บทความ


การแต่งกาย ของ นักมวยไทย ( Muay Thai ) ในสมัยโบราณ

การแต่งกาย ของ นักมวยไทย ( Muay Thai ) ในสมัยโบราณ

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นศิลปะการต่อสู้ ที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน การแต่งกายของ นักมวยไทย ในสมัยโบราณ จึงมีความแตกต่างจาก สมัยปัจจุบันเป็นอย่างมาก โดยการแต่งกายของนักมวยไทย ในสมัยโบราณ จะมีรูปแบบเป็นอย่างไร มาติดตามกันครับ

 

การแต่งกายของ นักมวยไทย ตั้งแต่สมัยสุโขทัย ไม่ปรากฎหลักฐานที่ชัดเจนนัก แต่เมื่อใน สมัยกรุงศรีอยุธยา พบหลักฐาน ปรากฎว่า นักมวยไทย สวมกางเกงผ้าฝ้าย หูรูดเหน็บชายด้านหลัง สวมเสื้อยันต์ และการแต่งกายในลักษณะนี้ ถือปฏิบัติมาจนถึง สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น  การแต่งกาย ของ มวยไทย ( Muay Thai ) สมัยโบราณ ประกอบไปด้วย 3 ส่วนที่สำคัญ คือ เสื้อผ้าปกปิดร่างกาย หมัด และ เครื่องรางของขลัง

 

เสื้อผ้าปกปิดร่างกาย

 

เสื้อผ้าปกปิดร่างกาย คือ กางเกง ซึ่งในสมัยก่อน ไม่มีกางเกง ที่ใช้สวมใส่เฉพาะ เวลาขึ้นชกมวย ส่วนมากนักมวยจะสวม กางเกงขาสั้น ยาวประมาณแค่เข่า เป็นกางเกง ที่ใช้โดยทั่วไป ในชีวิตประจำวัน ตัวกางเกงไม่มีขอบกางเกง ใช้ผ้าขาวม้าพัน ให้หนาคาดทับ ระหว่างขาใช้แทนกระจับ และคาดเอว เพื่อให้กางเกงไม่หลุดเวลาขึ้นชก

 

นักมวยสมัยก่อน อาจมีการใส่ เสื้อยันต์ ที่ใช้ผ้าดิบสีแดง หรือสีขาว ตัดเป็นเสื้อกั๊ก คอกลมแขนกุด เขียนอักขระเลขยันต์ และรูปภาพต่าง ๆ ใช้สวมทับ เสื้อชนิดอื่น หรือสวมเพียงตัวเดียว เพราะเชื่อว่า จะช่วยป้องกันศาสตราวุธทุกชนิด แต่ส่วนใหญ่ เวลาชกมวย มักไม่ค่อยสวมเสื้อยันต์ แต่จะใช้เครื่องรางชนิดอื่นแทน

 

การสวมหมัด

 

การสวมหมัดในที่นี้ หากเทียบการแต่งกายในปัจจุบัน ก็คือ นวม ซึ่งในสมัยโบราณใช้การ "คาดเชือก" ที่ถือเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นอย่างหนึ่งของ มวยไทย ( Muay Thai ) เลยทีเดียว โดยการคาดเชือกที่มือ ใช้ด้ายดิบพันสันหมัด และข้อมือ ความยาว และลักษณะการพัน จะแตกต่างกันไป ตามภูมิลำเนา บ่งบอกถึงลักษณะ การใช้หมัด และศอกอีกด้วย ซึ่งการคาดเชือก จะช่วยให้ กระดูกนิ้วมือไม่เคล็ดง่าย และทำให้หมัดแข็ง เพิ่มน้ำหนักหมัดให้หนักแน่นกว่าหมัดธรรมดา บางคนอาจพันด้ายขนาดยาว เพราะต้องการใช้ หมัดบังหน้าด้วย

 

เครื่องรางของขลัง

 

มวยไทย ( Muay Thai ) ในสมัยโบราณ มีเครื่องรางของขลังอยู่ด้วยกันหลากหลาย ดังนี้

 

  • มงคล :  ทำจากสายสิญจ์หรือผ้าดิบ ที่เกจิอาจารย์เป็นผู้เขียนอักขระหัวใจมนตร์  คาถา และเลขยันต์ แล้วถักหรือม้วนพันด้วยด้ายหรือด้ายสายสิญจน์ ห่อหุ้มด้วยผ้าซึ่งผ่านพิธีกรรมจากครูบาอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมทำเป็นวงสำหรับสวมศีรษะ โดยรวบเป็นหางยาวไว้ข้างหลัง มงคล ถือเป็นเครื่องรางให้สิริมงคล และคุ้มกันอันตรายใช้สวมศีรษะในขณะชก

 

  • ประเจียด : ใช้ผ้าสาลู ( ผ้าขาวบางเนื้อดี ) หรือผ้าดิบ สีขาวหรือสีแดง ตัดเป็นสามเหลี่ยม ลงเลขยันต์ มหาอำนาจ ส่วนใหญ่ จัดอยู่ในชุดวิชาคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด มหาอุด กำลังตัวหรือคุ้มกำลัง ภาษาที่ใช้เขียนมักเป็นอักขระโบราณ ที่พระครู หรือเกจิอาจารย์ จะเป็นผู้เขียน และทำพิธี ม้วนหรือถัก พันด้วยด้ายอาจใส่ว่าน ตระกรุด หรือเครื่องรางของขลังชนิดอื่น ไว้ข้างในผ้าประเจียดก็ได้ เป็นเครื่องรางคุ้มกันตัว ใช้ผูกติดกับต้นแขน ตลอดเวลา การแข่งขันชกมวย

 

  • ผ้ายันต์ : ผ้าดิบหรือผ้าเนื้อบาง สีขาวหรือสีแดงเขียนอักขระเลขยันต์และรูปภาพต่างๆ โดยเกจิอาจารย์ที่เชื่อถือว่ามีคาถาอาคมแก่กล้า วิธีทำคล้ายผ้าประเจียดแต่ผ้ายันต์มักเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ใช้พกติดตัวหรือพันเป็นผ้าประเจียดก็ได้

 

  • พระเครื่อง : ทำด้วยโลหะ ผงปูน ดิน หรืออาจใช้วัตถุหลายชนิดจากแหล่งต่างๆ เพื่อเพิ่มความขลัง แล้วทำพิธีพุทธาพิเศกลงเลขยันต์ มีพิธีกรรม ที่รวมการบวงสรวง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย การบริกรรมคาถาอาคมต่าง ๆ นักมวย จะพกพระเครื่องติดตัว โดยพันไว้ในมงคล หรือผ้าประเจียด บ้างก็ใช้อมไว้ในปากเวลาชก แต่วิธีนี้ไม่ค่อยนิยม เพราะอาจเป็นอันตรายต่อตนเองได้

 

  • ตะกรุด : ใช้แผ่นโลหะบางรูปสี่เหลี่ยม เช่น ทอง เงิน นาก ทองแดง หรือใบลาน และกระดาษสา ลงเลขยันต์ คาถาอาคมเช่นเดียวกับลงผืนผ้า เพื่อทำประเจียด แล้วม้วนให้กลม ตรงกลางเว้นช่องว่างสำหรับใช้สายเชือกร้อยสำหรับคาดบั้นเอว คล้องคอ หรือคาดไว้ที่ต้นแขน หากใส่ในมงคลหรือประเจียดมักจะใช้ตะกรุดขนาดเล็ก

 

  • พิสมร : ทำด้วยแผ่นโลหะ หรือใบลาน รูปสี่เหลี่ยม ลงเลขยันต์ มีที่ร้อยสายแต่โดยมาก ไม่ม้วนให้กลมอย่างตะกรุด ต้องผ่านพิธีกรรม เช่นเดียวกับตะกรุด

 

  • แหวนพิรอด : ทำด้วยกระดาษสา หรือถักด้วยหวาย ผ่านพิธีกรรมแล้วลงรักปิดทองเรียกว่า “กำลังพิรอด” ใช้สวมต้นแขน หรือ แขวนพิรอดใช้สวมนิ้ว เป็นของวิเศษหายาก และเชื่อว่ามีอานุภาพมาก

 

  • ว่าน : เป็นพืช ที่มีสรรพคุณหลายอย่าง บางชนิดเชื่อว่า ทำให้ผิวหนัง ทนความร้อน หรือ หนังเหนียว จึงนิยมนำมาเป็นเครื่องรางของขลัง โดยการปลุกเสกคาถาอาคม เช่นเดียวกับ เครื่องรางของขลังชนิดอื่น ใช้พกติดตัวใส่ในมงคล ประเจียด หรือใช้เป็นส่วนผสม ในการทำพระเครื่อง

 

การแต่งกายของ นักมวยไทย ในปัจจุบัน มีความเปลี่ยนแปลงไปจาก ในสมัยโบราณอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของ เครื่องรางของคลัง ที่นักมวยไทย สมัยโบราณ ใช้เพื่อเป็นสิริมงคลและคุ้มครองตนเอง แต่ในปัจจุบัน มีการใช้อุปกรณ์เสริมเพิ่มเติม เพื่อป้องกันอันตรายแก่นักมวยอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น อย่างการใช้ นวม กระจับ หรือฟันยาง เป็นต้น

 

ขอบคุณรูปภาพจาก Freepik

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

การรีดน้ำหนัก แบบ นักชก มวยไทย ( Muay Thai )

การดูแลรักษา อุปกรณ์มวยไทย หลังใช้งาน

การรีดน้ำหนัก แบบ นักชก มวยไทย ( Muay Thai )

การรีดน้ำหนัก แบบ นักชก มวยไทย ( Muay Thai )

สวัสดีค่ะ มีใครเคยสงสัยบ้างไหมคะว่า นักมวยที่จะขึ้นแข่งชก มวยไทย ( Muay Thai ) นั้น จะต้องมีการกำหนดน้ำหนักในแต่ละรุ่น แล้วหากน้ำหนักเกินจะต้องทำอย่างไรกันล่ะ วันนี้เราได้รวบรวมข้อมูล  การรีดน้ำหนัก แบบ นักชก มาให้ได้อ่านแล้วค่ะ

 

สำหรับใคร ที่กำลังมองหา การลดน้ำหนัก คุณมาอ่านได้ถูกทางแล้ว หลายคนคงเคยได้ยินมาว่า การรีดน้ำหนักตัว ในแบบของ นักชก มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นเร็ว และ เห็นผลได้ชัด แน่นอนว่านักมวย ต้องอาศัยระเบียบ และ วินัยอย่างมาก ในการที่จะรีดน้ำหนักลง ให้เร็วเพื่อเตรียมพร้อม ขึ้นสังเวียน และ เพิ่มความฟิต ให้กับร่างกาย วันนี้ Jaroenthong Muay Thai มีข้อมูลดี ๆ มากฝาก เพื่อน ๆ กัน ถึงใครหลาย ๆ คนที่เริ่มต้นอยากฟิตแบบ นักมวย หลาย ๆ คน

 

ในการลดน้ำหนัก บางคนอาจจะมองเห็น ภาพการไปวิ่งบนลู่ใน ฟิตเนส ว่ายน้ำ หรือ แม้แต่การเต้นแอโรบิค ยามเย็น แต่ในฉบับ นักมวย นั้นไม่ใช่แค่นั้น ใน นักชก มวยไทย ( Muay Thai ) นั้น จำเป็นต้องใช้ทุกสัดส่วน ของร่างกาย ดังนั้น การออกกำลังกาย ให้ได้ผลเร็ว และ รีดน้ำหนัก นักชก มวยไทย ( Muay Thai ) ต้องใช้ทุกส่วน ของร่างกายด้วย ดีกว่าไปนั้น ต้องมีความสนุกสนาน ตั้งใจ ระเบียบวินัยด้วย

 

 

 

นักชก มวยไทย ( Muay Thai ) ควรจัดการอะไรเป็นสิ่งแรก

เนื่องจาก นักชก มวยไทย ( Muay Thai ) ค่อนข้างที่จะมี ความกังวล และ ซีเรียส กับการคุมน้ำหนัก ให้อยู่ในเกณฑ์ ของการแข่งขัน ในเวที มวยไทย ( Muay Thai ) เพราะแต่ละเวทีนั้น ก็มีการจำกัดน้ำหนักตัวเป็นรุ่น ๆ ดังนั้น นักชก มวยไทย ( Muay Thai ) จำเป็นต้องควบคุมน้ำหนัก ให้เท่ากับมาตรฐานรุ่นชกของตนเอง ด้วยวิธีการลดน้ำหนัก ที่สามารถลดน้ำหนักลง ได้อย่างรวดเร็ว และ ได้ผลจริงอีกด้วย โดย นักชก มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นมีสเต็ป การออกกำลังกาย ดังนี้

 

 

ออกกำลัง แบบ นักชก มวยไทย ( Muay Thai ) สเต็ปที่ 1  เริ่มที่การออกกำลังกาย อย่างต่อเนื่อง ให้ได้อย่างน้อย 4560 นาทีต่อวัน นักชก มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถที่จะเลือก การออกกำลังกาย หลาย ๆ แบบได้ไม่ซ้ำกัน  เช่น การปั่นจักยาน 30 นาที หรือ วิ่ง 10 กิโลเมตร กระโดดเชือกในตอนเช้า ต่อยกระสอบทราย หรือ ล่อเป้าอย่างน้อย 3 ยก อย่างต่อเนื่องในช่วงเย็น

 

ออกกำลัง แบบ นักชก มวยไทย ( Muay Thai ) สเต็ปที่ 2 การควบคุมอาหาร หลักสำคัญที่จะช่วย ลดน้ำนักอย่างได้ผลเร็ว และ เห็นผลที่สุด แค่คุณลดการ รับประทานอาหาร ประเภทแป้ง เช่น ข้าว ขนมปัง หรือ เส้นต่าง ๆ เพราะแป้งเหล่านั้น เป็นตัวการที่จะ เพิ่มน้ำหนักอย่างดีเลย นอกจากนี้ อาหารประเภท ของทอดด้วยน้ำมันทั้งหลาย จะทำให้ นักชก มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงมานั้น เห็นผลช้ากว่าที่เราต้องการ หรือ อาจจะไม่เห็นผลเลย หากทานในปริมาณ ที่ร่างกายไม่สามารถ เผาผลาญได้หมด นักชก มวยไทย ( Muay Thai ) จะเน้นไปที่การเลือก รับประทานอาหารประเภทผัก หรือ เนื้อสัตว์ต้ม เป็นหลัก ลดแป้ง ให้เน้นผักผลไม้ ที่มีรสจืด เน้นโปรตีนเนื้อสัตว์ นมลดจืด พร่องมันเนย ในการซ่อมแซม กล้ามเนื้อส่วนที่สึกหรอ และ สิ่งสำคัญควรดื่มน้ำ ให้เพียงพอในแต่ละวัน จะช่วยให้ร่างกายของคุณ ชะล้างเกลือส่วนเกิน ที่ก่อให้เกิดการกักเก็บน้ำ ออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ออกกำลัง แบบ นักชก มวยไทย ( Muay Thai ) สเต็ปที่ 3 สร้างขีดจำกัด เพิ่มขึ้นให้กับตัวเอง ในที่จะลดน้ำหนัก แบบ นักชก มวยไทย ( Muay Thai ) นั้น จะต้องมีการเพิ่มจำนวนยก ในการล่อเป้า จำนวนครั้ง ในการซ้อมกระสอบทราย หรือ จำนวนรอบในการวิ่ง เพื่อเพิ่มอัตรา ที่จะทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ไม่เหนื่อยง่าย และ ยังสามารถดึงเอาพลังงาน มาเผาผลาญได้สูงขึ้นอีกด้วย

 

ออกกำลัง แบบ นักชก มวยไทย ( Muay Thai ) สเต็ปที่ 4 การพักผ่อนให้เพียงพอ เมื่อเราออกกำลังกายมา อย่างหนักหน่วงแล้ว ในการพักผ่อนถือว่า เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก และ ควรที่จะพักผ่อนให้ถึง 78 ชั่วโมง เนื่องจากร่างกายของเรานั้น จะมีการปรับสมดุล ในขณะที่เราหลับ และ ปฏิบัติตามตาราง ในการลดน้ำหนัก แบบ นักชก มวยไทย ( Muay Thai ) ให้เข้ากับชีวิตประจำวัน อย่าหักโหมจนเกินไป แล ะออกกำลังกาย หนักจนเกินไป เพราะจะทำให้ร่างกาย อ่อนล้าจนไม่สามารถ ลดน้ำหนักแบบ นักชก มวยไทย ( Muay Thai )  ต่อได้ และ จะมีผลกระทบมากกว่าผลดี

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

บุคคลสำคัญ มวยไทย ( Muay Thai ) แต่ละยุคสมัย

เครื่องแต่งกายมวยไทยโบราณ

การดูแลรักษา อุปกรณ์มวยไทย หลังใช้งาน

การดูแลรักษา อุปกรณ์มวยไทย หลังใช้งาน

สวัสดีค่ะ ใครคนไหนที่มี อุปกรณ์มวยไทย ที่ใช้อยู่บ้างคะ ไม่ว่าจะเป็น นวมมวย กระสอบทราย และ อื่น ๆ แล้วมีมีวิธีดูแลรักษาอย่างไรกันบ้างคะ วันนี้เราจึงจะมาแนะนำ การดูแลรักษา อุปกรณ์มวยไทย หลังใช้งาน กันค่ะ

 

การรักษาความสะอาด ของอุปกรณ์ต่าง ๆ นั้นเป็นอีกหนึ่งเรื่อง ที่จำเป็นอย่างมากใน กีฬาต่าง ๆ และ รวมกีฬา มวยไทย ( Muay thai ) ด้วยเช่นกัน มวยไทย ( Muay thai ) นั้นก็มีอุปกรณ์มวยไทย มากมายหลายแบบ อย่าง นวมมวย ฟันยาง เฮดการ์ด หรือ กระสอบทราย และ อื่น ๆ อีกมากมาย แต่จะรักษาอุปกรณ์ยังไงให้ คงทน อยู่กับเราไปนาน ๆ เรามีคำตอบค่ะ

 

มวยไทย ( Muay Thai ) หรือ กีฬามวย นั้น คือ ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว ( Martial Art ) และ เป็น กีฬาประจำชาติไทย ( National Sport of Thailand ) มายาวนาน ตั้งแต่สมัยโบราณ มวยไทย ( Muay thai ) ถือเป็นศิลปะการต่อสู้ ที่ร้ายกาจ รุนแรง เพราะ ในสมัยก่อนนั้น มวยไทย ( Muay thai ) ก็เป็นอีกศิลปะการต่อสู้ ที่มักพบเจอได้ในสงคราม ซึ่งแตกต่างจากศิลปะการต่อสู้ ของชนชาติอื่นใด เพราะ มวยไทย ( Muay thai ) เป็นการต่อสู้ ด้วยร่างกาย ใช้อวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย จนกลายเป็นอาวุธ ได้หลากหลายชนิด เช่น หมัด ศอก เข่า เท้า ของนักมวย เข้าทำอันตรายคู่ต่อสู้ โดยปราศจาก การใช้อาวุธวัตถุใด ๆ นอกจากร่างกาย

 

ประโยชน์ของ มวยไทย ( Muay thai )

1. ด้านร่างกาย

การฝึก มวยไทย ( Muay thai ) เก็บไว้เป็น ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว ( Martial Art ) นั้นก็เป็นการ ออกกำลังกาย อย่างหนึ่ง ที่ทำให้ร่างกายแข็งแรง การเคลื่อนไหว ในอิริยาบถต่าง ๆ รวดเร็ว และ ว่องไว ทำให้ไม่เป็นเฉื่อยชา และ สรีระที่สมส่วน ทำให้มีความทรหด อดทน

 

2. ด้านจิตใจ

นอกจากการ ออกกำลังกาย แล้ว มวยไทย ( Muay thai ) ทำให้จิตใจผ่องใส และ ยังทำให้มีจิตใจกล้าหาญ ทำให้มีความเข็มแข็ง อดทน และ มีความเชื่อมั่นในตนเอง ทำให้มีไหวพริบ ความเฉลียวฉลาด มีน้ำใจนักกีฬา รู้จักแพ้ รู้จักชนะ และ รู้จักการอภัยให้แก่กัน

 

3. คุณค่าด้านสังคม

ผู้ที่ได้รับการฝึกฝน มวยไทย ( Muay thai ) ที่ถือ เป็น กีฬาประจำชาติไทย ( National Sport of Thailand ) จะต้องเป็นผู้ที่ได้รับ การอบรมให้มีระเบียบวินัย การเคารพใน กฎ - กติกา เชื่อฟังผู้ฝึกสอน และ ผู้ตัดสิน มีมารยาทที่ดี มีน้ำใจเป็นนักกีฬา สุจริต ยุติธรรม เป็นนักสู้ที่ดีซึ่งสิ่งต่าง ๆ เป็นพื้นฐาน ของการอยู่ร่วมกัน อย่างมีความสุข ในสังคมไทย

 

 การบำรุงรักษา อุปกรณ์มวยไทย

1. อุปกรณ์ มวยไทย ( Muay thai ) สำหรับการฝึกซ้อม มวยไทย ( Muay thai ) นั้นส่วนมาก ทำมาจากหนัง การเก็บรักษา ต้องระมัดระวัง ไม่ให้เปียกชื่น หลังการฝึกซ้อม มวยไทย ( Muay thai ) ควรทำความสะอาด ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ และ ผึ่งลมหรือ แดดอ่อน ๆ ห้ามผึ่งแดด จนหนังแข็ง และ กรอบ อาจทำให้ อุปกรณ์มวยไทย เสื่อมสภาพเร็วขึ้น

 

2. เชือกฝึกซ้อม มวยไทย ( Muay thai ) การเก็บเชือกกระโดด ควรจัดเก็บให้เรียบร้อย ไม่ควรวางกองบนพื้น อาจทำให้สะดุดได้

 

3. กระจับนวม มวยไทย ( Muay thai ) สำหรับการฝึกซ้อม หลังจากใช้ฝึกซ้อม มวยไทย ( Muay thai ) เสร็จแล้ว ควรจัดเก็บให้เข้าที่ ไม่วางทิ้ง ทำให้  กระจับนวม มวยไทย ( Muay thai ) เสียหายได้

 

4. กระจับเหล็ก ใช้สำหรับการแข่งขัน มวยไทย ( Muay thai ) การใช้กระจับเล็ก ต้องเลือกบาร์ หรือ ขนาดให้พอเหมาะ กับอวัยวะของนักมวย เพราะถ้า กระจับคับเกินไป กระจับอาจหนีบ อวัยวะได้

 

5. ผ้าพันมือ มวยไทย ( Muay thai ) เมื่อฝึกซ้อมเสร็จแล้ว ให้ผึ่งแดดให้แห้ง แล้วเก็บม้วน ผ้าพันมือ มวยไทย ( Muay thai ) ให้เรียบร้อย เพื่อง่ายต่อการใช้ครั้งต่อไป

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

บุคคลสำคัญ มวยไทย ( Muay Thai ) แต่ละยุคสมัย

เครื่องแต่งกายมวยไทยโบราณ

ทักษะ การใช้เข่า ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

ทักษะ การใช้เข่า ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) การใช้เข่า ก็เป็นอีกหนึ่งการออกอาวุธที่สำคัญในกีฬาประเภทนี้ ซึ่งวันนี้เราจะมาแนะนำ ทักษะการตีเข่า ในกีฬามวยไทย ในรูปแบบต่าง ๆ กัน

 

การใช้เข่า ในกีฬามวยไทย

 

เข่า หนึ่งในอวัยวะที่ใช้ในการออกอาวุธ ในกีฬา มวยไทย ( Mauy Thai ) โดยเข่านั้น เป็นอาวุธสั้นรองจาก การเตะ จึงใช้ได้ผลดีในระยะประชิดมากกว่าในระยะไกล เช่น เข่าคลุกวงในกอดปล้ำตีเข่า โยนเข่าและแทงเข่า การใช้เข่าในกีฬามวยไทย

 

การใช้เข่า สามารถเรียกได้อีกอย่างว่า "การตีเข่า" หมายถึง การยกเท้าขึ้นแล้วงอเข่า ให้เป็นมุมฉากหรือมุมแหลม ใช้ส่วนเข่าด้านหน้า หรือด้านข้าง (ด้านใน) กระแทกไปยังเป้าหมายที่ต้องการ โดยเป้าหมายของการตีเข่า คือ บริเวณต้นขา ท้อง ชายโครง ลำตัว หน้าอก และทวารหนัก หากตีเข่าสูงขึ้นไปจะมีเป้าหมาย คือ ต้นแขน ปลายคาง และใบหน้า การใช้เข่าตีหรือกระแทกขึ้นไป ขณะตั้งท่าอยู่ และบางโอกาสการใช้เข่าจะต้องใช้มือทั้ง 2 ข้างจับที่คอคู่ต่อสู้ เพื่อใช้เข่าออกอาวุธได้ถนัดและปะทะอย่างรุนแรง

 

การใช้เข่า ในกีฬามวยไทย มีรูปแบบ ดังนี้

 

เข่าตรง หรือ เข่าโหน

 

เป็นการยกเข่า หรือกระแทกยกขึ้นไป โดยการงอเข่า เป็นมุมแหลม โดยใช้ส่วนที่เป็นหัวเข่ากระทบเป้าหมาย และให้ปลายเท้าของเข่าที่ยกขึ้น ตีชี้ไปทางข้างหลัง นิยมใช้ท่านี้ในระยะประชิกตัว เป้าหมายของการตีเข่าท่านี้ ได้ แก่ บริเวณท้อง คาง และใบหน้าของคู่ต่อสู่ สามารถตีได้ทั้งเข่าซ้าย หรือเข่าขวาแล้วแต่ถนัด

 

สิ่งสำคัญของการใช้ เข่าตรง คือ มือทั้งสองข้าง ต้องยกขึ้นสูง เพื่อป้องกันการตีเข่าในลักษณะเข่าโหน มือทั้ง 2 ที่โน้มคอลงมานั้น ควรใช้แขนและศอกชิดกัน เพื่อป้องกัน ซึ่งเข่าตรง สามารถแบ่งย่อยได้เป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ เข่าตรงตีนำ และเข่าตรงตีตาม ส่วนเข่าโหน คือการตีเข่าโดยใช้มือทั้ง 2 ข้าง จับท้ายทอยของคู่ต่อสู้ดึงและโน้มคอลงมา พร้อมกับตีเข่า ไปยังเป้าหมาย

 

เข่าเฉียง

 

เป็นการตีเข่าในลักษณะที่เฉียงขึ้น ให้เข่าปะทะกับเป้าหมาย ด้วยการใช้แรงเหวี่ยงจากสะโพก เป้าหมายตีเข่าเฉียงอยู่ที่บริเวณ ชายโครง ท้อง หน้าอก คาง และใบหน้า การตีเข่าเฉียง ด้านที่ใช้ตีเข่า จะตรงข้ามกับเป้าหมาย คือ ถ้าตีเข่าซ้าย จะต้องใช้เข่าเฉียง เข้าปะทะ เป้าหมายทางด้านขวา หรือถ้าตีเข่าขวา จะต้องใช้เข่าเฉียง เข้าปะทะ เป้าหมายทางด้านซ้าย

 

การใช้เข่าเฉียง หากเข้ากอดรัด แล้วจับคู่ต่อสู้ไว้ให้แน่น แล้วดึงมาทางด้านข้างที่จะตีเข่า ปลายเท้าชี้ลงสู่พื้นไปทางด้านหลัง วิธีนี้จะช่วยเพิ่มความรุนแรงของการตีเข่ามากขึ้นได้

 

เข่าตัด

 

การตีเข่าที่มีทิศทางการตีเข่าผ่านจากซ้ายไปขวา หรือจากขาวไปซ้าย ในทิศทางที่ขนานกับพื้น หรือเป็นแนวเดียวกัน หรือตีตัดลงมาหาพื้น โดยที่ปลายเท้า ชี้ไปทางด้านหลัง ให้ใช้แรงเหวี่ยงจากสะโพก เหวี่ยงตัดเข้าหาลำตัว ให้ส่วนของหัวเข่าปะทะกับเป้าหมายที่บริเวณต้นขา หรือชายโครงของคู่ต่อสู้

 

สิ่งสำคัญในการตีเข่าตัด ให้ใช้แรงบิดจากเอว พร้อมแรงดึงเข้าหา แล้วตี จึงจะมีแรงกระแทกมาก นอกจากนี้ การตีเข่า อาจจะใช้ การเหวี่ยงให้คู่ต่อสู้เสียหลักก่อน แล้วจึงตีเข่าสวน ซึ่งบางครั้ง การตีเข่าตัดขึ้นเป็นวงโค้ง จากด้านบนลงมาด้านล่าง จะเรียกลักษณะการตีเข่านี้ว่า "เข่าโค้ง"

 

เข่าลา

 

เป็นการตีเข่า โดยใช้บริเวณเข่าและแข้ง ปะทะเป้าหมาย ระยะการใช้เข่าลาอยู่ในระยะกลาง การตีเข่ารูปแบบนี้ ไม่ต้องจับคอ แต่ตีเฉียงในลักษณะคล้ายกับการเตะเฉียง อาจพับเข่าลงเล็กน้อย เป้าหมายให้ตีเข่าเข้าที่ท้อง และชายโครงของคู่ต่อสู้

 

เข่าลอย

 

เป็นการยกเข่าขึ้นทำมุม โดยการชี้ปลายเท้าไปทางข้างหลัง แล้วใช้เข่าพุ่งเข้าปะทะเป้าหมาย พร้อมกับยกดัดเท้าอีกข้างที่เป็นฐาน ให้ดีดพุ่งขึ้นลอยพ้นจากพื้น พุ่งไปยังเป้าหมายที่ต้องการ อย่างบริเวณ อก ลิ้นปี่ คาง และใบหน้า โดยสามารถใช้เข่านำ หรือเข่าตามก็ได้ การใช้เข่าลอย ในบางครั้ง อาจจะใช้พุ่งเข่าหน้าไปก่อน แล้วตามสลับเข่าหลัง เป็นเข่าหน้าเข้าปะทะเป้าหมายก็ได้

 

เข่าน้อย

 

เป็นการตีเข่าขณะที่เข้ากอดรัดคอ สะพายแล่ง หรือเอวร่วมกับคู่ต่อสู้ ให้ตีเข่าเข้าที่บริเวณต้นขา หรือท้องน้อยของคู่ต่อสู้เร็ว ๆ เน้นหลาย ๆ ครั้ง เป็นการรบกวนคู่ต่อสู้ให้ขัดเท้า และปวดเท้า หากถูกตีเข่าน้อยหลาย ๆ ครั้ง อาจจะทำให้คู่ต่อสู้ เสียเหลี่ยมได้ จึงนิยมใช้เมื่อคลุกวงใน

 

การตีเข่า ถือได้ว่าเป็น อาวุธในร่างกายที่มีพลัง และมีอานุภาพรุนแรงมาก นักมวย ควรใช้ให้คล่องและปรับได้หลากหลาย จึงจะได้เปรียบเชิงมวยในการต่อสู้ได้

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย ( Muay Thai ) มีทั้งแบบรุก และแบบรับ

สังเวียน มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ได้ มาตรฐาน

สังเวียน มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ได้ มาตรฐาน

สังเวียน มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ได้ มาตรฐาน

มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นได้รับความสนใจ ในทุกช่วงอายุ รวมถึงชาวต่างชาติ ที่ตั้งใจมาฝึก มวยไทย เพื่อเสริมสร้างสุขภาพ และ ป้องกันตัว ซึ่งการมี สังเวียน หรือ เวทีมวย ที่ได้ มาตรฐาน ก็เป็นสิ่งสำคัญ สำหรับการฝึกซ้อม มวยไทย เหมือนกัน

 

 ในสมัยก่อนนั้น ผู้คนจะฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อใช้ป้องกันตัว และ นำไปใช้ใน การต่อสู้ หรือ สงคราม แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน บ้านเมืองมีความสงบขึ้น มวยไทย ( Muay Thai ) ได้กลายมาเป็น กีฬาการต่อสู้ ที่ใช้อวัยวะของร่างกาย ให้เป็นประโยชน์ จนกระทั่งในปัจจุบันนี้ มวยไทย ( Muay Thai ) นอกจากฝึกเพื่อ สืบสานวัฒนธรรมแล้ว ยังได้กลายเป็นการฝึก เพื่อเสริมสร้างสุขภาพ เพื่อออกกำลังกาย หรือ ใช้ลดน้ำหนัก อีกด้วย

 

 ตามหลัก กติกาสากลแล้ว สนามมวย หรือ สังเวียนมวย ( Boxing Ring ) ที่ได้มาตรฐาน จะต้องมีลักษณะดังนี้

1. สนามมวย หรือ สังเวียนมวย ( Boxing Ring ) ต้องเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดเล็กด้านละ 6.10 ม. ( 20 ฟุต ) ขนาดใหญ่ด้านละ 7.32 ม. ( 24 ฟุต ) วัดจากข้างในเส้นเชือก และ พื้นสังเวียนสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 0.91 ม. ( 3 ฟุต ) แต่ห้ามเกิน 1.22 ม. ( 4 ฟุต )

 

2. เชือกกั้น ของ สนามมวย หรือ สังเวียนมวย ( Boxing Ring ) ต้องมีเชือก 4 เส้น และ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ของเชือกไม่ต่ำกว่า 1.5 นิ้ว โดยจะขึงติดกับเสาที่มุม สูงจากพื้นเวทีขึ้นไป 16 / 32 / 48 และ 60 นิ้ว ตามลำดับ ทั้งนี้ให้หุ้มเชือกด้วยวัสดุ ที่มีความเรียบ อ่อนนุ่ม และ เชือกในแต่ละด้าน ของ สนามมวย หรือ สังเวียนมวย ( Boxing Ring ) จะต้องผูกยึดกัน ด้วยผ้าเหนียวสองชิ้น โดยมีขนาดกว้าง 1-1.5 นิ้ว และ มีระยะห่างที่เท่ากัน ซึ่งผ้าที่ผูกนั้น ต้องไม่ลื่นไปตามเชือก

 

3. พื้นสังเวียน หรือ พื้นสนาม ต้องมีความปลอดภัย เรียบ ไม่มีสิ่งกีดขวางใด ๆ และ ต้องยื่นออกไปนอกเชือก อย่างน้อย 20 นิ้ว และ ต้องปูด้วยผ้าสักหลาด ยาง หรือ วัสดุอื่น ๆ ที่เหมาะสม โดยจะต้องมีลักษณะยืดหยุ่นได้ และ มีความหนาไม่น้อยกว่า 1.5 นิ้ว พร้อมปูทับด้วย ผ้าตึงคลุมพื้นเวทีทั้งหมด

 

4. มุม สนามมวย หรือ สังเวียนมวย ( Boxing Ring ) ต้องตั้งเสาที่มุมทั้งสี่มุม โดยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 นิ้ว และ สูงขึ้นไปจากเวที 60 นิ้ว พร้อมทั้งหุ้มนวม ที่มุมภายในเชือก ให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้เกิดอันตราย กับนักมวย และ มุมแดง จะอยู่ใกล้กับ ประธาน กรรมการ

 ควบคุมการแข่งขัน หรือ ประธานคณะลูกขุน

 

5. บันได จะมี 3 บันได และ ต้องมีความกว้าง ไม่น้อยกว่า 3 ฟุต ไว้ที่มุมต้องข้ามของ สนามมวย หรือ สังเวียนมวย ( Boxing Ring ) สองบันได เพื่อให้นักมวย และ พี่เลี้ยงขึ้นลง ส่วนอีกบันไดหนึ่งนั้นให้อยู่ที่ มุมตรงกลางสำหรับผู้ชี้ขาด และ แพทย์

 

6. ต้องมีกล่องพลาสติก ที่มุมกลางทั้งสองมุม นอก สนามมวย หรือ สังเวียนมวย ( Boxing Ring ) ให้ติดล่องพลาสติก มุมละกล่อง เพื่อให้ผู้ชี้ขาดทิ้งสำลี หรือ กระดาษบาง ๆ ที่ซับเลือดแล้ว

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

บุคคลสำคัญ มวยไทย ( Muay Thai ) แต่ละยุคสมัย

เครื่องแต่งกายมวยไทยโบราณ

มวยไทย ( Muay Thai ) มีทั้งแบบรุก และแบบรับ

มวยไทย ( Muay Thai ) มีทั้งแบบรุก และแบบรับ

ศิลปะ มวยไทย ( Muay Thai ) มีทั้งแบบรุก และแบบรับ ตามแบบฉบับเป็นการเลือกใช้ไม้ มวยไทย ( Muay Thai ) และกลวิธีต่าง ๆ มาผสมผสานกัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

     “ ไม้ มวยไทย ( Muay Thai ) ” ที่ใช้ในการชก มวยไทย ( Muay Thai )  ได้แก่ หมัด เท้า เข่า และศอก ซึ่ง การใช้หมัดชกคู่ต่อสู้ เรียกว่า “ ไม้หมัด ” การใช้เท้าเตะคู่ต่อสู้เรียกว่า “ ไม้เตะ ” การใช้เท้าถีบเรียกว่า “ ไม้ถีบ ” การใช้เข่าเรียกว่า “ ไม้เข่า ” การใช้ศอกเรียกว่า “ ไม้ศอก ” และยังมีการแบ่งตามลักษณะความสั้น-ยาวของการใช้ไม้ มวยไทย ( Muay Thai ) โดยแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ ไม้สั้น และ ไม้ยาว อีกด้วย

 

ศิลปะการรุก

     ไม้รุก คือ การใช้ไม้มวยต่าง ๆ มาประกอบกัน เพื่อการโจมตีคู่ต่อสู้ มีทั้งการหลอกล่อ และเข้าสู้กันจริง โดยทั่วไปไม้นำของไม้รุกจะเป็นไม้ยาว มีความรวดเร็ว รัดกุม มีหลักมั่นคง และสามารถใช้ไม้อื่นต่อไป ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการใช้ไม้จังหวะแรกว่าได้ผลดีหรือไม่ จึงนิยมใช้ไม้มวยแบบสลับบนล่าง หรือ ซ้ายสลับขวา เพื่อให้คู่ต่อสู้พะวง ถ้าใช้ไม้รุกเฉพาะส่วน หรือ ส่วนล่างอย่างเดียว จะง่ายต่อการป้องกันแก้ไข

     โดยทั่วไปไม้รุก มีตั้งแต่ 1 จังหวะจนไม่จำกัดจำนวน แต่ที่นิยมใช้และได้ผลดี รวมทั้งฝึกหัดได้ง่าย คือ ไม้รุก 1 จังหวะ, 2 จังหวะ และ 3 จังหวะ

- ไม้รุก 1 จังหวะ : การรุกเข้าไปแล้วใช้ไม้มวยเพียงอย่างเดียว เช่น การชกหมัดตรงขวา เตะขวา โยนเข่าขวาหรือด้านที่ถนัดที่สุด

- ไม้รุก 2 จังหวะ : การรุกเข้าไปแล้วใช้ไม้มวย 2 จังหวะ โดยจังหวะที่ 1 เป็นไม้หลอก เพื่อให้คู่ต่อสู้เสียหลัก แล้วตามด้วยใช้ไม้จริงในจังหวะที่ 2 แต่ต้องตามกันไปอย่างรวดเร็ว

- ไม้รุก 3 จังหวะ : การรุกเข้าไปแล้วใช้ไม้มวยจังหวะที่ 1,2 และ 3 ติดต่อกัน เช่น ต่อยหมัดนำ หมัดตรง แล้วเตะตาม หากฝึกจนเกิดความชำนาญจะสามารถใช้ไม้สั้น เช่น ศอก เข่า หมัดตวัด หมัดงัด เป็นไม้นำได้เช่นกัน

 

ศิลปะการรับ

      ไม้รับ คือ การนำเอาไม้มวยต่าง ๆ มาประกอบเข้าด้วยกัน เพื่อแก้ไขการจู่โจมของฝ่ายรุก ไม้มวยชนิดหนึ่งอาจแก้การจู่โจมของไม้มวยชนิดเดียวกัน หรือต่างชนิดได้ หรือแก้ทีละไม้ เช่น แก้การต่อย แก้การเตะ แก้การถีบ แก้การศอก แต่ในการชกมวยจริง ๆ ไม่ได้ชก หรือเตะเพียงจังหวะเดียว แต่จะรุกเป็นชุด จึงต้องทำทุกอย่างเพื่อแก้ไขการจู่โจม เช่น การถอยออกให้พ้นระยะ เพื่อไม่ให้ถูกอาวุธของคู่ต่อสู้ การหลบหลีก การปัดป้อง และการตอบโต้ ซึ่งมีทั้งการชิงลงมือก่อน การถอยแล้วตอบโต้ การหลบหลีกแล้วตอบโต้

1. การหลอกล่อ คือ การเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อให้คู่ต่อสู้เข้าใจผิด หรือเพื่อไม่ให้คู่ต่อสู้จับทางได้ ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวอวัยวะต่าง ๆ โดยไม่เคลื่อนที่ไปจากที่เดิม แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ

- หลอกด้วยสายตา : มองสูงแต่ใช้ไม้มวยไปสู่เป้าหมายที่ต่ำ หรือ มองต่ำแต่ใช้ไม้มวยไปสู่เป้าหมายที่สูง

- หลอกด้วยศีรษะ : การเคลื่อนไหวศีรษะไปมาทั้งด้านซ้ายและด้านขวา เพื่อให้คู่ต่อสู้หลงทาง

- หลอกล่อด้วยการเคลื่อนไหวลำตัว : การอาศัยความอ่อนตัว เช่น การโยกเอวหรือโยกลำตัวไปทางซ้ายและขวา

2. การถอยให้พ้นระยะ คือ การถอยให้ห่างจากคู่ต่อสู้ อาจกระโดดเคลื่อนเท้าถอยหลัง หรือก้าวถอยหลัง แต่ต้องให้พ้นระยะไม้มวยของคู่ต่อสู้ ในการถอยเมื่อพ้นระยะแล้ว จะต้องอยู่ในท่าที่พร้อมจะตอบโต้คู่ต่อสู้ทันที

3. การโยกตัวหรือการเอนตัวให้พ้นระยะ คือ การโยกตัวหรือเอนตัวออกให้พ้นระยะคู่ต่อสู้

4. การหลบหลีก คือ การเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อหลบหลีกไม้มวยของคู่ต่อสู้ที่จู่โจมมา อาจใช้วิธีก้มตัวหลบด้านซ้าย และขวา

5. การปัดให้เบี่ยงเบนออกไป คือ การใช้มือหรือแขนปัดไม้มวยไปยังเป้าหมายอื่น

6. การปัดป้อง คือ การใช้ส่วนต่าง ๆ ที่แข็งแรงของร่างกายปัดป้องอวัยวะที่เป็นจุดอ่อนของร่างกาย เช่น การใช้เข่าปัดป้องท้อง รวมถึงบริเวณลำตัว การใช้ศอกและเข่าบริเวณหน้าอก

7. การบังเกาะจับ คือ การบังไม่ให้ไม้มวยคู่ต่อสู้ปะทะกับตัวเรา การบังนั้นจะต้องอาศัยการผ่อนแรงถูกจังหวะ และเหมาะสมจึงจะได้ผลดี เมื่อบังเกาะจับได้แล้ว ก็สามารถใช้ไม้มวยตอบโต้ได้ทันที

8. การทำให้ล้ม ใน มวยไทย ( Muay Thai ) มีหลายแบบ แต่ที่ถูกต้องตามกติกาคือ ใช้วิธีการบังเกาะจับแล้วผลักให้ล้ม หรือการกอดรัดแล้วเหวี่ยงให้ล้ม

     และนี่คือ ศิลปะการรุก ( ไม้รุก ) และศิลปะการรับ (ไม้รับ) ที่น่าสนใจของ มวยไทย ( Muay Thai ) เหมือนจะเป็นเรื่องง่ายแต่จริง ๆ แล้วต้องอาศัยความชำนาญจากการหมั่นฝึกซ้อม เพื่อให้เลือกใช้ไม้ มวยไทย ( Muay Thai )  และกลวิธีต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

ฝึกพันข้อมือ ฉบับ มวยไทย ( Muay thai )

อาชีพ มวยไทย ไม่ได้เป็นกันได้ง่าย ๆ

รำมวย ก่อนขึ้นชก มีความหมายอย่างไรกับ มวยไทย

รำมวย ก่อนขึ้นชก มีความหมายอย่างไรกับ มวยไทย

สำหรับ มวยไทย นั้นเป็นกีฬา ที่ได้รับความนิยมอย่างมากไม่ใช้แค่ในประเทศไทยเพียงอย่างเดียวแต่ยังรวมไปถึงต่างปกระเทศอีกด้วยแต่มีใครเคยสงสัยไหมว่าทำไมนักมวยจึงต้องการมี รำมวย ก่อนชก วันนี้เราจะไปหาคำตอบกัน

 

                มวยไทย นั้น นับได้ว่าเป็นกีฬา ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นคนต่างประเทศต่างก็พากันให้ความสนใจ ดดถมยังได้มีโรงยิม หรือ ค่ายมวย เปิดขึ้นมากมายในปัจจุบัน เพื่อที่จะสร้าง นักมวย หรือ ฝึกมวย นักมวยที่มีความสามารถ ออกมาแข่งขัน และทำให้ มวยไทย นั้นเป็นกีฬา ที่เป็นที่ยอมรับกันในหลายๆ ประเทศ แถมมวยไทย ยังเป็นศิลปะ การต่อสู้ของไทย ที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวความเป็นมา หรือ ท่าทางการต่อสู้ ล้วนแล้ว เป็นเสน่ห์ ที่ทำให้ ใครๆ หลายๆ คนหลงรักในกีฬา มวยไทย และที่สำคัญไปกว่านั้น มวยไทย ถือเป็นกีฬา ที่ต้องมีความเคารพ ไม่ว่าจะเป็น คู่ต้อสู้ หรือ ครูผู้ที่ฝึกสอน นั้นจึงเป็นที่มาของการ รำมวย ก่อนที่จะมีการ ชก

                เคยนึกสงสัย กันไหมว่า ทำไมถึงต้องมีการ รำไหว้ครู แล้วทำไมต้องมีท่าทางต่างๆ ในการรำเรา ต้องบอกก่อนเลยว่า การทำความเคารพก็เป็นเอกลักษณ์ที่สวยงาม ของคนไทยมาดั่งเดิมอยู่แล้วนั้นจึงทำให้ มวยไทย มีเสน่ห์ และยังเป็นกีฬา ที่ได้ขึ้นชื่อว่า เป็นกีฬาประจำชาติไทย ดังนั้นการ รำไหว้ครู ของ มวยไทยนั้น ที่เป็นจารีตประเพณีสำคัญในการแสดงความเคารพ และแถม ยังเป็นพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งผู้เรียนฝึกฝนจะต้องมีการขึ้นครู เป็นสิ่งแรกด้วยเช่นกัน และ การไหว้ครูก่อนที่จะมีการแข่งขัน หรือ ก่อนเริ่มการ ชกของ มวยไทย ถือว่าเป็นข้อแตกต่างจากกีฬาอื่นๆ โดยเฉพาะ กีฬา ต่อสู้ ที่ใช้การชก อย่าง " คิกบ็อกซิง " ( kick boxing ) ที่ได้มีการลอกเลียนแบบการ ชกมวย ของไทย ต้องบอกเลยว่า แทบจะเหมือนกันทุกอย่างเพียงแต่ไม่ให้ใช้ ศอกในการชกบนสนาม และ ไม่มีการไหว้ครูก่อนเริ่ม ดังนั้น ในการรำไหว้ครูจึงถือเป็นจุดเด่น และ เอกลักษณ์ของกีฬามวยไทยอย่างแท้จริง นั้นเอง และแถมยังเป็น ความงดงาม ที่ก็ ในลายๆประเภท ไม่มีอีกด้วย

 

ยศ เรืองสา ได้กล่าวถึงข้อควรปฏิบัติของผู้ฝึกมวย ในหนังสือ ตำรามวยไทยตำรับพระเจ้าเสือว่า นักมวยมีข้อพึงปฏิบัติดังนี้

 

๑) จงทำตน เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน

๒) จงสุภาพ ต่อคนทั่วไป

๓) จงเป็นผู้มี สันติธรรมไม่พาลเกเร

๔) จงเป็นผู้ซื่อสัตย์ ต่อตัวเอง และ ผู้อื่น

๕) ต้องเป็นผู้มีมานะบากบั่น ไม่ย่อท้อต่อทุกสิ่ง

๖) จงเป็นผู้เสียสละต่อหมู่ชน เมื่อประเทศชาติต้องการ

๗) จงสร้างแก่นแท้ของจิตใจให้ แกร่งกร้าวเยี่ยงเหล็กเพชร

๘) จงเป็นผู้เห็นธรรมในหลักพระพุทธศาสนา และ มีศีลธรรมประจำใจ

๙) ต้องเป็นคนตรงต่อเวลา รักชื่อเสียง และ ค่ายคณะของตน

๑๐) ต้องออกกำลังกายอยู่ เสมอเป็นประจำ

๑๑) ต้องไม่เอาเปรียบคู่ต่อสู้ในทางผิดกติกา และ ศีลธรรม

๑๒) ต้องเคารพกฎหมาย ของบ้านเมือง

 

นอกเหนือจากการ ขึ้นครู นั้น ก็จะมีการ ครอบครู นั้นหมายถึงว่า การที่ศิษย์ได้ศึกษาศิลปะ มวยไทย จนหมดสิ้นแล้ว และ ยังสามารถถ่ายทอดวิชาให้แก่ผู้อื่นได้ ก็จะทำพิธีครอบครูให้ นั้นเอง

 

ประโยชน์จากการร่ายรำไหว้ครู

 

๑) เป็นการ ปลูกฝังนิสัยให้ของ นักมวย นั้นก็ คือให้มีความ รู้จักรัก เคารพครูอาจารย์ บิดามารดา ผู้ให้กำเนิดมวยไทย

๒) เป็นการ ปลูกฝังจิตสำนึกให้ ตระหนักใน คุณค่าของศิลปะ แม่ไม้ มวยไทย เกิดความรัก และ หวงแหนที่จะอนุรักษ์ให้คงไว้สืบไป

๓) เป็นการสร้าง กิจกรรมเผยแพร่เอกลักษณ์ และ ศิลปวัฒนธรรมประจำชาติได้อย่างสง่างาม สมศักดิ์ศรี และยังเป็นความงดงามของศิลปะ การต่อสู้ของไทย

 

โดยหัวใจ หลักๆของการร่าย รำไหว้ครู นั้น นั้นก็คือ การระลึกถึงพระคุณ ของบิดามารดา ครูบาอาจารย์ ที่ช่วยประสิทธิ์ประสาทวิชา หรือ ผู้ที่ค่อนสอน ค่อนฝึก ให้กับเรา และ ระลึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ช่วยปกป้องคุ้มครอง รักษาให้รอดพ้นจากภัยอันตราย ที่ตะเกิดขึ้นกับเรา และใน ส่วนการ ร่ายรำ นั้น ถือเป็นการแสดงถึงความฮึกเหิม ทำให้ คู้ต่อสู้กลัว ปลุกใจ และทำให้ ไม่เกรงกลัวคู่ต่อสู้ และถือยัง เป็นการอบอุ่นร่างกาย ของเรา ได้ยืดเส้นยืดสายไปด้วยในตัว รวมทั้งได้ดูชั้นเชิงคู่ต่อสู้ ดูสถานที่ในการหลบหลีก ขณะเข้าโรมรันพันตูกับคู่ต่อสู้ อีกด้วย

 

มวยไทย นั้นถือเป็นกีฬา ที่งดงาม และ สวยงามแถมยังมี ประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน ของคนไทย ทำให้ ไม่ว่าจะเป็นคนไทย หรือ คนต่างประเทศ ต่างให้ความสนใจ และ รักษา กีฬาประเภทนี้ไว้ ให้ ลูกๆ หรือ คนรุ่นหลังได้ศึกษา ได้ฝึกวิชาการต่อสู้ สำหรับคนที่สนใจ สามารถลองศึกษา หาความรู้ หรือ ลองไปฝึกในค่ายมวย เพื่อลองเรียนรู้ ว่า มวยไทย ทำไมถึงมีคนสนใจมากมาย ขนาดนี้

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

รูปแบบการออก หมัด สำหรับ มวยไทย

ไม่เป็น มวย แต่อย่าฝึก มวย เริ่มจากกอะไรดี

 

ประเพณี เกี่ยวกับ มวยไทย

ประเพณี เกี่ยวกับ มวยไทย

มวยไทย ศิลปะการต่อสู้ที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน จึงมีประเพณีอันดีงามเกี่ยวกับมวยไทยเกิดขึ้นด้วย โดยเฉพาะ ประเพณี ที่แสดงถึงความเคารพ นบน้อม และคารวะต่อครูบาอาจารย์ ผู้สั่งสอนวิชามวยไทยให้แก่ลูกศิษย์

 

การขึ้นครู

 

เป็นพิธีขั้นแรกที่ศิษย์จะมาไหว้ครู เพื่อมาฝากตัวเป็นศิษย์ การไหว้ครูถือว่าเป็นประเพณีที่สำคัญของมวยไทย และถือว่าเป็นพิธีการอันศักดิ์สิทธิ์ สมัยโบราณกาล " ขึ้นครู " เปรียบเสมือนพิธีการมอบตนเอง ในลักษณะขออยู่ใต้บังคับบัญชาของครู เพื่อร่ำเรียนวิทยาการ ในฐานะคนที่ว่าง่าย สอนง่าย และกล้าหาญ เพื่อเตรียมตัว และปรับปรุงตนสู่ความเป็นทหารพระราชา นักมวยจะต้องมีครู ต้องเคาระและเทิดทูนครู เพราะการที่ครูจะยอมรับศิษย์แต่ละคนไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจาก มวยไทย เป็นศิลปะการต่อสู้ของคนไทย ที่เป็นมรดกสืบทอดกันมาแต่โบราณกาล

 

ในอดีตผู้สมัครเป็นศิษย์ จะมีความรู้สึกว่า ยากแสนยาก กว่าจะได้เรียนรู้ถึงศาสตร์ชิ้นนี้ได้ เพราะในสมัยนั้นครูอาจารย์ที่เชี่ยวชาญมีอยู่ไม่มากนัก อีกประการหนึ่ง ท่านก็ไม่ได้คิดค่าสอนหรือมีค่าตอบแทนแต่อย่างใด ผู้มีประสงค์จะศึกษาเล่าเรียนต้องฝากเนื้อฝากตัวกับครู คอยปรนนิบัติอยู่เป็นเวลานาน จนกว่าจะได้รับการถ่ายทอดวิชามวยไทยครบถ้วน ด้วยเหตุนี้ ครูและศิษย์มวยไทยในสมัยก่อนนั้น จึงมีความสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่นดุจบิดามารดา

 

พิธีไหว้ครูมวยไทย

 

เป็นเอกลักษณ์ของมวยไทยตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ที่ก่อนนักมวยทำการแข่งขันจะมีการร่ายรำไหว้ครูมวย ซึ่งเป็นวัฒนธรรมไทยแท้ที่สืบสานมายาวนาน จนกลายเป็น อัตลักษณ์ของความเป็น "มวยไทย" สาเหตุที่ศิษย์ต้องมี ความกตัญญต่อครูอาจารย์นั้น เป็นเพราะ วิชามวยเมื่อครั้งโบราณ มีการฝึกฝนไว้ป้องกันอันตรายจากคู่ต่อสู้ ซึ่งในการฝึกซ้อม หากไม่มีครูอาจารย์ที่ชำนาญคอยสอนสั่ง ผู้ฝึกมวยอาจพลาดพลั้งและเกิดอันตรายได้ ดังนั้นศิษย์จึงต้องเชื่อฟังครูและศรัทธาครู เพื่อให้การฝึกเป็นไปด้วยดี

 

ขณะเดียวกัน ครูผู้อบรมสั่งสอนต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจ จนกว่าศิษย์จะเชี่ยวชาญ ชำนาญได้ ซึ่งต้องใช้เวลาหลายปีเพราะการฝึกมวยไทยไม่ใช่เรื่องง่ายๆ หากครูไม่มีความรัก และความเมตตาต่อศิษย์ ไม่เอาใจใส่ในการฝึกฝนของศิษย์อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ด้วยความเคารพรัก และแสดงออกถึงความเชื่อ ความศรัทธาต่อครูบาอาจารย์ การไหว้ครูจึงเกิดขึ้นคู่กับ มวยไทยมาแต่อดีตกาล จนกลายเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาในวงการมวยไทยตลอดมา

 

พิธีครอบครู

 

การที่ศิษย์ ได้ศึกษาศิลปะมวยไทย จนสำเร็จแล้ว และสามารถถ่ายทอดวิชาให้แก่ผู้อื่นได้ ครูพอใจจะให้เป็นครูมวยต่อไป ก็จะทำพิธีครอบครูให้ เพื่อสืบทอดศิลปะมวยไทยของครูมวยสายนั้น โดยจะทำพิธีครอบครูในวันพฤหัสบดีก่อนเที่ยงที่บ้านของครูมวยหรือในโบสถ์

 

พิธีไหว้ครู ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูต่อครูอาจารย์ เป็นวัฒนธรรมไทยแท้ที่สืบสานมายาวนาน อันจะเป็นพิธีใหญ่จัดปีละครั้ง ตามแต่ครูจะกำหนด ในพิธีจะมีการตั้งโต๊ะแต่งเครื่องสังเวยเทวดา และบูชาครูอาจารย์ที่ล่วงลับไปแล้วทุกท่าน รูปแบบและพิธีการไหว้ครูจะแตกต่างกันในแต่ละสำนักแล้วแต่ครูอาจารย์ของสำนักนั้นกำหนดขึ้น และมีการปฏิบัติสืบต่อกันมา

 

ประเพณีการขึ้นครู และพิธีครอบครู นับวันยิ่งค่อย ๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา อันเนื่องมาจาก สภาพสังคมในปัจจุบันที่เปลี่ยนไปและแตกต่างจากในอดีตมาก  แต่ประเพณี การไหว้ครูมวยไทย ก็ยังสามารถเห็นได้อยู่ในการแข่งขันมวยไทยที่การแข่งขัน จะมีการไหว้ครูมวยไทย เพื่อระลึกถึงบุญคุณของครูมวยไทย นั่นเอง

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ฝึกพันข้อมือ ฉบับ มวยไทย ( Muay thai )

อาชีพ มวยไทย ไม่ได้เป็นกันได้ง่าย ๆ

ฝึกพันข้อมือ ฉบับ มวยไทย ( Muay thai )

ฝึกพันข้อมือ ฉบับ มวยไทย ( Muay thai )

อวัยวะสำคัญที่สุดในการชก มวยไทย ( Muay thai ) คือ ข้อมือ เพราะฉะนั้นการพันข้อมือเป็นสิ่งสำคัญ ป้องกันทั้งข้อต่อ และข้อมือ กระดูด ชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่อาจจะเกิดอาการบาดเจ็บได้ง่าย รวมไปถึงซัพพอท สันหมัดอีกด้วย

 

     มวยไทย ( Muay Thai ) คือ ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว ( Martial Art ) และเป็นกีฬา ( Sport ) ประจำชาติไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณ มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวที่ร้ายกาจ รุนแรง มหัศจรรย์ แตกต่างจากศิลปะการต่อสู้ของชนชาติอื่นใด เพราะ มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นการต่อสู้ด้วยอาวุธธรรมชาติ ใช้อวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเป็นอาวุธได้หลากหลายชนิดมากกว่า เช่น หมัด ศอก เข่า เท้า เข้าทำอันตรายคู่ต่อสู้ โดยปราศจากการใช้อาวุธวัตถุใด ๆ จากภายนอก

     ศิลปะ มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นการต่อสู้ด้วยอาวุธมือเปล่า ทั้งในระยะห่างตัว ระยะใกล้ตัว และระยะประชิดตัว จนได้รับการยอมรับว่า เป็นการต่อสู้ที่ผสมผสานของศาสตร์ และศิลป์ได้อย่างสวยงาม และอันตรายยิ่ง

     ในปัจจุบัน มวยไทย ( Muay Thai ) ได้รับการยอมรับ และแพร่หลายไปทั่วโลก มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นทั้งศิลปะการต่อสู้เพื่อป้องกันตนเอง ( Self defense ) และเป็นทั้งกีฬาสมัครเล่น และอาชีพ ( Amateur and professional )

     เรียกได้ว่า มวยไทย ( Muay thai ) กับคนไทย ถือเป็นสิ่งที่อยู่คู่กันมาอย่างยาวนาน จนปัจจุบันกลายเป็นกีฬาที่ใครหลายคนเลือกฝึกเพื่อเสริมความแข็งแรงให้ตัวเอง ใช้ป้องกันตัว รวมถึงลดน้ำหนักด้วย แต่ก่อนที่จะชก มวยไทย ( Muay thai ) นั้น การเตรียมตัวให้พร้อมถือเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งรวมไปถึงการพันข้อมือก่อนใส่นวมด้วย ว่าแล้วกระปุกดอทคอมจึงหยิบวิธีพันข้อมือที่ถูกต้องมาแนะนำค่ะ

 

1. ทำไม มวยไทย ( Muay thai ) นักมวยต้องพันข้อมือ

    เหตุผลที่นักมวยทั้งมือใหม่ และมืออาชีพต้องพันข้อมือนั้น ก็เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นกับจากการชกมวย ซึ่งถือว่ามือเป็นอวัยวะที่สำคัญสุด ๆ ของกีฬาประเภทนี้ ที่อาศัยการชกเป็นหลักนั่นเอง โดยการพันมือจะช่วยป้องกันทั้งข้อต่อ และกระดูกชิ้นเล็กชิ้นน้อย ซึ่งเป็นจุดที่แตกหักได้ง่าย หากมีการชกซ้ำไปซ้ำมา รวมถึงซัพพอร์ตข้อมือ นิ้ว และสันหมัดด้วย

2. ประเภทของผ้าพันข้อมือของ มวยไทย ( Muay thai )

     ผ้าพันข้อมือแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้

  • ผ้าพันมือแบบคอตตอน เป็นผ้าพันมือที่นิยมใช้ในการฝึกซ้อม มีความยืดหยุ่นสูง มาพร้อมกับตีนตุ๊กแก ช่วยให้ไม่หลุดง่าย
  • ผ้าพันมือแบบเม็กซิกัน ผ้าประเภทนี้จะดูคล้ายกับแบบแรก แต่มีความแตกต่างกันตรงวัสดุที่ใช้ในการผลิต ซึ่งผ้าพันมือแบบเม็กซิกันจะใช้ผ้าทอผสมกับเส้นใยอีลาสติก ที่ให้ความยืดหยุ่นพอสมควร แต่น้อยกว่าแบบแรก
  • ผ้าก๊อซ หรือ ผ้าพันแผลที่หลายคนรู้จักกันดี เป็นผ้าที่มักใช้พันข้อมือร่วมกับเทปกาว เพื่อลงแข่งขันชกมวยแบบจริงจังมากกว่าการฝึกซ้อม ทั้งยังเป็นแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งด้วย

 

วิธีพันข้อมือ มวยไทย ( Muay thai ) ของนักมวยที่ถูกต้อง

1. เลือกใช้ผ้าพันมือแบบมีห่วงสำหรับสอดนิ้วโป้ง และมีตีนตุ๊กแก ซึ่งจะช่วยให้พันข้อมือได้สะดวกยิ่งขึ้น

2. เริ่มจากนำนิ้วโป้งสอดเข้าไปในห่วงของผ้าพันมือให้เรียบร้อย

3. จากนั้นให้พันวนรอบด้านหลังมือ พร้อมดึงผ้าให้ตึง

4. ต่อมาให้พันบริเวณข้อมือสัก 3-4 รอบ ขึ้นอยู่กับความยาวของผ้าพันมือที่เลือกใช้ เพราะยิ่งยาวก็ยิ่งพันได้หลายรอบ ซึ่งช่วยซัพพอร์ตข้อมือได้ดีกว่า

5. แล้วให้ขยับขึ้นมาพันรอบฝ่ามือสัก 3-4 รอบเช่นกัน ซึ่งในการพันแต่ละรอบ ควรดึงผ้าให้ตึงอยู่เสมอ

6. จากนั้นให้พันผ้าเป็นรูปตัว X โดยพันไขว้ขึ้นเข้าไปในช่องระหว่างนิ้วก้อย และนิ้วนาง แล้วพันกลับขึ้นมาทางช่องระหว่างนิ้วชี้และนิ้วโป้ง

7. พันเป็นรูปตัว X เข้าไปในช่องระหว่างนิ้วที่เหลือ ซึ่งก็คือระหว่างนิ้วนาง และนิ้วกลาง กับระหว่างนิ้วกลาง และนิ้วชี้

8. ดึงผ้าให้ตึง แล้วพันผ้ารอบนิ้วโป้ง 1 รอบ

9. ต่อมาให้พลิกฝ่ามือขึ้นเพื่อพันผ้าสำหรับล็อกนิ้วโป้ง โดยการพันที่ข้อมือ และนิ้วโป้งตามภาพ

10. จากนั้นก็พันผ้ารอบฝ่ามืออีก 3-4 รอบ พันให้แน่นเข้าไว้ ส่วนผ้าที่เหลือให้ใช้พันข้อมือสลับกับฝ่ามือจนสุด แล้วปิดทับด้วยตีนตุ๊กแก ก็เป็นอันว่าเสร็จ

 

ประโยชน์ของการพันข้อมือ

  • ช่วยรองรับแรงกระแทกต่อข้อต่อร่างกาย
  • ช่วยยึดข้อต่อ และกระดูกฝ่ามือให้อยู่กับที่ ซึ่งเป็นจุดที่แตกหักได้ง่าย
  • ช่วยปกป้องข้อมือ นิ้วโป้ง และสันหมัด
  • ช่วยดูดซับเหงื่อ จึงลดกลิ่นอับชื้นที่ไม่พึงประสงค์ในนวม
  • ช่วยห่อหุ้มมือให้เต็มนวมต่อยมวย

 

     เมื่อได้ทราบอย่างนี้แล้ว ใครที่อยากลองออกกำลังด้วยการฝึกชกมวยบ้างละก็ ลองใช้วิธีพันข้อมือข้างต้นกันได้เลย บอกเลยว่าช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บที่มือได้ดีในระดับหนึ่งเลยทีเดียว ส่วนใครที่อยากฟิตร่างกายกับ มวยไทย ขอแนะนำ เจริญทองมวยไทย ยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) มีเทรนเนอร์ที่มีประสบการณ์ดูแลอย่างใกล้ชิด

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

อาชีพ มวยไทย ไม่ได้เป็นกันได้ง่าย ๆ

ต่อย มวยไทย อย่างไร ให้ได้ผลดีที่สุด

อาชีพ มวยไทย ไม่ได้เป็นกันได้ง่าย ๆ

อาชีพ มวยไทย ไม่ได้เป็นกันได้ง่าย ๆ

กีฬามวยในประเทศไทยของเรา ถือว่าเป็นกีฬาอันดับต้น ๆ ที่มีคนรู้จัก และให้ความสนใจเป็นอย่างมากที่สุด มาดูกันว่าดว่าจะเป็นอาชีพ มวยไทย เนี่ย เขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง

 

     กีฬา มวยไทย และนักกีฬา มวยไทย มีชื่อเสียงในระดับสากลที่ทั่วโลกยอมรับมานานตั้งแต่อดีตจนกระทั่งถึงปัจจุบัน เพราะเป็นศิลปะการต่อสู้ที่มีความโดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์ด้วยมีเทคนิคการใช้ท่าทางการต่อสู้ที่สวยงาม สามารถใช้อาวุธได้ทั้งหมัด ศอก เข่า และเท้า และมีการปะทะที่รุนแรงกว่าการต่อสู้ที่ ชาวต่างชาติจะรู้จัก และคุ้นเคยกับมวยแบบ kick boxing  จึงได้รับความสนใจ และชาวต่างชาติจำนวนไม่น้อยที่ต้องการเข้ามาฝึกการชก มวยไทย

 

มวยไทย ศิลปะการต่อสู้ที่มีอาวุธรอบตัวนั้นจริงหรือไม่ ?

     คำว่า มวยไทย มีอาวุธรอบตัว เป็นความจริงที่พิสูจน์มาแล้วจากนักกีฬาหลายรุ่น ด้วยศิลปะการใช้เท้า หมัด เข่า และศอก เป็นพื้นฐานที่ครูมวยในอดีตได้คิดค้นท่วงท่าต่าง ๆ ขึ้นมาใช้ จากนั้นจึงได้มีการบันทึกด้วยภาพ และการเขียนเอาไว้ให้นักกีฬารุ่นหลังได้ใช้ประโยชน์

1. การใช้เท้า ที่มีทั้งการเตะ และการถีบ ในการเตะจะใช้การเตะเฉียงสามารถเตะได้ด้วยเท้าหน้า และหลัง นอกจากนี้ยังมีการเตะตรง เตะตัด การเตะแบบตวัดเท้า และการเตะกลับหลัง การถีบก็สามารถถีบตรง หรือถีบข้างได้ จะเป็นอาวุธที่มีความรุนแรงมากถ้าหากถีบโดนบริเวณสำคัญ ๆ อย่าง ลิ้นปี่ หน้า และศีรษะ

2. การใช้เข่า โดยการโน้มตัวคู่ต่อสู้เข้ามาแล้วพุ่งเข่าเข้าปะทะกับส่วนที่ต้องการ โดยเฉพาะบริเวณที่ถือว่าเป็นจุดอ่อนอย่างลิ้นปี่ ท้องน้อย และหน้าขา เป็นต้น นับว่าเป็นอาวุธที่มีความแข็งแกร่งมากที่สุดถ้าหากใช้งานได้อย่างชำนาญ

3. การใช้ศอก ทั้งศอกตีและศอกตัด ใช้ในระยะประชิด โดยมีเป้าหมายบริเวณสำคัญ คือ ใบหน้า ทั้งคิ้ว ปลายคาง และโหนกแก้ม อาจจะรุนแรงถึงขั้นชนะน็อคเอาท์ได้

4. การใช้หมัด หรือกำปั้นเข้าโจมตีเป้าหมายได้หลากหลาย ส่วนความหนักเบาของอาวุธอย่างหมัด ขึ้นอยู่กับความชำนาญ และเทคนิคการใช้ของนักกีฬาแต่ละคน มีหลายคนที่ได้รับฉายาว่าหมัดหนัก อย่างเขาทราย กาแล็คซี ได้รับฉายาว่า “ซ้ายทะลวงไส้” เพราะใช้หมัดซ้ายได้อย่างหนักหน่วงและคล่องแคล่ว

 

     หากใครเคยผ่าน หรือมีโอกาสได้เข้าไปเห็นบรรยากาศการซ้อม มวยไทย ภายในยิมมวย หรือค่ายมวยต่าง ๆ ก็จะรู้ดีว่า แหล่านักมวยนั้น เขาซ้อมกันอย่างหนักหน่วงมากเพียงใด เขาจะต้องอดทนต่อการฝึกซ้อม การควบคุมอาหารการกิน น้ำหนัก เพื่อให้มีร่างกายที่ดีที่สุด แข็งแกร่งที่สุด วันนี้เรามีท่าที่เหล่านักมวยอาชีพเขาใช้ในการสสร้างร่างกายแบบนัก มวยไทย มาฝากค่ะ

  • Shoulder Presses

Shoulder Presses เป็นท่าที่สร้างกล้ามเนื้อหัวไหล่ได้อย่างดี โดยอุปกรณ์ที่ใช้เป็นหลัก คือ ดัมเบล ( Dumbbell ) ถ้าหากไม่มีจะใช้เป็นขวดน้ำก็ได้ แล้วจับให้มั่นจากนั้นดันขึ้นเหนือหัว ละลง อย่างต่อเนื่อง

  • Clap Press – Up

Clap Press – Up เป็นวิธีการออกกำลังกายที่ง่าย และสามารถทำตอนไหนก็ได้ ท่านี้ไม่ได้เพิ่มแค่ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยปรับเรื่องของ Body Balance ที่จำเป็นอย่างมากสำหรับนัก มวยไทย

  • Plank

เป็นท่าที่ทำยาก และทรมานที่สุด เพราะต้องอาศัยความแข็งแรงของร่างกายหลาย ๆ ส่วน เป็นท่านักมวยทุกคนให้ความสำคัญ ลองทำควบคู่กับการ Crunches และ Sit Up จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น Plank จะเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายส่วนกลาง ให้ทนต่อหมดหนัก ๆ ของคู่ต่อสู้

  • คาร์ดิโอ ( Cardio )

ถ้าอยากมีหุ่นที่ฟิตแบบนักมวย ต้องเริ่มจาก คาร์ดิโอ ( Cardio )  เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ทำโดยการ ซิทอัพ วิ่ง กระโดดเชือก ต้องฝึกแบบการกระโดดที่หลากหลาย และการฝึกความแข็งแรงของร่างกายในส่วนต่าง ๆ เช่น การดึงข้อ การบริหารกล้ามเนื้อหลังแขน การวิดพื้น และการฝึกด้วยลูกบอลเทรนนิ่งในท่าทางต่าง ๆ

  • Foot work

Foot work ฝึกเพื่อใช้ในการหลบหลีกหมัดคู่ต่อสู้ ความว่องไวในการ Foot work จะช่วยเพิ่มความสามารถในการรับมือในการต่อสู้กับคู่ชกได้อย่างดี

  • Shadow Boxing

Shadow Boxing เป็นการฝึกชกลม เพื่อให้นักชกฝึกการออกหมัด และท่าทางที่ถูกต้อง การชกลมเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการสร้างเทคนิคการชก การรักษาน้ำหนักความแข็งแรงของร่างกาย และสามารถฝึกที่ไหนก็ได้ ที่ทำให้เราขยับช่วงบนได้อย่างเป็นอิสระมากขึ้น

  • Bag Work

Bag Work คือการต่อยกระสอบทราย ที่สามารถฝึกความแข็งแกร่งของหมัด สายตา และการป้องกัน

  • Skipping

Skipping เป็นการหลบหลีกหมัดของคู่ต่อสู้ อาศัยความว่องไวของ Foot work ทำได้ง่าย ๆ โดย มีเชือกเส้นเดียวกับลานโล่ง ๆ Skipping เป็นสิ่งสำคัญของนักมวย จะขาดไม่ได้ในเวลาซ้อม และยังเป็นท่าที่ใช้รักษาสภาพร่างกายให้พร้อมอยู่เสมอ

  • Push Ups

Push Ups เป็นท่าที่ทำยาก สำหรับคนไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย การออกกำลังกายโดย Push Ups จะให้ประโยชน์กับกล้ามเนื้อหลายส่วน รวมถึงเพิ่มแรงผลักเวลาที่ต้องคลุกวงกับคู่ต่อสู้ จึงเป็นที่นิยมกันในหมู่นักมวย

  • Squats

Squats เป็นการออกกำลังกายที่จะช่วยเสริมความแข็งแรงของร่างกายในส่วนล่าง เพราะนักมวยจะต้องมีการยืนที่มั่นคง พร้อมที่ปล่อยหมัดเพื่อรุกผู้ต่อสู้ได้ตลอดเวลา หากทำท่า Squats ร่วมกับท่าบริหารสะโพกส่วนอื่นให้เหมาะสม จะช่วยให้คุณมีช่วงล่างที่แข็งแรงแน่นอน แต่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ

  • Chin Ups

Chin Ups เป็นการออกกำลังกายที่ช่วยให้ช่วงบนแข็งแรง และสมส่วน จะช่วยสร้างกล้ามเนื้อ ช่วงแขน อก ไหล่ ในท่าเดียวกัน แต่ไม่ควรหักโหมเกินไปจนกล้ามเนื้อบาดเจ็บ

  • Burpees

Burpees เป็นหัวใจสำคัญในการออกกำลังกายให้ได้ผล หากใครอยากมีรูปร่างที่สมส่วน  ถ้าทำท่า Burpees อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ควบคุมน้ำหนักตัว หรือเพิ่มความแข็งแรงในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ด้วย

 

     บอกเลยว่ากว่าจะมาเป็น อาชีพ มวยไทย นั้น เรียกได้ว่าต้องอดทน มุ่งมั่น ทั้งร่างกาย และสภาพจิตใจเลยทีเดียว หากคุณอยากออกกำลังกาย ให้ได้ร่างกายที่แข็งแกร่งแบบนักมวยอาชีพก็ลองดูได้นะ แต่ต้องระวังให้มาก ๆ เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้ ยังไงก็ควรจะอยู่ในการดูแลของผู้ที่รู้จักวิธีการออกกำลังกาย หรือควรจะให้พอดีกับร่างกายคุณเองนะ

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

ต่อย มวยไทย อย่างไร ให้ได้ผลดีที่สุด

เริ่มฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) เบื้องต้นให้ถูกวิธี

ฟันยาง ช่วยลดอันตราย ภายใน ช่องปาก นักมวย

ฟันยาง ช่วยลดอันตราย ภายใน ช่องปาก นักมวย

ใส่ ฟันยาง ( Mouth Guard ) ที่เราเห็นกันใน นักมวย ไม่ได้ใส่กันเล่น ๆ รู้หรือไม่ ฟันยาง ( Mouth Guard ) เป็นสิ่งที่ นักมวย ใส่เพื่อ ช่วยลดอันตราย ที่เกิดจากการกระทบ ภายใน ช่องปาก นั่นเอง

 

ฟันยาง ( Mouth Guard ) คืออะไร

ฟันยาง ( Mouth Guard ) คือ อุปกรณ์ที่สวม เพื่อปกป้องฟัน ฟันยาง ( Mouth Guard ) เป็นอุปกรณ์กีฬาที่สำคัญ สำหรับทุกคน ที่เล่นกีฬาที่มีการตก กระทบ กระแทก หรือ มีวัตถุที่ลอย อาทิเช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล เบสบอล ฮอคกี้ สเกตบอร์ด ยิมนาสติก จักรยานภูเขา และ กิจกรรมอื่น ๆ ที่สามารถทำให้เกิด ความบาดเจ็บกับปาก

 

 

ความสำคัญของ ฟันยาง ( Mouth Guard )

ฟันยาง ( Mouth Guard ) คือ อุปกรณ์ที่สวม เพื่อปกป้องฟัน  เป็นอุปกรณ์กีฬา ที่สำคัญสำหรับผู้เล่นกีฬา มวยไทย มวยสากล ฟุตบอล รักบี้ เทควันโด บาสเกตบอล  สวมใส่ ฟันยาง ( Mouth Guard ) เพื่อป้องกัน ไม่ให้ฟันหัก การกัดริมฝีปาก และ ความบาดเจ็บอื่น ๆ ต่อปาก ซึ่งหากฟันหัก ก็จะเป็นสาเหตุ ทำให้ริมฝีปากเป็นแผล และ ทำอันตรายให้กับส่วนอื่น ๆ ในช่องปากได้

 

 

ระยะเวลาใช้งานของ ฟันยาง ( Mouth Guard )

ฟันยาง ( Mouth Guard ) จะรู้ได้อย่างไร ว่าเราจะควรหมดอายุ ในช่วงไหน แต่สัมผัสได้เลย เช่น ใช้แล้วรู้สึกแข็งแปลก ๆ หรือ ควรเปลี่ยน ฟันยาง ( Mouth Guard ) ทุก ๆ 6 เดือนเพื่อความมั่นใจ

 

 

การเล่นกีฬานั้น ทุก ๆ คนควรสร้าง ความปลอดภัย ให้กับตนเองด้วยการใส่ ฟันยาง ( Mouth Guard ) สำหรับนักกีฬา เปรียบเหมือนการ ใส่หมวกกันน็อคป้องกัน การเกิดอุบัติเหตุ แม้ไม่เกิดอุบัติเหตุใด ๆ ก็ตาม แต่เมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น หมวกกันน็อค ก็ช่วยรักษาชีวิต ของผู้ใช้ได้มากมาย

 

 

ฟันยาง ( Mouth Guard ) สำหรับนักกีฬาก็เช่นกัน สามารถป้องกันฟัน ขากรรไกร ข้อต่อขากรรไกร และ สมองได้ การเล่นกีฬามีความเสี่ยง เราทุกคนจึงควร ป้องกันตนเอง โดยการใส่ ฟันยาง ( Mouth Guard ) ในขณะเล่นกีฬา และ การทำ ฟันยาง ( Mouth Guard ) ก็ทำได้ไม่ยาก ควรเข้ารับปรึกษา กับทันตแพทย์ประจำตัวท่าน

 

 

ประเภทของ ฟันยาง ( Mouth Guard ) มีอะไรบ้าง

ไม่ว่าคุณจะเลือก ฟันยาง ( Mouth Guard ) ชนิดใดก็ตาม ควรเป็นชนิดที่มีความยืดหยุ่น คงทนต่อการฉีกขาด และ มีความสะดวกสบาย นอกจากนี้ ฟันยาง ( Mouth Guard )  ควรจะมีขนาดพอดีปาก และ ไม่รบกวนการพูด หรือ การหายใจ ฟันยาง ( Mouth Guard ) มี 3 ชนิดดังนี้

 

 

ฟันยาง ( Mouth Guard ) แบบสั่งทำขึ้นเฉพาะ

ฟันยาง ( Mouth Guard ) ชนิดนี้จะทำขึ้นทีละชิ้น โดยทันตแพทย์ หรือ ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งไม่เป็นการแปลก ที่ ฟันยาง ( Mouth Guard ) ชนิดนี้ จะให้ความสบาย ในการสวมใส่ที่สุด และ ปกป้องได้ดีที่สุด ทันตแพทย์จะต้องทำการ พิมพ์ฟันของคุณ เพื่อสร้าง ฟันยาง ( Mouth Guard ) เนื่องจากเป็นชนิดที่ใส่ พอดี และ สบายกว่า นักกีฬามักจะเลือกใช้ อย่างไรก็ตาม ฟันยาง ( Mouth Guard ) ชนิดนี้จะมีราคาแพง

 

 

ฟันยาง ( Mouth Guard ) กึ่งสำเร็จรูป

ฟันยาง ( Mouth Guard ) ชนิดนี้ จะเป็นแบบที่ขึ้นรูปมาก่อน ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยน รูปทรงได้ด้วย การต้มในน้ำ และ กัด เพื่อให้พอดีกับปากของเรา ฟันยาง ( Mouth Guard ) ชนิดนี้สามารถ หาซื้อได้ตามร้าน จำหน่ายอุปกรณ์กีฬาทั่วไป และ จะให้ความพอดีกว่า ฟันยาง ( Mouth Guard ) แบบทั่วไป ควรปฏิบัติตามคำแนะนำ อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ได้ ฟันยาง ( Mouth Guard ) ที่มีขนาดพอดีกับปากที่สุด

 

 

ฟันยาง ( Mouth Guard ) สำเร็จรูป

ฟันยาง ( Mouth Guard ) ชนิดนี้ราคาไม่แพง และ มาในรูปแบบ ฟันยาง ( Mouth Guard ) ที่สามารถสวมใส่ได้ทันที แต่อย่างไรก็ตาม ฟันยาง ( Mouth Guard ) ชนิดนี้จะไม่พอดี กับปากมากนัก และ อาจดูเทอะทะ ทำให้การพูด หรือ หายใจลำบาก

 

 

 

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

บุคคลสำคัญ มวยไทย ( Muay Thai ) แต่ละยุคสมัย

เครื่องแต่งกายมวยไทยโบราณ

 

ต่อย มวยไทย อย่างไร ให้ได้ผลดีที่สุด

ต่อย มวยไทย อย่างไร ให้ได้ผลดีที่สุด

วิธีต่อย มวยไทย ที่ถูกต้องจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจหลักพื้นฐานก่อน หลายคนใจร้อน และฝึกแบบฉาบฉวย จึงนำพาไปสู่ ความผิดพลาดได้ ทำให้ไม่สามารถเป็นนักมวยที่เก่งได้

 

มวยไทย คืออะไร ?

     ศิลปะการต่อสู้มือเปล่าของประเทศไทย ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นศาสตร์การโจมตีทั้งแปด ซึ่งรวม สองมือ สองเท้า สองศอก และสองเข่า ( บางตำราอาจเป็น นวอาวุธ ซึ่งรวมการใช้ศีรษะโจมตี หรือ ทศอาวุธ ซึ่งรวมการใช้บั้นท้ายกระแทกโจมตีด้วย ) มวยไทย ในสมัยก่อน ต่างจากปัจจุบันมาก ซึ่ง มวยไทย สมัยก่อน ใช้ในยามออกศึก และสามารถฆ่ากันได้ง่าย ๆ และมีการจับทุ่ม หักแขน หักขา ล๊อค และสมัยก่อนเวลามีงานวัด เขาจะจัดงานชกมวย ขึ้น แต่จะไม่ใส่นวม ส่วนใหญ่เอาเชือดมามัดมือ เรียกกันว่า มวยคาดเชือก

     ซึ่งพื้นฐานที่สำคัญเริ่มตั้งแต่แม่ไม้ มวยไทย และกลมวยเพื่อนำไปสู่การมีทักษะในขั้นสูงต่อไป เราได้รวมรวมหลักการที่สำคัญในการฝึก มวยไทย มาให้ได้ฝึกกัน ดังนี้

 

การตั้งท่าจดมวย

     การตั้งท่าจดมวย คือ การวางเข่า การวางมือให้ถูกต้องตามหลักการฝึก โดยในการจดมวยนั้นจะต้องทราบเหลี่ยมมวยด้วย เหลี่ยมมวย คือ การแสดงการใช้มือ และเท้าที่ถนัด ออกมาให้เห็น โดยปกติมวยจะมี 2 เหลี่ยม คือ เหลี่ยมซ้าย และเหลี่ยมขวา

    เหลี่ยมซ้าย คือ การยื่นหมัดขวาไปข้างหน้าสูงเหนือระดับหางคิ้ว ในขณะที่เท้าขวายื่นไปข้างหลัง หมัดซ้ายชิดคาง เท้าซ้ายอยู่ด้านหลัง ลำตัวเหยียดตรง ไม่เกร็ง และปล่อยตัวตามสบาย โดยให้น้ำหนักอยู่ที่เท้าซ้าย ในขณะที่ระยะห่างของเท้าทั้งสองข้าง 1 ช่วงตัว สายตามองผ่านมือไปยังคู่ต่อสู้ตลอดเวลา

     เหลี่ยมขวา คือ การยื่นหมัดซ้ายไปข้างหน้าสูงเหนือระดับหางคิ้ว และเท้าซ้ายยื่นไปข้างหลัง แขนซ้ายขนานกับลำตัว หมัดขวาชิดคาง เท้าขวาอยู่ด้านหลัง ลำตัวเหยียดตรง ไม่เกร็ง และปล่อยตัวตามสบาย โดยให้น้ำหนักอยู่ที่เท้าขวา สายตามองผ่านมือไปยังคู่ต่อสู้ตลอดเวลา

 

การวางตำแหน่งอวัยวะ

     การวางตำแหน่งของอวัยวะที่ได้จดมวย คือ การกำหมัด วางเท้า มือ และลำตัว

     การกำหมัดที่ถูกต้อง คือ แบมือให้นิ้วมือทั้ง 4 เรียงชิดติดกัน แล้วพับนิ้วทั้ง 4 นิ้วเข้าหาอุ้งมือ แล้วกดทับด้วยนิ้วหัวแม่มือลงทาบ ในลักษณะเฉียงกับนิ้วชี้และนิ้วกลาง เพื่อให้หมัดที่กำกระชับแน่น โดยไม่เกร็ง

 

การใช้หมัด เท้า เข่า ศอก

1) การใช้หมัด

     หมัดตรง คือ การใช้หมัดที่ถนัดมุ่งไปยังเป้าหมาย โดยอาศัยแรงจากหัวไหล่ ลำตัว เอว และเท้ายันพื้น ให้ทุกส่วนประสานกันเพื่อความรุนแรงโดยน้ำหนักตัวอยู่ที่เท้าหน้า ใช้แรงส่งจากเท้าหลัง และสะโพก หัวไหล่ หมัดตรง

     หมัดตัด คือ การใช้หมัดเหวี่ยงในลักษณะโค้งเป็นครึ่งวงกลม โดยเล็งไปที่ บริเวณลำตัว ใบหน้า หรือศีรษะของคู่ต่อสู้ ผู้รู้บางคนอาจเรียกว่า “หมัดเหวี่ยง” ซึ่งแบ่งออกเป็น หมัดเหวี่ยงสั้นและหมัดเหวี่ยงยาว

     หมัดเหวี่ยงสั้น คือ การเหวี่ยงวงแคบ

     หมัดเหวี่ยงยาว คือ การเหวี่ยงวงกว้าง

     หมัดตวัด คือ การใช้สันหมัดกดลงบริเวณอวัยวะสำคัญของคู่ต่อสู้ ในลักษณะเหยียดแขนออกไป พร้อมชกตวัดวงแคบ

     หมัดเสย คือ การใช้หมัดชกเข้าหาคู่ต่อสู้โดยงอศอก เกร็งข้อศอกหงายหมัด แล้วพุ่งหมัดยกขึ้นสู่เป้าหมาย ได้แก่ ปลายคาง ดั้งจมูก หรือใบหน้าคู่ต่อสู้ หมัดเสย

 

2) การใช้เท้า จะแบ่งออกเป็น 2 ไม้ คือ การเตะ และการถีบ

     การเตะ คือ การใช้อวัยวะส่วนขาตั้งแต่เอวลงไปจนถึงปลายเท้า ทั้งนี้การแตะของ มวยไทย นิยมใช้หน้าแข้งแตะเพราะเป็นส่วนที่แข็งเปรียบเสมือนการหวดด้วยไม้

     เตะตรง คือ การเตะเสยจากพื้นขึ้นไปส่วนบนในลักษณะตั้งฉากกับพื้น

     เตะตัด คือ การเตะที่ใช้เท้าวาดขึ้นขนานกับพื้น สามารถเตะตัดได้ทั้งส่วนล่างของลำตัว และส่วนบนของอวัยวะ

     เตะตวัด หรือเตะเฉียง คือ การเตะที่ทิศของการเตะจะเฉียงลงพื้นสู่เป้าหมาย

     กลับหลังเตะ คือ การหมุนตัวหันหลังให้คู่ต่อสู้ แล้วเหวี่ยงขาที่วางอยู่ด้านหลัง ให้ส้นเท้าปะทะเป้าหมาย

     การถีบ คือ การใช้ปลายเท้า ฝ่าเท้า หรือส้นเท้าปะทะคู่ต่อสู้ ปลายเท้าปะทะคู่ต่อสู้

     การถีบตรง คือ การถีบออกไปตรง ๆ ให้ปลายเท้า ส้นเท้า หรือฝ่าเท้าปะทะเป้าหมายในส่วนต่าง ๆ ของคู่ต่อสู้ โดยอาจเหยียดเท้าตรง หรืองอเท้าเข้าถีบก็ได้

     การถีบข้าง คือ การใช้ปลายเท้าถีบออกไปด้านข้างของลำตัว โดยเอียงศีรษะออกไปห่างจากลำตัว

    การกลับหลังถีบ คือ การถีบตรงออกไปด้านหลัง อาจเหยียดขาตรง หรืองอขาแล้วเหยียดตรงออกไปยังเป้าหมาย

     การกระโดดถีบ คือ การสืบเท้าที่ไม่ถนัดออกไป 1 จังหวะ แล้วลอยตัวใช้เท้าที่ถนัดพุ่งไปยังเป้าหมายของคู่ต่อสู้

     การถีบจิก คือ การใช้ปลายเท้าที่ถนัดจิกไปบริเวณหน้าท้อง หรือลิ้นปี่ของคู่ต่อสู้ โดยอาศัยแรงส่งจากเท้าที่ไม่ถนัด

     การออกกำลังกาย ด้วย มวยไทย ที่ถูกวิธี เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จะช่วยให้กล้ามเนื้อของเราได้รูป และ ลดอาการบาดเจ็บได้ อยากเรียน มวยไทย สามารถสอบถามได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( jaroenthongmuaythai gym ) มีทั้งสาขาข้าวสาร สาขาศรีนครินทร์ และสาขารัชดา

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

เหตุผลที่ชาวต่างชาติสนใจ มวยไทย ( Muay Thai )

ศาสตร์แห่งอาวุธ ทั้ง 8 ของ มวยไทย

ศาสตร์แห่งอาวุธ ทั้ง 8 ของ มวยไทย

ศาสตร์แห่งอาวุธ ทั้ง 8 ของ มวยไทย

มวยไทย ศิลปะป้องกันตัวของไทยที่ยังมีความคงดำรงอยู่ไม่เสื่อมคลายตามยุคสมัย และในปัจจุบัน ยังเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก ซึ่งชาวต่างชาติ มักรู้จักมวยไทยในนามของ Art of Eight Limbs หรือ ศาสตร์แห่งอาวุธ ทั้ง 8 นั่นเอง

 

ที่มาของชื่อ “ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 8

 

หลายคนคงทราบกันดีว่า มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นศิลปะการป้องกันตัวที่มีท่าออกอาวุธ โดยการใช้ หมัด เท้า เข่า และศอก เพื่อใช้ในการป้องกันตัวหรือต่อสู้กับคู่ตรง ซึ่งนี่เป็นที่มาของ ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 8 เนื่องจาก หากนับอวัยวะ ทั้ง 4 อวัยวะ รวมกันทั้ง 2 ของ ก็จะเท่ากับ 8 นั่นเอง ได้แก่ หมัด 2 , ศอก 2 , เข่า 2 และ เท้า 2

 

แต่ก่อนที่จะมาเป็น ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 8 เหล่านี้ มวยไทยเคยถูกเรียกว่า ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 9 ( Art of nine Limbs ) มาก่อน เนื่องจาก มวยไทยในสมัยก่อน มีการใช้หัวโขกในการต่อสู้ด้วย หัว จึงนับว่าเป็นอาวุธอย่างหนึ่ง นั่นเอง แต่เมื่อมีการยกเลิกไม่ให้ใช้ “หัว” ในการต่อสู้ จึงเหลือเพียง ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 8 ไว้ ส่วนศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 9 นั่นสามารถใช้เรียกแทน มวยของพม่าได้ เพราะ มวยพม่ายังใช้หัวในการโขกได้อยู่

 

อาวุธที่ 1 และ 2 : หมัดซ้าย หมัดขวา

 

หมัด  เป็นการออกอาวุธโดยใช้มือ กำหมัด และพุ่งไปยังเป้าหมาย โดยหมัด ถือได้ว่าเป็นอาวุธมวยไทย ที่ใช้บ่อยที่สุดในการแข่งขันมวย และมีความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ มวยสากลสมัครเล่น และ มวยสากลอาชีพ เพราะ นักมวยไม่สามารถใช้ เท้า เข่า ศอก ได้อย่าง มวยไทย ( Muay Thai ) ดังนั้น นักมวยสากล จำเป็นต้องมีทักษะ ในการใช้หมัด หลากหลายแบบ โดยหมัดนั้น จะใช้แรงส่งจาก หัวไหล่ สะโพก และ ขา มายังกำปั้น เพื่อหวังโจมตีระยะกลาง และหนักแน่นพอ ที่จะล้มคู่ต่อสู้

 

ด้านความอันตรายของการใช้หมัด ถือว่าไม่ได้รุนแรงเท่า ศอก เข่า เท้า เพราะหมัด จะต้องอาศัยกล้ามเนื้อ บริเวณหัวไหล่ ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อ ส่วนที่ไม่ได้ใหญ่มาก น้ำหนัก และความแรง จึงไม่อาจเทียบเท่ากับส่วนอื่น ๆ

 

อาวุธที่ 3 และ 4 : ศอกซ้าย ศอกขวา

 

ศอก เป็นอาวุธโจมตี ที่ใช้พื้นที่น้อย แต่กลับมีอันตรายมากสุด และทุกคนต่างลงความเห็น เป็นเสียงเดียวกันว่า ศอก คือ อาวุธที่อันตราย มากสุดของ มวยไทย ( Muay Thai ) สาเหตุที่ศอกมีอันตรายมากที่สุดนั่น ก็เพราะว่า อาวุธศอก มีพื้นผิวสัมผัสน้อย ยิ่งพื้นที่การตีน้อย และรวดเร็ว จึงเกิดค่าความดันที่สูงมาก

 

นอกจากนี้ ศอกยังเป็นบริเวณ ที่แหลมคม มีความแข็งของกระดูก  ทำให้เกิดแผล บริเวณใบหน้า ได้ง่ายกว่าอาวุธทุกชนิด เมื่อโดนแรงจากปลายศอก เข้าไปกระทบผิวหนังใบหน้า ความดันที่มีค่าสูง จึงส่งผลให้เกิดแผลแตกได้ง่าย และทำให้สมองมึนงงไป จนถึงขั้นสลบ และสามารถทำให้ ชนะน็อคเอาท์ได้ หรือหากเป็นแผลแตก เหนือเบ้าตา จะส่งผลต่อการมอง เห็นของนักมวยอีกด้วย

 

อาวุธที่ 5 และ 6 : เข่าซ้าย เข่าขวา

 

เข่า เป็นอาวุธมวยไทย ที่มีความหนักหน่วง เนื่องจาก ใช้แรงส่งจากสะโพก โดยใช้ส่วนของ หัวเข่าด้านหน้า หรือ ด้านข้างหัวเข่า ซึ่งเป็นมุมแหลม และแข็งแรง เข้าปะทะในส่วนนิ่ม ของร่างกาย เช่น หน้าขา ท้อง ชายโครง ลำตัว หน้าอก หรือแม้แต่ปลายคาง

 

ถึงแม้ว่า เข่า จะมีความหนักหน่วง มีเหลี่ยมของเข่า ที่กระแทกเข้าที่ส่วน ลำตัวของร่างกาย แต่เข่าไม่ใช่อาวุธที่อันตรายสุด เพราะส่วนมากแล้ว ร่างกายของนักมวยไทย ถูกฝึกฝนกล้ามเนื้อ ให้แข็งแรง ทนทาน พร้อมรับน้ำหนัก และแรงกระแทกจากเข่าอยู่แล้ว

 

อาวุธที่ 7 และ 8 : เท้าซ้าย เท้าขวา

 

อาวุธสุดท้าย คือ เท้า เป็นอาวุธที่โจมตีระยะไกล ได้ทั้งรูปแบบเตะ และ ถีบ เท้า จึง ถือเป็น อวัยวะสำคัญสำหรับ การชกมวยไทย ( Muay Thai ) ทั้งในจังหวะรุก และรับ แถมยังมีพลังโจมตี มากพอที่จะทำให้ คู่ต่อสู้น็อคเอาท์ได้ทันที ในชั่วพริบตาหากโดนเตะ เข้าที่ก้านคอ เนื่องจากบริเวณของต้นคอ เป็นศูนย์รวมระบบประสาท ที่เป็นส่วนที่สำคัญ นอกจาก เท้าแล้ว มีอีกอย่างที่น่ากลัวคือ แข้ง เพราะมีน้ำหนัก และความรุนแรง หากใครโดนก็เหมือน ถูกท่อนไม้ตีเลยทีเดียว

 

อาวุธเท้าในมวยไทย มีความแรงเกิดจากแรงขา และการหมุนของสะโพก สามารถโจมตีได้หลายแบบ นอกเหนือจากเตะก้านคอ ยังใช้เตะตัด เตะเฉียง การถีบ ดังนั้น การเตะที่ดีต้องอาศัยจังหวะ ความเร็ว การทรงตัว การเคลื่อนที่ที่ดี เพื่อให้การเตะ นั้นออกมาสมบูรณ์ นอกจากนี้ เท้า ยังถูกใช้ในการแข่งขันอยู่ตลอดในการยืน ทรงตัว และเคลื่อนที่ไปยังคู่ต่อสู้

 

อาวุธเหล่านี้ ต่างมีจุดเด่น ท่าทาง และพลังในการโจมตี ที่แตกต่างกันไปเฉพาะตัว ซึ่งนักมวย แต่ละคนก็จะมีความถนัดในการออกอาวุธแต่ละส่วนที่ใช้ในการต่อสู้ เพื่อเอาชนะคู่แข่งที่แตกต่างกันไปด้วย

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ฝึก มวยไทย เป็นประจำได้มีประโยชน์อะไรต่อร่างกายของเรา

รูปแบบการออก หมัด สำหรับ มวยไทย

ฝึก มวยไทย เป็นประจำได้มีประโยชน์อะไรต่อร่างกายของเรา

ฝึก มวยไทย เป็นประจำได้มีประโยชน์อะไรต่อร่างกายของเรา

สำหรับกีฬา ที่ขึ้นชื่อว่า มวยไทย นั้นแน่นอนว่าจะเป็นกีฬาหรือกิจกรรม ที่ใครๆหลายท่านคงจะรู้จักชื่อกันดีอยู่แล้ว แต่วันนี้เราจะมาอิบายประโยชน์ของการฝึกการซ้อม มวยไทย ว่าส่งผลอะไรให้แก้ร่างกายของเราบ้าง

              

            มวยไทย นั้นถือเป็นกีฬา ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ไม่ใช้แค่ ประเทศไทย เพียงอย่างเดียวที่ได้รับความนิยม แต่รวมไปถึง หลายๆประเทศ ที่ได้ให้ความสนใจในกีฬาประเภทนี้ ไม่น้อยเลยทีเดียว และแถมได้เอาไปทำ ภาพยนตร์ หรือ สื่อต่างๆ เช่นเอาท่าทาง การต่อย หรือ ศิลปะการต่อสู้ ของมวยไทย เอาไปทำเป็นเกม แต่ถึงอย่างไร มวยไทย ก็เป็นกีฬา ที่ได้รับความนิยม ไม่ว่าจะเป็น ในกลุ่ม เด็ก หรือ รวมไปถึงผู้สูงอายุ เพราะด้วย เป็นกิจกรรม ออกกำลังกาย ที่สนุก และ ได้เผาผลาญพลังงาน ทำให้ กีฬามวยไทย เป็นที่นิยมได้ นั้นเอง

 

            วันนี้เราจะไม่ได้มาพูดถึงประวติ ของ มวยไทย แต่เราจะมาพูดถึงประโยชน์ ของ มวยไทย ที่จะส่งผลดรอย่างไร ให้กับร่างกายของเรา และรวมไปถึงเรื่องต่างๆ ไปดูกันดีกว่าว่า มวยไทย มันดีอย่างไรและให้อะไรแก่เราบ้าง

 

มวยไทย สามารถช่วย พัฒนาความแข็งแกร่งของร่างกายโดยรวม ได้เป็นอย่างดี

 

          การฝึก มวยไทย นั้นแน่นอนว่า จะสามารถไปช่วยส่งเสริม ความแข็งแกร่งให้กับร่างกาย ของเราได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะ กล้ามเนื้อ และยังทำให้ กล้ามเนื้อ กระชับ และนอกจากนี้ มวยไทย ยังเป็นกีฬา หรือ กิจรรมการ ออกกำลังกาย ที่จะเน้น ไปที่ร่างกาย ช่วงบน ช่วงกลาง และยังรวมไปถึง ช่วงล่าง หรือจะให้พูดก็คือ มวยไทย นั้นเป็น กีฬา ที่ช่วยให้ร่างกาย แถบจะทุกส่วนของเรา แข็งแรง ขึ้นได้นั้นเอง เป้าหมายของการฝึก ต่อยมวย คือ ให้ทุกส่วนของ ร่างกาย. ของนั้น ได้ใช้งาน และ นอกเหนือไปจากการกระตุ้นความแข็งแรงของ ร่างกาย ของเราแล้ว ยังจะไปช่วย ระบบไหลเวียนโลหิต และ การชกมวยยังช่วยเพิ่ม การฝึกทักษะที่เกี่ยวข้องอย่าง การทรงตัว การทำงาน ประสานกันของอวัยวะ ปฏิกิริยาตอบโต้และความคล่องตัว ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย นั้นเอง

 

มวยไทย ช่วยในเรื่องของการ เผาผลาญ พลังงานของร่างกาย

 

          แน่นอนว่าการออกกำลังกาย ทุกชนิดนั้น ช่วยในเรื่องของการ เผาผลาญพลังงานของร่างกาย ของเราได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่รู้หรือไม่ว่า มวยไทย นั้นเป็นกีฬาที่จัดอยู่ในกีฬา ที่เผาผลาญ พลังงานของร่างกาย ได้ดีเลยทีเดียว ด้วย การที่ มวยไทย นั้นเป็นกีฬา ที่ใช้แถบจะทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ศีรษะ ยาวลงมาถึงเท้า ถือว่าใช้แทบทุกส่วนเลย นั้นจึงทำให้ มวยไทย เป็นกีฬา ที่เผาผลาญพลังงานให้กับร่างกายของเรา ได้มากนั้นเอง และ การออกกำลังกายประเภทนี้จะช่วยให้สร้างความแข็งแรง ให้กับร่างกาย ของเราได้อย่าง รวดเร็ว มีพลังมากขึ้น และกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกาย เมื่อนำมาเทียบกับการวิ่งหรือปั่นจักรยาน จะเผาผลาญพลังงานได้มากกว่า แต่ใช้เวลาน้อยลง สามารถเบิร์นไขมันได้ถึง 13 แคลอรี่ใน 1 นาที  เลยทีเดียว

 

มวยไทย ช่วยในเรื่อง คลายเครียดได้ดี

 

          สำหรับ ท่านใดที่กำลัง เจอปัญหาชีวิต หรือ เจอเรื่องแย่ๆทำให้รู้สึกเครียด หรือ รู้สึกหงุดหงิดอยากระบายมันออกมาแต่ไม่รู้จะไประบายที่ไหน เราอยากแนะนำ ให้ลองมาฝึก มวยไทย เพราะ จะทำให้เรา ได้ระบายความเครียด หรือ เรื่องที่กดดัน ออกมาได้อย่างเต็มที ลอง มา ชกกระสอบทราย ระบายอารมณ์ออกมาบ้าง อะดรีนาลีนและฮอร์โมนต่าง ๆ ที่อยู่ในร่างกาย ของเรา จะ หลั่งออกมา ระหว่างการใช้แรงจะส่งผลในทางที่ดีต่อร่างกาย การต่อยมวยจึงเป็นการระบายความเครียดที่ได้ผลและดีต่อสุขภาพ

 

มวยไทย สามารถไป ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจและ หลอดเลือด 

 

              มวยไทย หรือการ ฝึกมวย นั้น ถือเป็นอีกหนึ่งชนิด ที่จะกีฬาที่ช่วยให้เรามีปอดที่ใหญ่ขึ้นแข็งแรงขึ้นและยีง สามารถไป กระตุ้นการทำงานของระบบ หัวใจและหลอดเลือดของเรา ได้เป็นอย่างดี อีกด้วย เพราะการที่จะทำเช่นนั้นได้เราจะต้อง ออกกำลังกาย ให้หัวใจและปอดมีความเครียดในระดับปานกลาง ซึ่งทำให้หัวใจและปอดของคุณทำงานได้ดีขึ้นส่งผลให้ระบบการไหลเวียนโลหิตทั่วร่างกายเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

 

            เป็นยังไงกันบ้าง กับประโยชน์ ที่น่าสนใจ ที่จะส่งผลให้ร่างกาย ของเราโดยตรง ด้วยการ ฝึก มวยไทย เห็นแล้วรู้สึกอยากลอง ฝึก มวยไทย กันมาบ้างหรือยัง แต่นี้เป็นเพียงสิ่งที่เรายกตัวอย่างมา บอกเล็ๆ น้อยๆ เท่านั้น ยังมีอีกประโยชน์ อีกมากมาย สำหรับ การฝึก มวยไทย ที่เราไม่ได้เอามาพูด ไม่ว่าจะเป็น การฝึกความแข็งแกร่งของร่างกายโดยรวม การฝึกให้ร่างกายของเรามีปฏิกิริยาโต้ตอบที่รวดเร็ว สามารถ ช่วยใน เรื่องสมาธิ ลดความเครียดและความวิตกกังวล เป็นต้น ยังมีอีกมากมาย เลยทีเดียว แต่ถึงอย่างไร การที่เราจะ ออกกำลังกายหนักแค่ไหน เราก็ควรที่จะ พักผ่อน และหาอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ของเรามารับประทาน เพื่อให้ร่างกาย ได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ ไปเลี้ยงร่างกาย แค่นี้เราก็จะมีสุขภาพร่างกาย ที่แข็งในทุกๆ วัน

                                                                                                                  

 

อ่านบทควาเมพิ่มเติม

 

เคล็ดลับการเลือกกระสอบทราย

ที่มาที่ไปแม่ไม้มวยไทย

รูปแบบการออก หมัด สำหรับ มวยไทย

รูปแบบการออก หมัด สำหรับ มวยไทย

มือ เป็นหนึ่งในอวัยวะสำคัญที่ใช้ออกอาวุธอย่าง " หมัด " สำหรับ มวยไทย ( Muay Thai )  ซึ่งรูปแบบในการออกหมัด เพื่อต่อสู้กับคู่ต่อสู้นั้น มีด้วยกันหลากหลายรูปแบบ

 

หมัด หนึ่งในอาวุธสำหรับ มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ใช้ในการต่อสู้คู่แข่งขัน ซึ่ง หมัด ถือได้ว่าเป็นอาวุธที่ถูกปล่อยมากที่สุดในสังเวียนเลยก็ว่าได้ หากเทียบกับ เข่า ศอก และเท้า การออกหมัดของนักมวยนั้น ไม่ใช่แค่เพียงใส่แรงชกไปหาคู่ต่อสู้ แต่ยังมีรูปแบบของทิศทางในการออกหมัดที่แตกต่างกันด้วย ดังนี้

 

1. หมัดตรงชกนำ

 

เป็นการปล่อยหมัด ที่อยู่ด้านหน้าพุ่งไปยังเป้าหมาย โดยอาศัยแรงส่ง ที่มาจากหัวไหล่ ลำตัว ตั้งตรง และเท้ายันพื้น เพื่อเป็นหลักและแรงส่งออกไป ถ้าจดเหลี่ยมขวาหมัดตรงชกนำ คือ หมัดซ้าย ถ้าจดเหลี่ยมซ้าย หมัดตรงชกนำ คือ หมัดขวา  อาจจะชกออกไป โดยไม่เคลื่อนเท้า หรือ เคลื่อนเท้าไปด้านหน้า ด้านหลัง ข้างซ้าย และข้างขวาก็ได้ ส่วนมากเวลาชกไป แล้วน้ำหนักตัว มักจะตกอยู่บนเท้าที่อยู่หน้าเสมอ

 

2. หมัดตรงชกตาม

 

หมัดตรงชกตาม จะเป็นการใช้หมัดอีกข้างของหมัดชกนำ ปล่อยเป็นแนวตรงไปยังเป้าหมาย โดยอาศัยแรงจากหัวไหล่ ลำตัวและเท้า ส่งแรงไปที่หมัดถ้าจดเหลี่ยมขวา หมัดตรงชกตาม คือ หมัดขวา ถ้าจดเหลี่ยมซ้ายหมัดตรงชกตามคือหมัดซ้าย เมื่อหมัดตรงชกตามพุ่งออกไป ลำตัว เอว และสะโพกจะบิดคว่ำลงเท้าหลังจะส่งแรงน้ำหนักตัวอยู่ที่เท้าหน้า อาจจะสืบเท้าไปข้างหน้า ถ้าชกถอยหลัง หรือฉากออกข้างชกหมัดตรงชกตามก็ได้ส่วนมากแล้ว ถ้าเดินหน้าหมัดตรงชกตาม จะหนักหน่วง และรุนแรงกว่าหมัดชกนำ

 

3. หมัดขว้าง หรือ หมัดเหวี่ยง

 

การปล่อยหมัด โดยการงอ และเกร็งข้อศอกไว้ให้หมัดออกไป เป็นวิธีทางโค้งขนาน กับพื้นดินอาจจะคว่ำหมัด หรือ ตั้งหมัดก็ได้ แต่พยายามให้สันหมัดถูก เป้าหมายหมัดเหวี่ยงแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ หมัดเหวี่ยงสั้น หมัดเหวี่ยงยาว และหมัดเหวี่ยงกลับ

 

4. หมัดเหวี่ยงสั้น หรือ หมัดขว้างสั้น

 

จะใช้ในตอนที่คู่ต่อสู้อยู่ในจะหวะปิดป้องกัน ได้ดีเมื่อคู่ต่อสู้ปิดป้องกำบังต่าง ๆ เช่น คู่ต่อสู้ยกมือป้องกันใบหน้าตรง ๆ ถ้าชกหมัดตรงก็จะถูกมือและท่อนแขนของคู่ต่อสู้ยกกันไว้ ดังนั้น ควรใช้หมัดเหวี่ยงสั้น เพราะหมัดนี้ จะโค้งผ่านเลยแขนคู่ต่อสู้เข้าสู่ใบหน้า หรือปลายคางทางข้างซ้าย หรือข้างขวาก็ได้ หมัดเหวี่ยงสั้นอาจจะมีวิธีทางของหมัดไม่ขนานพื้น คือ อาจจะเฉียงขึ้น หรือ เฉียงลงสู้พื้นบ้างก็ได้ตามแต่ความเหมาะสมของสถานการณ์และอาจจะกระทบเป้าหมาย โดยการคว่ำสันหมัด

 

5. หมัดเหวี่ยงยาว หรือ หมัดขว้างยาว

 

เป็นการชก โดยการเหยียดแขนยาวออกไป เกร็งแขนให้ตึง คว่ำมือ พยายามให้สันหมัดถูกเป้าหมาย โดยเหวี่ยงออกไปเป็นวงกว้างให้วิธีทางขนาน กับพื้นดินหมัดเหวี่ยงยาวให้ชกเป้าหมายที่อยู่ไกลออกไปเป้าหมายชก คือ ปลายคาง หน้า และคอ

 

6. หมัดเสย

 

เป็นการกำหมัดให้แน่นและงอข้อศอก เกร็งข้อศอก หงายหมัดขึ้น และปล่อยหมัดจากล่างพุ่งขึ้นวิถีตั้ง ทำมุมฉากกับพื้น การปล่อยหมัดก็จะมี2แบบ คือ หมัดเสยนำ และ เสยหมัดตาม หมัดเสยจะใช้ได้ดีเมื่อเป้าหมายอยู่ใกล้ตัว เช่น การเข้าคลุกวงในแล้วคู่ต่อสู้ก้มต่ำเป้าหมายที่ชก คือ บริเวณคาง ท้อง หน้าอกและหน้า

 

7. หมัดโขก

 

จะเป็นการเหวี่ยงหมัด จากบนลงล่างเป้าหมาย บริเวณขมับ หรือ คางหมัดโขกเป็นหมัดที่รุนแรงใช้หมัดตาม เพื่อให้วงเหวี่ยงมีรัศมีกว้างขึ้น หมัดโขก เป็นหมัดที่มีทิศทางจากบนลงล่างแบ่งเป็นหมัดโขกวงกว้างกับหมัดโขกวงแคบหมัดนี้เป็นหมัดที่รุนแรง เพราะ อาศัยแรงเหวี่ยงของไหล่และแขน

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

การรีดน้ำหนักตัว ตามแบบฉบับ นัก มวยไทย

มวยไทย ใน สังเวียน 8 เหลี่ยม

มวยไทย ใน สังเวียน 8 เหลี่ยม

มวยไทย ใน สังเวียน 8 เหลี่ยม

เพื่อน ๆ รู้จัก MMA ( Mixed Martial Arts ) หรือ มวยกรง กันไหมคะ เป็นกีฬาชนิดหนึ่ง ที่ใช้ศิลปะการต่อสู้ทั่วโลก มาต่อสู้กันแบบไม่อาวุธ อยู่บน สังเวียน 8 เหลี่ยม และ มวยไทย เอง ก็สามารถ ขึ้นชกบนสังเวียนนี้ได้เหมือนกัน

 

 

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นศิลปะการต่อสู้ ที่เป็นเอกลักษณ์ แม้ว่าจะเป็นการต่อสู้ บนสังเวียนที่ ได้รับความนิยมมาก แต่ด้วยวิธีการชก ที่เปลี่ยนแปลงไป มีทั้งการชกแบบปกติ กับการชกแบบแท็คติค ที่อาศัยการเข้าคลุกวงใน กอด รัด เหวี่ยง ทุ่ม จนทำให้เสน่ห์ ของ มวยไทย ( Muay Thai ) บางครั้ง หายไปแบบไม่น่าสนใจ น้อยคู่มาก ที่จะเป็นการชกมวย แบบฟาดปาก แลกหมัดกันแบบ สู้ไม่ถอยจริง ๆ นั่นทำให้ฝ่าย จัดการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) เริ่มมองหา วิธีการต่อสู้แบบใหม่ เพื่อตอบสนอง คนดูให้มากขึ้น จึงออกมาในชื่อ ที่เราเรียกว่า มวยกรง

 

 

ประวัติ ความเป็นมาของ มวยกรง หรือ MMA ( Mixed Martial Arts )

มวยกรง หรือ MMA ( Mixed Martial Arts ) นั้น เป็นสังเวียนต่อสู้บน เวที 8 เหลี่ยม ลักษณะจะมีลูกกรง ล้อมรอบเวที ส่วนชื่อการแข่งขัน ก็เปลี่ยนแปลงไป ตามองค์กรของตัวเอง และ สปอนเซอร์ หากจะย้อนไป ตามที่เช็คได้ จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1993 ณ รัฐโคลโรราโด สหรัฐอเมริกา ปรากฏว่าความเข้มข้น สะใจของการต่อสู้บนสังเวียน ได้ทำให้ เวทีการแข่งขัน มวยกรง หรือ MMA ( Mixed Martial Arts ) นี้ แพร่หลายไปทั่ว สหรัฐอเมริกา และ หลายประเทศ อย่างบราซิล อิตาลี เป็นต้น

 

 

การต่อสู้ บนสังเวียน มวยกรง หรือ MMA ( Mixed Martial Arts ) ทั้งหมดเป็นของจริง

จุดเด่นของการต่อสู้ แบบ มวยกรง หรือ MMA ( Mixed Martial Arts ) ก็คือ นักสู้ที่เข้าไปในกรง สามารถงัดเอาศิลปะ การต่อสู้อะไรก็ได้ออกมา ไม่ว่าจะเป็น มวยไทย ( Muay Thai ) คาราเต้ ยูโด มวยปล้ำ และ อีกมากมาย แต่จะไม่ใช้อาวุธ แต่ใช้ร่างกายได้ทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นหมัด เท้า เข่า ศอก จับทุ่ม จับกด สามารถเอามา ใช้ได้หมด เพื่อเอาชนะคู่ต่อสู้ ตรงหน้าให้ได้ นั่นทำให้การต่อสู้นั้น ค่อนข้างเข้มข้น จนเลือดสาดกระจายเต็มเวที เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งมาก คนดูจะรู้สึกได้ถึง ความน่าหวาดเสียว ของกระบวนท่า ความเจ็บปวด เสียงเนื้อกระทบกัน และ อีกมากมาย แม้จะดูว่ารุนแรง แต่มัน กลับกลายเป็นเสน่ห์ ที่ไม่น่าเชื่อของ มวยกรง หรือ MMA ( Mixed Martial Arts ) ไปในที่สุด

 

 

กรง 8 เหลี่ยม ไม่ได้ป้องกันแค่ผู้ชม

มวยกรง หรือ MMA ( Mixed Martial Arts ) อาจจะมองว่า เป็นการต่อสู้ แบบไม่ให้ออกมา หากไม่มีใคร ยอมแพ้เสียก่อน แต่ความจริงแล้ว กรง นั้นมีไว้เพื่อป้องกัน อันตราย ต่อนักชกเองมากกว่า กรงนั้นจะไม่เหมือนเชือก ที่อาจจะมีนักสู้ ยืมแรงจากการพิงเชือก มาเพื่อสร้างน้ำหนักให้กับตัวเอง จนเกิดอันตรายได้ แบบสองเท่า อีกทั้งกรงนั้นยังเป็นจุดกั้น ระหว่างนักแข่ง กับช่างกล้อง ให้ไม่อยู่ใกล้กันด้วย ลองนึกภาพช่างภาพ โดนลูกหลงดูสิ บางทีอาจจะถึง ขั้นบาดเจ็บได้เลยนะ อีกทั้งลักษณะกรง 8 เหลี่ยม จะเป็นการป้องกัน ไม่ให้มีใครได้เปรียบ เสียเปรียบมากจนเกินไป ระหว่างการต่อสู้ด้วย

 

 

ผลแพ้ชนะ ดูกันอย่างไร ?

สำหรับผลการตัดสิน แพ้ - ชนะ ของ มวยกรง หรือ MMA ( Mixed Martial Arts ) ก็จะขึ้นกับองค์ประกอบต่าง ๆ ได้แก่ การชนะคะแนน หลังจากชกกัน ครบยกตามที่กำหนด ซึ่งหากเป็น การแข่งขันทั่ว ไปจะมี 3 ยก แต่หากเป็นการแข่งขัน มวยกรง หรือ MMA ( Mixed Martial Arts ) ไฟล์ชิงแชมป์ หรือ ไฟล์นัดพิเศษ จะแบ่งเป็น 5 ยก ส่วนผลการตัดสินผล แพ้ - ชนะ จะประกอบไปด้วย

1. การชนะน็อคเอาท์คู่ต่อสู้ หรือ คู่ต่อสู้ไม่สามารถ แข่งขันต่อได้

2. การทำให้คู่ต่อสู้ เอ่ยปากยอมแพ้ ซึ่งโดยส่วนใหญ่ นักสู้จะใช้ท่าล็อคคู่ต่อสู้ ส่งผลให้อีกฝ่ายเจ็บปวด จนทนไม่ได้

3. ผู้ชี้ขาดบนเวที สั่งยุติการแข่งขัน ถ้าเห็นสมควรว่าอันตราย

4. ผู้แข่งขัน ไร้สมรรถภาพ ในการตอบโต้ หรือ ป้องกันตัว

 

ส่วนผู้ที่สนใจ ใคร่ฝึกฝนศิลปะป้องกันตัว ด้วยมือเปล่าแขนงนี้ อย่างเช่น มวยไทย ( Muay Thai ) ในบ้านเราก็มีสำนัก ยิม และ ค่าย ที่เปิดสอนอยู่หลายแห่ง ไม่เพียงเท่านั้น ก็ยังมีสังเวียนการต่อสู้ วนเวียนเข้ามา เปิดการแข่งขัน อยู่ด้วยเช่นกัน มีเหล่าบุรุษ และ สตรี สัญชาติไทยหลายท่าน ที่เคยขึ้นสังเวียนประลอง สร้างชื่อเสียง ให้กับประเทศ มาแล้วมากมาย ไปจนถึงคว้า เข็มขัดแชมป์เปี้ยน ในบางรุ่นด้วย ยิ่งคนไทยไปได้สวย บนรายการนักสู้ มวยกรง หรือ MMA ( Mixed Martial Arts ) ที่มีความหลากหลายแบบนี้ มันยิ่งตอกย้ำว่า มวยไทย ( Muay Thai ) ของเรามีความสามารถแค่ไหน อนาคตหวังว่า จะมีนักมวยไทย หรือ นักสู้ไทย ประสบความสำเร็จ บนเวทีนี้กันเยอะมากขึ้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

บุคคลสำคัญ มวยไทย ( Muay Thai ) แต่ละยุคสมัย

เครื่องแต่งกายมวยไทยโบราณ

การรีดน้ำหนักตัว ตามแบบฉบับ นัก มวยไทย

การรีดน้ำหนักตัว ตามแบบฉบับ นัก มวยไทย

เพื่อน ๆ เคยได้ยินคำนี้ไหมคะ การรีดน้ำหนักตัว ตามแบบฉบับ นักมวย ของ กีฬา มวยไทย ซึ่งการรีดน้ำหนักนั้นมันเรื่องปกติมาก สำหรับนักชก เนื่องจากจะต้อง เข้าแข่งตามน้ำหนักตัว วันนี้เราจึงได้รวมข้อมูลการรีดน้ำหนัก มาให้เพื่อน ๆ อ่านแล้วค่ะ

 

สำหรับใคร ที่กำลังมองหา การลดน้ำหนัก คุณกดเข้ามาอ่านได้ถูกบทความแล้วค่ะ หลายคนคงเคยได้ยินมาว่า การรีดน้ำหนักตัว ในแบบของ นักมวย นั้นเร็ว และ เห็นผลได้ชัด แน่นอนว่า นักมวย ต้องอาศัยระเบียบ และ วินัย อย่างมาก ในการที่จะ รีดน้ำหนัก ลงให้เร็ว เพื่อเตรียมพร้อม ขึ้นสังเวียน และ เพิ่มความฟิต ให้กับร่างกาย วันนี้ Jaroenthong Muay Thai มีข้อมูลดี ๆ มากฝากกัน ถึงใครหลาย ๆ คนที่อยากฟิต เหมือนนัก มวยไทย ( Muay Thai ) หลาย ๆ คน

 

 

ในการลดน้ำหนัก บางคนอาจจะ มองเห็นภาพ การไปวิ่งบนลู่ใน ฟิตเนส ว่ายน้ำ หรือ แม้แต่การ เต้นแอโรบิค ยามเย็น แต่ในฉบับ นัก มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นไม่ใช่แค่นั้น ในการชกมวยนั้น จำเป็นต้องใช้ ทุกสัดส่วน ของร่างกาย ดังนั้น การ ออกกำลังกาย ให้ได้ผลเร็ว และ รีดน้ำหนัก ต้องใช้ทุกส่วน ของร่างกายด้วย ดีกว่าไปนั้น ต้องมีความสนุกสนาน ตั้งใจ ระเบียบวินัยด้วย

 

 

สเต็ป การรีดน้ำหนัก ของ นักมวย กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

เนื่องจาก นักมวย ค่อนข้างที่จะมี ความกังวล และ ซีเรียส กับ การคุมน้ำหนัก ให้อยู่ในเกณฑ์ ของการแข่งขัน ในเวทีเพราะแต่ละเวทีนั้น ก็มีการ จำกัดน้ำหนัก ตัวเป็นรุ่น ๆ ดังนั้น นักมวย จำเป็นต้องการ ที่จะ ควบคุมน้ำหนัก ให้เป็นไปตามรุ่นชก ของตนเอง ด้วยวิธี การลดน้ำหนัก ที่สามารถ ลดน้ำหนัก ลงได้อย่างรวดเร็ว และ ได้ผลจริงอีกด้วย โดย นักมวย นั้นมีสเต็ปการ ออกกำลังกาย ดังนี้

 

 

1. เริ่มที่การ ออกกำลังกาย อย่างต่อเนื่อง  ให้ได้อย่างน้อย 45 - 60 นาที ต่อวัน สามารถที่จะเลือกการ ออกกำลังกาย หลาย ๆ แบบได้ไม่ซ้ำกัน เช่น การปั่นจักยาน 30 นาที หรือ วิ่ง 10 กิโลเมตร กระโดดเชือกในตอนเช้า ต่อยกระสอบทราย หรือ ล่อเป้าอย่างน้อย 3 ยก อย่างต่อเนื่อง ในช่วงเย็น

 

2. การควบคุมอาหาร หลักสำคัญที่จะช่วย ลดน้ำหนัก อย่างได้ผลเร็ว และ เห็นผลที่สุด แค่คุณลดการ รับประทานอาหาร ประเภท แป้ง เช่น ข้าว ขนมปัง หรือ เส้นต่าง ๆ เพราะแป้งเหล่านั้น เป็นตัวการ ที่จะ เพิ่มน้ำหนัก อย่างดีเลย นอกจากนี้ อาหารประเภท ของทอด ด้วยน้ำมัน ทั้งหลาย จะทำให้การ ออกกำลังกาย นั้นเห็นผลช้ากว่า ที่เราต้องการ หรือ อาจจะไม่เห็นผลเลย หากทานในประมาณ ที่ร่างกาย ไม่สามารถ เผาผลาญ ได้หมด ควรเน้นไปที่ การเลือกรับประทาน ประเภทผัก หรือ เนื้อสัตว์ ต้มเป็นหลัก ลดแป้ง  ให้เน้นผักผลไม้ ที่มีรสจืด เน้น โปรตีนเนื้อสัตว์ นมจืด พร่องมันเนย ในการซ่อมแซมกล้ามเนื้อ ส่วนที่สึกหรอ และ สิ่งสำคัญ ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ ในแต่ละวัน จะช่วยให้ร่างกายของคุณ ชะล้างเกลือส่วนเกิน ที่ก่อให้เกิด การกักเก็บน้ำ ออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

3. สร้างขีดจำกัด เพิ่มขึ้น ให้กับตัวเอง ในที่จะ ลดน้ำหนัก แบบ นักมวย กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )  นั้นจะต้องมีการ เพิ่มจำนวน ยกในการล่อเป้า จำนวนครั้ง ในการซ้อม กระสอบทราย หรือจำนวนรอบในการวิ่ง เพื่อเพิ่มอัตรา ที่จะทำให้ ร่างกายแข็งแรงขึ้น ไม่เหนื่อยง่าย และ ยังสามารถดึงเอาพลังงาน มาเผาผลาญ ได้สูงขึ้นอีกด้วย

 

 

4. การพักผ่อนให้เพียงพอ เมื่อเรา ออกกำลังกาย มาอย่างหนักหน่วง แล้วในการพักผ่อน ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ อย่างมาก และ ควรที่จะพักผ่อนให้ถึง 7 - 8 ชั่วโมง เนื่องจากร่างกาย ของเรานั้น จะมีการ ปรับสมดุล ในขณะที่เราหลับ และ ปฏิบัติตามตาราง ในการลดน้ำหนัก แบบนักมวย กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ให้เข้ากับชีวิตประจำวัน อย่าหักโหม จนเกินไป และ ออกกำลังกาย หนักจนเกินไป เพราะจะทำให้ ร่างกายอ่อนล้า จนไม่สามารถ ลดน้ำหนัก แบบ นักมวย ต่อได้ และ จะมีผลกระทบ มากกว่าผลดี

 

 

 

 

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

บุคคลสำคัญ มวยไทย ( Muay Thai ) แต่ละยุคสมัย

เครื่องแต่งกายมวยไทยโบราณ

ไม่เป็น มวย แต่อย่าฝึก มวย เริ่มจากกอะไรดี

ไม่เป็น มวย แต่อย่าฝึก มวย เริ่มจากกอะไรดี

หนุ่ม สาวๆ คนไหนที่อยากหันมาซ้อมมวยไทย แต่ก็ยังกล้าๆ กลัวๆอยู่ ลองมาอ่าน บทความนี้อาจจะเปลี่ยนความคิด ของคุณ เพราะ การซ้อม มวย นั้นไม่ได้ยากอย่างที่คุณกคิด

 

มวย หรือ มวยไทย นั้นเป็นกีฬา ที่ยอมรับว่าได้รับความนิยมอย่างมาก ไม่ใช้แค่ในประเทศไทย เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึง ประเทศต่างๆ เช่น ประเทศญี่ปุ่น ประเทศอเมริกา หรือ ประเทศต่างๆ ต่างก็พากันให้ความสนใจ ในกีฬา ประเภท นี้ เพราะ มวยไทย จัดอยู่ในกีฬาประจำชาติ ไทย และยังเป็นกีฬา ที่ได้รับความนิยม ไม่ใช้แค่ การออกกำลังกาย เพียงอย่างเดียว ยังสามารถ นำมาป้องกัน และ ฝึกการต่อสู้ได้อีกด้วย และ มวยไทย นั้นยังเป็นกีฬา ที่สื่อต่างๆ พากันให้ความสนใจ จนได้เกิดเป็นภาพยนตร์ หรือ เกม ให้ผู้ที่สนใจได้ชม ได้เล่น จนทำให้ มวยไทย เป็นที่นิยม อย่างมากในปัจจุบัน

 

สำหรับหนุ่มๆ สาวๆ หรือ เด็กๆ คนไหน ที่อยากมาลองฝึก มวย หรือ ฝึกมวยไทยนั้น แต่ก็ยังกลัวๆ กล้าๆ อยู่เพราะ กลัวตัวองจะฝึกไม่ไหว กลัวเจ็บ แต่เราอยากให้คุณเปลี่ยนความคิด นั้นเพราะ การฝึก มวย นั้นก็เหมือนการ ออกกำลังกาย ที่ได้ขยับ ร่างกาย ในทุกๆส่วน ไม่ว่าจะเป็น ศีรษะ ลงมาจนถึงเท้า แถบ จะใช้ทุกส่วนของร่างกาย และสำหรับ ท่านใด ที่กำลังคิดว่า ฝึก มวย อาจจะเจ็บตัว ความคิดนั้น อาจเป็นเรื่องที่ผิด เพราะ การที่เราไปฝึก มวย นั้นเราไม่ได้ จำเป็นที่เราจะต้องไปต้อย หรือ ต่อสู้กับใคร เพียงแค่เรา อยากฝึก มวย สนใจในศิลปะการ ต่อสู้ และถึงเราจะฝึก ไปนาน แค่ไหนเราก็ไม่จำเป็นต้องออกไปต่อสู้ เราแค่ฝึก ให้รู้และได้ออกกำลังกาย เท่านั้นเอง และสำหรับท่านใดที่สนใจ และอย่างรู้ว่า ควรเริ่มจากอะไรก่อนนั้น วันนี้เราจะมาแนะนำ วิธีการใช้ อวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ของเราว่าเราต้องใช้ ส่วนไหน เป็นอาวุธ กันบ้างไปดูกัน

 

ท่อนแขน    หมายถึงแขน ท่อนล่างตั้งแต่ใต้ศอกยาวลงไปถึงข้อมือ ใช้สำหรับ ฟัน สับ กด ปัด เปิด หนีบ

 

ฝ่ามือ    หมายถึงด้านในที่มีลายมือ ใช้ผลัก ปัด ตบ กระแทก กด รัด บีบ

 

นิ้วมือ    หมายถึงนิ้วมือทั้งห้านิ้ว ใช้ทิ่ม ควัก จับ กด จิก บีบ

 

หมัด    หมายถึงการรวมนิ้วมือทั้งห้านิ้วด้วยการกำมือ ใช้ต่อย ทุบ กระทุ้ง กระแทก เขก โขก กด เหวี่ยง ดัน

 

ศอก    หมายถึงการงอแขนให้เป็นมุม ใช้กด กระแทก งัด แทง ปัก ฟัน สับ เฉือน เหวี่ยง รับ วาง

 

สันมือ   หมายถึงด้านข้างของฝ่ามือ ทางด้านโคนนิ้วก้อยจนถึงข้อมือ ใช้สับ ฟัน กระแทก ปัด

 

ส้นมือ    หมายถึงบริเวณข้อมือด้านในที่มีลายมือ ใช้ผลัก กระแทก หลังมือ    มือทางด้านที่ไม่มีลายมือ ใช้ตบ ปัด เปิด

 

หลังมือ    มือทางด้านที่ไม่มีลายมือ ใช้ตบ ปัด เปิด

 

เข่า   หมายถึงการทบขาท่อนบนกับท่อนล่างจนกลายเป็นมุมแหลม ใช้กด กระแทก กระทุ้ง ยัด โยน เหวี่ยง รับ

 

            ยังมีอีก หลากหลายอาวุธ ที่นักมวย ใช่ในการต่อสู้ หรือ การฝึกซ้อม แต่วันนี้เราจะยกตัวอย่าง ให้พอเข้าใจกันก่อน ว่า อวัยวะแต่ละส่วนของร่างกาย นั้นใช่อย่างไรกันบ้าง และยังมีสิ่งสำคัญ ที่ คนอยากจะฝึก มวย หรือ ซ้อม มวย ควรจะรู้ไว้ ไปดูกันดีกว่าว่าจะมีอะไรกันบ้าง

 

อุปกรณ์ใน การ ชกมวย 

 

            อุปกรณ์ สำหรับการ ต่อยมวย หรือ ฝึก มวย นั้นเป็นสิ่งสำคัญ อย่างมาก เพราะ เป็นสิ่งที่สามารถ ไปช่วยเราให้ลดอาการบาดเจ็บ และ ช่วยให้เรามีการฝึกร่างกายในช่วยต่างๆ ที่อุปกรณ์ช่วยได้แต่ละส่วน นั้นเอง

 

มีเทรนเนอร์ดี

 

สำหรับ การมีเทรนเนอร์ นั้นจะสามารถ ช่วยสอนเบสิค เบื้องต้น สำหรับการ ฝึก มวย ไม่ว่าจะเป็น การเคลื่อนไหว การป้องกัน การยืนตำแหน่งยามอยู่บนเวที รวมถึงความแคล่วคล่องว่องไว

 

สัญชาตญาณ

 

ก็ จริงอยู่ว่า การที่เรามี เทรนเนอร์ ที่ดี หรือพี่เลี้ยงที่ดี นั้นจะสามารถไปจัดการ วางแผนให้คุณก่อนขึ้นชก และระหว่างพักยก หรือ การซ้อมของคุรได้เป็นอย่างดี แต่เมื่อขึ้นออกไปตะบันกับคู่แข่งบนเวที คุณคือคนที่กำหนดทุกอย่าง บางทีอาจไม่มีเวลาคิดด้วยซ้ำ มันคือสิ่งที่อยู่ในตัวคุณที่หากมาถูกที่ถูกเวลา ก็สามารถพาคุณไปสู่ชัยชนะได้เช่นกัน

 

ฝึกฝนจิตใจ

 

            สำหรับ การเริ่มที่จะฝึก มวย หรือ ซ้อมมวย นั้น เราควรที่จะมีจิตใจ แนวแน่ ตั้งใจ มีความรัก ในกีฬา ไม่ใช่แค่การต่อสู้ด้วยพละกำลังเท่านั้น แต่มันยังวัดถึงความสามารถด้านกระบวนความคิด การตัดสินใจในสถานการณ์เฉพาะหน้าเพียงเสี้ยววินาที ของเราเพราะ หากเรามีทั้งหมดนี้ ก็จะทำให้การซ้อม หรือ การฝึก นั้นเป็นไปได้อย่างรายรื่นนั้นเอง

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

ฟิตหุ่นสวย ด้วยมวยไทย

มาเรียนรู้พื้นฐานเบี้องต้นของ มวยไทย ก่อนฝึกจริงกันเถอะ

เริ่มฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) เบื้องต้นให้ถูกวิธี

เริ่มฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) เบื้องต้นให้ถูกวิธี

การเริ่มฝึกวิชา มวยไทย ( Muay Thai ) ควรมีความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นเสียก่อน เพื่อให้ใช้หมัด เท้า เข่า ศอก ได้อย่างถูกวิธี ซึ่งหลักการสำคัญในการฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) มีดังนี้

 

1. การตั้งท่าจดมวย

     การตั้งท่าจดมวย คือ การวางเข่า การวางมือ ให้ถูกต้องตามหลักการฝึก โดยการจดมวยจะต้องทราบเหลี่ยมมวย หรือ การแสดงการใช้มือ และเท้าที่ถนัดออกมาให้เห็น นั่นเอง มี 2 เหลี่ยม ได้แก่ เหลี่ยมซ้าย และเหลี่ยมขวา

 

2. การวางตำแหน่งอวัยวะ

     การวางตำแหน่งของอวัยวะที่ได้จดมวย คือ การกำหมัด วางเท้า มือ และลำตัว ซึ่งการกำหมัดที่ถูกต้อง คือ แบมือ ให้นิ้วมือทั้ง 4 เรียงชิดติดกัน แล้วพับนิ้วทั้ง 4 นิ้วเข้าหาอุ้งมือ แล้วกดทับด้วยนิ้วหัวแม่มือ ลงทาบ ในลักษณะเฉียงกับนิ้วชี้ และนิ้วกลาง เพื่อให้หมัดที่กำกระชับแน่น โดยไม่เกร็ง

 

3. การใช้หมัดใน มวยไทย ( Muay Thai )

     การใช้หมัดใน มวยไทย ( Muay Thai ) มีอยู่ด้วยกันหลายแบบ เริ่มจาก “หมัดตรง” คือ การใช้หมัดที่ถนัดมุ่งไปยังเป้าหมาย อาศัยแรงจากหัวไหล่ ลำตัว เอว และเท้ายันพื้น ให้ทุกส่วนประสานกัน

     หมัดต่อมา “หมัดตัด” คือ การใช้หมัดเหวี่ยงในลักษณะโค้งเป็นครึ่งวงกลม โดยเล็งไปที่บริเวณลำตัว ใบหน้า  หรือศีรษะของคู่ต่อสู้ มีทั้งหมัดเหวี่ยงสั้น หรือการเหวี่ยงวงแคบ และหมัดเหวี่ยงยาว หรือการเหวี่ยงวงกว้าง

     หมัดถัดมา “หมัดตวัด” คือ การใช้สันหมัดกดลงบริเวณอวัยวะสำคัญของคู่ต่อสู้ ในลักษณะเหยียดแขนออกไป พร้อมชกตวัดวงแคบ และหมัดสุดท้าย “หมัดเสย” คือ การใช้หมัดชกเข้าหาคู่ต่อสู้โดยงอศอก เกร็งข้อศอก หงายหมัด แล้วยกขึ้นสู่เป้าหมาย เช่น ปลายคาง ดั้งจมูก หรือใบหน้าคู่ต่อสู้

 

4. การใช้เท้าใน มวยไทย ( Muay Thai )

     การใช้เท้า ใน มวยไทย ( Muay Thai ) จะแบ่งออกเป็น 2 ไม้ คือ การเตะ และการถีบ ซึ่ง การเตะ คือ การใช้อวัยวะส่วนขาตั้งแต่เอวลงไปจนถึงปลายเท้า แต่การแตะของ มวยไทย ( Muay Thai ) นิยมใช้หน้าแข้งเตะ เพราะเป็นส่วนที่แข็งเปรียบเสมือนการหวดด้วยไม้ การเตะแบกแยกย่อยได้อีกเป็น เตะตรง เตะตัด เตะตวัด หรือเตะเฉียง  และกลับหลังเตะ ส่วนการถีบ คือ การใช้ปลายเท้า ฝ่าเท้า หรือ ส้นเท้า ปะทะคู่ต่อสู้ แบ่งย่อยได้เป็น ถีบตรง ถีบข้าง กลับหลังถีบ กระโดดถีบ  ถีบจิก

 

5. การใช้เข่าใน มวยไทย ( Muay Thai )

     การใช้เข่าใน มวยไทย ( Muay Thai ) คือ การใช้อวัยวะส่วนที่เป็นข้อต่อระหว่างกระดูกขาส่วนบนกับกระดูกขาส่วนล่าง แล้วงอพับขา กระทุ้งไปยังเป้าหมายของคู่ต่อสู้ โดยการใช้เข่าของใน มวยไทย ( Muay Thai ) นิยมพับปลายเท้าลงให้เกือบขนานกับลำแข้ง เพื่อความเร็ว และความคล่องตัว มีทั้งเข่าตรง เข่าเฉียง เข่าโค้ง เข่าโยน เข่าลอย

 

6. การใช้ศอกใน มวยไทย ( Muay Thai )

     มาถึงอาวุธสุดท้าย การใช้ศอกใน มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นหนึ่งในการใช้อาวุธที่รุนแรงที่สุด และมีการห้ามให้ใช้ในรายการมวยบางแห่ง การใช้ศอกขั้นพื้นฐานมีลักษณะ ดังนี้

- ศอกตี หรือ ศอกสับ ใช้วิธีการตีศอกจากบนสู่ล่าง เฉียงซ้ายคล้ายมุมฉาก บางครั้งอาจบิดตัวตี โดยมีแรงส่งจากไหล่ ลำตัว และเท้า

- ศอกตัด คือ การตีศอกตัดขนานไปสู่เป้าหมาย

- ศอกงัด คือ การตีศอกจากกลาง งัดขึ้นไปข้างบน ตรงเป็นมุมฉาก

- ศอกกระทุ้ง คือ การใช้ศอกพุ่งออกไปด้านหลัง ในลักษณะกระทุ้ง แก้ไขสถานการณ์ที่คู่ต่อสู้ประชิดเข้ามาด้านหลัง

- ศอกกลับ คือ การหมุนตัวตีศอก กลับไปทางด้านหลัง ตามจังหวะที่สัมพันธ์กับการเคลื่อนตามเท้า

- ศอกคู่ คือ การตีศอกด้วยแขนสองข้าง

 

     ศิลปะการใช้หมัด เท้า เข่า ศอก ของ มวยไทย ( Muay Thai ) หากอยากชำนาญต้องทำการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ และถูกท่าถูกวิธี เพื่อให้คู่ต่อสู้จับทางได้ยาก หากใครสนใจอยากเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) เจริญทองมวยไทยยิม ( jaroenthongmuaythai Gym ) ยินดีต้อนรับ เรามีสาขาให้บริการถึง 3 สาขา ไม่ว่าจะเป็นสาขาข้าวสาว ศรีนครินทร์ และรัชดา ใครสะดวก หรืออยู่ใกล้สาขาไหนก็จัดเลย

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

เหตุผลที่ชาวต่างชาติสนใจ มวยไทย ( Muay Thai )

มารยาทในการชก มวยไทย ที่เราควรรู้ไว้

บุคคลสำคัญ มวยไทย ( Muay Thai ) แต่ละยุคสมัย

บุคคลสำคัญ มวยไทย ( Muay Thai ) แต่ละยุคสมัย

สวัสดีค่ะใครสนใจประวัติศาสตร์ มวยไทย ( Muay Thai ) บ้างคะกว่าจะมาเป็น มวยไทย ( Muay Thai ) ในทุกวันนี้ต้องย่อมมีครู หรือ ผู้ฝึกสอนเผยแพร่วิชา วันนี้เราจึงจะมาแนะนำ บุคคลสำคัญของ มวยไทย ( Muay Thai ) กันค่ะ

 

 

บุคคลสำคัญ มวยไทย ( Muay Thai ) แต่ละยุคสมัย ในประวัติศาสตร์

 

มวยไทย ( Muay Thai ) ในสมัยกรุงศรีอยุธยา

สมัยกรุงศรีอยุธยา เริ่มประมาณ พ.ศ.1988 - 2310 ระยะเวลา 417 ปี บางสมัย ก็มีศึกกับ ประเทศใกล้เคียง เช่น พม่า และเขมร ดังนั้นชายหนุ่ม สมัยกรุงศรีอยุธยา จึงต้องฝึกฝน ความชำนาญ ในการต่อสู้ ด้วยอาวุธ และ ศิลปะป้องกันตัว ด้วยมือเปล่า โดยมีครูผู้เชี่ยวชาญ ทางการต่อสู้ เป็นผู้สอน การฝึกเริ่มจากในวัง ไปสู่ประชาชน สำนักดาบพุทธไทสวรรค์ เป็นสำนักดาบ ที่มีชื่อเสียงสมัยอยุธยา มีผู้นิยมไปเรียนมาก ซึ่งในการฝึก จะใช้อาวุธจำลอง คือ ดาบหวายเรียกว่า กระบี่กระบอง นอกจากนี้ยังต้องฝึก การต่อสู้ป้องกันตัว ด้วยมือเปล่า เรียกว่า มวยไทย ( Muay Thai ) ควบคู่กันไปด้วย ในสมัยนี้ วัดยังคงเป็น สถานที่ให้ความรู้ ทั้งวิชาสามัญ และ วิชาปฏิบัติ ในเชิงอาวุธ ควบคู่กับ มวยไทย ( Muay Thai ) อีกด้วย และ บุคคลสำคัญ ของกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ในยุคสมัยนี้ก็คือ สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 ( พระเจ้าเสือ ) นั่นเองค่ะ

 

สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 ( พระเจ้าเสือ ) กษัตริย์แห่ง มวยไทย ( Muay Thai )

สมัยอยุธยา สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือ พระเจ้าเสือ โปรดการชก มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นอย่างมาก เคยทรงปลอมพระองค์ มาชกมวยกับชาวบ้าน และ ชนะนัก มวยไทย ( Muay Thai ) ฝีมือดี ของเมือง วิเศษไชยชาญ อีกทั้งชนะ นักมวย เอกถึง 3 คน เมื่อพระมหากษัตริย์ โปรดการชก มวยไทย ( Muay Thai ) เช่นนี้ ทำให้มีการฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) กันอย่างแพร่หลาย ในราชสำนัก ขยายไปสู่บ้าน และวัด โดยเฉพาะวัด ถือเป็นแหล่ง ประสิทธิ์ประสาท วิชา มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นอย่างดี รวมถึงขยายวงกว้าง ไปสู่สามัญชนมาก แม้ท่านจะทรงสวรรคต แต่ มวยไทย ( Muay Thai ) ตำรับพระเจ้าเสือ อันแข็งแกร่งยังได้รับ การถ่ายทอด ให้คนรุ่นหลัง ได้เรียนรู้ ฝึกฝน จนถึงทุกวันนี้ อีกทั้งวันเสด็จขึ้น เสวยราชสมบัติ ของ พระเจ้าเสือ คือวันที่ 6 กุมภาพันธ์ เป็น วัน มวยไทย ( Muay Thai ) อีกด้วย

 

 

มวยไทย ( Muay Thai ) สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย

หลังจาก พ่ายแพ้ แก่พม่า เป็นครั้งที่ 2 พ.ศ. 2310 มีนักมวย ที่ขึ้นชื่อ สองคน ได้แก่ นายขนมต้ม และ นายทองดีฟันขาว หรือ พระยาพิชัยดาบหัก นั่นเอง

 

นายขนมต้ม ยอดนักสู้ ผู้เชิดชูเชิง มวยไทย ( Muay Thai ) ให้เป็นที่ประจักษ์ แก่ชาวต่างชาติ

ในตอนเด็กนั้น ๆ นายขนมต้ม เป็นเด็กที่อาศัยอยู่ในวัด ด้วยสาเหตุที่ว่าพ่อ และแม่ ถูกพม่าสังหาร จนถึงแก่ชีวิต ทั้งสองคน จนเมื่อพม่าตี กรุงศรีอยุธยา นายขนมต้ม กลายเป็นหนึ่ง ในเชลยศึก ที่ถูกกวาดต้อน ไปยัง ประเทศพม่า กษัตริย์แห่งพม่า ได้ทรงจัดงานสมโภช เจดีย์ชเวดากอง และทรงโปรด ให้มีการแข่งขัน ชกมวยระหว่าง ชาวสยาม และ ชาวพม่า สุกี้พะนายกองคัด นายขนมต้ม ขึ้นชก และสามารถชกชนะ นักมวยพม่าถึง 10 คนโดยมิยอมถอย แม้แต่ก้าวเดียว จนพระเจ้ามังระปูบำเหน็จ แต่งตั้งให้เป็นข้ารับใช้ ในกรุงอังวะแต่ นายขนมต้ม ปฏิเสธ และขอให้ปลดปล่อยตน และเชลยคนไทยทั้งหมด เป็นอิสระ เพื่อกลับบ้านเกิด พระเจ้ามังระ ยอมทำตามความประสงค์ ให้ทุกคน ได้กลับมายัง บ้านเกิด ก็คือแผ่นดินไทย ที่มีกรุงธนบุรี เป็นราชธานีนั่นเอง เหตุการณ์ที่ นายขนมต้ม สามารถเอาชนะ นักมวยพม่า เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2317 นั้น ทำให้ได้มีการกำหนด ให้วันดังกล่าว เป็น วัน มวยไทย ( Muay Thai ) อีกด้วย

 

 

นายทองดีฟันขาว นัก มวยไทย ( Muay Thai ) สู่นักรบของชาติ ผู้พลิกปรากฏการณ์ มวยแห่งชาติ

นายทองดีฟันขาว คืออีกหนึ่งครู มวยไทย ( Muay Thai ) สำคัญแห่งประวัติศาสตร์ เดิมชื่อ จ้อย เป็นเด็กชายที่มีนิสัยกล้าหาญ อดทน ชอบชก  มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นชีวิตจิตใจ ต่อมาได้ศึกษา วิชาหมัดมวย กับครูเที่ยงที่บ้านท่าเสา แต่เพราะไม่เคี้ยวหมากพลู เหมือนคนสมัย นั้นครูเที่ยงจึงเรียกว่า นายทองดีฟันขาว  นายทองดีเดินทาง ไปเรียนการต่อสู้ จากหลาย ๆ ที่ ไม่ว่าจะเป็น มวยไทย ( Muay Thai ) มวยจีน หรือเชิงดาบ จนความสามารถเลื่องลือ ภายหลังถวายตัว เป็นทหารคนสนิท ของพระเจ้ากรุงธนบุรี และได้รับสมญานามว่า พระยาพิชัย

 

นายทองดีฟันขาว หรือ พระยาพิชัยดาบหัก ได้สร้างมรดก อันควรแก่การยกย่อง สืบทอดมาถึงปัจจุบัน นอกจากจะเป็นเรื่อง ความซื่อสัตย์สุจริต เด็ดเดี่ยวกล้าหาญ ความรักชาติแล้ว ยังสร้าง มวยพระยาพิชัย ที่มีจุดเด่นคือ เป็นทั้งมวยอ่อน และมวยแข็ง รุก - รับ ตามแต่สถานการณ์ การออกไม้จะรวดเร็ว รุนแรง เผด็จศึกอย่างรวดเร็ว เมื่อมีโอกาส สามารถ ปกป้อง ตนเอง รู้วิธีรับก่อนรุก เรียนแก้ก่อนผูก เรียนรู้ จุดอ่อน จุดแข็ง ของตนเอง และ คู่ต่อสู้อีกด้วย

 

 

 

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

อยากฝึก มวยไทย ฝึกแบบไหนก่อนดี

ครูมวยไทยในประวัติศาสตร์

เหตุผลที่ชาวต่างชาติสนใจ มวยไทย ( Muay Thai )

เหตุผลที่ชาวต่างชาติสนใจ มวยไทย ( Muay Thai )

มวยไทย ( Muay Thai ) ก็เป็นกีฬาอีกชนิดหนึ่งที่คนให้ความสนใจกันมาก เป็นศิลปะแขนงหนึ่งที่เป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทย และรู้จักกันมาถึงทุกวันนี้ มาดูเหตุผลที่ชาวต่างชาติสนใจ มวยไทย ( Muay Thai ) กันค่ะ

 

     มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาต่อสู้ที่มีรูปแบบสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นการตั้งรับ หรือรุกก็มีท่าทีที่ดูสวยงาม ถือว่าเป็นศิลปะแขนงหนึ่งได้เลย  มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นเราสามารถใช้ หมัด เท้า เข่า ศอกได้หมด ซึ่งอาวุธของ มวยไทย ( Muay Thai ) ถือว่าเป็นอาวุธที่ร้ายแรงได้เลย เพราะเป็นอาวุธที่สามารถฆ่าคนได้เลยทีเดียว อย่างเช่น ท่าฤาษีบดยา เป็นการเอาศอกจามไปบนหัวผู้ต่อสู้ หากโดนตรงจุด อาจทำให้สลบ หรือถึงขั้น เสียชีวิต ก็เป็นไปได้ นี่เป็นแค่ ท่าหนึ่ง ในแม่ไม้ มวยไทย ( Muay Thai ) และยัง มีอีกหลายท่า ที่ไม่ได้กล่าวถึง เพราะคงยาว แม่ไม้ มวยไทย ( Muay Thai ) มันมีท่าเยอะมาก และแต่ละท่าก็มีความสวยงามมากแตกต่างกันไป และยังเป็นกีฬาที่ดุเดือดมาก เพราะพลาดนิดหนึ่งอาจหน้าแตกโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเหตุผลนี้จึงทำให้มีผู้คนทั้งชาวไทย และต่างชาติ ที่รักการต่อสู้มาสนใจ มวยไทย ( Muay Thai ) กันมากขึ้น ถือได้ว่าเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมมาก ในปัจจุบันเลย

 

          ความนิยมของ มวยไทย ( Muay Thai )

     ในปัจจุบันนี้ พูดได้ไม่เต็มปาก ว่าคนไทย เป็นที่หนึ่งของ มวยไทย ( Muay Thai )  เพราะตอนนี้ ชาวต่างชาติที่เก่งกว่านัก มวยไทย ( Muay Thai ) ก็เริ่มมีให้เห็นมากขึ้น เพราะกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ของเราไม่ปิดกั้นคนที่สนใจ ใครที่สนใจก็มาเรียนได้ ซึ่งเหตุนี้ จึงทำให้มีชาวต่างชาติที่รักการต่อสู้หันมาสนใจเรียนกันมาก พอได้เรียน ก็อยากจะลองวิชา เลยไปขึ้นชก พอได้ขึ้นครั้งหนึ่ง ก็ทำให้ติดใจ ไม่ว่าผล จะแพ้ หรือชนะ คนที่รักการต่อสู้พอได้ขึ้นชก มวยไทย ( Muay Thai ) แล้ว เชื่อได้เลยว่า ต้องติดใจกันทุกคน ถึงแม้มันจะเจ็บมากและค่าตอบแทนก็น้อย แต่การได้สู้ กับคนที่เก่งกว่า หรือคนที่ชอบ อะไรแบบเดียวกัน มันคือความสุข ของคนที่รักการต่อสู้ซึ่ง ตอบได้เลยว่า คนที่ไม่ชอบ เขาก็จะมองพวกเราบ้า แต่กับคนคนที่ชอบ การต่อสู้ ถ้าถามว่าคุณชอบกีฬาอะไรมากที่สุด เขาจะตอบเป็นเสียงเดียวกันก็คือ “ มวยไทย ( Muay Thai ) ”

     มวยไทย ( Muay Thai ) มีเอกลักษณ์ ที่เด่นก็คือ อาวุธ และท่าทาง ที่ใช้ในการต่อสู้ ซึ่งมีรูปแบบ ไม่เหมือนแบบอื่น ซึ่งอาวุธ แต่ละอย่าง ที่ออกมานั้น ล้วนแต่อันตราย โดนที มีหลับคาเวที ซึ่งปัจจุบันนี้ คนที่ใช้ ตอนนี้ก็ไม่ใช่ แค่คนไทยเท่านั้น ชาวต่างชาติ ก็เริ่มใช้ได้ เหมือนกันแล้ว แต่การใช้พิษ สงยังไม่เท่าคนไทย เพราะการศอก และเข่า ยังสู้คนไทยไม่ได้ ซึ่งอันนี้แหล่ะ คือไม้เด็ดของ มวยไทย ( Muay Thai )  เป็นอาวุธ ที่คนไทยใช้แล้ว มีประสิทธิภาพมาก เพราะชาวต่างชาติ ยังใช้ได้ไม่ดีเท่า ซึ่งสองอาวุธนี้ เป็นการใช้ ระยะประชิดซึ่ง ชาวต่างเป็นนักมวย ที่ใช้หมัด และเตะหนัก เวลาขึ้นชก ชาวต่างชาติ ก็พยายาม ให้อยู่ในระยะ ที่ตัวเองชกได้ แต่พอคนไทย ได้เข้าไปล็อกคอ ตีเข่า เมื่อไร เป็นอันเสร็จทุกหลาย ซึ่งสิ่งนี้ ชาวต่างชาติ ยังเลียนแบบไม่ได้ ถึงแม้ จะเรียนมาแต่ลักษณะ บางอย่าง ก็เลียนแบบไม่ได้ จึงทำให้ มวยไทย ( Muay Thai ) ยังเป็นอาวุธที่คู่คนไทยตลอดไป

 

          กฎข้อบังคับการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai )

     กฎข้อบังคับการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) การแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai )  จำนวนยกในการแข่งขันทั้งหมดมี 5 ยก ยกละ 3 นาที พักระหว่างยก 2 นาที จะไม่มีการเพิ่มรอบโดยไม่ได้รับอนุญาต นักมวยจะต้อง ใช้นวมขนาดไม่น้อยกว่า 6 ออนซ์ ( 172 กรัม ) ซึ่งนวมที่สวม ใส่จะต้องไม่ถูกบีบ หรือบดเพื่อเปลี่ยนรูปทรงของนวม

 

          ระเบียบการสำหรับการแข่งขันชก มวยไทย ( Muay Thai )

- ต้องสวมกางเกงขาสั้นเพียงครึ่งโคนขาให้เรียบร้อยไม่สวมเสื้อ และรองเท้านักมวยมุมแดงให้กางเกงสีแดง ชมพู สีเลือดหมู หรือสีขาวที่มีแถบแดงคาด นักมวยมุมน้ำเงินใช้กางเกงสีน้ำเงิน และสีดำ ห้ามคาดแถบสีแดง และต้องสวมเสื้อคลุมตามข้อบังคับสภาพ มวยไทย ( Muay Thai ) โลก

- ต้องสวมกระจับที่ทำขึ้นจากวัสดุแข็งแรงทนทาน และได้รับการรับรองจากสภา มวยไทย ( Muay Thai ) โลก เมื่อถูกตีด้วยเข่าหรืออาวุธในการต่อสู้อย่างอื่น ตรงบริเวณอวัยวะเพศจะไม่ทำให้เกิดอันตราย การผูกกระจับต้องผูกปมไว้ด้านหลัง และต้องผูกด้วยเงื่อนตาย เก็บปลายเชือกส่วนที่เหลือให้เรียบร้อย

- ห้ามไว้ผมยาวรุงรัง และห้ามไว้เครา อนุญาตให้ไว้หนวดได้แต่ต้องยาวไม่เกินริมฝีปาก เล็บเท้า ต้องตัดให้เรียบและสั้น

- ต้องสวมมงคลผ้าประเจียด หรือรัดเกล้า เฉพาะเวลาร่ายรำไหว้ครู ก่อนทำการแข่งขันเท่านั้น เครื่องรางอนุญาตให้ผูกที่โคนแขน หรือเอว แต่ต้องหุ้มผ้าให้มิดชิดเรียบร้อย เพื่อป้องกันมิให้เกิดอันตรายแก่คู่แข่งขัน

- อนุญาตให้ใช้ปลอกยืดรัดข้อเท้ากันเคล็ด สวมข้อเท้าได้ข้างละไม่เกิน 1 อัน แต่ห้ามมิให้เลื่อนปลอกรัดขึ้นไปเป็นสนับแข้งหรือม้วนพับลงมา และห้ามใช้ผ้ารัดขาและข้อเท้า

- ห้ามใช้เข็มขัดหรือสิ่งที่เป็นโลหะ สร้อย ฯลฯ

- ห้ามใช้น้ำมันวาสลิน น้ำมันร้อน ไขหรือสมุนไพร หรือสิ่งอื่นที่ทำให้คู่แข่งขันเสียเปรียบหรือเป็นที่น่ารังเกียจทาร่างกายหรือนวม

- ฟันยาง ผู้แข่งขันต้องใส่ฟันยาง

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

มารยาทในการชก มวยไทย ที่เราควรรู้ไว้

กระจับ นักมวย สำคัญอย่างไรกันนะ

บทบาทหน้าที่ของ พี่เลี้ยงนักมวย

บทบาทหน้าที่ของ พี่เลี้ยงนักมวย

เบื้องหน้าความสำเร็จของนักมวย ล้วนมีผู้อยู่เบื้องหลังที่สำคัญอย่าง พี่เลี้ยงนักมวย ซึ่งหลายคนอาจจะเคยเห็นบทบาทได้ ในช่วงที่มีการพักยกของการแข่งขัน พี่เลี้ยงนักมวย จะคอยมาดูแลนักมวย แต่แท้จริงแล้วมีบทบาทที่มากกว่านั้น

 

ไม่ว่าจะเป็นกีฬาประเภทใด นักกีฬาย่อมมีผู้ฝึกสอนของศาสตร์กีฬานั้น ๆ เฉกเช่นการเรียนการสอนทั่วไป ที่ต้องมีครูกับศิษย์ ซึ่งผู้ฝึกสอนในทางกีฬาสามารถเลี้ยงได้หลายอย่าง เช่น ครู อาจารย์ โค้ช  ครูฝึก พี่เลี้ยง เป็นต้น สำหรับมวยไทยก็เช่นกัน การที่นักมวยจะมีความรู้ ความสามารถได้ จะต้องได้รับการถ่ายทอดวิชาการต่อสู้และศาสตร์ต่าง ๆ ของมวยไทยมาจาก ครูมวย หรือ พี่เลี้ยง นั่นเอง โดยมวยไทยในสมัยก่อน มีการเรียกผู้ที่ฝึกสอนมวยไทยให้แก่ศิษย์ว่า "ครูมวย" และในสมัยปัจจุบันมีความหลากหลายในการเรียกมากขึ้น เช่น โค้ช หรือ พี่เลี้ยง แล้วแต่นักมวยจะเรียกกัน

 

ก่อนการแข่งขันมวยไทย พี่เลี้ยงจะมีหน้าที่ ฝึกสอนมวยให้แก่นักมวยที่ตนดูแล พี่เลี้ยงที่ดีจะต้องสามารถวิเคราะห์นักมวยของตนเองได้ ว่ามีจุดแข็งและจุดอ่อนอะไรบ้าง เพื่อชูจุดแข็งในการเอาชนะคู่ต่อสู้ และพัฒนาจุดอ่อนไม่ให้มีความบกพร่องได้ หากมีการแข่งขันมวยไทย พี่เลี้ยงนักมวย จะต้องคอยวางแผนการชกให้กับนักมวยล่วงหน้า รวมถึงวิเคราะห์จุดอ่อนของคู่ต่อสู้ล่วงหน้าอีกด้วย

 

เมื่อทำการแข่งขัน พี่เลี้ยงนักมวย จะมีเวลากับนักมวยเฉพาะเวลาพักยก หน้าที่ของพี่เลี้ยงนักมวย จะต้องเข้ามาดูแลจัดการความเรียบร้อยของนักมวย คอยนวดกล้ามเนื้อ ซับหน้า ซับเลือด ให้น้ำดื่ม พร้อมกับบอกแผนการชกยกต่อไปว่าควรมีการเล่นอย่างไร ใช้กลยุทธใดในการจัดการกับคู่ต่อสู้ รวมถึงต้องให้กำลังใจและเพิ่มความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าก่อนนักมวยจะไปแข่งต่อ

 

ในการแข่งขันมวยไทย ผู้แข่งขันแต่ละคนให้มีพี่เลี้ยงได้ 2 คน โดยพี่เลี้ยงจะต้องปฏิบัติตามกติกา  ดังต่อไปนี้

 

1. พี่เลี้ยงจะแนะนำ ช่วยเหลือหรือส่งเสริมผู้แข่งขันของตนในระหว่างการชกกำลังดำเนินอยู่ไม่ได้ ถ้าพี่เลี้ยงละเมิดกติกา อาจถูกตำหนิโทษ หรือให้ออกจากหน้าที่นักมวยของเขา อาจถูกผู้ชี้ขาดเตือน ตำหนิโทษ หรือให้ออกจากการแข่งขัน อันเนื่องมาจากการทำผิดของพี่เลี้ยง

 

2. พี่เลี้ยงจะยอมแพ้แทนผู้แข่งขันของตนเช่นโยนฟองน้ำหรือผ้าเช็ดตัวเข้าไปในสังเวียนไม่ได้

 

3. ในระหว่างการชกพี่เลี้ยง จะต้องอยู่ในที่นั่งของตน ก่อนเริ่มการแข่งขันในแต่ละยกให้พี่เลี้ยงนำผ้าเช็ดตัวขวดน้ำ ฯลฯ ออกไปจากขอบสังเวียน

 

4. ขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่มุมระหว่างพักยก พี่เลี้ยงต้องตรวจดูเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์ของนักมวยของตนให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย พร้อมแข่งขันก่อนสัญญาณของยกต่อไปจะดังขึ้น และถ้ามีเหตุที่นอกเหนือความสามารถพี่เลี้ยงจะต้องรีบแจ้งให้ผู้ชี้ขาดทราบทันที ถ้าพี่เลี้ยงละเมิดกติกาอาจถูกตำหนิโทษหรือให้ออกจากหน้าที่ นักมวยของเขาอาจถูกผู้ชี้ขาดเตือนหรือตำหนิโทษได้

 

5. การให้น้ำนักมวย พี่เลี้ยงจะต้องไม่ให้น้ำนักมวยของตน จนเปียกชุ่มและต้องไม่ทำให้พื้นเวทีเปียกลื่น จนอาจเป็นอันตรายกับคู่แข่งขัน

 

6. พี่เลี้ยงต้องสวมเสื้อแสดงสัญลักษณ์คณะนักมวยของตนให้สุภาพเรียบร้อย

 

7. ห้ามพี่เลี้ยงใช้วาจาไม่สุภาพ หรือทำร้ายนักมวยของตน ระหว่างการแข่งขัน และภายหลังการแข่งขัน

 

8. ถ้าเป็นการแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งแชมป์เปี้ยน หรือป้องกันตำแหน่ง ให้มีพี่เลี้ยงได้ฝ่ายละ 3 คน แต่ในการพักระหว่างยก พี่เลี้ยงจะเข้าไปในสังเวียนได้เพียง 2 คนเท่านั้น

 

9. ในการแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งแชมป์เปี้ยน หรือป้องกันตำแหน่งประธานผู้ตัดสินจะต้องจัดให้มีการประชุมร่วมกันระหว่างผู้ชี้ขาดผู้ตัดสิน ผู้จัดการ และพี่เลี้ยงนักมวย เพื่อเน้นให้ทุกคนทราบว่า การไม่ปฏิบัติตามกติกานี้อาจไม่เพียงถูกตัดคะแนนเท่านั้น แต่ยังอาจถูกตัดสินให้แพ้หรือให้ออกจากการแข่งขัน

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

การแต่งกายตามกติกาของ นักมวย

ฝึกมวยไทย ( Muay Thai ) ดีต่อกาย ดีต่อใจ

มารยาทในการชก มวยไทย ที่เราควรรู้ไว้

มารยาทในการชก มวยไทย ที่เราควรรู้ไว้

มวยไทย เป็นกีฬาที่ต้องต่อสู้กับคู่ต่อสู้ เพื่อเอาชนะ แต่สำหรับการต่อสู้นั้นก็ต้องมี กฎกติกามารยาท ในการขึ้นชกแต่ละครั้ง วันนี้เราไปเรียนรู้ กฎกติกามารยาท ของ มวยไทย ดีกว่าว่าจะมีอะไรบ้าง

 

            มวยไทย เป็นกีฬา ที่ต้องใช้การ การต่อสู้ในการที่จะชนะ การแข่งขัน และเราต้อต่อสู้ กับคู่ต่อสู้ มากหน้าหลายตา และทำการต่อสู้กันเพื่อเอาชนะ ดังนั้น กีฬา ที่มีการต่อสู้ ของคน สอง คนก็ต้องมี กฎกติกามารยาท ในการแข่งขัน ไม่ใช่แค่มวยไทย เพียงอย่างเดียว ยังรวมไปถึง กีฬา ประเภท อื่นๆ ด้วยที่มีการต่อสู้ เพราะ ถ้ากีฬาไหน ที่มีการต่อสู้ แล้วไม่ทำตาม กฎกติกามารยาท ก็จะถูกวิจารณ์ หรือ ถูกตัดสินแพ้ หรือ อาจถูก แบนออกจากการแข่งขัน ได้ นั้นเอง

 

            นักมวย นั้นแต่ละคนนั้น คงจะรู้ กันดีอยู่แล้วว่า กฎกติกามารยาท ในการชกมวยนั้น มีอะไรกันบ้าง เพราะ นักมวย คงจะทราบกันดีอยู่แล้ว ว่าถ้าไม่ทำตาม กฎกติกามารยาท นั้น จะส่งผลเสียอะไรแก นักมวย บ้าง แต่สำหรับท่านใด ที่กำลัง หันมาสนใจ มวยไทย หรือ กำลัง เป็นนักมวย มือใหม่ วันนี้เราจะเอา กฎกติกามารยาท มาอธิบาย ให้ฟังกันบ้าง มารยาท แบบไหน ที่ควรทำ หรือ ไม่ควรทำ ในการชกมวย

 

มารยาทในการชก มวยไทย

 

1. นักมวย นั้นจะ เคารพในกฎกติกาการ ชกมวยไทยอย่างเคร่งครัด และต้องทำตาม กฎกติกามารยาท ทุกประการ

 

2.เคารพ เชื่อฟัง และปฏิบัติตามคำแนะนำ และคำตักเตือน ของผู้ตัดสินอย่างเคร่งครัด 

 

3.ไม่แสดง หรือ ห้ามแสดง กิริยาอาการอันไม่สุภาพ ต่อคู่แข่งขัน หรือผู้ชม เช่น ถ่มน้ำลาย ตะโกนด่าผู้ชม หรือ การทำผิดกฎที่ไม่เหมาะสม   

 

4.ไม่แสดงปฏิกิริยา คัดค้าน ไม่พอใจ หรือ ไม่เชื่อฟัง ในการตัดสินของผู้ตัดสินทุกกรณี เช่น ไม่ยอมลงจากเวที ทำร้ายร่างกายผู้ตัดสิน ด่าว่าผู้ตัดสิน หรือทำร้ายผู้ตัดสิน  

 

5.ไม่พยายามซ้ำเติม คู่แข่งขันที่ด้อยกว่า ทั้งที่มีโอกาสกระทำได้ โดยไม่ผิดกติกา 

 

6.มีน้ำใจนักกีฬา เมื่อเห็นว่าคู่ต่อสู้ไม่มีทางสู้แล้วก็พยายามทำให้คู่ตู่สู้ บอบช้ำอีกต่อไป 

 

7.ให้เกียรติและเคารพนักมวย รุ่นพี่ก่อนและหลังการต่อสู้ทุกครั้ง 

 

8.ตามประเพณีนิยม ก่อนการแข่งขันนักมวยต้องทำการไหว้ครู และ ต้องมีการร่ายรำตามศิลปะมวยไทย เ

 

9. ไม่ทำการ ล้มมวย หรือ ทำการไม่เหมาะสมนขณะแข่ง

 

 

สิ่งที่ไม่ควรทำในการชก มวยไทย                               

 

การที่ นักมวย นั้นไม่ ปฏิบัติตาม กฎกติกามารยาท ในการชกมวยนั้น จะถือว่า ฝ่าฝืน กระทำผิดโดนเจตนา ไม่ว่าจะด้ยวิธีใด ถือว่าเป็นการชก ที่น่ารังเกียจ และไม่มีน้ำใจเป็นนักกีฬา ผิดวิสัยของลูกผู้ชาย  และถือว่า ไม่ให้เกียรติ ต่อกีฬา มวยไทย หรือ นักชก

 

1.ใช้ศีรษะกระแทก กัด ควัก หรือกดลูกตา จิกผม ถ่มน้ำลายใส่คู่ต่อสู้ หรือ พยายามโกง ในการแข่งขัน

 

2.ปล้ำโดยแกล้งล้มทับ กดศอก หรือ เข่าซ้ำคู่ต่อสู้ขณะคู่ต่อสู้ลม หรือเหวี่ยงทุ่มในลักษณะของยูโดหรือมวยปล้ำ

 

3.ล๊อคคอหรือ ล็อคแขนขา ขัดขา เกี่ยวขา ปัดขา หนุนขา หรือยกทุ่มคู่ต่อสู้

 

4.จับ โหนพิงเชือกแล้วชก เตะ ถีบ ฯลฯ 

 

5.ซ้ำเติมคู่ต่อสู้ขณะล้ม หรือการเข้าไปเตะซ้ำ

 

6.แกล้งล้ม โดยเจตนาชกในลักษณะสมยอมเพื่อสินจ้างรางวัล หรือ การล้มมวยนั้นเอง 

 

7.แสดงกิริยา หรือ กล่าววาจา คำพูด ที่ไม่สุภาพขณะแข่งขัน 

 

8.ตีเข่าที่บริเวณกระจับคู่ต่อสู้ 

 

9.ใช้เล่ห์เหลี่ยมหลบหลีกการกระทำของคู่ต่อสู้โดยมิชอบ เช่น แกล้งล้มมุดออกนอกเชือก สอดขาออกนอกเชือกหรือหลบอยู่หลังผู้ตัดสิน หรือ การซ้อนอาวุธ เข้ามาในการ ชก

 

สำหรับ กฎกติกามารยาท เป็นสิ่งที่ควรทำตามอย่างเคร่งครัด ควรเคารพ ใน กฎกติกาที่มีการตั้งไว้ ควรให้เกียรติคู่ต่อสู้ และที่สำคัญ ต้องมีน้ำใจ นักกีฬา ซื่อสัตย์ สุจริต ก็จะส่งผลดีให้กับ ตัวนักกีฬา และค่าย ของตนเอง และยังส่งผลดี ต่อคนดู สำหรับ ใครที่อยากเป็น นักมวย หรือ สนใจในการ ชกมวย เราก็ควร ต้องมีน้ำใจนักกีฬา กันทุกคน เพื่อวงการ มวย จะได้เฟื่องฟูและ กลับ มาหน้าดูหน้าสนับสนุนเหมือนเดิม 

 

 

 

อ่านบทความเพ่อมเติม

 

รู้หรือไม่ ทำไมต้องรำมวยก่อนชก

ออกกำลังกายในร่ม หนีฝน หนีฟ้า มีอะไรบ้าง

การแต่งกายตามกติกาของ นักมวย

การแต่งกายตามกติกาของ นักมวย

กติกามวยไทยในปัจจุบันได้ถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจนครอบคลุมทุก ๆ เรื่องที่มีความเกี่ยวข้องกับมวยไทยและผู้เข้าแข่งขัน ซึ่งรวมไปถึง การแต่งกายที่ถูกต้องของ นักมวย ผู้เข้าแข่งขันอีกด้วย

 

สำหรับกติกามวยไทย ในเรื่องการแต่งกาย มีดังต่อไปนี้

 

1. ต้องสวมกางเกงขาสั้น เพียงครึ่งโคนขาให้เรียบร้อย ไม่สวมเสื้อและรองเท้า นักมวยมุมแดง ให้กางเกงสีแดง ชมพู สีเลือดหมู หรือสีขาวที่มีแถบแดงคาด นักมวยมุมน้ำเงินใช้กางเกงสีน้ำเงิน และสีดำ ห้ามคาดแถบสีแดง และต้องสวมเสื้อคลุม ตามข้อบังคับสภาพมวยไทยโลก

 

2. ต้องสวมกระจับ ที่ทำขึ้นจากวัสดุแข็งแรงทนทาน และได้รับการรับรองจาก สภามวยไทยโลก เมื่อถูกตีด้วยเข่า หรืออาวุธในการต่อสู้อย่างอื่นตรงบริเวณอวัยวะเพศ จะไม่ทำให้เกิดอันตราย การผูกกระจับ ต้องผูกปมไว้ด้านหลัง และต้องผูกด้วยเงื่อนตาย เก็บปลายเชือกส่วนที่เหลือให้เรียบร้อย

 

3. ห้ามไว้ผมยาวรุงรัง และห้ามไว้เครา อนุญาตให้ไว้หนวดได้แต่ต้องยาวไม่เกินริมฝีหาก เล็บเท้า ต้องตัดให้เรียบและสั้น

 

4. ต้องสวมมงคลผ้าประเจียด หรือรัดเกล้า เฉพาะเวลาร่ายรำไหว้ครู ก่อนทำการแข่งขันเท่านั้น เครื่องรางอนุญาตให้ผูกที่โคนแขน หรือเอว แต่ต้องหุ้มผ้าให้มิดชิดเรียบร้อย เพื่อป้องกันมิให้เกิดอันตรายแก่คู่แข่งขัน

 

5. อนุญาตให้ใช้ปลอกยืดรัดข้อเท้ากันเคล็ด สวมข้อเท้าได้ข้างละไม่เกิน 1 อัน แต่ห้ามมิให้เลื่อนปลอกรัดขึ้นไปเป็นสนับแข้งหรือม้วนพับลงมา และห้ามใช้ผ้ารัดขาและข้อเท้า

 

6. ห้ามใช้เข็มขัดหรือสิ่งที่เป็นโลหะ สร้อย ฯลฯ

 

7. ห้ามใช้น้ำมันวาสลิน น้ำมันร้อน ไขหรือสมุนไพร หรือสิ่งอื่นที่ทำให้คู่แข่งขันเสียเปรียบ หรือเป็นที่น่ารังเกียจทาบริเวณร่างกายหรือนวม

 

8. ฟันยาง ผู้แข่งขันต้องใส่ฟันยาง

สำหรับ ฟันยาง เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก ที่จะช่วยป้องกันฟันของนักมวย ไม่ให้ได้รับบาดเจ็บ จากการถูกแรงกระแทกที่กระทบบนในหน้า

 

สำหรับ เครื่องแต่งกายของผู้แข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) ในปัจจุบัน ประกอบไปด้วย ผ้าพันมือ สนับศอก สนับหน้าแข้ง ปลอกรัดข้อเท้า กระจับ กางเกง นวม ฟันยาง เกราะอ่อนป้องกันลำตัว ศีรษะ และหน้าแข้ง ซึ่งการใช้อุปกรณ์ป้องกันร่างกายที่กล่าวมา เป็นผลมาจากการประชุมของประเทศสมาชิก สหพันธ์สมาคมมวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ ที่ต้องการจะหามาตรการป้องกันอันตราย และให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดแก่นักมวยชาติที่เข้าแข่งขันทุกคน

 

ส่วนเครื่องรางของขลังที่ นักมวยไทยในสมัยปัจจุบันยังคงใช้อยู่ ได้แก่ มงคล และ ประเจียด โดยนักมวยจะสวมมงคลไว้บนศีรษะตั้งแต่แต่งตัวเสร็จจนขึ้นเวทีและจะถอดออกเมื่อทำพิธีไหว้ครูและร่ายรำมวยไทยเรียบร้อย ส่วนประเจียดนักมวยสามารถคาดไว้ที่ต้นแขนตลอดเวลาการชกแข่งขันได้

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

กระจับ นักมวย สำคัญอย่างไรกันนะ

อาวุธป้องกันตัวในแบบฉบับ มวยไทย

 

ขอบคุณข้อมูลจาก doisaketwittayakomsports

กระจับ นักมวย สำคัญอย่างไรกันนะ

กระจับ นักมวย สำคัญอย่างไรกันนะ

อุปกรณ์ นักมวย นั้นแน่นอนว่า มีมากมายหลากหลายชนิดแต่กต่างกันไปและแต่ละอย่างนั้นจะมีความสำคัญในเรื่องต่างๆที่แตกต่างกันและวันนี้เราจะมาพูดถึงกระจับ นักมวย ว่ามีความสำคัญอย่างไรกันนะ

 

กระจับ (กระจับนักมวย) คืออะไร

 

กระจับ นั้น มันคืออุปกรณ์ ที่จะสามารถช่วย ป้องกันตัวอย่างหนึ่งในกีฬา ชกมวย หรือ รวม ถึงศิลปะต่อสู้ชนิดอื่น ที่ นักมวย นั้นจะต้อง ทำการสวมใส่เพื่อให้เกิดความ กระชับ และป้องกันแรงกระแทกที่จะเกิดบริเวณ อวัยวะเพศ  ของเรานั้นเอง และเนื่องจากในกีฬาประเภท นี้นั้น จะความเสี่ยงที่จะพลาดพลั้งทำให้บาดเจ็บ บริเวณ ท้องน้อย และ ช่วงขาหนีบได้ง่าย แม้จะมีกติกากำหนดห้ามไว้แล้วก็ตาม เช่น กีฬามวย นั้นจะมีกติกาห้ามชกใต้เข็มขัด เป็นต้น นั้นเอง และ ในปัจจุบัน นั้น จะมีการออกแบบ กระจับ นักมวย มีการออกแบบ ในหลาย ลักษณะที่แตกต่างกันออกไปนั้นเอง และ กระจับของ นักมวย จะถูกออกแบบมา ให้เหมาะสม กับการใช้งาน เพื่อที่จะป้องกัน อวัยวะเพศชาย ของเราไม่ให้ได้รับความเสียหาย ถึงจะมี กติการ ออกมาว่า ห้ามชก หรือ เตะใต้เข็มขัด แต่ถึงอย่างไร ในสนาม หรือ การแข่งขัน นั้น อาจมีการพลาดไปโดน ได้ดังนั้น กระจับ มวยถือเป็น อุปกรณ์ที่สามารถ ช่วยเซฟ อวัยวะเพศชาย ของเรา ไม่ให้ได้รับบาดเจ็บได้เป็นอย่างดีนั้นเอง

 

ใน ปัจจุบัน กระจับ นั้นได้ถูกออกแบบให้เหมาะสมสำหรับ นักกีฬา มากขึ้น โดยจะมีการผลิตออกมาเป็นการเฉพาะที่จะ ให้เหมาะสมกับสรีระ ร่างกาย ของแต่ละคน และแถมยัง มีประสิทธิภาพในการ ป้องกันการบาดเจ็บ ได้สูงสุด เช่น กระจับในกีฬา มวย สากลจะออกแบบให้ครอบคลุมได้ทั่วทั้งบริเวณท้องน้อย และยังเป็นเซฟี้ในร่างกาย เราอย่างดีนั้นเอง

 

ประโยชน์ด้านความปลอดภัย

 

เนื่อง จากบริเวณ อวัยวะที่ใช่ในการ สืบพันธุ์ของทั้งเพศชาย และ เพศหญิงนั้น จะมีความเปราะบางต่อแรงกระแทก และ บริเวณนี้ยังมีเส้นประสาท รับความเจ็บปวดมา เลี้ยงมากทำให้เกิดความเจ็บปวดได้อย่างรุนแรง จึงมีความจำเป็น ที่เรานั้นจะ ต้องหาอุปกรณ์ที่เป็นเกราะป้องกันมาใช้ในกีฬาที่ต้องปะทะ ร่างกาย กัน และไม่ใช่แค่ มวยไทย ที่ต้องใช้กระจับ ยังมีกีฬา อีกหลายประเภท ที่ต้องใช้ อุปกรณ์ป้อง อวัยวะเพศ อีกหลายกีฬา นั้นเอง

 

กระจับ ถูกสร้างมาจากอะไร

 

          กระจับ นั้นจะถูกผลิต มาจากแผ่นโฟม พลาสติกหุ้นด้วยหนัง เพื่อ ทำทำให้มีการ ดูดซับแรงกระแทกได้ดียิ่งขึ้น จะต่างจากโลหะ และติดแถบยางยืด แบบในตัวกางเกงสปอตเตอร์ ทำให้ สามารถ ใส่ขณะฝึกซ้อมได้ง่าย นั้นเอง และสามารถใส่ทับกางเกงมวย ไว้ภายนอกได้ และแถมยัง มีการผลิตกระจับเฉพาะ สำหรับ นักกีฬาเพศหญิง อีกด้วยนะจะบอกให้

 

กระจับช่วยป้องกัน อัณฑะ แตกจริงได้จริงหรือไม่

 

ตอบเลยว่า สามารถช่วยได้จริง เพราะการโดน ชก หรือ ลูกเตะ ที่เข้าเป้า สามารถ ทำให้ อัณฑะของเราปวดบวม หรือ ถึงขั้นรุนแรง สามารถที่จะแตกได้เลยก็มีเหมือนกัน นั้นเอง ดังนั้น กระจับ สามารถช่วย ป้องกันได้ดีอย่างแน่นอน  เพราะยิ่งโดนแรงเท่าไร ลอง คำนวณความ เจ็บปวด   เพราะฉะนั้นแล้ว กระจับจึงเป็นสิ่งสำคัญ อันดับแรกๆเลยก็ว่าได้ และยังเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมากๆ ที่ต้องเช็คก่อนขึ้นชกมวย ไม่งั้นแล้วหากพลาดขึ้นมา ถึงกับจุกได้เลย ไม่สามารถต่อยได้เลย นะจะบอกให้

 

ประโยชน์ด้านความปลอดภัย ของ กระจับ นักกีฬา

 

เนื่องจากบริเวณ อวัยวะ เพศของเรานั้น จะมีไว้สืบพันธุ์ของทั้ง เพศชาย และ เพศหญิง มีความเปราะบางต่อแรงกระแทก และ บริเวณนี้ยังมีเส้นประสาทรับความเจ็บปวดมาเลี้ยงมากทำให้เกิดความเจ็บปวด ได้อย่างรุนแรงกว่าที่คุณคิดดังนั้นทำให้ มีความจำเป็นต้องหาอุปกรณ์ที่เป็น เกราะป้อง กันมา ใช้ใน กีฬาที่ต้องปะทะร่างกายกัน ในกีฬา ชกมวย การโดนต่อยถูกไข่ด้วยหมัดแม้จะ ใส่นวม ก็อาจทำให้เกิดการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ได้นั้นเอง  โดยแรง ชกอาจ ทำให้ อัณฑะแตก ( Testicular rupture ) หรือ องคชาติหัก ( penile fracture )ได้นั้นเอง ดังนั้น กระจับจึงช่วยเป็นเกราะป้องกันแรงกระแทกโดยตรง ได้เป็นอย่างดีและ นอกจากนี้ผลจากการครอบรัดอวัยวะเพศ อย่างแน่นหนา ที่จะไปช่วย ในเรื่องของการ ป้องกันการขาดเลือดจากการบิดหมุนของ อัณะฑะ( Testicular torsion )ซึ่งพบบ่อยใน กีฬา ที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายอย่างรุนแรง กระจับนั้น ไม่ใช้แค่เป็นกรป้องกัน ในกีฬามวยไทย อย่างเดียว ยังรวมไปถึง ก็ฬาอื่นๆ ที่เป็นการต่อสู้ หรือ อาจมีความรุนแรง นั้นเอง

 

ดังนั้น เราบอกได้เลยว่า กระจับนักมวย นั้น เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ในการที่จะป้องกัน เราจาก อันตรายจากการต่อยมวย และการชกมวยนั้น ยังมีอีกหลายอุปกรณ์ ที่สามารถ ช่วยป้องกัน ร่างกาย ของเราได้ ไม่ว่าจะเป็น ฟันยาง ผ้าพันมือ หรือรวมไปถึง นวมก็คือ สิ่งป้องกันมือเราได้อย่างดีนั้นเอง 

 

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

สร้างสมดุลของ ร่างกาย ได้ง่ายๆด้วย มวยไทย

รวมท่าทางการต่อสู้ของ มวยไทย

ฝึกมวยไทย ( Muay Thai ) ดีต่อกาย ดีต่อใจ

ฝึกมวยไทย ( Muay Thai ) ดีต่อกาย ดีต่อใจ

การฝึกมวยไทย ( Muay Thai ) จะทำให้ผู้เล่น มีพัฒนาการทางด้านร่างกายและจิตใจที่แข็งแรง รวมถึงทางด้านอารมณ์ ดังต่อไปนี้

 

 

ฝึกความแข็งแกร่งของร่างกายทุกส่วน

กีฬามวยไทย ( muay thai ) เป็นกีฬาที่ต้องใช้แรงและกำลังของกล้ามเนื้อเป็นอย่างมาก จึงจำเป็นต้องอาศัยการฝึกร่างกายของเรา ให้แข็งแกร่งทุกสัดส่วนทั้งช่วงบน ช่วงกลาง และช่วงล่าง เพราะในการชกมวยจริงๆ นั้น ขาของคุณจะต้องไวมีฟุตเวิร์คที่ดีตลอดช่วงเวลาที่อยู่บนสังเวียน เพื่อที่จะสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างพลิ้วไหว มีช่วงกลางลำตัวที่แข็งแกร่งที่สามารถรับการโจมตีจากการออกอาวุธของคู่ต่อสู้ได้ และมีแขนที่ทรงพลังเพื่อเอาไว้ออกอาวุธที่มีพลังในการโจมตีสูง

 

 

ร่างกายแข็งแรง ลดความเสี่ยงของการเกิดโรค

การชกมวย ทำให้ร่างกายมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาขณะเล่น จึงช่วยบำรุงระบบไหลเวียนโลหิตให้มีการทำงานได้ดี ทั้งหัวใจและหลอดเลือด ที่ส่งผลต่อการสูบฉีดโลหิตเต็ม ๆ ทำให้ผู้ที่เล่นกีฬามวยไทยลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคเกี่ยวกับระบบไหลเวียนโลหิตได้ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดอุดตัน เป็นต้น

 

 

สร้างสมดุลให้กับร่างกาย

เพราะเป็นกีฬาที่ต้องใช้ทุกสัดส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นสายตา สมาธิ และปัญญา ทำให้นอกจากจะทำให้ห่างไกลโรคภัยแล้ว ร่างกายยังมีความสมดุลซึ่งกันและกัน อีกทั้งยังสร้างกล้ามเนื้อตามส่วนต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี รับรองว่าออกกำลังกายด้วยการชกมวย สามารถทำให้ผอมและตอบสนองความไวได้ดี

 

 

มีความสุข ลดความเครียด

การเล่นกีฬามวยไทย ทำให้เกิดความสนุกสนาน ร่าเริงในการเล่นได้ และยิ่งเล่นมากเท่าไหร่ ร่างกายก็ยิ่งหลั่งฮอร์โมนเอนโดรฟีนที่ ทำให้เรามีความสุขยิ่งขึ้น และยังลดความเครียดลงได้ รวมถึงยังช่วยทำให้ร่างกายไม่แก่เร็ว

 

 

มีจิตใจที่แน่วแน่

กีฬามวยไทย เป็นกีฬาที่ต้องใช้สติ สมาธิ และปัญญาในการเล่นกับฝ่ายตรงข้าม ทำให้ผู้เล่นมีพัฒนาการด้านจิตใจและอารมณ์ คือ มีเชาวน์ไว ไหวพริบดี ตัดสินใจได้ฉับพลัน มีความสุขุม รอบคอบ และเยือกเย็น มวยไทย จึงเป็นการฝึกตนเองให้สามารถควบคุมอำนาจในจิตใจและอารมณ์ได้มากขึ้น

 

 

ฝึกควบคุมความกดดันได้ดี

หากผู้เล่นทำการแข่งขันมวยไทยบนสังเวียนจริง  นักเล่นต้องช่วยเหลือตนเอง ไม่สามารถที่จะพึ่งพิงพี่เลี้ยงได้อีกต่อไป บนเวทีมีคู่ต่อสู้ประจันหน้าอยู่ตลอดเวลา เปรียบเสมือนแรงกดดันที่นักมวยต้องแบกรับอยู่ตลอดเวลา นักมวยจึงต้องมีสติ และสมาธิอย่างมากขณะเล่น ต้องควบคุมความกดดันจากตนเองและภายนอกให้ได้ เพื่อชกมวยตามแผนที่ตนเองวางไว้

 

 

การฝึกมวยไทยเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ผู้เล่นมีพัฒนาการทางร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ที่ดีอยู่เสมอ นอกจากนี้ กีฬามวยไทย ยังมีประโยชน์ในแง่ของศิลปะป้องกันตัว ที่จะทำให้บุคคลสามารถป้องกันอันตราย ที่จะเกิดขึ้นแก่ชีวิตและทรัพย์สินของตนได้ เพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ตนเอง เมื่ออยู่ในสังคมได้อีกด้วย

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย กีฬาที่ได้มากกว่าการออกกำลังกาย

อยากหุ่นสวยลองมาฝึก มวยไทย ดูสิ

อยากหุ่นสวยลองมาฝึก มวยไทย ดูสิ

อยากหุ่นสวยลองมาฝึก มวยไทย ดูสิ

สำหรับ หนุ่มสาวๆ ท่านใด กำลังมองหาวิธีฟิตหุ่นให้ออกมาดูดีมีเอวมีกบ้ามหน้าท้อง วันนี้เราจะมาแนะนำการออกกำลังกาย ที่เรียกกันว่า มวยไทย

 

มวยไทย

 

          คือกีฬาชนิดหนึ่งที่ เป็นการ ออกกำลังกาย โดยการใช้ ร่างกาย ทุกส่วนในการ ออกกำลังกาย แต่ละครั้ง และ มวยไทย ยังเป็น ศิลปะ ป้องกันตัว เป็นการต่อสู้ มวยไทย ยังเป็นกีฬา ประชาติ ไทยอีกด้วย มวยไทย นั้น มีมาตั้งแต่ สมัยโบราณ เป็น ศิลปะ การต่อสู้ที่ มีความรุนแรงสวยงาม และ มหัศจรรย์  แตกต่าง กับการต่อสู้ ของชนชาติอื่นๆ เช่น ยูโด คาราเต้ ซูโม่ เพราะว่า มวยไทย เป็นการ ใช้ร่างกาย เป็นอาวุธ ในการต่อสู้ แทบจะทุกส่วน ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ศอก เข่า เท้า มือ รวมไปถึง ศีรษะ เป็นการ ใช้ อวัยวะ ของร่างกาย มาต่อสู้โดย ปราศจากการใช้อาวุธ ใดๆ จากภายนอก แต่ถึงจะใช้ร่างกาย เป็นอาวุธ กับมีความรุนแรง และ สามารถ ทำให้คู่ต่อสู้ ได้รับบาดเจ็บ ถึงชีวิต เลยก็มี ก็ขึ้นอยู่กับ การฝึกซ้อม และ การฝึกร่างกาย แต่ถึงอย่างไร มวยไทย ก็ไม่ใช้กีฬา น่ากลัว อย่างที่คิด ถึงจะเป็นกีฬา ประเภท ต่อสู้ รุนแรง แต่ถ้าเรา ฝึกท่าทาง มวยไทย เหมือนให้เป็นการ ออกกำลังกาย เราก็ จะได้ ทั้งสกิล การป้องกันตัว และ แถมยังได้ ร่างกาย ที่แข็งแรง อีกด้วย เราฝึกหรือซ้อม มวยไทย นั้น ไม่จำเป็นต้องไป ต่อสู้หรือไปชกต้อยกับใคร เราฝึกเพื่อ อยากเรียนรู้ หลงใหลในศิลปะกาต่อสู้ หรือ อยาก ออกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกาย เราแข็งแรง ก็สามารถทำได้

 

ออกกำลังกาย ด้วยการฝึก มวยไทย

 

          มวยไทย ถือเป็น การออกกำลังกาย ที่เราต้องใช้ แทบจะทุกส่วนของร่างกาย ในการฝึกแต่ละครั้ง เป้าหมาย ของการฝึก หรือ ให้ร่างกายของเรา นั้นมีความแข็งแรง และนอกเหนือไปจากการให้ร่างกาย ของเรานั้นแข็งแรง แล้วยังรวมไปถึงการทำการกระตุ้น ระบบไหลเวียนเลือดในร่างกาย ให้ทำงานได้ดีอีกด้วย และการ ฝึก มวยไทย นั้น ยังไปช่วยเพิ่ม ทักษะ ที่เกี่ยวกับ การทรงตัว ความเร็ว ไหวพริบ และ สมาธิ ให้กับ เราได้เป็นอย่างดี การฝึกซ้อม ของ มวยไทย นั้น จะช่วยให้คุณได้ใช้ กล้ามเนื้อ ทุกส่วนได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น การฝึก มวยไทย จึงเป็น ทางเลือก ให้กับคนที่อยาก ลดน้ำหนัก ได้เป็นอย่างดี แถม ยังเป็นการเบิร์นไขมันที่สะสม อยู่ในร่างกาย เราได้อย่างรวมเร็ว อีกด้วย และ ยังเป็นกีฬา ที่จะทำให้คุณ สนุก คลายความเครียด ได้ดีอีกด้วยนะ

 

ฝึก มวยไทย เป็นการออกกำลังกายที่สามารถ เผาผลาญพลังงานได้เร็วและมีประสิทธิภาพ

 

          การฝึก มวยไทย เป็นทางเลือกให้กับคน ที่ต้องการ ออกกำลังกาย ในรูปแบบ High-intensity Interval Training ( การออกกำลังกายแบบความเข้มข้นสูง ) ที่จะเป็นการ ออกกำลังกาย ประเภทที่จะช่วย สร้างความแข็งแรง ของร่างกาย ความรวดเร็ว และแถมยังไปช่วยให้ร่างกาย ของเรานั้น มีพลังมากขึ้น การออกกำลังกาย ประเภทนี้ ยังไปช่วย ในการกระตุ้นการเผาผลาญ ในร่างกาย ของเรา ได้อย่างรวมเร็ว เมื่อถ้า นำมาเทียบกับการวิ่งหรือ การปั่นจักรยาน จะเผาผลาญพลังงานได้มากกว่า แต่ใช้เวลาน้อยลง นั้นเอง

 

ฝึก มวยไทย ช่วยให้หุ่นดี หน้าท้องแบบราบ

 

          การที่เรา ฝึกหรือ ซ้อมมวยไทยนั้น แน่นอนว่า สามารถทำให้ร่างกายของเรา มีหุ่นที่สวยงาม และมีหน้าท้องที่แบบราบได้อย่าแน่นอน เพราะว่า การซ้อมมวย หรือ การฝึก มวยไทย แต่ละครั้งนั้น เราจำเป็นต้องมีร่างกาย หรือ พลังงาน ที่เยอะมากๆ ดังนั้น การฝึกแต่ละครั้ง เราจะสามารถ เผาผลาญพลังงาน ได้อย่างมากมาย และ ทำให้ เรามีหุ่นที่สวย และ น้ำหนักที่จะลดลงอย่างไม่น่าเชื่อนั้นเอง

 

            ดังนั้น สาวๆ หรือ หนุ่ม ทานใด ที่กำลังมองหาวิธีการลดน้ำหนัก หรือ การที่จะหุ่น ทำให้มีหุ่นที่สวยงาม ลอง หันมาฝึก มวยไทย หรือ ออกกำลังกาย ต่อย มวยดูสิรับลองว่า จะได้ทั้งความสนุก ได้เหงื่อ แถมยังได้ระบายความเคลียด ได้ดีอีกด้วยนะ และยังเป็นกีฬาที่สามารถ นำมาป้องกันตัวและ ดูเท่อีกด้วยนะจะบอกให้

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

 

พัฒนาการของ มวยไทย ในแต่ละสมัย

มวยไทยโบราณ 4 ภาค

muaythaiera

พัฒนาการของ มวยไทย ในแต่ละสมัย

มวยไทย เป็นกีฬาประจำชาติไทยที่มีประวัติศาสตร์มาช้านาน ซึ่งบรรพบุรุษของเราได้สรรสร้างไว้เป็นศิลปะป้องกันตัว ป้องกันบ้านเมือง เพื่อให้ชาติไทยอยู่ยงคงความเป็นเอกราชมาได้จนถึงปัจจุบัน

 

สมัยสุโขทัย (พ.ศ. 1781 - 1921)

ในสมัยนี้ การต่อสู้มือเปล่าด้วยวิชามวยไทย มีใช้อยู่ในการต่อสู้กับข้าศึก และเป็นการใช้ร่วมกับอาวุธต่าง ๆ สถานที่ที่เป็นสำนักฝึกสอนมวยไทยในสมัยนี้ ได้แก่ วัด บ้าน สำนักราชบัณฑิต ที่เปิดสอนวิชาการต่อสู้ป้องกันตัวรวมอยู่ด้วย

 

 

สมัยอยุธยา (พ.ศ. 1893 - 2310)

สมัยนี้การถ่ายทอดวิชาการต่าง ๆ มาจากสมัยสุโขทัยอย่างต่อเนื่องกัน เช่น การฆ่าสัตว์ การคล้องช้าง การฟ้องรำ และการละเล่นต่าง ๆ และวัดก็คงเป็นสถานที่ให้ความรู้ ทั้งสามัญและฝึกความชำนาญในเชิงดาบ กระบี่กระบอง กริช มวยไทย ยิงธนู เป็นต้น

 

ต่อมาใน พ.ศ.2174 - 2233 สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช นับว่าเจริญที่สุด มีนายขนมต้ม ที่ได้สร้างประวัติศาสตร์มวยไทยสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน นายขนมต้ม จึงเป็นนักมวยเอกคนแรกของไทย ที่ได้ประกาศฝีมือลายมือมวยไทยในต่างแดน และยังเปรียบเสมือนกับเป็น "บิดาวิชามวยไทย" มาจนถึงทุกวันนี้

 

 

สมัยกรุงธนบุรี (พ.ศ. 2314)

พม่ายกทัพมาตีเมืองเชียงใหม่ และมาตีเมืองพิชัย พระยาพิชัยดาบหัก (นายทองดีฟันขาว) ซึ่งพระเจ้ากรุงธนบุรี (พระเข้าตากสิน) ได้โปรดให้ครองเมืองพิชัยอยู่นั้น ได้นำทัพออกต่อสู้กับพม่าจนดับหัก แต่ก็สามารถป้องกันเมืองพิชัยเอาไว้ได้ ประชาชนทั่วไปจึงเรียกว่า "พระยาพิชัยดาบหัก" ตั้งแต่นั้นมา ซึ่งต่อมาพระเจ้ากรุงธนบุรี ได้แต่งตั้งนายทองดีไปครองเมืองพิชัย และมีความชอบได้เป็นถึงพระยาพิชัย ต่อมาคนในตระกูลของพระยาพิชัยดาบหักก็ได้รับราชการมาตั้งแต่สมัยนั้นจนถึงรัชกาลที่ 6 ก็ได้พระราชทานนามสกุลว่า วิชัยขัทคะ แปลว่า ดาบวิเศษของพระวิชัย

 

 

สมัยกรุงรัตนโกสินทร์

ในปีพ.ศ. 2325 ในระยะต้น รัชกาลที่ 1-5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นกษัตริย์ไทยที่ทรงโปรดการกีฬามาก เช่น สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (ร.1) ทรงโปรดกีฬามวยไทยเป็นอย่างมาก ในสมัยนั้นได้มีฝรั่งสองคนพี่น้องเข้ามาหาคู่ชกมวยชนิดมีเดิมพัน พระองค์ได้จัดส่งหมื่นผลาญ นักมวยผู้เก่งกาจขึ้นชกกับฝรั่งสองพี่น้อง แม้หมื่นผลาญจะมีร่างกายเล็กเสียเปรียบฝรั่งมาก แต่ด้วยศิลปะะมวยไทย อาวุธหมัด เท้า เข่า ศอก ฝรั่งสองพี่น้องจึงพ่ายแพ้ยับเยินกลับไป

 

ในสมัยสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.4) ได้โปรดให้พระเจ้าลูกยาเธอหลายพระองค์หัดเล่นกระบี่กระบอง พระองค์มีความชำนาญในกีฬามวยไทย จึงจัดให้มีการแข่งขันชกมวยขึ้นในชนบทและในกรุง นอกจากนี้ ได้ทรงแต่งตั้งผู้มีฝีมือในกีฬามวยไทยให้เป็นหัวหน้าในการจัดกีฬาและให้ยศตำแหน่งด้วย

 

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 แม้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 พ.ศ.2463 แต่ก็ได้เกิดสนามมวยขึ้นครั้งแรก ระบุว่าได้มีสนามมวยสวนกุหลาบ เกิดขึ้นในปีพ.ศ.2463 คือ สนามมวยสวนกุหลาบ จัดให้มีการชกมวยไทยเป็นประจำ เมื่อแรกเริ่มนั้นให้นักมวยชกกันบนพื้นดิน ผู้ดูนั่งและยืนอยู่รอบบริเวณสังเวียน ซึ่งกว้างกว่า 20 เมตร มีการขีดเส้นกำหนดให้นั่งห้ามล้ำเข้าไปในเขตสังเวียน

 

ด้านนักมวย คาดเชือกที่พันมือด้วยด้ายดิบ สวมมงคล แม้ขณะชกก็ต้องสวมอยู่ มีผ้าประเจียดมัดไว้ที่ต้นแขนซ้ายและขวา สวมกางเกงขาสั้นมีผ้าพาดทับอย่างแน่นหนาตรงบริเวณอวัยวะสำคัญปกคลุมมาจนถึงด้านบนตรงเอว ไม่สวมเสื้อและปลายเท้าเปลือยเปล่า กรรมการแต่งกายด้วยผ้าม่วง นุ่งโจงกระเบน สวมถุงเท้าขาวเสื้อราชประแตน

 

ในสมัยปัจจุบัน ได้ทำการแข่งขัน ณ เวทีราชดำเนินและเวทีลุมพิณีเป็นประจำ และยังมีเวทีมวยที่เปิดการแข่งขันถาวรและชั่วคราวทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดอีกมากมาย ปัจจุบันมีพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ.2542 มีสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย ของการกีฬาแห่งประเทศไทย ที่ได้จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ. นี้ให้มีหน้าที่ส่งเสริม คุ้มครอง สนับสนุนและควบคุมกิจการมวยไทยในประเทศไทยให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฏหมายอีกด้วย

 

กีฬามวยไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปตามบริบททางสังคม โดยในขณะนี้ มวยไทย ได้ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นธุรกิจอย่างหนึ่งที่ทำรายได้ให้แก่คนกลุ่มหนึ่ง ทั้งคนไทยและคนต่างประเทศ ทำให้คนสนใจฝึกหัดมวยไทยกันอย่างจริงจัง เพื่อเป็นอาชีพของตนเอง มีรายได้พอเลี้ยงชีพได้อย่างหนึ่ง โดยมีเงินจากการแข่งขันเป็นรางวัลตอบแทน

 

ขอบคุณข้อมูลจาก กรมพลศึกษา

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทยโบราณ 4 ภาค

อาวุธป้องกันตัวในแบบฉบับ มวยไทย

อาวุธป้องกันตัวในแบบฉบับ มวยไทย

อาวุธป้องกันตัวในแบบฉบับ มวยไทย

มวยไทย นั้น คือเป็นกีฬา ที่เน้นเป็นการ ต่อสู้เป็นหลัก ต่อสู้เพื่อชัยชนะ หรือ การต่อสู้เพื่อการ แข่งขันแต่ มวยไทย เป็นกีฬา ที่ใช้  ร่างกาย ในการต่อสู้ ไปดูดีกว่า อาวุธป้องกันตัวในแบบฉบับ มวยไทย เป็นยังไงดูกัน

                                             

                เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า มวยไทย เป็นการใช้ศิลปะ การต่อสู้ ที่ใช้อวัยวะทุกส่วนของร่างกาย ในการต่อสู้ เพราะ ในการ ต่อสู้ของ มวยไทย นั้น เป็นการผสมผสาน การเคลื่อนไหว ด้วยจังหวะ และ โอกาส ในการต่อสู้ และ ต้องพละกำลังที่จะสามารถ ที่ทำให้เกิดแรง ในการต่อสู้ หรือ ออกท่าทาง แต่ละครั้ง การจู่โจมคู่ต่อสู้และป้องกันตัว นั้น ดังนั้นการฝึกหัดฝึก มวยไทย สำหรับ ผู้เรียนจึงควรต้องเรียนรู้ อย่างลึกซึ้ง ว่า เกี่ยวกับการใช้ อวัยวะ ของร่างกาย ของเรา ในการต่อสู้ และ เราจะแบบ ออก เป็นแต่ละส่วน ของร่างกาย เช่น หมัด เท้า เข่า ศอก เป็นอาวุธหลักๆ ของร่างกาย ในการใช้ต่อสู้ ของ มวยไทย หลายคนคงคิดสงสัยว่า มันจะสามารถ ทำความรุนแรง หรือ อันตราย ใส่คู่ต่อสู้ได้ อย่างไร แต่อย่าประมาท เพราะ หมัด เท้า เข่า ศอก นั้น เป็นอาวุธ ที่สำคัญมากๆ ของ มวยไทย เพราะ ใครที่โดน คนเป็นมวย ชก สามารถ ทำให้ ล้มทั้งยืนได้เลยทีเดียว เราจะมา ขยาย รายละเอียด ของ อาวุธของ มวยไทย หมัด เท้า เข่า ศอก เป็นอย่างไร และ เป็นอาวุธ ให้ มวยไทย ได้อย่างไร ไปดูกัน

 

การใช้ หมัด

การใช้หมัดโดยทั่วไปเรียกกันว่า กำปั้น นัก มวยไทย ใช้เพื่อชกคู่ต่อสู้ซึ่งในศิลปะมวย เพื่อให้คู่ต่อสู้ ได้รับบาดเจ็บ และ หมัด นั้น เป็น หัวใจ สำคัญ ของอาวุธ แม่ไม้ มวยไทย เลยก็ว่าได้ การชกหมัด การชกหมัดมีหลายวิธีการนำมาใช้ขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาส ของแต่ การต่อสู้นั้น เพราะ เราไม่อาจจะรูได้เลย ว่าคู่ต่อสู้ จะมาในรูปแบบไหน ต้องเตรียมพร้อม รับมืออยู่ตลอดเวลา และ สามารถ แบ่งได้ก็คือ

การชกหมัดตรง หมัดตรง นั้นสามารถชกได้ ทั้งหมัดหน้า และ หมัดหลัง การชกหมัดตรง หมัดหน้านั้นนิยมเรียกกันว่า หมัดแย็บ ที่มีความรวดเร็ว และรุนแรง แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับ การฝึกร่างกาย และ การฝึก มวยไทย ยิ่งฝึกมาก ความสามารถ ในการต่อสู้ก็ยิ่ง มีมากขึ้นเท่านั้น

 

การใช้เท้า

                โดยทั่วไปของ มวยไทย การใช้เท้า จะเป็นการทำให้ คู่ต่อสู้ เสียจังหวะ และสามารถ ทำให้เรา มีโอกาส ออกหมัดใส่คู่ หรือ สวนกลับได้นั้นเอง การใช้เท้านั้น ส่วนมาก จะเป็น การทีบ การเตะ ที่จะทำให้ คู่ต่อสู้เสียหลักได้นั้นเอง อาวุธสำหรับเก็บคู่ต่อสู้ได้เพราะการถีบ ที่รุนแรง บริเวณใบหน้า ทำให้สายตา และศีรษะ นั้นสามารถได้รับความ บาดเจ็บ ได้ การถีบรุนแรงบริเวณลิ้นปี่ และ บริเวณ ท้องน้อยทำให้เกิดอาการจุกเสียดได้  และการถีบที่รุนแรงบริเวณต้นขา และ หัวเข่าที่คู่ต่อสู้ นั้นเตะมาทำให้กล้ามเนื้อหรือเข่าพลิกได้เช่นกันการถีบทำได้โดยใช้เท่าหน้าและเท้าหลัง นั้นเอง เห็นไหมว่า การใช้ เท้า ถือว่า เป็น อาวุธ ที่อันตรายมากๆ ของ มวยไทย เลยก็ว่าได้

 

การใช้ เข่า

                อาวุธ ของ มวยไทย ที่เราได้พูดถึง นั้น ไม่ว่า จะเป็น หมัด เท้า ยังมีอาวุธที่ถือได้ ว่ารุนแรงและ อันตราย ที่สุดก็คือ เข่า เพราะ เข่า นั้น เป็นการใช้ อวัยวะที่มีมุม และ มีความแข็งแรงมากๆ นั้น คือ หัวเข่า เข้าไปปะทะ ที่ ร่างกาย ของคู่ต่อสู้ แต่ การที่เราจะใช้ เข่า ทำร้ายคู่ต่อสู้นั้น ถือว่ามีโอกาส ที่น้อยมากๆ เพราะ ไม่มีคู่ต่อสู้ คนไหน ที่จะเปิดโอกาส ให้เราใช่ เข่า อย่างแน่นอน ดังนั้น การที่เราจะใช้ เข่า ในการต่อสู้นั้น ต้องอาศัยโอกาส และวิธีการ ต่างๆ เช่น กอด รัด ปล้ำ และเหนื่ยวรั้งคู่ต่อสู้มาตีเข่าให้ได้ นั้นเอง โดยธรรมชาติ นั้น การทำแบบนี้ เป็นเรื่องที่หา โอกาส และ ทำยากมากๆ หรือ สำหรับ บางคน ที่กำลัง เช่น กอด รัด ปล้ำ และเหนื่ยวรั้ง คู่ต่อสู้นั้น อาจไปโดน คู่ต่อสู้ ทำใส่สะเอง การ ตีเข่า จึงเป็นศิลปะขั้นสูงอีกอย่างหนึ่งในกีฬาประเภท มวยไทย นั้นเอง

 

การใช้ ศอก

                ศอกเป็นอาวุธอันตราย ไม่แพ้ไปกว่า หมัด เท้า เข่า เลยทีเดียว เพราะ ศอกนั้น เป็นมุมที่แข็งแกรง อีก หนึ่งมุม ของร่างกายของเรา และ แถมยังเป็นอาวุธ ที่อันตรายมากๆ ในระยะประชิต ที่จะสามารถ ทำคู่ต่อสู้ น็อคได้เลยทีเดียว

 

                เป็นยังไงกันบ้าง กับ อาวุธป้องกันตัวในแบบฉบับ มวยไทย เห็นไหมว่า มวยไทย นั้น ใช้ทุกส่วนของร่างกาย ของเรา มาเป็น อาวุธ ที่รุงแรง และแข็งแกร่ง ในการต่อสู้จริงๆ แต่ถึงอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับการ ฝึกฝน ร่างกาย และ หมั่นซ้อม มวยไทย เป็นประจำ การฝึกฝน และ ซ้อม มวยไทย นั้น เป็นการ ออกกำลังกายที่ดีมากๆ แถมยังได้ ศิลปะการป้องกันตัวได้อีกต่างหาก นะจะบอกให้

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

ศาสตราวุธของมวยไทยที่อันตรายที่สุด

เปิดประวัติ มวยไทย

มวยไทย กีฬาที่ได้มากกว่าการออกกำลังกาย

มวยไทย กีฬาที่ได้มากกว่าการออกกำลังกาย

สำหรับ มวยไทย นั้นถือได้ว่าเป็นกีฬา ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงมากๆและ มวยไทย นั้นไม่ใช่เป็นแค่กีฬาออกกำลังกายแต่ยังเป็นการฝึกการป้องกันตัวแถม เป็นการก้ามข้ามขีดจำกัดของตัวเองอีกด้วยนะจะบอก

 

มวยไทย ถือเป็นกีฬา ที่ได้รับความนิยม และมีคนให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมากๆ ไม่ว่าจะเป็นคนในประเทศ หรือ คนต่างประเทศ ต่างพากัน ให้ความสนใจ โดยเฉพาะ ชาวต่างชาติ ที่ให้ความสนใจ กันอย่างจริงจัง ถึงขนาดมีค่ายมวย หรือ การแข่งขัน มวยไทย อยู่ที่ต่างประเทศกันเลยก็มี เพราะ ด้วยความน่าสนใจ และ ประวัติอันยาวนาน ที่มีมาอย่างช้านาน ทำให้กีฬา ที่มีชื่อว่า มวยไทย ได้รับความนิยม กันอย่างแพร่หลายกันเลยทีเดียว

 

ด้วยความนิยม และ คนที่ชื่นชอบในกีฬา มวยไทย นั้น มีมากหมาย หลากลาย เชื้อชาติ ทำให้ มวยไทย ได้เป็นที่ยอมรับ และ เป็นที่นิยมไม่ใช้แค่ วงการกีฬา แต่ยังรวมไปถึง วงการภาพยนตร์ และ วงการเกมที่ได้รับความนิยม และได้ไปผลิต เป็นสื่อต่างๆ มากมาย เช่นวงการเกม ก็ได้นำเอาศิลปะ การต่อสู้มาเป็นท่าทางในเกม และ ได้นำเอานักกีฬา มวยไทย ชื่อดังไปทำเป็นเกมก็มีมาให้เห็นกันแล้ว แต่ก็ไม่ใช่แค่ วงการเกมเพียงอย่างเดียว วงการภาพยนตร์ ก็ได้นำเอา มวยไทย ไปทำเป็น หนัง หรือ ผลิตเป็นสื่อ ให้ผู้คนได้รับชม และ ดูกันอย่างมากมาย นั้นจึงทำให้ มวยไทย ประเภทนี้นั้น ได้รับความนิยม และ เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายนั้นเอง

มวยไทย ไม่ใช่แค่เป็นกีฬา ที่ใครๆมองว่า เป็นกีฬาการต่อสู้ เป็นกีฬาที่มีความรุนแรง แต่กีฬา ประเภท ชกมวย ต่อยมวย นั้น ยังมีความหมายอีกมากมาย เช่น ศิลปะท่าทางอันสวยงาม ประวัติความเป็นมาที่ถ้าใครรู้แล้วอาจจะชื่นชอบกีฬา ประเภทนี้เลยก็ได้และ การออกกำลังกายด้วยกีฬา มวยไทย นั้น เป็นกีฬา ที่ทำให้ร่างกาย ของเรา แข็งแรง และ สามารถทำให้เราก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้ อีกด้วย เราไปดูกันดีกว่าว่า มวยไทย นั้น ให้อะไรกับเราบ้าง

 

มวยไทย ช่วยพัฒนาความแข็งแกร่งของร่างกายโดยรวม

           

                การ ชกมวย นั้นสามารถ ช่วยเสริมสร้างความ แข็งแกร่ง ของกล้ามเนื้อ และ ทำให้กล้ามเนื้อกระชับ นอกจากนี้ มวยไทย ( Muay Thai ) ยัง จะเป็นกีฬา ที่เน้น เรื่องของร่างกาย แทบจะทุกส่วนของร่างกายเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็น ส่วนบน ส่วนล่าง หรือ กลางลำตัว เป้าหมายของการต่อยมวย นั้นก็ คือ ทำให้ทุกส่วนของ ร่างกาย ของเรา ได้ใช้งาน นอกเหนือไปจากการกระตุ้นความ แข็งแรง ของร่างกาย ของเรา และระบบไหลเวียนโลหิตแล้ว การชก มวย ยังช่วย เพิ่มการ ฝึกทักษะที่เกี่ยวข้องอย่าง การทรงตัว การทำงาน ประสานกันของอวัยวะ ปฏิกิริยาตอบโต้และความคล่องตัว ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

 

มวยไทย ช่วยลดความเครียดได้ดี

 

            การที่เราต้อง เจอกับปัญหา ทุกวันที่เข้ามาหาคุณ สำหรับใครๆ หลายๆ ท่าน ที่ออกจากบ้านไปทำงาน หรือ ไปเรียน ต่างคนก็ต่างเจอปัญหา ที่ทำให้ชีวิต ของเราเกิดความเครียด ไม่มีความสุข และ สำหรับใครๆ ที่กำลังมองหา วิธีการระบายความเครียด เพราะการฝึก มวยไทย เป็นการที่เราได้ออกแรงระบายความเครียดได้เป็นอย่างดี เราลอง ชกกระสอบทรายระบายอารมณ์ออกมาบ้าง อะดรีนาลีนและฮอร์โมนต่าง ๆ ที่หลั่งออกมา ระหว่างการใช้แรง และสามารถ ส่งผลในทางที่ดีต่อร่างกายของเราได้อีกด้วย การ ต่อยมวย นั้นจึงเป็นการระบายความเครียดที่ได้ผลและดีต่อสุขภาพ ของเรานั้นเอง

 

มวยไทย คือศิลปะป้องกันตัว

 

          สำหรับสาวๆคนไหน ที่กำลังมองหา ศิลปะ การป้องกันตัวแล้วละก็ เราขอแนะนำ มวยไทย เป็นกีฬา ที่บอกได้เลยว่า ใครหน้าไหน พอรู้ว่าเราเป็นมวย แทบจะไม่กล้ายุ่งกับเรา เพราะ สาวๆ คนไหนที่ เคยฝึกหรือผ่านการฝึก มวยไทย มาแล้ว คงจะรู้ดีว่า มวยไทย นั้น สามารถ ทำท่าทางในการฝึก มาใช้จริงได้นั้นเอง เพราะ มวยไทย ถือเป็น ศิลปะการ ป้องกันตัวที่ ช่วยตัวเราจากอันตรายได้จริงๆ นะจะบอกให้

 

            เป็นยังไงกันบ้าง สำหรับความรู้เกี่ยวกับ มวยไทย ที่ใครๆ หลายๆ ท่านที่ได้อ่านแล้ว อยากจะลองฝึก หรือ ลองเข้ามาศึกษา วงการ มวยไทย กันมาบ้างรึยัง เรากล้าพูดเลยว่า มวยไทย นั้น เป็นกีฬา ที่สามารถ สร้างความสนุก สร้างร่างกาย ของเรา ได้ดีและ แถมยัง เป็นกีฬา ที่สามารถ สร้างรายได้อาชีพ ให้เราอีกด้วย สำหรับ ใครที่สนใจ ในเรื่อง ของ มวยไทย ลอง ศึกษา เพื่อจะหลงรัก ในศิลปะการต่อสู้ของไทย เราที่มีชื่อว่า มวยไทย ก็เป็นไปได้นะ

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

มาต่อยมวย สร้างหน้าท้องที่แข็งแกร่ง กันเถอะ

วิธีต่อยมวยไทย เพิ่มผลลัพธ์ที่ดีต่อร่างกาย

รวมท่าทางการต่อสู้ของ มวยไทย

รวมท่าทางการต่อสู้ของ มวยไทย

 

แน่นอนว่า มวยไทย เป็น ศิลปะการต่อสู้ ที่ต้องใช้พลังกำลัง และ ความอดทนอย่างมาก มวยไทย ถือได้เลยว่า เป็นการต่อสู้ ที่ต้องใช้ทุกส่วนของร่ายกาย ไม่ว่าจะเป็น หมัด ศอก เข่า เท้า วันนี้เราจะมาแนะนำว่า แต่ละส่วนนั้นใช้แบบนั้นกันบ้างไปดูกัน

 

                มวยไทย เป็น การออกกำลังกาย ของร่ายกาย ที่ใช้แทบ จะทุกส่วนของร่ายกาย ไม่ว่าจะเป็น ศีรษะ ยาวไปตลอดจน ถึงเท้าของเราเลยที่เดียว และ ยังเป็นกิจกรรม ที่เรียกเหงื่อได้เป็นอย่างดี และยังเป็น กีฬา ประจำประเทศไทยอีกด้วย เพราะ ต่างชาติ ให้ความสนใจ มวยไทย เป็นจำนวนมาก ด้วยการแข่งขันสุดมัน ดุเดือด กับเงินรางวัล ที่มากมาย ทำให้ มวยไทย เป็นกีฬา ที่ได้รับความนิยม อย่างมาก วันนี้ เราจะมา แนะนำ ท่าทาง เบื้องต้น ของการ ชกมวย ไปดูกันดีกว่า แต่ละส่วนของร่างกาย นั้น ใช้อะไรกันบ้าง และ ขยับ ออกท่าทางอย่าไร

 

หมัด

เป็นการออกหมัด ที่เรียกเลยว่า เป็นการออกท่าทาง ที่ง่ายที่สุด ของการ ฝึก มวยไทย เพราะ การออกหมัด ไปข้างหน้านั้น อาจดูเป็นเรื่องง่าย แต่ เราต้องออกแรง ให้ร่างกาย ส่งแรงไปที่หมัดของเรา ทำให้เกิดแรง ที่หมัดออกไปสู่คู่ต่อสู้ของเรานั้นเอง เริ่มง่ายๆ ให้เรายืดปลายเท้า ห่างกันพอประมาณ กำหมัด ทั้งสองข้างให้แน่นๆ แล้วเอาขึ้นมา อยู่ที่ระดับอก เก็บศอกแนบลำตัว ตามองตรงไปข้างหน้า ก้าวเท้า ซ้ายเล็กน้อยพร้อมชก หมัดขวา ไปด้านหน้าให้แขนเรานั้น ขนานไปกับ พื้นดิน ให้เปิดสนเท้าขวาทิ้งน้ำหนักไปทาง เท้าซ้าย จากนั้นให้เรากลับมา อยู่ที่ท่าเตรียม ให้ทำแต่สลับด้านไปด้านมา ไปเลื่อยๆ เพิ่มความเร็ว และ ความแรงไปเรื่อยๆ ในแต่ละครั้ง

 

ศอก

ศอก ถือเป็นอาวุธ ชิ้นสำคัญ อีกชิ้น ของการออกท่าทาง การต่อสู้ของ มวยไทย ด้วยความแข็งของกระดูกที่อยู่ตรงศอก ของเรา ทำให้ ท่านี้เป็นท่าที่ อันตราย และรุนแรงเลยทีเดียว อาจทำให้เลือดตกยางออกกันได้เลย สำหรับท่านี้ ให้เราเริ่มต้นจาก การทำท่าเตรียม  ด้วยการกำหมัด ทั้งสองข้างไว้ที่ระดับอกของเรา จากนั้น ให้เราก้าวเท้าขวา ไปด้านขวา ตามด้วยการเหวี่ยง แขนซ้าย ให้ข้อศอกตั้งฉาก กับหมัดขวา และ ให้บิดลำตัวเพียงเล็กน้อย บิดส้นเท้าซ้าย แล้วกลับมาท่าเตรียม ทำสลับ และเพิ่มความเร็ว และ ความแรงไปเรื่อยๆ ศอก นั้น สามารถ เป็นท่าได้หลายท่า ของ มวยไทย แล้วแต่การต่อสู้ และ โอกาส ของการต่อสู้นั้นๆ

 

เท้า

เท้า เรา ในการ ชกมวยนั้น เป็น อาวุธ ที่จำเป็นอย่างมาก ในกีฬา มวยไทย ถึง มวยสากล นั้นจะมี กฎกติกา ที่ห้ามใช้เท้า แต่มวยไทย นั้น ถือว่าเป็นอาวุธที่สำคัญมากๆ ไม่ว่าจะเป็นการ แตะ การถีบ ล้วนแล้ว เป็นอาวุธที่รุนแรง และ อันตรายอย่างมาก ในการต่อสู้ด้วยมือป่าว การใช้เท้าในการ ถีบ นั้น ให้เราเริ่มจากการ กำหมัด ทั้งสองข้าง ให้ตั้งฉากอยู่ในระดับ อกของเรา และแนบแขนชิด ลำตัวเอาไว้ ตามองตรงไปข้างหน้า หลังจากนั้น ให้งอเข่าเล็ก เพียงเล็กน้อย พร้อมกับออกท่า เตะขาออกไปข้างหน้า แต่ปลายเท้านั้น ต้องตั้งฉาก เท่าที่เราจะทำได้ และ กลับมาสู่ท่าเตรียม ให้ทำแบบนี้ ฝึกไปเรื่อยๆ

 

เข่า

เข่านั้น เป็นส่วนสำคัญอีกอย่างในการ ต่อสู้ มวยไทย นั้น ใช้ทุกส่วนของร่ายกาย ตั้งแต่ ศีรษะ เราไปจนถึงเท่ากันเลยทีเดียว รวมไปถึงเข่า เป็นอาวุธ ที่รุนแรง อีก หนึ่งวิธี ให้เรา เริ่มต้นด้วยการกำหมัดทั้งสองข้าง แล้วให้ตั้งฉากกับหน้าอก ของเรา หลังจากนั้นให้ แนบแขนให้ชิดลำตัวเช่นเดิม แล้วจากนั้นให้ยกเข่าขวาขึ้นสูงเท่าที่เราจะสามารถ ทำได้ พร้อมกับเอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อย และให้กลับมาที่ท่าเริ่มต้น ฝึกไปเรื่อยๆ แต่ละครั้ง ให้ฝึก ความเร็ว ความรุนแรงไปเรื่อยๆ

 

                มวยไทย นั้น ถึงเราจะใช้ หมัด ศอก เท้า เข่า หรือ ศีรษะ แล้ว แต่ละ ท่านั้น จะมี ท่าทาง และ ชื่อท่าของตัวมันด้วยเช่นกัน เช่น สลับฟันปลา ปักษาแหวกรัง ชวาซัดหอก อิเหนาแทงกฤช ยกเขาพระสุเมรุ จระเข้ฟาดหาง แต่ละท่านั้น คงเคยคุ้นหูคุ้น ชื่อกันมา แล้ว เพราะแต่ละท่า ได้รับความนิยม ไปใช้ใน ภาพยนตร์  หรือ เกม ส่วนใหญ่ และ แต่ละท่านั้น ก็มีพื้นฐาน มา หมัด ศอก เท้า เข่า หรือ ศีรษะ ทั้งนั้น อยู่ที่ความคิด และ จินตนาการ ให้การ ออกท่าทาง ของตัวคุณเอง ฝึกซ้อมบ่อยๆ แล้วเราจะ ขยับร่างกาย ได้อย่าง คล่องแคล่ว ว่องไว  

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

มวยตับจากคืออะไร

ทักษะมวยไทย ช่วยอะไรเราได้บ้าง

สร้างสมดุลของ ร่างกาย ได้ง่ายๆด้วย มวยไทย

สร้างสมดุลของ ร่างกาย ได้ง่ายๆด้วย มวยไทย

มวยไทย ( Muay thai ) ถือได้เลย ว่าเป็นกีฬา อีกหนึ่งประเภท ที่ต้องใช้ความสามารถ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น สมาธิ ความเร็ว ความแข็งแรง และ ยังช่วย สร้างสมดุลร่างกาย ให้กับร่างกาย ของเราได้ เป็นอย่างดีอีกด้วย

 

มวยไทย นั้น เป็นกีฬา ที่ได้ รับความนิยม อยากมากมาย และ เป็นที่นิยม ของ ใครๆ หลายๆ ท่าน เป็นอย่างดี ในการ ทำกิจกรรม ออกกำลังกาย เพราะ การ ฝึก มวยไทย ( Muay thai ) เป็นการ ที่เราต้อง ใช้ ออวัยวะของร่างกาย แทบจะทุกส่วน เลยก็ว่าได้ ไม่ว่า จะเป็น ศีรษะ ไปจนถึง เท้า ไม่ใช่แค่ อวัยวะ เพียง อย่างเดียว เราต้อง มีร่างกาย ที่แข็งแรง อีกด้วย มวยไทย ( Muay thai ) ต้องใช้ทั้ง ความเร็ว ความอดทน ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เพราะ กีฬา มวยไทยคือ การที่เรา ต้องออกไปต่อสู้ กับคู่ต่อสู้ ซึ่ง สามารถ ทำให้เรา ได้รับบาดเจ็บ ได้นั้นเอง แต่ ถ้าเรา ยิ่ง ฝึกซ้อม ร่างกาย มาเป็นอย่างดี แน่นอนว่า ร่างกาย ของเรา จะมีความทนทาน แข็งแรง และ ยังไปช่วย สร้าง สมดุล ร่างกาย ได้ดี และ มีประสิทธ์ภาพอย่างมาก เราไปดูดีกว่า กีฬา มวยไทย ( Muay thai ) นั้น จะสามารถ สร้าง สมดุล ให้กับ ร่างกาย ของเรา ได้อย่างไร

 

สร้างสมดุลให้ ร่างกาย ด้วย มวยไทย

 

            การฝึก หรือ การซ้อม มวยไทย นั้น เป็นที่รู้กันดีว่า มวยไทย เป็นกีฬา ที่ต้องใช้ ความอดทนของ ร่างกาย แทบจะทุกส่วนเลย ไม่ว่าจะเป็น ความเร็ว สมาธิ ความว่องไว และ ปัญญา การที่เรา ฝึก หรือ ซ้อม มวยไทย ทุกวันนั้น ไม่ใช้แค่จะทำให้ ร่างกาย ของเรา แข็งแรง ยังไปทำให้ร่างกาย ของเรา มีความ สมดุล อีกด้วย อีกทั้ง ยังไปช่วยสร้าง กล้ามเนื้อ ส่วนต่างๆ ของร่างกาย ได้เป็นอย่างดี รับลองได้เลย ใคร ที่กำลังฝึก มวยไทย อยู่นั้น คุณจะได้ ทั้งความว่องไว สมาธิ ไหวพริบ เพิ่มมากขึ้นแน่นอน

 

มวยไทย ช่วยลดความเครียด

 

          ในแต่ ละ วันนั้น แน่นอนว่า เราต้องพบ ต้อง เจอ กับ อะไรหลายๆ ที่เข้ามาหาเราในแต่ละวัน ความเครียด ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ความเครียด จากการ ทำงาน ความเครียด จากเรื่องเรียน เรื่องแฟน เรื่องเพื่อน หรือ เรื่อง ครอบครัว เรา มักจะมีความเครียด สะสม อยู่ในตัวกันทั้งนั้น ถ้าเราอยากระบาย ความเครียด แถม ยังได้ประโยชน์ ให้แก่ ร่างกาย ของเรา เราขอแนะนำ ลองไป ซ้อม มวยไทย ดูสิ เพื่อช่วยให้คุณ หายเครียดได้นะ เพราะ การ ฝึก หรือ การซ้อม มวยไทย นั้น เป็นการ ออกกำลังกาย ที่ ได้ทั้ง ความสนุก ได้ใส่อารมณ์ ได้เต็มที่ ยิ่งเราได้ ปล่อย หมัด หรือ ปล่อยลูกเตะ ใส่ กระสอบทราย แล้วละก็ อาจทำให้ เราได้ระบายอารม ได้อย่างเต็มที่  เพราะ ถ้ายิ่งเรา ออกกำลังกาย มากเท่าไหร่ ร่างกาย ขอเราก็ จะหลั่ง ฮอร์โมนเอนโดรฟีนที่ทำให้เรามีความสุข ได้นั้นเอง ดังนั้นการชก มวย จะทำให้ ร่างกาย หลั่งฮอร์โมนประเภทนี้ออกมา ได้อย่างเต็มทีอีกด้วย

 

มวยไทย ช่วยลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี

 

          สำหรับการ ออกกำลังกาย ในการ ซ้อม หรือ การฝึก มวยไทย นั้น จะสามารถ ช่วยให้เรา เผาผลาญแคลอรี่ ในร่างกาย ของเราได้อย่างรวดเร็ว สำหรับ หนุ่มๆ สาวๆ ที่กำลัง มองหาวิธี ลดความอ้วนอยู่ เราขอแนะนำ ลองมา ฝึก มาซ้อม มวยไทย ดูสิ เราจะได้ ทั้ง หุ่นที่ดี กล้ามเนื้อ ที่แข็งแรง และ รับลองได้เลย ว่า จะช่วยคุณลดความอ้วน ได้เป็น อย่างดี แน่นอน

 

เป็นยังไง กันบ้าง กับการ ออกกำลังกาย ด้วย กีฬา ประเภท มวยไทย ที่จะได้ ทั้ง ความแข็งแรง ได้ ทั้ง สมาธิ ที่เพิ่มมากขึ้น แถม ยังได้ หุ่น กล้ามเนื้อที่เพิ่ม ขึ้นอีกด้วย แต่ถึงอย่างไร ไม่ว่าเราจะ ออกกำลังกาย แบบไหน ไม่ว่าจะ วิ่ง จะ เตะบอล เล่นบาส ก็สามารถ ทำให้ ร่างกาย สร้างความสมดุล ได้เหมือนกัน ถ้า เราทำมันทุกวัน อดทน และ ขยัน แน่นอนว่า จะสามารถ ทำให้ ร่างกาย ของเราแข็งแรง ได้อย่างแน่นอน แล้วก็ ที่สำคัญ อย่างลืม พักผ่อน ให้เพียงพอ รับประทาน อาหารที่มีประโยชน์ ด้วยละ

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

 

เรื่องง่ายๆที่นักชกควรรู้! พันข้อมืออย่างไร ไม่ให้เจ็บมือ

 

ครูมวยไทยในประวัติศาสตร์

มาเรียนรู้พื้นฐานเบี้องต้นของ มวยไทย ก่อนฝึกจริงกันเถอะ

มาเรียนรู้พื้นฐานเบี้องต้นของ มวยไทย ก่อนฝึกจริงกันเถอะ

มวยไทย ถือได้เลยว่า เป็นกีฬา ที่ได้รับความนิยม เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นไทย หรือ ต่างประเทศ ต่างพากันสนใจใน กีฬา ประเภท วันนี้เราจะแนะนำ ความรู้ พื้นฐาน เบี้องต้นของ มวยไทย ก่อนจะฝึกจริง ไปดูกันมีอะไรบ้าง

 

 

            มวยไทย ถือได้เลยว่า เป็นศิลปะการ ต่อสู้ ที่ใช้พละกำลัง มากมาย ในการขึ้นชก แต่ละครั้ง และมวยไทย ถือได้เลยว่า เป็นกีฬา ที่มีประวัติติศาสตร์ ที่มีมาอย่าง ยาวนาน มีประวัติ ความเป็นมามากมาย และ แถม ผู้คน ชอบเอา เรื่องราวของ มวยไทย มาสร้างเป็น หนัง หรือ ภาพยนตร์ รวมไปถึง เกม ก็เคยมี คนต่างชาติ นำเอา ศิลปะการต่อสู้ ของมวยไทย ไปใส่ไว้ในเกมต่างๆ รู้แบบนี้คงพอ เข้าใจกันแล้วว่า มวยไทย นั้น เป็นกีฬา ที่ได้รับความนิยา มากมาย ไม่ใช่ แค่การต่อสู้ ธรรมดาๆ แต่เป็น กีฬา ที่มีประวัติ ศิลปะ ที่สวยงาม อีกด้วย

 

การฝึก มวยไทย นั้น เป็น  ฝึกให้ร่างกาย ของเรา ได้ฝึกทั้ง ความอดทน ความแข็งแรง สมาธิ รวมไปถึง การก้าวข้ามขีดจำกัด ของตัวเอง เพราะ ในการฝึก หรือ การซ้อม มวยไทย นั้น ทั้งหนัก และ นาน กว่าจะได้ร่างกาย ที่พร้อม ขึ้นสังเวียน เพื่อไปขึ้นชก กับคู่ต่อสู้ แต่ สำหรับ ใครๆ หลาย ท่าน ที่อยาก ฝึก มวยไทย เพราะ อยากมีประสบ การ หรือ ชื่นชอบ ในศิลปะการต่อสู้ในแบบ มวยไทย เราไม่จำเป็นต้อง ฝึกหนัก เหมือนกับ นักมวย อาชีพ เพียง ขยัน และ อดทนในการฝึก เริ่ม จาก ฝึกครั้งพื้นฐานไป เรื่อยๆ ถือได้เลยว่า เป็นการ ออกกำลังกาย ที่ดี และ เรียกเหงื่อ ได้ดีเลยทีเดียว

 

ผู้ที่ จะเริ่มฝึก มวยไทย นั้น จำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องมีความ เข้าใจเกี่ยวกับ การฝึก ขยับร่างกาย ต่างๆ เพราะ มวยไทย นั้น เป็นกีฬา ที่เราต้อง ขยับร่างกาย ทั้ง ร่ายกาย ไม่ว่าจะเป็น ศีรษะ แขน ขา เข่า รวมไปถึง เท้า และ ความ แข็งแรง ของ ร่างกาย ความเร็ว ดังนั้น การฝึก มวยไทย นั้น เราต้องมาเรียนรู้พื้นฐานกัน ก่อนว่า อวัยวะ แต่ละส่วนของ ร่างกาย เรานั้น ขยับ ยังไง เป็นขั้นพื้นฐาน ในการเรียนรู้การ ฝึกมวยไทย

 

อวัยวะต่างๆ ของร่างกาย ล้วนแล้วเป็นอาวุธ ในการต่อสู้ ของ มวยไทย แต่ละ อวัยวะ นั้น จะต้องมีความแข็งแรง และ รวมเร็ว ในการขยับร่างกาย แต่ละครั้ง เราจะมาบอก อวัยวะแต่ละส่วนของ ร่างกาย ที่ใช้เป็น อาวุธ ในการต่อสู้ ของมวยไทย

 

ท่อนแขน เป็นการ ใช้แขน ท่อนล่างตั้งแต่ ใต้ศอกยาวลงไปถึงข้อมือ ใช้สำหรับ ออกท่าทาง การต่อสู้ เช่น ใช้ฟัน สับ กด ปัด เปิด หนีบ

 

ฝ่ามือ เป็นการขยับฝ่ามือ ใช้สำหรับ ในการ ผลัก ปัด ตบ กระแทก รัด หรือ บีบ คู่ต้อสู้

 

หมัด เป็น อาวุธ ในการต่อสู้ ที่สำคัญมากๆ ในการ ต่อสู้ ของ มวยไทย เพราะ เป็น อาวุธสำคัญ ในการชกคู่ต่อสู้ ต้องมีความเร็ว และ รุนแรง ใช้สำหรับ ต่อย ทุบ กระทุ้ง กระแทก ชก

 

ศอก เป็นการ งอแขนเราให้เกิดมุม จะเป็นกระดูก ของกล้ามเนื้อ เป็นอาวุธ ต่อสู้ของ นักมวย ที่รุนแรง และอันตรายๆ สามารถ ทำให้ เลือกตกยางออกได้เลย ช้ำสำหรับ กระแทก งัด แทง ปัก ฟัน สับ

 

เข่า เป็นการ ทบขาท่อนบน และ ท่อนล่าง ให้เกิดมุม แหลม ช้ำสหรับ การ กด กระแทก กระทุ้ง ยัด โยก ถ้าไม่ระวังตัวในการต่อสู้ เข่า สามารถทำให้คุณแพ้ ได้เลยทีเดียว

 

ฝ่าเท้า เป็นการทำให้ คู่ต่อสู้สามารถ กระเด็นออกไปได้ ไม่รุนแรง แต่ก็ไม่ควรประมาท เพราะ อาจทำให้คุณล้มลงไปนอนกับเพื้นได้นะ

 

ศีรษะ นี้ก็เป็นอีกหนึ่ง อาวุธ ที่ รุนแรง เหมือนกัน สามารถ ทำให้คู่ต่อสู้ เราน็อคได้เลย ใช้ในการ กระแทก โขก กด

 

            นี้เป็น แค่ส่วน หนึ่งของการ ฝึก หรือ การเข้าใจใน ท่าทางของ มวยไทย เป็นแค่ พื้นฐาน ในการขยับร่างกาย หรือ การใช้ร่างกาย ในการ ต่อสู้ ยังมีอีกมากมาย ที่เราต้องใช้ ในการ ฝึกซ้อม เพื่อที่จะทำให้เรา เก่ง และ สามารถ ไปขึ้นชกได้

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

 

อาหารที่ดีที่สุดสำหรับนักวิ่ง

5 นักมวยในตำนานขวัญใจคนไทย

มวยไทย กับการฝึกทักษะให้กับร่างกาย

มวยไทย กับการฝึกทักษะให้กับร่างกาย

สำหรับ หนุ่ม หรือ สาวๆ ท่านใด ที่อยากได้หุ่นที่สวยดูดีและอยากเสริมสร้างฝึก ทักษะให้กับร่างกายของเรา วันนี้เราจะมาแนะนำ กิจกรรม มวยไทย ที่จะช่วยฝึกทักษะให้กับร่างกายของเรา

 

มวยไทย นั้น ถือเป็นกีฬา ที่ได้รับ ความนิยม ที่คนช่วยใหญ่ ให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น เด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ หรือ กลุ่ม คนชรา ก็ให้ความสนใจ มวยไทย ไม่ว่าจะเป็นการ ฝึกซ้อม การชมในความบันเทิง แถม มวยไทยนั้น ยังเป็นที่นิยม ในกลุ่มสื่อในหลายๆกลุ่ม เช่น กลุ่มภาพยนตร์ การ์ตูน รวมไปถึง เกม ก็ได้เอา มวยไทย หรือ ศิลปะ ท่าทางการต่อสู้ ต่างๆ นำไปใช้ หรือ นำไป ทำเป็นหนัง ให้คนได้ชม กัน และแถมยังได้ความนิ ยมมากมาย ทำให้ ต่างชาติ มีคนสนใจในการ ฝึกมวยไทย และ มวยไทยนั้น ยังมีประวัติ อันยาวนาน ตั้งแต่ ใน สมัยกรุงสุโขทัย และยังถือว่า มวยไทย ยังเป็น กีฬา ประจำชาติไทยอีกด้วย

 

การฝึก มวยไทย นั้น เป็นการออกกำลังกาย ที่ต้อง ใช้ทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ศีรษะ ลงมาจนถึง เท้าของเรา ที่ต้อง ใช่ทุกส่วน ทั้งประสาทสัมผัส ความเร็ว ไหวพริบ และต้องเป็นคน ช่างสังเกต เพราะ การ ฝึกมวยไทย แต่ละครั้ง ต้องใช่พลังงาน อยากมาก ยิ่ง สำหรับ คนที่ เป็นนักมวย อาชีพแล้ว ต้องฝึกซ้อม ไปแข่ง หรอ ขึ้นสังเวียน เพื่อที่จะไปล้ม คู่ต่อสู้ ให้ได้ ดังนั้น ต้องใช่ความสามารถ ทั้งร่างกาย และ จิตใจ ที่สูงมาก และ วันนี้เราจะมาบอกว่า มวยไทย ฝึกทักษะ อะไรให้กับเรากันบ้างไปดูกัน

 

1.มวยไทย ช่วยฝึกวินัย

            สำหรับ นักมวย หรือ คนที่ฝึกซ้อมมวย แล้ว จำเป็น ที่จะต้อง ฝึกมวย ซ้ำๆ กันไป ในทุกๆ วัน ย้ำว่า ต้องฝึก และ ออกกำลังกาย ทุกวันจริงๆ เพื่อให้ร่างกาย มีความแข็งแรง และ สร้างกล้ามเนื้อ ให้กับร่างกาย ที่สำคัญ ต้องดูแลร่างกาย ให้พร้อม อยู่เสมอ เพื่อที่จะไปแข่ง หรือ จะไปขึ้นสังเวียน ดังนั้น มวยไทย จะเป็นคนที่ตรงต่อเวลา มีวินัยในการ ซ้อม นั้นเอง

 

2. มวยไทย ช่วยฝึกความมีไหวพริบ

 

            มวยไทย นั้น เป็นกีฬา ที่ต้องใช่ความสามารถ ทุกส่วนของร่างกาย และ ไหวพริบ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในการ ฝึก มวยไทย  เพราะ ในการฝึก แต่ละครั้ง เราต้องมี สติ ไหวพริบ สมาธิจดจ่อ กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ยิ่งเราฝึกซ้อม มวยไทย  เป็นประจำอย่าต่อเนื่อง ทุกวัน แน่นอนว่า ไหวพริบ สติ สมาธิ เราจะดีมากขึ้นเป็นเท่าตัวแน่นอน

 

3.มวยไทย ช่วยฝึกความอดทน

 

            กีฬา มวยไทย เป็นกีฬา ที่ต้องใช่ความอดทน เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการ ฝึกซ้อม การแข่งขัน ในแต่ละ การฝึกเราต้อง ใช้ร่างกาย ในการฝึกเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการ ชก การออกหมัด การขยับตัวไปมา นั้นเป็นการ ฝึกความอดทนไปในตัว แน่นอนเลยว่า การฝึก มวยไทย นั้น สามารถ ช่วยฝึกความอดทนได้ดีเลยทีเดียว

 

4. มวยไทย ช่วยในการตัดสินใจ

 

            มวยไทย แม้จะวางแผนก่อนชกไว้ดียังไง ยังไงก็ตาม แต่เมื่อ เราขึ้นชกจริงก็ไม่ได้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ เนื่องจากคู่ต่อสู้อาจเตรียมรับมือไว้แล้ว ทำให้เราต้องคิดอยู่ตลอดเวลา และต้องตัดสินใจ และหาวิธี แก้ไข้เปลี่ยนรูปแบบการชกใหม่ หรือเปลี่ยนแผนในการชกใหม่ ทำให้การต่อยมวยทำให้เรากลายเป็นคนที่กล้าจะตัดสินใจ

 

5. มวยไทย ทำให้ทำงานภายใต้ความกดดันได้ดี

            กีฬามวย เป็นกีฬา ที่ต้อง แข่งขัน ใช้ความสามารถ ของตัวเองที่สูงมาก เพราะ การแข่งขัน หรือ การขึ้นสังเวียน แต่ละครั้ง เราต้องเจอกับคู่ต่อสู้ ของเรา แบบ ตัวต่อตัว และคนดูอีกมากมาย ที่พร้อมให้คุณได้รับแรงกดดัน ที่สูงมากๆ ยังไม่รวมถึงคู่ต่อสู้ ที่จะสร้างแรงกดดัน ให้คุณได้เป็นอย่างดี แต่การที่คุณเจอสิ่งเหล่านี้ บ่อยๆ หรือ มีประสบการ ในการแข่งที่เยอะ ความกดดันเหล่านี้ก็จะหายไป และสามารถ ทนแรงกดดันได้ดีกว่า คนทั่วไปนั้นเอง

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

อินเทรนด์ง่ายๆ ด้วยกีฬามวย

 

ทักษะมวยไทย ช่วยอะไรเราได้บ้าง

พื้นฐานการเล่นมวยไทย

พื้นฐานการเล่นมวยไทย

ปัจจุบันมวยไทยมีความนิยมมากขึ้น แต่การจะเล่นมวยไทยไม่ได้จะเล่นง่าย ๆ ต้องมีการฝึกฝน ดั่งเช่นกีฬาอื่น ๆ ก็ต้องมีการฝึกเช่นกัน วันนี้เราจึงมาแนะนำพื้นฐานการเล่นมวยไทย เพื่อให้คุณเป็นนักมวยที่ดี โดยใช้ หมัด เท้า เข่า ศอก

 

          การตั้งท่าจดมวย

     ท่าจดมวย ถือว่าเป็นพื้นฐานของการฝึกมวยไทย หมายถึง การวางเข่า เป็นการวางมือให้ถูกต้องตามหลักการฝึกมวยไทย ซึ่งในการจดมวยนั้น ต้องทราบเหลี่ยมมวยด้วย เหลี่ยมมวย หมายถึง การแสดงการใช้มือและเท้าที่ถนัด ออกมาให้เห็น โดยปกติมวยจะมี ๒ เหลี่ยม คือ เหลี่ยมซ้าย และเหลี่ยมขวา เหลี่ยมซ้าย ก็ถือว่าเป็นพื้นฐานของการฝึกมวยไทยเช่นกัน หมายถึง การยื่นหมัดขวาไปข้างหน้าสูงเหนือระดับหางคิ้ว ในขณะที่เท้าขวายื่นไปข้างหลัง หมัดซ้ายชิดคาง เท้าซ้ายอยู่ด้านหลัง ลำตัวเหยียดตรง ไม่เกร็งปล่อยตัวตามสบาย โดยให้น้ำหนักอยู่ที่เท้าซ้าย ระยะห่างของเท้าทั้งสองข้าง ๑ ช่วงตัว สายตาจ้องมองผ่านมือไปยังคู่ต่อสู้ตลอดเวลา พยายามอย่าละสายตา เหลี่ยมขวา หมายถึง การยื่นหมัดซ้ายไปข้างหน้าสูงเหนือระดับหางคิ้ว ในขณะที่เท้าซ้ายยื่นไปข้างหลัง แขนซ้ายขนานกับลำตัว หมัดขวาชิดคาง เท้าขวาอยู่ด้านหลัง ลำตัวเหยียดตรง ไม่เกร็งปล่อยตัวตามสบาย ให้น้ำหนักอยู่ที่เท้าขวา สายตามองผ่านมือไปยังคู่ต่อสู้ตลอดเวลา

 

          การวางตำแหน่งอวัยวะ

     เป็นการวางตำแหน่งของอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อให้มีท่าทางที่เป็นมวยไทย หมายถึง การกำหมัด วางเท้า มือ และลำตัว การกำหมัดที่ถูกต้อง คือ แบมือให้นิ้วมือทั้ง ๔ เรียงชิดติดกัน แล้วพับนิ้วทั้ง ๔ นิ้วเข้าหาอุ้งมือ แล้วกดทับด้วยนิ้วหัวแม่มือลงทาบ ในลักษณะเฉียงกับนิ้วชี้และนิ้วกลาง เพื่อให้หมัดที่กำกระชับแน่น โดยไม่เกร็ง การใช้หมัด เท้า เข่า ศอก

 

          ศิลปะการใช้หมัด เท้า เข่า ศอก

     เป็นทักษะพื้นฐานของกีฬามวยไทยที่มีอยู่มากมายหลายแบบ ซึ่งครูมวยต่าง ๆ ได้คิดค้นขึ้นมาใช้ และได้นำมาเขียน หรือบันทึกไว้ เพื่อประโยชน์ ในการเรียนการสอนวิชามวยไทยในปัจจุบัน

 

          การใช้หมัด

     คือ เป็นการใช้หมัดที่ถนัดมุ่งตรงไปยังเป้าหมาย โดยอาศัยแรงจากหัวไหล่ ลำตัว และเท้ายันพื้นเป็นฐาน โดยน้ำหนักตัวอยู่ที่เท้าหน้า ใช้แรงส่งจากเท้าหลัง และสะโพก หัวไหล่ ออกไปเต็มที่

     หมัดตัด หมายถึง เป็นการใช้หมัดเหวี่ยงออกไปเต็มที่ ในลักษณะโค้งเป็นครึ่งวงกลม บริเวณลำตัว ใบหน้า หรือศีรษะของคู่ต่อสู้ ผู้มีความรู้บางคน เรียกว่า หมัดเหวี่ยง แบ่งออกเป็น หมัดเหวี่ยงสั้น และหมัดเหวี่ยงยาว หมัดเหวี่ยงสั้น หมายถึง การเหวี่ยงวงแคบ หมัดเหวี่ยงยาว หมายถึง การเหวี่ยงวงกว้าง หมัดตวัด หมัดตวัด หมัดตวัด หมายถึง การใช้สันหมัดกดลงบริเวณอวัยวะสำคัญของคู่ต่อสู้ ในลักษณะเหยียดแขนออกไป พร้อมชกตวัดวงแคบ หมัดเสย หมายถึง การใช้หมัดชกเข้าหาคู่ต่อสู้โดยงอศอก เกร็งข้อศอกหงายหมัด แล้วพุ่งหมัดยกขึ้นสู่เป้าหมาย ได้แก่ ปลายคาง ดั้งจมูก หรือใบหน้าคู่ต่อสู้ หมัดเสย

 

          การใช้เท้า

     การใช้เท้าจะแบ่งออกเป็น ๒ ไม้ คือ การเตะ และการถีบ

  • การเตะ หมายถึง การใช้อวัยวะส่วนขาตั้งแต่เอวลงไปจนถึงปลายเท้าเตะตรง หมายถึง การเตะเสยจากพื้นขึ้นไปส่วนบนในลักษณะตั้งฉากกับพื้น
  • เตะตัด หมายถึง การเตะที่ใช้เท้าวาดขึ้นขนานกับพื้น สามารถเตะตัดได้ทั้งส่วนล่างของลำตัว และส่วนบนของอวัยวะ
  • เตะตวัด หรือเตะเฉียง หมายถึง การเตะที่ทิศของการเตะจะเฉียงลงพื้นสู่เป้าหมาย
  • กลับหลังเตะ หมายถึง การหมุนตัวหันหลังให้คู่ต่อสู้ แล้วเหวี่ยงขาที่วางอยู่ด้านหลัง ให้ส้นเท้าปะทะเป้าหมาย
  • การถีบ หมายถึง การใช้ปลายเท้า ฝ่าเท้า หรือส้นเท้าปะทะคู่ต่อสู้ ปลายเท้าปะทะคู่ต่อสู้
  • การถีบตรง หมายถึง ก็ตามชื่อเลย เป็นการถีบออกไปตรง ๆ ให้ปลายเท้า ส้นเท้า หรือฝ่าเท้าปะทะเป้าหมายในส่วนต่าง ๆ ของคู่ต่อสู้ ให้เต็มแรง โดยอาจเหยียดเท้าตรง หรืองอเท้าเข้าถีบก็ได้
  • การถีบข้าง หมายถึง การใช้ปลายเท้าถีบออกไปด้านข้างของลำตัว โดยเอียงศีรษะออกไปห่างจากลำตัว
  • การกลับหลังถีบ หมายถึง การถีบตรงออกไปด้านหลัง อาจเหยียดขาตรง หรืองอขาแล้วเหยียดตรงออกไปยังเป้าหมาย
  • การกระโดดถีบ หมายถึง การสืบเท้าที่ไม่ถนัดออกไป ๑ จังหวะ แล้วลอยตัวใช้เท้าที่ถนัดพุ่งไปยังเป้าหมายของคู่ต่อสู้
  • การถีบจิก หมายถึง การใช้ปลายเท้าที่ถนัดจิกไปบริเวณหน้าท้อง หรือลิ้นปี่ของคู่ต่อสู้ โดยอาศัยแรงส่งจากเท้าที่ไม่ถนัด

 

          การใช้เข่า

     หมายถึง การใช้อวัยวะส่วนที่เป็นข้อต่อระหว่างกระดูกขาส่วนบนกับกระดูกขาส่วนล่าง แล้วงอพับขา กระทุ้งไปยังเป้าหมายของคู่ต่อสู้

  • เข่าตรง หมายถึง เข่าพุ่งตรงไปข้างหน้าเข้าสู่เป้าหมาย
  • เข่าเฉียง หมายถึง เข่าตีเฉียงเข้าสู่เป้าหมายด้านตรงกับเข่าที่พุ่งออกไป
  • เข่าโค้ง หมายถึง การบิดสะโพกให้คว่ำลง พร้อมกับเหวี่ยงขาให้มีรัศมีโค้งจากบนลงล่าง ปะทะเป้าหมาย ให้ปลายเท้าเหยียดเป็นเส้นตรงกับขาและเข่า
  • เข่าโยน หมายถึง การกระโดดโยนเข่าขึ้นไปตรง ๆ คล้าย ๆ เข่าลอย เป้าหมายที่ปลายคาง และหน้าอกของคู่ต่อสู้
  • เข่าลอย หมายถึง การกระโดดขึ้นสูง ทะยานกับเข่าโยน แต่เข่าลอยสู่พื้นสูงกว่า

 

          การใช้ศอก

     การใช้ศอกขั้นพื้นฐานมีลักษณะ ดังนี้

  • ศอกตี หรือเรียกว่า ศอกสับ คือการใช้วิธีการตีศอกจากบนสู่ล่าง โจมตีไปยังอวัยวะต่าง ๆ ของศัตรู เฉียงซ้ายคล้ายมุมฉาก บางครั้งอาจบิดตัวตี โดยมีแรงส่งจากไหล่ ลำตัว และเท้า
  • ศอกตัด หมายถึง การตีศอกตัดขนานไปสู่เป้าหมาย
  • ศอกงัด หมายถึง การตีศอกจากกลาง งัดขึ้นไปข้างบน ตรงเป็นมุมฉาก
  • ศอกกระทุ้ง หมายถึง การใช้ศอกพุ่งออกไปด้านหลัง ในลักษณะกระทุ้ง แก้ไขสถานการณ์ที่คู่ต่อสู้ประชิดเข้ามาด้านหลัง
  • ศอกกลับ หมายถึง การหมุนตัวตีศอก กลับไปทางด้านหลัง ตามจังหวะที่สัมพันธ์กับการเคลื่อนตามเท้า

 

     การนำเอาศิลปะแม่ไม้มวยไทยเหล่านี้ไปใช้ให้ได้ผลดีย่อมขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ความชำนาญ และความมีไหวพริบ ในการผสมผสานไม้มวยต่าง ๆ ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

ประเภทของมวยไทย

มวยไทยโบราณ 4 ภาค

มวยไทยโบราณ 4 ภาค

มวยไทยโบราณ 4 ภาค

มวยไทยถือเป็นศิลปะป้องกันตัวของไทย เป็นที่นิยมกันมากขึ้น เพราะ การต่อยมวยถือว่าเป็นการออกกำลังกาย แต่หลายคนคงไม่รู้ว่ามวยไทยโบราณของบ้านเรา มีถึง 4 ภาค ซึ่งมีเอกลักษณ์แตกต่างกันออกไป เรามาทำความรู้จักมวยไทยโบราณ 4 ภาค กันค่ะ

 

     มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวที่สามารถนำไปใช้ได้ ทั้งเชิงกีฬา และการต่อสู้จริง ศิลปะประเภทนี้มีมาตั้งแต่โบราณ วันนี้เราเลยจะมาดูกันว่า ศิลปะการต่อสู้โบราณ ทั้ง 4 ภาค จะมีเอกลักษณ์แบบใดบ้าง

 

          ภาคกลาง มวยลพบุรี

     มวยลพบุรี หรือ มวยไทยภาคกลาง โดยมีเอกลักษณ์ คือ การพันข้อเท้า และพันมือมาถึงข้อแขน ซึ่งจะเป็น เอกลักษณ์ที่ชัดเจนของมวยลพบุรี เป็นมวยที่ไม่เน้นความดุดัน ไม่เน้นกำลัง แต่เน้นใช้ควาดคิด ใช้ความฉลาดในการชก มีความเร็วในจังหวะรุก และจังหวะรับ รุกรับคล่องแคล่วว่องไว ต่อยหมัดตรงได้แม่นยำ

     เรียกลักษณะการต่อยมวยแบบนี้ว่า “มวยเกี้ยว” ซึ่งหมายถึง มวยที่ใช้ชั้นเชิงเข้าทำคู่ต่อสู้ โดยใช้กลลวงมากมาย จะมีการเคลื่อนตัวอยู่เสมอ หลอกล่อหลบลีกได้ดี สายตาดี รุกรับ และออกอาวุธ หมัด เท้า เข่า ศอก ได้อย่างรวดเร็ว

 

          ภาคเหนือ มวยท่าเสา

     มวยไทยท่าเสา เป็นสายมวยไทยภาคเหนือ ที่ไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าสายมวยไทยท่าเสากำเนิดขึ้นเมื่อใดใครเป็นครูมวยคนแรกแต่จากหลักฐานที่ปรากฏอยู่ทำให้ทราบว่าครูมวยไทยสายท่าเสาที่มีชื่อเสียงโด่งดังคนหนึ่งคือ ครูเมฆที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นในเรื่องความคล่องแคล่วว่องไว รวดเร็ว เด็ดขาด มีลีลาท่าทางสวยงาม และมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม้เตะ ถีบ และศอก เป็นที่ลือกระฉ่อนจนนายทองดี เองถึงกับปฎิญาณกับตัวเองว่าจะต้องมาขอเรียนศิลปะมวยไทยกับสำนักท่าเสาให้ได้ และก็ได้มาเป็นลูกศิษย์ของครูเมฆผู้ประสิทธิประสาทวิชามวยไทยให้แก่ นายทองดี ซึ่งได้นำความรู้ที่ได้รับไปผสมผสานกับมวยจีนอีกต่อหนึ่ง เมื่อนายทองดีได้เป็นเจ้าเมืองพระยาพิชัย ก็ได้มาคารวะครูเมฆและแต่งตั้งให้ครูเมฆเป็นกำนันปกครองตำบลท่าอิฐต่อไป ครูเมฆได้ถ่ายทอดวิชาให้แก่ผู้สืบสกุลต่อมาจนถึงครูเอี่ยม ครูเอี่ยมถ่ายทอดแก่ผู้สืบสกุลคือครูเอม ครูเอมถ่ายทอดแก่ผู้สืบสกุลคือครูอัด  คงเกตุ ซึ่งเมื่อครูอัด คงเกตุ และลูกศิษย์มาชกมวยในกรุงเทพฯ ก่อนสงครามโลก ครั้งที่ 2 ได้ใช้ซื่อค่ายมวยว่า เลือดคนดง ครูเอมยังได้ถ่ายทอดวิชามวยไทยให้แก่หลานตาอีก 5 คน รุ่นราวคราวเดียวกับครูอัด ทั้ง 5 คน เป็นนักมวยตระกูล เลี้ยงเชื้อ ซึ่งต่อมา กรมหลวงชุมพรฯ ได้เปลี่ยนให้เป็น เลี้ยงประเสริฐ เป็นบุตรนายสอน นางขำ (ลูกครูเอม) สมพงษ์ แจ้งเร็ว เขียนกล่าวว่า ทั้ง 5 คน เป็นยอดมวยเชิงเตะ มีกลเม็ดเด็ดพรายแพรวพราวทุกกระบวนท่าที่ได้สืบทอดมาจากสำนักท่าเสาของครูเมฆจนมีชื่อเสียงลือลั่นในช่วงเวลานั้น ทั้ง 5 คน ได้แก่

1. ครูโต๊ะ เกิดประมาณ พ.ศ.2440 เป็นบุตรคนที่ 2 ของนายสอน และนางขำ เป็นนักมวยที่มีอาวุธหนักหน่วง และเชิงเตะ เข่า และหมัดรวดเร็ว

2. ครูโพล้ง เกิดปี พ.ศ.2444  มีอาวุธมวยไทยรอบตัว โดยเฉพาะลูกเตะที่ว่องไว และรุนแรง และความสามารถในการถีบอย่างยอดเยี่ยม จนได้รับฉายาว่า มวยตีนลิง ครูโพล้งมีเอกลักษณ์การไหว้ครูร่ายรำตามแบบฉบับของสำนักท่าเสา ในจำนวน 5 คน ครูโพล้ง มีฝีมือยอดเยี่ยมที่สุด เมื่อมาชกกรุงเทพ ฯ เคยชนะ นายสร่าง  ลพบุรี และครูบัว  วัดอิ่ม เคยชนะนายสิงห์วัน ประตูเมืองเชียงใหม่ ที่เชียงใหม่ และนายผัน เสือลาย ที่โคราช แต่เคยพลาดท่าแพ้ นายสุวรรณนิวาสวัด ที่กรุงเทพ ฯ ครั้งหนึ่ง เพราะโดนจับขาเอาศอกถองโคนขาจนกล้ามเนื้อพลิก

3. ครูฤทธิ์ เกิดปี พ.ศ.2446 มีฝีมือไม่ยิ่งหย่อนกว่าพี่น้องทั้งหลาย เคยชกชนะหลายครั้งที่กรุงเทพฯ และเคยชกเสมอ บังสะเล็บ ครูมวยคณะศรไขว้ (ลูกศิษย์ครูแสง  อุตรดิตถ์ ผู้สืบทอดสายมวยพระยาพิชัยดาบหัก)

4. ครูแพ เกิดปี พ.ศ.2447 เป็นนักมวยเลื่องชื่อระดับครูโพล้ง เคยปราบ บังสะเล็บ  ศรไขว้ ชนิดที่คู่ต่อสู้บอบช้ำมากที่สุด และชก นายเจียร์  พระตะบอง นักมวยแขกครัวเขมร ถึงแก่ความตายด้วยไม้หนุมานถวายแหวน ทางราชการจึงกำหนดให้มีการสวมนวมแทนคาดเชือก ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

5. ครูพลอย เกิดปี พ.ศ.2450  เป็นมวยที่คล่องแคล่วว่องไวในเชิงเตะ ถีบ และหมัด เนื่องจาก ครูโพล้ง เป็นผู้ถ่ายทอดเชิงชกให้ด้วย ครูพลอยถึงถอดแบบการใช้เท้าจากครูโพล้ง ครูพลอยเคยมาชกชนะในกรุงเทพฯ หลายครั้งแต่ก็ได้ถึงแก่กรรมเมื่ออายุเพียง 24 ปีเท่านั้น

     นอกจากครูโพล้ง และพี่น้องได้ร่วมกันสอนเชิงมวยให้แก่ลูกศิษย์หลายคนที่มีชื่อเสียงแล้วยังมีศิษย์สำนักท่าเสาอีกหลายคนคือ นายประพันธ์  เลี้ยงประเสริฐ นายเต่า คำฮ่อ (เชียงใหม่) นายศรี ชัยมงคล ผู้เป็นเพื่อนสนิทของครูพลอย และเป็นผู้ที่ ผล พระประแดง ยอมรับว่าเจ็บตัวมากที่สุดเมื่อได้ชกแพ้ นายศรี อย่างสะบักสะบอมชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นในชีวิตการต่อสู้เลย เพราะนายศรี มีอาวุธหนักหน่วงเกือบทุกอย่าง และรวดเร็ว อีกทั้งยังมีเชิงมวยสูงมากด้วย

     ครูมวยจากสายท่าเสาทั้ง 5 ได้จากไปหมดแล้ว โดยครูพลอย ถึงแก่กรรมตั้งแต่ยังหนุ่ม หลังจากนั้นก็ตามด้วย ครูฤทธิ์  สำหรับครูโต๊ะก่อนถึงแก่กรรมได้บวชจนได้เป็นเจ้าอาวาสวัด คุ้งตะเภา ครูแพ ถึงแก่กรรม เมื่อปี พ.ศ.2520 และครูโพล้ง ถึงแก่กรรม เมื่อปี พ.ศ.2522 มีอายุได้ 78 ปี ก่อนถึงแก่กรรม คณะกรรมการจัดงานพระยาพิชัยดาบหัก ซึ่งจัดให้มีการแข่งขันชกมวยประจำปีจะเชิญ ครูโพล้ง ขึ้นไปไหว้ครูร่ายรำตามแบบฉบับของสำนักมวยท่าเสาให้คนชมทุกปี หลังจากการจากไปของครูโพล้ง มวยไทยสายท่าเสา ได้ลดบทบาทลงไปอย่างมาก ยิ่งครูมวยใน

     ปัจจุบันสอนมวยตามแบบฉบับของสายมวยอื่น ๆ  มวยไทยสายครูเมฆ แห่งสำนักท่าเสาก็ยิ่งถูกลืมเลือนไป แม้แต่ชาวอุตรดิตถ์เองปัจจุบันยังไม่สามารถทราบหรือบอกความแตกต่างของมวยท่าเสากับมวยสายอื่น ๆ ได้เลย

     เอกลักษณ์ของมวยสายท่าเสา การไหว้ครูจะไหว้พระแม่ธรณีก่อนทำพิธีไหว้ครู การไหว้ครูมวยท่าเสาจะไหว้บรมครูก่อนคือ พระอิศวร เพราะถือว่าพระอิศวรเป็นผู้ประสิทธิประสาทวิชาการต่อสู้แบบฉบับมวยท่าเสา การกราบพระรัตนตรัย จะกราบในทิศหรดี

     (ทิศตะวันตกเฉียงใต้) ซึ่งเป็นทิศที่ผีฟ้าไม่ข้าม การนับหน้าไหว้ครูไปทางทิศตะวันออกซึ่งเป็นไปตามประเพณีของพราหมณ์ ในการเห็นหน้าโบราณสถาน หรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สอดคล้องกับความเชื่อว่าบรมครูของมวยท่าเสามีพระอิศวร และทิศตะวันออกเป็นทิศที่พระอาทิตย์ส่องแสงมาสู่โลก และมวลมนุษย์เป็นสัญญาลักษณ์ของวันใหม่และจุดเริ่มต้นที่เป็นมงคล หรือนักมวยก่อนกราบจะหันหน้าเข้าหาดนตรี ปี่ กลอง เพราะถือว่า ดนตรี ปี่ กลอง ได้ไหว้ครูหรือพระอิศวรแล้ว การจดมวยของมวยท่าเสามือซ้ายนำ และสูงกว่ามือขวา เมื่อเปลี่ยนเหลี่ยมมือขวานำและสูงกว่ามือซ้าย เมื่อตั้งมวยได้ถูกต้องและย่างแปดทิศได้คล่องแคล่วว่องไวแล้ว นักมวยจะต้องฝึกท่ามือสี่ทิศพร้อม ๆ กัน กับการจดมวยและย่างแปดทิศ ท่ามือต้องออกด้วยสัญชาตญาณเพื่อให้เกิดการ “หลบหลีก ปัด ป้อง ปิด” ในการป้องกันตัว การคาดเชือกสายมวยท่าเสาต้องเอาเชือกด้านตราสังผีมาลงคาถาอาคมแล้วบิดให้เขม็งเกลียง หลังจากนั้นเอามาขดก้นหอย 4 ขด แล้วเอาด้ายตราสังมาเคียนทำเป็นวง 4 วง รองข้างล่างก้นหอยอีกทีหนึ่ง เพื่อสวมเป็นสนับมือ เมื่อสวมนิ้วมือแล้วก็เอาด้ายตราสังมาเคียนทับอีกทีหนึ่ง จากนั้นเชือกที่คาดจะต้องลงรักและคลุกน้ำมันยาง จากนั้นก็คลุกแก้วบดอีกทีหนึ่งเป็นอันเสร็จพิธีคาดเชือก นักมวยสายท่าเสาจะต้องเสกพริกไทย 7 เม็ด กินทุกวันเพื่อให้อยู่ยงคงกะพันและเสกคาถากระทู้ 7 แบกประจำทิศบูรพา คือ อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา 15 จบ ก่อนขึ้นชกต้องเสกหมากหรือว่านเคี้ยวกินด้วยคาถาฝนแสนห่า ประจำทิศอาคเนย์ 8 จบ คือ ติ หัง จะ โต โร ถิ นัง ครูอาจเสกแป้งประหน้านักมวยก่อนชกด้วยนะจังงัง มวยท่าเสาอาจจะสูญสิ้นไปหากไม่มีการอนุรักษ์ สืบสาน ตำนานมวย “ลาวแกมไทย ตีนไวเหมือนหมา” เอาไว้ ลาวแกม หมายถึง คนเมืองอุตรดิตถ์ ซึ่งมีคนเมือง คนไทยภาคกลาง และคนลาวอยู่ร่วมกัน โดยคนเมืองอยู่เหนือแม่น้ำน่าน คนไทยอยู่ใต้แม่น้ำ และคนลาวอยู่ทางตะวันออก จึงมีการผสมผสานวัฒนธรรม ประเพณี และภาษาเข้าด้วยกัน ทั้งยังมีการแต่งงานระหว่างกันด้วย ทำให้คนอุตรดิตถ์มีลักษณะ “ลาวแกมไทย”

 

          ภาคใต้ มวยไชยา

     มวยไชยา หรือ มวยใต้ เป็นมวยไทยโบราณที่มีเอกลักษณ์พิเศษ คือ ท่ารำมวย การตั้งท่า ท่าไหว้ครู พันมือคาดเชือก มีความโดดเด่นของกระบวนท่า 7 ด้าน ประกอบด้วยท่าเสือลากหาง ท่าย่างสามขุม ท่าปั้นหมัด ท่าเต้นแร้งเต้นกา ท่าพับแขนพันหมัด ท่าพันหมัดพลิกเหลี่ยม และท่ากระโดดตบศอก

 

          ภาคอีสาน มวยโคราช

     มวยโคราช ถือกำเนิดมาจากจังหวัดนครราชสีมา มีความโด่งดังโดยเฉพาะช่วงสมัยรัชกาลที่ 5-6 มวยไทยโคราชมีเอกลักษณ์ คือ สวมกางเกงขาสั้น ไม่สวมเสื้อ สวมมงคลที่ศีรษะขณะชก การพันหมัดแบบคาดเชือก ตั้งแต่หมัดขึ้นไปจรดข้อศอก เพราะมวยโคราชเป็นมวยต่อยวงกว้าง และใช้หมัดเหวี่ยงควาย การพันเชือกเช่นนี้เพื่อป้องกันการเตะ ต่อยได้ดี การฝึกฝึกจากครูมวย     

     โดยเป็นครูมวยในหมู่บ้านต่อจากนั้น จึงได้รับการฝึกจากครูมวยในเมือง เมื่อเกิดความคล่องแคล่วแล้วทำพิธียกครู แล้วให้ย่างสามขุม และฝึกท่าอยู่กับที่ 5 ท่า ท่าเคลื่อนที่ 5 ท่า ฝึกลูกไม้แก้ทางมวย 11 ท่า ฝึกท่าแม่ไม้สำคัญ ประกอบด้วย ท่าแม่ไม้ครู 5 ท่า และท่าแม่ไม้สำคัญโบราณ 21 ท่า แล้วมีโคลงมวยเป็นคติสอนนักมวยด้วย พร้อมคำแนะนำ เตือนสติไม่ให้เกรงกลัวคู่ต่อสู้ 

     มวยไทยทั้ง 4 ภาคของไทยมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป แต่ก็ถือว่าเป็นมวยไทยที่ควรอนุรักษ์ไว้ เพราะเป็นศิลปะการต่อสู้สมัยโบราณที่เป็นจุดเริ่มของมวยในปัจจุบันนี้

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

ประเภทของมวยไทย

กระสอบทราย เพื่อนซ้อมคู่ใจนักมวย

ประเภทของมวยไทย

ประเภทของมวยไทย

มวยไทย ( Muay thai ) มีหลายประเภท แต่ถ้าแบ่งตามลักษณะการเข้าต่อสู้ การรุก การรับ และการใช้หมัด เท้า เข่า ศอก พอที่จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ มวยหลัก หรือมวยแข็ง และมวยเกี้ยว หรือมวยอ่อน

 

     มวยหลัก หรือมวยแข็ง หมายถึง มวยไทย ( Muay thai ) ที่มีการต่อสู้แบบรัดกุม สุขุมรอบคอบ ตั้งท่าคุมมวย และจดมวยแบบมั่นคง การจดมวย และการเคลื่อนตัว เคลื่อนเท้า ก้าวย่าง จะเต็มไปด้วยความระมัดระวัง ดูคล้ายเชื่องช้าไม่คึกคะนอง นักมวยประเภทนี้จะตั้งรับ และรอจังหวะเป็นมวยสุขุมเยือกเย็น มีลำหักลำโค่นดี หรือใช้ศิลปะ มวยไทย ( Muay thai ) ได้หนักหน่วง รุนแรง และแม่นยำทั้งหมดคือ เท้า เข่า ศอก มีความทรหด มานะอดทน และมีความพยายามสูง

     มวยเกี้ยว หรือมวยอ่อน หมายถึง มวยไทย ( Muay thai ) ที่มีวิธีการต่อสู้ที่ใช้ชั้นเชิงแพรวพราวการเข้าทำคู่ต่อสู้จะใช้กลลวงมากมาย มวยเกี้ยวจะเคลื่อนตัวอยู่เสมอไม่หยุดนิ่ง โดยเคลื่อนตัวไปมาทั้งด้านซ้าย และด้านขวาสลับกัน ทำให้คู่ต่อสู้จับทางมวยยาก มวยเกี้ยวจะมีลีลาท่าทางแคล่วคล่องว่องไว หลอกล่อ และหลบหลีกได้ตี มีสายตาดี รุกรับ และออกอาวุธหมัด เท้า เข่า ศอก ได้รวดเร็วฉับพลันกว่า แม้จะไม่รุนแรงเท่ามวยหลักก็ตาม

     นอกจากมวยหลัก และมวยเกี้ยวแล้วยังมีมวยอีกประเภทหนึ่ง ที่มีลักษณะผสมผสานระหว่างมวยหลัก และมวยเกี้ยวคู่กันไป คือ มีทั้งความคล่องแคล่วว่องไว และความรุนแรงในการใช้หมัด เท้าเขา ศอก การเรียกลักษณะของมวยยังมีที่เรียกเป็นอย่างอื่นอีกตามความนิยมของครูมวยแต่ละคน เช่น มวยวงนอก มวยวงใน ซึ่งหมายถึงมวยที่ถนัดอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น มวยวงนอกดี หมายถึงมวยที่ถนัดอยู่ห่างอาวุธเตะ ถีบ ฉาบฉวย หลอกล่อ หาจังหวะเข้าทำแล้วหนีได้อย่างฉับพลัน ใช้ไม้ยาวหรืออาวุธยาวได้ดี มีความแคล่วคล่องว่องไว เฉลียวฉลาดดี แต่เมื่อเข้าวงใน หรือปล้ำตีเข่า และศอกมักจะไม่ได้ผลเท่าที่ควร

 

มวยไทย ( Muay thai ) มีการไห้คะแนนตามหลักเกณฑ์ดังนี้

- เมื่อนักมวยได้ใช้หมัด เท้า เข่า ศอก เป็นอาวุธ มวยไทย ( Muay thai )  กระทำถูกร่างกาย คู่แข่งขันโดยถูกตามกติกา มีแรงส่ง ถูกวัตถุประสงค์ และคู่ต่อสู้ไม่สามารถที่จะป้องกันได้

- นักมวยที่ใช้อาวุธ มวยไทย ( Muay thai ) กระทำถูกคู่แข่งขัน ได้มากกว่าเป็นผู้ชนะในยกนั้น

- นักมวยที่ใช้อาวุธ มวยไทย ( Muay thai ) กระทำถูกคู่แข่งขันได้หนักหน่วง รุนแรง แจ่มแจ้งกว่า เป็นผู้ชนะในยกนั้น

- นักมวยที่ใช้อาวุธ มวยไทย ( Muay thai ) กระทำถูกคู่แข่ง จนเกิดความบอบช้ำมากกว่า เป็นผู้ชนะในยกนั้น

- นักมวยที่เป็นฝ่ายรุกเข้ากระทำมากกว่าเป็นผู้ชนะในยกนั้น

- นักมวยที่มีชั้นเชิงในการ รุก รับ หลบหลีก ตอบโต้ ตามลักษณะ และศิลปะ มวยไทย ( Muay thai ) ได้ดีกว่าเป็นผู้ชนะในยกนั้น

- นักมวยที่ทำผิกกติกาน้อยกว่าเป็นผู้ชนะในยกนั้น

 

การไม่ได้คะแนน มีดังนี้

- นักมวยที่ใช้อาวุธ มวยไทย ( Muay thai ) กระทำผิดกติกาข้อใดข้อหนึ่ง

- กระทำไปถูกแขน ขา ของคู่แข่งในลักษณะการป้องกันตัว

- กระทำถูกคู่แข่งแต่เบา ไม่มีน้ำหนักส่งจากร่างกาย

- เตะไปแล้วถูกฝ่ายตรงข้ามจับขาเหวี่ยงลงกับพื้น ให้จัดว่าข้างที่เตะได้คะแนน ถ้าหากข้างที่เตะถูกฝ่ายตรงข้ามจับขาได้แล้วแกล้งทิ้งตัวลงกับพื้นถือได้ว่าเป็นการทำผิดกติกาในกรณีนี้ จัดว่าทั้งสองฝ่ายไม่ได้คะแนน

- การเหวี่ยงคู่แข่งขันให้ล้มลงโดยไม่ได้ใช้อาวุธอื่น

- การไห้คะแนนในการแข่งขัน มวยไทย ( Muay thai ) นั้น มีการไห้เป็นตัวเลขครับแม้กระนั้นจะมีการไห้เป็นยก ครับโดยดูจากภาพรวมของการแข่งขันในแต่ละยก

 

มวยไทย ( Muay thai ) มีหลากหลายสาย หลายประเภท และหลายท่ามาก ๆ ซึ่งหลาย ๆ คนอาจะไม่รู้จัก หรือลืมไปแล้วด้วยซ้ำ และถ้าหากคุณกำลังมองหาสถานที่ฝึก มวยไทย หรืออยากเรียนมวยไทย ก็สามารถติดต่อเรามาได้ “เจริญทอง มวยไทย ( Muay thai )  ยิม” ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) กับสาขาที่ใกล้ และสะดวกที่สุด ซึ่งมีให้เลือกถึง 3 สาขา (สาขาข้าวสาร, สาขารัชดา, สาขาศรีนครินทร์) มีเทรนเนอร์คอยกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดอย่างแน่นอน

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

ฝึกมวยไทย ต้องเตรียมอะไรบ้างกันนะ

ที่มาที่ไปแม่ไม้มวยไทย

นักมวยเขาพกอะไรติดตัวบ้าง

นักมวยเขาพกอะไรติดตัวบ้าง

ในอดีตนั้นมวยไทยเป็นศิลปะป้องกันตัวที่สำคัญมาก ทั้งเอาไว้ต่อสู้กับข้าศึก หรือการป้องกันตัวเอง แค่นั้นก็ยังไม่พอ แต่ในสมัยก่อนนักมวยยังต้องพกของสำคัญติดตัว เพราะช่วยให้แคล้วคลาดปลอดภัยได้ ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น มาดูกันค่ะ

 

1. มงคล

     มงคลทำด้วยสายสิญจน์ หรือผ้าดิบที่เกจิอาจารย์เป็นผู้เขียนอักขระหัวใจมนต์ คาถาและเลขยันต์ แล้วถักหรือม้วนพันด้วยด้าย หรือด้ายสายสิญจน์ ห่อหุ้มด้วยผ้าซึ่งผ่านพิธีกรรมจากครูบาอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมทำเป็นวงสำหรับสวมศีรษะ โดยรวบเป็นหางยาวไว้ข้างหลัง

     ในอดีตมีการกล่าวถึงการใช้ไสยศาสตร์ในพิธีทำมงคล ดังนั้นการสร้างมงคลแบบที่ยาก และมีอำนาจแบบไสยศาสตร์เร้นลับที่สุด จะเป็นห่วงวงกลมทำมาจาก “งูกินหาง” อาจจะเป็นงูหนึ่งตัวกินหางของมันเองหรืองูสองตัวกินหางซึ่งกันและกันก็ได้ การกินหางของงูเกิดจากอำนาจสะกดจิต หรือพลังจิตเคลื่อนย้ายสิ่งของ แล้วนำห่วงกลมที่เกิดจากงูกินหางนั้นไปย่างไฟจนแห้งสนิท จากนั้นนำไปแช่น้ำมนตร์ ซึ่งหุงมาจากน้ำมันมะพร้าวผสมด้วยว่านยาสมุนไพรบางอย่าง แล้วจึงพันไว้ด้วยผ้ายันต์ หรือด้ายสายสิญจน์หุ้มไว้อีกชั้นหนึ่ง เล่ากันว่าพิธีกรรมเร้นลับสำหรับการสร้างมงคลเครื่องผูกศีรษะเหล่านี้ ใช้อำนาจไสยศาสตร์ให้เคลื่อนไหวสำเร็จขึ้นมาทั้งสิ้น ปัจจุบันสูญหายการถ่ายทอดไปหมดแล้ว

     มงคลถือเป็นเครื่องรางให้สิริมงคลและคุ้มกันอันตราย ในอดีตใช้สวมศีรษะในขณะชก บางคนสวมสองอันก็มี เวลาชกมวยหากมงคลหลุดจากศีรษะ ฝ่ายตรงข้ามก็จะหยุดชกเพื่อให้เก็บมงคลมาสวมใหม่ แล้วจึงชกต่อเป็นธรรมเนียมที่ถือปฏิบัติกันมาจะไม่มีการซ้ำเติมกันในขณะก้มลงเก็บมงคลเป็นอันขาด ส่วนนักรบในอดีตก็จะสวมมงคลออกรบโดยสวมไว้ที่ศีรษะหรือคล้องคอ เวลาไม่ได้ใช้ก็จะเก็บรักษาไว้ในที่สูง เช่น บนหิ้ง บนตู้ หรือใส่ตะกร้าแขวนไว้สูง ๆ ในบริเวณที่เป็นห้องพระ หรือหัวนอน เพื่อบูชาและป้องกันการสูญหาย หรือป้องกันใครเดินข้ามเพราะจะทำให้คาถาอาคมเสื่อมได้

 

2. ประเจียด

     ใช้ผ้าสาลู (ผ้าขาวบางเนื้อดี) หรือผ้าดิบสีขาว หรือสีแดงตัดเป็นสามเหลี่ยมลงเลขยันต์มหาอำนาจ ส่วนใหญ่จัดอยู่ในชุดวิชาคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด คุ้มกำลัง ภาษาที่ใช้เขียนมักเป็นอักขระโบราณ เช่น อักษรขอม อักษรเทวนาครี ซึ่งพระครูหรือเกจิอาจารย์จะเป็นผู้เขียน และทำพิธีพุทธาภิเษก เช่นเดียวกับพระเครื่องหรือพระบูชา ม้วนหรือถักพันด้วยด้าย อาจใส่ว่าน ตะกรุด หรือเครื่องรางของขลังชนิดอื่นไว้ข้างในผ้าประเจียดก็ได้ “เป็นเครื่องรางคุ้มกันตัวใช้ผูกติดกับต้นแขนตลอดเวลาการแข่งขันชกมวย”

 

3. ผ้ายันต์

     คือผ้าดิบหรือผ้าเนื้อบางสีขาวหรือสีแดง เขียนอักขระเลขยันต์ และรูปภาพต่าง ๆ โดยเกจิอาจารย์ที่ชาวบ้านเชื่อถือว่ามีคาถาอาคมแก่กล้า วิธีทำคล้ายผ้าประเจียดแต่ผ้ายันต์มักเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า “ใช้พกติดตัว หรือพันเป็นผ้าประเจียดก็ได้”

 

4. พระเครื่อง

     ทำด้วยโลหะ ผงปูน ดิน หรืออาจใช้วัตถุหลายชนิดจากแหล่งต่าง ๆ ที่เป็นที่เคารพเชื่อถือของประชาชน นำมารวมกัน บางครั้งอาจใช้เส้นผม เชี่ยนหมาก เศษจีวรของเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงผสมลงไปด้วย เพื่อเพิ่มความขลังแล้วจึงทำพิธีพุทธาภิเษกลงเลขยันต์ คือมีพิธีกรรมที่รวมการบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย การบริกรรมคาถาอาคมต่าง ๆ ในขณะทำพระเครื่องเวลาขึ้นชกมวยมักจะพกติดตัว โดยใช้พันไว้ในมงคล หรือผ้าประเจียด “นักมวยบางคนใช้อมไว้ในปากเวลาขึ้นชก วิธีนี้ไม่ค่อยนิยมเพราะจะเป็นอันตรายแก่ตัวเองได้”

 

5. ตะกรุด

     ใช้แผ่นโลหะบางรูปสี่เหลี่ยม เช่น ทอง เงิน นาก ทองแดง หรือใบลาน และกระดาษสาลงเลขยันต์ คาถาอาคมเช่นเดียวกับลงผืนผ้าเพื่อทำประเจียด แล้วม้วนให้กลมตรงกลางเว้นช่องว่างสำหรับใช้สายเชือกร้อย “ใช้สำหรับคาดบั้นเอว คล้องคอ หรือคาดไว้ที่ต้นแขน” หากใส่ในมงคลหรือประเจียดมักจะใช้ตะกรุดขนาดเล็ก

 

6. พิสมร

     ทำด้วยแผ่นโลหะหรือใบลานรูปสี่เหลี่ยม ลงเลขยันต์มีที่ร้อยสาย แต่โดยมากไม่ม้วนให้กลมอย่างตะกรุด ซึ่งต้องผ่านพิธีกรรมเช่นเดียวกับตะกรุด

 

7. พิรอด

     ทำด้วยกระดาษสา หรือถักด้วยหวายผ่านพิธีกรรมแล้วลงรักปิดทองเรียกว่า “กำไลพิรอด” ใช้สวมต้นแขน หรือแหวนพิรอดใช้สวมนิ้ว หากเป็นกำไลพิรอดชนิดงู 2 ตัว กลืนหางซึ่งกันและกันจนตายทั้งคู่เช่นเดียวกับการทำมงคล “นับว่าเป็นของวิเศษเพราะหายาก และเชื่อว่ามีอานุภาพมาก”

 

8. ว่าน

     คือพืชที่มีสรรพคุณหลายอย่าง บางชนิดใช้ในการรักษาพยาบาล ใช้รับประทานรักษาโรคบางชนิด ใช้ทารักษาแผล รักษาผิวหนัง บางชนิดห้ามรับประทานเพราะเป็นพิษ “บางชนิดเชื่อว่าทำให้ผิวหนังทนความร้อน หรือหนังเหนียว จึงนิยมนำมาทำเป็นเครื่องรางของขลัง โดยการปลุกเสกคาถาอาคมเช่นเดียวกับเครื่องรางของขลังชนิดอื่น” ใช้พกติดตัวใส่ในมงคลประเจียด หรือใช้เป็นส่วนผสมในการทำพระเครื่อง บางคนใช้แช่น้ำดื่มก็มี

 

9. คาดเชือก

     การคาดเชือกเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของมวยไทย คือ การคาดเชือกที่มือโดยใช้ด้ายดิบที่จับเป็นไจ(รวมเส้นด้าย) ขนาดโตเท่าดินสอดำ ต่อกันเป็นเชือกยาวประมาณ 20 -25 เมตร ม้วนแยกไว้ 2 กลุ่ม ใช้พันสันหมัดและข้อมือ ความยาวต่างกันตามความต้องการของประเภทนักมวย

     การคาดเชือกจะช่วยให้กระดูกนิ้วมือไม่เคล็ดง่าย และทำให้หมัดแข็ง น้ำหนักหมัดมีความหนักแน่นกว่าหมัดธรรมดา แต่ถ้าพันหนามาก  จะทำให้ชกอืดอาด  บางสำนักครูอาจารย์จะเป็นผู้พันด้ายดิบให้นักมวย พร้อมบริกรรมคาถาพร้อมกันไป  บางแห่งก็จะทำพิธีปลุกเสกลงคาถาอาคมในด้ายดิบ  บางอาจารย์ใช้ด้ายตราสังศพมาใช้พันมือของนักมวย

     คุณลักษณะพิเศษของการคาดเชือก คือ วิธีการคาดสามารถบอกภูมิลำเนาของสำนักมวยได้ว่าเป็นนักมวยมาจากถิ่นใด  และบอกถึงลักษณะการใช้หมัดและการใช้ศอกว่าเป็นอย่างไร เช่น “มวยโคราช” เป็นนักมวยเตะและต่อยวงกว้าง จะคาดหมัดถึงข้อศอกเพื่อป้องกันการเตะ ส่วนมวยลพบุรี เป็นที่เลื่องชื่อว่ามวย “หมัดตรง” ไม่กลัวเตะเพราะรู้เชิงป้องกัน การคาดเชือกจึงเพียงครึ่งแขน ส่วนมวยภาคใต้ “มวยไชยา” ถนัดใช้ศอกและแขน การคาดเชือกจึงเลยข้อมือไม่มากนัก เพื่อกันเคล็ดเท่านั้น เนื่องจากจะใช้ศอกในการกระแทกลำตัว หากบางคนต้องการพันด้ายขนาดยาวเพราะต้องการใช้หมัดบังหน้าด้วย

 

     “เครื่องรางของขลังทั้งหมดนี้ รวมเรียกว่าเครื่องคาด คือ ใช้ผูกหรือคาดที่ศีรษะ แขน เอวเป็นต้น” บางแห่งเคี้ยวหมาก ซึ่งถือเป็นเครื่องรางของขลังชนิดหนึ่งเช่นกัน โดยเกจิอาจารย์จะเป็นผู้จัดทำ และลงคาถาอาคมให้นักมวยเคี้ยว เพื่อต่อสู้ศัตรูคนไทยสมัยก่อนมีความเชื่อถือในเรื่องของไสยศาสตร์ เช่น คาถาอาคม ความอยู่ยงคงกระพัน และเรื่องของจิตวิญญาณกันมาก นอกจากเครื่องรางของขลังดังกล่าวแล้ว ถ้าหากต้องการให้คาถาอาคมติดกาย หนังเหนียว มีความอดทนไม่เจ็บปวดก็จะให้เกจิอาจารย์สักอักขระแห่งเครื่องหมายไสยเวทบนผิวหนังตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อความอยู่ยงคงกระพัน เพราะเชื่อว่าศาสตราวุธทั้งหลายไม่สามารถทำอันตรายได้ และเมื่อถึงเวลาที่ต้องต่อสู้กับศัตรู ก็จะใช้ท่องภาวนาคาถากำกับอีกครั้งตามที่เกจิอาจารย์ได้สั่งสอนไว้ เพื่อเป็นศูนย์รวมแห่งจิตใจ สร้างสมาธิให้จิตแน่วแน่มั่นคง เวทมนตร์คาถาที่ใช้จึงเป็นในทางคุ้มภัย เมตตามหานิยม อยู่ยงคงกระพัน เชื่อว่าสามารถสร้างปาฏิหาริย์ให้เกิดขึ้นได้ ทั้งเป็นการป้องกันหากคู่ต่อสู้ใช้อาถรรพเวทก็จำเป็นต้องใช้เวทมนตร์คาถาถอนแก้การกระทำยำยี บำบัดโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นให้เสื่อมสลายไปในทันทีทันใด

 

     นี่ก็เป็นเครื่องรางของขลังในมวยไทยที่นักมวยมักจะนิยมใช้ทุกครั้งเมื่อต้องขึ้นชก แต่อย่างไรก็ตามมักอยู่ที่ความเชื่อของคน เพราะก็ขึ้นอยู่กับเทคนิคในการชกด้วยเช่นกัน ซึ่งปัจจุบันนี้นักมวยทุกคนก็ยังต้องมีเครื่องรางของขลังติดตัว เพราะนักมวยจะเชื่อกันว่าพกติดต่อแล้วรู้สึกปลอดภัย เพราะของขลังที่ได้มาแต่ละชิ้นนั้นล้วนมาจากเกจิอาจารย์ที่ตนเองนับถือ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะทำให้ตนเองมีที่พึ่งทางใจ

 

     และถ้าหากคุณกำลังมองหาสถานที่ฝึก มวยไทย หรืออยากเรียนมวยไทย มาฝึกกับเราได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) กับสาขาที่ใกล้และสะดวกที่สุด ซึ่งมีให้เลือกถึง 3 สาขา (สาขาข้าวสาร, สขารัชดา, สาขาศรีนครินทร์)

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

ที่มาที่ไปแม่ไม้มวยไทย

ศาสตราวุธของมวยไทยที่อันตรายที่สุด

กระสอบทราย เพื่อนซ้อมคู่ใจนักมวย

กระสอบทราย เพื่อนซ้อมคู่ใจนักมวย

กระสอบทราย เป็นอุปกรณ์การซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ที่สำคัญอย่างหนึ่ง วัสดุภายนอกทำด้วยผ้าใบหรือหนัง เพื่อป้องกันเจ็บจากการเตะ ต่อย แบ่งออกได้เป็นกระสอบทรายแบบแขวน และ กระสอบทรายตั้งพื้น

 

 

กระสอบทราย ( Sandbag ) คืออะไร ?

กระสอบทราย ( Sandbag ) คือ อุปกรณ์การซ้อมมวย ( Muay ) ที่สามารถทำได้ทั้งต่อย เตะ และการฝึกท่าต่าง ๆ ของมวยไทย และมวยสากล ถือว่าเป็นอุปกรณ์สำคัญ ที่จะช่วยเพิ่มความแข็งแรง ให้กับกล้ามเนื้อ และยังช่วยเพิ่มศักยภาพ รวมถึงช่วยพัฒนา ความสามารถ ทั้งด้านการ เตะ ต่อย ให้แก่นักมวย ได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งกระสอบทราย ก็มีด้วยกัน 2 รูปแบบ ดังนี้

 

 

1 กระสอบทรายแขวน ( Hanging sandbags )

เป็นที่นิยมมาอย่างยาวนาน มีราคาถูก แต่ปัญหาส่วนใหญ่ เป็นเรื่องของการติดตั้ง ซึ่งมีความยุ่งยากมากกว่า ในการติดตั้งกระสอบทราย แบบแขวน จะต้องทำการติดตั้งอย่างน้อย 3 เมตร ทำให้การติดตั้ง ในพื้นที่ที่มีเพดานไม่สูง ไม่สามารถที่จะทำได้ และก่อนที่จะติดตั้งกระสอบทราย จะต้องยัดทราย หรือเศษผ้า ใส่ในตัวกระสอบก่อน หากเลือกเป็นทรายที่ยัด จะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของน้ำหนัก และตะขอที่จะใช้แขวน เพิ่มเข้ามาอีก เพราะต้องคำนึงถึง ความแข็งแรง ความมั่นคง ที่สามารถรับน้ำหนักได้

 

 

2 กระสอบทรายตั้งพื้น ( Floor standing sandbag )

เริ่มมีความนิยมมากขึ้น ในปัจจุบัน เนื่องจากมีขั้นตอน ในการติดตั้งง่าย ประหยัดเวลา ไม่ต้องยัดของใส่กระสอบ เนื่องจากระสอบทรายตั้งพื้น ส่วนใหญ่จะทำการบุฟองน้ำ และหุ้ม มาให้เรียบร้อยแล้ว สามารถนำวางในพื้นที่ ที่ต้องการใช้ซ้อมได้เลย แต่ควรเผื่อพื้นที่ ไว้เล็กน้อยด้านละ 2 เมตร ( กระสอบทรายแบบตั้งพื้น มีความสูงไม่เกิน 2 เมตร ) และสามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก

 

 

 

ถ้าหากเพื่อน ๆ อยากมี กระสอบทราย ( Sandbag ) สักอันไว้ฝึกซ้อมมวย หรือ ออกกำลังกาย ขอแนะนำกระสอบทรายตั้งพื้น ( Floor standing sandbag ) น่าจะเหมาะสม สำหรับยุคปัจจุบัน เพราะเคลื่อนย้ายสะดวก ติดตั้งง่าย ไม่สร้างความเสียหายแก่ตัวบ้าน ช่วยป้องกันการบาดเจ็บ จากการฝึกสอบ เพราะกระสอบทรายแบบตั้งพื้น จะไม่แข็งจนเกินไป มีการซับแรงในการ เตะต่อยแรง ๆ ด้วยคอสปริง ทำให้ลดอาการบาดเจ็บได้ ช่วยสร้างบรรยากาศ ในการฝึกซ้อม ทำให้รู้สึก เหมือนมีคู่ต่อสู้จริง เป็นการกระตุ้น ให้อยากออกกำลังกาย มากยิ่งขึ้น

 

ถ้าเลือก กระสอบทราย กันได้แล้ว มาดูกันดีกว่าว่า กระสอบทราย ให้ประโยชน์อะไร กับคุณได้บ้าง ?

 

กระสอบทราย ( Sandbag ) ช่วยระบายความโกรธ ระบายความเครียด ใครเจอภาวะเครียดจากการทำงาน หรือ กำลังโกรธใครมาไม่รู้จะระบายยังไง ขอแนะนำให้กลับบ้าน มาสวมนวม ชก เตะ ถีบ กระสอบทราย เพื่อระบายอารมณ์ เมื่อคุณได้ปลดปล่อยพลัง ออกมาอย่างเต็มที่แล้ว ความเครียด ความโกรธ ทั้งหลายก็จะเบาลง

 

กระสอบทราย ( Sandbag ) ช่วยเรียกได้เหงื่อ ได้กล้ามเนื้อ ได้ร่างกายแข็งแรง การชก เตะ ถีบ กระสอบทราย ( Sandbag ) เป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง การได้ออกแรงใช้พละกำลัง ทำให้ได้เหงื่อ ได้ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น ไขมันรอบเอว ต้นขา ต้นแขน ก็จะหายไปด้วยจาก การออกกำลังกาย ยิ่งหากใช้เวลาอยู่กับมันสัก 1 ชั่วโมง จะเผาพลาญได้ประมาณ 800 กิโลแคลอรีเลยทีเดียว นอกจากร่างกาย จะแข็งแรงแล้ว การได้ชก เตะ ถีบ กระสอบทราย ยังเป็นการฝึก สมาธิอีกด้วย เพราะเราจะต้องมีจิตใจ จดจ่ออยู่ที่ กระสอบทราย ( Sandbag )

 

 

เป็นอย่างไรบ้างคะ กระสอบทราย ( Sandbag )  มีดีกว่าที่คิดใช่ไหมละ ไม่ว่าจะกระสอบทรายแขวน ( Hanging sandbags ) หรือ กระสอบทรายตั้งพื้น ( Floor standing sandbag ) ก็เป็นหนึ่งในตัวช่วยในการฝึกซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) และเป็นการออกกำลังกายที่น่าลอง ถ้าพื้นที่ยังว่าง ลองหาซื้อสักอัน จะได้ออกแรง สร้างกล้ามเนื้อกันนะคะ

 

 

 

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

อยากฝึก มวยไทย ฝึกแบบไหนก่อนดี

ครูมวยไทยในประวัติศาสตร์

ฝึกมวยไทย ต้องเตรียมอะไรบ้างกันนะ

ฝึกมวยไทย ต้องเตรียมอะไรบ้างกันนะ

กีฬาต่อยมวยนั้น เป็นกีฬา อีกหนึ่งประเภท ที่ได้รับ ความนิยม มากมาย ด้วย ศิลปะ ท่าทาง และ เรื่องเล่า อันยาวนาน ของกีฬาชนิดนี้ ก็ทำ ใครๆ หลายๆ คนให้ความสนใจ และ อยาก ไปฝึกมวยกันทั้งนั้น เราจะมาแนะนำ ว่า ถ้าเริ่มฝึกมวย นั้น ต้องเตรียมอะไรกันบ้างนะ

กีฬาการชกมวย หรือ ต่อยมวยนั้น เป็นที่รู้กันดีว่า มีผู้คนสนใจกัน เป็นจำนวนมาก เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น ชาวต่างชาติ หรือ คนไทยเรา ก็ให้ความสนใจกัน เป็นจำนวนมาก เพราะ ด้วย ท่าทาง การ ขยับตัว และ ท่าทาก การต่อสู้ ที่ทั้งเท่ และ สวยงาม แถมยัง มีเรื่องราม หรือ ประวัติ ความเป็นมา ที่น่าสนใจ เกี่ยวกับ กีฬา ประเภทนี้ ทำให้ ผู้คน หลายๆ คน สนใจ และ หลงรัก ในศิลปะ มวยไทย และ มวยไทย ยังถือได้ว่า เป็นกีฬา ประจำชาติ ที่ งดงาน และ อยู่คู่คนไทย มาอย่างยาวนาน ด้วยการต่อสู้ และ การแข่งขัน ที่ดุเดือน ทำให้ผู้คนสนใจ และ ติดตามกันเป็น อย่างมาก มวยไทย ยัง มีการเอาไปทำ ภาพยนตร์ หรือ เกม รวมไปถึง การ์ตูนอนิเมชั่น มากมาย ทำให้ ไม่ว่า จะคนประเทศ อะไรก็ให้ ความสนใจ กับ กีฬา การ ต่อยมวย กันเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นผู้คน วัยไหน อายุเท่าไร ต่างพากัน สนใจ และ ทำให้กีฬา มวยไทย อยู่คู่คนไทย มาอย่างยาวนาน

การฝึก ต่อยมวย หรือ ชกมวยนั้น เราต้องเรื่องรู้ ร่างกายของตัวเอง เตรียมร่างกาย ให้พร้อม เพราะ การฝึก แต่ละครั้งนั้น ต้องใช้ พละกำลัง และ ความอดทน สูงมาก การทำกิจกรรม ออกกำลังกาย ต่างๆ ก็ ใช้ความอดทน และ ความสามารถ สูง เช่น วิ่ง กระโดด เตะบอล หรือ กีฬาออกกำลังกาย ประเภทต่างๆ ก็จะเน้น การออกกำลังกาย ไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกายของเรา เช่น เตะบอล แน่นอน ว่าเราต้อง ใช้เท่า อยู่ตลอดเวลา ในการวิ่ง การเลี้ยงบอล นั้น แปลว่า เราต้อง ขยับตัว และ เท้าอยู่ตลอดเวลา แต่ การออกกำลังกาย หรือ การฝึก มวยนั้น เราต้อง ใช้พละกำลัง แถบจะทุกส่วนของร่างกาย เพื่อ ออกแรง และ ขยับ ตัว อยู่ตลอดเวลา เราต้อง ใช้ร่างกายของเรา ตั้งแต่ ศีรษะ ตลอดจน เท้าของเราเลยทีเดียว เพราะ เราต้อง ออกแรง และ ขยับ ร่างกาย ให้เกิดแรง เพื่อ ที่จะออกหมัด หรือ ลูกเตะ ใส่คู่ต่อสู้ และ ท่าทางการ ต่อสู้ ต่างๆ ที่ต้องใช้ ความ ชำนาญ หรือ ประสบการณ์ ในการฝึกฝน ทั้ง ร่างกาย และจิตใจ แต่ อะไรบ้างละ ที่เราต้องเตรียม ไปเพื่อที่จะ ฝึกมวย เราจะมาบอก อุปกรณ์ ที่จำเป็น ต้องใช้ในการฝึกแต่ละครั้ง ไปดูกัน

            นวม ถือเป็น หัวใจหลักๆ ในการ ซ้อมมวยเลยก็ว่า เพราะ นวมนั้น เป็น อุปกรณ์ ที่จะ ต้อง สวมไปในมือ  หรือ แขนทั้ง สองข้างของเรา เพื่อ ที่จะ ปกป้องมือ ของเรา เอง และ คู่ซ้อม แต่ ที่ยิม หรือ สนามมวย หลายแห่ง อาจจะมี นวม ให้ยืม ให้เช่า กันอยู่แล้ว แต่ เอาเข้าจริงแล้ว ถ้าเรา เริ่มฝึกมวย หรือ อยากฝึก อย่างจริงจัง เราก็ควร มีนวม เป็นของตัวเอาเอง และ ติดตัว ไปทุกครั้ง สำหรับ การ ฝึกซ้อม เพื่อ ปกป้อง มือ ของเรานั้นเอง

            กางเกงมวย กางเกงมวย นั้น ถือได้ว่า เป็นเอกลักษณ์ มากๆ ไม่ว่าจะเป็น การแข่งขัน การฝึกซ้อม เพราะ กางเกงมวย เป็นการเกง ที่เป็นกางเกง ขาสั่น สามารถ ขยับร่างกาย ได้ สะดวกสบาย และ กางเกงมวยนั้น ถูกออกแบบมา เพื่อให้มีพื้นที่โล่งโปร่ง บริเวณต้นขา และ ขาหนีบ เพื่อ ที่จะขยับ แขน ขา ร่างกาย ของเราได้ สะดวก และ เตะ ถนัดนั้นเอง

            ฟังยาง เป็น อุปกรณ์ ที่จะสามารถ ช่วยปกป้อง ฟันของเรา ได้เป็นอย่างดี เมื่อ เราซ้อมมวยนั้น หรือ แข่งขัน แน่นอนว่า คู่ต่อสู้ หรือ คู่ ซ้อมของเรา มีโอกาส ออกหมัด ใส่ใบหน้าของเรา หรือ บริเวณ ฟัน ของเราได้

ดังนั้น การใส่ ฟันยาง จึงจะช่วยปกป้องแรงกระแทก จาก หมัดคู่ต่อสู้ได้เป็น อย่างดี และ สำคัญมากๆ ในการ ฝึกซ้อม ที่มีคู่ต่อสู้ ซ้อมกับเราด้วย เพื่อ ปกป้อง และ ป้องกันฟังของเรา ไม่ให้ได้รับความเสียหายนั้นเอง

            แองเกิล ในภาษามวย หรือ คนฝึกมวยนั้น จะเรียกกันว่า แองเกิล รูปทรง หรือ หน้าตา นั้น จะคล้ายๆถุงเท้าๆ แต่จะเปิดส้นเท้าและ นิ้วเท้าของเรา แต่ไอเจ้า แองเกิลนั้น ก็ไม่ใช้ สิ่งจำเป็นมากเท่าไร ในการฝึกซ้อม หรือ การแข่งขัน แต่ก็ ไอเจ้าแองเกิล นั้น สามารถ ช่วยซัพพอร์ต ข้อเท้าของได้ ได้เป็นอย่างดี ถึงจะไม่ใช้ อุปกรณ์ สำคัญ หรือ ควรซื้อชิ้นแรก แต่ ถ้าเรา อย่างเซฟตัวเราเอง ก็ขึ้นอยู่ว่าเรา อยากลงทุนมากแค่ไหน กับการซ้อม เท่านั้นเอง

            นี้ก็คือ อุปกรณ์ ที่เราควรมี แต่ก็ยังมีอีก หลายอุปกรณ์ ที่ คนฝึกมวย หรือ คนชกมวยนั้น มีเช่น ผ้าพันมือ สนับแข้ง รวมไปถึง น้ำมันมวย โดยน้ำมันมวยนั้น จะสามารถ นวด เพื่อให้ เกิดการกระตุ้น กล้ามเนื้อ ก่อนการ ฝึกซ้อมได้เป็นอย่างดี และ ยังสามารถ ช่วยให้เรา ตื่นตัว ได้ดีอีกด้วย และ ถึงอย่างไร ถ้าเรา อยากซ้อม เราก็ควร เตรียมใจ ในความอดทน และ ควร ฝึกซ้อมเป็นประจำ เพราะ การซ้อมมวยนั้น เราจะได้ ทั้งสุขภาพที่แข็งแรง ร่างกายที่แข็งแรง แถมเรายัง มีศิลปะ ป้องกันตัว อีกด้วย เพื่อร่างกาย และ สุขภาพที่ดีของเรา ในอนาคตแล้วจะรออะไร

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย เล่นอย่าไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ศิลปะมวยไทยหมัดเท้าเข่าศอก

ที่มาที่ไปแม่ไม้มวยไทย

ที่มาที่ไปแม่ไม้มวยไทย

เราอาจเคยได้ยินคำว่า แม่ไม้มวยไทยมานมนาน แท้จริงแล้วความหมายไม่ได้เรียกไว้ให้ดูเท่ ๆ แต่เพียงเท่านั้น แต่ยังมีความหมายในเชิงปฏิบัติ ที่แอบแฝงไปด้วยรหัสอันตราย มาดูที่มาที่ไปของแม่ไม้มวยไทยกันค่ะ

 

     แม่ไม้ในมวยไทย คืออะไร เพราะความหมายของมวยไทยแท้จริงแล้ว คือศิลปะการรุกและรับ เป็นการเลือกใช้ไม้มวยไทย และกลวิธีต่าง ๆ ผสมผสานให้เข้ากัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ไม้มวยไทย ที่ใช้ในมวยไทย นั้นได้แก่ หมัด, เท้า, เข่า และศอก เพราะการใช้หมัดชกคู่ต่อสู้ เรียกว่า "ไม้หมัด" และการใช้เท้าเตะคู่ต่อสู้เรียกว่า "ไม้เตะ" การใช้เท้าถีบ ก็ต้องเรียกว่า "ไม้ถีบ" การใช้เข่าเรียกว่า "ไม้เข่า" การใช้ศอก ก็เรียกว่า "ไม้ศอก" และยังมีการแบ่งตามลักษณะความสั้น-ยาว ของการใช้ไม้มวยไทยอีกด้วย โดยแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ ไม้สั้น และไม้ยาว เช่น การใช้หมัดเหวี่ยงสั้น, หมัดงัด, ศอกและเข่า เรียกว่า "ไม้สั้น" การใช้เท้าเตะ ใช้เท้าถีบ หมัดเหวี่ยงยาว เรียกว่า "ไม้ยาว" นั่นเอง

     ดังนั้นการเตะ, ถีบ, เข่า และศอก เรียกว่า "แม่ไม้" ส่วนการต่อย หมัดงัด หมัดเหวี่ยงสั้น-ยาว การเตะตรง, เตะตัด, เตะตวัด, เตะเฉียง, เตะกลับหลัง, ถีบตรง, ถีบข้าง, ถีบกลับหลัง, เข่าตรง, เข่าเฉียง, เข่าตัด, เข่าลอย, ศอกตี, ศอกตัด, ศอกกลับหลัง, ศอกพุ่ง เหล่านี้เรียกว่า "ลูกไม้"

 

           ไม้รุก คืออะไร?

     ไม้รุก คือ หลักวิชาการในการใช้ไม้มวยต่าง ๆ มาประกอบกันเพื่อเป็นการรุกโจมตีคู่ต่อสู้ มีทั้งการหลอกล่อ และเข้าสู้กันจริง โดยทั่วไป ไม้นำของไม้รุกจะเป็นไม้ยาว มีความเร็ว รัดกุม มีหลักมั่นคง สามารถใช้ไม้อื่นต่อไปได้ เช่น การถีบตรง, การเตะเฉียง, เตะลิด ส่วนไม้ตามนั้นจะเป็นไม้ยาวหรือไม้สั้นก็ได้

     ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการใช้ไม้จังหวะแรกว่าได้ผลดีประการใด ดังนั้นจึงนิยมใช้ไม้มวยแบบสลับบนล่าง หรือซ้ายสลับขวา เพื่อให้คู่ต่อสู้พะวง ถ้าใช้ไม้รุกเฉพาะส่วน หรือส่วนล่างอย่างเดียว จะง่ายต่อการป้องกันแก้ไข โดยทั่วไป ไม้รุก มีตั้งแต่จังหวะเดียวขึ้นไป จนไม่จำกัดจำนวน แต่นิยมใช้และได้ผลดี รวมไปถึงการฝึกหัดได้ง่าย คือ ไม้รุก 1 จังหวะ, 2 จังหวะ และ 3 จังหวะ

  • ไม้รุก 1 จังหวะ คือ การรุกเข้าไปแล้วใช้ไม้มวยเพียงอย่างเดียว เช่น การชกหมัดตรงขวา, เตะขวา,

โยนเข่าขวา หรือด้านที่ถนัดที่สุด เรียกว่า "ไม้รุกจังหวะเดียว"

  • ไม้รุก 2 จังหวะ คือ การรุกเข้าไปใช้ไม้มวย 2 จังหวะ โดยในจังหวะที่ 1 เป็นไม้หลอก เพื่อให้คู่ต่อสู้

เสียหลัก แล้วตามไปใช้ไม้จริงในจังหวะที่ 2 ต้องตามกันไปอย่างรวดเร็ว เรียกว่า "ไม้รุก 2 จังหวะ"

  • ไม้รุก 3 จังหวะ คือ การรุกเข้าไปใช้ไม้มวยจังหวะที่ 1, 2 และ 3 ติดต่อกัน เช่น ต่อยหมัดนำ, หมัด

ตรง  แล้วเตะตาม ถ้าฝึกจนเกิดความชำนาญแล้ว ก็สามารถใช้ไม้สั้น เช่น ศอก, เข่า, หมัดตวัด, หมัดงัด เป็นไม้นำได้เช่นกัน

  • ไม้รุก 4 จังหวะ คือ การรุกเข้าไปใช้ไม้มวยจังหวะที่ 1, 2 และ 3 ติดต่อกัน และไม้รุกที่ออกไปต่างก็

หวังผลทั้งหมด แล้วแต่โอกาส ส่วนมากจังหวะที่ 1 และ2 เป็นไม้หลอก จังหวะที่ 3 และ 4 เป็นไม้จริง

 

          ไม้รับ คืออะไร?

     ไม้รับ คือ หลักวิชาการในการนำเอาไม้มวยต่าง ๆ มาประกอบเข้าด้วยกัน เพื่อแก้ไขการจู่โจมของฝ่ายรุก ไม้มวยชนิดหนึ่ง อาจแก้การจู่โจมของไม้มวยชนิดเดียวกัน หรือต่างชนิดก็ได้ หรือแก้ทีละไม้ เช่น แก้การต่อย, แก้การเตะ, แก้การถีบ, แก้การศอก แต่ในการชกมวยจริง ๆ ไม่ได้ชก หรือเตะเพียงจังหวะเดียว แต่จะรุกเป็นชุด เช่น ต่อยนำ, เตะตาม แล้วเข่าตาม หรือต่อยตามเข่า

     ความหมายรวมไปถึงการทำทุกอย่างเพื่อแก้ไขการจู่โจม เช่น การถอยออกให้พ้นระยะ เพื่อไม่ให้ถูกอาวุธของคู่ต่อสู้, การหลบหลีก, การปัดป้อง และการตอบโต้ ซึ่งมีการชิงลงมือก่อน การถอยแล้วตอบโต้ การหลบหลีกแล้วตอบโต้

     ไม้รับในที่นี้ จะกล่าวถึงการรับไม้มวยของคู่ต่อสู้ทีละชนิดตามลำดับ เริ่มตั้งแต่รับการต่อย, รับการเตะ,  รับการถีบ, รับการเข่า และรับการศอก โดยอาศัยการถอย, หลบหลีก, ปัดป้อง และตอบโต้ด้วยไม้มวยต่าง ๆ อาทิ

- การหลอกล่อ คือ การเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อให้คู่ต่อสู้เข้าใจผิด หรือเพื่อไม่ให้คู่ต่อสู้จับทางเราได้ ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวอวัยวะต่างๆ โดยไม่เคลื่อนที่ไปจากที่เดิม

- หลอกด้วยสายตา คือ มองสูงแต่ใช้ไม้มวยไปสู่เป้าหมายที่ต่ำ หรือมองต่ำแต่ใช้ไม้มวยไปสู่เป้าหมายที่สูง

- หลอกด้วยศีรษะ คือ การเคลื่อนไหวศีรษะไปมาทั้งด้านซ้ายและด้านขวา เพื่อให้คู่ต่อสู้หลงทาง

- หลอกล่อด้วยการเคลื่อนไหวลำตัว คือ การอาศัยความอ่อนตัว เช่น การโยกเอวหรือโยกลำตัวไปทางซ้ายและขวา

- การถอยให้พ้นระยะ คือ การถอยให้ห่างจากคู่ต่อสู้ อาจกระโดดเคลื่อนเท้าถอยหลัง หรือก้าวถอยหลัง แต่ต้องให้พ้นระยะไม้มวยของคู่ต่อสู้ ในการถอยเมื่อพ้นระยะแล้ว จะต้องอยู่ในท่าที่พร้อมจะตอบโต้คู่ต่อสู้ทันที

- การโยกตัวหรือการเอนตัวให้พ้นระยะ คือ การโยกตัวหรือเอนตัวออกให้พ้นระยะคู่ต่อสู้

- การหลบหลีก คือ การเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อหลบหลีกไม้มวยของคู่ต่อสู้ที่จู่โจมมา อาจใช้วิธีก้มตัวหลบด้านซ้ายและขวา

- การปัดให้เบี่ยงเบนออกไป คือ การใช้มือหรือแขนปัดไม้มวยไปยังเป้าหมายอื่น

- การปัดป้อง คือ การใช้ส่วนต่าง ๆ ที่แข็งแรงของร่างกายปัดป้องอวัยวะที่เป็นจุดอ่อนของร่างกาย เช่น การใช้เข่าปัดป้องท้อง รวมถึงบริเวณลำตัว การใช้ศอกและเข่าบริเวณหน้าอก

- การบังเกาะจับ คือ การบังไม่ให้ไม้มวยคู่ต่อสู้ปะทะกับตัวเรา การบังนั้นจะต้องอาศัยการผ่อนแรงถูกจังหวะและเหมาะสมจึงจะได้ผลดี เมื่อบังเกาะจับได้แล้ว ก็สามารถใช้ไม้มวยตอบโต้ได้ทันที

- การทำให้ล้ม ในมวยไทยมีหลายแบบ แต่ที่ถูกต้องตามกติกาคือ ใช้วิธีการบังเกาะจับแล้วผลักให้ล้ม หรือการกอดรัดแล้วเหวี่ยงให้ล้ม

 

     และหากคุณกำลังมองหาสถานที่ฝึก มวยไทย หรืออยากเรียนมวยไทย มาฝึกกับเราได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) กับสาขาที่ใกล้และสะดวกที่สุด ซึ่งมีให้เลือกถึง 3 สาขา (สาขาข้าวสาร, สาขาศรีนครินทร์, สาขารัชดา)

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

ศาสตราวุธของมวยไทยที่อันตรายที่สุด

เคล็ดลับการเลือกกระสอบทราย

เครื่องแต่งกายมวยไทยโบราณ

เครื่องแต่งกายมวยไทยโบราณ

การแต่งกาย ของนักรบมวยไทย ในอดีตถือว่ามีความ เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น อย่างหนึ่งที่ไม่เหมือนกับชาติไหน ซึ่งแตกต่างกับการแต่งกาย ของมวยไทยในปัจจุบัน เป็นอย่างมาก วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักกับเครื่องแต่งตัว ของนักมวยสมัยก่อนกัน

 

 

เครื่องแต่งกายของ นักมวยไทย ( Muay Thai ) ในสมัยก่อนที่นิยม มีดังต่อไปนี้

กางเกง มวยไทย ( Muay Thai )

 

     เครื่องแต่งกาย ที่เป็นส่วนปกปิดร่างกาย ได้แก่ กางเกง ในสมัยก่อนจะไม่มีกางเกง ที่ใช้สวมใส่เฉพาะเวลาขึ้น ชกมวยเท่านั้น ส่วนมากนักมวย จะสวมกางเกงขาสั้น ยาวประมาณแค่เข่า ซึ่งเป็นกางเกงที่ใช้กัน โดยทั่วไป ในชีวิตประจำวัน ตัวกางเกงจะใหญ่ ไม่มีขอบกางเกง ใช้ผ้าขาวม้า ผูกคาดเอวไว้กันหลุด

 

 

ผ้าขาวม้า มวยไทย ( Muay Thai )

 

     เป็นผ้าที่ทอด้วย ด้ายฝ้าย หรือผ้าไหม รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้างประมาณ 1 เมตรยาวประมาณ 1 เมตรครึ่ง ทอเป็นตาหมากรุกบ้าง เป็นลายอื่นบ้าง ผู้ชายไทยส่วนมาก จะมีผ้าขาวม้าใช้ทุกคน ซึ่งเป็นของใช้ ที่ทำขึ้นเองในครอบครัว ใช้สำหรับนุ่ง คาดเอว เช็ดหน้าเช็ดตัว ในการแข่งขันชก มวยไทย ( Muay Thai ) นักมวยจะใช้ผ้าขาวม้า พันให้หนาคาดทับระหว่างขา ใช้แทนกระจับ และคาดเอว เพื่อให้กางเกงไม่หลุดลุ่ย เวลาขึ้นชกมวย

 

 

 ผ้าพันมือ มวยไทย ( Muay Thai )

 

     เอกลักษณ์ ที่โดดเด่นของ มวยไทย ( Muay Thai ) อีกประการหนึ่งคือ การคาดเชือกที่มือ โดยใช้ด้ายดิบ ที่จับเป็นไจ ( รวมเส้นด้าย ) ขนาดโต เท่าดินสอต่อกัน เป็นเชือกยาว ประมาณ 2025 เมตร ม้วนแยกไว้ 2 กลุ่ม ใช้พันสันหมัด และข้อมือ ความยาวต่างกัน ตามความต้องการ ของประเภทนักมวย บางท้องถิ่นพันรอบแขน จรดข้อศอก สอดด้ายดิบขด เป็นปม เรียกว่า ก้นหอย เรียงบนสันหมัด คล้ายหนามทุเรียน เมื่อพ่นน้ำลง บนหลังหมัด ด้ายที่พันเป็นก้นหอย ก็จะพองแข็ง สร้างความเจ็บปวด ให้คู่ต่อสู้ได้

 

 

การคาดเชือก ของนักมวยไทย  ( Muay Thai ) นั้น จะช่วยให้กระดูกนิ้วมือ ไม่เคล็ดง่าย และทำให้หมัดแข็ง น้ำหนักหมัดมีความ หนักแน่นกว่า หมัดธรรมดา แต่ถ้าพันหนามาก จะทำให้ชกอืดอาด บางสำนักครูอาจารย์ จะเป็นผู้พันด้ายดิบให้นักมวย พร้อมกับบริกรรม คาถาพร้อมกันไป บางแห่งก็จะทำ พิธีปลุกเสก ลงคาถาอาคม ในด้ายดิบ บางอาจารย์ก็ใช้ ด้ายตราสังศพ มาใช้พันมือ ของนักมวย ด้ายดิบที่ใช้คาดหมัด มักจะเก็บไว้ใช้นานปี จึงมีเลือด เศษเนื้อของคู่ต่อสู้ติด เกรอะกรังที่ด้าย ทำให้ด้ายแข็งคม เหมือนกระดาษทราย เป็นอาวุธชั้นดีของ นักมวยไทย ( Muay Thai ) ในสมัยก่อน เลยทีเดียว

 

 

คุณลักษณะพิเศษ อีกอย่างหนึ่งของการ คาดเชือกคือ วิธีการคาดเชือกสามารถ บอกภูมิลำเนา ของสำนักมวย ได้ว่าเป็นนักมวย มาจากถิ่นใด และบอกถึงลักษณะ การใช้หมัด และการใช้ศอกว่าเป็นอย่างไร เช่น มวยโคราช เป็นมวยเตะ และต่อยวงกว้าง จะคาดหมัดถึงข้อศอก เพื่อป้องกันการเตะ ส่วนมวยลพบุรี เป็นที่เลื่องชื่อว่ามวย ( หมัดตรง ) ไม่กลัวเตะ เพราะรู้เชิงป้องกัน การคาดเชือกจึงคาด เพียงครึ่งแขน ส่วนมวยภาคใต้ ( มวยไชยา ) ถนัดใช้ศอก และแขน การคาดเชือกจึงเลย ข้อมือไม่มากนัก เพื่อกันซ้น หรือเคล็ดเท่านั้น เพราะจะใช้ศอกรับ และใช้ศอกในการ กระแทกลำตัว หากบางคนต้องการ พันด้ายขนาดยาว เพราะต้องการ ใช้หมัดบังหน้าด้วย

 

 

เมื่อนักมวยแต่งตัว ด้วยเครื่องรางของขลัง ผ่านพิธีกรรม ด้วยเวทมนตร์ คาถาแล้ว จะต้องระมัดระวังตัว ไม่เดินลอดของต่ำ หรือแตะต้องของ ที่เชื่อว่าจะทำให้ เวทมนตร์ คาถาเสื่อมคลายลง เวลาขึ้นเวทีมวย จะกระโดดข้ามเชือก สังเวียนทุกคน เพราะเชื่อว่าการลอดเชือก ที่มีคนอื่นเคยข้ามแล้วหรือ มีการนำของต่ำ ข้ามผ่านแล้ว เช่นรองเท้า กางเกง ของใช้บางอย่าง อาจจะทำให้ของขลัง และเวทมนตร์ คาถาเสื่อมลง ดังนั้นเรามักจะเห็น กันบ่อยโดยเฉพาะนัก มวยไทย ( Muay Thai ) อาชีพ มักจะระมัดระวัง เรื่องนี้กันมาก

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

กว่าจะเป็น…นักมวยอาชีพ

กฎกติกาของเวที หรือ สังเวียน มวย

ศาสตราวุธของมวยไทยที่อันตรายที่สุด

ศาสตราวุธของมวยไทยที่อันตรายที่สุด

ศิลปะการต่อสู้ “มวยไทย” ( Muay Thai ) ที่ใช้เพียงแค่มือเปล่า เท้าเปล่า ก็สามารถเล่นงานคู่ต่อสู้ได้อยู่หมัด มาดูกันว่าศาสตราวุธโจมตีชนิดใดในมวยไทยที่หนักหน่วง รุนแรง และอันตรายมากที่สุด

 

     ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 8 ( Art of Eight Limbs ) 2 หมัด - 2 ศอก - 2 เข่า - 2 เท้า ที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร ก็แค่มือเปล่า เท้าเปล่า แต่รู้หรือไม่ว่า อาวุธทั้ง 8 นี่แหละที่มีความหนักหน่วง รุนแรง และอันตรายแตกต่างกัน มาดูกันว่าอาวุธไหนอันตรายที่สุด

 

อาวุธที่ 1 : หมัด

     ขอเริ่มจาก “หมัด” ซึ่งเป็นอาวุธมวยไทยที่ใช้บ่อยและมีความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ “มวยสากลสมัครเล่น” และ “มวยสากลอาชีพ” เพราะนักมวยไม่สามารถใช้ เท้า เข่า ศอก ได้อย่าง มวยไทย ( Muay Thai ) ดังนั้น นักมวยสากล จำเป็นต้องมีทักษะในการใช้หมัดหลากหลายแบบ โดยหมัดนั้นจะใช้แรงส่งจาก หัวไหล่ สะโพก และ ขา มายังกำปั้น เพื่อหวังโจมตีระยะกลาง

     การปล่อยหมัดที่ทำน้ำหนักได้ดีสุด คือ การใช้ “หมัดตรงหมัดหลัง” นักมวยจะใช้การบิดไหล่ข้างถนัด โน้มไปข้างหลังเล็กน้อย เพื่อทำให้เกิดแรงส่งจากสะโพก ลำตัว หัวไหล่ ที่มากกว่าหมัดตรงธรรมดา ออกไปยังเป้าหมาย แล้วดึงหมัดกลับมาในท่าจดมวยเดิม

     ความอันตรายของการใช้หมัด ถือว่าไม่ได้รุนแรงเท่า ศอก เข่า เท้า เพราะหมัดจะต้องอาศัยกล้ามเนื้อบริเวณหัวไหล่ ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อส่วนที่ไม่ได้ใหญ่มาก น้ำหนักและความแรงจึงไม่อาจเทียบเท่ากับส่วนอื่นๆ (อ่านเพิ่มเติม : มวยไทยกับการใช้หมัด, 7 การออกหมัดแบบมวยไทย)

 

อาวุธที่ 2 : ศอก

     อาวุธต่อมา “ศอก” เป็นอาวุธโจมตีที่ใช้พื้นที่น้อย แต่กลับมีอันตรายมากสุด และทุกคนต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า “ศอก” คือ อาวุธที่อันตรายมากสุดของ มวยไทย ( Muay Thai )

     ทำไม “ศอก” ถึงอันตรายที่สุด นั่นก็เพราะว่า อาวุธศอก มีพื้นผิวสัมผัสน้อย ยิ่งพื้นที่การตีน้อย และรวดเร็ว จึงเกิดค่าความดันที่สูงมาก และศอกยังเป็นบริเวณที่แหลมคม มีความแข็งของกระดูก ทำให้เกิดแผลบริเวณใบหน้าได้ง่ายกว่าอาวุธทุกชนิด

     เมื่อโดนแรงจากปลายศอก เข้าไปกระทบผิวหนังใบหน้า ความดันที่มีค่าสูงจึงส่งผลให้เกิดแผลแตกได้ง่าย และทำให้สมองมึนงงไปจนถึงขั้นสลบ จนสามารถทำให้ชนะน็อคเอาท์ได้ หรือหากเป็นแผลแตกเหนือเบ้าตา จะส่งผลต่อการมองเห็นนักมวยอีกด้วย

 

อาวุธที่ 3 : เข่า

     “เข่า” เป็นอาวุธมวยไทยที่มีความหนักหน่วง เนื่องจากใช้แรงส่งจากสะโพก โดยใช้ส่วนของหัวเข่าด้านหน้า หรือ ด้านข้างหัวเข่า ซึ่งเป็นมุมแหลมและแข็งแรง เข้าปะทะในส่วนนิ่มของร่างกาย เช่น หน้าขา ท้อง ชายโครง ลำตัว หน้าอก หรือแม้แต่ปลายคาง

     ถึงแม้ว่า “เข่า” จะมีความหนักหน่วง มีเหลี่ยมของเข่าที่กระแทกเข้าที่ส่วนลำตัวของร่างกาย แต่เข่าไม่ใช่อาวุธที่อันตรายสุด เพราะส่วนมากแล้วร่างกายของนักมวยไทย ถูกฝึกฝนกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ทนทาน พร้อมรับน้ำหนักและแรงกระแทกจากเข่าอยู่แล้ว (อ่านเพิ่มเติม : มวยไทยกับการใช้เข่า)

 

อาวุธที่ 4 : เท้า

     อาวุธสุดท้ายคือ “เท้า” เป็นอาวุธโจมตีระยะไกล และถือเป็นอวัยวะสำคัญสำหรับการชกมวยไทย ( Muay Thai ) ทั้งในจังหวะรุกและรับ แถมยังมีพลังโจมตีมากพอที่จะทำให้คู่ต่อสู้น็อคเอาท์ได้ทันทีในชั่วพริบตา หากโดนเตะเข้าที่ก้านคอ เนื่องจากบริเวณของต้นคอ เป็นศูนย์รวมระบบประสาทที่เป็นส่วนที่สำคัญ นอกจากเท้าแล้ว มีอีกอย่างที่น่ากลัวคือ “แข้ง” เพราะมีน้ำหนักและความรุนแรง หากใครโดนก็เหมือนถูกท่อนไม้ตีเลยทีเดียว

     อาวุธเท้าในมวยไทย มีความแรงเกิดจากแรงขาและการหมุนของสะโพก สามารถโจมตีได้หลายแบบ นอกเหนือจากเตะก้านคอ ยังใช้เตะตัด เตะเฉียง การถีบ ดังนั้น การเตะที่ดีต้องอาศัยจังหวะ ความเร็ว การทรงตัว การเคลื่อนที่ที่ดี เพื่อให้การเตะนั้นออกมาสมบูรณ์

     คราวนี้ก็รู้กันแล้วใช่ไหมคะว่า ศาสตราวุธทั้ง 8 ( Art of Eight Limbs ) 2 หมัด - 2 ศอก - 2 เข่า - 2 เท้า อันไหนอันตรายที่สุด รู้แล้วก็ระมัดระวังกันด้วยนะคะ และที่สำคัญถ้าใครฝึกมวยไทยแล้วนั้นยังได้ประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาความแข็งแกร่งของร่างกายโดยรวม เพราะจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อและทำให้กล้ามเนื้อกระชับ การเผาผลาญ จะช่วยให้สร้างความแข็งแรง ความรวดเร็ว มีพลังมากขึ้น และกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกาย คลายเครียดได้ดี เมื่อต้องเผชิญกับสารพัดปัญหามาทั้งวัน ก็เป็นการดีหากได้ขึ้นสังเวียนต่อยใครสักคน หรือชกกระสอบทรายก็จะช่วยระบายอารมณ์ออกมาได้บ้าง หุ่นที่เฟิร์มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากการต่อยมวยจะต้องโยกตัวไปมาบวกทั้งออกแรง ทำให้มีการเผาผลาญพลังงานเกิดขึ้น ถือว่าเป็นข้อดีที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ ค่ะ

     หากใครที่กำลังมองหาสถานที่ เรียนมวยไทย สามารถติดต่อขอรายละเอียดได้ที่ “เจริญทอง มวยไทย ยิม” (Jaroenthong Muay Thai) มีทั้งหมด 3 สาขา คือ ข้าวสาร รัชดา และศรีนครินทร์ หรือข่าวสาร สาระที่น่าสนใจที่นี่เลย

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

เคล็ดลับการเลือกกระสอบทราย

มวยไทยให้อะไรเราบ้าง

เคล็ดลับการเลือกกระสอบทราย

เคล็ดลับการเลือกกระสอบทราย

คงมีหลายคนไม่น้อยที่กำลังลังเลว่าควรเลือกกระสอบทรายในการซ้อมมวยแบบไหนดี หรือกระสอบทรายแบบไหนที่เหมาะกับตัวเรา วันนี้เรามีเคล็ดลับการเลือกกระสอบทรายมาให้ทุกคนได้ตัดสินใจดูนะคะว่าอะไรที่เหมาะกับตัวเอง

 

          ข้างในกระสอบทรายมีอะไร

     กระสอบทราย หรือ Sand Bag หรือ Forging Bag ถือว่าเป็นอุปกรณ์การซ้อมมวยที่สำคัญอย่างหนึ่ง วัสดุภายนอกทำด้วยผ้าใบหรือหนัง หรือทั้งผ้าใบและหนังรวมกัน ถ้านำเข้าจากต่างประเทศจะเป็นกระสอบทรายที่ภายในบรรจุพลาสติกสังเคราะห์ เพื่อป้องกันเจ็บจากการเตะและต่อย

     ในอดีต กระสอบทรายที่นักมวยใช้ฝึกซ้อมมวยนั้นใช้ทรายจริง ๆ ใส่เข้าไปในกระสอบ เพราะคนโบราณแข็งแรงในการฝึกฝนมาก แต่ต่อมามีการนำเอาวัสดุอื่น ๆ เข้าประกอบเพื่อความนุ่มนวล อย่างไรก็ตามก็มีข้อดีข้อเสียด้วยกันทั้งนั้น ถ้าเป็นทรายผสมขี้เลื่อย ข้อดี คือ มีความนุ่มนวลขึ้นในการแตะและต่อย ข้อเสีย คือ ใช้ไปไม่นานขี้เลื่อยจะขึ้นไปอยู่ด้านบนก็ต้องเอาลงมาปรับแต่งกันใหม่และบ่อยครั้งเกินไป ถ้าเป็นวัสดุอย่างแกลบกับขี้เลื่อย หรือเศษหนังเล็ก ๆ กับขี้เลื่อย ข้อดี คือ นุ่มนวล ข้อเสีย คือ น้ำหนักในการแตะต่อยจะไม่มี แรงสะท้อนกลับของวัสดุจะไม่มี ความสม่ำเสมอของวัสดุภายในก็ไม่มี บางด้านนิ่มบางด้านแข็ง เป็นอันตรายแก่ผู้ฝึกซ้อมได้เพราะผู้ฝึกซ้อมจะไม่อาจทราบได้ว่าฝั่งไหนของกระสอบนิ่มหรือแข็ง ขณะที่แรงแตะหรือต่อยออกไปคงที่ ทำให้มือหรือเท้าซ้นได้เป็นอันตราย ดีไม่ดีชกจริงไม่ได้กัน

     การใส่ขี้เลื่อยอย่างเดียวเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับประเทศไทย แต่ข้อเสียอาจจะต้องไปซื้อมาใส่เพราะปัจจุบันขี้เลื่อยมีราคาหายากกว่าในอดีต โดยต้องเป็นขี้เลื่อยชนิดละเอียด เพราะถ้าใส่ชนิดหยาบเศษขี้เลื่อยอาจจะแทงทะลุกระสอบออกมาบาดเอาได้ ข้อเสียของคือขี้เลื่อยเมื่อใช้ไปนาน ๆ ก็จะแข็งเหมือนปัญหาที่ ยอด ตงเซียม พบเจอ คือจะอัดตัวแน่นแข็งเกินไป วิธีการแก้ไข ต้องเตรียมขี้เลื่อยให้มาเพื่อไว้สลับสำรอง เพราะต้องเอาของเก่าที่แข็งออกมาตากแดดให้แห้ง โดยเกลี่ยให้โดนแดดทั่วกัน ขี้เลื่อยก็จะฟูขึ้นมาดังเดิมและนำมาใช้ใหม่ได้ ระหว่างของเก่าตากแดดก็นำขี้เลื่อยสำรองมาใช้ จะได้ฝึกซ้อมทุกวัน ประโยชน์ของขี้เลื่อยนอกจากใช้ใส่ในกระทรายทรายแล้ว ในอดีตเขายังนำเอาไปทำเป็นเวทีสังเวียนแข่งขันมวยไทยด้วย ใช้รองพื้นเวทีซึ่งเวทีต้องสูงจากพื้นอาคารหรือพื้นดินไม่ต่ำกว่า 4 ฟุต และไม่เกิน 5 ฟุต พื้นเวทีต้องปูด้วยผ้าอย่างอ่อน เสื่อ หรือฟาง แกลบ ขี้เลื่อย ไม้ก๊อกอัด ฯลฯ หนาอย่างน้อย 1 90 ซ ม 3 4 นิ้ว ไม่หนากว่า 5 ซ ม 2 นิ้ว และปูด้วยผ้าใบทับข้างบนอีกชั้นหนึ่ง ขึงให้ตึง

 

          ความแตกต่างระหว่างกระสอบทรายตั้งพื้นกับกระสอบทรายแบบแขวน

      กระสอบทราย จัดว่าเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากคนที่ชื่นชอบในการออกกำลังกายอย่างกายชกมวย และสำหรับคนที่ชื่นชอบในการออกกำลังกายที่ไม่ใช่กลางแจ้ง ทำให้นักกีฬาหรือคนที่อยากจะออกกำลังกายได้ออกกำลังกายแบบสบาย ๆ ที่สำคัญในปัจจุบันไม่จำเป็นที่จะต้องเดินทางไปชกมวยหรือทำการชกกระสอบทรายที่ค่ายมวย เพราะสามารถที่จะติดตั้งกระสอบทรายไว้ที่บ้าน เพื่อออกกำลังกายได้แล้วง่าย ๆ และราคาไม่แพงอีกด้วย โดยเชื่อว่าหลายคนก็มักจะตั้งคำถามหนึ่งคำถามขึ้นมา เมื่อจะเลือกซื้อกระสอบทรายมา 1 กระสอบ ควรเลือกกระสอบทรายตั้งพื้น หรือกระสอบทรายแบบแขวนดี ซึ่งบอกได้เลยว่าทั้งสองอย่างมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน ซึ่งในแต่ละแบบมีดังต่อไปนี้

          กระสอบทรายแบบแขวน

ข้อดี คือ ราคาถูกกว่ากระสอบทราบตั้งพื้น นิยมมาอย่างยาวนาน

ข้อเสีย คือ ในการติดตั้งนั้นมีความยุ่งยากมาก ซึ่งในการติดตั้งกระสอบทรายแบบแขวนนั้นจะต้องทำการติดตั้งอย่างน้อย 3 เมตร ซึ่งทำให้การติดตั้งในพื้นที่ที่มีเพดานไม่สูงไม่สามารถที่จะทำได้  โดยก่อนที่จะทำการติดตั้งกระสอบทรายนั้นจะต้องทำการยัดทรายหรือเศษผ้าใส่ในตัวกระสอบก่อน  ถ้าเลือกเป็นทรายที่ยัดเข้าไปก็จะทำเกิดปัญหาในเรื่องของน้ำหนัก และตะขอที่จะใช้แขวน เพราะต้องมีความแข็งแรงมั่นคงมาก ๆ ถึงจะสามารถที่จะทำการรับน้ำหนักได้ เท่านั้นยังไม่พอ กระสอบทรายแบบแขวนอาจจะทำให้เกิดการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นมาจากการฝึกซ้อมโดยใช้ทรายจริง ด้วยเหตุผลนี้เองจึงทำให้หลายคนจึงหันมาปรับเปลี่ยนด้วยการใช้ผ้าซึ่งเบาและปลอดภัยกว่า แต่ถึงอย่างไรก็ดีก็ต้องทำการยัดกระสอบก่อนแขวนอยู่ดี ซึ่งไม่ว่าจะยัดด้วยเศษผ้าหรือทราย ใช้งานไปซักระยะ ตัวกระสอบก็จะเกิดการยุบตัวอยู่ดี

          กระสอบทรายตั้งพื้น

ข้อดี คือ มีขั้นตอนในการติดตั้งง่าย เพียงแค่ประกอบและติดตั้งให้ถูกตามคู่มือที่แนบมาและติดตั้งในพื้นที่ที่ต้องการใช้ซ้อม  ซึ่งก็ต้องทำการเผื่อพื้นที่ซักเล็กน้อยเวลาที่กระสอบล้ม แต่ส่วนใหญ่แล้วกระสอบทรายแบบตั้งพื้นสูงไม่เกิน 2 เมตร ล้มรอบด้านก็ด้านละ 2 เมตรเท่านั้น และอีกอย่างคือ ประหยัดเวลา ไม่ต้องเสียเวลาในการยัดของกระสอบ เนื่องจากระสอบทรายตั้งพื้นที่ซื้อมาส่วนใหญ่จะทำการบุฟองน้ำ และหุ้มมาให้เรียบร้อยแล้วติดตั้งเสร็จก็ฟิตได้ทันที ที่สำคัญได้ถูกออกแบบมาอย่างดี เพื่อช่วยเรื่องความปลอดภัยในเรื่องของการบาดเจ็บจากการฝึกซ้อม นอกจากนี้แล้วกระสอบทรายตั้งพื้น ยังสามารถที่จะนำไปตั้งตรงไหนของบ้านก็ได้ เพราะใช้พื้นที่ไม่มาก แถมกระสอบทรายตั้งพื้น ยังสามารถที่จะขายต่อมือ 2 ได้อีกด้วย เพราะมีคนรอซื้อมากมาย เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมสูงมาก

     นอกจากนี้แล้วความแตกต่างระหว่างกระสอบทรายตั้งพื้นกับกระสอบทรายแบบแขวน อีกอย่างหนึ่งก็คือ ในเรื่องของการเคลื่อนย้าย หากเป็นกระสอบทรายตั้งพื้นสามารถที่จะทำการเคลื่อนย้ายได้ทันทีไม่ต้องยุ่งยาก ซึ่งมีความแตกต่างกับกระสอบทรายแบบแขวน ที่ในการย้ายนั้นจะต้องทำการเจาะเสา เจาะกำแพง ยึดเหล็กใหม่ทั้งหมด ที่จะส่งผลทำให้เสียเงินในการทำอย่างแน่นอนและข้อดีที่สำคัญที่สุดก็ คือ อารมณ์ร่วมในขณะที่ทำการฝึกซ้อมหรือออกกำลังกาย การฝึกซ้อมด้วยกระสอบทรายตั้งพื้นจะทำให้ความรู้สึกเหมือนซ้อมกับคนจริงที่มีการโยกหัวหลบไปมา แตกต่างจากกระสอบแบบแขวนที่แกว่งด้านล่างเท่านั้น

 

          วิธีเลือกกระสอบทรายสำหรับการใช้งาน

     เมื่อคุณสนใจที่จะเลือกซื้อกระสอบทรายเพื่อเก็บไว้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นการเก็บไว้ใช้ฝึกซ้อมฝีมือ การชกมวยที่บ้าน หรือเป็นการซื้อใช้ภายในยิมและสถานออกกำลังกายต่าง ๆ คุณควรรู้วิธีเลือกกระสอบทรายให้เหมาะสมต่อการใช้งานและความต้องการ ดังต่อไปนี้

1.อุปกรณ์ติดยึดต้องแข็งแรง

     สำหรับอุปกรณ์ติดยึดต่าง ๆ ของกระสอบทรายแบบแขวน ตั้งแต่เหล็กสำหรับยึดผนังหรือโครงเหล็กสำหรับห้อยกระสอบทราย โซ่ห้อยตัวกระสอบทราย รวมไปถึงน็อตยึดต่าง ๆ จะต้องมีความแข็งแรงทั้งหมด เพราะกระสอบทรายในลักษณะนี้ จะต้องสูงประมาณ 3 เมตร เพื่อให้ผู้ใช้งานมีความสะดวกต่อการต่อยและเตะได้อย่างตรงจุดมากที่สุด ซึ่งถ้าอุปกรณ์เหล่านี้ไม่มีความแข็งแรง เมื่อใช้งานไปในระยะเวลาหนึ่งอาจหลุดออกจากจุดที่ยึดไว้แล้วก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ที่ใช้งานได้ ดังนั้นถ้าเลือกกระสอบทรายแบบแขวน คุณจะต้องดูอุปกรณ์ติดยึดทั้งหมดให้ดี ควรเป็นเหล็กและน็อตที่มีความแข็งแรง สามารถยึดติดกับผนังหรือโครงเหล็กได้อย่างแน่นหนาที่สุด

2.ฐานต้องมั่นคง

     สำหรับผู้ที่ใช้กระสอบทรายแบบตั้งพื้นต้องเลือกที่ฐานของกระสอบทรายเป็นหลัก ซึ่งฐานจะต้องเป็นวัสดุที่มีความแข็งแรง และมีน้ำหนักที่พอเหมาะ สามารถยึดกระสอบทรายไว้ไม่ให้เคลื่อนที่หรือล้มเมื่อถูกแรงกระแทกได้ง่าย เพราะกระสอบทรายจะต้องเป็นตัวที่รองรับน้ำหนักของการเตะและต่อยได้อย่างสมดุล จึงต้องดูทั้งโครงสร้างของกระสอบทรายและฐานที่จะต้องมีความมั่นคงและแข็งแรงพอสมควร เพื่อป้องกันการแตกหักเสียหายง่ายในอนาคต ซึ่งวัสดุที่ได้มาตรฐานนั้นควรจะต้องเป็นเหล็กเพื่อป้องกันปัญหาเรื่องเสียหายง่ายจนเกินไป

3.วัสดุได้มาตรฐาน

     วัสดุทำกระสอบทรายที่ไม่ว่าจะเป็นผ้าใบหรือหนัง ควรจะต้องเป็นแบบได้มาตรฐานทั้งหมด มีการตัดเย็บที่ประณีต เพื่อป้องกันไม่ให้แตกและเสียหายได้ง่าย รวมไปถึงวัสดุภายในที่ใช้อัดกระสอบทราย ไม่ว่าจะเป็นเศษผ้า ขี้เลื่อย หรือทรายแท้  ควรจะต้องถูกอัดไว้ในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อทำให้กระสอบทรายมีความยืดหยุ่นที่ดีและให้การใช้งานที่ปลอดภัย

4.ตัวถ่วงน้ำหนักมีคุณภาพ

     การตรวจสอบน้ำหนักของกระสอบทรายเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่คุณไม่ควรมองข้าม ก่อนซื้อคุณควรตรวจสอบดูว่าตัวถ่วงน้ำหนักของกระสอบทรายนั้น ๆ ได้มาตรฐานหรือไม่ ซึ่งการใช้งานที่ไม่ว่าจะเตะ ต่อย หรือใช้ท่ามวยใด ๆ ในกรณีของกระสอบทรายตั้งพื้นจะต้องไม่ล้มง่ายและจะต้องไม่แข็งจนเกินไป แต่ถ้าเป็นกระสอบทรายแบบแขวนจะต้องไม่แกว่งมากเกินไป ควรจะต้องมีความสมดุลเพื่อให้การปล่อยหมัดหรือการเตะออกไปของผู้ใช้สามารถทำได้อย่างเต็มกำลัง ตรงจุดนี้ถือว่าสำคัญมาก เพราะการสร้างความแข็งแรงให้แก่กล้ามเนื้อจำเป็นจะต้องเลือกใช้กระสอบทรายที่มีคุณภาพและมีตัวถ่วงน้ำหนักที่ได้มาตรฐานเท่านั้น ถ้าต้องการแบบมาตรฐานดีควรเลือกกระสอบทรายแบบสุญญากาศที่คุณจะสามารถเพิ่มน้ำหนักของตัวถ่วงน้ำหนักได้เองในอนาคต

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

มวยไทยให้อะไรเราบ้าง

กว่าจะเป็นมวยไทย

ออกกำลังกาย ตามนักมวยอาชีพ

ออกกำลังกาย ตามนักมวยอาชีพ

กีฬามวยในประเทศไทยของเรา ถือว่าเป็นกีฬาอันดับต้น ๆ ที่มีคนรู้จักและให้ความสนใจเป็นอย่างมากที่สุด อาจจะพูดได้ว่า เป็นกีฬาประจำชาติของเราเลยก็ว่าได้ เราจะเห็นว่า เรามีนักมวยอาชีพเก่ง ๆ เยอะแยะมากมาย แต่กว่าที่เขาจะเป็น นักมวยอาชีพเนี่ย เขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง

 

หากใครเคยผ่าน หรือมีโอกาสได้ เข้าไปเห็นบรรยากาศ การซ้อมมวย ภายในยิมมวย หรือค่ายมวยต่าง ๆ ก็จะรู้ดีว่า แหล่านักมวยนั้น เขาซ้อมกันอย่าง หนักหน่วงมากเพียงใด เขาจะต้องอดทน ต่อการฝึกซ้อม การควบคุม อาหารการกิน น้ำหนัก เพื่อให้มีร่างกายที่ดีที่สุด แข็งแกร่งที่สุด

 

วันนี้เรามีท่า ที่เหล่านักมวยอาชีพ เขาใช้ในการสสร้างร่างกาย แบบนักมวยมาฝากกัน เริ่มจาก

 

ท่าไหล่ดัน ( Shoulder Presses )

ท่าไหล่ดัน ( Shoulder Presses ) เป็นท่าที่สร้างกล้ามเนื้อ หัวไหล่ได้อย่างดี โดยอุปกรณ์ที่ใช้เป็นหลัก คือ ดัมเบล ( Dumbbell ) ถ้าหากไม่มีจะใช้ เป็นขวดน้ำก็ได้ แล้วจับให้มั่นจากนั้น ดันขึ้นเหนือหัว ละลง อย่างต่อเนื่อง

 

วิดพื้นแบบตบมือ ( Clap Press – Up )

วิดพื้นแบบตบมือ ( Clap Press – Up ) เป็นวิธีการ ออกกำลังกายที่ง่าย และสามารถทำตอนไหนก็ได้ ท่านี้ไม่ได้เพิ่มแค่ ความแข็งแรง ของกล้ามเนื้อ เพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยปรับเรื่องของ Body Balance ที่จำเป็นอย่างมาก สำหรับนักมวย

 

แพลงค์ ( Plank )

เป็นท่าที่ทำยาก และทรมานที่สุด เพราะต้องอาศัย ความแข็งแรง ของร่างกายหลาย ๆ ส่วน เป็นท่านักมวยทุกคน ให้ความสำคัญ ลองทำควบคู่กับการ Crunches และ Sit Up จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น Plank จะเสริมสร้างความแข็งแรง ของร่างกายส่วนกลาง ให้ทนต่อหมดหนัก ๆ ของคู่ต่อสู้

 

คาร์ดิโอ ( Cardio )

ถ้าอยากมีหุ่นที่ฟิต แบบนักมวย ต้องเริ่มจาก คาร์ดิโอ ( Cardio )  เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ทำโดยการ ซิทอัพ วิ่ง กระโดดเชือก ต้องฝึกแบบการกระโดด ที่หลากหลาย และการฝึกความแข็งแรง ของร่างกายในส่วนต่าง ๆ เช่น การดึงข้อ การบริหารกล้ามเนื้อ หลังแขน การวิดพื้น และการฝึกด้วยลูกบอล เทรนนิ่งในท่าทางต่าง ๆ

 

ฟุ้ตเวิร์ค ( Foot work )

ฟุ้ตเวิร์ค ( Foot work ) ฝึกเพื่อใช้ในการหลบหลีก หมัดของคู่ต่อสู้ ความว่องไวในการ Foot work จะช่วยเพิ่มความสามารถ ในการรับมือ ในการต่อสู้ กับคู่ชกได้อย่างดี

 

ท่าชกเงา ( Shadow Boxing )

ท่าชกเงา ( Shadow Boxing ) เป็นการฝึกชกลม เพื่อให้นักชกฝึกการออกหมัด และท่าทางที่ถูกต้อง การชกลมเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการสร้างเทคนิคการชก การรักษาน้ำหนักความแข็งแรงของร่างกาย และสามารถฝึกที่ไหนก็ได้ ที่ทำให้เราขยับช่วงบนได้อย่างเป็นอิสระมากขึ้น

 

Bag Work

 

( Bag Work ) คือการต่อยกระสอบทราย ที่สามารถฝึก ความแข็งแกร่งของหมัด สายตา และการป้องกัน

 

Skipping

( Skipping ) เป็นการหลบหลีก หมัดของคู่ต่อสู้ อาศัยความว่องไวของ Foot work ทำได้ง่าย ๆ โดย มีเชือกเส้นเดียวกับลานโล่ง ๆ Skipping เป็นสิ่งสำคัญของนักมวย จะขาดไม่ได้ในเวลาซ้อม และยังเป็นท่าที่ใช้รักษาสภาพร่างกายให้พร้อมอยู่เสมอ

 

ท่าวิดพื้น ( Push - Up )

ท่าวิดพื้น ( Push - Up ) เป็นท่าที่ทำยาก สำหรับคนไม่ค่อย ได้ออกกำลังกาย การออกกำลังกายโดย ท่าวิดพื้น ( Push - Up ) จะให้ประโยชน์กับ กล้ามเนื้อหลายส่วน รวมถึงเพิ่มแรงผลัก เวลาที่ต้องคลุกวงกับคู่ต่อสู้ จึงเป็นที่นิยมกันในหมู่นักมวย

 

ท่าสควอช ( Squat )

ท่าสควอช ( Squat ) เป็นการออกกำลังกายที่จะช่วยเสริมความแข็งแรงของร่างกายในส่วนล่าง เพราะนักมวยจะต้องมีการยืนที่มั่นคง พร้อมที่ปล่อยหมัดเพื่อรุกผู้ต่อสู้ได้ตลอดเวลา หากทำท่า Squats ร่วมกับท่าบริหารสะโพกส่วนอื่นให้เหมาะสม จะช่วยให้คุณมีช่วงล่างที่แข็งแรงแน่นอน แต่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ

 

Chin Ups

( Chin Ups ) เป็นการออกกำลังกาย ที่ช่วยให้ช่วงบนแข็งแรง และสมส่วน จะช่วยสร้างกล้ามเนื้อ ช่วงแขน อก ไหล่ ในท่าเดียวกัน แต่ไม่ควรหักโหมเกินไป จนกล้ามเนื้อบาดเจ็บ

 

ท่าเบอร์พี ( Burpees )

ท่าเบอร์พี ( Burpees ) เป็นหัวใจสำคัญ ในการออกกำลังกาย ให้ได้ผล หากใครอยากมีรูปร่างที่สมส่วน  ถ้าทำท่า Burpees อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ควบคุมน้ำหนักตัว หรือเพิ่มความแข็งแรง ในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ด้วย

 

บอกกันเลยว่า กว่าจะมาเป็น นักมวยอาชีพนั้น เรียกได้ว่ายากลำบากมาก ต้องมีความอดทน มุ่งมั่น ทั้งร่างกาย และสภาพจิตใจเลยทีเดียว หากคุณอยากออกกำลังกาย ให้ได้ร่างกายที่แข็งแกร่ง แบบนักมวยอาชีพ ก็ลองดูได้นะ แต่ต้องระวังให้มาก ๆ เพราะอาจจะทำให้เกิด อาการบาดเจ็บได้ ยังไงก็ควรจะอยู่ในการดูแล ของผู้ที่รู้จักวิธีการออกกำลังกาย หรือควรจะให้พอดี กับร่างกายคุณเองนะ

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

อยากฝึก มวยไทย ฝึกแบบไหนก่อนดี

ครูมวยไทยในประวัติศาสตร์

มวยไทยให้อะไรเราบ้าง

มวยไทยให้อะไรเราบ้าง

แม้ว่าการชกมวยจะเป็นการทำให้ร่างกายได้รับบาดเจ็บจากคู่ต่อสู้ แต่ก็ยังมีหลายคนที่เลือกจะเล่นกีฬาประเภทนี้ เพราะสามารถเป็นศิลปะป้องกันตัวได้ แต่ไม่ใช่เพราะเหตุผลแค่นี้ที่จะทำให้คนหันมาชกมวยแน่ เรามาดูกันค่ะว่ามวยไทยให้อะไรเราบ้าง

 

     อันที่จริงแล้วคุณไม่จำเป็นต้องต่อสู้กับใครก็ได้ แค่ฝึกซ้อมกับกระสอบทรายก็ได้ประโยชน์แบบเดียวกันกับนักกีฬามืออาชีพแล้ว ซึ่งปัจจุบัน “มวยไทย” ( Muay Thai ) กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถเล่นได้ในโรงยิมและมีหลากหลายประเภท ให้ประโยชน์อีกเยอะมากมาย ทำให้ผ่อนคลาย และช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นแก่ร่างกายด้วย

1. พัฒนาความแข็งแกร่งของร่างกายโดยรวม

     “มวยไทย” ( Muay Thai) ทำให้คุณได้ทั้งเตะ กระโดด ใช้ฝีเท้าในการหลบหมัด และการชก ทั้งหมดที่ว่ามานี้ล้วนต้องอาศัยพลังงานและความแข็งแกร่งอย่างมหาศาล เนื่องจากคุณต้องทำซ้ำ ๆ กันหลายครั้ง

     จงจำไว้ว่ากีฬาชกมวยมีจุดประสงค์ คือ ชกกับคู่ต่อสู้จนกว่าอีกฝ่ายจะน็อค แต่ถ้าไม่น็อคจะมีการนับคะแนนและตัดสินว่าคุณทำได้ดีแค่ไหนเมื่อจบการแข่งขัน ซึ่งหมายความว่า จำนวนหมัดที่เข้าเป้าและการป้องกันนั้น มีความสำคัญทั้งสิ้น

     การชกมวยจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ และทำให้กล้ามเนื้อกระชับ นอกจากนี้ “มวยไทย” ( Muay Thai ) ยังเป็นกีฬาที่เน้นร่างกายช่วงบน ร่างกายช่วงล่าง และแกนกลางในเวลาเดียวกัน เป้าหมายของการต่อยมวย คือ ให้ทุกส่วนของร่างกายได้ใช้งาน นอกเหนือไปจากการกระตุ้นความแข็งแรงของร่างกายและระบบไหลเวียนโลหิตแล้ว การชกมวยยังช่วยเพิ่มการฝึกทักษะที่เกี่ยวข้องอย่าง การทรงตัว การทำงานประสานกันของอวัยวะ ปฏิกิริยาตอบโต้และความคล่องตัว

 

2. การเผาผลาญ

     การชกมวยอาจเป็นทางเลือกใหม่ในการออกกำลังกายแบบ High-intensity Interval Training (การออกกำลังกายแบบความเข้มข้นสูง) เพราะการขึ้นชกใน 1 ยก คือ การใช้ร่างกายไปถึงระดับสูงสุด และการพักระหว่างยก คือ การทำให้ร่างกายฟื้นตัวจากความอ่อนล้าได้เร็วขึ้น เป็นทั้งการออกกำลังกายแบบที่ผสมผสานเผาผลาญพลังงานการใช้ออกซิเจนและไม่ใช้ออกซิเจนเข้าด้วยกัน

     การออกกำลังกายประเภทนี้จะช่วยให้สร้างความแข็งแรง ความรวดเร็ว มีพลังมากขึ้น และกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกาย เมื่อนำมาเทียบกับการวิ่งหรือปั่นจักรยาน จะเผาผลาญพลังงานได้มากกว่า แต่ใช้เวลาน้อยลง สามารถเบิร์นไขมันได้ถึง 13 แคลอรี่ใน 1 นาที

 

3. คลายเครียดได้ดี

     เมื่อต้องเผชิญกับสารพัดปัญหามาทั้งวัน ก็เป็นการดีหากได้ขึ้นสังเวียนต่อยใครสักคน หรือชกกระสอบทรายระบายอารมณ์ออกมาบ้าง อะดรีนาลีนและฮอร์โมนต่าง ๆ ที่หลั่งออกมา ระหว่างการใช้แรงจะส่งผลในทางที่ดีต่อร่างกาย การต่อยมวยจึงเป็นการระบายความเครียดที่ได้ผลและดีต่อสุขภาพ

 

4. หุ่นที่เฟิร์มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

     อยากมีซิกซ์แพคชัด ๆ ลองเลิกซิทอัพ แล้วหันมาต่อยมวยดูสิ เพราะการชกมวยจำเป็นต้องใช้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวสูงมาก ต้องบิดสะโพกเพื่อเพิ่มแรงส่งให้ออกหมัดได้หนักขึ้น และเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าการนอนซิทอัพกับพื้น เมื่อแกนกลางลำตัวแข็งแรง และเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น กล้ามท้องก็ไม่ไกลเกินฝัน

 

5. ช่วยในเรื่องสมาธิ ลดความเครียดและความวิตกกังวล

     การออกกำลังกายนั้นสามารถช่วยในเรื่องอารมณ์ได้ดีอยู่แล้วเพราะระหว่างที่เราออกกำลังกายนั้นร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนเอนโดรฟินซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความสุขออกมา ทำให้เรารู้สึกดีมีความสุขมากขึ้น

     นอกจากนี้สิ่งที่คุณควรรู้ คือ การออกกำลังกายด้วยการซ้อมมวยนั้นเป็นการออกกำลังกายแบบที่เข้มข้นสูงและต่ำสลับกันไป ช่วงที่มีความเข้มข้นสูงนั้นก็คือช่วงที่คุณออกอาวุธได้ปล่อยหมัดหรือได้เตะ ส่วนช่วงที่มีความเข้มข้นต่ำก็คือช่วงที่เราฟุตเวิร์ค เตรียมพร้อมที่จะออกอาวุธนั่นเอง

 

6. ฝึกให้ร่างกายของเรามีปฏิกิริยาโต้ตอบที่รวดเร็ว

     การซ้อมมวยนั้นเป็นการฝึกให้ร่างกายของเรามีความสัมพันธ์ระหว่างตา สมอง และกล้ามเนื้อส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวได้อย่างยอดเยี่ยม การเป็นคนที่มีความแอ็คทีฟ กระฉับกระเฉง นั้นเป็นเพราะการซ้อมมวยจำเป็นจะต้องเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงทุกส่วนของร่างกาย ระหว่างฝึกมวยจะต้องมีสมาธิ ตาจะต้องไว ต้องมีการออกอาวุธที่รวดเร็ว เคลื่อนที่ว่องไว สามารถหลบหลีกการโจมตีของคู่ต่อสู้ได้ดี

 

7. เป็นการฝึกความแข็งแกร่งของร่างกายโดยรวม

     กีฬามวยเป็นกีฬาที่โหดทรหดมากมาก จึงจำเป็นต้องอาศัยการฝึกร่างกายของเราให้แข็งแกร่งทุกสัดส่วนทั้งช่วงบน ช่วงกลาง และช่วงล่าง มีช่วงกลางลำตัวที่แข็งแกร่งที่สามารถรับการโจมตีจากการออกอาวุธของคู่ต่อสู้ได้ และมีแขนที่ทรงพลังเพื่อเอาไว้ออกอาวุธที่มีพลังในการโจมตี

 

8. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด

     มวย ถือเป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่ช่วยให้เรามีปอดที่ใหญ่ขึ้น สามารถกระตุ้นการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดได้ดี เพราะการที่จะทำเช่นนั้นได้เราจะต้องออกกำลังกายให้หัวใจและปอดมีความเครียดในระดับปานกลาง ซึ่งทำให้หัวใจและปอดของคุณทำงานได้ดีขึ้นส่งผลให้ระบบการไหลเวียนโลหิตทั่วร่างกายเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

 

          ท่าพื้นฐานของมวยไทย

1. หมัดตรง

     ท่าที่เรียกได้ว่าง่ายที่สุดของการฝึก เริ่มแรก ให้ยืนปลายเท้าห่างพอประมาณ กำหมัดทั้งสองข้างไว้ที่ระดับอก เก็บศอกแนบลำตัว ตามองตรง ก้าวเท้าซ้ายพร้อมชกหมัดขวาไปด้านหน้าให้แขนขนานไปกับพื้น เปิดส้นเท้าขวาทิ้งน้ำหนักไปทางเท้าซ้าย จากนั้นให้กลับมาอยู่ในท่าเตรียม ทำต่อแต่สลับด้านกันจากซ้ายมาเป็นขวา ทำสลับไปมาแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ซักประมาณ 5 - 10 นาที

2. ตีเข่า

     เริ่มต้นด้วยการกำหมัดทั้งสองข้างให้ตั้งฉากกับหน้าอก แนบแขนให้ชิดลำตัวเช่นเดิม แล้วจากนั้นให้ยกเข่าขวาขึ้นสูงเท่าที่จะทำได้ พร้อมกับเอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อย กลับมาที่ท่าเริ่มต้น แล้วทำทำซ้ำสลับเข่าซ้ายขวา 5 -10 นาที

3. เตะ

     เริ่มด้วยท่าเริ่มต้นเหมือนเดิมคือกำหมัดทั้งสองข้างให้ตั้งฉากที่ระดับหน้าอก จากนั้นก้าวเท้าซ้ายมาข้างหน้าพร้อม ๆ กับการเตะขาขวาขึ้นในลักษณะเหวี่ยง ให้ปลายเท้าชี้มาทางซ้าย บิดตัวเล็กน้อย แล้วกลับมาที่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำสลับซ้ายขวาใช้เวลาประมาณ 5 -10 นาที

4. ถีบ

     เริ่มจากท่าเริ่มต้น กำหมัดทั้งสองข้างให้ตั้งฉากกับระดับของหน้าอก แนบแขนชิดติดลำตัว ตามองตรงไปข้างหน้า จากนั้นให้งอเข่าเล็กน้อยพร้อมกับเตะขาออกไปข้างหน้า แต่ปลายเท้าต้องตั้งฉากเท่าที่จะทำได้ กลับมาสู่ท่าเริ่มต้น แล้วทำสลับซ้ายขวา ใช้เวลาประมาณ 5 -10 นาที

5. ศอกตัด

     เริ่มต้นท่าเตรียมด้วยการกำหมัดทั้งสองข้างไว้ที่ระดับอก จากนั้นก้าวเท้าขวาไปด้านขวา ตามด้วยการเหวี่ยงแขนซ้ายให้ข้อศอกตั้งฉากกับหมัดขวา บิดลำตัวนิดหน่อย บิดส้นเท้าซ้าย แล้วกลับมาที่ท่าเตรียม ทำสลับไปมาทั้งซ้ายและขวา ประมาณ 5 -10 นาที

 

     “มวยไทย” เป็นศิลปะการต่อสู้ที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวไทย ยากที่จะเลียนแบบได้ เพราะศิลปะนี้เกิดขึ้นตามประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่ได้มีการสู้รบกับชาติข้างเคียง เพื่อรักษาแผ่นดินสยามนี้มาโดยตลอด

     แม้ว่ากีฬาเกี่ยวกับการชกมวยไทยจะยอมรับกติกามวยแบบสากลแล้วก็ตาม แต่ในส่วนพื้นฐานจริง ๆ ของความเป็นมวยไทย เรายังรักษาไว้ มั่นคงตราบเท่าทุกวันนี้คือ ยังคงใช้ หมัด เท้า ศอก เข่า อันเป็นเอกลักษณ์ของมวยไทยอยู่อย่างเหนียวแน่น

     อันที่จริงคุณไม่จำเป็นต้องต่อสู้กับใครแค่ฝึกซ้อมกับกระสอบทรายก็ยังได้ประโยชน์แบบเดียวกัน ปัจจุบันมวยไทย (Muaythai) กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถเล่นได้ในยิม และมีประโยชน์หลายอย่างด้วยเช่นกัน สามารถติดต่อสอบถามเรียนมวยไทย เพื่อสุขภาพ ได้ที่ เจริญทอง มวยไทย ทั้ง 3 สาขา (สาขารัชดา, สาขาข้าวสาร, สาขาศรีนครินทร์)

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

กว่าจะเป็นมวยไทย

เริ่มต่อยมวยยังไงดีนะ

เปิดประวัติ มวยไทย

เปิดประวัติ มวยไทย

มวยไทย นั้นเป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว ที่คงคู่อยู่กับชาวไทยมาตั้งแต่อดีตกาล แม้ว่ากาลเวลาจะเปลี่ยนไป แต่ว่าศิลปะการป้องกันตัวชนิดนี้ก็ยังคงดำรงค์อยู่คู่กับชาวไทย และเผยแพร่สู่ต่างประเทศ จนกลายเป็นที่นิยม อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน

 

ประวัติศาสตร์มวยไทย ( Muay Thai ) มีส่วนเกี่ยวข้องกับการอพยพ ของประชากรที่อาศัยอยู่ ในมณฑลยูนนาน บนฝั่งแม่น้ำแยงซีเกียง ของประเทศจีน โดยตามตำนานของไทย เชื่อว่ามีผู้คนจำนวนมาก ที่เดินทางออกจากมณฑลยูนนาน ประเทศจีน มาสู่ประเทศไทย เพื่อค้นหาที่ดิน ที่มีความอุดมสมบูรณ์ สำหรับการเกษตร อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการโยกย้าย ของพวกเขา ชาวไทยกลุ่มนี้ ได้ถูกโจมตีโดยโจร และสัตว์ นอกจากนี้ ยังมีโรคต่าง ๆ ที่พวกเขาต้องเผชิญ เพื่อเพิ่มความสามารถ ในการป้องกันร่างกาย และจิตใจ การรับมือกับความทุกข์ยาก ชาวไทยสยาม จึงได้คิดค้นวิธีการต่อสู้

 

แม้ว่าการดูแลรักษา จัดเก็บเอกสาร ตำราทางประวัติศาสตร์ ในยุคนั้น ส่วนใหญ่จะสูญหายไป เมื่อครั้งที่ถูก กองทัพพม่าทำลาย และขับไล่ออกจาก เมืองอยุธยาในสมัย สงครามพม่า - ไทย ( พ.ศ. 2302 - 2303 ) แต่เราก็ยังสามารถพบหลักฐาน และข้อมูลของ เอกสารบางส่วน ได้จากบันทึกของพม่า กัมพูชา และจากชาวยุโรป เมื่อครั้งมาเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นครั้งแรก รวมถึงจากบันทึกเหตุการณ์ ของล้านนา หรือเมืองเชียงใหม่ในปัจจุบัน

 

สมัยสุโขทัย

 

เมืองหลวงของประเทศไทย ในช่วงนี้ตั้งอยู่ที่เมืองสุโขทัย เมื่อปี พ.ศ. 1781 ถึง พ.ศ. 1951 ตามรายการที่บันทึกไว้ในศิลา สุโขทัยมีความขัดแย้งกับหลายเมือง ที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งมักจะเผชิญหน้ากับข้าศึกจากภูมิภาคต่าง ๆ ดังนั้น ทางเมืองสุโขทัยจึงมีคำสั่ง ให้มีการฝึกฝนในกองทัพ รวมถึงการใช้ดาบ หอก และอาวุธอื่น ๆ เพื่อใช้ในการต่อสู้ นอกจากนี้ การฝึกต่อสู้โดยใช้ร่างกาย มีประโยชน์มาก ในยามบ้านเมืองไม่มีสงคราม ทักษะการต่อสู้ด้วยการใช้หมัด เข่า และศอก ล้วนเป็นส่วนหนึ่งในการฝึกซ้อม ของกองทัพสุโขทัย

 

ในยามสงบ การฝึกมวยไทย ( Muay Thai ) จะเป็นกิจกรรมแบบไม่แบ่งชนชั้น โดยบรรดาชายไทยวัยหนุ่ม จะได้รับทักษะการต่อสู้ และป้องกันตัว ซึ่งเป็นการเตรียมพร้อมล่วงหน้า ก่อนเข้ารับราชการทหาร ศูนย์ฝึกซ้อมส่วนใหญ่ จัดขึ้นที่บริเวณรอบเมือง โดยเฉพาะสำนักสมอคร ในแขวงเมืองลพบุรี รวมถึงมีการสอนตามลานวัด โดยมีพระภิกษุเป็นผู้ฝึกสอน

 

ในช่วงเวลานี้ มวยไทย ( Muay Thai ) ได้รับการยกย่อง เป็นศิลปะชั้นสูงทางสังคม และนำมาใช้จริง ในการพัฒนาสมรรถภาพ ทางกายแก่นักรบ การสร้างความแข็งแกร่ง และความกล้าหาญ ต่อผู้ปกครองบ้านเมือง พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ซึ่งเป็นกษัตริย์องค์แรกของสุโขทัย ทรงเชื่อมั่นในประโยชน์ของมวยไทย จึงส่งราชโอรสสองพระองค์ ไปยังสำนักสมอคร เพื่อเตรียมความพร้อม ในการสืบทอดราชบัลลังก์ ระหว่างปี พ.ศ. 1818 ถึง 1860 พ่อขุนรามคำแหง ทรงนิพนธ์ตำหรับพิชัยสงคราม ที่มีการกล่าวถึงมวยไทย เช่นเดียวกับทักษะการต่อสู้อื่น ๆ

 

 

สมัยกรุงศรีอยุธยา

 

สมัยกรุงศรีอยุธยา อยู้ในช่วงระหว่าง พ.ศ. 1988 ถึง พ.ศ. 2310 ในช่วงนี้มีสงครามจำนวนมาก ระหว่างไทย พม่า และกัมพูชา จึงได้มีการฝึกพัฒนาทักษะ ด้านมวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อการป้องกันตัว อาจารย์ผู้ถ่ายทอด ศิลปะการต่อสู้นี้ให้แก่ชาวไทย ไม่ได้มีจำกัดเฉพาะ ในพระบรมมหาราชวังดังเช่นก่อนหน้านี้ โดยมีสำนักดาบพุทไธสวรรย์ ที่ได้รับความนิยมในสมัยนี้ มีนักเรียนหลายคนเข้ามาเรียนรู้เรื่องระเบียบวินัย พวกเขาฝึกวิชาดาบ และการต่อสู้ระยะประชิด ด้วยดาบหวาย จากการเรียนรู้การต่อสู้ โดยไม่ใช้อาวุธของทหารนี้เอง ที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ มวยไทยโบราณ ซึ่งเป็นรูปแบบดั้งเดิมของมวยไทยโดยสำนักมวยในยุคนั้น ได้เริ่มถ่ายทอดความรู้นี้ ให้แก่ประชาชน

 

 

สมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ( พ.ศ. 2133 - 2147 )

 

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงให้ความสำคัญต่อมวยไทย ( Muay Thai ) อย่างยิ่ง โดยให้การฝึกแก่บรรดาชายหนุ่ม เพื่อเสริมสร้างความสามารถ ด้านมวยไทย ( Muay Thai ) ทั้งในแง่ของความกล้าหาญ และความเชื่อมั่นในตนเอง พวกเขาได้รับคำสั่ง ให้เรียนรู้การต่อสู้ ด้วยอาวุธทุกชนิด นอกจากนี้ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยังทรงแต่งตั้ง กองเสือป่าแมวมอง ซึ่งเป็นหน่วยรบแบบกองโจร โดยกองทหารเหล่านี้ สามารถกอบกู้ เอกราชของประเทศไทย จากประเทศพม่าได้ในช่วงเวลาดังกล่าว

 

 

สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ( พ.ศ. 2147 - 2233 )

 

ในช่วงเวลานี้ เป็นช่วงที่ประเทศไทย มองไปทางไหน ก็มีแต่ความสงบสุข จึงทำให้มีโอกาส ในการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ และการทหาร แห่งราชอาณาจักร สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงให้การสนับสนุน และส่งเสริมกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในมวยไทย ( Muay Thai ) ที่ได้กลายเป็น กีฬาประจำชาติ ในช่วงเวลานี้ ได้มีค่ายมวยเกิดขึ้นหลายแห่ง ซึ่งมีการพัฒนาพื้นที่ ในการฝึกโดยเฉพาะ โดยการสร้างสังเวียนมวย และลานดิน ซึ่งมีเชือกเพียงเส้นเดียวกั้น และมีกฎกติการการแข่งขัน ในบริเวณสี่เหลี่ยมจัตุรัส นักมวยจะใช้ด้ายดิบชุบแป้ง หรือน้ำมันดิน ให้แข็งเพื่อพันข้อมือ วิธีการเช่นนี้จึงได้รับการเรียกกัน ในชื่อคาดเชือก ( การใช้เชือกพัน ) หรือที่รู้จักกัน ในชื่อมวยคาดเชือก ( การต่อสู้กันโดยมีเชือกพัน )

 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ เพื่อน ๆ ได้ความรู้ทางประวัติศาสตร์ ของมวยไทย ( Muay Thai ) แบบเต็มอิ่มกันเลยไหมล่ะคะ รู้กันแบบนี้แล้ว หากเพื่อน ๆ เริ่มสนใจกีฬามวยไทยขึ้นมา อยากจะลุกขึ้นมาออกหมัด เท้า เข่า ศอก กันก็ลองหาข้อมูล หรือค่ายใกล้บ้านเพื่อน ๆ เพื่อหาดูคอร์สที่เหมาะสมกับตัวเพื่อน ๆ เองกันดูนะคะ

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

กว่าจะเป็น…นักมวยอาชีพ

กฎกติกาของเวที หรือ สังเวียน มวย

การนับคะแนน กีฬามวยไทย

การนับคะแนน กีฬามวยไทย

1...2...3 น็อค !! เย่ ๆ ดีใจกับคนชนะด้วยนะคะ แต่ว่ามันตัดสินกันยังไงล่ะเนี่ย หลาย ๆ คนที่พึ่งเคยดูกีฬามวยไทยครั้งแรกก็อาจจะกำลังงงกับการนับคะแนนใช่ไหมล่ะคะ วันนี้ทางเราได้รวบรวมข้อมูลการนับคะแนนมาฝากเพื่อน ๆ กันแล้วค่ะ

 

มวยไทย เป็นกีฬาแบบไหน ?

 

มวยไทย เป็นศิลปะการต่อสู้ อันเป็นเอกลักษณ์ ของประเทศไทย ที่มีมาแต่โบราณ มีความโดดเด่นด้านเทคนิค การกอดคอต่อสู้ ซึ่งเป็นการใช้ทั้งกาย และใจ สำหรับการต่อสู้ ที่ใช้ร่างกายเป็นอาวุธ โดยเป็นที่รู้จักว่าเป็น ( นวอาวุธ ) ซึ่งประกอบด้วย การโจมตีจากร่างกายทั้ง หมัด ศอก เข่า และเท้า หากมีการเตรียมพร้อม ด้านร่างกายดี จะก่อให้เกิดอาวุธที่มีอานุภาพ มวยไทยได้เป็นที่แพร่หลาย ในระดับนานาชาติในช่วงศตวรรษที่ยี่สิบ เมื่อเหล่านักมวยไทย สามารถเป็นฝ่ายชนะ นักต่อสู้ที่มีชื่อเสียงในแขนงอื่น ซึ่งการแข่งขันมวยไทย ในระดับอาชีพ ได้รับการดูแลโดย สภามวยไทยโลก

 

การให้คะแนนของกีฬามวยไทยนั้น ต้องให้ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

 

 

การชก หมายถึง อวัยวะ ( นวอาวุธ ) ที่ใช้ในการต่อสู้ คือ หมัด เท้า เข่า ศอก เท่านั้น

 

 

การชกที่ได้คะแนน มีดังนี้

 

- นักมวยฝ่ายใดใช้ อาวุธมวยไทย ( หมัด - เท้า - เข่า - ศอก ) ได้โดยถูกต้องตามกติกา และกระทำถูก คู่แข่งขันได้มากกว่า ก็เป็นผู้ชนะไป

 

- นักมวยฝ่ายใด ที่ใช้อาวุธมวยไทย ตามลักษณะ แบบแผนมวยไทย โดยถูกต้องตามกติกา กระทำคู่ต่อสู้ ได้หนักหน่วง ชัดแจ้ง รุนแรง และถูกเป้าหมาย ที่สำคัญเป็นฝ่ายรุก กระทำได้มากกว่า เป็นฝ่ายชนะ

 

- นักมวยฝ่ายใด ใช้อาวุธมวยไทย กระทำคู่ต่อสู้ ให้เกิดบอบช้ำ บาดแผลที่เป็นอันตรายมากกว่า เป็นฝ่ายชนะ

 

- นักมวยฝ่ายใด เป็นผู้เดินเข้ากระทำ ( ฝ่ายรุก ) มากกว่า เป็นฝ่ายชนะ

 

- นักมวยฝ่ายใด เป็นผู้ ( รุก – รับ – หลบหลีก - ตอบโต้ ) ตามลักษณะ และชั้นเชิงมวยไทย ได้ดีกว่า เป็นฝ่ายชนะ

 

- นักมวยฝ่ายใด ที่มิได้กระทำฟาล์ว หรือกระทำฟาล์ว น้อยกว่า เป็นฝ่ายชนะ

 

 

การชกที่ไม่ได้คะแนน มีดังนี้

 

- การชกที่ละเมิดกติกาข้อหนึ่งข้อใด

 

- อาวุธที่กระทำไปถูก แขน หรือขา ของคู่แข่งขัน อันเป็นลักษณะ ของการป้องกัน ของคู่แข่งขัน

 

- อาวุธที่กระทำถูก คู่แข่งขัน แต่เบาเกินไป หรือก็คือไม่มีน้ำหนัก ส่งจากร่างกาย เช่น ตัว ลำตัว หรือไหล่

 

 

การฟาล์ว

 

ระหว่างการชก แต่ละยกนั้น ผู้ตัดสินต้องคำนึง ถึงความสำคัญของการฟาล์ว และตัดคะแนนตาม ที่ผู้ชี้ขาดสั่งให้ตัดคะแนน ถ้าผู้ตัดสินเห็นการฟาล์ว อย่างชัดเจน โดยผู้ชี้ขาดไม่ได้สังเกต และตัดคะแนนผู้แข่งขัน ที่กระทำฟาล์วนั้น ผู้ตัดสินจะต้องประเมิน ดูความรุนแรงของการฟาล์ว และตัดคะแนน ไปตามความเหมาะสม พร้อมทั้งระบุไว้ด้วยว่า ทำฟาล์วด้วยเหตุใด

 

เกี่ยวกับการให้คะแนน

 

- ในแต่ละยก มีคะแนนเต็ม 10 คะแนน และให้คู่แข่งขัน ลดลงไปตามส่วน คือ ( 9 – 8 – 7 ) คะแนน

- ในยกที่เสมอกัน จะได้ฝ่ายละ 10 คะแนน

- ผู้ชนะในยกนั้น จะได้คะแนน 10 คะแนน ผู้ที่แพ้ได้ 9 คะแนน ( 10 : 9 )

- ผู้ชนะในยก ที่ชัดเจนมาก จะได้คะแนน 10 คะแนน ผู้ที่แพ้ได้ 8 คะแนน ( 10 : 8 )

- ผู้ชนะในยกนั้น และได้นับ 1 ครั้ง จะได้คะแนน 10 ผู้ที่แพ้ได้ 8 คะแนน ( 10 : 8 )

- ผู้ชนะที่ชัดเจนมาก ในยกนั้น และได้นับ 1 ครั้ง จะได้คะแนน 10 ผู้ที่แพ้ได้ 7 คะแนน ( 10 : 7 )

- ผู้ชนะในยกนั้น และได้นับสองครั้ง จะได้คะแนน 10 ผู้ที่แพ้ได้ 7 คะแนน ( 10 : 7 )

- นักมวยที่กระทำฟาล์ว ต้องไม่ได้คะแนนเต็ม ในยกที่ถูกตัดคะแนน

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

อยากฝึก มวยไทย ฝึกแบบไหนก่อนดี

ครูมวยไทยในประวัติศาสตร์

 

กฎกติกาของเวที หรือ สังเวียน มวย

กฎกติกาของเวที หรือ สังเวียน มวย

การต่อยมวย หรือ กีฬาประเภทมวยนั้น เป็นกีฬา ที่ ต้อง ให้คน สอง คน ต่อสู้กัน เพื่อ นับคะแนน ในการตัดสิน นั้นแปลว่า การที่เราต้อง ต่อสู้กัน จะต้องมี กฎกติกา ที่เข้มงวด ในการแข่งขัน เราจะมาหาความหมายของกฎกติกา เหล่านั้นกัน

 

กฎกติกา กีฬาประเภทมวย มีอะไรบ้าง

 

          กีฬา ทุกชนิดนั้น จะมี กฎกติกา ของแต่ละ กีฬาแบ่งๆ กันไป ไม่ว่าจะเป็น กีฬา ที่ใช้พลังกำลัง หรือ กีฬา ที่ใช้ ความสามารถ ด้านความคิด หรือ รวมไป ถึงกีฬา ประเภท Esport หรือ กีฬาที่แข่ง กันผ่านเกม ก็ล้วนแล้ว จะมี กฎกติกา อยู่ทุกประเภท รวมไปถึง กีฬา ที่ใช้ การต่อสู้ เพื่อ ล้มคู่ต่อสู้ นั่นคือ กีฬา การต่อยมวยนั่นเอง กีฬามวยนั้น จะแบ่ง กฎกติกา ในหลายๆ กฎกติกา ไม่ว่าจะเป็น กฎกติกา เวที สังเวียน กฎกติกา อุปกรณ์ การชกมวย หรือ กฎกติกา นักมวย จะแบ่ง ได้หลากหลาย รูปแบบ ของ กฎกติกา ดังนั้น เราจะมาแยก กฎกติกา ของกีฬามวย ประเภท ต่างๆกัน ดังนี้

 

            กฎกติกา ของสังเวียน หรือ เวทีมวย

  1. ขนาด สังเวียน หรือ เวทีมวย จำเป็นต้อง เป็น ขนาดสี่เหลี่ยม จัตุรัส ขนาดเล็ก ด้าน ละ 20 ฟุต หรือ ( 6 . 10 เมตร ) ขนาดใหญ่ด้านละ 24 ฟุต หรือ ( 7 . 30 เมตร ) และเวที ต้องสูงจากพื้น ประมาณ 3 ฟุต แต่ ห้ามสูง เกิน 4 ฟุต

 

  1. เชือก ของสนามมวย ต้องมี 4 เส้น รอบข้าง ขนาดของเส้น จะต้อง ผ่านศูนย์ไม่น้อยกว่า 1½ นิ้ว  และ ต้องขึงติดกับ เสามุม ทั้ง 4 เสา และ เสามุม ต้องสูง กว่าสังเวียน ประมาณ 16 32 48 และ 60 นิ้ว ไล่ตามลำดับ

 

 

  1. พื้น ของเวที มวย  ต้อง มีความ ปลอดภัย อยู่ในรับดับ มาตรฐาน  ปราศจาก สิ่งกีดขวางใดๆ ทั้งสิ้น และ ต้องยื่นออกไปนอก เชือกอย่างน้อย 20 นิ้ว ต้องปู ด้วยสักหลาด ของยาง หรือ วัสดุ อื่นๆ ที่เหมาะสม

 

  1. มุมของสังเวียน มุมเสาของสังเวียน นั้น ต้อง ตั้งเสาไว้ที่มุม ทั้งสี่ ต้องขนาดเท่ากับเส้นผ่าน ศูนย์ กลาง ประมาณ 5 นิ้ว  สูงขึ้นจาก เวที ประมาณ 60 นิ้ว พร้อม ทั้ง หุ้มนวม ที่ มุมเสาภายในเส้นเชือก ให้เรียบร้อย เพื่อ ที่จะไม่ให้ เกิดอันตรายได้ กับนักมวย มุมแดง นั้น คือมุมที่ใกล้ กับประธานกรรมการควบคุม การแข่งขัน

 

  1. บันได ของเวทีมวย ต้องมี 3 บันได และต้อง กว้าง ไม่น้อยกว่า 3 ฟุต ไว้ที่มุม ตรงข้าม ของเวทีมวย สอง บันไดนั้น เพื่อให้ นักมวย และ พี่เลี้ยงได้ สามารถเดิน ขึ้น ลง ได้ ส่วนอีก บันได ไว้ให้กับผู้ชี้ขาด และ แพทย์ ผู้ดูแล

 

  1. กล่องพลาสติก กล่องพลาสติกที่มุม กลางทั้งสอง มุม ของสังเวียน ให้ติด กล่องพลาสติก มุม ละกล่อง เพื่อให้ กรรมการ หรือ ผู้ ชี้ขาด ทิ้งสำลี หรือ กระดาษ ได้นั้นเอง

 

 

  1. สังเวียนสำรอง หรือ สังเวียนเพิ่มเติม อาจจะต้องใช้สังเวียน 2 สังเวียน ในการแข่งขัน ที่นักกีฬาจำนวนมากเกินไป

 

กฎกติกา ของแต่ละกีฬานั้น จะมีความแตกต่างกันไป อยู่ที่ กีฬาประเภทนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็น สนาม หรือ พื้นที่ ทีใช้แข่งขัน มักจะมี กฎกติกา ให้สำหรับการตัดสิน อยู่เสมอ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

อินเทรนด์ง่ายๆ ด้วยกีฬามวย

สร้างกล้ามแขน แบบมวยไทย

อินเทรนด์ง่ายๆ ด้วยกีฬามวย

อินเทรนด์ง่ายๆ ด้วยกีฬามวย

 หากคุณเป็นคนที่ชอบอะไรที่กำลังเป็นกระแส ชอบความอินเทรนด์ ไม่เอ้าท์ แล้วละก็ วันนี้เราจะมาพูดถึงกีฬาชนิดหนึ่ง ที่บอกเลยว่า คุณจะเข้าเทรนด์ได้ถ้าได้เล่นกีฬาชนิดนี้ นั่นก็คือ กีฬามวย

 

ความนิยม และกระแสของกีฬามวย

จริงๆ แล้ว เทรนด์สมัยนี้ ที่กำลังเป็นกระแสจริงๆ มันคือ เทรนด์การออกกำลังกาย ทำไมหน่ะหรอ เพราะวัยรุ่น หรือคนรุ่นใหม่ เขากำลังให้ความสำคัญ กันกลับมาดูแลตัวเองกันอย่างมากขึ้น ด้วยวิธีการ ที่ถูกต้อง ออกกำลังกาย เพื่อลดน้ำหนัก  กระชับสัดส่วน ดูแลหุ่น ดูแลผิวพรรณ ให้ปัง ให้เป๊ะ ด้วยตัวเอง และใช้ความมีวินัย อย่างเคร่งครัด ซึ่งต่างจากการลดน้ำหนัก ในสมัยก่อน เราอาจจะเล่นการดูแลตัวเองของวัยรุ่น ที่ผิดลู่ผิดทาง เช่น การใช้ยาลดน้ำหนัก ที่อวดอ้างสรรพคุณต่างๆ นาๆ ให้หลงเชื่อ เชื่อมากินกันหลายเซ็ท หมดตังค์กันไปไม่รู้เท่าไหร่ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ คือ บางคนลดน้ำหนักได้จริง แต่หุ่นไม่ฟิต บางคนลดน้ำหนักได้จริง แต่มีภาวการณ์คืนตัวของน้ำหนักที่รวดเร็ว หรือที่เรียกกันว่า การโยโย่ และหนักไปกว่านั้น บางคนกลับกินยาลดน้ำหนักไป แบบที่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย เรียกง่ายๆ ว่า กินไปก็เท่านั้น หรือสุดท้าย จะแบบเคสที่อันตรายที่สุด ก็คือ กินยาลดความอ้วน แล้วร่างไม่ตอบสนอง หรือมีอาการแพ้ ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ร่างกายทรุมโทรม หรืออาจจะถึงขั้นป่วยเป็นโรคต่างๆ ได้เลย และก็มีบางคนที่โชคร้ายที่สุด ถึงกับขั้นที่ต้องจบชีวิตลง ด้วยยาเหล่านี้

 

ทำไมกีฬามวย ถึงเข้าเทรนด์

 ก็เพราะว่า ในช่วงที่ผ่านมานี้ มันมีการจัดรายกายใหญ่ รายการหนึ่ง ซึ่งก็คือ การต่อยมวย ชกมวย ของเหล่าซุปเปอร์สตาร์ ดารา นักร้อง ศิลปิน และเซเลปต่างๆ ขึ้น โดยมีชื่อรายการว่า 10fight10 เป็นการชกมวย ต่อยมวยดารา ที่เราเอง ก็เคยเห็นกันแล้วว่า ต่อยกันแบบจริงๆ ต่อยกันแบบไม่ยั้ง และก็ยิ่งสร้างความเซอไพร์เข้าไปอีก เมื่อมีการต่อยมวย ชกมวย 1 คู่ ในรายการนี้ ที่เป็นผู้หญิง และสองสาวนักชกคู่นี้ก็คือ พี่เชียร์ ฆิฆัมพร กับหมอเจี๊ยบ ลลนา เป็นอีกหนุ่งไฮไลท์ ที่สำคัญสำหรับการแข่งขันกีฬมวย ในรายการนี้ และยังเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจหลักๆ ที่ทำให้สาวๆ หรือผู้หญิง วัยรุ่นไทย หันมาสนใจกีฬามวย กันอย่างมากขึ้นแบบเห็นได้ชัด

 

พอพูดมาถึงขนาดนี้แล้ว เชื่อว่า คนที่เข้ามาอ่าน ยังไงก็ต้องสนใจกีฬาต่อยมวยอยู่แน่ๆ เพราะนอกจากกีฬาต่อยมวย อย่างที่รู้ๆ กัน ว่าการออกกำลังกาย จะช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพที่ดีแล้ว ยังถือว่าเป็นการได้เข้าเทรนด์การออกกำลังกายแบบเท่ๆ อีกด้วย ซึ่งการที่จะออกกำลังกายแบบเท่ๆ โดยการต่อยมวย หรือชกมวยนั้น เราจะต้องเตรียมตัวอะไรยังไงบ้าง ไปดูกัน

 

เราจะแนะนำวิธีการเตรียมตัว สำหรับมือใหม่ ที่อยากเข้าเทรนด์ กีฬามวย

1. เตรียมตัวเองให้มีความพร้อมแบบสมบูรณ์

การเข้าวงการกีฬามวยนั้น ต้องอาศัย หรือใช้ทักษะหลายอย่าง จริงๆ ถ้าสำหรับคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำอยู่ ก็อาจจะไม่ได้เป็นปัญหาอะไรมากมายนัก แต่สำหรับ คนที่ไม่เคยออกกำลังกายเลย อันนี้ อยากจะบอกว่า ก่อนเริ่มเข้าวงการนี้ เราควรเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมก่อนสักหน่อย ก็จะดี เพราะว่า วงการกีฬามวย ไม่ว่าจะชกมวย ต่อยมวย หรือจะเรียกอะไรก็แล้วแต่ มันมีกระบวนการ ในการฝึกฝน ฝึกซ้อม ที่ค่อนข้างจะหนักหน่วงเลยทีเดียว เพราะว่า การต่อยมวย หรือชกมวยนั้น ต้องใช้ความแข็งแรง ความแข็งแกร่ง ของร่างกาย ต้องมีความฟิต อยู่ในระดับที่สามารถทนต่อการต่อสู้ และทนต่อการได้รับบาดเจ็บ จากการฝึกซ้อมได้ หากคุณยังไม่มั่นใจ ก็แนะนำว่าอย่าเพิ่งรีบ หรือ ถ้าคุณไม่เคยออกกำลังกายเลย แต่อยากรีบเข้าวงการ ก็แนะนำว่า ให้ค่อยๆเริ่มทีละนิด ทีละเล็ก ทีละน้อย ไม่งั้น อาจจะเกิดอาการบาดเจ็บ และหมดสนุกลงได้

และอีกอย่างที่ต้องเตรียมเป็นอันดับแรกๆ คือ เรื่องของ สภาพของจิตใจ กีฬามวย เป็นกีฬาที่ต้องใช้การปะทะ เนื่องมาจาก การที่จะสามารถชนะ คู่ต่อสู้ได้ จะต้องต่อย ต้องชก ต้องเตะ หรือต้องทำอะไรสักอย่างกับคู่ต่อสู้ จะมายืนยิ้มหล่อ แอคท่าสวยๆ นี่บอกเลยว่าไม่ได้ พักก่อน เพราะฉะนั้น การเตรียมความพร้อมทางด้านสภาพของจิตใจ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ในการเข้าวงการกีฬาชนิดนี้ ถ้าใจยังไม่ถึง ก็อย่าเพิ่งรีบห้าว เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

2.เตรียมหาสสถานที่ สำหรับฝึกซ้อมมวย

การเลือกสถานที่ สำหรับการฝึกฝน ฝึกซ้อมมวยนั้น ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งในการเตรียมความพร้อม อันดับแรก เวลาที่เราจะเลือกสถานที่สักที่หนึ่ง เราคงจะต้องเริ่มเลือก ตัดสินใจจาก โลเคชั่น ของสถานที่ ว่าเราจะสามารถมีความสะดวก ในการเดินไปฝึกซ้อมมวยหรือไม่ ก็คงต้องเลือกแบบที่ไม่ไกลจากบ้าน ใกล้ๆ บ้าน สามารถเดินทางไปฝึกซ้อมได้อย่างงสะดวก จะได้ลดอาการความท้อในการเดินทาง เพื่อเราสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในการเข้าวงการกีฬามวยด้วย และอีกอย่าง คือเรื่องของความสะอาด และมาตรฐานของยิมมวย ยิมมวยที่ดี จะต้องมีอุปกรณ์ในการฝึกซ้อมมวยที่ครบครัน มีการทำความสะอาดอยู่สม่ำเสมอ มีอุปกรณ์มากพอที่จะสำหรับให้คุณใช้งาน มีอุปกรณ์ที่ได้รับมาตรฐาน และมีความปลอดภัย มีเทรนเนอร์ หรือว่าครูมวยที่ดี เก่ง และมีความสามารถ ที่จะช่วยสอน ช่วยเทรนให้เรา สามารถเล่นกีฬาชนิดนี้ ได้อย่างถูกต้อง และที่สำคัญ ราคาค่าใช้จ่ายในการใช้บริการยิมมวยนั้น ต้องไม่แพง และคุณจะต้องรู้สึกว่า มันมีความคุ้มค่า กับราคาที่ต้องจ่าย ซึ่งในส่วนนี้ คุณสามารถประเมินได้ด้วยตัวเอง เพราะคำว่า คุ้มค่า ของแต่ละคนนั้น มันอาจจะไม่เท่ากัน

3. เตรียมหาอุปกรณ์ในการฝึกฝน ฝึกซ้อมมวย ส่วนตัวของคุณ

และสุดท้าย ก็คือการเลือกอุปกรณ์ส่วนตัว ที่จะเอาไว้ใช้ในการฝึกฝน ฝึกซ้อม และเล่นกีฬามวยของคุณ ซึ่งเรื่องนี้ คุณจะต้องเลือกอุปกรณ์ที่มีความเหมาะกับตัวคุณเองมากที่สุด เช่น การเลือกฟันยาง ก็จะต้องเลือกขนาดของฟันยาง ที่พอดีกับฟันของคุณ หรือจะเป็นการเลือกนวมสำหรับชกมวย ก็ต้องเลือกให้ขนาดของมัน มีความพอ กับมือของคุณด้วย และรวมไปถึง ชุด หรือเสื้อผ้า ที่ใช้ในการไปฝึกฝน ฝึกซ้อม คุณก็ต้องเลือกให้มันมีความเหมาะสม พอดี ไม่หลวม ไม่คับจนเกินไป ส่วนเรื่องของสีสันนั้น ก็แล้วแต่แฟชั่นในนตัวคุณเลย

 

และนี้ก็เป็นวิธีการเตรียมตัวง่ายๆ สำหรับมือใหม่ ที่อยากจะเข้าวงการกีฬามวย กีฬาที่กำลังเป็นที่นิยม และฮิตในกลุ่มวัยรุ่น หรือคนรุ่นใหม่ในตอนนี้ ถ้าไม่อยากเอ้าท์ ก็เข้ามาต่อยมวยกัน Let’s go!

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

กว่าจะเป็นมวยไทย

กว่าจะเป็นนักมวยอาชีพ

กว่าจะเป็นมวยไทย

กว่าจะเป็นมวยไทย

"มวย" ถือเป็นศิลปะการต่อสู้ที่มีมาตั้งแต่โบราณ สอนกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษจนสู่ปัจจุบัน แต่ใครจะรู้ว่ากว่าจะมาเป็นมวยไทยถึงทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เรามาดูกันเถอะว่าที่มาของมวยไทยกำเนิดมาได้ยังไง

 

ประวัติมวยไทยเป็นประวัติศาสตร์อันยาวนานของมวยไทย เริ่มมีและใช้กันในการสงครามสมัยก่อน มีคุณลักษณะของการต่อสู้ป้องกันตัวด้วยการใช้อวัยวะในส่วนที่สามารถใช้ทำอันตรายคู่ต่อสู้ได้ มาใช้งานอย่างชาญฉลาด และมีศิลปะอย่างสูง  เช่น  หมัด  ศอกแขน  เท้า  แข้ง  และเข่าเป็นต้น  นับเป็นศิลปะประจำชาติ และเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นประการหนึ่งของคนไทย  และได้มีการนำมาใช้ประโยชน์อย่างจริงจังในหมู่ทหาร เพราะในสมัยก่อน คนไทยต้องผจญกับศึกสงครามมาโดยตลอด  จึงต้องฝึกฝนไว้ให้เชี่ยวชาญเพื่อใช้ในการต่อสู้  และจัดตั้งสำนักมวยขึ้นเพื่อฝึกสอนให้ลูกหลานมาสืบทอดวิชาต่อจากคนในครอบครัว

 

          ประวัติมวยไทยสมัยกรุงสุโขทัย (ประมาณช่วงระหว่าง ปี พ.ศ. 1781-1918)

     สมัยกรุงสุโขทัย มวยไทยถือเป็นศาสตร์ชั้นสูงที่ถูกบรรจุไว้ในหลักสูตรการศึกษาของกษัตริย์ เพื่อฝึกให้กษัตริย์เป็นนักรบที่มีความกล้าหาญ มีสมรรถภาพร่างกายที่ดีเยี่ยม ดังข้อความปรากฏตามพงศาวดารว่า พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ทรงส่งเจ้าชายร่วงโอรสองค์ที่สองไปฝึกมวยไทยที่สำนักสมอคอน แขวงเมืองลพบุรี หรือการที่พ่อขุนรามคำแหงทรงนิพนธ์ตำหรับพิชัยสงคราม โดยมีความข้อความบางตอนกล่าวถึงมวยไทย ควบคู่ไปกับการใช้อาวุธอย่างดาบ หอก มีด โล่ หรือธนูอีกด้วย