูกันว่าอาวุธไหนอันตรายที่สุด

 

อาวุธที่ 1 : หมัด

     ขอเริ่มจาก “หมัด” ซึ่งเป็นอาวุธมวยไทยที่ใช้บ่อยและมีความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ “มวยสากลสมัครเล่น” และ “มวยสากลอาชีพ” เพราะนักมวยไม่สามารถใช้ เท้า เข่า ศอก ได้อย่าง มวยไทย ( Muay Thai ) ดังนั้น นักมวยสากล จำเป็นต้องมีทักษะในการใช้หมัดหลากหลายแบบ โดยหมัดนั้นจะใช้แรงส่งจาก หัวไหล่ สะโพก และ ขา มายังกำปั้น เพื่อหวังโจมตีระยะกลาง

 

     การปล่อยหมัดที่ทำน้ำหนักได้ดีสุด คือ การใช้ หมัดตรงหมัดหลังนักมวยจะใช้การบิดไหล่ข้างถนัด โน้มไปข้างหลังเล็กน้อย เพื่อทำให้เกิดแรงส่งจากสะโพก ลำตัว หัวไหล่ ที่มากกว่าหมัดตรงธรรมดา ออกไปยังเป้าหมาย แล้วดึงหมัดกลับมาในท่าจดมวยเดิม

 

     ความอันตรายของการใช้หมัด ถือว่าไม่ได้รุนแรงเท่า ศอก เข่า เท้า เพราะหมัดจะต้องอาศัยกล้ามเนื้อบริเวณหัวไหล่ ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อส่วนที่ไม่ได้ใหญ่มาก น้ำหนักและความแรงจึงไม่อาจเทียบเท่ากับส่วนอื่นๆ (อ่านเพิ่มเติม : มวยไทยกับการใช้หมัด, 7 การออกหมัดแบบมวยไทย)

 

อาวุธที่ 2 : ศอก

     อาวุธต่อมา “ศอก” เป็นอาวุธโจมตีที่ใช้พื้นที่น้อย แต่กลับมีอันตรายมากสุด และทุกคนต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า ศอกคือ อาวุธที่อันตรายมากสุดของ มวยไทย ( Muay Thai )

 

     ทำไม “ศอก” ถึงอันตรายที่สุด นั่นก็เพราะว่า อาวุธศอก มีพื้นผิวสัมผัสน้อย ยิ่งพื้นที่การตีน้อย และรวดเร็ว จึงเกิดค่าความดันที่สูงมาก และศอกยังเป็นบริเวณที่แหลมคม มีความแข็งของกระดูก ทำให้เกิดแผลบริเวณใบหน้าได้ง่ายกว่าอาวุธทุกชนิด

 

     เมื่อโดนแรงจากปลายศอก เข้าไปกระทบผิวหนังใบหน้า ความดันที่มีค่าสูงจึงส่งผลให้เกิดแผลแตกได้ง่าย และทำให้สมองมึนงงไปจนถึงขั้นสลบ จนสามารถทำให้ชนะน็อคเอาท์ได้ หรือหากเป็นแผลแตกเหนือเบ้าตา จะส่งผลต่อการมองเห็นนักมวยอีกด้วย

 

อาวุธที่ 3 : เข่า

     เข่า” เป็นอาวุธมวยไทยที่มีความหนักหน่วง เนื่องจากใช้แรงส่งจากสะโพก โดยใช้ส่วนของหัวเข่าด้านหน้า หรือ ด้านข้างหัวเข่า ซึ่งเป็นมุมแหลมและแข็งแรง เข้าปะทะในส่วนนิ่มของร่างกาย เช่น หน้าขา ท้อง ชายโครง ลำตัว หน้าอก หรือแม้แต่ปลายคาง

 

     ถึงแม้ว่า “เข่า” จะมีความหนักหน่วง มีเหลี่ยมของเข่าที่กระแทกเข้าที่ส่วนลำตัวของร่างกาย แต่เข่าไม่ใช่อาวุธที่อันตรายสุด เพราะส่วนมากแล้วร่างกายของนักมวยไทย ถูกฝึกฝนกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ทนทาน พร้อมรับน้ำหนักและแรงกระแทกจากเข่าอยู่แล้ว (อ่านเพิ่มเติม : มวยไทยกับการใช้เข่า)

 

อาวุธที่ 4 : เท้า

     อาวุธสุดท้ายคือ “เท้า” เป็นอาวุธโจมตีระยะไกล และถือเป็นอวัยวะสำคัญสำหรับการชกมวยไทย ( Muay Thai ) ทั้งในจังหวะรุกและรับ แถมยังมีพลังโจมตีมากพอที่จะทำให้คู่ต่อสู้น็อคเอาท์ได้ทันทีในชั่วพริบตาหากโดนเตะเข้าที่ก้านคอ เนื่องจากบริเวณของต้นคอ เป็นศูนย์รวมระบบประสาทที่เป็นส่วนที่สำคัญ นอกจากเท้าแล้ว มีอีกอย่างที่น่ากลัวคือ “แข้ง” เพราะมีน้ำหนักและความรุนแรง หากใครโดนก็เหมือนถูกท่อนไม้ตีเลยทีเดียว

 

     อาวุธเท้าในมวยไทย มีความแรงเกิดจากแรงขาและการหมุนของสะโพก สามารถโจมตีได้หลายแบบ นอกเหนือจากเตะก้านคอ ยังใช้เตะตัด เตะเฉียง การถีบ ดังนั้น การเตะที่ดีต้องอาศัยจังหวะ ความเร็ว การทรงตัว การเคลื่อนที่ที่ดี เพื่อให้การเตะนั้นออกมาสมบูรณ์

 

     คราวนี้ก็รู้กันแล้วใช่ไหมคะว่า ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 8 ( Art of Eight Limbs ) 2 หมัด - 2 ศอก - 2 เข่า - 2 เท้า อันไหนอันตรายที่สุด รู้แล้วก็ระมัดระวังกันด้วยนะคะ หากใครสนใจอยากลองเรียนมวยไทย สามารถมาเรียนที่ เจริญทอง มวยไทย ยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym)

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก mainstand

มวยไทย สุดยอดการออกกำลังกายเพื่อการลดน้ำหนัก

มวยไทย สุดยอดการออกกำลังกายเพื่อการลดน้ำหนัก

การ ลดน้ำหนักด้วยมวยไทย ถือว่าเป็นการฝึกศิลปะการป้องกันตัวแและเป็นศิลปะการต่อสู้โดยไม่ใช้อาวุธของไทยที่มีมาช้านานตั้งแต่สมัยโบราณกาล และได้ถูกพัฒนามาเป็นกีฬาในรูปแบบมวยไทยอาชีพ แต่ด้วยในสมัยก่อนวงการมวยถูกจำกัดโดยผู้ชมเฉพาะกลุ่ม และมีภาพลักษณ์ไปในทางการพนันและผู้มีอิทธิพล เลยทำให้คนทั่วไปเข้าถึงกีฬาชนิดนี้ได้ยาก

 

ลดน้ำหนักด้วยมวยไทย ( Muay Thai )

     มวยไทย ( Muay Thai ) จะช่วยให้คุณได้ใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนอย่างเต็มที่ จึงเป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนักที่ดี ทั้งเบิร์นไขมันสะสม และก็เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อไปพร้อมกัน แค่ครั้งละหนึ่งชั่วโมงครึ่ง สัก 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ก็จะเฟิร์มขึ้นจนรู้สึกได้ชัดถึงความเปลี่ยนแปลงเลยทีเดียว

 

เผาผลาญพลังงานได้รวดเร็ว

     การชกมวยอาจเป็นทางเลือกใหม่ในการออกกำลังกายแบบ High-intensity Interval Training ( การออกกำลังกายแบบความเข้มข้นสูง ) การออกกำลังกายประเภทนี้จะช่วยให้สร้างความแข็งแรง ความรวดเร็ว มีพลังมากขึ้น และกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกาย

 

กระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต

    เป้าหมายของการต่อยมวยคือให้ทุกส่วนของร่างกายได้ใช้งาน นอกเหนือไปจากการกระตุ้นความแข็งแรงของร่างกายและระบบไหลเวียนโลหิตแล้ว การชกมวยยังช่วยเพิ่มการฝึกทักษะที่เกี่ยวข้องอย่าง การทรงตัว ปฏิกิริยาตอบโต้และความคล่องตัว

 

หน้าท้องแบบราบ

     อยากมีซิกซ์แพ็คชัด ๆ ลองเลิกซิทอัพแล้วหันมาต่อยมวยดูสิ เพราะ มวยไทย ( Muay Thai ) จำเป็นต้องใช้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวสูงมาก ต้องบิดสะโพกเพื่อเพิ่มแรงส่งให้ออกหมัดได้หนักขึ้น และเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าการนอนซิทอัพกับพื้น เมื่อแกนกลางลำตัวแข็งแรง และเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น กล้ามท้องก็ไม่ไกลเกินฝันค่ะ

 

จุดเริ่มต้นของการลดน้ำหนัก คือทุกครั้งที่เราขยับร่างกาย เท่ากับเราออกกำลังกาย นั่นหมายถึงการเผาผลาญพลังงาน ขยับมากก็เผาผลาญมาก เมื่อเผาผลาญมากก็หมายถึงพลังงานที่จะใช้ก็มากขึ้นตามตัว จึงเป็นหลักการที่จะทำให้คุณลดน้ำหนักได้ แต่ในการออกกำลังกายและการควบคุมอาหารนั้นอาจจะไม่ได้ทำให้เราลดไขมันได้โดยตรงเพียงอย่างเดียว แต่จะมีการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ และการสูญเสียน้ำร่วมด้วย ดังนั้น เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อ เราควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง และทานให้เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการจะดีที่สุด

 

เราไม่ควรทรมานไปกับการลดน้ำหนักจนเกินไป แค่อดทน เต็มที่ ไม่ยอมแพ้ เพื่อช่วยให้คุณสามารถที่จะมีหุ่นสวยแบบได้ผลชัดเจนมากที่สุด การลดน้ำหนักด้วยมวยไทยที่ได้ผลนั้น ต้องฝึกในสถานที่ที่มีอุปกรณ์ และการดูแลเป็นอย่างดี ฝึกกับผู้เชี่ยวชาญ สามารถติดต่อสอบถามเรียนมวยไทย เพื่อสุขภาพ และสาระบทความดีๆ ได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม (Jaroenthong Muay Thai Gym)

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก lovefitt

เทคนิค ฝึกสายตาให้ไวเหมือนนักมวย

เทคนิค ฝึกสายตาให้ไวเหมือนนักมวย

มวยไทย (Muay Thai) มีทั้งการใช้หมัด เข่า ศอก ใช้สมาธิกับตัวก็เหนื่อยแล้ว ไหนจะต้องระแวดระวังคู่ชก หรือคู่ต่อสู้อีก ดังนั้น นักมวยจะต้องมีทักษะ ไหวพริบในหลายๆ ด้าน รวมไปถึง “การมีสายตาที่ว่องไว” เพื่อให้สามารถมองเห็นหมัดหรือการเคลื่อนไหวของคู่ชก คู่ต่อสู้ ได้อย่างทันท่วงที

 

วิธีการฝึกที่ช่วยให้สายตาไว มองการเคลื่อนไหวได้เร็วๆ

     สำหรับมวยไทย (Muay Thai) ของเรา มีวิธีการฝึกสายตา ซึ่งแต่ก่อนไม่มีเครื่องมือ จึงใช้วิธีเหล่านี้...

1. วิธีการฟันน้ำ

     วิธีการฟันน้ำ เป็นการฝึกสายตาไม่ให้กระพริบตา เวลาที่น้ำกระเด็นใส่หน้าขณะฟันน้ำ วิธีนี้จะทำให้สายตานิ่ง ไม่กระพริบ หากในการต่อยจริง แม้จะโดนหมัดก็ไม่มีการหลับตา

 

2. ฝึกต่อยลูกมะนาว

     เนื่องจากในอดีตไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือ จึงใช้ลูกมะนาวมาฝึก โดยการผูกลูกมะนาวหลายๆ ลูกไว้ แล้วต่อยแรงๆ จะฝึกสายตาได้ดียิ่งขึ้น ที่สำคัญร่างกายจะเป็นการฝึกหลบในตัวด้วย ฝึกบ่อยๆ ก็สามารถโยกหลบหมัดได้อย่างสบาย ร่างกายท่อนบนจะสามารถหลบหลีกได้เอง

 

     นอกจากการฝึกการหลับสายตาแล้ว การใช่หมัดก็เป็นสิ่งหนึ่งสำคัญมากๆ เป็นอันดับต้น ๆ  ซึ่งมวยไทย (Muay Thai ) กับการใช้หมัด มีดังนี้

  • หมัดตรงชกนำ 

     หมัดตรงชกนำ หมายถึง การชกหมัดที่อยู่ด้านหน้าพุ่งไปยังเป้าหมาย โดยอาศัยแรงจากไหล่ ลำตัว ตั้งตรง และเท้ายันพื้น เพื่อเป็นหลักและแรงส่งออกไป ถ้าจดเหลี่ยมขวาหมัดตรงชกนำคือหมัดซ้าย ถ้าจดเหลี่ยมซ้าย หมัดตรงชกนำคือหมัดขวา อาจจะชกออกไปโดยไม่เคลื่อนเท้า หรือ เคลื่อนเท้าไปด้านหน้า ด้านหลัง ข้างซ้ายและข้างขวาก็ได้ แต่ส่วนมากเวลาชกไปแล้วน้ำหนักตัวมักจะตกอยู่บนเท้าที่อยู่หน้าเสมอ

  • หมัดเสย 

     หมัดเสย หมายถึง หมัดที่ชกโดยการงอข้อศอก เกร็งข้อศอก หงายหมัดขึ้น วิธีทางของหมัดจะออกจากด้านล่างสู่ด้านบนทำมุมฉากกับพื้น หมัดเสยมีสองลักษณะ คือ หมัดเสยนำ และ เสยหมัดตาม หมัดเสยจะใช้ได้ดีเมื่อเป้าหมายอยู่ใกล้ตัว เช่น การเข้าคลุกวงในแล้วคู่ต่อสู้ก้มต่ำเป้าหมายที่ชก คือ บริเวณคาง ท้อง หน้าอกและหน้า

  • หมัดโขก 

     หมัดโขก เป็นหมัดเหวี่ยงจากบนลงล่างเป้าหมายบริเวณขมับ หรือ คางหมัดโขกเป็นหมัดที่รุนแรงใช้หมัดตาม เพื่อให้วงเหวี่ยงมีรัศมีกว้างขึ้นเป็นหมัดที่มีทิศทางจากบนลงล่าง แบ่งเป็น หมัดโขกวงกว้าง กับ หมัดโขกวงแคบ หมัดนี้เป็นหมัดที่รุนแรงเพราะอาศัยแรงเหวี่ยงของไหล่และแขน

  • หมัดเหวี่ยง หรือ หมัดขว้าง

     หมัดเหวี่ยง หรือ หมัดขว้าง หมายถึง การชกโดยการงอและเกร็งข้อศอกไว้ให้หมัดออกไปเป็นวิธีทางโค้งขนานกับพื้นดิน อาจจะคว่ำหมัด หรือ ตั้งหมัดก็ได้ แต่พยายามให้สันหมัดถูกเป้าหมายหมัดเหวี่ยงแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ หมัดเหวี่ยงสั้น หมัดเหวี่ยงยาว และหมัดเหวี่ยงกลับ

 

     การฝึกฝนจะสำเร็จเห็นผลอย่างมีประสิทธิภาพได้นั้น ต้องมีวินัยในการฝึก ไม่เช่นนั้นการฝึกของเราจะก็จะล้มเหลวไม่มีประสิทธิภาพ นำมาใช้ก็ไม่ได้ สนใจอยากฝึกมวยไทย เจริญทองมวยไทย (Jaroenthong Muay Thai Gym)

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก siamebook

อุปกรณ์ฝึกมวย

อุปกรณ์ฝึกมวย

หลังจากเราเรียนรู้ทั้งการออกหมัด ออกอาวุธไปแล้วการรำก่อนขึ้นชกมวย การแต่งการต่างๆ มวยมีกี่สายเป็นต้นวันนี้เราจะมาทำความรู้จักอุปกรณ์มวยว่ามีหน้าทีช่วยอะไรป้องกันอะไรและที่ใช้ในการฝึกซ้อมจะมีอะไรบ้างไป

 

มวยไทย (Muay Thai) คือศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว (Martial Art) และเป็นกีฬา (Sport) ประจำชาติไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณมวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ที่ร้ายกาจ รุนแรง มหัศจรรย์ แตกต่างจากศิลปะการต่อสู้ของชนชาติอื่นใด เพราะมวยไทยเป็นการต่อสู้ด้วยอาวุธธรรมชาติ ใช้อวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายเป็นอาวุธได้หลากหลายชนิดมากกว่า เช่น หมัด ศอก เข่า เท้า เข้าทำอันตรายคู่ต่อสู้ โดยปราศจากการใช้อาวุธวัตถุใดๆ จากภายนอก ศิลปะมวยไทย

นอกจากมวยไทย ผู้เล่นหรือผู้ฝึกจะมีประสิทธิภาพได้แล้ว ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งเลยคือ อุปกรณ์การฝึกมวยนั้นเอง

 

อุปกรณ์การฝึกซ้อมสมัยปัจจุบัน

อุปกรณ์สำหรับออกกำลังกายและฝึกซ้อมมวยไทยที่จำเป็นต้องมีประจำค่ายมวย ซึ่งอุปกรณ์ต่อไปนี้เป็นสิ่งจำเป็นที่ค่ายมวยทุกค่ายมวยจะต้องมีประจำไว้ในค่ายมวย เพื่อใช้บริหาร และป้องกันอันตรายที่จะเกิด

 

เชือกกระโดด เป็นอุปกรณ์ที่ใช้บริหารร่างกายให้ขาแข็งแรงมีความคล่องตัวสูง เชือกกระโดด

 

ลูกบอลสำหรับฝึกต่อยหมัด หรือ punching ball เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ฝึกฝนการออกหมัดและความไวของสายตา เพราะ punching ball นั้นจะเด้งไปเด้งมาเมื่อถูกหมัด นักมวยจะฝึกต่อยให้เร็วและควบคุมแรงในการต่อยให้สม่ำเสมอ และฝึกความว่องไวของสายตาในการปล่อยหมัดให้ถูกลูกบอล

 

 ผ้าพันมือ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันนิ้วมือไม่ให้เคล็ดหรือถลอกเวลาต่อยมวย โดยจะต้องพันมือทุกครั้งก่อนสวมนวม เพื่อชกกระสอบทรายหรือฝึกลงนวม

 

กระจับนักมวย เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันอวัยวะส่วนสำคัญของนักมวยไม่ให้ได้รับบาดเจ็บที่เกิดจากการชกมวย โดยสวมทุกครั้งที่ขึ้นชกมวย

 

ฟันยาง เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันฟันและปากไม่ให้ได้รับการบาดเจ็บจากการชกมวย เป็นอุปกรณ์สำคัญที่นักมวยจะต้องสวมให้ชิน โดยสวมทุกครั้งที่ขึ้นชกมวยและซ้อมลงนวม

 

นวม เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ฝึกซ้อมและแข่งขัน นวมเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับนักมวยและค่ายมวย โดยใช้สวมเมื่อซ้อมลงนวมและสวมเมื่อเวลาแข่งขันบนเวที นวมมีหลายขนาดตามขนาดตัวนักมวยตั้งแต่ 4-6 ออนซ์ ซึ่งมีราคาแตกต่างกันไป แบ่งออกเป็นนวมซ้อมและนวมที่ใช้ชกแข่งขัน ซึ่งนวมซ้อมจะมีขนาดใหญ่และนิ่มกว่านวมที่ใช้แข่งขัน

 

แบคชกกระสอบ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ฝึกซ้อมชกกระสอบทราย รูปร่างเหมือนนวมทุกอย่างแต่เล็กกว่า ใช้ฝึกออกหมัดและป้องกันนิ้วมือของนักมวยเวลาซ้อมชกกระสอบไม่ให้เคล็ดหรือถลอก

เป้าล่อ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ฝึกซ้อมการออกหมัด เท้า เข่า ศอก ให้เข้าตามจุดที่สำคัญของร่างกายอย่างแม่นยำ แบ่งออกเป็นเป้ามือ เป้าท้อง เป้ายาว สนับแข้ง โดยจะสวมเข้ากับร่างกายของครูฝึกแล้วล่อหลอกให้นักมวยออกหมัด เท้า เข่า ศอก เข้าตามเป้าต่างๆ ที่อยู่บนร่างกายครูฝึก เป้ามือ เป้ายาว เป้าท้อง 

 

กระสอบทราย เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ฝึกซ้อมการออกหมัด เท้า เข่า ศอก เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ทุกค่ายต้องมีให้นักมวยใช้ฝึกซ้อมการเตะ เข่า ต่อย และฟันศอก

 

ลูกเหล็ก สำหรับบริหารร่างกาย หรือ ดรัมเบล เป็นอุปกรณ์ที่ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อบริเวณแผงคอ ขากรรไกร ด้วยการคาบไว้ในปากแล้วยกขึ้นลง ฝึกกำลังแขนด้วยการกำไว้ในมือแล้วฝึกชกลม

 

คานเหล็กสำหรับยกน้ำหนัก  เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขน ขาและแผงอก ให้แข็งแรงด้วยการยกขึ้นลง

 

เชือกโหน เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ฝึกความแข็งแรงของข้อมือ แขน และแผงอก ด้วยการผูกไว้บนขื่อแล้วปีนขึ้นลง ซึ่งจะได้เห็นในการฝึกซ้อมมวยต่อไป 

 

 นาฬิกาจับเวลา เป็นอุปกรณ์ที่ใช้จับเวลาในการฝึกซ้อมของนักมวย โดยแบ่งเวลาเป็นยก ยกละ 5 นาที เมื่อผ่าน 1 นาที ก็เรียก 1 ผ่าน พอครบ 5 นาทีก็เรียก 1 ยก โดยจะซ้อมกัน 8-10 ยกในการฝึกซ้อมแต่ละอย่าง

กางเกงมวย มีลักษณะเป็นกางเกงสั้นค่อนข้างบานตัดเย็บด้วยผ้ามันสีต่างๆ โดยจะปักชื้อนักมวยและค่ายมวยที่สังกัดบนกางเกงใช้สวมเวลาฝึกซ้อมในค่ายมวยและสวมเวลาแข่งขันชกมวย 

ปลอกรัดข้อเท้า เป็นอุปกรณ์สำหรับป้องกันข้อเท้าของนักมวยไม่ให้เคล็ดเวลาเตะกระสอบหรือแข่งขันชกมวย ในการแข่งขันนักมวยจะสวมปลอกรักข้อเท้าเสมอเวลาแข่งขันเพื่อป้องกันข้อเท้าเคล็ดอันเกิดจากการเตะคู่แข่งขัน 

 เครื่องชั่งน้ำหนัก เป็นอุปกรณ์สำหรับชักน้ำหนักนักมวย ในสถานที่ฝึกซ้อมมวยมีความจำเป็นต้องมีเครื่องชั่งน้ำหนักให้นักมวย ได้ทดสอบน้ำหนักตัวเองอยู่เสมอ เพื่อที่จะได้ทราบว่าตนเองมีน้ำหนักเท่าใด ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการฝึกซ้อมและแข่งขัน การทดสอบน้ำหนักของร่างกายจะทดสอบ 3 ระยะคือ ก่อนการฝึกซ้อม หลังการฝึกซ้อม และระหว่างพักการฝึกซ้อม

 

     ทั้งหมดที่กล่าวมาคืออุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการฝึกซ้อมมวย แม้ไม่จำเป็นต้องมีครบทุกอย่างก็สามารถฝึกซ้อมมวยได้ แต่การมีอุปกรณ์ครบจะทำให้นักมวยสามารถพัฒนาขีดความสามารถทางร่างกายของตนได้ดีขึ้น และส่งผลดีต่อการชกมวย ด้วยความปราถนาดีจาก jaroenthongmuaythaikhaosan

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sitesgoogle

กีฬาบำบัดรักษา “โรคหอบหืด” ด้วยมวยไทย

กีฬาบำบัดรักษา “โรคหอบหืด” ด้วยมวยไทย

“โรคหอบหืด” หรือ “โรคหลอดลมอักเสบจากภูมิแพ้”  เป็นโรคภูมิแพ้ชนิดหนึ่งที่พบบ่อยในเด็กและมีแนวโน้มจะพบมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นร้อยละ 2–4 ต่อปี โรคหอบหืดนั้นเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ ซึ่งมีสาเหตุจากการอักเสบเรื้อรังของหลอดลม ส่งผลให้หายใจลำบาก หอบ และเหนื่อยง่าย นั่นเองค่ะ

 

หากผู้ป่วยโรคหอบหืดอยากมีสุขภาพที่ดีขึ้น ควรหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกาย แต่ก็มีการออกกำลังกายหลากหลายชนิดที่เหมาะสมกับผู้ป่วยโรคหอบหืดที่สุด  ลองมาดูวิธีออกกำลังกายที่เรานำมาฝากกันค่ะ

 

การออกกำลังกายที่เหมาะสมกับผู้ป่วยโรคหอบหืด

แอโรบิค      นอกจากจะช่วยเผาผลาญไขมัน ยังช่วยให้ปอดขยาย สามารถรับออกซิเจนได้มากขึ้น

ว่ายน้ำ        ช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ

โยคะ          ทำให้ร่างกายมีความยืดหยุ่นและยังช่วยฝึกการหายใจ

มวยไทย      ช่วยปรับระบบการหายใจและทำให้ร่างกายยืดหยุ่นได้ดี ทำให้ปอดแข็งแรง

วิ่ง              ช่วยรักษาระดับความดันเลือดให้เป็นปกติ และยังเพิ่มไขมันดีในร่างกายด้วย

ปั่นจักรยาน  ช่วยกระตุ้นอัตราการเต้นของหัวใจ ระบบภูมิต้านทานแข็งแรง ต้านโรคได้มากขึ้น

 

มวยไทย ช่วยบำบัดโรคหอบหืดได้จริงหรือ ?

หลายๆ คนรู้จัก มวยไทย เป็นอย่างดีเพราะว่า มวยเป็นกีฬาที่ต้องอาศัยทั้งความแข็งแกร่งและทรงพลัง แต่การออกกำลังกายทุกประเภทนั้น  ตัวคุณเองควรเล่นเท่าที่ตัวเองไหวด้วยเช่นกันอย่าหักโหมมากเกินไปนะคะ มวยไทยไม่ได้ช่วยแค่ผลดีต่อร่างกายเท่านั้นที่สำคัญยังมีส่วยช่วยให้คลายเครียดอีกด้ว เนื่องจากอะดรีนาลีนและฮอร์โมนต่าง ๆ ที่หลั่งออกมาระหว่างการใช้แรงจะส่งผลในทางที่ดีต่ออารมณ์และจิตใจ มวยไทย จึงเป็นการระบายความเครียดที่ได้ผลและดีต่อสุขภาพ รวมถึงโรคหอบหืดด้วยเช่นกันค่ะ

 

     หลายคนคงจะสงสัยว่าการออกกำลังกายด้วย มวยไทยจะหนักเกินไปสำหรับคนที่เป็นหอบหืด แต่ไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะปัจจุบันมวยกลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถเล่นได้ในยิม ทำให้การออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องกลัวเรื่องความปลอดภัยเพราะอยู่ในความดูแลของเทรนเนอร์หรือผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ ถ้าไม่เริ่มออกกำลังกาย เมื่อเวลาผ่านไปก็จะทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลง การทำงานของปอดก็จะแย่ลงตามลงไปด้วยนะคะ  สามารถติดต่อสอบถามเรียนมวยไทย เพื่อสุขภาพ และสาระบทความดีๆ คลิกที่นี่เลย  

 

 

ด้วยความปรารถนา ดีจาก Jaroenthong Muay Thai Gym

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก HONESTDOCS

คุณจะได้อะไรจาก มวยไทย

คุณจะได้อะไรจาก มวยไทย

อันที่จริงคุณไม่จำเป็นต้องต่อสู้กับใคร แค่ฝึกซ้อมกับกระสอบทรายก็ได้ประโยชน์แบบเดียวกัน ปัจจุบัน “มวยไทย” ( Muay Thai ) กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถเล่นได้ในโรงยิมและมีหลากหลายประเภท ให้ประโยชน์อีกเยอะมากมาย ทำให้ผ่อนคลาย และช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นแก่ร่างกายด้วย เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เรามาดูกันเลยดีกว่าว่ามวยไทยช่วยอะไรได้อีกบ้าง

 

1. พัฒนาความแข็งแกร่งของร่างกายโดยรวม

     มวยไทย” ( Muay Thai) ทำให้คุณได้ทั้งเตะ กระโดด ใช้ฝีเท้าในการหลบหมัด และการชก ทั้งหมดที่ว่ามานี้ล้วนต้องอาศัยพลังงานและความแข็งแกร่งอย่างมหาศาล เนื่องจากคุณต้องทำซ้ำ ๆ กันหลายครั้ง

 

     จงจำไว้ว่ากีฬาชกมวยมีจุดประสงค์ คือ ชกกับคู่ต่อสู้จนกว่าอีกฝ่ายจะน็อค แต่ถ้าไม่น็อคจะมีการนับคะแนนและตัดสินว่าคุณทำได้ดีแค่ไหนเมื่อจบการแข่งขัน ซึ่งหมายความว่า จำนวนหมัดที่เข้าเป้าและการป้องกันนั้น มีความสำคัญทั้งสิ้น

 

     การชกมวยจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อและทำให้กล้ามเนื้อกระชับ นอกจากนี้ “มวยไทย” ( Muay Thai ) ยังเป็นกีฬาที่เน้นร่างกายช่วงบน ร่างกายช่วงล่าง และแกนกลางในเวลาเดียวกัน เป้าหมายของการต่อยมวย คือ ให้ทุกส่วนของร่างกายได้ใช้งาน นอกเหนือไปจากการกระตุ้นความแข็งแรงของร่างกายและระบบไหลเวียนโลหิตแล้ว การชกมวยยังช่วยเพิ่มการฝึกทักษะที่เกี่ยวข้องอย่าง การทรงตัว การทำงานประสานกันของอวัยวะ ปฏิกิริยาตอบโต้และความคล่องตัว

 

2. การเผาผลาญ

     การชกมวยอาจเป็นทางเลือกใหม่ในการออกกำลังกายแบบ High-intensity Interval Training (การออกกำลังกายแบบความเข้มข้นสูง) เพราะการขึ้นชกใน 1 ยก คือ การใช้ร่างกายไปถึงระดับสูงสุด และการพักระหว่างยก คือ การทำให้ร่างกายฟื้นตัวจากความอ่อนล้าได้เร็วขึ้น เป็นทั้งการออกกำลังกายแบบที่ผสมผสานเผาผลาญพลังงานการใช้ออกซิเจนและไม่ใช้ออกซิเจนเข้าด้วยกัน

 

     การออกกำลังกายประเภทนี้จะช่วยให้สร้างความแข็งแรง ความรวดเร็ว มีพลังมากขึ้น และกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกาย เมื่อนำมาเทียบกับการวิ่งหรือปั่นจักรยาน จะเผาผลาญพลังงานได้มากกว่า แต่ใช้เวลาน้อยลง สามารถเบิร์นไขมันได้ถึง 13 แคลลอรีใน 1 นาที

 

3. คลายเครียดได้ดี

     เมื่อต้องเผชิญกับสารพัดปัญหามาทั้งวัน ก็เป็นการดีหากได้ขึ้นสังเวียนต่อยใครสักคน หรือชกกระสอบทรายระบายอารมณ์ออกมาบ้าง อะดรีนาลีนและฮอร์โมนต่าง ๆ ที่หลั่งออกมา ระหว่างการใช้แรงจะส่งผลในทางที่ดีต่อร่างกาย การต่อยมวยจึงเป็นการระบายความเครียดที่ได้ผลและดีต่อสุขภาพ

 

4. หุ่นที่เฟิร์มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

     อยากมีซิกซ์แพคชัด ๆ ลองเลิกซิทอัพแล้วหันมาต่อยมวยดูสิ เพราะการชกมวยจำเป็นต้องใช้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวสูงมาก ต้องบิดสะโพกเพื่อเพิ่มแรงส่งให้ออกหมัดได้หนักขึ้น และเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าการนอนซิทอัพกับพื้น เมื่อแกนกลางลำตัวแข็งแรง และเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น กล้ามท้องก็ไม่ไกลเกินฝัน

 

      อันที่จริงคุณไม่จำเป็นต้องต่อสู้กับใครแค่ฝึกซ้อมกับกระสอบทรายก็ยังได้ประโยชน์แบบเดียวกัน ปัจจุบันมวยไทย (Muaythai) กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถเล่นได้ในยิม และมีประโยชน์หลายอย่างด้วยเช่นกัน สามารถติดต่อสอบถามเรียนมวยไทย เพื่อสุขภาพ ได้ที่ เจริญทอง มวยไทย ทั้ง 3 สาขา (สาขารัชดา, สาขาข้าวสาร, สาขาศรีนครินทร์)

“มวยไทย” หุ่นสวย ป้องกันตัวได้

“มวยไทย” หุ่นสวย ป้องกันตัวได้

เรากำลังพูดถึงเทรนด์การออกกำลังกายใหม่ ที่ผู้หญิงก็สามารถฝึกความแข็งแรงของร่างกายได้ด้วยการสวมนวม ขึ้นสังเวียนชกกับเทรนเนอร์หุ่นล่ำที่ถือเป้าล่อ หรือกระสอบทราย ”การฝึกมวยไทย” ที่เราพูดถึงนี้ก็คือ การฝึกชก เตะ และท่าทางต่าง ๆ ของมวยมาประยุกต์เป็นท่าออกกำลังกายเฉย ๆ ดังนั้น นอกจากคุณจะได้เบิร์นแล้ว คุณยังได้ฝีไม้ลายมือในการป้องกันตัวติดไปด้วย แถมได้ประโยชน์สุดเริ่ดมากกว่าที่คิด มีอะไรบ้างมาดูกันเลย

 

1. มวยไทย ( Muay Thai ) ได้ออกกำลังทุกส่วนของร่างกาย

     เป้าหมายของการต่อยมวยคือให้ทุกส่วนของร่างกายได้ใช้งาน นอกเหนือไปจากการกระตุ้นความแข็งแรงของร่างกายและระบบไหลเวียนโลหิตแล้ว การชกมวยยังช่วยเพิ่มการฝึกทักษะที่เกี่ยวข้องอย่าง การทรงตัว ปฏิกิริยาตอบโต้และความคล่องตัว มวยไทย ( Muay Thai ) จะช่วยให้คุณได้ใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนอย่างเต็มที่ จึงเป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนักที่ดี ทั้งเบิร์นไขมันสะสม และก็เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อไปพร้อมกัน แค่ครั้งละหนึ่งชั่วโมงครึ่ง สัก 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ก็จะเฟิร์มขึ้นจนรู้สึกได้ชัดถึงความเปลี่ยนแปลงเลยทีเดียว

 

2. เผาผลาญพลังงานได้เร็วกว่า

     การชกมวยอาจเป็นทางเลือกใหม่ในการออกกำลังกายแบบ High-intensity Interval Training ( การออกกำลังกายแบบความเข้มข้นสูง ) การออกกำลังกายประเภทนี้จะช่วยให้สร้างความแข็งแรง ความรวดเร็ว มีพลังมากขึ้น และกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกาย เมื่อนำมาเทียบกับการวิ่งหรือปั่นจักรยานจะเผาผลาญพลังงานได้มากกว่า แต่ใช้เวลาน้อยลง

 

3. มวยไทยช่วยให้หน้าท้องแบบราบ

     อยากมีซิกซ์แพ็คชัด ๆ ลองเลิกซิทอัพแล้วหันมาต่อยมวยดูสิ เพราะ มวยไทย ( Muay Thai ) จำเป็นต้องใช้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวสูงมาก ต้องบิดสะโพกเพื่อเพิ่มแรงส่งให้ออกหมัดได้หนักขึ้น และเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าการนอนซิทอัพกับพื้น เมื่อแกนกลางลำตัวแข็งแรง และเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น กล้ามท้องก็ไม่ไกลเกินฝันค่ะ

 

     เราอาจจะไม่ต้องเคร่งเครียดกับกายออกกำลังกาย ฉบับพี่ๆ นักมวยอาชีพ ที่ทำให้เราทรมานไปกับการลดน้ำหนักจนเกินไป แค่อดทน เต็มที่ ไม่ยอมแพ้ ไม่เบื่อ หรือไม่ทิ้งก่อนจะบรรลุเป้าหมาย เพื่อช่วยให้คุณสามารถที่จะมีหุ่นสวยแบบได้ผลชัดเจนมากที่สุด สามารถติดต่อสอบถามเรียนมวยไทย เพื่อสุขภาพ และสาระบทความดีๆ ได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม (Jaroenthong Muay Thai Gym)

   

ขอขอบคุณข้อมูลจาก kapook

สเต็ปการรีดน้ำหนักฉบับ นักมวย

สเต็ปการรีดน้ำหนักฉบับ นักมวย

สำหรับใครที่กำลังมองหาการลดน้ำหนักคุณมาถูกลิ้งก์แล้ว หลายคนคงเคยได้ยินมาว่า “การรีดน้ำหนักตัวในแบบของนักมวย นั้นเร็วและเห็นผลได้ชัด” แน่นอนว่านักมวยต้องอาศัยระเบียบและวินัยอย่างมากในการที่จะรีดน้ำหนักลงให้เร็วเพื่อเตรียมพร้อมขึ้นสังเวียนและเพิ่มความฟิตให้กับร่างกาย วันนี้ Jaroenthong Muay Thai มีข้อมูลดีๆมากฝากกัน ถึงใครหลายๆคนที่อย่างฟิตเหมือนนัก มวยไทย หลายๆคน
 

     ในการลดน้ำหนัก บางคนอาจจะมองเห็นภาพการไปวิ่งบนลู่ใน ฟิตเนส ว่ายน้ำ หรือแม้แต่การเต้นแอโรบิคยามเย็น แต่ในฉบับ นักมวยนั้นไม่ใช่แค่นั้น ในการชกมวยนั้นจำเป็นต้องใช้ทุกสัดส่วนของร่างกาย ดังนั้น การออกกำลังกายให้ได้ผลเร็ว และรีดน้ำหนักต้องใช้ทุกส่วนของร่างกายด้วย ดีกว่าไปนั้นต้องมีความสนุกสนาน ตั้งใจ ระเบียบวินัยด้วย

 

นักมวย จัดการสิ่งนี้เป็นสิ่งแรก

     เนื่องจากนักมวยค่อนข้างที่จะมีความกังวลและซีเรียสกับการคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ของการแข่งขันในเวทีเพราะแต่ละเวทีนั้นก็มีการจำกัดน้ำหนักตัวเป็นรุ่นๆ ดังนั้นนักมวยจำเป็นต้องการที่จะควบคุมน้ำหนักให้เป็นการไปรุ่นชกของตนเอง ด้วยวิธีการลดน้ำหนักที่สามารถลดน้ำหนักลงได้อย่างรวดเร็วและได้ผลจริงอีกด้วย โดยนักมวยนั้นมีสเต็ปการออกกำลังกาย ดังนี้

 

     สเต็ปที่ 1  เริ่มที่การออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง  ให้ได้อย่างน้อย 45 – 60 นาทีต่อวัน สามารถที่จะเลือกการออกกำลังกายหลายๆแบบได้ไม่ซ้ำกัน  เช่นการปั่นจักยาน 30นาที หรือวิ่ง 10 กิโลเมตร กระโดดเชือกในตอนเช้า ต่อยกระสอบทรายหรือล่อเป้าอย่างน้อย 3 ยกอย่างต่อเนื่องในช่วงเย็น

 

     สเต็ปที่ 2 การควบคุมอาหาร หลักสำคัญที่จะช่วยลดน้ำนักอย่างได้ผลเร็วและเห็นผลที่สุด แค่คุณลดการรับประทานอาหารประเภทแป้ง เช่น ข้าว ขนมปัง หรือเส้นต่างๆ เพราะแป้งเหล่านั้นเป็นตัวการที่จะเพิ่มน้ำหนักอย่างดีเลย นอกจากนี้อาหารประเภทของทอดด้วยน้ำมันทั้งหลาย จะทำให้การออกกำลังกายนั้นเห็นผลช้ากว่าที่เราต้องการหรืออาจจะไม่เห็นผลเลยหากทานในประมาณที่ร่างกายไม่สามารถเผาผลาญได้หมด ควรเน้นไปที่การเลือกรับประทานประเภทผักหรือเนื้อสัตว์ต้มเป็นหลัก ลดแป้ง  ให้เน้นผักผลไม้ ที่มีรสจืด เน้นโปรตีนเนื้อสัตว์ นมลดจืด พร่องมันเนยในการซ่อมแซมกล้ามเนื้อส่วนที่สึกหรอ และสิ่งสำคัญควรดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน จะช่วยให้ร่างกายของคุณชะล้างเกลือส่วนเกินที่ก่อให้เกิดการกักเก็บน้ำออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

     สเต็ปที่ 3 สร้างขีดจำกัดเพิ่มขึ้นให้กับตัวเอง ในที่จะลดน้ำหนักแบบนักมวยนั้นจะต้องมีการเพิ่มจำนวนยกในการล่อเป้า จำนวนครั้งในการซ้อมกระสอบทราย หรือจำนวนรอบในการวิ่ง เพื่อเพิ่มอัตราที่จะทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ไม่เหนื่อยง่าย และยังสามารถดึงเอาพลังงานมาเผาผลาญได้สูงขึ้นอีกด้วย

 

     สเต็ปที่ 4 การพักผ่อนให้เพียงพอ เมื่อเราออกกำลังกายมาอย่างหนักหน่วงแล้วในการพักผ่อนถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก และควรที่จะพักผ่อนให้ถึง 7 – 8 ชั่วโมง เนื่องจากร่างกายของเรานั้นจะมีการปรับสมดุลในขณะที่เราหลับ และปฏิบัติตามตารางในการลดน้ำหนักแบบนักมวยให้เข้ากับชีวิตประจำวัน อย่าหักโหมจนเกินไปและออกกำลังกายหนักจนเกินไปเพราะจะทำให้ร่างกายอ่อนล้าจนไม่สามารถลดน้ำหนักแบบนักมวยต่อได้และจะมีผลกระทบมากกว่าผลดี

 

     เมื่อพูดถึงสุขภาพ ออกกำลังกาย ก็อาจจะฟังดูท้อแท้ แต่เหล่านักมวยให้ความสำคัญที่ต้องฟิตร่างกายอยู่ตลอดเวลา ต้องใช้ความอดทนและปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ แต่ก็ในทางกลับกัน เราอาจจะไม่ต้องเคร่งเครียดกับกายออกกำลังกาย ฉบับพี่ๆนักมวยอาชีพ ทำให้เราทรมานไปกับการลดน้ำหนักจนเกินไป เสียกำลังใจ ฉะนั้นจะต้องวางแผนเป็นสเต็ปๆของการออกกำลังกายไว้อย่างชัดเจน อดทน เต็มที่ ไม่ยอมแพ้ ไม่เบื่อ หรือไม่ทิ้งก่อนจะประสบผลสำเร็จ เพื่อช่วยคุณสามารถที่จะลดน้ำหนักแบบนักมวยให้ได้ผลมากที่สุด
 

     สามารถติดต่อสอบถามเรียนมวยไทย เพื่อสุขภาพ สาระบทความดีๆ คลิกที่นี่เลย
 

     ด้วยความปรารถนา ดีจาก Jaroenthong Muay Thai Gym

รู้หรือไม่? การออกหมัด “ มวยไทย ” มีกี่แบบ

รู้หรือไม่? การออกหมัด “ มวยไทย ” มีกี่แบบ

หลายคนน่าจะเคยเปิดทีวีแล้วเจอมวยไทยบ้าง ไม่ว่าจะมวยช่อง 8 Muay Thai Super Champ หรือช่องอื่นๆ ให้ได้เห็นและแน่นอน สไตล์การชกของนักมวยแต่ละคน มีรูปแบบไม่เหมือนกัน การปล่อยมัด การใช้ทักษะต่างๆในการต่อสู้บนสังเวียน มวยไทย วันนี้ Jaroenthong Muay Thai Gym  มีบทความให้ความรู้เกี่ยวกับการออกหมัด มาให้ได้อ่านกัน ตามมาเลย

 

     มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นถือเป็นศิลปะการต่อสู้และป้องกันตัว โดยการใช้ส่วนประกอบต่างๆของร่างกายได้ผสมผสานเคลื่อนไหวด้วยจังหวะที่ต้องอาศัยความคล่องตัว หรือ อาวุธในการจู่โจมคู่ต่อสู้และป้องกันตัว โดยต่ออาศัยการฝึกหัด ฝึกฝน ศาสตร์ของมวยไทยอย่างถ่องแท้ ลึกซึ้ง ในการใช้อวัยวะในร่างกาย อวัยวะเหล่านั้นจะแบ่งออกเป็น หมัด ศอก เข่า เท้า การใช้อวัยวะเหล่านี้สามารถที่จะเรียนรู้หรือฝึกแยกเป็นหมวดหมู่ได้ ถ้าใช้อวัยวะเหล่านี้จนชำนาญก็คือต้นกำเนิดของศิลปะมวยไทย

 

มวยไทย กับการใช้หมัด

หมัดตรง คือการปล่อยหมัดตรงๆ ขนานออกไปจากไหล่ เป็นแนวตรงพุ่งใส่เป้าหมาย โดยในเชิงมวยแล้ว จะเป็นการชกหมัดนำ และ ปล่อยหมัดตาม ใส่คู่ต่อสู้หรือเป้าหมาย  

1.หมัดตรงชกนำ จะเป็นการปล่อยหมัดที่อยู่ด้านหน้าพุ่งไปยังเป้าหมายโดยอาศัยแรงส่งที่มาจากหัวไหล่ ลำตัว ตั้งตรง และเท้ายันพื้นเพื่อเป็นหลักและแรงส่งออกไป ถ้าจดเหลี่ยมขวาหมัดตรงชกนำคือหมัดซ้ายถ้าจดเหลี่ยมซ้าย หมัดตรงชกนำคือหมัดขวา  อาจจะชกออกไปโดยไม่เคลื่อนเท้า หรือ เคลื่อนเท้าไปด้านหน้า ด้านหลัง ข้างซ้ายและข้างขวาก็ได้ส่วนมากเวลาชกไปแล้วน้ำหนักตัวมักจะตกอยู่บนเท้าที่อยู่หน้าเสมอ

 

2.หมัดตรงชกตาม หมัดตรงชกตาม จะเป็นการใช้หมัดอีกข้างของหมัดชกนำ ปล่อยเป็นแนวตรงไปยังเป้าหมาย โดยอาศัยแรงจากหัวไหล่ ลำตัวและเท้า ส่งแรงไปที่หมัดถ้าจดเหลี่ยมขวา หมัดตรงชกตามคือหมัดขวา ถ้าจดเหลี่ยมซ้ายหมัดตรงชกตามคือหมัดซ้าย เมื่อหมัดตรงชกตามพุ่งออกไป ลำตัว เอวและสะโพกจะบิดคว่ำลงเท้าหลังจะส่งแรงน้ำหนักตัวอยู่ที่เท้าหน้า อาจจะสืบเท้าไปข้างหน้า ถ้าชกถอยหลังหรือฉากออกข้างชกหมัดตรงชกตามก็ได้ส่วนมากแล้วถ้าเดินหน้าหมัดตรงชกตามจะหนักหน่วงและรุนแรงกว่าหมัดชกนำ

 

3.หมัดขว้าง หรือ หมัดเหวี่ยง การปล่อยหมัดโดยการงอและเกร็งข้อศอกไว้ให้หมัดออกไปเป็นวิธีทางโค้งขนานกับพื้นดินอาจจะคว่ำหมัด หรือ ตั้งหมัดก็ได้ แต่พยายามให้สันหมัดถูกเป้าหมายหมัดเหวี่ยงแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ หมัดเหวี่ยงสั้น หมัดเหวี่ยงยาว หมัดเหวี่ยงกลับ

 

4.หมัดเหวี่ยงสั้น หรือ หมัดขว้างสั้น จะใช้ในตอนที่คู่ต่อสู้อยู่ในจะหวะปิดป้องกัน ได้ดีเมื่อคู่ต่อสู้ปิดป้องกำบังต่างๆ เช่น คู่ต่อสู้ยกมือป้องกันใบหน้าตรงๆ ถ้าชกหมัดตรงก็จะถูกมือและท่อนแขนของคู่ต่อสู้ยกกันไว้ ดังนั้นควรใช้หมัดเหวี่ยงสั้นเพราะหมัดนี้จะโค้งผ่านเลยแขนคู่ต่อสู้เข้าสู่ใบหน้าหรือปลายคางทางข้างซ้ายหรือข้างขวาก็ได้ หมัดเหวี่ยงสั้นอาจจะมีวิธีทางของหมัดไม่ขนานพื้น คือ อาจจะเฉียงขึ้น หรือ เฉียงลงสู้พื้นบ้างก็ได้ตามแต่ความเหมาะสมของสถานการณ์และอาจจะกระทบเป้าหมายโดยคว่ำสันหมัด

 

5.หมัดเหวี่ยงยาว หรือ หมัดขว้างยาว เป็นการชกโดยการเหยียดแขนยาวออกไป เกร็งแขนให้ตึง คว่ำมือ พยายามให้สันหมัดถูกเป้าหมาย โดยเหวี่ยงออกไปเป็นวงกว้างให้วิธีทางขนานกับพื้นดินหมัดเหวี่ยงยาวให้ชกเป้าหมายที่อยู่ไกลออกไปเป้าหมายชก คือ ปลายคาง หน้าและคอ

 

6.หมัดเสย เป็นการกำหมัดให้แน่นและงอข้อศอก เกร็งข้อศอก หงายหมัดขึ้น และปล่อยหมัดจากล่างพุ่งขึ้นวิถีตั้ง ทำมุมฉากกับพื้น การปล่อยหมัดก็จะมี2แบบ คือ หมัดเสยนำ และ เสยหมัดตาม หมัดเสยจะใช้ได้ดีเมื่อเป้าหมายอยู่ใกล้ตัว เช่น การเข้าคลุกวงในแล้วคู่ต่อสู้ก้มต่ำเป้าหมายที่ชก คือ บริเวณคาง ท้อง หน้าอกและหน้า

 

7.หมัดโขก จะเป็นการเหวี่ยงหมัดจากบนลงล่างเป้าหมายบริเวณขมับ หรือ คางหมัดโขกเป็นหมัดที่รุนแรงใช้หมัดตาม เพื่อให้วงเหวี่ยงมีรัศมีกว้างขึ้นเป็นหมัดที่มีทิศทางจากบนลงล่างแบ่งเป็นหมัดโขกวงกว้างกับหมัดโขกวงแคบหมัดนี้เป็นหมัดที่รุนแรงเพราะอาศัยแรงเหวี่ยงของไหล่และแขน

 

ในศิลปะแม่ไม้มวยไทย ต้องอาศัยการฝึกฝนซ้อมอยากหนักหน่วง เพื่อสร้างความแข็งแกร่ง ทักษะ การวิเคราะห์การชก ต่างๆ ซึ่งหากท่านใดสนใจ สามารถดูรายละเอียด คอร์สเรียน มวยไทย ศิลปะป้องกันตัวหรือบทความดีๆ ได้ที่นี่ คลิกเลย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก muaythaionlines

มวยไทย แต่ละสมัย ต่างกันอย่างไร

มวยไทย แต่ละสมัย ต่างกันอย่างไร

ขึ้นชื่อว่า มวยไทย ( Muaythai )  แน่นอนว่าต้องเป็นศิลปะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว การต่อสู้ป้องกันตัว ที่มีตำนานและความเป็นมาของชนชาติไทยมาตั้งแต่โบราณ คนโบราณกล่าวว่าศิลปะ แม่ไม้ มวยไทย ถูกขนานนาม ว่าเป็น “ ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 9 ” วันนี้ทีมงาน Jaroenthong Muay Thai มีบทความดีๆ มีสาระมาฝากกัน

     ต่อกันที่ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 9 นั่นหมายถึงการต่อสู้โดยใช้อาวุธบนร่างกายทั้ง 9 ส่วนคือ หมัดทั้ง 2 ข้าง, ศอกทั้ง 2 ข้าง, เข่าทั้ง 2 ข้าง, เท้า 2 ข้างและหัว 1 หัว ซึ่งในปัจจุบัน กติกามวยไทย ได้มีการตัดการใช้หัว ในการต่อสู้ออก จึงกลายเป็นศาสตร์อาวุธทั้ง 8 จากที่เกริ่นไปคร่าวๆ ว่ามวยไทยเรานั้น ล้วนมีเรื่องราวและเอกลักษณ์มากมาย วันนี้เราจะมาแบ่งยุคสมัยของมวยไทยเรา ให้ได้รู้ถึงความแตกต่าง ที่เหมือนกัน อย่างไรดังนี้

 

มวยไทย : สมัยกรุงสุโขทัย

     ในยุคสมัยของกรุงสุโขทัย ศิลปะ แม่ไม้ มวยไทย ถือเป็นศาสตร์ชั้นสูงที่ถูกบรรจุไว้ในหลักสูตรการศึกษาของกษัตริย์ เพื่อฝึกให้กษัตริย์เป็นนักรบที่มีความกล้าหาญ มีสมรรถภาพร่างกายที่ดีเยี่ยม ดังความปรากฏตามพงศาวดารว่า พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ทรงส่งเจ้าชายร่วงโอรสองค์ที่สองไปฝึกมวยไทยที่สำนักสมอคอน แขวงเมืองลพบุรี หรือการที่พ่อขุนรามคำแหงทรงนิพนธ์ตำหรับพิชัยสงคราม โดยมีความข้อความบางตอนกล่าวถึงมวยไทย และการใช้อาวุธอย่างดาบ หอก มีด โล่ ธนู

 

มวยไทย : สมัยกรุงศรีอยุธยา

     สมัยกรุงศรีอยุธยาเริ่มประมาณ พ.ศ.1988 - 2310 รวมระยะเวลา 417 ปี ในระหว่างนั้นบ้างก็มีศึกกับประเทศใกล้เคียง ทำให้เหล่าชายฉกรรจ์สมัยกรุงศรี ต้องฝึกฝนความชำนาญในการต่อสู้ด้วยอาวุธและศิลปะป้องกันตัวด้วยมือเปล่า หรือ มวยไทย ที่เราเข้าใจกันทั่วไป

     ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น พระมหากษัตริย์ทรงโปรดให้มีกรมมวยหลวงขึ้น โดยให้คัดเลือกเอาชายฉกรรจ์ที่มีฝีมือในการชกมวยไทยเข้าต่อสู้กันหน้าพระที่นั่ง แล้วคัดเลือกผู้มีฝีมือเลิศไว้เป็นทหารสนิท และทหารรักษาพระองค์ เรียกว่า "ทหารเลือก" สังกัดกรมมวยหลวง มีหน้าที่รักษาความปลอดภัย ภายในพระราชวังหรือตามเสด็จในงานต่าง ๆ รวมถึงเป็นครูฝึกมวยไทยให้ทหารและพระราชโอรส

     ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ.2147 - 2233) “มวยไทย” เป็นที่นิยมกันอย่างมากจนกลายเป็นอาชีพ มีค่ายมวยเกิดขึ้น ซึ่งมวยไทยสมัยนี้ชกกันบนลานดิน ใช้เชือกเส้นเดียวกั้นบริเวณเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส นักมวยจะใช้ด้ายดิบชุบแป้งหรือน้ำมันดินจนแข็งพันมือ เรียกว่า มวยคาดเชือก นิยมสวมมงคลไว้ที่ศีรษะ และผูกประเจียดไว้ที่ต้นแขนตลอดการแข่งขัน การเปรียบคู่ชกด้วยความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย ไม่ได้กำหนดขนาดรูปร่างหรืออายุ โดยมีกติกาง่าย ๆ ว่าชกจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะยอมแพ้

 

มวยไทย : สมัยกรุงธนบุรี

     บ้านเมืองอยู่ในระหว่างการฟื้นฟูประเทศหลังจากการกู้อิสรภาพคืนมาได้ การฝึกมวยไทยในสมัยนี้เป็นการฝึกเพื่อการสงครามและการฝึกทหารอย่างแท้จริง การจัดชกมวยในสมัยกรุงธนบุรี นิยมจัดนักมวยต่างถิ่น หรือลูกศิษย์ต่างครูชกกัน โดยไม่มีกฎกติกาการแข่งขันอย่างชัดเจน ไม่มีคะแนน ทำการชกจนกว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะยอมแพ้ สังเวียนนั้นเป็นลานดิน และในยุคนี้มีนักมวยฝีมือดีมากมายเกิดขึ้น

 

มวยไทย : สมัยกรุงรัตนโกสินทร์

     ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ช่วงรัชกาลที่ 1 - รัชกาลที่ 5 กษัตริย์ไทยทรงโปรดการกีฬา เช่น กระบี่กระบอง มวยไทย เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดกีฬามวยไทยเป็นอย่างมาก พระองค์มีความชำนาญในกีฬามวยไทย จึงจัดให้มีการแข่งขันชกมวยขึ้น และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้มี มวยหลวง ตามหัวเมืองต่าง ๆ เพื่อทำหน้าที่ฝึกสอน จัดการแข่งขัน และควบคุมการแข่งขันมวยไทย ในปี พ.ศ.2430 รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ตั้งกรมศึกษาธิการขึ้น ให้มวยไทยเป็นวิชาหนึ่งในหลักสูตรของโรงเรียนครูฝึกหัดพลศึกษา และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าในสมัยนี้เป็นที่ยอมรับว่า คือ ยุคทองของ มวยไทย

     ในสมัยอยุธยาตอนปลาย มวยไทยได้มีการฝึกฝนกันไปตามสำนักต่าง ๆ มีเวทีมวยที่จัดให้มีการแข่งขันกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งการชกในสมัยนี้ยังมีการคาดเชือกกันอยู่ จนในตอนหลังนวมได้เข้ามาแพร่หลายในไทย การชกกันในสมัยหลัง ๆ จึงสวมนวมชกกันอย่างที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน

 

      เป็นยังไงบ้างครับ กับมวยแต่ละยุคสมัย จะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะยุคสมัยไหน “มวยไทย” นั้นเป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวที่มีเอกลักษณ์ของชาติไทยมาตั้งแต่ครั้งโบราณ เป็นมรดกทางภูมิปัญญา ทางวัฒนธรรม ที่ทั่วโลกต่างให้ความสนใจ ด้วยคุณค่าควรแก่การรักษาไว้ให้คงอยู่ต่อไป หากใครที่กำลังมองหาสถานที่ เรียนมวยไทย สามารถติดต่อขอรายละเอียดได้ที่ “เจริญทอง มวยไทย ยิม” (Jaroenthong Muay Thai) มีทั้งหมด 3 สาขา คือ ข้าวสาร รัชดา และศรีนครินทร์ หรือข่าวสาร สาระที่น่าสนใจที่นี่เลย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก educatepark

5 ท่ามวยโบราณ ในบท “หลวงสรศักดิ์” จากละคร เรื่องบุพเพสันนิวาส นะออเจ้า

5 ท่ามวยโบราณ ในบท “หลวงสรศักดิ์” จากละคร เรื่องบุพเพสันนิวาส นะออเจ้า

ต้องยกให้กับกระแส จากภาพยนตร์เรื่อง “บุพเพสันนิวาส” ละครที่ได้รับความนิยมในฉากของ นักแสดงอย่าง ก๊อต จิรายุ ที่ได้รับบทเป็น หลวงสรศักดิ์ในละครที่ แสดงในฉากชกมวยต่างๆ ที่เป็นที่ตาร้อนบรรดาสาวๆ

 

     ซึ่งบอกได้เลยว่าเรทติ้งละคร เรื่องบุพเพสันนิวาสไม่ได้เพียงแต่ ดูเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ยังแฝงไปด้วยความรู้เกร็ดของประวัติศาสตร์เรา รวมไปถึงฉากที่เกี่ยวกับมวยไทยโบราณ ที่ในเรื่องมีตัวละครชื่อ หลวงสรศักดิ์ ซึ่ง ก็คือพระเจ้าเสือที่เราเคยได้ พูดถึงไปในบทความก่อนๆ เนื่องจากตามประวัติศาสตร์นั้น ซึ่งเป็นผู้ที่คิดค้นท่ามวยไทย ที่เรายังคงเห็นและสืบต่อกันมาจนปัจจุบัน และวันนี้ทางทีมงาน Jaroenthong ได้เก็บข้อมูล หลวงสรศักดิ์ หรือพระเจ้าเสือ จากในละครถึงท่ามวยไทยโบราณว่ามีท่าอะไรบ้าง ทำอย่างไร ไว้ในบทความนี้แล้ว  

 

ท่าดับชวาลา

     เมื่อคู่ต่อสู้ เดินตรงเข้ามาและปล่อยหมัดซ้ายตรงๆ เราที่เป็นฝ่ายรับให้ฝ่ายรับให้ก้าวเท้าขวาเฉียงแขยงออกมานอกวง ให้ได้ระดับเดียวกับหมัดตรง ทิ้งน้ำหนักตัวบนเท้าขวา ใช้แขนขวาปัด กดแขนซ้ายของฝ่ายรุกให้เบนลงต่ำ พร้อมรีบชกด้วยหมัดซ้ายตรงที่บริเวณเบ้าตา ในทางกลับกัน ถ้าเราเป็นฝ่ายรุกให้ชกด้วยหมัดขวา และทำตรงกันข้าม ถือเป็นท่ามวยแก้หมัดตรงของฝ่ายตรงข้าม

 

นาคขนดหาง

     ท่านี้จะเป็นการใช้บริเณส่วนขาเราฟ้าดเข้าที่ก้านคอของคู่ต่อสู้และกดลงมาโดยใช้แรงเยอะที่สุด ต้องบอกได้เลยว่าใครที่โดนหมัดนี้เข้าไป น๊อคล่วงไปกองทุกราย และไม่สามารถที่จะลุกขึ้นมาโต้ตอบได้ทันทีอย่างแน่นอน อาจจะฟังดูไม่คุ้นหู คุ้นตากับท่านี้ซักเท่าไหร่ เนื่องจากที่นี้ไม่ได้เป็นที่หยิบยกขึ้นมาใช้บ่อยนัก แต่ต้องบอกเลยว่าทางละคร บุพเพสันนิวาส ที่ได้หยิบท่านี้ขึ้นมาให้นักแสดงได้โชว์ลีลาท่ามวนท่านี้ ยอดเยี่ยมจริงๆ กับท่า “นาคขนดหาง” ให้ได้รับชมกัน

 

หนุมานถวายแหวน

     ท่านี้จะเป็นการใช้เชิงมวย และการแก้ทางมวยมือขวา ถ้าใครที่ได้ดูฉากในละครจะเห็นว่าท่านี้ก็พิษร้ายแรงใช้เล่นทำเอาคู่ต่อสู้เจ็บช้ำเลือดช้ำหนองกันเลยทีเดียว  เนื่องจากฝ่ายรับจะก้าวเท้ามาด้านข้าง พร้อมใช้หมัดซ้ายปัดหมัดขวาของฝ่ายรุก จากนั้นย่อตัวลงหลบหมัดตรงของคู่ต่อสู้ แล้วสวนกลับด้วยหมัดทั้งสอง เสยเข้าที่คางอย่างจัง ใครโดนเข้าไป มีน็อคกลางอากาศแน่

 

หักงวงไอยรา

     ท่านี้จะเป็นการใช้ศอกในการแก้ทางมวยและตัดกำลังขาคู่ต่อสู้ได้อย่างดี เนื่องจากมวยไทยจะมีการใช้ขาในการเตะอยู่หลายท่า ดังนั้นท่า หักงวงไอยรา จึงใช้ตัดกำลังขาของคู้ต่อสู้ ด้วยการใช้ศอกกระทุ้งที่โคนขา(อาจจะยากในการที่จะหาจังหวะ)  เพราะเมื่อคู่ต่อสู้ยกแขนเตะกวาดที่ชายโครงแล้ว ฝ่ายรับจะต้องก้าวเข้าหาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว พร้อมหันหน้าไปตามทิศทางที่ฝ่ายตรงข้ามรุกเตะเข้ามา ให้กระแทกศอกอัดบริเวณโคนขา พร้อมใช้แขนจับล็อกที่หน่อง ยกให้ขาขึ้นสูง เพื่อให้เสียหลักป้องกัน

 

ยอเขาพระสุเมรุ

    ท่านี้ใช้ตั้งรับหมัดตรง หากคู่ต่อสู้นั้นเป็นมวยซ้าย ให้ก้มศีรษะลงให้หมัดของอีกฝ่ายผ่านศีรษะไป พร้อมกับสืบเท้าขวาไปข้างหน้าเล็กน้อย แล้วใช้ความรวดเร็วและจังหวะปล่อยหมัดเสยปลายคางฝ่ายตรงข้ามทันที

 

     ท่ามวยที่ได้กล่าวไปข้างต้นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของท่าแม่ไม้มวยไทยฉบับโบราณ และในฉบับมวยโบราณต่างๆ มีหลากหลายที่ยังไม่ได้หยิบยกขึ้นมาให้ได้เห็นกัน ให้ได้ศึกษา หากใครที่เริ่มชอบและติดใจ กับศิลปแขนงนี้ Jaroenthong muay thai gym มีคลาสมวย พร้อมสอนศิลปะมวยไทยที่มีความสนุกและไม่น่าเบื่อให้คุณได้มาสัมผัสบรรยากาศกัน แล้วพบกันนะคะ  

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก undubzapp

มวยไทยมาจากไหน กันแน่

มวยไทยมาจากไหน

“ Muay thai ” มวยไทย ไม่มีปรากฏในสมัยใด มีเพียงตำนานที่กล่าวขานมาว่า เป็นศิลปะการต่อสู้เพื่อป้องกันตัว ตั้งแต่สมัยก่อนสุโขทัย เพื่อใช้ในการปกป้องอาณาจักรของไทยเรานั้นแหละ การต่อสู้ด้วยหมัด เท้า ศอก ศีรษะ แขน ขา ได้ถูกคิดค้นและกลั่นออกมาจากมันสมองบรรพชนชาวไทย จนมวยไทยนั้นเป็นศาสตร์ที่มีหลักสูตรเฉพาะตัว เช่นเดียวกับศิลปะศาสตร์ด้านอื่นๆ มวยไทยไม่ได้นิยมชมชอบเพียงแต่ในประเทศไทย ยังได้รับความสนใจจากนานาชาติอย่างยิ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศโซนยุโรปและทั่วโลก ซึ่งเป็นกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยเป็นอย่างมาก

         

     กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จึงร่วมมือกับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับมวยไทย และหน่วยงานภาพต่างๆได้มีการ ผลักดันให้มีการสถาปนา "วันมวยไทย” โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ กำหนดให้วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ของทุกๆปี จะจัดให้เป็นวันมวยไทย ซึ่งเป็นวันที่ตรงกันวันเสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติของสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๘ (สมเด็จพระเจ้าเสือ) ซึ่งทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยที่มีพระปรีชาสามารถด้านมวยไทยเป็นที่ประจักษ์ และเป็นพระมหากษัตริย์เพียงพระองค์เดียว ที่เสด็จออกไปชกมวยกับสามัญชน ตามบันทึกในพงศาวดาร (ฉบับพระราชหัตเลขา พ.ศ.๒๕๔๒) ที่กล่าวว่า

  

   พระเจ้าเสือ ทรงแต่งกายแบบชาวบ้าน เสด็จทางน้ำพร้อมเรือตามเสด็จ ไปขึ้นที่ตำบลตลาดกรวด ช่วงนั้นกำลังมีงานมหรสพและมีผู้คนไปเที่ยวชมงาน และมีการละเล่นมากมายหลายอย่าง และพระองค์ได้เสด็จไปยังสนามมวยและให้นายสนามจัดหาคู่ชกให้ โดยให้คนประกาศกับประชาชนทราบว่า พระองค์เป็นนักมวยจากเมืองกรุง ถึงทำให้ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก เพราะสมัยนั้นนักมวยในเมืองกรุงศรีอยุธยามีชื่อเสียงมาก นายสนามจึงได้จัดนักมวยที่มีฝีมือเท่าที่มีอยู่ มาเป็นคู่ชก กับ พระเจ้าเสือ ถึง 3 คนซึ่งแต่ละคนเป็นนักมวยที่มีฝีมือดี  แต่ด้วยพระปรีชาสามารถและความชำนาญในศิลปะมวยไทย ที่พระองค์ได้ทรงฝึกหัดและศึกษาจากสำนักมวยหลายสำนัก จึงทำให้พระองค์สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ทั้ง ๓ คนได้ และได้รับรางวัลเป็นเงินหนึ่งบาท ส่วนผู้แพ้ได้สองสลึง ซึ่งพระองค์ทรงพอพระราชหฤทัยกับการได้ชกมวยในคราวนั้นไม่น้อย

 

     จากการที่พระเจ้าเสือทรงพระปรีชาสามารถเกี่ยวกับมวยไทย จึงทรงคิดท่าแม่ไม้ ไม้กลมวยไทยขึ้นมาเป็นแบบเฉพาะพระองค์ เรียกว่า "มวยไทยตำรับพระเจ้าเสือ” จากที่ได้มีการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในสมัยรัชการที่ ๕ ซึ่งเป็นตำรามวยตำรับพระเจ้าเสือที่เก่าแก่ที่สุด เป็นมรดกทางภูมิปัญญาจากบรรพชนที่ได้รับการถ่ายทอดมาสู่ชนรุ่นหลัง และสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้

 

     ในความเป็นไทย ระหว่างศิลปะการต่อสู้ และ การป้องกันตัว ที่เรียกว่ามวยไทย ไม่ได้จำกัดอยู่เพียง ในการแข่งขันเท่านั้น แต่ยังคงมีนัยแฝงอยู่มากมาย เนื่องจากมีที่มารากเหง้าของชนเผ่าไทยและในฐานะ “มวยไทย”ศิลปวัฒนธรรมประจำชาติ เป็นทั้งวิถีชีวิต สังคม และจิตวิญญาณความเป็นไทย ที่ยังคงไว้ซึ่งความเป็นเอกราช เอกลักษณ์  ตลอดจนเพื่อรณรงค์ปลุกจิตสำนึกให้ชนรุ่นหลังรำลึกถึงความเป็นมาของภูมิปัญญาแห่งชนชาติ ที่ได้รังสรรค์ “มวยไทย”ไว้เป็นมรดกการต่อสู้ที่เป็นเอกลักษณ์

 

     ในสมัยนี้หากต้องการจะชมศิลปะมวยไทยเหล่านี้ก็สามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยช่องทางหลากหลาย เช่นไลน์ ยูทูป หรือบนทีวีมีก็มีให้ชมหลากหลายช่องและหากอยากสัมผัสบรรยากาศจริง ก็ยังสามารถมาดูได้ที่ยิมมวย jaroenthong muay thai gym Khaosan ในเวที muay thai super champ หรือทางช่อง 8 ของเรานั้นเอง

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม

รู้หรือไม่ ทำไมต้องรำมวยก่อนชก

รู้หรือไม่ ทำไมต้องรำมวยก่อนชก

รู้ไหมทำไมถึงต้องมีการรำไหว้ครู แล้วทำไมต้องมีท่าทางต่างๆ ต้องบอกก่อนเลยว่า การทำความเคารพก็เป็นเอกลักษณ์ที่สวยงามของคนไทยมาดั่งเดิมอยู่แล้ว ดังนั้นการรำไหว้ครูที่เป็นจารีตประเพณีสำคัญในการแสดงความเคารพและยังเป็นพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งผู้เรียนฝึกฝนจะต้องมีการขึ้นครู เป็นสิ่งแรกด้วยเช่นกัน

     พูดง่ายๆว่าเป็นการฝากตัวเป็นศิษย์-อาจารย์ อยู่ในโอวาทย์ ของครูบาอาจารย์ แสดงถึงความความนอบน้อม ยอมรับเพื่อที่จะเรียนรู้ความกล้าหาญ และการเตรียมพร้อมในการที่จะฝึกฝนไปในขั้นต่อๆไป นักมวยจะต้องมีครู และต้องเคารพและเทิดทูนครู เพราะว่าการที่ครูยินยอมที่จะรับผู้ใครเป็นศิษย์นั้น ในอดีตกาลนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะในสมัยนั้นครูที่เป็นมวย มีฝีมือไม่ได้มีอยู่มากมาย และในการสอนไม่ได้คิดค่าบริการสอน แต่หากใครที่ต้องการจะเรียนจะต้องฝากเนื้อฝากตัวกับครู คอยปรนนิบัติอยู่เป็นเวลานาน จนกว่าจะได้รับการถ่ายทอดวิชาจนครบถ้วน เพราะสาเหตุครูมวยกับศิษย์ในสมัยก่อนนั้นจึงมีความสนิทใจราวกับพ่อกับลูก

     การไหว้ครูก่อนที่จะมีการแข่งขันมวยไทยเป็นข้อแตกต่างจากกีฬาอื่นๆ โดยเฉพาะ "คิกบ็อกซิง" (kick boxing) ที่ได้มีการลอกเลียนแบบการชกมวยของไทย แทบจะเหมือนกันทุกอย่างเพียงแต่ไม่ให้ใช้ศอกในการชกบนสนามและไม่มีการไหว้ครูก่อนเริ่ม ดังนั้น ในการรำไหว้ครูจึงถือเป็นจุดเด่น และเอกลักษณ์ของกีฬามวยไทยอย่างแท้จริง

 

ยศ เรืองสา ได้กล่าวถึงข้อควรปฏิบัติของผู้ฝึกมวย ในหนังสือ ตำรามวยไทยตำรับพระเจ้าเสือว่า นักมวยมีข้อพึงปฏิบัติดังนี้

 ๑) จงทำตนเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน

๒) จงสุภาพต่อคนทั่วไป

๓) จงเป็นผู้มีสันติธรรมไม่พาลเกเร

๔) จงเป็นผู้ซื่อสัตย์ต่อตัวเองและผู้อื่น

๕) ต้องเป็นผู้มีมานะบากบั่น ไม่ย่อท้อต่อทุกสิ่ง

๖) จงเป็นผู้เสียสละต่อหมู่ชน เมื่อประเทศชาติต้องการ

๗) จงสร้างแก่นแท้ของจิตใจให้แกร่งกร้าวเยี่ยงเหล็กเพชร

๘) จงเป็นผู้เห็นธรรมในหลักพระพุทธศาสนา และมีศีลธรรมประจำใจ

๙) ต้องเป็นคนตรงต่อเวลา รักชื่อเสียงและค่ายคณะของตน

๑๐) ต้องออกกำลังกายอยู่เสมอเป็นประจำ

๑๑) ต้องไม่เอาเปรียบคู่ต่อสู้ในทางผิดกติกา และศีลธรรม

๑๒) ต้องเคารพกฎหมายของบ้านเมือง

นอกเหนือจากการขึ้นครูก็จะมีการครอบครู นั้นหมายถึง การที่ศิษย์ได้ศึกษาศิลปะมวยไทยจนหมดสิ้นแล้ว และสามารถถ่ายทอดวิชาให้แก่ผู้อื่นได้ ก็จะทำพิธีครอบครูให้ 

 

ประโยชน์จากการร่ายรำไหว้ครู

การไหว้ครูสื่อความหมายให้เห็นคุณค่าด้านวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทย มีคุณประโยชน์มากมายทางด้านจิตใจของนักมวยและผู้ชมมวย  ดังนี้

 

๑) ปลูกฝังนิสัยให้เป็นมวย คือ รู้จักรัก เคารพครูอาจารย์ บิดามารดา ผู้ให้กำเนิดมวยไทย

๒) ปลูกฝังจิตสำนึกให้ตระหนักในคุณค่าของศิลปะมวยไทย เกิดความรักและหวงแหนที่จะอนุรักษ์ให้คงไว้สืบไป

๓) เป็นกิจกรรมเผยแพร่เอกลักษณ์ และศิลปวัฒนธรรมประจำชาติได้อย่างสง่างาม สมศักดิ์ศรี

โดยหัวใจหลักๆของการร่ายรำไหว้ครู คือ การระลึกถึงพระคุณของบิดามารดา ครูบาอาจารย์ที่ช่วยประสิทธิ์ประสาทวิชา และระลึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยปกป้องคุ้มครองรักษาให้รอดพ้นจากภัยอันตราย ส่วนการร่ายรำถือเป็นการแสดงถึงความฮึกเหิม ไม่เกรงกลัวคู่ต่อสู้ และเป็นการอบอุ่นร่างกาย ยืดเส้นยืดสายไปด้วยในตัว รวมทั้งได้ดูชั้นเชิงคู่ต่อสู้ ดูสถานที่ในการหลบหลีก ขณะเข้าโรมรันพันตูกับคู่ต่อสู้

 

การร่ายรำไหว้ครู 

 

ท่ายืน ไหว้ทิศขวา

ยืนขึ้นย่างสามขุม หมุนไปทิศเบื้องขวา ไหว้ทิศเบื้องขวา ร่ายรำท่านกยูงรำแพน ปฏิบัติตามนี้ ๓ ครั้ง

ท่ายืน ไหว้ทิศซ้าย

ยืนขึ้นย่างสามขุม หมุนไปทิศเบื้องซ้าย ไหว้ทิศเบื้องซ้าย ร่ายรำท่าหงส์เหิน ปฏิบัติตามนี้ ๓ ครั้ง

ท่ายืน ไหว้ด้านหน้า-หลัง

ยืนขึ้นย่างสามขุม หมุนไปทางขวาจนไปถึงด้านหลัง ไหว้ทิศเบื้องหลัง พยักหน้า ๓ ครั้ง ทำท่าดูดัสกร ร่ายรำท่าพยัคฆ์ด้อมกวาง หมุนไปทางขวา ก้าวเท้าชิด ไหว้ทิศเบื้องหน้า

 

ในการไหว้ครูนั้นนับเป็นศิลปะแม่ไม้มวยไทยที่มีความงดงามและเอกลักษณ์ของไทยและขาดไม่ได้เลยนั่นคือการแสดงความเคารพครูบาอาจารย์ ในปัจจุบันอาจจะหาดูได้ไม่ยากในทีวี ไม่ว่าจะเป็นช่องมวยไทย 7 สี แต่หากเป็นการแสดงและการสืบสานวัฒนธรรมเหล่านี้ก็ อาจจะหาดูได้น้อยแล้ว กลับกันที่ชาวต่างชาติกลับให้ความสำคัญกับมวยไทยของเราอย่างมาก เพราะไม่เพียงแต่มีการออกอาวุธที่คม สวยงาม ยังถือเป็นการออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อให้ดูดีและยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย ศิลปวัฒนธรรมของไทยอย่างมวยไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก และทั่วโลกต่างให้การยอมรับ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก สารานุกรมไทย

ท่าออกกำลังกายสไตล์นักมวย

ท่าออกกำลังกายสไตล์นักมวย

แน่นอนว่าการออกกำลังกายของหนุ่มๆ ต้องมีเป้าหมายที่จะหุ่นฟิตเฟริ์ม และเอาเจ้าไขมันส่วนเกินที่ติดตามเราตัวอยู่ตลอดเวลาออกไปจากชีวิต และอยากที่จะเห็นรูปร่างของตัวเองถอดเสื้อหุ่นปังๆ ในกระจกเวลาแทนที่จะมานั่งดูพุงห้อยย้อยลงพื้น

 

     ซึ่งเป้าหมายเหล่านี้มันขึ้นอยู่กับความตั้งใจของเราด้วย เพราะหากเราคิด 10 ลงมือทำ 1 แน่นอนมันเกิดได้ขึ้นหรืออาจจะไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้ อย่ารอที่จะเริ่มทำอะไรให้กับตัวเอง วันนี้ทาง Jaroenthong GYM ได้นำเอาเทคนิคต่างๆ เบิร์นไขมัน กล้ามสวย สาวๆ ต้องกรี๊ดอย่างแน่นอน โดยสามารถทำได้เองที่บ้านแถมประหยัดค่าใช้จ่ายไปอีกด้วย

 

Shoulder Presses

 

     ในการแข่งขันกีฬามวยนั้น หัวไหล่ที่แข็งแรง นั้นเป็นปัจจัยสำคัญ ในการชกเนื่องจากว่ากล้ามเนื้อมัดนั้นเป้นส่วนสำคัญที่ใช้ในการใช้ปล่อยหมัดออกไปและยังช่วยเป็นการ์ดป้องกันจากการโจมตีของคู่ต่อสู้

     ดังนั้นในท่า Shoulder Presses จะเป็นท่าเคล็ดลับในการสร้างกล้ามเนื้อของหัวไหล่อย่างดี โดยอุปกรณ์ที่ใช้เป็นหลักก็คือ ดัมเบล แต่ถ้าหากไม่มีจริง ๆ สามารถใช้ขวด จับให้มั่นคงจากนั้นดันพื้น และลง อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับท่าบริหารร่างกายส่วนบนอื่นก็จะทำให้คุณมีหัวไหล่ที่สวยงามราวและแข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย

 

Clap Press-Up

 

     อีกหนึ่งวิธีออกกำลังกายที่สามารถทำได้ง่าย ๆ แต่ใช้ได้ผลจริง และยังทำได้บ่อยครั้งตามใจต้องการอีกด้วย นั่นคือ Clap Press-Up โดยวิธีการก็แสนง่าย เพียงคุณใช้กำลังของมวลกล้ามเนื้อของร่างกายส่วนบนออกมาให้หนัก ท่านี้ไม่ได้เพียงแค่เพิ่มความเข็งแกร่งของกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว แต่มันยังช่วยมันยังช่วยปรับสัดส่วนของ Body Balance ซึ่งเป็นสิ่งที่นักมวยจำเป็นสำหรับนักมวยทุกคนด้วย

 

Plank

 

     เป็นหนึ่งในท่าที่ดูธรรมดาๆแต่ต้องบอกว่าหินมากกับการที่จะทำให้แกร่ง นับเป็นที่ทรมานที่สุดเนื่องจากต้องอาศัยความแข็งแร็งของกล้ามเนื้อแทบจะทุกส่วนเพื่อที่จะสามารถทำท่า Plank ให้แกร่งและนาน อย่างไรก็ตามในการออกกำลังกายต้องออกอย่างเหมาะสม และคู่ไปกับท่า Crunches และ Sit Up จะยิ่งเพิ่มความแข็งแกร่งให้ให้กลับร่างกายและช่วยให้หมัดหนักขึ้นอีกด้วย

 

Skipping

 

     ในการชกมวยนอกจากการชกแล้วก็ยังคงอาศัยความเร็วเพื่อนที่จะหลบหลีกหมัดของคู่ต่อสู้ที่ปล่อยออกมาดังนั้นความว่องไวของ Foot work การที่จะเพิ่มขีดความสามารถตรงจุดนี้สามารถทำได้โดยการเล่นท่าSkipping ใช้เพียงเชือก และที่โล่ง เท่านั้นคุณก็สามารถทำได้แล้ว Skipping ก็เป็นปัจจัยหลักของท่าฝึกฝนการเป็นมวยอาชีพที่ใช้ แถมยังเป็นทำที่ใช้รักษาสภาพร่างกายให้พร้อมอยู่เสมออีกด้วย

 

Push Ups

 

     ในส่วนของท่านี้ ค่อนข้างที่จะยากสำหรับคนที่ไม่เคยหรือไม่ค่อยได้ออกกำลัง “ Push Ups ” น่าจะเป็นอุปสรรคในช่วงแรก เพียงแค่คุณตั้งใจและพร้อมที่จะเปลี่ยนตัววเอง ท่าง่ายๆท่านี้คง ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรอาจจะเริ่มจาก ทำที่ละน้อยๆครั้ง แล้ว เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะท่านี้ช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อหลายส่วน หัวไหล่ แผงอก จะเป็นที่นิยมของนักมวยทุกคน ถ้าหากมีเวลาว่าง เราก็ควรที่จะPush Ups เป็นประจำทุกวัน

 

Sit-Ups

 

     ท่าเบสิคที่หลายไคนน่าจะรู้จักดี แต่พื้นฐานของท่านี้ที่เป็นหัวใจหลักของความเข็งแรงของนักมวยระดับโลกหลายๆคน เป็นการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อท้องส่วนกลาง และมันจะสร้างความมั่นใจของนักมวยที่จะไม่ต้องค่อยพะวงกับการลดการ์ดลงป้องกันลำตัว และเพิ่มโอกาสเดินหน้าแลกหมดแบบไม่กลัว

 

Squats

 

     ท่านี้เสริมความแกร่งในช่วงล่วง ซึ่งสำคัญมากกับการเคลื่อนไหวและความมั่นคงกับการยืน นักมวยที่ดีจะต้องมีการยืนที่มั่นคง เพื่อเข้าวงในใช้เทคนิคต่างๆ ในการจัดการคู่ต่อสู้ได้ตลอดเวลา ในการ Squats จะช่วยเพิ่มความเข็งแรงและว่องไว และยังเป็นการเสริมสร้างกล้ามเนื้อส่วนต้นขาด้านหน้า-หลัง

การใช้ Squats และออกกำลังกายที่ใช้ส่วนสะโพกอื่นๆอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณช่วงล่างที่มั่นคงและแข็งแรงไม่แพ้ใครแน่นอน

 

Shadow Boxing

 

     Shadow Boxing  เรียกง่ายๆเป็นการเคลื่อนไหวตลอดเวลา นับเป็นการสร้างเทคนิคการชกที่ดีที่สุดในการฝึกซ้อม รวมไปถึงการรักษาน้ำหนักความความฟิตของร่างกาย ในการทำ Shadow Boxing เรานั้นสามารถทำได้ในทุกสถานที่ แต่จะมีสถานที่นึงที่ได้รับความนิยมที่สุดคือ “ในบ่อทรายหรือชายหาด ”  เนื่องจากเทคนิคนี้นักมวยได้เริ่มเรียนรู้เทคนิค จากการที่ดูนักฟุตบอลที่เล่นตามชายหาด ซึ่งทรายจะช่วยยึดเหนี่ยวช่วงล่างของลำตัวเราไว้ ทำให้ขยับลำตัวช่วงบนของเราได้อย่างอิสระระหว่างที่ทำอยู่ ดังนั้นมันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้เทคนิคและการชกได้ดียิ่งขึ้น

 

Chin Ups

     

     ที่ขาดไม่ได้ไม่ได้เลยในการฟิตร่างกายช่วงบน หากท่านใดต้องการจะมีร่างกายช่วงบนที่แข็งแรงและสมส่วน  เน้นไปที่การเล่นท่า Chin up เพราะท่านี้จะช่วยกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อ ช่วงแขน อก และหัวไหล่ ในท่าเดียว

 

     จะสังเกตได้ว่า ที่บ้านของเหล่านักมวยมักจะมีบาร์ที่สามารถยึด ไม่ว่าจะ ประตูบ้าน หรือ แทนบาร์สำหรับโหน เพื่อที่จะบริการกล้านเนื้อส่วนนั้นเป็นกิจวัตรของชีวิต เราไม่จำเป็นต้องไปเร่งรีบที่จะทำให้หนักขึ้นอย่างรวดเร็วควรเริ่มจากจำนวนครั้งที่ทำไหวก็พอ หากเป็นไปได้หาคนคอยเซฟในการยกตัวในช่วงแรกก็จะดีกว่าการหักโหมมากเกินไป อาจจะทำให้อันตรายถึงขั้น กล้ามเนื้อฉีกขาดหรือเกิดอาการบาดเจ็บ ซึ่งมันส่งผลให้เราเสียโอกาสต่างๆในการออกกำลังกาย

 

Burpees

 

     ท่าที่ขึ้นชื่อเรื่องความ ยากและเหนื่อยแทบขาดใจ และ Burpee ยังคงเป็นท่าที่ยากที่สุดใน 10 ท่าที่กล่าวมา แต่ท่านี้ช่วยกระตุ้นอัตราการเต้นหัวใจ และเป็นเห็นผลดีที่สุดของการออกกำลังกาย เป็นการเผาผลาญไขมันส่วนเกินที่ส่วนต่าง ๆ ทั่วร่างกายหากใครที่อยากจะมีรูปร่างที่สมส่วนอลองท่านี้เลย “Burpee” ต้องออกให้ถูกต้อง ลองดูท่าที่ถูกต้องในวิดีโอที่ถูกต้องใน Youtube ได้เลย ไม่ยากอย่างที่คิด

 

     คงไม่ใช่เรื่องง่าย หากจะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองเลยในทันที การเริ่มต้นนั้นเป็นสิ่งสำคัญ วินัย ความอดทน สร้างpassion ให้กับตัวเอง  sixpack ของคุณก็จะผุดขึ้นมาในไม่ช้า อย่าลืมที่จะดูแลตัวเองและสุขภาพด้วยนะครับ

ออกกำลังกายในร่ม หนีฝน หนีฟ้า มีอะไรบ้าง

ออกกำลังกายในร่ม หนีฝน หนีฟ้า มีอะไรบ้าง

เชื่อว่าสำหรับใครหลาย ๆ คนที่มีความชื่นชอบรักในการออกกำลังกายแต่แน่นอนว่าอุปสรรคไม่มาสามารถเลือกที่เกิดได้ อย่างในช่วงนี้ก็คงหนีไม่พ้น ฤดูฝน ทำให้เราไม่สามารถออกไปเล่นกิจกรรมกลางแจ้งได้เพราะฝนตกอาจจะเกิดความไม่สะดวกทั้งด้านการเดินทาง รถติด เชื้อโรคที่มากับฝนทำให้ไม่สบายและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุระหว่างทำกิจกรรมตอนเล่นกีฬาอีกด้วย วันนี้เรามีกีฬาที่สามารถเล่นได้ในฤดูฝน เราไปดูกันว่ามีกีฬาอะไรบ้าง

 

ซ้อมชกมวย

     ซ้อมชกมวย เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เหมือนเป็นการออกกำลังกายและมีความมันส์ สนุกสนาน และเผาผลาญแคลอลี่ได้ดีมากในเวลาเดียวกัน เนื่องจากว่า มวยเป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่เรียกเหงื่อได้อย่างมากเพราะใช้ร่างกายเกือบทุกส่วนทั้งแขน ขา ลำตัว จึงช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อได้ดี ส่วนเรื่องสถานที่ส่วนใหญ่ค่ายมวยจะอยู่ในร่ม เรื่องฝนจึงไม่เป็นปัญหากับกีฬาประเภทนี้ เอาความอึดอัดและความเครียดจากที่ทำงานไประบายอารมณ์โดยการชก เตะ ต่อย ให้หายเครียดกับงานกันดีกว่า

 

แบดมินตัน

     แบดมินตันเป็นกีฬาที่ต้องใช้สมรรถภาพร่างกายที่ดี ทั้งด้านความแข็งแรง ความอดทน การทำงานสัมพันธ์กันของประสาทกับระบบกล้ามเนื้อ พลังความยืดหยุ่นของอวัยวะต่าง ๆ ความคล่องตัว ฯลฯ ด้วยองค์ประกอบหลายอย่างนี้จึงจำเป็นว่าคนที่จะสามารถเล่นแบดมินตันได้ต้องมีร่างกายที่แข็งแรง อวัยวะทุกส่วนได้รับการพัฒนาอยู่เสมอโดยเฉพาะข้อมูล ขา แขน และสายตา กีฬาประเภทนี้ต้องอาศัยความฉลาดและไหวพริบสูงจึงสนุกมากเมื่อได้เล่นกับคู่แข่งที่มีชั้นเชิงพอ ๆ กัน แค่เลือกคอร์ตในร่มก็สนุกกับการแข่งขันชิงไหวพริบกับเพื่อนในแก๊งได้แล้ว

 

เต้นซุมบ้า

     การออกกำลังกายเต้นซุมบ้า คือ การออกกำลังกายแบบแอโรบิกที่ผสมผสานท่าเต้นสไตล์ลาตินอเมริกา เวลาเต้นจึงเหมือนกับการที่เราได้ระบำหน้าท้อง แอโรบิก และฮิปฮ็อปไปด้วยกัน แถมเสียงเพลงลาตินที่เร้าอารมณ์ยังทำให้เราอยากเต้นซุมบ้าเป็นการออกกำลังกายที่สนุกสนานและถ้าได้เต้นซุมบ้าไปกับเพื่อน ๆ ยิ่งทำให้เพลิดเพลินไปด้วย ทำให้เราออกกำลังกายได้นานขึ้นแบบไม่รู้สึกเบื่อหน่ายและยังสามารถเผาผลาญไขมันได้ดี

 

ฟุตซอลในร่ม

     การเล่นฟุตซอลในร่มถ้าเราลองเปลี่ยนมาเล่นในร่มก็สนุกไม่แพ้กัน แถมยังไม่เปียกฝนเมื่อฝนตกอีกด้วย ไปเสียเหงื่อกับแก๊งเพื่อนได้อย่างไม่ต้องกังวลอะไรกันดีกว่า

 

     การออกกำลังกายนั้นดีต่อสุขภาพ ไม่จำเป็นว่าเราต้องออกกำลังกายกลางแจ้งเพียงอย่างเดียว ในสถานการณ์หน้าฝนแบบนี้กีฬาในร่มก็สร้างประโยชน์ได้ไม่แพ้กันอย่าลืมดูแลสุขภาพกันได้นะคะ

 

ปีนหน้าผาจำลอง

     ปีนหน้าผาจำลอง คือ การท้าทายความแข็งแรงและจิตใจเพราะต้องจับ เกาะ ยึดเหนี่ยวและโหนตัวไปบนหน้าผาที่ทั้งสูงและเสียว  นอกจากจะได้เหงื่อแล้วได้ความตื่นเต้นและไหวพริบมากขึ้น คนที่ชอบความท้าทายเลือกหน้าผาจำลองในยิมหรือศูนย์กิจกรรมไปประลองกับแก๊งเพื่อนดูก็ได้ รับลองว่าทั้งสนุกและท้าทายอย่างมาก

 

ขอขอบคุณข้อมูล generail

How to ออกกำลัง ให้ได้ผลดีกับสุขภาพ

How to ออกกำลัง ให้ได้ผลดีกับสุขภาพ

เชื่อว่าหลายๆคนคงรู้วิธีการออกกำลังกายดีอยู่แล้ว แต่วิธีการออกกำลังกายที่ถูกต้องไม่ใช่การออกกำลังให้หนักและอดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง หรือแม้แต่การใช้ยาลดน้ำหนักที่เห็นในโฆษณาทั่วๆไปในโลกออกไลน์ วันนี้เราจะมาอธิบายวิธีการออกกำลังกายที่ถูกต้องและหลากหลายรูปแบบ

     สิ่งแรกเลยคือ ต้องทำความเข้าใจกับร่างกายของเราว่าไหวเท่าไหน เป้าหมายในการออกกำลังกาย การออกกำลังกายจำเป็นต้องทำอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เกิดผลดีกับสุขภาพ จะช่วยจะระเบียบร่างกายและการใช้ชีวิตในแต่ละวัน เสริมสร้างสมรรถภาพทางร่างกายด้านต่างๆ ได้แก่ ความทนทาน ความแข็งแรง การทรงตัว และความยืดหยุ่น ดังนี้

 

1ความทนทาน (Endurance) ช่วยให้หัวใจแข็งแรง เพื่อร่างกายจะได้ลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ ดีขึ้น และไม่เหนื่อยง่ายเมื่อทำกิจกรรมหนัก ๆ เช่น เล่นมวยไทย, ศิลปป้องกันตัว

2ความแข็งแรง (Strenght) ช่วยให้แบกของหนัก ออกแรง รวมทั้งทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ต้องใช้กล้ามเนื้อได้ดีขึ้น

3การทรงตัว (Balance) ช่วยให้ทรงตัว รวมทั้งเคลื่อนไหวร่างกายโดยไม่หกล้มได้ง่าย

4ความยืดหยุ่น (Flexibility) ช่วยให้ยืดตัว เอี้ยวตัว หรือเคลื่อนไหวร่างกายได้ง่ายขึ้น

 

เริ่มต้นออกกำลังกายอย่างถูกต้อง

     ในการเตรียมตัวสำหรับก่อนที่จะมีการเริ่มออกกำลังกายนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก จะช่วยให้เราได้มีการกระตุ้นการหมุนเวียนของเลือดและการกระตุ้นให้ตัวเองให้ออกกำลังกายเป็นกิจวัตรประจำวัน อีกทั้งยังออกกำลังกายได้อย่างถูกต้องและส่งผลดีต่อสุขภาพ ผู้ออกกำลังกายลองเริ่มต้นออกกำลังกาย ดังนี้

กำหนดกิจวัตรประจำวัน ที่เกี่ยวกับการออกกำลังกาย ควรที่จะเริ่มสำรวจตัวเองว่า ออกกำลังกายล่าสุดเมื่อไหร่ ครั้งละกี่นาที อีกทั้งยังเป็นข้อมูลในการวางแผนสำหรับออกกำลังกายต่อไปด้วย

 

หาเป้าหมายในการออกกำลังกาย จะเป็นการช่วยฝึกให้เรามีแผนในการออกกำลังกาย และมุ่งไปสู่ความต้องการให้ได้ชัดเจนและทำให้ไปถึงเป้าหมายได้ง่ายกว่าเดิม และก็ต้องสำรวจตัวเองอยู่สม่ำเสมอ

 

เขียนแผนการออกกำลังกาย แผนการออกกำลังกายควรมีพื้นฐานมาจากเป้าหมายที่ชัดเจน โดยเลือกประเภทกิจกรรมและระบุเหตุผล ช่วงเวลา รวมทั้งสถานที่ที่ต้องทำกิจกรรมดังกล่าว ทั้งนี้ ควรเลือกกิจกรรมที่ผู้ฝึกจะทำได้จริง รวมทั้งหมั่นสำรวจว่าบรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งเป้าไว้หรือไม่ รู้สึกสนุกในขณะที่ออกกำลังกายเพื่อฝึกตัวเองให้ออกกำลังหรือเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอทุกวัน

 

ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการออกกำลังกาย การปรับระดับความหนักของกิจกรรมหรือการออกกำลังกายถือเป็นเรื่องที่เราควรปรึกษาแพทย์ ซึ่งในผู้ออกกำลังกายบางราย มีปัญหาในการออกกกำลังกายรวมไปถึงสุขภาพ หรือไม่สามารถเริ่มออกกำลังกายระดับที่หนักได้ โดยควรทีจะรีบพบแพทย์เพื่อปรึกษาเพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงต่างๆ ดังนี้

 

กิจกรรมที่ควรเลี่ยงและผลกระทบของอาการป่วยหรือการผ่าตัดที่ส่งผลต่อการออกกำลังกาย

อาการป่วยที่ยังหาไท่ทราบถึงสาเหตุ เช่น เจ็บหรือแน่นหน้าอก ปวดข้อต่อ เวียนศีรษะ หรือหายใจไม่สุด ผู้ฝึกควรพักร่างกายจนกว่าจะได้รับการวินิจฉัยและรักษาอาการดังกล่าว

 

ปัญหาด้านสุขภาพที่ส่งผลต่อการออกกำลังกาย เช่น ผู้ป่วยโรคข้ออักเสบอาจต้องเลี่ยงออกกำลังกายบางประเภท

 

ปัญหาด้านสุขภาพที่ไม่สามารถควบคุมอาการได้ และอาจส่งผลต่อกิจกรรมที่ทำอยู่ เช่น ผู้ป่วยความดันโลหิตหรือเบาหวานจำเป็นต้องรู้วิธีออกกำลังกายที่ปลอดภัยกับตัวเอง

 

การเลือกใส่รองเท้าสำหรับออกกำลังกายที่เหมาะสม รองเท้าออกกำลังกายนับเป็นอุปกรณ์สำคัญในการทำกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกาย ควรเลือกรองเท้าที่เหมาะสมกับกิจกรรมแต่ละอย่าง เช่น เดิน วิ่ง เต้น โบว์ลิ่ง หรือเทนนิส โดยเลือกรองเท้าพื้นเรียบ ไม่ทำให้ลื่น รองรับและพอดีกับเท้าของตนเอง รวมทั้งหมั่นตรวจสภาพรองเท้าเป็นประจำ หากรองเท้าสึกหรือรู้สึกปวดเท้า  หน้าแข้ง เข่า หรือสะโพก หลังทำกิจกรรมต่าง ๆ ควรเปลี่ยนรองเท้าคู่ใหม่