บทความ


ครูมวยไทยในประวัติศาสตร์

ครูมวยไทยในประวัติศาสตร์

สมคำล่ำลือครูมวยไทย ( Muay thai ) ในประวัติศาตร์ของไทยเรา การต่อยมวยมีมานานมากแล้วทั้งมวยวัด มวยตับจากมวยต่างๆ ที่เราเคยได้ยินล้วนมีครูมวยหมด วันนี้เรามาดูจัก ครูมวยไทยในประวัติศาตร์กัน

 

สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (พระเจ้าเสือ) กษัตริย์แห่ง มวยไทย ( Muay thai )

 

สมัยอยุธยา สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๘ หรือพระเจ้าเสือ โปรดการชกมวยเป็นอย่างมาก เคยทรงปลอมพระองค์มาชกมวยกับชาวบ้านและชนะนักมวยฝีมือดีของเมืองวิเศษไชยชาญอีกทั้งชนะนักมวยเอกถึง 3 คน เมื่อพระมหากษัตริย์โปรดการชกมวยไทยเช่นนี้ ทำให้มีการฝึก มวยไทย ( Muay thai ) กันอย่างแพร่หลายในราชสำนัก ขยายไปสู่บ้านและวัด โดยเฉพาะวัด ถือเป็นแหล่งประสิทธิ์ประสาทวิชามวยไทยเป็นอย่างดีรวมถึงขยายวงกว้างไปสู่สามัญชนมาก แม้ท่านจะทรงสวรรคตแต่มวยไทยตำรับพระเจ้าเสืออันแข็งแกร่งยังได้รับการถ่ายทอดให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ฝึกฝนจนถึงทุกวันนี้ 

 

นายขนมต้ม

 

ในตอนเด็กนั้นๆ นายขนมต้มเป็นเด็กที่อาศัยอยู่ในวัด ด้วยสาเหตุที่ว่าพ่อและแม่ถูกพม่าสังหารจนถึงแก่ชีวิตทั้งสองคน จนเมื่อพม่าตีกรุงศรีอยุธยานายขนมต้มกลายเป็นหนึ่งในเชลยศึกที่ถูกกวาดต้อนไปยังประเทศพม่า กษัตริย์แห่งพม่าได้ทรงจัดงานสมโภชเจดีย์ชเวดากองและทรงโปรดให้มีการแข่งขันชกมวยระหว่างชาวสยามและชาวพม่า สุกี้พะนายกองคัดนายขนมต้มขึ้นชกและสามารถชกชนะนักมวยพม่าถึง 10 คนโดยมิยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว จนพระเจ้ามังระปูบำเหน็จแต่งตั้งให้เป็นข้ารับใช้ในกรุงอังวะแต่นายขนมต้มปฏิเสธและขอให้ปลดปล่อยตนและเชลยคนไทยทั้งหมดเป็นอิสระเพื่อกลับบ้านเกิด

 

นายทองดีฟันขาว

 

นายทองดีฟันขาว คืออีกหนึ่งครูมวยสำคัญแห่งประวัติศาสตร์ เดิมชื่อ จ้อย เป็นเด็กชายที่มีนิสัยกล้าหาญ อดทน ชอบชกมวยเป็นชีวิตจิตใจ ต่อมาได้ศึกษาวิชาหมัดมวยกับครูเที่ยงที่บ้านท่าเสา  แต่เพราะไม่เคี้ยวหมากพลูเหมือนคนสมัยนั้นครูเที่ยงจึงเรียกว่า “นายทองดีฟันขาว”  นายทองดีเดินทางไปเรียนการต่อสู้จากหลายๆที่ ไม่ว่าจะเป็นมวยไทย มวยจีน หรือเชิงดาบ จนความสามารถเลื่องลือ ภายหลังถวายตัวเป็นทหารคนสนิทของพระเจ้ากรุงธนบุรีและได้รับสมญานามว่า “พระยาพิชัย”

 

นายทองดีฟันขาว หรือ พระยาพิชัยดาบหักได้สร้างมรดกอันควรแก่การยกย่องสืบทอดมาถึงปัจจุบันนอกจากจะเป็นเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต เด็ดเดี่ยวกล้าหาญ ความรักชาติแล้ว ยังสร้าง “มวยพระยาพิชัย” ที่มีจุดเด่นคือเป็นทั้งมวยอ่อนและมวยแข็ง รุกรับตามแต่สถานการณ์ การออกไม้จะรวดเร็ว รุนแรง เผด็จศึกอย่างรวดเร็วเมื่อมีโอกาส 

 

สุดยอดมากทั้ง3ท่าน จริงๆเราก็เคยได้ยินมาแล้วเหมือนกัน ตั้งแต่เด็กๆแล้ว ทั้งนายขนมต้ม ทองดีที่นำไปทำเป็นภาพยนตร์ที่เราได้ดูกัน มวยไทย ( Muay thai ) สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หากจะปล่อยให้มันหมดไปก็คงไม่ใช่  ทั้งนี้เราต้องขอบขอบคุณ ครูมวยในประวัติศาสตร์ อีกด้วยที่ทำให้ไทยมีศิลปะจนถึงทุกวันนี้

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sanook

วิธีฝึกศอกยังไงให้ฟันแล้วแรง

วิธีฝึกศอกยังไงให้ฟันแล้วแรง

ศอกได้ขึ้นชื่อว่า อาวุธที่อันตายที่สุดพูดในทาง มวยไทย ( Muay thai ) ก็เปรียบได้เลยกับมีด ได้เลยถ้าใครคมกว่าฟันทีเดียวยังไงก็ต้องเย็บแน่ๆ วันนี้มาดูกัน ว่าทำยังไงให้ศอกของเราคมเหมือนกับดาบที่เล่าลือ

 

มวยไทย ( Muay thai ขึ้นชื่อว่าศิลปะ ยังไงก็ต้องมีท่าทางป้องกันตัวสวยๆ งามๆ แต่ สวยงามอย่างเดียวไม่ได้ต้อง รุนแรงด้วย เพื่อป้องกันอันตราย  และที่อันตรายที่เรา เห็นๆ กันเลยก็คือ ศอก ของ มวยไทย ( Muay thai

 

ศอกอย่างไรให้แรง

ศอกกับหมัดต้อง ไปด้วยกันได้ เช่นเดียวกับการต่อยให้แรง เพราะการฟันศอกให้แรงนั้นไม่ได้ขึ้นกับความแข็งแรงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับประสานตั้งแต่การบิดเอว การใช้ปลายเท้าส่งแรง ทำให้เกิด Momentum ที่ดี และจนไปถึงการเลือกตำแหน่งข้อศอกในการจู่โจมคู่ต่อสู้

 

มวยไทย ( Muay thai )  ศอกตี โดยใช้วิธีการตีศอกจากบนสู่ล่าง เฉียงซ้ายคล้ายมุมฉาก บางครั้งอาจบิดตัวตี โดยมีแรงส่งจากไหล่ ลำตัว และเท้า

 

ศอกตัด การตีศอกตัดขนานไปสู่เป้าหมาย

ศอกงัด การตีศอกจากกลาง งัดขึ้นไปข้างบน ตรงเป็นมุมฉาก

ศอกกระทุ้ง การใช้ศอกพุ่งออกไปด้านหลัง ในลักษณะกระทุ้ง แก้ไขสถานการณ์ที่คู่ต่อสู้ประชิดเข้ามาด้านหลัง

ศอกกลับ การหมุนตัวตีศอก กลับไปทางด้านหลัง ตามจังหวะที่สัมพันธ์กับการเคลื่อนตามเท้า

ศอกคู่  การตีศอกด้วยแขนสองข้าง

 

ฝึกการออกแรงในระยะสั้น

ในการแข่งมวยไทยส่วนใหญ่จะเหมือนว่านักมวยแทบไม่ได้ใช้ระยะในการง้างศอกเลย เพราะการจู่โจมต้องทำได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการที่จะทำอย่างนี้ได้ นักมวยจะต้องสามารถออกแรงในระยะสั้นได้ 

 

เล็งให้ดี แม้จะโดนต่อยสวนมา

พยายามเลือกตรงปลายข้อศอกที่แหลมและแคบในการสัมผัสเป้าหมาย เพราะมันจะทำให้ความรุนแรงเข้มข้นขึ้นในพื้นที่สัมผัสที่แคบ และให้ต้นแขนเป็นเหมือนฐานจรวดในการส่งแรงไปที่เป้าหมาย หากคุณไม่มีต้นแขนเป็นฐานแล้วพลังโจมตีคุณจะเบาบางอย่างมาก  หรือพูดง่ายๆว่า เล็งที่ จุดออ่นคู่ต่อสู้เช่น หัว หรือ เบ้าตา หัวคิ้วนั้นเอง

 

 ศอกแต่ละประเภทหากมีความแรง และมีการประสานกันตั้งแต่การบิดเอว การใช้ปลายเท้าส่งแรง รวมถึงการเลือกตำแหน่งของข้อศอกได้ดี จะทำให้ได้เปรียบในการจู่โจมคู่

 

อยาก เรียน มวยไทย ( Muay thai )   เพราะสกิล พวกนี้สามารถใช้ได้ในชีวิตจริง เพื่อป้องกันตัวของตัวเอง หากท่านใดกำลังมองหา ยิมมวยไทย ( Muay thai ) สามารถเข้ามาติดต่อสอบถามได้ตลอดเลยนะครับ  “เจริญทอง มวยไทย ยิม” ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ต่อยมวยก็ช่วยลดน้ำหนักได้นะ

มวยฟิต การออกกำลังกายแนวใหม่ สร้างหุ่นที่ดี

ออกกำลังกายอยู่บ้านก็ได้ประโยชน์เช่นกัน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ohlor.

ต่อยมวยก็ช่วยลดน้ำหนักได้นะ

ต่อยมวยก็ช่วยลดน้ำหนักได้นะ

     เราเชื่อว่าคงมีคนจำนวนไม่น้อยที่มักตั้งคำถามกับตัวเองว่าเทรนด์การออกกำลังกายที่กำลังมาแรงในปัจจุบันอย่างการต่อยมวยจะช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือ? และเพื่อเป็นการตอบคำถามคาใจของใครหลายคน วันนี้เราจึงถือโอกาสขอนำข้อเท็จจริงว่าด้วยเรื่องของการต่อยมวยและการลดน้ำหนักมาให้ทุกคนได้ทราบกัน

 

     จริงๆ แล้วการต่อยมวยนับได้ว่าเป็นหนึ่งวิธีในการออกกำลังกายแบบ HIIT หรือ High Intensity Interval Training ซึ่งการออกกำลังกายด้วยวิธีดังกล่าวจะมีความเข้มข้นในการฝึกค่อนข้างสูง โดยจะเริ่มจากการที่ผู้ฝึกออกแรงอย่างต่อเนื่อง แล้วหยุดพักซักระยะ ก่อนที่จะกลับมาใช้แรงอย่างหนักอีกหนึ่งครั้ง และทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ เป็นเวลาทั้งหมด 60-90 นาที ด้วยแนวทางการฝึกที่มีความเข้มข้นค่อนสูง

 

ไม่เบิร์นตอนออกแต่เบิร์นหลังออก

     เนื่องจาก HIIT เป็นการออกกำลังกายแบบหนักสลับกับเบา ดังนั้นขั้นตอนการเบิร์นไขมันจึงแตกต่างจากการออกกำลังกายแบบ Cardio อย่าง วิ่งหรือปั่นจักรยาน ที่ร่างกายจะดึงไขมันมาใช้ในขณะออกกำลังกายเลย ถึงแม้ว่าร่างกายจะไม่ดึงไขมันทั้งหมดมาใช้เป็นพลังงานในขณะชกมวย แต่จุดเด่นของการเผาผลาญไขมันหลังการต่อยมวยอยู่ที่การเบิร์นหลังออกกำลังกาย ซึ่งสามารถเบิร์นได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 48 ชั่วโมง หรือหากคิดเป็นแคลอรี่ก็ราวๆ 800 - 1,200 Kcal

 

ควรทิ้งช่วงเวลาให้ร่างกายได้พักผ่อนก่อน

     สืบเนื่องจากปัจจัยที่การต่อยมวยลดน้ำหนักเป็นการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นสูง ดังนั้นร่างกายจึงต้องการใช้เวลาซักระยะหนึ่งเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เพราะหากเราไปชกมวยทุกวันโดยไม่ปล่อยให้ร่างกายได้พักฟื้น แทนที่ผู้ชกจะได้ประโยชน์จากการลดน้ำหนัก ร่างกายอาจจะได้รับความเครียดหรืออาการบาดเจ็บมาเป็นของแถม

 

ลดความเครียด เพิ่มความผ่อนคลาย

 

     เพราะในทุกครั้งที่ออกกำลังกาย ร่างกายจะโฟกัสเฉพาะกับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า จนทำให้ผู้ออกกำลังกายลืมนึกถึงความเครียดและความกังวลทั้งหมด และเมื่อชกมวยเสร็จแล้ว แน่นอนว่าผู้ชกจะสัมผัสได้ถึงความเมื่อยล้า จนทำให้สามารถนอนหลับได้อย่างเต็มอิ่มตลอดทั้งคืน

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก posttoday

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- ออกกำลังกายอยู่บ้านก็ได้ประโยชน์เช่นกัน

- MUAY THAI กีฬาที่ให้มากกว่าแค่ ออกกำลัง

- วิถี นักมวย แค่หมัดหนัก ยังไม่พอ

มวยฟิต การออกกำลังกายแนวใหม่ สร้างหุ่นที่ดี

มวยฟิต การออกกำลังกายแนวใหม่ สร้างหุ่นที่ดี

     ในปัจจุบันการออกกำลังกายนั้นมักมีหลายรูปแบบ อย่างยุคนี้ สาว ๆ ได้หันมาสนใจกีฬา มวยไทย เพิ่มมากขึ้น แต่มวยไทยนั้น คงไม่ใช่แค่มีมวยไทยอีกต่อไป เพราะมวยไทยได้มีการผสมผสานร่วมกับ ฟิตเนสด้วย การออกกำลังกายรูปแบบใหม่จึงน่าสนใจขึ้นมาทันที

 

    มวยฟิต ซึ่งหมายถึง มวยไทย และ ฟิตเนส ส่วนลักษณะของมวยฟิต ถือเป็นการออกกำลังกายที่เป็นได้ทั้งกีฬา และศิลปะการต่อสู้ โดยจัดอยู่ในการออกกำลังกายประเภทคาร์ดิโอ หรือการออกกำลังกายให้เลือดสูบฉีดและเกิดการเผาผลาญพลังงานอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ 30 นาทีขึ้นไป โดยจุดเด่นของมวยฟิตที่มีความแตกต่างจากกีฬามวยไทยทั่ว ๆ ไป คือ จะเป็นการออกกำลังกายโดยไม่ใช้อุปกรณ์ เช่น กระสอบทราย เข้ามาช่วย นั่นเอง

 

   ในส่วนของ มวยฟิต จะเน้นเรื่องการใช้อวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายในการเล่น อาทิ หมัด ศอก เข่า เท้า เป็นหลัก โดยจะมีครูฝึกหรือเทรนเนอร์คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้เล่นออกท่าทางต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง และไม่เกิดอาการบาดเจ็บตามมา

 

   ขั้นตอนการออกกำลังกายในรูปแบบ มวยฟิต จะแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอนใหญ่ ๆ คือ การบริหารกล้ามเนื้อส่วนบน คือ ตั้งแต่ส่วนเอวไล่ขึ้นมา จนถึงข้อศอก และการบริหารกล้ามเนื้อส่วนล่าง ได้แก่ ขา เข่า ข้อเท้า

 

   โดยผู้เล่นจำเป็นจะต้องเรียนรู้แต่ละท่าจนเข้าใจ จากนั้นจึงสามารถนำท่าต่าง ๆ มาฝึกเป็นสเต็ปอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลาตั้งแต่ 30 – 60 นาที ก็จะช่วยเสริมความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ได้แก่ ข้อมือ แขน ขา และข้อเท้า และช่วยกระชับสัดส่วนที่ต้องการได้ เช่น ต้นแขน ต้นขา เพราะการออกกำลังกายในรูปแบบนี้ สามารถเผาผลาญแคลอรีได้ถึง 800 แคลอรีต่อชั่วโมง

 

   นอกจากนั้น ยังช่วยในด้านการฝึกสมาธิ เพราะขณะที่เตะ ต่อย หรือออกหมัด เท่ากับเป็นการฝึกประสานความสัมพันธ์ระหว่างกล้ามเนื้อและสมอง

 

   อีกทั้ง มวยฟิต จะใช้อวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นหมัด เข่า ศอก ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ฝึกการประสานงานของส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย ฝึกสมาธิ และช่วยกระชับสัดส่วนที่ต้องการได้ โดยเฉพาะต้นแขน ต้นขา จึงทำให้ผู้เล่นได้ประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่างในเวลาเดียวกัน รู้อย่างนี้แล้ว อยากออกกำลังกายด้วย มวยไทย กันแล้วใช่ไหม มาฝึกร่างกายให้ฟิตได้ที่ เจริญทอง มวยไทย ยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) เลย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก mthai

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- MUAY THAI กีฬาที่ให้มากกว่าแค่ ออกกำลัง

- มวยไทย ช่วยฝึกทักษะอะไรบ้าง

- ฟิตแอนด์เฟิร์ม “มวยไทย” เทรนด์การป้องกันตัวของผู้หญิงยุคใหม่

ออกกำลังกายอยู่บ้านก็ได้ประโยชน์เช่นกัน

ออกกำลังกายอยู่บ้านก็ได้ประโยชน์เช่นกัน

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ต้องกักตัวอยู่บ้าน ทั้งยิม มวยไทย ( Muay Thai ) ก็ต้องถูกปิดไปก่อนเพราะโควิด-19 ระบาดหนักอยู่ตอนนี้ แต่เราไม่นิ่งนอนใจกับสายออกกำลังกาย วันนี้สกิลออกกำลังกายที่บ้านได้ประโยชน์เหมือนกัน

 

หลายๆคนเสพติด ฟิตเนส ( Fitness ) การเข้า ยิบมวย ต่างๆ  มากเพราะวาเป็นสถานที่ออกกำลังกาย แอร์เย็นมีเครื่องฟอกอากาศรู้สึกปลอดภัยกว่าไปวิ่ง ที่สวนอีก แต่วันนี้หากเราจำเป็นต้องกักตัวอยู่บ้านยับยั้งโควิด สายออกกำลังกายอย่างเราก็จะไม่แนะนำให้ออกกำลังกาย ออกบ้าน สามารถออกกำลังกาย ในบ้านได้ด้วยท่าไหนบ้าง

หากเราเป็นคนที่อยากฝึก มวยไทย ( Muay Thai )  หรือ อยากออกำลังกาย อยู่บ้านต้องทำยังไงบ้าง

 

ยืดกล้ามเนื้อ
 
          เป็นวิธีการออกกำลังกายที่ทั้งสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ และช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อจากการทำงานหนักอีกด้วย ลดอาการบาดเจ็บที่อาจเกิดจากการใช้งานที่หนักเกินไปได้ อีกทั้งยังไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใด ๆ แค่รู้วิธีการยืดกล้ามเนื้อที่ถูกต้องก็ทำได้แล้ว ซึ่งประโยชน์ของท่านี้ เป็นขั้นตอนต้นๆ ก่อนออกกำลังกายอย่างอื่นเลยล่ะ

 

กระโดดเชือก
 
          เริ่มต้นด้วยการออกกำลังกายสุดเบสิกอย่างการกระโดดเชือก สำหรับหลายคนก็คงจะเคยเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ ถึงจะดูง่าย ๆ แต่ได้ผลดีไม่แพ้กับการออกกำลังกายชนิดอื่น ๆ ที่นอกจากจะช่วยให้เหงื่อออกได้แล้วก็ยังช่วยเสริมความแข็งแรงให้ร่างกาย เพิ่มความไวให้ร่างกาย อย่างที่ มวยไทย ( Muay Thai ) ชอบกระโดดเชือกนั่นเอง

 

จ๊อกกิ้งอยู่กับที่ ได้ทักษะเดียวกับ ฟิตเวิร์ค
 
          หากไม่สะดวกที่จะออกกำลังกายนอกบ้าน แต่ก็อยากจะจ๊อกกิ้งละก็ ลองใช้วิธีวิ่งอยู่กับที่สิ การออกกำลังกายด้วยการวิ่งอยู่กับที่นอกจากจะช่วยให้ร่างกายได้ตื่นตัวกระฉับกระเฉงแล้ว ก็ยังถือเป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่ได้ผลดีทั้งต่อหัวใจอีกด้วย และถ้าอยากเพิ่มความท้าทายให้ตัวเองก็เพียงยกเข่าให้สูงขึ้นก็จะทำให้ร่างกายได้ออกกำลังกายมากขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์

 

ดู Youtube แล้วออกกำลังกายตาม

ในยุคที่ เทคโนโลยีทั่วถึงแล้ว การออกกำลังกาย เป็นสิ่งสำคัญ อยากออกกำลังกายแบบไหน ละ ฟิตเนส ( Fitness ) หรือ แบบ มวยไทย ( Muay Thai ) ก็มีให้ดู และสามารถทำตามได้เลย เพียงแค่นี้การ ออกกำลังกายอยู่บ้านก็เป็นเรื่องที่ง่ายมากแล้ว

 

จริงๆการออกกำลังกายมีหลากหลายการออกมากยิ่งถ้า ฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) อยู่บ้านก็ ยิ่งยากเข้าไปใหญ่ แต่ถ้าจะทำให้มันง่าย เราก็แค่ประยุคให้เข้ากับสถานที่มีอะไรที่คิดว่าเหมาะสมก็ใช้ออกไปก่อนก็ได้  ไม่อย่างงั้นแล้ว สายออกกำลังกาย ก็จะรู้สึกหงุดหงิดเมื่อไม่ได้ออกนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตาม สุขภาพต้องมาก่อนนะครับ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

MUAY THAI กีฬาที่ให้มากกว่าแค่ ออกกำลัง

มวยไทยกับลูกเตะ

มวยไทย ช่วยฝึกอะไรคุณได้บ้าง?

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก health.kapook

แม่ไม้ในมวยไทย คืออะไร

แม่ไม้ในมวยไทย คืออะไร

เราอาจเคยได้ยินคำว่า แม่ไม้มวยไทย มานมนาน แท้จริงแล้วความหมายไม่ได้เรียกไว้ให้ดูเท่ๆ แต่เพียงเท่านั้น แต่ยังมีความหมายในเชิงปฏิบัติ ที่แอบแฝงไปด้วยรหัสอันตราย ความหมายที่ว่านั้น คืออะไรกัน?

 

     แม่ไม้ ในมวยไทย คืออะไร เพราะความหมายของมวยไทย แท้จริงแล้ว คือศิลปะการรุกและรับ เป็นการเลือกใช้ไม้มวยไทย และกลวิธีต่างๆ ผสมผสานให้เข้ากัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ไม้มวยไทย ที่ใช้ในมวยไทย นั้นได้แก่ หมัด, เท้า, เข่า และศอก เพราะการใช้หมัดชกคู่ต่อสู้ เรียกว่า "ไม้หมัด" และการใช้เท้าเตะคู่ต่อสู้เรียกว่า "ไม้เตะ" การใช้เท้าถีบ ก็ต้องเรียกว่า "ไม้ถีบ" การใช้เข่าเรียกว่า "ไม้เข่า" การใช้ศอก ก็เรียกว่า "ไม้ศอก" และยังมีการแบ่งตามลักษณะความสั้น - ยาว ของการใช้ไม้มวยไทย อีกด้วย โดยแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ ไม้สั้น และไม้ยาว เช่น การใช้หมัดเหวี่ยงสั้น, หมัดงัด, ศอกและเข่า เรียกว่า "ไม้สั้น" การใช้เท้าเตะ ใช้เท้าถีบ หมัดเหวี่ยงยาว เรียกว่า "ไม้ยาว" นั่นเอง

 

     ดังนั้นการเตะ, ถีบ, เข่า และศอก เรียกว่า "แม่ไม้" ส่วนการต่อย หมัดงัด หมัดเหวี่ยงสั้น - ยาว การเตะตรง, เตะตัด, เตะตวัด, เตะเฉียง, เตะกลับหลัง, ถีบตรง, ถีบข้าง, ถีบกลับหลัง, เข่าตรง, เข่าเฉียง, เข่าตัด, เข่าลอย, ศอกตี, ศอกตัด, ศอกกลับหลัง, ศอกพุ่ง เหล่านี้เรียกว่า "ลูกไม้"

 

ไม้รุก คืออะไร?

     ไม้รุก คือ หลักวิชาการในการใช้ไม้มวยต่างๆ มาประกอบกันเพื่อเป็นการรุกโจมตีคู่ต่อสู้ มีทั้งการหลอกล่อ และเข้าสู้กันจริง โดยทั่วไป ไม้นำของไม้รุกจะเป็นไม้ยาว มีความเร็ว รัดกุม มีหลักมั่นคง สามารถใช้ไม้อื่นต่อไปได้ เช่น การถีบตรง, การเตะเฉียง, เตะลิด ส่วนไม้ตามนั้นจะเป็นไม้ยาวหรือไม้สั้นก็ได้

 

     ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการใช้ไม้จังหวะแรกว่าได้ผลดีประการใด ดังนั้นจึงนิยมใช้ไม้มวยแบบสลับบนล่าง หรือซ้ายสลับขวา เพื่อให้คู่ต่อสู้พะวง ถ้าใช้ไม้รุกเฉพาะส่วน หรือส่วนล่างอย่างเดียว จะง่ายต่อการป้องกันแก้ไข โดยทั่วไป ไม้รุก มีตั้งแต่จังหวะเดียวขึ้นไป จนไม่จำกัดจำนวน แต่นิยมใช้และได้ผลดี รวมไปถึงการฝึกหัดได้ง่าย คือ ไม้รุก 1 จังหวะ, 2 จังหวะ และ 3 จังหวะ

 

     ไม้รุก 1 จังหวะ คือ การรุกเข้าไปแล้วใช้ไม้มวยเพียงอย่างเดียว เช่น การชกหมัดตรงขวา, เตะขวา, โยนเข่าขวา หรือด้านที่ถนัดที่สุด เรียกว่า "ไม้รุกจังหวะเดียว"

 

     ไม้รุก 2 จังหวะ คือ การรุกเข้าไปใช้ไม้มวย 2 จังหวะ โดยในจังหวะที่ 1 เป็นไม้หลอก เพื่อให้คู่ต่อสู้เสียหลัก แล้วตามไปใช้ไม้จริงในจังหวะที่ 2 ต้องตามกันไปอย่างรวดเร็ว เรียกว่า "ไม้รุก 2 จังหวะ"

 

     ไม้รุก 3 จังหวะ คือ การรุกเข้าไปใช้ไม้มวยจังหวะที่ 1, 2 และ 3 ติดต่อกัน เช่น ต่อยหมัดนำ, หมัดตรง  แล้วเตะตาม ถ้าฝึกจนเกิดความชำนาญแล้ว ก็สามารถใช้ไม้สั้น เช่น ศอก, เข่า, หมัดตวัด, หมัดงัด เป็นไม้นำได้เช่นกัน

 

     ไม้รุก 4 จังหวะ คือ การรุกเข้าไปใช้ไม้มวยจังหวะที่ 1, 2 และ 3 ติดต่อกัน และไม้รุกที่ออกไปต่างก็หวังผลทั้งหมด แล้วแต่โอกาส ส่วนมากจังหวะที่ 1 และ2 เป็นไม้หลอก จังหวะที่ 3 และ 4 เป็นไม้จริง

 

ไม้รับ คืออะไร?

     ไม้รับ คือ หลักวิชาการในการนำเอาไม้มวยต่างๆ มาประกอบเข้าด้วยกัน เพื่อแก้ไขการจู่โจมของฝ่ายรุก ไม้มวยชนิดหนึ่ง อาจแก้การจู่โจมของไม้มวยชนิดเดียวกัน หรือต่างชนิดก็ได้ หรือแก้ทีละไม้ เช่น แก้การต่อย, แก้การเตะ, แก้การถีบ, แก้การศอก แต่ในการชกมวยจริงๆ ไม่ได้ชก หรือเตะเพียงจังหวะเดียว แต่จะรุกเป็นชุด เช่น ต่อยนำ, เตะตาม แล้วเข่าตาม หรือต่อยตามเข่า

 

     ความหมายรวมไปถึงการทำทุกอย่างเพื่อแก้ไขการจู่โจม เช่น การถอยออกให้พ้นระยะ เพื่อไม่ให้ถูกอาวุธของคู่ต่อสู้, การหลบหลีก, การปัดป้อง และการตอบโต้ ซึ่งมีการชิงลงมือก่อน การถอยแล้วตอบโต้ การหลบหลีกแล้วตอบโต้

 

     ไม้รับในที่นี้ จะกล่าวถึงการรับไม้มวยของคู่ต่อสู้ทีละชนิดตามลำดับ เริ่มตั้งแต่รับการต่อย, รับการเตะ,  รับการถีบ, รับการเข่า และรับการศอก โดยอาศัยการถอย, หลบหลีก, ปัดป้อง และตอบโต้ด้วยไม้มวยต่างๆ อาทิ

 

- การหลอกล่อ คือ การเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อให้คู่ต่อสู้เข้าใจผิด หรือเพื่อไม่ให้คู่ต่อสู้จับทางเราได้ ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวอวัยวะต่างๆ โดยไม่เคลื่อนที่ไปจากที่เดิม

- หลอกด้วยสายตา คือ มองสูงแต่ใช้ไม้มวยไปสู่เป้าหมายที่ต่ำ หรือมองต่ำแต่ใช้ไม้มวยไปสู่เป้าหมายที่สูง

- หลอกด้วยศีรษะ คือ การเคลื่อนไหวศีรษะไปมาทั้งด้านซ้ายและด้านขวา เพื่อให้คู่ต่อสู้หลงทาง

- หลอกล่อด้วยการเคลื่อนไหวลำตัว คือ การอาศัยความอ่อนตัว เช่น การโยกเอวหรือโยกลำตัวไปทางซ้ายและขวา

- การถอยให้พ้นระยะ คือ การถอยให้ห่างจากคู่ต่อสู้ อาจกระโดดเคลื่อนเท้าถอยหลัง หรือก้าวถอยหลัง แต่ต้องให้พ้นระยะไม้มวยของคู่ต่อสู้ ในการถอยเมื่อพ้นระยะแล้ว จะต้องอยู่ในท่าที่พร้อมจะตอบโต้คู่ต่อสู้ทันที

- การโยกตัวหรือการเอนตัวให้พ้นระยะ คือ การโยกตัวหรือเอนตัวออกให้พ้นระยะคู่ต่อสู้

- การหลบหลีก คือ การเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกาย เพื่อหลบหลีกไม้มวยของคู่ต่อสู้ที่จู่โจมมา อาจใช้วิธีก้มตัวหลบด้านซ้ายและขวา

- การปัดให้เบี่ยงเบนออกไป คือ การใช้มือหรือแขนปัดไม้มวยไปยังเป้าหมายอื่น

- การปัดป้อง คือ การใช้ส่วนต่างๆ ที่แข็งแรงของร่างกายปัดป้องอวัยวะที่เป็นจุดอ่อนของร่างกาย เช่น การใช้เข่าปัดป้องท้อง รวมถึงบริเวณลำตัว การใช้ศอกและเข่าบริเวณหน้าอก

- การบังเกาะจับ คือ การบังไม่ให้ไม้มวยคู่ต่อสู้ปะทะกับตัวเรา การบังนั้นจะต้องอาศัยการผ่อนแรงถูกจังหวะและเหมาะสมจึงจะได้ผลดี เมื่อบังเกาะจับได้แล้ว ก็สามารถใช้ไม้มวยตอบโต้ได้ทันที

- การทำให้ล้ม ในมวยไทยมีหลายแบบ แต่ที่ถูกต้องตามกติกาคือ ใช้วิธีการบังเกาะจับแล้วผลักให้ล้ม หรือการกอดรัดแล้วเหวี่ยงให้ล้ม

 

     และหากคุณกำลังมองหาสถานที่ฝึก มวยไทย หรืออยากเรียนมวยไทย มาฝึกกับเราได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) กับสาขาที่ใกล้และสะดวกที่สุด ได้เลย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ohlor

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- ผู้หญิง ได้อะไรจากมวยไทย

- ต่อย มวยไทย ยังไงให้ลดความอ้วนได้

MUAY THAI กีฬาที่ให้มากกว่าแค่ ออกกำลัง

MUAY THAI กีฬาที่ให้มากกว่าแค่ ออกกำลัง

สายแข็งที่ชื่นชอบการต่อยมวย ซึ่งทำให้ มวยไทย (Muay Thai) ไม่ได้เป็นกีฬาที่ฮิตเฉพาะในบ้านเรา แต่ในเมืองนอกเขาก็อินกันมาก และ มวยไทย (Muay Thai) ก็ไม่ใช่แค่กีฬาในกระแส แต่ยังมีอะไรดีๆ ที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้ มาก่อน

 

1st Benefit: ช่วยลดความนอยด์

อย่าคิดว่าการใช้กำลังจะยิ่งทำให้นอยด์ เพราะความจริงแล้วกีฬาประเภทนี้กลับทำให้เรามีสมาธิและสติมากขึ้นต่างหาก เพราะทุกครั้งที่คุณยืนอยู่หน้าคู่ต่อสู้ คุณจะต้องโฟกัสกับทุกการเคลื่อนไหว นั่นทำให้คุณไม่มีเวลาที่จะได้คิดวิตกกังวลอะไรทั้งนั้น มวยไทย (Muay Thai) ช่วยให้เรียนรู้ที่จะจัดการกับความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นในแต่ละวันได้ดีขึ้น คุณเพียงต้องใช้ความพยายามในการฝึกฝน และคุณก็จะสามารถโฟกัสกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้ดี

 

2nd Benefit: เพิ่มพลังกล้ามเนื้อ

หลายคนอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าการต่อยมวยนั้นจำกัดอยู่ที่การใช้แค่หมัดและเท้า แต่สำหรับ มวยไทย  (Muay Thai) แล้วทุกอย่างจะต้องประสานกันหมด ทั้งข้อศอก คาง และเข่า เวลาที่เราเคลื่อนตัว จู่โจม และป้องกันการรุกจากทิศทางต่างๆ นั่นจะทำให้กล้ามเนื้อทำงานอยู่ตลอด และพลังงานก็จะพุ่งไปทั่วตัว โดยการเตะจะเน้นที่ส่วนของลำตัว สะโพก และก้น ส่วนการต่อยโดยใช้ข้อศอกและกำปั้น จะได้ส่วนของแขนและข้อมือ และยิ่งถ้าทำได้ถูกท่า ก็จะช่วยเบิร์นแคลอรี่ได้มากขึ้นด้วย

 

3rd Benefit: อัพรอยยักในสมอง

แน่นอนว่าคงไม่ใช่แค่คุณคนเดียวแน่ที่เป็นฝ่ายจู่โจม เพราะฉะนั้นคุณจะต้องรู้จักที่จะหลบหลีก ก้มหลบหมัดต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งในการตั้งรับนั้น คุณอาจจะต้องมีการออกหมัด ยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาบล็อก หรือแม้แต่การโต้ตอบกลับด้วยหมัดขวาตรง ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องทำด้วยสปีดที่เร็ว ปฏิกิริยาการโต้ตอบจะช่วยฝึกการทำงานที่สอดประสานระหว่างสมองและกล้ามเนื้อให้ทำงานได้ดีขึ้น จนในที่สุดคุณจะสามารถกลายเป็นคนที่มีปฏิกิริยาตอบโต้ได้เร็วในสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะภายใต้สถานการณ์ที่กดดัน

 

4th Benefit: สร้างความมั่นใจ

มันไม่ใช่ว่าการที่คุณเรียนรู้ที่จะแตะต่อยเป็นแล้วจะทำให้คุณมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น แต่ “มวยไทย” จะทำให้คุณได้รู้จักศักยภาพของตัวเอง รู้ว่าร่างกายของคุณสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด และนี่แหละคือสิ่งที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจและความภูมิใจให้กับตัวคุณเอง “การที่ได้เรียนรู้วิธีการป้องกันตัวเองจะทำให้คุณรู้สึกทึ่งกับร่างกาย” ในขณะที่หลายคนอาจจะปลื้มปริ่มกับรูปภาพเซลฟี่บนโซเชียลที่ผ่านการแต่งมากว่าสิบแอพฯ แต่ “มวยไทย” จะสอนให้คุณรู้คุณค่าที่เป็นตัวตนของคุณจริงๆ

 

5th Benefit: ฝึกสกิลการวางแผนที่รวดเร็ว

การจู่โจมในแต่ละครั้งมันมากกว่าแค่การแตะ หรือต่อยออกไปเท่านั้น มันเป็นศิลปะการต่อสู้ที่เราต้องอาศัยการวางแผนที่ดี เราต้องรูว่าควรจะออกหมัดจังหวะไหน ด้วยน้ำหนักเท่าไหร่ หรือตอนไหนที่ควรหลบหลีก กำลังเป็นสิ่งสำคัญ แต่พลังสมองในการวางแผน วางกลยุทธนั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่จะมองข้ามได้ เพราะเราต้องคิดล่วงหน้าไปก่อนคู่ต่อสู้ ทักษะความออกสเต็ปของเท้าก็ต้องใช้การฝึกฝนและพัฒนาอย่างต่อเนื่องเหมือนกัน

 

เห็นไหมว่า มวยไทย (Muay Thai)  ไม่ใช่แค่เป็นกีฬาที่ใช้แต่กำลัง แต่ยังได้ฝึกสมองและพัฒนาสกิลต่างๆ ได้อีกด้วย เย็นนี้ไปลองกันซักคลาสไหมที่ เจริญทอง มวยไทย ยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym )

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก paolohospital

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

มวยไทยกับลูกเตะ

สเต็ปลดน้ำหนักด้วยการต่อยมวย

มวยไทยกับลูกเตะ

มวยไทยกับลูกเตะ

บอกได้เลยว่า มวยไทย ( Muay Thai ) อาวุธที่ติดเครื่องใช้ทุกสังเวชและขาดไม่ได้เลยคือลูกเตะ ลูกเตะเป็นสิ่งที่อันตรายมาก สามารถน็อคได้เลยภายในเสี้ยววิเลยก็ว่าได้ วันนี้มาเรียนรู้ถึงลูกเตะมวยไทยกันเถอะ

 

เตะในความหมาย ง่ายๆ เลยก็คือ การใช้เท้า ฟาดไปที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งทำให้เกิด การกระเด็น กระทบ เป็นทน แต่ในศัพท์ มวยไทย ( Muay Thai ) หมายถึง การใช้เท้าฟาดไปที่ศัตรูทำให้เกิดอาการบาดเจ็บ และยิ่งคำว่า ลูกเตะต้องใส่ลวดลาย มวยไทย ( Muay Thai )   ลงไปด้วย

 

การเตะก็คือการใช้ขาเหวี่ยงออกไปเป็นแนว ตรง แนวเฉียง แนวขนาน แนวคว่ำ หรือแม้แต่การใช้ส้นเตะ ซึ่งในปัจจุบันนี้ มักจะเรียกว่า “จระเข้ฟาดหาง” ซึ่งหากเรารู้จักใช้ ความได้เปรียบในเกมการต่อสู้จะอยู่ที่เราทันที ทำไมผมถึงกล่าวเช่นนี้  ให้สังเกตให้ดีๆ เวลาเราต่อสู้กัน คนที่ถนัดหมัด ก็จ้องแต่จะใช้หมัด คนที่ถนัดเข่าก็จ้องแต่จะใช้เข่า คนที่ถนัดศอก ถนัดเตะ ก็จ้องแต่จะใช้สิ่งที่ตัวเองนั้นถนัด

 

การฝึกการเหวี่ยงแข้งในแบบ มวยไทย ( Muay Thai )  การเหวี่ยงแข้งที่ถูกต้อง จะต้องเริ่มที่การยืนให้ทิ้งนำหนักลงบนฝ่าเท้าทั้งสองข้าง เวลาจะเหวี่ยงแข้งข้างไหน ให้เราถ่ายน้ำหนักลงบนขาข้างที่ไม่ได้เหวี่ยงแข้ง โดยหมุนปลายเท้าข้างที่เรายืนตามเวลาเราเหวี่ยงแข้งไป ซึ่งแล้วแต่ความถนัด  บางท่านก็หมุนฝ่าเท้าข้างที่ยืนก่อน จากนั้นก็เหวี่ยงแข้งตาม แต่ที่ถูกต้องจะต้องทำพร้อมๆกันนะครับ การเตะนั้นมีหลายข้อบ่งใช้ เช่น เตะขา เตะลำตัว เตะก้านคอ   ซึ่งจุดที่จะเตะนั้นเป็นจุด ชกมวยเป็นอย่างด

 

เตะขา เมื่อเราฝึกการเตะขา เราก็ควรฝึกให้ได้หลายรูปแบบด้วยกัน คือ การเตะสะบัด การเตะเหวี่ยง และการเตะด้วยตาตุ่ม รวมไปถึงการเตะด้วยส้นเท้า

 

เตะลำตัว เราควรงอขาเพื่อให้เป็นเข่าไปด้วย แต่ไม่งอจนเป็นมุมแหลม การเตะขาตรงนั้น ทำให้คู่ต่อสู้สามารถเข้าหาเราได้ง่าย จึงนิยมการเตะแบบงอเข่าเล็กน้อยหรือบางทีก็เตะแบบครึ่งแข้งครึ่งเข่า จะทำให้เข่าที่เรางอเอาไว้นั้น บังหรือกั้นคู่ต่อสู้ของเราไม่ให้เข้ามาชก หรือเข้ามาถึงตัวเราได้ง่าย ที่สำคัญเราควรเอนตัวไปทางด้านหลัง

 

เตะก้านคอ เป็นลูกที่อันตรายทั้งคนเตะและคนถูกเตะ เนื่องจากว่า ถ้าเตะในแบบไม่ระมัดระวังเมื่อเรายกขาสูง ขาข้างที่เรายืนย่อมเสียหลักหรือเสียศูนย์ได้โดยง่าย หากเราเตะขึ้นไปแล้วเป้าหมายเคลื่อนเข้ามาหาเรา ซึ่งนับเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะว่าเรายืนขาเดียว ยิ่งคู่ต่อสู้เป็นมวยมากเรายิ่งเสียเปรียบมาก การเตะก้านคอต้องระวังในเรื่องหลักของการยืนนะครับ หลักไม่ดีก็อาจจะโดนส่วนได้

 

 การเตะด้วยขาหน้า  ผู้ฝึก มวยไทย ( Muay Thai )  ทุกคน ควรฝึกการเตะด้วยขาหน้า เนื่องจากขาหน้านั้นอยู่ใกล้คู่ต่อสู้มากที่สุด การเตะด้วยขาหน้าจึงเป็นการเตะเพื่อตัดจังหวะของคู่ต่อสู้ได้อย่างดียิ่ง เนื่องจากเป็นการเตะที่รวดเร็วและทำลายจังหวะรุกของคู่ต่อสู้  การเตะด้วยขาหน้านั้น ควรเตะขาเป็นอันดับแรก เพราะคนเราจะเดินก็เดินด้วยขา เมื่อคู่ต่อสู้ขยับชก

 

การเตะแบบจระเข้ฟาดหาง  การเตะแบบจระเข้ฟาดหางนั้น ควรฝึกให้ชำนาญ เพราะจะใช้เมื่อเราเตะผิด แล้วคู่ต่อสู้ถลำเข้ามาหาเรา หรือเราเสียหลักแล้วคู่ต่อสู้ถลำเข้ามา และอีกอย่างหนึ่งก็คือเราวางแผนให้คู่ต่อสู้ชกเราหรือทำอะไรสักอย่างมาที่เรา แล้วเราก็ใช้จะเข้ฟาดหาง ที่เราเตรียมเอาไว้นั้นกลับไปยังคู่ต่อสู้ จระเข้ฟาดหาง  ต้องระวังถึงเวลาหันหลังแล้วฟาด เพียงเสี้ยววิ ก็อาจจะทำให้คู่ต่อสู้เข้ามาถึง ตัวเราได้แล้ว

 

เห็นไหมครับว่าลูกเตะของ มวยไทย ( Muay Thai )   เป็นสิ่งที่เราสามารถฝึกได้ และต้องฝึกอย่างชำนาญ อีกด้วย หากใครอยากจะเรียน มวยไทย ( Muay Thai )  เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) เป็นยิมมวยต้นแบบที่นำ "ศิลปะแม่ไม้มวยไทย" กับ "วิทยาศาสตร์การกีฬา" และ "ความรู้ด้านโภชนาการ" มาผสมผสานเข้าได้ด้วยกัน เป็นศูนย์กลางผู้นำช่วยลดน้ำหนัก  ก็สามารถติดต่อเรามาได้ตลอดเลยนะครับ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

คุณสมบัติของ นักมวยไทย

รู้ไว้ไม่เสียหาย กติกาในการแข่งขันมวยไทย

ฟิตแอนด์เฟิร์ม “มวยไทย” เทรนด์การป้องกันตัวของผู้หญิงยุคใหม่

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก samkhum

มวยไทย ช่วยฝึกอะไรคุณได้บ้าง?

มวยไทย ช่วยฝึกอะไรคุณได้บ้าง?

แท้จริงแล้วการออกกำลังกายเป็นการแข่งขันกับตัวเอง และยังเป็นการฝึกทักษะบางอย่างทางอ้อมอีกด้วยการต่อยมวยนั้นนอกจากทำให้ผู้เล่นรู้สึกสนุกและท้าทายแล้ว แต่ยังจะช่วยฝึกทักษะด้านต่างๆเพิ่มขึ้น

 

 มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยฝึกทักษะด้านต่างๆดังต่อไปนี้

 

1. มีวินัย

        การฝึกซ้อมของ มวยไทย ( Muay Thai ) ก็จะทำซ้ำๆกันทุกวันในเวลาที่แน่นอนด้วยความตั้งใจ และร่างกายพร้อมที่จะซ้อม นี่คือสิ่งที่เป็นการฝึกวินัยให้กับตัวเอง ต้องทำงานทุกวันโดยไม่มีคนมาคอยสั่ง มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถสร้างเสริมวินัยได้เป็นอย่างดี หรือกีฬาประเภทอื่นๆ สามารถสร้างวินัยให้กับตัวเองได้เป็นอย่างดี เช่น รู้จักการแบ่งเวลาในการฝึกซ้อม มีความตรงต่อเวลา ฯลฯ เพราะถ้าหากว่าเราไม่มีวินัยในตัวเองก็จะทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องนั้นๆ แต่ มวยไทย ( Muay Thai ) จะสอนระบบในการจัดการของตัวเองโดยอัตโนมัติทำให้เรามีวินัยไปในตัว

 

2. ฉลาดมีไหวพริบ

        มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาที่ต้องใช้ทักษะในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา จะเห็นได้จากหลายการแข่งขันที่ผู้ชนะจะต้องมีหมดทั้งสามอย่างนี้ควบคู่กันไป มวยไทย ( Muay Thai ) จะสามารถปลูกฝังให้มีวิธีคิดที่จะสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีมาก

 

3. อดทน

        กีฬาประเภทนี้ถ้าขาดความอดทนแล้ว จะไม่สามารถเล่นได้เลย โดยเฉพาะเรื่องของการฝึกซ้อม ที่วันหนึ่งๆต้องซ้อมหนักมาก เพราะกีฬานี้ต้องการร่างกายในแบบที่พร้อมถึงขีดสุด หากขาดการฟิตซ้อมนั่นก็หมายถึงการเป็นนักมวยต้องมีความอดทนในการฝึกซ้อม สิ่งที่จะได้จาก มวยไทย ( Muay Thai ) นั่นคืออดทนเป็นอันดับแรก หรือไม่ว่าจะเป็นเพียงการฝึกซ้อมเพื่อป้องกันตัว เพื่อการออกกำลังกายก็ตาม ล้วนแต่ต้องใช้ความอดทนเท่านั้น จึงจะประสบความสำเร็จในด้านกีฬามวยแม้กระทั่งกีฬาประเภทต่างๆ ก็ต้องใช้ความอดทนมาก่อนเหมือนกัน

 

4. กล้าตัดสินใจ

        ก่อนชกนั้นเราอาจจะวางแผนการชกไว้อย่างหนึ่ง แต่เมื่อขึ้นชกจริง เราอาจชกไม่ได้อย่างแผนที่วางไว้เนื่องจากคู่ต่อสู้ของเราอาจเตรียมรับมือไว้แล้ว ทำให้เราต้องตัดสินใจที่จะเปลี่ยนรูปแบบการชกทันที ฉะนั้นการกล้าที่จะตัดสินใจเป็นสิ่งสำคัญสำหรับ มวยไทย ( Muay Thai )  เพื่อที่เราจะมีโอกาสชนะคู่ต่อสู้

 

5. ทำงานภายใต้ความกดดันได้ดี

        เมื่อขึ้นเวทีสังเวียนจริง นักมวยต้องช่วยเหลือตนเอง ไม่สามารถที่จะพึ่งพิงพี่เลี้ยงได้อีกต่อไป บนเวทีมีคู่ต่อสู้ประจันหน้าอยู่ตลอดเวลา เปรียบเสมือนแรงกดดันที่นักมวยต้องแบกรับอยู่ตลอดเวลา นักมวยต้องทำงาน คือชกมวยตามแผนที่ตนวางไว้ภายใต้แรงกดดันนี้ นอกจากนี้ยังมีเสียงเชียร์ทั้งจากฝ่ายที่สนับสนุน และฝ่ายที่อยากให้แพ้ การที่ต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันทั้งภายในจิตใจของตนเอง และภายนอกนี้ ช่วยสร้างให้นักมวยมีความแข็งแกร่งและสามารถเผชิญหน้ากับแรงกดดันได้ดี

 

6. กล้าเสี่ยง

        นักมวยไม่ได้ชกคนเดียว ต้องชกกับคู่ต่อสู้ และมีเวลากำหนดไว้แน่นอน ดังนั้นหากนักมวยไม่กล้าชกออกไปตามทิศทางที่ได้วางแผนเอาไว้ ก็เท่ากับว่า เป็นฝ่ายรับอย่างเดียว ไม่มีทางชนะได้แน่นอน ในการที่จะชกมวย จะมีอยู่บางช่วงเวลาที่เราต้องเสี่ยงว่าจะต่อยหมัดหนัก หรือว่าจะแย็บเบิกทาง เหมือนกับที่เวลาจะติดต่อประสานงาน ซื้อขาย หรือทำสิ่งต่างๆกับใครเมื่อหมดหนทางแล้ว เราจะประนีประนอมต่อหรือว่าจะแรงใส่เลย ก็เป็นการเสี่ยงอย่างหนึ่ง

 

7. สุขุมเยือกเย็น

        เมื่อขึ้นไปบนเวทีแล้วสิ่งที่จะช่วยเราให้เอาชนะได้ คือ ความสุขุมเยือกเย็นที่จะตัดสินใจวิเคราะห์ว่าคู่ต่อสู้จะทำอะไร แล้วเราควรจะทำอะไร เพื่อให้ได้วิธีที่ถูกต้องรัดกุมที่สุด จึงต้องมีความสุขุมเยือกเย็นเป็นอย่างมาก

 

8. เหตุผลอยู่เหนืออารมณ์

        หากใช้แต่อารมณ์มากกว่า ก็จะทำให้ไม่สามารถควบคุมเกมที่วางเอาไว้ได้ เมื่อไม่สามารถควบคุมได้โอกาสก็ตกไปเป็นของคู่แข่ง เมื่อโอกาสเป็นของคู่แข่ง ก็มีสิทธิ์ที่จะพ่ายแพ้ไม่ว่าจะซ้อมมามากเพียงใดก็ตาม

 

9. จิตใจดี

        มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นเป็นกีฬาที่ต้องปะทะกันโดยตรง ฉะนั้นการเป็นคนที่มีน้ำใจ ไม่ดูถูก หรือเหยียดหยามผู้แพ้เป็นสิ่งสำคัญ เราต้องยอมรับให้เกียรติคู่แข่ง กีฬามีแพ้ชนะ ไม่มีใครจะชนะตลอดเวลา สำคัญคือยอมรับความผิดหวัง และชื่นชมให้แก่ผู้ที่ชนะเราในวันนั้นได้และให้คิดว่าในวันหน้ายังมีโอกาส

 

10. เป็นมืออาชีพ

        การเป็นมืออาชีพ คือ การแข่งขันด้วยความเป็นนักกีฬาอย่างแท้จริง นักมวยต้องขยันฝึกซ้อม ทุ่มเทให้กับการแข่งขัน และแม้ว่าจะแพ้ หรือชนะก็ต้องยอมรับในผลที่จะเกิดขึ้น นักมวยต้องมีความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ของตนเอง อย่างนี้จึงเรียกได้ว่าเป็นนักมวยที่มีความเป็นมืออาชีพได้

 

11. ขยัน

        เราต้องอดทนซ้อมเพื่อไม่ให้ร่างกายเราอ่อนแอ ดังนั้นการนำเอามาใช้นอกสนามมวย ก็จะมีประโยชน์มากเพราะต้องมีความขยัน และอดทนกับงานที่เราทำ เพื่ออนาคตที่เราตั้งเป้าไว้ ถึงแม้ว่าเราจะเก่งในด้านการบริหารเวลา และมีความอดทนแล้ว ถ้าพูดถึงเรื่องขยันก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เช่น ต่อให้เรามีประสบการณ์มากเท่าไหร่ ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากแค่ไหน ถ้าเราไม่มีความขยัน ทุกอย่างที่เราเก่งก็ไม่ได้ช่วยอะไรเราเลย

 

        การต่อยมวยนอกจากทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้วยังสามารถช่วยพัฒนาศักยภาพ และทักษะให้คุณมากขนาดนี้ ส่วนใครที่อยากพัฒนาตัวตนจากการต่อยมวยก็อย่ารอช้า  เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) เป็นยิมมวยต้นแบบที่นำ "ศิลปะแม่ไม้มวยไทย" กับ "วิทยาศาสตร์การกีฬา" และ "ความรู้ด้านโภชนาการ" มาผสมผสานเข้าได้ด้วยกัน เป็นศูนย์กลางผู้นำช่วยลดน้ำหนัก ศิลปวัฒนธรรมมวยไทย และเชี่ยวชารด้านโภชนาการ นับว่าเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ได้นำมารวมเป็นหนึ่ง

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก jobtopgun

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

คุณสมบัติของ นักมวยไทย

รู้ไว้ไม่เสียหาย กติกาในการแข่งขันมวยไทย

วิถี นักมวย แค่หมัดหนัก ยังไม่พอ

วิถี นักมวย แค่หมัดหนัก ยังไม่พอ

     กระแสกีฬามวย กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง ทำให้ผู้คนต่างหันมาออกกำลังกายแบบ ชกมวย กันเยอะขึ้น ทว่าวิถีของนักมวยบนผืนผ้าใบ คนที่หมัดหนักที่สุด อาจไม่ได้เป็นผู้ชนะเสมอไปก็ได้

 

เส้นทางกว่าจะมาเป็น ‘นักมวย’

     มีเทรนเนอร์ดี สิ่งแรกคือการเคลื่อนไหวพื้นฐาน ที่เทรนเนอร์จะสอนท่าเบื้องต้น ทั้งการเคลื่อนไหว การป้องกัน การยืนตำแหน่งยามอยู่บนเวที รวมถึงความแคล่วคล่องว่องไว

 

     สภาพความฟิต มองดูภายนอกคุณอาจเป็นนักกีฬาที่ดูดี แต่หากความฟิตไม่ถึง ทุกอย่างเป็นอันจบ การฝึกซ้อมด้วยการออกกำลังกาย อาทิ กระโดดเชือก วิ่ง ลุก-นั่ง คือแนวทางที่จะทำให้คุณไม่หมดแรงง่ายๆบนเวที

 

     ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ คือแนวทางที่ช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ โยคะ คือวิธีการที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง แต่ความจริงแล้วมันสามารถช่วยให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่นและฝึกสมาธิไปในตัวด้วย

 

     ควบคุมอาหาร หากคุณเป็นนักมวยที่เตรียมขึ้นชก อาหารประเภทโปรตีนคือสิ่งที่ร่างกายต้องการมากที่สุด อาทิ ปลา ไก่ ไข่ เนย ถั่ว รวมถึงผักผลไม้ และไขมันที่เหมาะสมกับร่างกายอาทิ อะโวคาโด

 

     ยกระดับการออกกำลัง อีกหนึ่งขั้นของการฝึกความอึดและอดทด การจะเป็นนักมวยที่ดี อย่าลืมว่าตลอดการชก ขาของคุณต้องเคลื่อนไหวอยู่บนเวทีตลอดเวลา ฉะนั้นจำเป็นต้องยกระดับการออกกำลังเพื่อเพื่อความอดทน

 

     ฝึกฝนจิตใจ กีฬามวย ไม่ใช่แค่การต่อสู้ด้วยพละกำลังเท่านั้น แต่มันยังวัดถึงความสามารถด้านกระบวนความคิด การตัดสินใจในสถานการณ์เฉพาะหน้าเพียงเสี้ยววินาที นักมวยระดับโลกหลายคน อาทิ มูฮัมหมัด อาลี ,ฟลอยด์ เมเวทเธอร์ จูเนียร์ หรือกระทั่งสมรักษ์ คำสิงห์ มีความพิเศษเหล่านี้ ที่นำพาพวกเขาไปสู่ชัยชนะได้

 

4 ปัจจัยหลัก ‘นักมวย’ เมื่อขึ้นชกบนเวที

 

     การป้องกัน หากไม่มีการป้องกันตัวที่ดีหรือประมาทเกินไป ก็อาจถูกน็อคได้ง่ายๆ สิ่งสำคัญคือต้องพยามตั้งการ์ดป้องกันให้ได้ตลอดเวลาเมื่ออยู่บนเวที

 

    ความเร็ว แม้ว่าน้ำหนักหมัดของคุณจะหนักแค่ไหน แต่หากไม่มีความเร็วหรือช้ากว่าคู่แข่งเพียงแค่หนึ่งสเต็ป คุณก็ไม่มีทางที่จะปล่อยหมัดใส่คู่แข่งได้เลย

 

     น้ำหนักหมัด การมีหมัดที่หนักบางทีก็ไม่จำเป็นเสมอไป ต้องหาจังหวะในการชก คืออีกหนึ่งแนวทางที่จะทำให้คุณเผด็จศึกคู่ชก เพราะบางทีแค่หมัดเดียวเน้นๆก็เพียงพอแล้ว

 

     ทั้งหมดนี้คือเส้นทางสู่ความสำเร็จ ที่ใช้ได้ในทุกๆวงการ โดยเฉพาะวงการมวย หากสนใจกีฬาออกกำลังกายประเภทนี้ มาฝึกกับเราได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) กับสาขาที่ใกล้และสะดวกที่สุด ได้เลย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sanook

อ่านบทความที่น่าสนใจ

- ต่อยให้หลับ ฉบับ นักมวยไทย

- อาวุธโจมตีของมวยไทยอันไหนอันตรายที่สุด

สเต็ปลดน้ำหนักด้วยการต่อยมวย

สเต็ปลดน้ำหนักด้วยการต่อยมวย

เดี๋ยวนี้การต่อยมวย ไม่ใช่แค่ กีฬาอย่างเดียวแล้ว การต่อยมวยเทรนด์ตอนนี้คือ ออกกำลังกายแล้ว วันนี้เราจะมาบอกถึงสเต็ปลดน้ำหนักด้วย มวยไทย ( Muay thai ) กันว่ามีอะไรที่หน้าสนใจบ้าง

 

เล่น มวยไทย ( Muay thai ) แล้วได้อะไรบ้างและคำนึงถึงอะไร

 

มวยไทย ( Muay Thai ) ได้ออกกำลังทุกส่วนของร่างกาย

     เป้าหมายของการต่อยมวยคือให้ทุกส่วนของร่างกายได้ใช้งาน นอกเหนือไปจากการกระตุ้นความแข็งแรงของร่างกายและระบบไหลเวียนโลหิตแล้ว การชกมวยยังช่วยเพิ่มการฝึกทักษะที่เกี่ยวข้องอย่าง การทรงตัว ปฏิกิริยาตอบโต้และความคล่องตัว 

 

เผาผลาญพลังงานได้เร็วกว่า

 

การชกมวยอาจเป็นทางเลือกใหม่ในการออกกำลังกายแบบ High-intensity Interval Training ( การออกกำลังกายแบบความเข้มข้นสูง ) การออกกำลังกายประเภทนี้จะช่วยให้สร้างความแข็งแรง ความรวดเร็ว มีพลังมากขึ้น และกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกาย เมื่อนำมาเทียบกับการวิ่งหรือปั่นจักรยานจะเผาผลาญพลังงานได้มากกว่า แต่ใช้เวลาน้อยลง

 

การออกกำลังกายด้วยการ มวยไทย ( Muay Thai ) ไม่จำเป็นต้องมีคู่ซ้อม สามารถต่อยลม ชกอากาศออกหมัดได้อย่างอิสระ โดยชกตามจังหวะและรูปแบบต่างๆ ที่ครูฝึกแนะนำ รวมทั้งการใช้ศอก การเตะ ทำให้ได้รู้จักกับท่าทางและลีลาของ มวยไทย ไปด้วยในตัว ซึ่งหากคุณได้ออกกำลังกายด้วยการ ต่อยมวย ขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า คุณจะได้ใช้ร่างกายเกือบทุกส่วน เบิร์นไขมันได้กระจายเลยที

 

ทำให้ออกกำลังกายได้นานขึ้น และอดทนต่อความเหนื่อย

มวยไทย ( Muay Thai ) หลักๆ เลยเราต้องอดทนต่อความเหนื่อยล้า แต่เอาเท่าที่ไหว วันนี้ เล่น 20 นาทีพรุ่งนี้เล่น 25 นาทีเป็นขั้นตอนไป ไม่งั้นเราก็จะไม่ไหว ร่างกายเจ็บอีก ดังนั้นการที่เราจะลดน้ำหนักนั้น ต้องอาศัยหลายปัจจัยในการ เล่นมวยไทย ไม่ใช่ว่า อยู่ดีๆ จะเล่น ไม่ได้นะครับต้องศึกษาให้ดี  ทำอย่างไรก็ได้ให้ร่างกายเวลาออกกำลังกายเจ็บน้อยที่สุด

 

เป็นไงกันบ้าง กับบทความ เกี่ยวกับ มวยไทย พวกเรา สามารถทำตามนี้ได้เลย น้ำไปใช้ได้เลยนะครับ เพราะการ เล่นมวยไทย ให้อะไรเรามากกว่าที่เราคิดไว้เยอะ ไม่ใช้แค่เรียนร็ ศิลปะอย่างเดียว  ครูฝึกก็สามารถถามได้ตลอดเลยว่าทำแบบนี้ถูกไหม ไม่ต้องกลัวนะครับ

 

อยาก เรียน มวยไทย (Muay thai) ก็ต้องมีจังหวะในการเริ่มต้นทั้งการวิ่ง การเดิน  เพราสกิล พวกนี้สามารถใช้ได้ในชีวิตจริง เพื่อป้องกันตัวของตัวเอง หากท่าใดกำลังมอง หา ยิบ มวยไทย (Muay thai) สามารถเข้ามาติดต่อสอบถามได้ตลอดเลยนะครับ  เจริญทอง มวยไทย ยิม” ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ฟิตแอนด์เฟิร์ม “มวยไทย” เทรนด์การป้องกันตัวของผู้หญิงยุคใหม่

มวยไทย ช่วยฝึกทักษะอะไรบ้าง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก   jobtopgun

ผู้หญิง ได้อะไรจากมวยไทย

ผู้หญิง ได้อะไรจากมวยไทย

ผู้หญิง กับ มวยไทย คุณรู้ไหมว่าอะไรที่คุณจะได้รับจากการฝึกมวยไทย? ทุกสิ่งที่คุณต้องการจากการออกกำลังกาย เพื่อ หุ่นที่ดี สุขภาพที่ดี ร่างกายที่ดี เชื่อหรือไม่ว่า มวยไทย สามารถสร้างให้คุณได้?

 

     กีฬา มวยไทย เป็นกีฬาที่เห็นได้ชัดถึงความดุดัน แข็งแรง ที่เหล่าผู้ชายนิยมชมชอบกัน แต่ก็มีผู้หญิงอยู่มิใช่น้อย ที่หันมาเอาดีด้าน มวยไทย ฝึก มวยไทย จนสามารถชกล้มผู้ชาย แมนๆ ทั้งแท่ง ได้แบบตัวต่อตัวมาแล้วก็มี ผู้หญิงในยุคปัจจุบันบางส่วนมองเห็นข้อดีของการฝึก มวยไทย ตรงจุดนี้ จึงนิยมหันมาฝึก มวยไทย กัน บ้างก็เพื่อสุขภาพของตน บ้างก็เอาไว้ป้องกันตัว เพราะสิ่งที่คุณจะได้จากการฝึก มวยไทย ล้วนแล้วแต่คุณจะได้รับแบบ 3 in 1 ทั้งสิ้น

 

การต่อยมวย 

     อาจจะดูเป็นกีฬาแรงๆ สำหรับคนแมนๆ เขาเล่นกัน แต่ลองมาออกหมัด, เท้า, เข่า, ศอก ดูก่อน แล้วคุณจะรู้ว่าการต่อยมวยหรือ มวยไทย เหมาะกับผู้หญิงมากกว่าที่คิด แล้วผู้หญิงนี่แหละ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเรียนมวย เพราะนอกจาก มวยไทย จะเป็นศิลปะชั้นเลิศในการป้องกันตัวแล้ว ยังเป็นกีฬาที่สนุก ช่วยลดความเครียด ช่วยเสริมบุคลิกที่ดี สร้างความมั่นใจ ช่วยลดน้ำหนัก ทำให้รูปร่างของสาวๆ สวยกระชับ และเพิ่มความสดใส อ่อนเยาว์ให้ผิวพรรณได้อีกด้วย

 

10 ครั้งก็เห็นผล

     การฝึก มวยไทย จะช่วยให้คุณได้ใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนอย่างเต็มที่ จึงเป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนักที่ดี ทั้งช่วยเบิร์นไขมันสะสม และก็เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ พร้อมกัน แค่ครั้งละหนึ่งชั่วโมงครึ่ง สัก 3 ครั้งต่อสัปดาห์ เพียงแค่ 10 ครั้ง หุ่นคุณก็จะเฟิร์มขึ้น จนรู้สึกได้ชัดถึงความเปลี่ยนแปลงเลยทีเดียว
นอกจากนี้ เวลาที่คุณออกแรงเตะ, ต่อย ครูฝึกจะสอนให้เปล่งเสียงออกมาเต็มที่ ซึ่งตรงนี้ นอกจากจะช่วยเรื่องระบบการหายใจแล้ว ยังจะทำให้คุณได้ปลดปล่อยความเครียดได้อีกด้วย

 

ฝึก มวยไทย ใช้แคลอรี่มากแค่ไหน

     เรื่องตัวเลขมักสำคัญกับผู้หญิงเสมอ เรารับประกันได้ว่า มวยไทย เป็นการเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าการออกกำลังเกือบทุกชนิด แม้กระทั่ง โยคะ, พิลาทิส ข้อแตกต่างที่สำคัญอีกข้อคือการที่การออกกำลังกายด้วย มวยไทย จะได้ใช้กล้ามเนื้อหลายส่วนพร้อมๆ กัน การเตะหนึ่งครั้ง จะได้ทั้งกล้ามเนื้อไหล่ กล้ามท้องด้านข้าง ไปจนถึงกล้ามเนื้อขา เรียกว่าได้ทั้งตัว ถือเป็นวิธีที่เหมาะสมในการลดน้ำหนัก โดยสองชั่วโมงสามารถเผาผลาญพลังงานได้ถึง 2,000 แคลอรี่ เลยทีเดียว

 

ดื้อ สวย ดุ

     ต้องทำความเข้าใจกันก่อน ว่าการฝึก มวยไทย ที่เราพูดถึงนี้ ก็คือการฝึกชก, เตะ และท่าทางต่างๆ ของมวยมาประยุกต์เป็นท่าออกกำลังกายเฉยๆ ดังนั้น นอกจากคุณจะได้เบิร์นแล้ว คุณยังได้ฝีไม้ลายมือในการป้องกันตัวติดไปด้วย ถ้าคุณเข้าคลาสเรียนในยิมกับเทรนเนอร์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านมวยจริงๆ คุณก็จะได้ฝึกพื้นฐานตั้งแต่การยืน, เดิน ไปจนถึงการใช้หมัด, เท้า, เข่า, ศอก แบบครบสูตร จากนั้น ก็จะได้ฝึกกับเป้าและกระสอบทราย และเมื่อคุณคุ้นชินกับท่าทางแล้ว ก็จะมีการสอนให้ว่า หากอยู่ในสถานการณ์ต่างๆ ที่ไม่ปลอดภัย จะมีวิธีการป้องกันตัวอย่างไรได้บ้างด้วย ถือเป็นผลพลอยได้ที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับผู้หญิงเลยทีเดียว

 

     เพราะเหตุนี้ มวยไทย จึงเหมาะสำหรับผู้หญิงมากๆ และหากคุณกำลังมองหาสถานที่ฝึก มวยไทย หรืออยากเรียนมวยไทย มาฝึกกับเราได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) กับสาขาที่ใกล้และสะดวกที่สุด ได้เลย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก healthandtrend

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- มวยไทย ช่วยฝึกทักษะอะไรบ้าง

- ต่อย มวยไทย ยังไงให้ลดความอ้วนได้

การไหว้ครูของมวยไทย

การไหว้ครูของมวยไทย

     การไหว้ครูถือว่าเป็นประเพณีที่สำคัญอันศักดิ์สิทธิ์ของ มวยไทย ( Muay Thai )  ทั้งนี้ผู้ที่จะได้รับการฝึกฝนให้เป็นนัก มวยไทย ( Muay Thai ) จะต้องมีการขึ้นครู  ซึ่งเปรียบเสมือนพิธีการมอบตนเองอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของครู

 

     การไหว้ครู คือ เป็นการร่ายรำในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อแสดงถึงความกตัญญูรู้คุณและความเคารพต่อครู มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาช้านาน เช่นเดียวกับวิชาการหลายแขนงของไทย ที่มักทำการไหว้ครูก่อนและให้มีเครื่องแต่งกาย การสวมมงคลขณะทำการร่ายรำไหว้ครูบนสังเวียน เนื่องจากถือเป็นของศักดิ์สิทธิ์

 

     ท่าที่นิยมทำการไหว้ครูมากที่สุดคือ พรหมสี่หน้า, หงส์เหิน, ยูงฟ้อนหาง, สอดสร้อยมาลา, พระรามแผลงศร, พยัคฆ์ตามกวาง, เสือลากหาง, สาวน้อยประแป้ง, ลับหอกโมกขศักดิ์ และกวางเหลียวหลัง ฯลฯ

 

     การรำไหว้ครูเริ่มจากนั่ง กราบเบญจางคประดิษฐ์ คุกเข่าถวายบังคม ขึ้นพรหมนั่ง-ยืน ท่ารำ มวยไทย ( Muay Thai ) อาจมีการเดินแปลง ย่างสามขุม การรูดเชือก การบริกรรมคาถา เพื่อสำรวจ ทักทายหรือข่มขวัญซึ่งแตกต่างกันไปตามแต่ละค่าย หรือสำนัก โดยมีการบรรเลงดนตรีให้จังหวะในการต่อสู้ซึ่งใช้ "เพลงสะหระหม่าแขก" ใช้ในการไหว้ครู "เพลงบุหลันชกมวย" และ "เพลงเชิด" ใช้ในการต่อสู้ ส่วนเครื่องดนตรีไทยที่ใช้บรรเลงประกอบด้วย ปี่ชวา, กลองแขก และฉิ่ง

         

 

การที่ครูจะรับผู้หนึ่งผู้ใดเป็นศิษย์นั้น ผู้เป็นศิษย์จะต้องให้สัตย์ปฏิญาณต่อครู ให้ศิษย์รับสัตย์ปฏิญาณ 4 ข้อ คือ

1) จะบำรุงร่างกายให้สะอาด แข็งแรง และดำรงชีวิตด้วยความซื่อสัตย์สุจริต บริสุทธิ์

2) จะไม่รังแกผู้อ่อนแอ ร่วมรักสามัคคี และช่วยเหลือกันเมื่อช่วยได้

3) จะบำเพ็ญกรณีเพื่อประโยชน์ผู้อื่น และรักชาติ

4) จะหลีกเลี่ยงเหตุการณ์อันไม่สงบ

 

สาเหตุที่มีการไหว้ครูก่อนแข่ง

 - เพื่อเป็นการอบอุ่นร่างกาย

- เพื่อเป็นการปลุกขวัญกำลังใจให้แก่ตน

- เพื่อบอกกล่าวบางอย่าง

- เพื่อเป็นการสำรวจพื้นที่ในเบื้องต้น

 

     การไหว้ครูสื่อความหมายให้เห็นคุณค่าด้านวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทย มีคุณประโยชน์มากมายทางด้านจิตใจของนัก มวยไทย ( Muay Thai )และผู้ชม มวยไทย ( Muay Thai ) ดังนี้

 

1) ปลูกฝังนิสัยให้เป็น มวยไทย ( Muay Thai ) คือ รู้จักรัก เคารพครูอาจารย์ บิดามารดา ผู้ให้กำเนิด มวยไทย ( Muay Thai )

2) ปลูกฝังจิตสำนึกให้ตระหนักในคุณค่าของศิลปะ มวยไทย ( Muay Thai ) เกิดความรักและหวงแหนที่จะอนุรักษ์ให้คงไว้สืบไป

3) เป็นกิจกรรมเผยแพร่เอกลักษณ์ และศิลปวัฒนธรรมประจำชาติได้อย่างสง่างาม สมศักดิ์ศรี

 

                                                                                                ขอขอบคุณข้อมูลจาก medium

 

อ่านบทความอื่นที่น่าสนใจ

คุณสมบัติของ นักมวยไทย

ศอก อาวุธเด็ดสุดอันตรายของ มวยไทย

 

 

คุณสมบัติของ นักมวยไทย

คุณสมบัติของ นักมวยไทย

นักมวยนั้น กว่าจะเป็นต้องมี การฝึก มวยไทย ( Muay thai) ให้คุ้นชิน วันนี้เราจะมาบอกถึงการเป็นนักมวยไทยและคุณสมบัติของคนที่จะเริ่มเล่น มวยไทย นั้นเอง หากเราไม่เตรียมตัวเราก็จะไม่รู้ว่าต้องทำยังไง

 

การเป็นนักมวยนั้น เราไม่ได้เป็นกันง่ายๆ มวยไทย ( Muay thai) เป็นกีฬาที่ต้องมี สุภาพบุรุษ และ ให้ความเคารพ ซึ่งกันและกัน หากเรา อยากเป็น นัก มวยไทย ( Muay thai)

เมื่อพูดถึงประโยชน์ของการออกกำลัง เรามักจะได้คำตอบว่า การออกกำลังกายทำให้ร่างกายมีสุขภาพที่ดี แข็งแรง และมีความฟิต เพราะเมื่อเราออกกำลังกายจะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจและหลอดเลือดแข็งแรง สามารถป้องกันโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคมะเร็ง หรือโรคอื่นๆได้

 

มีวินัย

        การฝึกซ้อมของกีฬามวยก็จะทำซ้ำๆกันทุกวันในเวลาที่แน่นอนด้วยความตั้งใจ และร่างกายพร้อมที่จะซ้อม นี่คือสิ่งที่เป็นการฝึกวินัยให้กับตัวเอง ต้องทำงานทุกวันโดยไม่มีคนมาคอยสั่ง กีฬามวยสามารถสร้างเสริมวินัยได้เป็นอย่างดี กีฬามวยหรือกีฬาประเภทอื่นๆ สามารถสร้างวินัยให้กับตัวเองได้เป็นอย่างดี

 

ฉลาดมีไหวพริบ

        กีฬา มวยไทย ( Muay thai) เป็นกีฬาที่ต้องใช้ทักษะในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา จะเห็นได้จากหลายการแข่งขันที่ผู้ชนะจะต้องมีหมดทั้งสามอย่างนี้ควบคู่กันไป กีฬามวยจะสามารถปลูกฝังให้มีวิธีคิดที่จะสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีมาก

 

อดทน

กีฬาประเภทนี้ถ้าขาดความอดทนแล้ว จะไม่สามารถเล่นได้เลย โดยเฉพาะเรื่องของการฝึกซ้อม ที่วันหนึ่งๆต้องซ้อมหนักมาก เพราะกีฬานี้ต้องการร่างกายในแบบที่พร้อมถึงขีดสุด หากขาดการฟิตซ้อมนั่นก็หมายถึงการเป็นนักมวยต้องมีความอดทนในการฝึกซ้อม

 

กล้าตัดสินใจ

        ก่อนชกนั้นเราอาจจะวางแผนการชกไว้อย่างหนึ่ง แต่เมื่อขึ้นชกจริง เราอาจชกไม่ได้อย่างแผนที่วางไว้เนื่องจากคู่ต่อสู้ของเราอาจเตรียมรับมือไว้แล้ว ทำให้เราต้องตัดสินใจที่จะเปลี่ยนรูปแบบการชกทันที ฉะนั้นการกล้าที่จะตัดสินใจเป็นสิ่งสำคัญสำหรับ มวยไทย ( Muay thai)

กล้าเสี่ยง

        นักมวยไม่ได้ชกคนเดียว ต้องชกกับคู่ต่อสู้ และมีเวลากำหนดไว้แน่นอน ดังนั้นหากนักมวยไม่กล้าชกออกไปตามทิศทางที่ได้วางแผนเอาไว้ ก็เท่ากับว่า เป็นฝ่ายรับอย่างเดียว ไม่มีทางชนะได้แน่นอน ดังนั้นจึงต้องกล้าเสี่ยง ผลออกมาเป็นอย่างไร ก็ถือว่าเรามี คุณสมบัติในข้อนี้แล้ว

 

 เหตุผลอยู่เหนืออารมณ์

       มวยไทย ( Muay thai) หากใช้แต่อารมณ์มากกว่า ก็จะทำให้ไม่สามารถควบคุมเกมที่วางเอาไว้ได้ เมื่อไม่สามารถควบคุมได้โอกาสก็ตกไปเป็นของคู่แข่ง เมื่อโอกาสเป็นของคู่แข่ง ก็มีสิทธิ์ที่จะพ่ายแพ้ไม่ว่าจะซ้อมมามากเพียงใดก็ตาม

 

มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย นะครับที่ทุกคน จะต้องเป็นนักมวยกันได้ เราต้องมี ข้อคิดต่างๆ และมีการอดทนต่อการ โดนแรงกดดันต่างๆ หากใครที่ต้องการเป็นนักมวยหรือ อยากจะฝึกก็ต้องยอมรับเรื่องพวกนนี้นนะครับผม  

 การฝึกฝนจะสำเร็จเห็นผลอย่างมีประสิทธิภาพได้นั้น ต้องมีวินัยในการฝึก ไม่เช่นนั้นการฝึกของเราจะก็จะล้มเหลวไม่มีประสิทธิภาพ นำมาใช้ก็ไม่ได้ สนใจอยากฝึกมวยไทย เจริญทองมวยไทย (Jaroenthong Muay Thai Gym)

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ฟิตแอนด์เฟิร์ม “มวยไทย” เทรนด์การป้องกันตัวของผู้หญิงยุคใหม่

มวยไทย ช่วยฝึกทักษะอะไรบ้าง

ขอขอคุณข้อมูลจาก jobtopgun

มวยไทย ช่วยฝึกทักษะอะไรบ้าง

มวยไทย ช่วยฝึกทักษะอะไรบ้าง

เมื่อใดที่ได้ต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) มักจะทำให้รู้สึกสนุกและท้าทาย แต่รู้ไหมว่าเรายังได้อะไรอีกหลายอย่างจาก มวยไทย มาดูกันว่า มวยไทย ช่วยฝึกทักษะอะไรเพิ่มเติมให้กับเราโดยที่ไม่รู้ตัวบ้าง

 

1. มวยไทย ( Muay Thai ) ฝึกให้มีวินัย

     สำหรับนักมวย นักกีฬามวยไทย การฝึกซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) จะทำซ้ำๆ กันทุกวัน ในเวลาที่แน่นอน ซึ่งเป็นการฝึกวินัยให้กับตัวเองได้เป็นอย่างดี รู้จักการแบ่งเวลาในการฝึกซ้อม มีความตรงต่อเวลา เมื่อมีวินัยในตัวเองแล้ว ความสำเร็จก็รออยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

 

 

2. มวยไทย ( Muay Thai ) ฝึกความมีไหวพริบ

     มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาที่ต้องใช้ทักษะในหลายๆ ด้านประกอบเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา โดยสามารถสังเกตได้จากการแข่งขันที่นักมวยจะต้องมี 3 สิ่งนี้ควบคู่กันไป และ มวยไทย ( Muay Thai ) ยังเป็นถือกีฬาที่ทำให้เรารู้จักคิด แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดี

 

 

3. มวยไทย ( Muay Thai ) ฝึกความอดทน

     กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาที่ต้องใช้ความอดทน อดทนต่อความเจ็บปวดของร่างกาย อดทนและมีวินัยในการฝึกซ้อม ยิ่งหากเป็นนักมวยแล้วจะต้องหมั่นฝึกซ้อม แถมยังต้องซ้อมหนักมากด้วยซ้ำ เพื่อต้องการให้ร่างกายพร้อมถึงขีดสุด ถึงแม้จะเป็นเพียงการฝึกซ้อมเพื่อป้องกันตัว เพื่อการออกกำลังกายก็ตาม ล้วนแต่ต้องใช้ความอดทนด้วยกันทั้งนั้น

 

 

4. มวยไทย ( Muay Thai ) ทำให้กล้าตัดสินใจ

     มวยไทย ( Muay Thai ) แม้จะวางแผนก่อนชกไว้ดียังไง แต่เมื่อขึ้นชกจริงก็ไม่ได้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ เนื่องจากคู่ต่อสู้อาจเตรียมรับมือไว้แล้ว ทำให้เราต้องคิดอยู่ตลอดเวลา และต้องตัดสินใจเปลี่ยนรูปแบบการชกใหม่ ทำให้การต่อยมวยทำให้เรากลายเป็นคนที่กล้าจะตัดสินใจ

 

 

5. มวยไทย ( Muay Thai ) ทำให้ทำงานภายใต้ความกดดันได้ดี

     มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาที่นักมวยต้องช่วยเหลือตนเอง ต้องต่อสู้ประจันหน้าอยู่ตลอดเวลา เปรียบเสมือนมีแรงกดดันที่ต้องคอยแบกรับ ไหนจะแรงกดดันจากเสียงเชียร์ทั้งจากฝ่ายที่สนับสนุน และฝ่ายที่อยากให้แพ้ สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะช่วยสร้างให้นักมวยมีความแข็งแกร่งและสามารถเผชิญหน้ากับแรงกดดันได้ดี

 

 

6. มวยไทย ( Muay Thai ) ทำให้กล้าเสี่ยง

     มวยไทย ( Muay Thai ) กีฬาของนักสู้ บางครั้งเราก็ต้องกล้าที่จะปล่อยหมัด กล้าชกออกไปเพื่อสู้กับคู่ต่อสู้ ต้องเสี่ยงว่าจะต่อยหมัดหนัก หรือจะต่อยแบบใด ต้องรู้จักมีรุก มีรับ สลับกันไป หากเป็นฝ่ายรับอย่างเดียวไม่มีทางชนะได้แน่นอน

 

 

7. มวยไทย ( Muay Thai ) ฝึกความสุขุมเยือกเย็น

     เหมือนจะย้อนแย้ง เพราะ มวยไทย ( Muay Thai ) ดูเป็นกีฬาที่ดุดัน ใช้พละกำลัง แต่รู้หรือไม่ว่าสิ่งที่จะช่วยเราให้เอาชนะได้ คือ ความสุขุมเยือกเย็น ในการตัดสินใจและวิเคราะห์ว่าคู่ต่อสู้จะทำอะไร แล้วเราควรจะทำอะไร เพื่อให้ได้วิธีรับมือคู่ต่อสู้ที่ดีที่สุด

 

 

8. มวยไทย ( Muay Thai ) ฝึกให้ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์

     มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาที่ต้องมีการปะทะกันโดยตรงทั้งร่างกาย และอารมณ์ หากต่อยมวยแล้วใช้แต่อารมณ์มากกว่าเหตุผล จะไม่สามารถคุมเกมที่วางเอาไว้ได้ และจะทำให้โอกาสตกไปเป็นของคู่แข่ง แต่หากเรามีน้ำใจนักกีฬา รู้จักให้เกียรติคู่แข่ง รู้แพ้รู้ชนะ ไม่ดูถูกหรือเหยียดหยามคู่ต่อสู้ ให้อภัย ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ จะสามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้อย่างอยู่มัด

 

     การออกกำลังกายด้วย มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง มีความฟิต แถมยังช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจและหลอดเลือดแข็งแรง ได้แข่งขันกับตัวเอง และได้ฝึกทักษะบางอย่างทางอ้อมอีกด้วย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก jobtopgun

 

อ่านบทความที่น่าสนใจ

- ศอก อาวุธเด็ดสุดอันตรายของ มวยไทย

- ออกกำลังกายแบบนักมวยอาชีพ ทำเองได้ที่บ้าน

ฟิตแอนด์เฟิร์ม “มวยไทย” เทรนด์การป้องกันตัวของผู้หญิงยุคใหม่

ฟิตแอนด์เฟิร์ม “มวยไทย” เทรนด์การป้องกันตัวของผู้หญิงยุคใหม่

     เรียกว่าในยุคสมัยนี้ ผู้คนหันมาดูแลใส่สุขภาพ ทั้งในรูปแบบการเลือกทานอาหาร การออกกำลังกายทำให้เทรนด์รักสุขภาพต่างๆ กำลังเป็นกระแสนิยมกันอย่างแพร่หลาย หนึ่งในนั้นคือศิลปะการต่อสู้มวยไทย แต่ผู้หญิงกับการชกมวยมันเข้ากันได้หรอ ไปตามอ่านกันค่ะ

 

     ผู้หญิงสมัยนี้ก็หันมาสนใจเรียนรู้ ด้วยประโยชน์ของมวยไทยที่ช่วยกระชับรูปร่าง หุ่นเฟิร์ม ซึ่งปัจจุบันนั้นท่วงท่าแม่ไม้มวยไทยนั้นได้ถูกดัดแปลงให้เหมาะสมกับการออกกำลังกาย ทำให้กีฬาชนิดนี้ ได้รับความนิยมทั่วโลกในเวลาอันรวดเร็ว นำมาซึ่งยิมมวยไทย ที่เพิ่มมากขึ้น ตอบโจทย์ยุคสังคมปัจจุบันที่อันตรายแฝงอยู่ในแทบทุกที่ ทำให้ผลลัพธ์ของการเรียนรู้ศิลปะแม่ไม้มวยไทย ที่ใช้หมัด ศอก แขนท่อนล่าง ต่างๆ จึงมีลักษณะผสมผสานด้านการต่อสู้เพื่อใช้ป้องกันตัว และเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม

 

หลักการชกมวยไทย

     การชกมวยไทยที่ดี มีหลักสำคัญ คือ มีการป้องกัน ด้วยการยืน มั่นคง เข้มแข็ง สูงเด่น การตั้งแขนป้องกัน (การการ์ดมวย) และการเก็บคาง เปรียบเสมือนป้อมปราการ เท้าหน้า จรดชี้ไปข้างหน้าวางน้ำหนักครึ่งฝ่าเท้า เท้าหลัง วางทแยงเฉียงกว้างกว่าหัวไหล่วางน้ำหนักเศษหนึ่งส่วนสี่ไว้ที่อุ้งนิ้วหัวแม่โป้ง ขยับก้าวด้วยการลากเท้าหลังตามพร้อมที่จะหลอกล่อ ขยับเข้า ออก ตั้งรับและโจมตีตอบโต้ แขนหน้ายกกำขึ้นอย่างน้อยเสมอไหล่ หรือจรดสันแก้ม แขนหลังยกกำขึ้นจรดแก้ม ศอกทั้งสองข้างไม่กางออกและไม่แนบชิด ก้มหน้าเก็บคาง ตาเขม็งมองไปตรงหว่างอกของคู่ต้อสู้ พร้อมที่จะเห็นการเคลื่อนไหวทุกส่วน เพื่อที่จะรุก รับ หรือตอบโต้ด้วยแม่ไม้ ลูกไม้และการแจกลูกต่างๆ มีการเคลื่อนไหวที่องอาจมีจังหวะ มีการล่อหลอกและขู่ขวัญที่มีการเปรียบเทียบว่า “ประดุจพญาราชสีห์ และพญาคชสีห์” อาวุธมวยที่ออกไป ต้องมีเป้าหมายและจุดประสงค์แน่นอน (แต่มักซ้อนกลลวงไว้) มีการต่อสู้ระยะไกล (วงนอก) และระยะประชิด (วงใน) และมีทีเด็ดทีขาดในการพิชิตคู่ต่อสู้[ต้องการและแม่ไม้มวยไทย เป็นท่าต่อสู้ของวิชามวยไทยที่สำคัญที่สุด

 

ประวัติศาสตร์ของมวยไทย

     ปัจจุบันมีการดัดแปลงมวยไทยมาใช้ในกองทัพโดยเรียกว่า “เลิศฤทธิ์” โดยมีการใช้นวมขึ้นเพื่อป้องกันการอันตรายที่เกิดขึ้น

 

     มวยไทยถือว่าเป็นศิลปะการป้องกันตัวและศิลปะการต่อสู้โดยไม่ใช้อาวุธของไทย ที่มีมาแต่ช้านานตั้งแต่สมัยโบราณ และได้ถูกพัฒนามาเป็นกีฬาในรูปแบบมวยไทย ที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันนี้

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก aroundonline

กระสอบทราย อุปกรณ์ซ้อม มวยไทย ที่ควรมี

กระสอบทราย อุปกรณ์ซ้อม มวยไทย ที่ควรมี

การซ้อมมวยไทย หากไม่มีคู่ซ้อมสามารถใช้ กระสอบทรายแทนได้ เพราะเป็นอุปกรณ์คู่ใจในการซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ที่สำคัญอย่างหนึ่ง วัสดุภายนอกทำด้วยผ้าใบหรือหนัง เพื่อป้องกันเจ็บจากการเตะ ต่อย

 

     ตามยิมมวยในสมัยก่อน มักจะมี “กระสอบทรายแบบแขวน” ซึ่งเป็นนิยมมาอย่างยาวนาน เนื่องจากมีราคาถูก แต่ปัญหาส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการติดตั้ง ซึ่งมีความยุ่งยากมากกว่า

 

     ในการติดตั้ง “กระสอบทรายแบบแขวน” จะต้องทำการติดตั้งอย่างน้อย 3 เมตร ทำให้การติดตั้งในพื้นที่ที่มีเพดานไม่สูง ไม่สามารถที่จะทำได้ และก่อนที่จะติดตั้งกระสอบทรายจะต้องยัดทรายหรือเศษผ้าใส่ในตัวกระสอบก่อน หากเลือกเป็นทรายจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของน้ำหนักและตะขอที่จะใช้แขวน เพราะต้องคำนึงถึงความแข็งแรง ความมั่นคง ที่สามารถรับน้ำหนักได้

 

     แต่ในปัจจุบันมีการใช้ “กระสอบทรายตั้งพื้น” ซึ่งเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากมีขั้นตอนในการติดตั้งง่าย ประหยัดเวลา ไม่ต้องยัดของใส่กระสอบ เนื่องจากระสอบทรายตั้งพื้นส่วนใหญ่จะทำการบุฟองน้ำและหุ้มมาให้เรียบร้อยแล้ว สามารถนำวางในพื้นที่ที่ต้องการใช้ซ้อมได้เลย แต่ควรเผื่อพื้นที่ไว้เล็กน้อยด้านละ 2 เมตร (กระสอบทรายแบบตั้งพื้น มีความสูงไม่เกิน 2 เมตร) และสามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก

 

     หากอยากมี “กระสอบทราย” สักอันไว้ฝึกซ้อมมวย หรือ ออกกำลังกาย ขอแนะนำกระสอบทรายตั้งพื้น น่าจะเหมาะสมสำหรับยุคปัจจุบันมากกว่า เพราะเคลื่อนย้ายสะดวก ติดตั้งง่าย ไม่สร้างความเสียหายแก่ตัวบ้าน

 

     ข้อดีอื่นๆ ที่นอกเหนือจากการติดตั้งและเคลื่อนย้ายของ “กระสอบทรายแบบตั้งพื้น” คือ ไม่แข็งจนเกินไป มีการซับแรงในการเตะต่อยแรงๆ ด้วยคอสปริง ทำให้ลดอาการบาดเจ็บได้ ช่วยสร้างบรรยากาศในการฝึกซ้อม ทำให้รู้สึกเหมือนมีคู่ต่อสู้จริง เป็นการกระตุ้นให้อยากออกกำลังกายมากยิ่งขึ้น

 

ประโยชน์ของ “กระสอบทราย” อะไรกับคุณได้บ้าง

1. ช่วยระบายความโกรธ ระบายความเครียด ใครเจอภาวะเครียดจากการทำงาน หรือ กำลังโกรธใครมาไม่รู้จะระบายยังไง ขอแนะนำให้กลับบ้านมาสวมนวม ชก เตะ ถีบ กระสอบทราย เพื่อระบายอารมณ์ เมื่อคุณได้ปลดปล่อยพลังออกมาอย่างเต็มที่แล้ว ความเครียด ความโกรธทั้งหลายก็จะเบาลง

 

2. ช่วยเรียกเหงื่อ ได้กล้ามเนื้อ ได้ร่างกายแข็งแรง เพราะเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง การได้ออกแรงใช้พละกำลัง ทำให้ได้เหงื่อ ได้ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น ไขมันรอบเอว ต้นขา ต้นแขน ก็จะหายไปด้วยจากการออกกำลังกาย

 

     เป็นอย่างไรบ้างคะ กระสอบทราย มีดีกว่าที่คิดใช่ไหมละ ไม่ว่าจะกระสอบทรายแบบแขวน หรือ แบบตั้งพื้น ก็เป็นหนึ่งในตัวช่วยในการฝึกซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) และเป็นการออกกำลังกายที่น่าลอง ยังไงก็ลองฝึกซ้อมกันดูนะคะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก monsterpunchthailand

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- อยากเป็นนักมวย หลักต้องดี ขาต้องแข็ง

- ต่อย มวยไทย ยังไงให้ลดความอ้วนได้

ศอก อาวุธเด็ดสุดอันตรายของ มวยไทย

ศอก อาวุธเด็ดสุดอันตรายของ มวยไทย

การใช้ศอก เป็นหนึ่งในอาวุธ มวยไทย ( Muay thai ) ที่มีความอันตราย หากโดนเข้าอย่างจังอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ เราจึงอยากพาไปรู้จักกันอาวุธเด็ดแสนอันตรายนี้กันว่าทำไมถึงอันตรายที่สุด

 

     อาวุธ “ศอก” เป็นอาวุธโจมตีที่ใช้พื้นที่น้อย แต่กลับมีอันตรายมากสุด และทุกคนต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า “ศอก” คือ อาวุธที่อันตรายมากสุดของ มวยไทย ( Muay Thai )

 

     ทำไม “ศอก” ถึงอันตรายที่สุด นั่นก็เพราะว่า อาวุธศอก มีพื้นผิวสัมผัสน้อย ยิ่งพื้นที่การตีน้อย และรวดเร็ว จึงเกิดค่าความดันที่สูงมาก และศอกยังเป็นบริเวณที่แหลมคม มีความแข็งของกระดูก ทำให้เกิดแผลบริเวณใบหน้าได้ง่ายกว่าอาวุธทุกชนิด

 

     เมื่อโดนแรงจากปลายศอก เข้าไปกระทบผิวหนังใบหน้า ความดันที่มีค่าสูงจึงส่งผลให้เกิดแผลแตกได้ง่าย และทำให้สมองมึนงงไปจนถึงขั้นสลบ จนสามารถทำให้ชนะน็อคเอาท์ได้ หรือหากเป็นแผลแตกเหนือเบ้าตา จะส่งผลต่อการมองเห็นนักมวยอีกด้วย

 

     ประเภทของการตีศอก ฟันศอก แบ่งออกได้เป็น 6 ประเภท ซึ่งแต่ละท่าควรเลือกใช้ให้เหมาะสม ถูกต้องตามสถานการณ์ โดยนักมวยที่เก่งๆ จะสามารถผสมผสานท่าได้อย่างสวยงามและมีชั้นเชิง

 

1. ศอกตี : ศอกที่มีวิถีทางการตีจากบนลงล่าง อาจจะเป็นมุมฉากหรือมุมเฉียงน้อยกว่ามุมฉากก็ได้ บางครั้งอาจบิดตัวตี โดยมีแรงส่งจากไหล่ ลำตัว และเท้า ซึ่งศอกตีแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ ศอกตีด้วยศอกหน้า หรือ ศอกนำ และศอกตีด้วยศอกหลัง หรือ ศอกตาม บางท้องถิ่นเรียกว่าศอกสับหรือศอกฟัน เพราะมีวิธีทางมาจากด้านบนลงสู่ด้านล่าง

 

2. ศอกตัด : ศอกที่มีวิถีทางการใช้ตัดผ่านหน้า ขนานกับพื้นจากซ้ายไปขวาหรือจากขวาไปซ้ายไปสู่เป้าหมาย ซึ่งเป้าหมาย คือ ปลายคาง หน้าอก ลิ้นปี่ ใบหน้า

 

3. ศอกงัด : ศอกที่ตั้งขึ้นในท่าการ์ด เวลาใช้ย่อตัวลงพร้อมด้วยทั้งงัดศอกขึ้นในแนวดิ่งในผ่านลำตัวถึงหน้า เป็นการตีศอกจากกลางงัดขึ้นไปข้างบนตรงเป็นมุมฉาก

 

4. ศอกกระทุ้ง : เป็นการใช้ศอกพุ่งออกไปด้านหลัง ในลักษณะกระทุ้ง มักใช้แก้ไขสถานการณ์ที่คู่ต่อสู้ประชิดเข้ามาด้านหลัง

 

5. ศอกกลับ : ศอกที่ตีโดยการหมุนตัวตีกลับไปทางด้านหลัง ตามจังหวะที่สัมพันธ์กับการเคลื่อนตามเท้า แทนที่จะผ่านหน้าตัวเองเหมือนศอกตีและศอกตัด เปลี่ยนเป็นตีออกไปด้านหลัง เป้าหมายที่ คาง ใบหน้า

 

6. ศอกคู่ : เป็นการตีศอกด้วยแขนสองข้าง

 

     ศอกแต่ละประเภทหากมีความแรง และมีการประสานกันตั้งแต่การบิดเอว การใช้ปลายเท้าส่งแรง รวมถึงการเลือกตำแหน่งของข้อศอกได้ดี จะทำให้ได้เปรียบในการจู่โจมคู่ต่อสู้ สนใจฝึกศิลปะป้องกันตัวด้วย มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถมาเรียนเพิ่มเติมได้ที่ เจริญทองมวยไทย ( Jaroenthong Muay Thai Gym )

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก jubtadu

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- อาวุธโจมตีของมวยไทยอันไหนอันตรายที่สุด

- ต่อยให้หลับ ฉบับ นักมวยไทย

ต่อย มวยไทย ยังไงให้ลดความอ้วนได้

ต่อย มวยไทย ยังไงให้ลดความอ้วนได้

พูดถึง มวยไทย ( Muay Thai ) คงจะนึกถึงความบ้าระห่ำใช้พละกำลังอย่างดุเดือดกันใช่ไหมคะ ด้วยเหตุนี้ทำให้ มวยไทย ( Muay Thai ) ถูกนำมาใช้ในการออกกำลังกายจนสามารถลดความอ้วนได้เป็นอย่างดี

 

     มวยไทย ( Muay Thai )  ไม่ใช่แค่ผู้ชายเท่านั้น แต่ผู้หญิงก็สามารถต่อยมวยได้ ซึ่งในปัจจุบัน มวยไทย ( Muay Thai )  ถูกนำมาประยุกต์ใช้เข้ากับการออกกำลังกายจนได้รับความนิยม แถมยังทำให้คนได้รู้จักกับศิลปะแม่ไม้มวยไทยกันมากขึ้นอีกด้วย ไม่เว้นแม้แต่ดารา นักแสดง ที่เลือกดูแลรูปร่างด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

 

     การนำ มวยไทย ( Muay Thai )  มาผนวกเข้ากับการออกกำลังกายนั้น สามารถช่วยให้หุ่นเฟิร์มและลดน้ำหนักได้เร็วกว่ากีฬาชนิดอื่นๆ เนื่องจากการออกอาวุธของ มวยไทย ( Muay Thai ) ไม่ว่าจะหมัด เท้า เข่า ศอก ต้องอาศัยแรง พละกำลัง หรือแม้แต่การบิดตัวระหว่างชกอย่างถูกวิธี ก็มีผลต่อการเผาผลาญไขมันด้วยกันทั้งนั้น

 

     คนที่ใช้ มวยไทย ( Muay Thai ) ในการออกกำลังกายอย่างเป็นประจำ ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ช่วยลดความอ้วนได้จริง แถมหุ่นยังฟิตแอนด์เฟิร์มอีกด้วย เพียงแค่ฝึกมวยไทยแค่วันละ 1 ชั่วโมงครึ่งก็สามารถเผาผลาญพลังงานได้กว่า 1,000 กิโลแคลอรี หากเปรียบเทียบกับกีฬาชนิดอื่นๆ มวยไทยถือว่าเผาผลาญพลังงานได้มากเลยทีเดียว

 

     หลายคนอาจจะมองไม่ออกว่า มวยไทย ( Muay Thai ) จะช่วยลดได้อย่างไร มาเริ่มจากการออกหมัดกันดีกว่าค่ะ เริ่มจาก หมัดตรง’ สามารถช่วยกระชับต้นแขน ลดไขมันบริเวณท้องแขนได้ ‘หมัดฮุค’ การบิดลำตัวซ้าย-ขวาเล็กน้อย สามารถช่วยกระชับสัดส่วนช่วงลำตัว ทำให้รูปร่างเรียวขึ้น ‘หมัดอัปเปอร์คัต’ เป็นหมัดต่อยขึ้นข้างบน จึงช่วยสร้างกล้ามเนื้อต้นแขนด้านหน้าจากการพับแขนและสร้างกล้ามเนื้อหัวไหล่จากการยกแขนได้ ส่วนการเตะมวย ถ้าออกแรงเตะเยอะและเร็ว จะยิ่งช่วยสลายไขมัน ทำให้ขาเล็กลง กระชับขา สะโพก ลดเซลลูไลท์ได้ด้วย ซึ่งจริงๆ แล้ว การออกกำลังกายด้วย มวยไทย ( Muay Thai ) แทบจะเป็นการออกกำลังกายทุกส่วนของร่างกายเลยก็ว่าได้

 

     การออกกำลังกายด้วย มวยไทย ( Muay Thai ) นอกจากจะช่วยลดความอ้วนได้แล้ว ยังช่วยให้มีไหวพริบที่ดีขึ้น มีความอดทน กล้าหาญ และนำไปใช้เป็นศิลปะป้องกันตัวได้ในอนาคต หากใครสนใจเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถมาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม (Jaroenthong Muay Thai Gym) จะมาเดี่ยว มากลุ่มเราก็รับสอน

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก goodlifeupdate

อ่านบทความเพิ่มเติม

- อาวุธโจมตีของมวยไทยอันไหนอันตรายที่สุด

- รู้ไว้ไม่เสียหาย กติกาในการแข่งขันมวยไทย

ต่อยให้หลับ ฉบับ นักมวยไทย

ต่อยให้หลับ ฉบับ นักมวยไทย

หมัดเป็นอาวุธต้นๆเลยก็ว่าได้ ที่เป็นขั้นพื้นฐาน นัก มวยไทย ( Muay thai ) แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับหมัดเท่าไร ดังนั้นวันนี้ หมัดใครจะโดนและต่อยอย่างไรให้หลับ แบบนักมวยเรามาสอนกัน

ก่อนเราจะต่อยคู่ต่อสู้เราหลับนั้นจะต้องรู้จักอะไรก่อน

จุดออ่นของคู่ต่อสู้ ว่าอยู่ตรงไหน ถึงแม้เราจะมองยากแต่ถ้าเรารู้แล้ว ถ้าหลายคนเข้าใจผิดว่าวิธีต่อยคนให้หลับคือการต่อยหนักๆอย่างเดียวเท่านั้น

 

เรียนรู้จุดอ่อนที่จะทำให้น็อค

โดยทั่วไปแล้วจุดอ่อนของร่างกายมนุษย์ที่นิยมใช้ในการต่อสู้แบบ มวยไทย ( Muay thai ) คือคาง คอ กกหู ท้ายทอย ลิ้นปี่ ข้อเท้า หรือข้อต่อต่างๆ แต่ที่จริงแล้วมันมีอีกหลายจุดในตำแหน่งของร่างกายที่ผู้เชี่ยวชาญในการต่อสู้ใช้กันในชีวิตจริง เพราะในทางปฏิบัติแล้วไม่ว่าคู่ต่อสู้จะเล่นกล้ามโตเพียงใด ความใหญ่โตของกล้ามเหล่านั้นมันไม่ได้ป้องกันจุดอ่อนหลายๆจุดที่กล่าวมา

 

รู้จักการต่อยให้เป็นและแรง

 โดยต่อยเป็นแนวเส้นตรงเหมือนหอกทิ่มไปเพื่อความเข้มข้นของแรงหมัด และส่งแรงให้สุด รวมถึงเอากระดูกตรงต้นข้อนิ้วชี้ชนคู่ต่อสู้   เพราะส่วนนิ้วชี้เป็นส่วนที่แข็งที่สุด โดยการเล็งเป้า ควรเล็งที่จุดอ่อนของคู่ต่อสู่ ไม่ใช่ส่วนที่แข็ง เพราะแม้ว่าคุณจะต่อยแรง แต่ถ้าโดนจุดแข็งของคู่ต่อสู้  ก็ทำให้เจ็บได้

 

เรียนรู้วิธีต่อยให้เร็ว

แม้ว่าคุณจะรู้วิธีต่อยให้แรงและรู้จุดอ่อนของคู่ต่อสู้อย่างดี แต่หากคุณต่อยไม่เร็วพอและไม่โดนเป้าหมายแล้ว สิ่งที่คุณฝึกมาก็จะเสียเปล่า ดังนั้นคุณต้องรู้วิธีที่จะต่อยให้เร็วเพื่อไม่ให้คู่ต่อสู้คุณหลบได้ทัน

 

จับจังหวะ แบบ มวยไทย ( Muay thai )

 หลายๆครั้งที่เกิดการน็อคเอาท์ขึ้น มันเกิดจากการชกแบบสวนกลับ (Counter) ซึ่งจะก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้นอย่างมาก หากคุณเรียนรู้วิธีจับจังหวะที่ดี รวมถึงการใช้เชิงมวยหลอกล่อคู่ต่อสู้ก็จะทำให้คุณสามารถใช้วิธีต่อยคนให้หลับได้ในที่สุด

 

เรียนรู้การออกอาวุธ

คนส่วนใหญ่นิยมจะสู้ด้วยหมัดอย่างเดียว แต่ที่จริงแล้วการออกอาวุธท่าอื่นๆ เช่นการใช้ศอก เข่า เท้า ก็สามารถน็อดคู่ต่อสู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกัน และที่สำคัญคือในบางสถานการณ์คุณจะไม่ออกจะออกหมัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

เรียนรู้ชั้นเชิงมวย

จะช่วยให้คุณเข้าหาและหลบหลีกคู่ต่อสู้ได้อย่างเหนือชั้นทำให้คุณสามารถใช้วิธีต่อยคนให้หลับได้ในที่สุด จำไว้ว่าหากคุณมุทะลุจะเอาแต่น็อคคู่ต่อสู้ในหมัดแรก นั่นคงไม่ทำให้คุณประสบความสำเร็จแน่ๆ ในทางปฏิบัติแล้วคุณจะต้องมีชั้นเชิงที่จะน็อคคู่ต่อสู้อย่างง่ายๆ

 

การต่อยให้หลับ แบบ มวยไทย ( Muay thai ) นั้นจะต้องมีความอดทนสูง จากการฝึกซ้อมหนักอย่างจริงจัง หากเรามีการ ออ่นซ้อมนั้นก็จะส่งผลบนสนามจริง  การปล่อยหมัดแบบนี้ สามารถใช้ได้ในชีวิตจริงๆ เพราะว่าเราไม่รู้ว่าอันตรายจะเกิดกับเราตอนไหน

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ohlor

อ่านบทความเพิ่มเติม

ฟุตเวิร์คในตำนานของเส้นทาง มวยไทย

ศิลปะการรุกและรับ ตามแบบฉบับมวยไทย

ออกกำลังกายแบบนักมวยอาชีพ ทำเองได้ที่บ้าน

ออกกำลังกายแบบนักมวยอาชีพ ทำเองได้ที่บ้าน

คาร์ดิโอแบบหนักหน่วง

     หากจะเริ่มออกกำลังกายให้ฟิตแบบนักมวย ควรต้องเริ่มจากการคาร์ดิโอเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงเสียก่อน ซึ่งการคาร์ดิโอนี้ทำได้ตั้งแต่การ ซิทอัพ / วิ่ง / กระโดดเชือก นั้นเป็นเพราะช่วยฝึกความแข็งแรงของร่างกายในส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การดึงข้อ, การบริหารกล้ามเนื้อหลังแขน, การวิดพื้น และการฝึกด้วยลูกบอลเทรนนิ่งในท่าทางต่างๆ

 

Footwork

     แน่นอนว่าไม่มีนักมวยคนไหนที่ไม่รู้จักการ Footwork เพราะเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากในการหลบหลีกหมัดของคู่ต่อสู้ ความว่องไวในการ Footwork จึงเป็นการช่วยเพิ่มความสามารถในการรับมือและต่อสู้กับคู่ชกได้อย่างดีทีเดียว

 

Shadow Boxing

     เรียกว่า การฝึกชกลม เพื่อเป็นการฝึกออกหมัดและท่าทางที่ถูกต้อง ข้อดีของการชกลมนั้นจะรักษาน้ำหนักความแข็งแรงของร่างกาย

 

Bag Work

    เป็นการต่อยกระสอบทรายที่ถือเป็นการฝึกความแข็งแกร่งของหมัด น้ำหนักหมัด สายตาและความแม่นยำ รวมถึงการป้องกันด้วย

 

Plank

     เป็นการออกกำลังกายที่ง่ายแต่ทำได้ยากมาก ใครที่เคยลอง Plank จะทราบดีว่าเป็นท่าที่ทรมานที่สุด เพราะเราต้องอาศัยความแข็งแรงของร่างกายหลายส่วน เพราะมันจะช่วยสร้างความแข็งแกร่ง บึกบึน ของร่างกายหากใคร ใจแข็ง ทำได้ ถือว่าคุณนั้นสุดยอดเลย

 

     เราทุกคนรู้ดีว่า การลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองโดยเฉพาะการออกกำลังกายแบบหนักๆ นั้นต้องอาศัยทั้งความอดทนและมีวินัยในกับการฝึกอย่างมาก แต่เราเชื่อว่า คุณทำได้อย่างแน่นอน เพราะถ้าคุณไม่ลงมือทำ ก็ไม่เห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลง คุณรู้ขนาดนี้แล้ว ผลลัพธ์เปลี่ยนขนาดนี้แล้ว สิ่งเหล่านี้เท่ากับรางวัลที่ยิ่งใหญ่ในการที่คุณต้องทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ ในการฝึกฝนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ แล้วถึงวันที่เปลี่ยนนั้น คุณย่อมภูมิใจกับความสำเร็จของตัวเองอย่างแน่นอน หากใครอยากเรียนมวยไทยที่ “เจริญทอง มวยไทย ยิม” ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) เป็นค่ายมวยที่มีคุณภาพแห่งหนึ่งให้คุณได้มาลองเรียนรู้กับเทรนเนอร์ได้นะ ใครสนใจสามารถสอบถามเข้ามาได้นะคะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ignitefightclub

รู้ไว้ไม่เสียหาย กติกาในการแข่งขันมวยไทย

รู้ไว้ไม่เสียหาย กติกาในการแข่งขันมวยไทย

มวยไทย ( Muay Thai ) ศิลปะการต่อสู้ที่มีความโดดเด่น ใช้ร่างกายเป็นอาวุธ ซึ่งปัจจุบันมีการจัดรายการแข่งขันและได้รับความสนใจ วันนี้เรามาทำความเข้าใจกติกาในการแข่งขันมวยไทยสมัครเล่น กันสักหน่อยดีกว่า

 

กติกาในการแข่งขันมวยไทยสมัครเล่น มีหลักเกณฑ์ในการให้คะแนนและการตัดสิน ดังนี้

1. การให้คะแนนการชก

     1.1 การชกที่ได้คะแนน ในแต่ละยก ผู้ตัดสินจะคิดคะแนนให้แก่นักมวยแต่ละคน ตามจำนวนของการชกที่ถูกต้องตามแบบฉบับ มวยไทย ( Muay Thai )

     1.2 การชกที่ไม่ได้คะแนน มีดังนี้

     - การชกที่ละเมิดกติกาข้อใดข้อหนึ่ง

     - ชกถูกแขน ขา ของคู่แข่งขัน ในลักษณะที่คู่แข่งกระทำเพื่อป้องกันตนเองจากอาวุธของคู่แข่งขัน

     - การปล่อยอาวุธที่ไม่มีน้ำหนักหรือแรงส่งจากร่างกาย

 

2. ชนิดของการตัดสิน

     2.1 ชนะโดยน็อคเอาท์ (Win by Knock Out) ถ้าผู้เข้าแข่งขัน “ล้ม” และไม่สามารถแข่งขันต่อไปได้ภายใน 10 วินาที ให้ผู้เข้าแข่งขันเป็นผู้ชนะน็อคเอาท์

     2.2 ชนะโดยคะแนน (Win by Points) เมื่อสิ้นสุดการแข่งขัน ผู้เข้าแข่งขันที่ได้รับการตัดสินเสียงข้างมากจากผู้ตัดสินเป็นผู้ชนะ ถ้าผู้แข่งขันทั้งสองฝ่ายบาดเจ็บหรือถูกนับสิบพร้อมกัน และไม่สามารถแข่งขันต่อไปได้ ผู้ตัดสินต้องรวมคะแนนที่ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนได้จนถึงเวลาที่การแข่งขันได้หยุดลง ซึ่งผู้เข้าแข่งขันที่ได้คะแนนมากกว่าเป็นผู้ชนะ

     2.3 ชนะโดยผู้ชี้ขาดสั่งยุติการแข่งขัน (Win by Referee stopping contest)

     - ฝีมืออ่อนกว่ามาก (Out-classed) เมื่อผู้ชี้ขาดเห็นว่า ผู้แข่งขันคนหนึ่งฝีมืออ่อนกว่ามาก หรือถูกชกมากไป ต้องยุติการแข่งขันและให้คู่แข่งขันเป็นผู้ชนะ

     - บาดเจ็บ (Injury) ถ้าผู้ชี้ขาดเห็นว่า ผู้แข่งขันคนหนึ่งมีสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์พอที่จะแข่งขันต่อไปได้ เนื่องจากได้รับการบาดเจ็บจากการชก หรือ ด้วยเหตุทางร่างกายอื่นๆ ต้องยุติการแข่งขันและให้ผู้แข่งขันเป็นผู้ชนะ ทั้งนี้เป็นสิทธิ์ของผู้ชี้ขาดที่อาจจะหารือกับแพทย์ ซึ่งเมื่อหารือกับแพทย์แล้ว ผู้ชี้ขาดต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์

     2.4 ชนะโดยถอนตัว (Win by retirement) ถ้าผู้เข้าแข่งขันถอนตัวจากการแข่งขันด้วยความสมัครใจ เนื่องมาจากอาการบาดเจ็บหรือเหตุอื่น หรือไม่สามารถแข่งต่อไปทันที หลังจากการหยุดพักระหว่างยก ให้คู่เข้าแข่งขันเป็นผู้ชนะ

 

3. การให้คะแนน

     3.1 แต่ละยกมี 20 คะแนน เมื่อสิ้นสุดลงแต่ละยกผู้เข้าแข่งขันที่ดีกว่า มีทักษะมากกว่า จะได้ 20 คะแนน และคู่เข้าแข่งขันจะได้ลดลงไป ถ้าผู้เข้าแข่งขันทั้งสองชกดีเท่ากัน ให้คะแนนคนละ 20 คะแนน

     3.2 คิดคะแนนให้เป็นไปตามเกณฑ์การให้คะแนน คือ 1 คะแนน สำหรับอาวุธที่กระทำถูกต้อง 1 อาวุธ

     3.3 เมื่อการแข่งขันสิ้นสุดลง ถ้าได้ให้คะแนนแต่ละยกตามเกณฑ์ข้อ 1 และ 2 แล้วผู้ตัดสินพบว่า คะแนนของผู้เข้าแข่งขันทั้งสองฝ่ายเท่ากัน จะต้องพิจารณาตัดสินผลการแข่งขันให้แก่ผู้แข่งขัน

     - ผู้แข่งขันที่เป็นฝ่ายรุกมากที่สุด หากเป็นฝ่ายรุกเท่ากันให้พิจารณาผู้ที่มีแบบในการชกดีกว่า

     - ผู้แข่งขันที่มีการป้องกันตัวดีกว่า จากการปัดป้อง ปิด จับ รั้ง การหลบหลีกและอื่นๆ สามารถป้องกันอาวุธต่างๆของคู่ต่อสู้จนคู่ต่อสู้ทำอะไรไม่ได้

     3.4 ในการแข่งขันทุกครั้งจะต้องมีการประกาศผู้ชนะ

 

4. การแต่งกาย

     4.1 ต้องสวมกางเกงขาสั้นเพียงครึ่งโคนขา สีแดงหรือสีน้ำเงินตามมุมของตนเอง ไม่ปักโฆษณาเกินกว่า 10 ตารางเซนติเมตร และต้องสวมเสื้อไม่มีแขน สีเสื้ออาจเป็นสีเดียวกับกางเกงก็ได้

     4.2 ไม่สวมรองเท้า เล็บเท้าต้องตัดสั้น ต้องใช้สนับแข้ง สนับศอก สวมที่ศอกและขาทั้งสองข้างตลอดการแข่งขัน และต้องเป็นสนับแข้ง สนับศอกที่คณะกรรมการสมาคมมวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทยรับรองเท่านั้น ห้ามใช้ผ้าพันรัดโดยเด็ดขาด

     4.3 สวมมงคลที่ศีรษะเฉพาะเวลาที่ร่ายรำไหว้ครูก่อนทำการแข่งขันเท่านั้น และจะผูกผ้าประเจียดที่โคนแขนข้างใดข้างหนึ่งหรือสองข้างก็ได้ ส่วนเครื่องรางอื่นๆ อนุญาตให้ผูกเอว แต่ต้องหุ้มให้มิดชิดไม่ให้เกิดอันตรายขณะแข่งขัน

     4.4 ต้องสวมกระจับ ที่ทำจากวัสดุที่แข็งแรงทนทาน เมื่อถูกตีด้วยเข่าหรืออาวุธในการต่อสู้อย่างอื่นจะทำให้บริเวณอวัยวะเพศไม่เกิดอันตราย

     4.5 ต้องใส่สนับฟัน เพื่อป้องกันกระแทกกับส่วนใดส่วนหนึ่งของอวัยวะภายในปาก ผู้แข่งขันที่เจตนาคายสนับฟันระหว่างการแข่งขันจะถูกเตือน หากทำอีกจะถูกตัดคะแนนหรือปรับเป็นผู้แพ้

     ถ้าสนับฟันหลุดออกจากปาก ให้ผู้ชี้ขาดยุติการแข่งขัน โดยนำผู้แข่งขันไปที่มุม ล้างสนับฟันให้สะอาดแล้วใส่คืนกลับเข้าที่ใหม่ ในระหว่างนั้นห้ามพี่เลี้ยงพูดกับผู้เข้าแข่งขันและห้ามให้ดื่มน้ำ

     4.6 ต้องสวมนวม เพื่อป้องกันการบาดเจ็บบริเวณมือ ซึ่งนวมที่ใช้แข่งขัน ผู้แข่งขันต้องสวมนวมสีแดงหรือสีน้ำเงินให้ตรงกับมุมของตนเอง

     คณะกรรมการจัดการแข่งขันจะจัดไว้ให้ ไม่อนุญาตให้ผู้แข่งขันใช้นวมของตนเอง และนวมที่ใช้ต้องผ่านการรับรองจากคณะกรรมการบริหารของสมาคมมวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย

     นักมวยน้ำหนักไม่เกินรุ่นเวลเตอร์เวท ใช้นวมขนาด 10 ออนซ์ (284 กรัม) นักมวยน้ำหนักตั้งแต่รุ่นซูเปอร์เวลเตอร์เวท ใช้นวมขนาด 12 ออนซ์ (340 กรัม)

     4.7 ต้องสวมเครื่องป้องกันศีรษะ เครื่องป้องกันลำตัว ข้อเท้าและข้อศอก ที่คณะกรรมการเตรียมไว้ให้เท่านั้น

     การละเมิดเกี่ยวกับเครื่องแต่งกาย ผู้ชี้ขาดจะไม่อนุญาตให้ผู้แข่งขันที่แต่งกายไม่ถูกต้องเข้าร่วมทำการแข่งขัน ในกรณีที่นวมหรือเครื่องแต่งกายของผู้แข่งขันไม่เรียบร้อยในขณะแข่งขัน ผู้ชี้ขาดจะหยุดการแข่งขันเพื่อจัดให้เรียบร้อย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก kmsaard

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- อาวุธโจมตีของมวยไทยอันไหนอันตรายที่สุด

- คุณจะได้อะไรจาก มวยไทย

ฟุตเวิร์คในตำนานของเส้นทาง มวยไทย

ฟุตเวิร์คในตำนานของเส้นทาง มวยไทย

การเป็นนักมวยหรือการเรียน มวยไทย (Muay thai) นั้นเรื่องแรกที่สำคัญเลยก็คือจังหวะของเท้า หรือเรียก อีกอย่างว่า ฟุตเวิร์คนั้นเอง แล้วฟุตเวิร์คมีความสำคัญต่อ นักมวยอย่างไร มาดูกัน

 

ฟุตเวิร์ค เราเคยได้ยินมานานมากแล้ว สำหรับในวงการนักมวย ไม่เพียงแต่จะช่วยควบคุมจังหวะ ออกอาวุธ  หรือ การขยับตัวในการหลบหลีกหมัดของ อีกฝ่าย และรู้หรือไม่ เป็นสิ่งที่ช่วย ล่อความสนใจให้คู่ต่อสู้ มึนงงและ สายตาย จดจ่ออยู่กับ เท้าเราอีกด้วย เพราะ เราขยับอยู่ตลอดเวลา

 

เคลื่อนไหวสั้นๆแต่เร็วและยืดหยุ่น เพื่อล่อคู่ต่อสู้ มวยไทย (Muay thai)

 

เช่นเดียวกับมวยจีนโดยเฉพาะ Wing Chun (หย่งชุน) ที่เน้นการเคลื่อนไหวเล็กๆ การใช้ฟุตเวิร์คแบบมวยสากลจะเน้นการเคลื่อนไหวสั้นๆแต่เร็วและยืดหยุ่น ทั้งนี้เพื่อให้คุณรุกและหลบคู่ต่อสู้ได้หลากหลายรูปแบบ เพราะหากคุณเคลื่อนไหวยาวๆคู่ต่อสู้จะเดาทางคุณได้ง่ายและคุณจะไม่สามารถมี Balance ที่ดีจากการเคลื่อนไหวยาวๆอีกด้วย

กระโดดเชือก (Jump Rope)

การฝึก มวยไทย (Muay thai) อันดับต้นๆ ก็คือให้กระโดดเชือกโดย ห้ามกระโดดสูงเกินไป เพราะการกระโดดเชือกจะทำให้ร่างกายคุณเรียนรู้จังหวะการเคลื่อนไหวได้อย่างดี ซึ่งหากคุณกระโดดเชือกเข้าขั้นมืออาชีพแล้ว เพียงคุณกระโดดสูงจากพื้นแค่ไม่กี่ centimetre คุณก็สามารถให้เชือกผ่านไปได้

 นอกจากนี้การกระโดดเชือกยังช่วยเสริมกล้ามเนื้อแขนและไหล่ ซึ่งช่วยให้คุณใช้วิธีต่อยให้แรงได้ดีขึ้น ผู้คนจำนวนมากเข้าใจผิดว่าเป็นนักมวยจะทำได้แค่การเคลื่อนไหวที่รุนแรง แต่ที่จริงการเคลื่อนไหวแบบละเอียดอ่อนเป็นสิ่งที่สำคัญมากกับนักมวย

 

 ยืดหลังตรง

เพราะการยืดหลังตรงตั้งฉากกับพื้นจะทำให้คุณมี  Balance ที่ดี และทำให้ง่ายต่อการเคลื่อนไหวหลบคู่ต่อสู้อย่างรวดเร็วอีกด้วย อย่างไรก็ดี เราไม่ได้หมายถึงให้ยืดตัวตรงตลอด ในเวลาที่คุณเป็นฝ่ายตั้งรับ การเก็บตัวและตั้งการ์ดเป็นสิ่งที่คุณควรจะทำ

 

ห้ามใช้ส้นเท้าในการเคลื่อนไหว

การใช้ส้นจะทำให้คุณมี Balance ที่แย่ และง่ายต่อการถูกชกให้ล้ม คุณควรใช้ปลายเท้าในการส่งแรงเคลื่อนไหวไปในทิศทางต่างๆ โดย มวยไทย (Muay thai) ส่วนใหญ่จะใช้ปลายเท้า เพื่อให้ความเร็วของอาวุธนั้นออกได้ไว

 

เคลื่อนเป็นวงกลมและเท้าด้านหนึ่งอยู่ด้านหน้า

คุณควรเคลื่อนฟุตเวิร์คเป็นวงกลมโดยให้เท้าหนึ่งอยู่ด้านหน้า เพราะการที่มีเท้าด้านหนึ่งอยู่ด้านหล้าและหลังจะทำให้คุณออกแรงหมัดได้แรงและมี Balance ที่ดีกว่า หากคุณเคลื่อนไหวโดยใช้เท้าเป็นแนวระนาบเดียวกันมันจะทำให้คุณไม่มีแรงออกหมัดและโดนชกล้มง่ายๆในเวลาเดียวกัน

 

จังหวะคือตัวชี้เป็นชี้ตายของฟุตเวิร์ค

เช่นเดียวกับดนตรี โน้ตเพี้ยนไม่สำคัญเท่าจังหวะเพี้ยน ดังนั้นนักมวยที่ดีมักจะต้องเคลื่อนไหวตลอดเพื่อให้เกิดจังหวะ ที่ดีมากกว่าการหาตำแหน่งที่เขาจะเดินไปใน Ring ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตุว่านักมวยเก่งๆหลายคนมักมีพรสวรรค์ทางด้านการเล่นดนตรีและการเต้น ในสนามรบคุณไม่มีทางรู้ว่าคุณอยู่ตรงไหนจะปลอดภัยที่สุด แต่หากคุณไม่เคลื่อนไหวแล้วล่ะก็ คุณตายแน่นอน

 

อยาก เรียน มวยไทย (Muay thai) ก็ต้องมีจังหวะในการเริ่มต้นทั้งการวิ่ง การเดิน  เพราสกิล พวกนี้สามารถใช้ได้ในชีวิตจริง เพื่อป้องกันตัวของตัวเอง หากท่าใดกำลังมอง หา ยิบ มวยไทย (Muay thai) สามารถเข้ามาติดต่อสอบถามได้ตลอดเลยนะครับ  เจริญทอง มวยไทย ยิม” ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

หลักต้องดีขาต้องแข็ง

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ohlor

ศิลปะการรุกและรับ ตามแบบฉบับมวยไทย

ศิลปะการรุกและรับ ตามแบบฉบับมวยไทย

ศิลปะการรุกและรับตามแบบฉบับ มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นการเลือกใช้ไม้มวยไทยและกลวิธีต่างๆ มาผสมผสานกัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

     “ไม้มวยไทย” ที่ใช้ในการชก มวยไทย ( Muay Thai )  ได้แก่ หมัด เท้า เข่า และศอก ซึ่ง การใช้หมัดชกคู่ต่อสู้ เรียกว่า “ไม้หมัด” การใช้เท้าเตะคู่ต่อสู้เรียกว่า “ไม้เตะ” การใช้เท้าถีบเรียกว่า “ไม้ถีบ” การใช้เข่าเรียกว่า “ไม้เข่า” การใช้ศอกเรียกว่า “ไม้ศอก” และยังมีการแบ่งตามลักษณะความสั้น-ยาวของการใช้ไม้มวยไทย โดยแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ ไม้สั้น และ ไม้ยาว อีกด้วย

 

ศิลปะการรุก

     ไม้รุก คือ การใช้ไม้มวยต่างๆ มาประกอบกัน เพื่อการโจมตีคู่ต่อสู้ มีทั้งการหลอกล่อและเข้าสู้กันจริง โดยทั่วไปไม้นำของไม้รุกจะเป็นไม้ยาว มีความรวดเร็ว รัดกุม มีหลักมั่นคง และสามารถใช้ไม้อื่นต่อไป ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการใช้ไม้จังหวะแรกว่าได้ผลดีหรือไม่ จึงนิยมใช้ไม้มวยแบบสลับบนล่าง หรือ ซ้ายสลับขวา เพื่อให้คู่ต่อสู้พะวง ถ้าใช้ไม้รุกเฉพาะส่วน หรือ ส่วนล่างอย่างเดียว จะง่ายต่อการป้องกันแก้ไข

 

     โดยทั่วไปไม้รุก มีตั้งแต่ 1 จังหวะจนไม่จำกัดจำนวน แต่ที่นิยมใช้และได้ผลดี รวมทั้งฝึกหัดได้ง่าย คือ ไม้รุก 1 จังหวะ, 2 จังหวะ และ 3 จังหวะ

 

- ไม้รุก 1 จังหวะ : การรุกเข้าไปแล้วใช้ไม้มวยเพียงอย่างเดียว เช่น การชกหมัดตรงขวา เตะขวา โยนเข่าขวาหรือด้านที่ถนัดที่สุด

 

- ไม้รุก 2 จังหวะ : การรุกเข้าไปแล้วใช้ไม้มวย 2 จังหวะ โดยจังหวะที่ 1 เป็นไม้หลอก เพื่อให้คู่ต่อสู้เสียหลัก แล้วตามด้วยใช้ไม้จริงในจังหวะที่ 2 แต่ต้องตามกันไปอย่างรวดเร็ว

 

- ไม้รุก 3 จังหวะ : การรุกเข้าไปแล้วใช้ไม้มวยจังหวะที่ 1,2 และ 3 ติดต่อกัน เช่น ต่อยหมัดนำ หมัดตรง แล้วเตะตาม หากฝึกจนเกิดความชำนาญจะสามารถใช้ไม้สั้น เช่น ศอก เข่า หมัดตวัด หมัดงัด เป็นไม้นำได้เช่นกัน

 

ศิลปะการรับ

      ไม้รับ คือ การนำเอาไม้มวยต่างๆ มาประกอบเข้าด้วยกัน เพื่อแก้ไขการจู่โจมของฝ่ายรุก ไม้มวยชนิดหนึ่งอาจแก้การจู่โจมของไม้มวยชนิดเดียวกันหรือต่างชนิดได้ หรือแก้ทีละไม้ เช่น แก้การต่อย แก้การเตะ แก้การถีบ แก้การศอก แต่ในการชกมวยจริงๆ ไม่ได้ชกหรือเตะเพียงจังหวะเดียว แต่จะรุกเป็นชุด จึงต้องทำทุกอย่างเพื่อแก้ไขการจู่โจม เช่น การถอยออกให้พ้นระยะ เพื่อไม่ให้ถูกอาวุธของคู่ต่อสู้ การหลบหลีก การปัดป้อง และการตอบโต้ ซึ่งมีทั้งการชิงลงมือก่อน การถอยแล้วตอบโต้ การหลบหลีกแล้วตอบโต้

 

1. การหลอกล่อ คือ การเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อให้คู่ต่อสู้เข้าใจผิด หรือเพื่อไม่ให้คู่ต่อสู้จับทางได้ ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวอวัยวะต่างๆ โดยไม่เคลื่อนที่ไปจากที่เดิม แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ

- หลอกด้วยสายตา : มองสูงแต่ใช้ไม้มวยไปสู่เป้าหมายที่ต่ำ หรือ มองต่ำแต่ใช้ไม้มวยไปสู่เป้าหมายที่สูง

- หลอกด้วยศีรษะ : การเคลื่อนไหวศีรษะไปมาทั้งด้านซ้ายและด้านขวา เพื่อให้คู่ต่อสู้หลงทาง

- หลอกล่อด้วยการเคลื่อนไหวลำตัว : การอาศัยความอ่อนตัว เช่น การโยกเอวหรือโยกลำตัวไปทางซ้ายและขวา

 

2. การถอยให้พ้นระยะ คือ การถอยให้ห่างจากคู่ต่อสู้ อาจกระโดดเคลื่อนเท้าถอยหลัง หรือก้าวถอยหลัง แต่ต้องให้พ้นระยะไม้มวยของคู่ต่อสู้ ในการถอยเมื่อพ้นระยะแล้ว จะต้องอยู่ในท่าที่พร้อมจะตอบโต้คู่ต่อสู้ทันที

 

3. การโยกตัวหรือการเอนตัวให้พ้นระยะ คือ การโยกตัวหรือเอนตัวออกให้พ้นระยะคู่ต่อสู้

 

4. การหลบหลีก คือ การเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกาย เพื่อหลบหลีกไม้มวยของคู่ต่อสู้ที่จู่โจมมา อาจใช้วิธีก้มตัวหลบด้านซ้ายและขวา

 

5. การปัดให้เบี่ยงเบนออกไป คือ การใช้มือหรือแขนปัดไม้มวยไปยังเป้าหมายอื่น

 

6. การปัดป้อง คือ การใช้ส่วนต่างๆ ที่แข็งแรงของร่างกายปัดป้องอวัยวะที่เป็นจุดอ่อนของร่างกาย เช่น การใช้เข่าปัดป้องท้อง รวมถึงบริเวณลำตัว การใช้ศอกและเข่าบริเวณหน้าอก

 

7. การบังเกาะจับ คือ การบังไม่ให้ไม้มวยคู่ต่อสู้ปะทะกับตัวเรา การบังนั้นจะต้องอาศัยการผ่อนแรงถูกจังหวะและเหมาะสมจึงจะได้ผลดี เมื่อบังเกาะจับได้แล้ว ก็สามารถใช้ไม้มวยตอบโต้ได้ทันที

 

8. การทำให้ล้ม ในมวยไทยมีหลายแบบ แต่ที่ถูกต้องตามกติกาคือ ใช้วิธีการบังเกาะจับแล้วผลักให้ล้ม หรือการกอดรัดแล้วเหวี่ยงให้ล้ม

 

     และนี่คือ ศิลปะการรุก (ไม้รุก) และศิลปะการรับ (ไม้รับ) ที่น่าสนใจของ มวยไทย ( Muay Thai ) เหมือนจะเป็นเรื่องง่ายแต่จริงๆ แล้วต้องอาศัยความชำนาญจากการหมั่นฝึกซ้อม เพื่อให้เลือกใช้ไม้มวยไทยและกลวิธีต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ohlor

อ่านบทความน่าสนใจ :

- อาวุธโจมตีของมวยไทยอันไหนอันตรายที่สุด

- เทคนิค ฝึกสายตาให้ไวเหมือนนักมวย

“ชกมวย” ท่าง่ายๆ แต่เรียกเหงื่อได้มากมาย

“ชกมวย” ท่าง่ายๆ แต่เรียกเหงื่อได้มากมาย

     การออกกำลังกายด้วยการชกมวยนี้ ถือว่าเป็นการออกกำลังกายที่ทำให้เราได้ใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนที่สำคัญ ใครกำลังลดน้ำหนักอยู่ แนะนำว่าชกมวยนี่แหละเป็นตัวเลือกที่ดีทั้งได้เบิร์นไขมัน และบิ้วต์กล้ามเนื้อไปพร้อมๆ กัน แต่จะชกอย่างไร มาเรียนรู้ทิปง่ายๆ ก่อนไปเข้าคลาสจริงจังกันเถอะ

 

ประโยชน์ต่อร่างกาย : การชกมวยเป็นการออกกำลังทั้งร่างกาย เป็นการช่วยให้ลดน้ำหนักได้อย่างไม่ต้องสงสัย คุณจะได้บริหารร่างกายตั้งแต่หน้าท้อง แขน ขา และหลัง ในคราวเดียว

 

 ประโยชน์ต่อจิตใจ : การชกมวยเป็นการผ่อนคลายความตึงเครียด และความรู้สึกด้านลบในใจให้ออกมาจากการลงนวมในแต่หมัด  แถมยังเป็นการฝึกการทำงานของแขนและสายตาให้สัมพันธ์กันอีกด้วย

 

ท่าที่ 1  Double Jab

     เริ่มจากยืนเอียงซ้าย 45 องศา ยื่นเท้าซ้ายมาด้านหน้า ตั้งการ์ดกำหมัดอยู่สูงประมาณคอ จากนั้นออกหมัดซ้ายเป็นแนวตรง เบิ้ล 2 ครั้ง พร้อมทั้งก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อย และตามด้วยหมัดขวาเป็นแนวตรง // ทำสลับทั้งซ้ายและขวา เซทละ 20 วินาที เป็นจำนวน 5 เซท
 

ท่าที่ 2  Jab Hook

     ยืนเอียงซ้าย 45 องศา ยื่นเท้าซ้ายมาด้านหน้า ตั้งการ์ดกำหมัดอยู่สูงประมาณคอ จากนั้นออกหมัดซ้ายเป็นแนวตรง และตามด้วยหมัดขวาข้างลำตัว เซทละ 20 วินาที เป็นจำนวน 5 เซท

 

ท่าที่ 3  Squat Upper Cut

     ยืนเอียงซ้าย 45 องศา ยื่นเท้าซ้ายมาด้านหน้า ตั้งการ์ดกำหมัดอยู่สูงประมาณคอ ย่อตัวลงให้สุด จากนั้นลุกขึ้นพร้อมออกหมัดเสย ทำสลับซ้ายและขวา เซทละ 20 วินาที เป็นจำนวน 5 เซท

 

ท่าที่ 4 Sitting Punches

     นั่งลงกับพื้น พร้อม ชันเข่าขึ้น เกร็งลำตัว เอียงไปทางด้านหลังเล็กน้อยเป็นรูปตัว V จากนั้นออกหมัดซ้าย – ขวาเป็นแนวตรง เซทละ 20 วินาที เป็นจำนวน 5 เซท

 

     หากเพิ่งเริ่มต้นฝึก ให้ทำท่าตามครูฝึกและเรียนรู้ท่าไปทีละนิด จดจำวิธีการ ท่าทางแล้วไปฝึกต่อที่บ้าน และอย่าแปลกใจหากสองสามอาทิตย์แรกคุณจะมีร่องรอยเขียวช้ำเป็นจ้ำ นั่นเป็นเครื่องยืนยันว่าคุณได้ใช้กล้ามเนื้ออย่างเต็มที่ในการเริ่มฝึกชกมวยครั้งนี้ของคุณ

 

     ใครที่อ่านแล้วรู้สึกฮึกเหิมในใจและอยากจะใส่นวมเตะต่อยออกกำลังกายบ้าง ขอเชิญที่ เจริญทอง มวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym )

 

  ขอขอบคุณข้อมูลจาก amarintv

มวยไทย การออกกำลังกายแบบใหม่ที่ได้รับความนิยม

มวยไทย การออกกำลังกายแบบใหม่ที่ได้รับความนิยม

การออกกำลังกายด้วยการต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) ได้รับความนิยมมากขึ้น สามารถช่วยเพิ่มความแข็งแรง ความอดทน และสร้างการทรงตัวให้ดีขึ้นได้ สามารถเล่นได้ทุกเพศทุกวัยได้พัฒนาสมรรถภาพร่างกายของตนเอง

 

     ใครที่กำลังหากิจกรรมออกกำลังกายแบบน่าสนใจ และได้พัฒนาสมรรถภาพร่างกาย ขอแนะนำการออกกำลังกายด้วยการ ต่อยมวย แบบ มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ได้นำเอาศิลปะการต่อสู้มวยไทยมาปรับปรุงพัฒนาให้เข้ากับยุคสมัยกลายเป็นการออกกำลังกายที่ได้รับความนิยม สามารถช่วยลดน้ำหนัก ลดไขมัน รวมทั้งเพิ่มความแข็งแรง ความอดทน และการทรงตัวของร่างกายให้ดียิ่งขึ้น  

 

     การออกกำลังกายด้วยการ มวยไทย ( Muay Thai ) ไม่จำเป็นต้องมีคู่ซ้อม สามารถต่อยลม ชกอากาศออกหมัดได้อย่างอิสระ โดยชกตามจังหวะและรูปแบบต่างๆ ที่ครูฝึกแนะนำ รวมทั้งการใช้ศอก การเตะ ทำให้ได้รู้จักกับท่าทางและลีลาของ มวยไทย ไปด้วยในตัว ซึ่งหากคุณได้ออกกำลังกายด้วยการ ต่อยมวย ขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า คุณจะได้ใช้ร่างกายเกือบทุกส่วน เบิร์นไขมันได้กระจายเลยทีเดียว

 

     มวยไทย ( Muay Thai ) ไม่เหมือนกับการออกกำลังประเภทอื่น เพราะการ ต่อยมวย จะเป็นกิจกรรมที่ใช้เวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่นาทีแต่มีความเนื่อง การเคลื่อนไหวเน้นหนักเป็นจังหวะสั้นๆ เหมือนการออกกำลังกายแบบ HIIT ( High-Intensity Interval Training ) ที่ออกกำลังกายอย่างหนักในช่วงเวลาสั้นๆ นั่นเอง ทำให้การต่อยมวยช่วยเพิ่มความแข็งแรง ของกล้ามเนื้อ ได้พัฒนาพลังกล้ามเนื้อส่วนบนและล่าง โดยเฉพาะเวลาที่ขยับแขนและไหล่ จะเป็นการเพิ่มความแข็งแรงของร่างกายด้านบน และในขณะที่ใช้ขาเตะ จะเป็นการพัฒนากล้ามเนื้อลำตัว กล้ามเนื้อขา และกล้ามเนื้อหลัง ให้มีความแข็งแรงมากขึ้น กล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้นจะช่วยให้อัตราการเผาผลาญพลังงานมากขึ้นไปด้วย ทำให้มีพละกำลัง มีแรงมากขึ้น

 

     สำหรับมือใหม่ที่อยากเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) ควรเริ่มต้นจากการชกมวยแบบเบาๆ ไม่หนักมาก ไม่รุนแรงมาก เมื่อร่างกายเริ่มปรับตัวได้แล้ว จึงค่อยๆ เพิ่มระดับความรุนแรงขึ้นตามที่ร่างกายทนไหว เพื่อพัฒนาพัฒนาสมรรถภาพร่างกายของตนเองใหแข็งแกร่งยิ่งขึ้น และที่สำคัญ ไม่ควรหักโหม หรือ เคลื่อนไหวร่างกายแบบฉับไวจนเกินไป เพราะอาจทำให้บาดเจ็บบริเวณ หลัง เข่า สะโพก และไหล่ ได้

 

     เห็นไหมคะว่า การออกกำลังกายด้วยการต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) น่าลองแค่ไหน ใครอยากพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ อยากลองต่อยมวยเรามีที่ดีๆ อย่าง “เจริญทอง มวยไทย ยิม” ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) ให้คุณได้มาลองกัน จะมาเดี่ยว หรือ มาเป็นกลุ่ม เราก็พร้อมให้บริการ เข้ามาตอนไหน คลาสจะเริ่มทันที แล้วเจอกันนะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก fitalika

อ่านบทความเพิ่มเติม :

- รู้หรือไม่? การออกหมัด มวยไทย มีกี่แบบ

- มวยไทยหุ่นสวย ป้องกันตัวได้

- คุณจะได้อะไรจาก มวยไทย

หลักต้องดีขาต้องแข็ง

หลักต้องดีขาต้องแข็ง

การที่เราจะเป็นนักมวย เราต้องมีหลักที่ดีเพื่อการทรงตัวเป็นอันดับแรก ถ้าเราไม่มีก็จะเสียหลักพลาดท่าได้นั้นเองวันนี้เราจะมาสอนท่าออกำลังกายที่ทำให้ขาแข็งแรงและสมดุลดีมาก

 

ออกกำลังกายเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อ

นอกจากปรับเปลี่่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารแล้ว ควรออกกำลังกายเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อควบคู่กัน การออกกำลังกายฝึกกล้ามเนื้อ (Strength Training) คือการออกกำลังกายเสริมสร้างการทรงตัวที่สำคัญ

 

วิดพื้น  

วางมือทั้งสองข้างบนพื้นไม่ให้ล้ำหน้าหัวไหล่ ยืดแขนจนสุด เหยียดขาให้ตรงโดยหัวเข่าไม่แตะพื้น จากนั้นงอข้อศอกให้หน้าอกลดต่ำลง ห่างจากพื้นประมาณ 2 นิ้ว แล้วดันตัวขึ้นมาจากพื้น

 

กระโดดเชือก การกระโดดเชือกจำให้ขาได้ใช้เยอะมาก ทำให้เรามีกล้ามเนื้อที่ขานั้นเอง

 

เดิน ต้องเดินเป็นระยะที่เรากำหนดไว้ แต่ไม่ต้องถึงออ่นล้าเลยก็ได้

 

วิ่ง ต้องเป็นวิ่งที่ใช้ความเร็วเท่านั้นจะทำให้ขานั้นแกร่งเกรง และมีกล้ามขานั้นเอง

 

กำหนดระยะเวลาในการออกกำลังกาย

ลองคิดสิว่าเรามีหรือสามารถหาเวลาบริหารขาอย่างสม่ำเสมอได้มากแค่ไหนในแต่ละสัปดาห์ ระยะเวลาในการออกกำลังกายที่เรามีจะช่วยให้เราเลือกท่าออกกำลังกายสำหรับบริหารขาที่ได้ผลกับตนเองมากที่สุด

 

ตัดสินใจว่าต้องใช้อุปกรณ์ในการออกกำลังกายหรือไม่. ก่อนที่จะเริ่มวางแผนออกกำลังกายเพื่อบริหารขา ลองคิดดูก่อนว่าเราต้องใช้ลู่วิ่งหรือเครื่องออกกำลังกายอื่นๆ ที่ยิมหรือไม่ หรือเราจะเน้นออกกำลังกายอย่างง่ายๆ ที่บ้าน

 

คิดว่าอยากให้ขามีความแข็งแรงถึงระดับไหน.

 ถ้าเราเป็นนักกีฬาที่พยายามเสริมสร้างกล้ามเนื้อขาให้แข็งแรง การออกกำลังกายของเราก็อาจหนักกว่าและมีแรงกระแทกสูงกว่าการออกกำลังกายของคนทั่วไป ถ้าเราต้องการทำให้กล้ามเนื้อขาแน่น แข็งแรง

 

ทำท่าบริหารร่างกายให้ถูกต้อง. 

เราต้องทำท่าบริหารร่างกายให้ถูกต้องเพราะจะทำให้การออกกำลังกายได้ผลดี พยายามทำหลังให้ตรงและอย่ายืดเหยียดกล้ามเนื้อขามากเกินไปเพราะอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บได้

 

การออกำลังกายแบบทำให้ขานั้นแข็งแรง ก็จะทำให้เรามีหลักที่ดี ดังนั้น อยากเป็นนักมวยต้องมีหลักที่ดีนะครับ

 

หากท่านใดกำลังมองหา สถานที่เล่นมวยต่อยมวย หรืออยากเรียนมวยจริง ๆ เราขอแนะนำjaroenthongmuaythaikhaosan  อยู่แถวถนนข้าวสาร มาได้ทุกวันนะครับ ให้เราเปิดประสบการณ์เป็นนักมวยของคุณ

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก th.wikihow

กระจับอุปกรณ์ป้องกันสำคัญ

กระจับอุปกรณ์ป้องกันสำคัญ

ดูจากในทีวีอาจจะไม่เจ็บหรือจุก แต่รู้สึกได้เลยว่า ต้องล้มตัวแน่ๆ นักมวย ลูกเตะ ส่วนใหญ่จะไม่มีจากล่างขึ้นบนตรงๆเพราะจะโดนกล่องดวงใจกระจับเลยเป็นเครื่องรางสำคัญอย่างหนึ่งที่ต้องมีทุกคน

 

ซึ่งด้วยกติกา มวยไทย ( Muay Thai ) การแต่งกายของนักมวยนั้น หนึ่งในนั้นที่ทุกคนต้องใส่ก็คือ กระจับ เพราะป้องกันอันตรายจากเข่าและลูกเตะที่อาจไม่ได้ตั้งใจโดนกล่องดวงใจ

 

กระจับ (กระจับนักมวย)  คืออุปกรณ์ป้องกันตัวอย่างหนึ่งในกีฬาชกมวยหรือรวมถึงศิลปะต่อสู้ชนิดอื่น ที่นักมวยจะต้องสวมใส่เพื่อให้เกิดความกระชับและป้องกันแรงกระแทกที่จะเกิดบริเวณอวัยวะเพศ เนื่องจากในกีฬาประเภทนี้มีความเสี่ยงที่จะพลาดพลั้งทำให้บาดเจ็บบริเวณท้องน้อยและช่วงขาหนีบได้ง่าย แม้จะมีกติกากำหนดห้ามไว้แล้วก็ตาม เช่น กีฬามวยมีกติกาห้ามชกใต้เข็มขัด เป็นต้น

 

กระจับนักมวยมีการออกแบบในหลายลักษณะเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งาน ในอดีตนั้นรูปร่างกระจับเป็นที่รู้จักกันจะเป็นแบบที่ใช้สำหรับนักมวยไทย เป็นแบบดั้งเดิมคือมีลักษณะเป็นแค่ถ้วยกระเปาะ ทำจากโลหะขนาดพอเหมาะสำหรับปกปิดด้านหน้าของอวัยวะเพศชายและถุงอัณฑะเท่านั้น

 

และใช้เชือกผูกร้อยให้แน่นกับเอวและง่ามขา โดยนักมวยจะผูกกระจับไว้นอกกางเกงชั้นในก่อนจะสวมกางเกงมวยอีกชั้นหนึ่ง ขณะที่กระจับในการแข่งขันสากลแทนที่จะร้อยเชือกแบบเดิมก็มีการนำเอากระเปาะ ดังกล่าวไปสวมเข้ากับกางเกงสปอตเตอร์

 

ปัจจุบันกระจับได้ถูกออกแบบให้เหมาะสมสำหรับนักกีฬามากขึ้น โดยมีการผลิตออกมาเป็นการเฉพาะให้เหมาะสมกับสรีรร่างกายและมีประสิทธิภาพในการป้องกันการบาดเจ็บได้สูงสุด เช่น กระจับในกีฬามวยสากลจะออกแบบให้ครอบคลุมได้ทั่วทั้งบริเวณท้องน้อย

 

มักทำจากแผ่นโฟมพลาสติกหุ้มด้วยหนังเพื่อให้มีการดูดซับแรงกระแทกได้ดีขึ้นต่างจากโลหะ และติดแถบยางยืดในตัวแบบกางเกงสปอตเตอร์ทำให้ใส่ขณะฝึกซ้อมได้ง่าย ทำให้ใส่ทับกางเกงมวยไว้ภายนอกได้ นอกจากนี้ยังมีการผลิตกระจับเฉพาะสำหรับนักกีฬาเพศหญิงด้วย

 

ประโยชน์ด้านความปลอดภัย

 

เนื่องจากบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ของทั้งเพศชายและเพศหญิงมีความเปราะบางต่อแรงกระแทกและบริเวณนี้ยังมีเส้นประสาทรับความเจ็บปวดมาเลี้ยงมากทำให้เกิดความเจ็บปวดได้อย่างรุนแรง จึงมีความจำเป็นต้องหาอุปกรณ์ที่เป็นเกราะป้องกันมาใช้ในกีฬาที่ต้องปะทะร่างกายกัน

 

 ในกีฬาชกมวยการโดนต่อยถูกไข่ด้วยหมัดแม้จะใส่นวมก็อาจทำให้เกิดการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ โดยแรงชกอาจทำให้อัณฑะแตก องคชาติหักกระจับจึงช่วยเป็นเกราะป้องกันแรงกระแทกโดยตรง นอกจากนี้ผลจากการครอบรัดอวัยวะเพศอย่างแน่นหนาจะช่วยป้องกันการขาดเลือดจากการบิดหมุนของอัณะฑะ

 

รู้แบบนี้แล้วการใส่กระจับนั้น ปลอดภัยที่สุด ผู้ชายคงจะเข้าใจได้ เพราะช่วยลดอันตรายได้จริงๆ นอกจากสังเวียนที่เราจะต้องใช้งานในการชกต่อย  เรื่องบนเตียงเราก็ต้องชกต่อยเหมือนกันนะครับ ดังนั้นรักษาไว้เถอะครับ

 

หากท่านใดกำลังมองหา สถานที่เล่นมวยต่อยมวย หรืออยากเรียนมวยจริง ๆ เราขอแนะนำjaroenthongmuaythaikhaosan  อยู่แถวถนนข้าวสาร มาได้ทุกวันนะครับ ให้เราเปิดประสบการณ์เป็นนักมวยของคุณ

ด้วยความปราถนาดีจาก  jaroenthongmuaythai

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก muaythaiinstitute

ออกกำลังกายแบบนักมวยได้ที่บ้าน

ออกกำลังกายแบบนักมวยได้ที่บ้าน

นักลดน้ำหนักสมัยนี้มองเห็นว่าการที่เราออกกำลังกายนั้นมีประโยชน์และรู้ถึงสุขภาพที่แข็งแรงและคนหันมาสนใจลดน้ำหนักสไตล์มวยก็มาขึ้นเพราะว่าได้ทุกส่วนของร่างกายวันนี้เรามีวิธีมาบอกกัน

 

     การออกกำลังกายแบบนักมวยจึงมีความหนักหน่วงมากกว่าการออกกำลังกายแบบปกติ ถ้าคุณอยากจะมีร่างกายที่ฟิตปั๋งแบบนักมวยมืออาชีพลองทำตามเทคนิคที่เรานำฝากคุณในวันนี้ดู รับรองว่าคุณจะได้เห็นผลลัพธ์ที่น่าทึ่งของร่างกายคุณเสมือนว่าเป็นนักมวยมือาชีพอย่างแน่นอน

 

คาร์ดิโอแบบหนักหน่วง


หากจะเริ่มออกกำลังกายให้ฟิตแบบนักมวย ควรต้องเริ่มจากการคาร์ดิโอเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงเสียก่อน ซึ่งการคาร์ดิโอนี้ทำได้ตั้งแต่การ ซิทอัพ / วิ่ง / กระโดดเชือก ซึ่งไม่ใช่การกระโดดเชือกแบบทั่วๆ ไปแต่เป็นการฝึกที่มีรูปแบบการกระโดดที่หลากหลาย และการฝึกความแข็งแรงของร่างกายในส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การดึงข้อ, การบริหารกล้ามเนื้อหลังแขน, การวิดพื้น และการฝึกด้วยลูกบอลเทรนนิ่งในท่าทางต่างๆ

 

Footwork

 

แน่นอนว่าไม่มีนักมวยคนไหนที่ไม่รู้จักการ Footwork เพราะเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากในการหลบหลีกหมัดของคู่ต่อสู้ ความว่องไวในการ Footwork จึงเป็นการช่วยเพิ่มความสามารถในการรับมือและต่อสู้กับคู่ชกได้อย่างดีทีเดียว

 

Shadow Boxing 

 

หรือการฝึกชกลม เพื่อเป็นการฝึกออกหมัดและท่าทางที่ถูกต้อง ซึ่งนักมวยคนดังอย่าง แมนนี่ ปาเกียว เคยบอกว่า การฝึกชกลมเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการสร้างเทคนิคการชก รวมไปถึงการรักษาน้ำหนักความแข็งแรงของร่างกาย และที่สำคัญ Shadow Boxing สามารถฝึกที่ไหนก็ได้ แต่ถ้าจะให้เห็นผลเร็วมากที่สุดแนะนำให้ไปฝึกบริเวณชายหาดหรือบ่อทราย เพราะทรายจะช่วยยึดลำตัวช่วงล่างไว้ ทำให้เราสามารถขยับช่วงบนได้อย่างเป็นอิสระมากขึ้น

 

Bag Work 


หรือการต่อยกระสอบทรายที่ถือเป็นการฝึกความแข็งแกร่งของหมัด น้ำหนักหมัด สายตาและความแม่นยำ รวมถึงการป้องกันด้วย แต่ถ้าเราไม่มีกระสอบทรายให้แนะนำต่อย เตียงหรือ ปอกหมอน ถ้าให้ดีต้องต้นกล้วยครับ

 

Plank

 

นับว่าเป็นการออกกำลังกายที่ง่ายแต่ทำได้ยากมาก ใครที่เคยลอง Plank จะทราบดีว่าเป็นท่าที่ทรมานที่สุด เพราะเราต้องอาศัยความแข็งแรงของร่างกายหลายส่วน ซึ่งท่า Plank เป็นการออกกำลังกายพื้นฐานที่นักมวยทุกคนให้ความสำคัญ เพราะมันจะช่วยสร้างความแข็งแกร่ง บึกบึน ของร่างกายส่วนกลางให้ทนทานต่อหมัดของคู่ต่อสู้ที่จะโจมตีเราบริเวณลำตัว

 

     การออกกำลังกายแบบนักมวยในฉบับที่บ้านนั้นจะได้เห็นได้ว่าใช้พลังงานสูง และจำกัดเพื่อนที่ที่ออกมากเลยทีเดียว แต่หากท่านใดกำลังมองหา สถานที่เล่นมวยต่อยมวย หรืออยากเรียนมวยจริง ๆ เราขอแนะนำjaroenthongmuaythaikhaosan  อยู่แถวถนนข้าวสาร มาได้ทุกวันนะครับ ให้เราเปิดประสบการณ์เป็นนักมวยของคุณ

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก  ignitefightclub

อาวุธโจมตีของมวยไทยอันไหนอันตรายที่สุด

อาวุธโจมตีของมวยไทยอันไหนอันตรายที่สุด

ศิลปะการต่อสู้ “มวยไทย” ( Muay Thai ) ที่ใช้เพียงแค่มือเปล่า เท้าเปล่า ก็สามารถเล่นงานคู่ต่อสู้ได้อยู่หมัด มาดูกันว่า อาวุธโจมตีชนิดใดในมวยไทยที่หนักหน่วง รุนแรง และอันตรายมากที่สุด

 

     ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 8 ( Art of Eight Limbs ) 2 หมัด - 2 ศอก - 2 เข่า - 2 เท้า ที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร ก็แค่มือเปล่า เท้าเปล่า แต่รู้หรือไม่ว่า อาวุธทั้ง 8 นี่แหละที่มีความหนักหน่วง รุนแรง และอันตรายแตกต่างกัน มาดูกันว่าอาวุธไหนอันตรายที่สุด

 

อาวุธที่ 1 : หมัด

     ขอเริ่มจาก “หมัด” ซึ่งเป็นอาวุธมวยไทยที่ใช้บ่อยและมีความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ “มวยสากลสมัครเล่น” และ “มวยสากลอาชีพ” เพราะนักมวยไม่สามารถใช้ เท้า เข่า ศอก ได้อย่าง มวยไทย ( Muay Thai ) ดังนั้น นักมวยสากล จำเป็นต้องมีทักษะในการใช้หมัดหลากหลายแบบ โดยหมัดนั้นจะใช้แรงส่งจาก หัวไหล่ สะโพก และ ขา มายังกำปั้น เพื่อหวังโจมตีระยะกลาง

 

     การปล่อยหมัดที่ทำน้ำหนักได้ดีสุด คือ การใช้ หมัดตรงหมัดหลังนักมวยจะใช้การบิดไหล่ข้างถนัด โน้มไปข้างหลังเล็กน้อย เพื่อทำให้เกิดแรงส่งจากสะโพก ลำตัว หัวไหล่ ที่มากกว่าหมัดตรงธรรมดา ออกไปยังเป้าหมาย แล้วดึงหมัดกลับมาในท่าจดมวยเดิม

 

     ความอันตรายของการใช้หมัด ถือว่าไม่ได้รุนแรงเท่า ศอก เข่า เท้า เพราะหมัดจะต้องอาศัยกล้ามเนื้อบริเวณหัวไหล่ ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อส่วนที่ไม่ได้ใหญ่มาก น้ำหนักและความแรงจึงไม่อาจเทียบเท่ากับส่วนอื่นๆ (อ่านเพิ่มเติม : มวยไทยกับการใช้หมัด, 7 การออกหมัดแบบมวยไทย)

 

อาวุธที่ 2 : ศอก

     อาวุธต่อมา “ศอก” เป็นอาวุธโจมตีที่ใช้พื้นที่น้อย แต่กลับมีอันตรายมากสุด และทุกคนต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า ศอกคือ อาวุธที่อันตรายมากสุดของ มวยไทย ( Muay Thai )

 

     ทำไม “ศอก” ถึงอันตรายที่สุด นั่นก็เพราะว่า อาวุธศอก มีพื้นผิวสัมผัสน้อย ยิ่งพื้นที่การตีน้อย และรวดเร็ว จึงเกิดค่าความดันที่สูงมาก และศอกยังเป็นบริเวณที่แหลมคม มีความแข็งของกระดูก ทำให้เกิดแผลบริเวณใบหน้าได้ง่ายกว่าอาวุธทุกชนิด

 

     เมื่อโดนแรงจากปลายศอก เข้าไปกระทบผิวหนังใบหน้า ความดันที่มีค่าสูงจึงส่งผลให้เกิดแผลแตกได้ง่าย และทำให้สมองมึนงงไปจนถึงขั้นสลบ จนสามารถทำให้ชนะน็อคเอาท์ได้ หรือหากเป็นแผลแตกเหนือเบ้าตา จะส่งผลต่อการมองเห็นนักมวยอีกด้วย

 

อาวุธที่ 3 : เข่า

     เข่า” เป็นอาวุธมวยไทยที่มีความหนักหน่วง เนื่องจากใช้แรงส่งจากสะโพก โดยใช้ส่วนของหัวเข่าด้านหน้า หรือ ด้านข้างหัวเข่า ซึ่งเป็นมุมแหลมและแข็งแรง เข้าปะทะในส่วนนิ่มของร่างกาย เช่น หน้าขา ท้อง ชายโครง ลำตัว หน้าอก หรือแม้แต่ปลายคาง

 

     ถึงแม้ว่า “เข่า” จะมีความหนักหน่วง มีเหลี่ยมของเข่าที่กระแทกเข้าที่ส่วนลำตัวของร่างกาย แต่เข่าไม่ใช่อาวุธที่อันตรายสุด เพราะส่วนมากแล้วร่างกายของนักมวยไทย ถูกฝึกฝนกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ทนทาน พร้อมรับน้ำหนักและแรงกระแทกจากเข่าอยู่แล้ว (อ่านเพิ่มเติม : มวยไทยกับการใช้เข่า)

 

อาวุธที่ 4 : เท้า

     อาวุธสุดท้ายคือ “เท้า” เป็นอาวุธโจมตีระยะไกล และถือเป็นอวัยวะสำคัญสำหรับการชกมวยไทย ( Muay Thai ) ทั้งในจังหวะรุกและรับ แถมยังมีพลังโจมตีมากพอที่จะทำให้คู่ต่อสู้น็อคเอาท์ได้ทันทีในชั่วพริบตาหากโดนเตะเข้าที่ก้านคอ เนื่องจากบริเวณของต้นคอ เป็นศูนย์รวมระบบประสาทที่เป็นส่วนที่สำคัญ นอกจากเท้าแล้ว มีอีกอย่างที่น่ากลัวคือ “แข้ง” เพราะมีน้ำหนักและความรุนแรง หากใครโดนก็เหมือนถูกท่อนไม้ตีเลยทีเดียว

 

     อาวุธเท้าในมวยไทย มีความแรงเกิดจากแรงขาและการหมุนของสะโพก สามารถโจมตีได้หลายแบบ นอกเหนือจากเตะก้านคอ ยังใช้เตะตัด เตะเฉียง การถีบ ดังนั้น การเตะที่ดีต้องอาศัยจังหวะ ความเร็ว การทรงตัว การเคลื่อนที่ที่ดี เพื่อให้การเตะนั้นออกมาสมบูรณ์

 

     คราวนี้ก็รู้กันแล้วใช่ไหมคะว่า ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 8 ( Art of Eight Limbs ) 2 หมัด - 2 ศอก - 2 เข่า - 2 เท้า อันไหนอันตรายที่สุด รู้แล้วก็ระมัดระวังกันด้วยนะคะ หากใครสนใจอยากลองเรียนมวยไทย สามารถมาเรียนที่ เจริญทอง มวยไทย ยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym)

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก mainstand

มวยไทย สุดยอดการออกกำลังกายเพื่อการลดน้ำหนัก

มวยไทย สุดยอดการออกกำลังกายเพื่อการลดน้ำหนัก

การ ลดน้ำหนักด้วยมวยไทย ถือว่าเป็นการฝึกศิลปะการป้องกันตัวแและเป็นศิลปะการต่อสู้โดยไม่ใช้อาวุธของไทยที่มีมาช้านานตั้งแต่สมัยโบราณกาล และได้ถูกพัฒนามาเป็นกีฬาในรูปแบบมวยไทยอาชีพ แต่ด้วยในสมัยก่อนวงการมวยถูกจำกัดโดยผู้ชมเฉพาะกลุ่ม และมีภาพลักษณ์ไปในทางการพนันและผู้มีอิทธิพล เลยทำให้คนทั่วไปเข้าถึงกีฬาชนิดนี้ได้ยาก

 

ลดน้ำหนักด้วยมวยไทย ( Muay Thai )

     มวยไทย ( Muay Thai ) จะช่วยให้คุณได้ใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนอย่างเต็มที่ จึงเป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนักที่ดี ทั้งเบิร์นไขมันสะสม และก็เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อไปพร้อมกัน แค่ครั้งละหนึ่งชั่วโมงครึ่ง สัก 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ก็จะเฟิร์มขึ้นจนรู้สึกได้ชัดถึงความเปลี่ยนแปลงเลยทีเดียว

 

เผาผลาญพลังงานได้รวดเร็ว

     การชกมวยอาจเป็นทางเลือกใหม่ในการออกกำลังกายแบบ High-intensity Interval Training ( การออกกำลังกายแบบความเข้มข้นสูง ) การออกกำลังกายประเภทนี้จะช่วยให้สร้างความแข็งแรง ความรวดเร็ว มีพลังมากขึ้น และกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกาย

 

กระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต

    เป้าหมายของการต่อยมวยคือให้ทุกส่วนของร่างกายได้ใช้งาน นอกเหนือไปจากการกระตุ้นความแข็งแรงของร่างกายและระบบไหลเวียนโลหิตแล้ว การชกมวยยังช่วยเพิ่มการฝึกทักษะที่เกี่ยวข้องอย่าง การทรงตัว ปฏิกิริยาตอบโต้และความคล่องตัว

 

หน้าท้องแบบราบ

     อยากมีซิกซ์แพ็คชัด ๆ ลองเลิกซิทอัพแล้วหันมาต่อยมวยดูสิ เพราะ มวยไทย ( Muay Thai ) จำเป็นต้องใช้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวสูงมาก ต้องบิดสะโพกเพื่อเพิ่มแรงส่งให้ออกหมัดได้หนักขึ้น และเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าการนอนซิทอัพกับพื้น เมื่อแกนกลางลำตัวแข็งแรง และเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น กล้ามท้องก็ไม่ไกลเกินฝันค่ะ

 

จุดเริ่มต้นของการลดน้ำหนัก คือทุกครั้งที่เราขยับร่างกาย เท่ากับเราออกกำลังกาย นั่นหมายถึงการเผาผลาญพลังงาน ขยับมากก็เผาผลาญมาก เมื่อเผาผลาญมากก็หมายถึงพลังงานที่จะใช้ก็มากขึ้นตามตัว จึงเป็นหลักการที่จะทำให้คุณลดน้ำหนักได้ แต่ในการออกกำลังกายและการควบคุมอาหารนั้นอาจจะไม่ได้ทำให้เราลดไขมันได้โดยตรงเพียงอย่างเดียว แต่จะมีการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ และการสูญเสียน้ำร่วมด้วย ดังนั้น เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อ เราควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง และทานให้เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการจะดีที่สุด

 

เราไม่ควรทรมานไปกับการลดน้ำหนักจนเกินไป แค่อดทน เต็มที่ ไม่ยอมแพ้ เพื่อช่วยให้คุณสามารถที่จะมีหุ่นสวยแบบได้ผลชัดเจนมากที่สุด การลดน้ำหนักด้วยมวยไทยที่ได้ผลนั้น ต้องฝึกในสถานที่ที่มีอุปกรณ์ และการดูแลเป็นอย่างดี ฝึกกับผู้เชี่ยวชาญ สามารถติดต่อสอบถามเรียนมวยไทย เพื่อสุขภาพ และสาระบทความดีๆ ได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม (Jaroenthong Muay Thai Gym)

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก lovefitt

เทคนิค ฝึกสายตาให้ไวเหมือนนักมวย

เทคนิค ฝึกสายตาให้ไวเหมือนนักมวย

มวยไทย (Muay Thai) มีทั้งการใช้หมัด เข่า ศอก ใช้สมาธิกับตัวก็เหนื่อยแล้ว ไหนจะต้องระแวดระวังคู่ชก หรือคู่ต่อสู้อีก ดังนั้น นักมวยจะต้องมีทักษะ ไหวพริบในหลายๆ ด้าน รวมไปถึง “การมีสายตาที่ว่องไว” เพื่อให้สามารถมองเห็นหมัดหรือการเคลื่อนไหวของคู่ชก คู่ต่อสู้ ได้อย่างทันท่วงที

 

วิธีการฝึกที่ช่วยให้สายตาไว มองการเคลื่อนไหวได้เร็วๆ

     สำหรับมวยไทย (Muay Thai) ของเรา มีวิธีการฝึกสายตา ซึ่งแต่ก่อนไม่มีเครื่องมือ จึงใช้วิธีเหล่านี้...

1. วิธีการฟันน้ำ

     วิธีการฟันน้ำ เป็นการฝึกสายตาไม่ให้กระพริบตา เวลาที่น้ำกระเด็นใส่หน้าขณะฟันน้ำ วิธีนี้จะทำให้สายตานิ่ง ไม่กระพริบ หากในการต่อยจริง แม้จะโดนหมัดก็ไม่มีการหลับตา

 

2. ฝึกต่อยลูกมะนาว

     เนื่องจากในอดีตไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือ จึงใช้ลูกมะนาวมาฝึก โดยการผูกลูกมะนาวหลายๆ ลูกไว้ แล้วต่อยแรงๆ จะฝึกสายตาได้ดียิ่งขึ้น ที่สำคัญร่างกายจะเป็นการฝึกหลบในตัวด้วย ฝึกบ่อยๆ ก็สามารถโยกหลบหมัดได้อย่างสบาย ร่างกายท่อนบนจะสามารถหลบหลีกได้เอง

 

     นอกจากการฝึกการหลับสายตาแล้ว การใช่หมัดก็เป็นสิ่งหนึ่งสำคัญมากๆ เป็นอันดับต้น ๆ  ซึ่งมวยไทย (Muay Thai ) กับการใช้หมัด มีดังนี้

  • หมัดตรงชกนำ 

     หมัดตรงชกนำ หมายถึง การชกหมัดที่อยู่ด้านหน้าพุ่งไปยังเป้าหมาย โดยอาศัยแรงจากไหล่ ลำตัว ตั้งตรง และเท้ายันพื้น เพื่อเป็นหลักและแรงส่งออกไป ถ้าจดเหลี่ยมขวาหมัดตรงชกนำคือหมัดซ้าย ถ้าจดเหลี่ยมซ้าย หมัดตรงชกนำคือหมัดขวา อาจจะชกออกไปโดยไม่เคลื่อนเท้า หรือ เคลื่อนเท้าไปด้านหน้า ด้านหลัง ข้างซ้ายและข้างขวาก็ได้ แต่ส่วนมากเวลาชกไปแล้วน้ำหนักตัวมักจะตกอยู่บนเท้าที่อยู่หน้าเสมอ

  • หมัดเสย 

     หมัดเสย หมายถึง หมัดที่ชกโดยการงอข้อศอก เกร็งข้อศอก หงายหมัดขึ้น วิธีทางของหมัดจะออกจากด้านล่างสู่ด้านบนทำมุมฉากกับพื้น หมัดเสยมีสองลักษณะ คือ หมัดเสยนำ และ เสยหมัดตาม หมัดเสยจะใช้ได้ดีเมื่อเป้าหมายอยู่ใกล้ตัว เช่น การเข้าคลุกวงในแล้วคู่ต่อสู้ก้มต่ำเป้าหมายที่ชก คือ บริเวณคาง ท้อง หน้าอกและหน้า

  • หมัดโขก 

     หมัดโขก เป็นหมัดเหวี่ยงจากบนลงล่างเป้าหมายบริเวณขมับ หรือ คางหมัดโขกเป็นหมัดที่รุนแรงใช้หมัดตาม เพื่อให้วงเหวี่ยงมีรัศมีกว้างขึ้นเป็นหมัดที่มีทิศทางจากบนลงล่าง แบ่งเป็น หมัดโขกวงกว้าง กับ หมัดโขกวงแคบ หมัดนี้เป็นหมัดที่รุนแรงเพราะอาศัยแรงเหวี่ยงของไหล่และแขน

  • หมัดเหวี่ยง หรือ หมัดขว้าง

     หมัดเหวี่ยง หรือ หมัดขว้าง หมายถึง การชกโดยการงอและเกร็งข้อศอกไว้ให้หมัดออกไปเป็นวิธีทางโค้งขนานกับพื้นดิน อาจจะคว่ำหมัด หรือ ตั้งหมัดก็ได้ แต่พยายามให้สันหมัดถูกเป้าหมายหมัดเหวี่ยงแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ หมัดเหวี่ยงสั้น หมัดเหวี่ยงยาว และหมัดเหวี่ยงกลับ

 

     การฝึกฝนจะสำเร็จเห็นผลอย่างมีประสิทธิภาพได้นั้น ต้องมีวินัยในการฝึก ไม่เช่นนั้นการฝึกของเราจะก็จะล้มเหลวไม่มีประสิทธิภาพ นำมาใช้ก็ไม่ได้ สนใจอยากฝึกมวยไทย เจริญทองมวยไทย (Jaroenthong Muay Thai Gym)

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก siamebook

อุปกรณ์ฝึกมวย

อุปกรณ์ฝึกมวย

หลังจากเราเรียนรู้ทั้งการออกหมัด ออกอาวุธไปแล้วการรำก่อนขึ้นชกมวย การแต่งการต่างๆ มวยมีกี่สายเป็นต้นวันนี้เราจะมาทำความรู้จักอุปกรณ์มวยว่ามีหน้าทีช่วยอะไรป้องกันอะไรและที่ใช้ในการฝึกซ้อมจะมีอะไรบ้างไป

 

มวยไทย (Muay Thai) คือศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว (Martial Art) และเป็นกีฬา (Sport) ประจำชาติไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณมวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ที่ร้ายกาจ รุนแรง มหัศจรรย์ แตกต่างจากศิลปะการต่อสู้ของชนชาติอื่นใด เพราะมวยไทยเป็นการต่อสู้ด้วยอาวุธธรรมชาติ ใช้อวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายเป็นอาวุธได้หลากหลายชนิดมากกว่า เช่น หมัด ศอก เข่า เท้า เข้าทำอันตรายคู่ต่อสู้ โดยปราศจากการใช้อาวุธวัตถุใดๆ จากภายนอก ศิลปะมวยไทย

นอกจากมวยไทย ผู้เล่นหรือผู้ฝึกจะมีประสิทธิภาพได้แล้ว ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งเลยคือ อุปกรณ์การฝึกมวยนั้นเอง

 

อุปกรณ์การฝึกซ้อมสมัยปัจจุบัน

อุปกรณ์สำหรับออกกำลังกายและฝึกซ้อมมวยไทยที่จำเป็นต้องมีประจำค่ายมวย ซึ่งอุปกรณ์ต่อไปนี้เป็นสิ่งจำเป็นที่ค่ายมวยทุกค่ายมวยจะต้องมีประจำไว้ในค่ายมวย เพื่อใช้บริหาร และป้องกันอันตรายที่จะเกิด

 

เชือกกระโดด เป็นอุปกรณ์ที่ใช้บริหารร่างกายให้ขาแข็งแรงมีความคล่องตัวสูง เชือกกระโดด

 

ลูกบอลสำหรับฝึกต่อยหมัด หรือ punching ball เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ฝึกฝนการออกหมัดและความไวของสายตา เพราะ punching ball นั้นจะเด้งไปเด้งมาเมื่อถูกหมัด นักมวยจะฝึกต่อยให้เร็วและควบคุมแรงในการต่อยให้สม่ำเสมอ และฝึกความว่องไวของสายตาในการปล่อยหมัดให้ถูกลูกบอล

 

 ผ้าพันมือ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันนิ้วมือไม่ให้เคล็ดหรือถลอกเวลาต่อยมวย โดยจะต้องพันมือทุกครั้งก่อนสวมนวม เพื่อชกกระสอบทรายหรือฝึกลงนวม

 

กระจับนักมวย เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันอวัยวะส่วนสำคัญของนักมวยไม่ให้ได้รับบาดเจ็บที่เกิดจากการชกมวย โดยสวมทุกครั้งที่ขึ้นชกมวย

 

ฟันยาง เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันฟันและปากไม่ให้ได้รับการบาดเจ็บจากการชกมวย เป็นอุปกรณ์สำคัญที่นักมวยจะต้องสวมให้ชิน โดยสวมทุกครั้งที่ขึ้นชกมวยและซ้อมลงนวม

 

นวม เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ฝึกซ้อมและแข่งขัน นวมเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับนักมวยและค่ายมวย โดยใช้สวมเมื่อซ้อมลงนวมและสวมเมื่อเวลาแข่งขันบนเวที นวมมีหลายขนาดตามขนาดตัวนักมวยตั้งแต่ 4-6 ออนซ์ ซึ่งมีราคาแตกต่างกันไป แบ่งออกเป็นนวมซ้อมและนวมที่ใช้ชกแข่งขัน ซึ่งนวมซ้อมจะมีขนาดใหญ่และนิ่มกว่านวมที่ใช้แข่งขัน

 

แบคชกกระสอบ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ฝึกซ้อมชกกระสอบทราย รูปร่างเหมือนนวมทุกอย่างแต่เล็กกว่า ใช้ฝึกออกหมัดและป้องกันนิ้วมือของนักมวยเวลาซ้อมชกกระสอบไม่ให้เคล็ดหรือถลอก

เป้าล่อ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ฝึกซ้อมการออกหมัด เท้า เข่า ศอก ให้เข้าตามจุดที่สำคัญของร่างกายอย่างแม่นยำ แบ่งออกเป็นเป้ามือ เป้าท้อง เป้ายาว สนับแข้ง โดยจะสวมเข้ากับร่างกายของครูฝึกแล้วล่อหลอกให้นักมวยออกหมัด เท้า เข่า ศอก เข้าตามเป้าต่างๆ ที่อยู่บนร่างกายครูฝึก เป้ามือ เป้ายาว เป้าท้อง 

 

กระสอบทราย เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ฝึกซ้อมการออกหมัด เท้า เข่า ศอก เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ทุกค่ายต้องมีให้นักมวยใช้ฝึกซ้อมการเตะ เข่า ต่อย และฟันศอก

 

ลูกเหล็ก สำหรับบริหารร่างกาย หรือ ดรัมเบล เป็นอุปกรณ์ที่ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อบริเวณแผงคอ ขากรรไกร ด้วยการคาบไว้ในปากแล้วยกขึ้นลง ฝึกกำลังแขนด้วยการกำไว้ในมือแล้วฝึกชกลม

 

คานเหล็กสำหรับยกน้ำหนัก  เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขน ขาและแผงอก ให้แข็งแรงด้วยการยกขึ้นลง

 

เชือกโหน เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ฝึกความแข็งแรงของข้อมือ แขน และแผงอก ด้วยการผูกไว้บนขื่อแล้วปีนขึ้นลง ซึ่งจะได้เห็นในการฝึกซ้อมมวยต่อไป 

 

 นาฬิกาจับเวลา เป็นอุปกรณ์ที่ใช้จับเวลาในการฝึกซ้อมของนักมวย โดยแบ่งเวลาเป็นยก ยกละ 5 นาที เมื่อผ่าน 1 นาที ก็เรียก 1 ผ่าน พอครบ 5 นาทีก็เรียก 1 ยก โดยจะซ้อมกัน 8-10 ยกในการฝึกซ้อมแต่ละอย่าง

กางเกงมวย มีลักษณะเป็นกางเกงสั้นค่อนข้างบานตัดเย็บด้วยผ้ามันสีต่างๆ โดยจะปักชื้อนักมวยและค่ายมวยที่สังกัดบนกางเกงใช้สวมเวลาฝึกซ้อมในค่ายมวยและสวมเวลาแข่งขันชกมวย 

ปลอกรัดข้อเท้า เป็นอุปกรณ์สำหรับป้องกันข้อเท้าของนักมวยไม่ให้เคล็ดเวลาเตะกระสอบหรือแข่งขันชกมวย ในการแข่งขันนักมวยจะสวมปลอกรักข้อเท้าเสมอเวลาแข่งขันเพื่อป้องกันข้อเท้าเคล็ดอันเกิดจากการเตะคู่แข่งขัน 

 เครื่องชั่งน้ำหนัก เป็นอุปกรณ์สำหรับชักน้ำหนักนักมวย ในสถานที่ฝึกซ้อมมวยมีความจำเป็นต้องมีเครื่องชั่งน้ำหนักให้นักมวย ได้ทดสอบน้ำหนักตัวเองอยู่เสมอ เพื่อที่จะได้ทราบว่าตนเองมีน้ำหนักเท่าใด ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการฝึกซ้อมและแข่งขัน การทดสอบน้ำหนักของร่างกายจะทดสอบ 3 ระยะคือ ก่อนการฝึกซ้อม หลังการฝึกซ้อม และระหว่างพักการฝึกซ้อม

 

     ทั้งหมดที่กล่าวมาคืออุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการฝึกซ้อมมวย แม้ไม่จำเป็นต้องมีครบทุกอย่างก็สามารถฝึกซ้อมมวยได้ แต่การมีอุปกรณ์ครบจะทำให้นักมวยสามารถพัฒนาขีดความสามารถทางร่างกายของตนได้ดีขึ้น และส่งผลดีต่อการชกมวย ด้วยความปราถนาดีจาก jaroenthongmuaythaikhaosan

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sitesgoogle

กีฬาบำบัดรักษา “โรคหอบหืด” ด้วยมวยไทย

กีฬาบำบัดรักษา “โรคหอบหืด” ด้วยมวยไทย

“โรคหอบหืด” หรือ “โรคหลอดลมอักเสบจากภูมิแพ้”  เป็นโรคภูมิแพ้ชนิดหนึ่งที่พบบ่อยในเด็กและมีแนวโน้มจะพบมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นร้อยละ 2–4 ต่อปี โรคหอบหืดนั้นเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ ซึ่งมีสาเหตุจากการอักเสบเรื้อรังของหลอดลม ส่งผลให้หายใจลำบาก หอบ และเหนื่อยง่าย นั่นเองค่ะ

 

หากผู้ป่วยโรคหอบหืดอยากมีสุขภาพที่ดีขึ้น ควรหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกาย แต่ก็มีการออกกำลังกายหลากหลายชนิดที่เหมาะสมกับผู้ป่วยโรคหอบหืดที่สุด  ลองมาดูวิธีออกกำลังกายที่เรานำมาฝากกันค่ะ

 

การออกกำลังกายที่เหมาะสมกับผู้ป่วยโรคหอบหืด

แอโรบิค      นอกจากจะช่วยเผาผลาญไขมัน ยังช่วยให้ปอดขยาย สามารถรับออกซิเจนได้มากขึ้น

ว่ายน้ำ        ช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ

โยคะ          ทำให้ร่างกายมีความยืดหยุ่นและยังช่วยฝึกการหายใจ

มวยไทย      ช่วยปรับระบบการหายใจและทำให้ร่างกายยืดหยุ่นได้ดี ทำให้ปอดแข็งแรง

วิ่ง              ช่วยรักษาระดับความดันเลือดให้เป็นปกติ และยังเพิ่มไขมันดีในร่างกายด้วย

ปั่นจักรยาน  ช่วยกระตุ้นอัตราการเต้นของหัวใจ ระบบภูมิต้านทานแข็งแรง ต้านโรคได้มากขึ้น

 

มวยไทย ช่วยบำบัดโรคหอบหืดได้จริงหรือ ?

หลายๆ คนรู้จัก มวยไทย เป็นอย่างดีเพราะว่า มวยเป็นกีฬาที่ต้องอาศัยทั้งความแข็งแกร่งและทรงพลัง แต่การออกกำลังกายทุกประเภทนั้น  ตัวคุณเองควรเล่นเท่าที่ตัวเองไหวด้วยเช่นกันอย่าหักโหมมากเกินไปนะคะ มวยไทยไม่ได้ช่วยแค่ผลดีต่อร่างกายเท่านั้นที่สำคัญยังมีส่วยช่วยให้คลายเครียดอีกด้ว เนื่องจากอะดรีนาลีนและฮอร์โมนต่าง ๆ ที่หลั่งออกมาระหว่างการใช้แรงจะส่งผลในทางที่ดีต่ออารมณ์และจิตใจ มวยไทย จึงเป็นการระบายความเครียดที่ได้ผลและดีต่อสุขภาพ รวมถึงโรคหอบหืดด้วยเช่นกันค่ะ

 

     หลายคนคงจะสงสัยว่าการออกกำลังกายด้วย มวยไทยจะหนักเกินไปสำหรับคนที่เป็นหอบหืด แต่ไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะปัจจุบันมวยกลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถเล่นได้ในยิม ทำให้การออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องกลัวเรื่องความปลอดภัยเพราะอยู่ในความดูแลของเทรนเนอร์หรือผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ ถ้าไม่เริ่มออกกำลังกาย เมื่อเวลาผ่านไปก็จะทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลง การทำงานของปอดก็จะแย่ลงตามลงไปด้วยนะคะ  สามารถติดต่อสอบถามเรียนมวยไทย เพื่อสุขภาพ และสาระบทความดีๆ คลิกที่นี่เลย  

 

 

ด้วยความปรารถนา ดีจาก Jaroenthong Muay Thai Gym

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก HONESTDOCS

คุณจะได้อะไรจาก มวยไทย

คุณจะได้อะไรจาก มวยไทย

อันที่จริงคุณไม่จำเป็นต้องต่อสู้กับใคร แค่ฝึกซ้อมกับกระสอบทรายก็ได้ประโยชน์แบบเดียวกัน ปัจจุบัน “มวยไทย” ( Muay Thai ) กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถเล่นได้ในโรงยิมและมีหลากหลายประเภท ให้ประโยชน์อีกเยอะมากมาย ทำให้ผ่อนคลาย และช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นแก่ร่างกายด้วย เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เรามาดูกันเลยดีกว่าว่ามวยไทยช่วยอะไรได้อีกบ้าง

 

1. พัฒนาความแข็งแกร่งของร่างกายโดยรวม

     มวยไทย” ( Muay Thai) ทำให้คุณได้ทั้งเตะ กระโดด ใช้ฝีเท้าในการหลบหมัด และการชก ทั้งหมดที่ว่ามานี้ล้วนต้องอาศัยพลังงานและความแข็งแกร่งอย่างมหาศาล เนื่องจากคุณต้องทำซ้ำ ๆ กันหลายครั้ง

 

     จงจำไว้ว่ากีฬาชกมวยมีจุดประสงค์ คือ ชกกับคู่ต่อสู้จนกว่าอีกฝ่ายจะน็อค แต่ถ้าไม่น็อคจะมีการนับคะแนนและตัดสินว่าคุณทำได้ดีแค่ไหนเมื่อจบการแข่งขัน ซึ่งหมายความว่า จำนวนหมัดที่เข้าเป้าและการป้องกันนั้น มีความสำคัญทั้งสิ้น

 

     การชกมวยจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อและทำให้กล้ามเนื้อกระชับ นอกจากนี้ “มวยไทย” ( Muay Thai ) ยังเป็นกีฬาที่เน้นร่างกายช่วงบน ร่างกายช่วงล่าง และแกนกลางในเวลาเดียวกัน เป้าหมายของการต่อยมวย คือ ให้ทุกส่วนของร่างกายได้ใช้งาน นอกเหนือไปจากการกระตุ้นความแข็งแรงของร่างกายและระบบไหลเวียนโลหิตแล้ว การชกมวยยังช่วยเพิ่มการฝึกทักษะที่เกี่ยวข้องอย่าง การทรงตัว การทำงานประสานกันของอวัยวะ ปฏิกิริยาตอบโต้และความคล่องตัว

 

2. การเผาผลาญ

     การชกมวยอาจเป็นทางเลือกใหม่ในการออกกำลังกายแบบ High-intensity Interval Training (การออกกำลังกายแบบความเข้มข้นสูง) เพราะการขึ้นชกใน 1 ยก คือ การใช้ร่างกายไปถึงระดับสูงสุด และการพักระหว่างยก คือ การทำให้ร่างกายฟื้นตัวจากความอ่อนล้าได้เร็วขึ้น เป็นทั้งการออกกำลังกายแบบที่ผสมผสานเผาผลาญพลังงานการใช้ออกซิเจนและไม่ใช้ออกซิเจนเข้าด้วยกัน

 

     การออกกำลังกายประเภทนี้จะช่วยให้สร้างความแข็งแรง ความรวดเร็ว มีพลังมากขึ้น และกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกาย เมื่อนำมาเทียบกับการวิ่งหรือปั่นจักรยาน จะเผาผลาญพลังงานได้มากกว่า แต่ใช้เวลาน้อยลง สามารถเบิร์นไขมันได้ถึง 13 แคลลอรีใน 1 นาที

 

3. คลายเครียดได้ดี

     เมื่อต้องเผชิญกับสารพัดปัญหามาทั้งวัน ก็เป็นการดีหากได้ขึ้นสังเวียนต่อยใครสักคน หรือชกกระสอบทรายระบายอารมณ์ออกมาบ้าง อะดรีนาลีนและฮอร์โมนต่าง ๆ ที่หลั่งออกมา ระหว่างการใช้แรงจะส่งผลในทางที่ดีต่อร่างกาย การต่อยมวยจึงเป็นการระบายความเครียดที่ได้ผลและดีต่อสุขภาพ

 

4. หุ่นที่เฟิร์มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

     อยากมีซิกซ์แพคชัด ๆ ลองเลิกซิทอัพแล้วหันมาต่อยมวยดูสิ เพราะการชกมวยจำเป็นต้องใช้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวสูงมาก ต้องบิดสะโพกเพื่อเพิ่มแรงส่งให้ออกหมัดได้หนักขึ้น และเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าการนอนซิทอัพกับพื้น เมื่อแกนกลางลำตัวแข็งแรง และเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น กล้ามท้องก็ไม่ไกลเกินฝัน

 

      อันที่จริงคุณไม่จำเป็นต้องต่อสู้กับใครแค่ฝึกซ้อมกับกระสอบทรายก็ยังได้ประโยชน์แบบเดียวกัน ปัจจุบันมวยไทย (Muaythai) กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถเล่นได้ในยิม และมีประโยชน์หลายอย่างด้วยเช่นกัน สามารถติดต่อสอบถามเรียนมวยไทย เพื่อสุขภาพ ได้ที่ เจริญทอง มวยไทย ทั้ง 3 สาขา (สาขารัชดา, สาขาข้าวสาร, สาขาศรีนครินทร์)

“มวยไทย” หุ่นสวย ป้องกันตัวได้

“มวยไทย” หุ่นสวย ป้องกันตัวได้

เรากำลังพูดถึงเทรนด์การออกกำลังกายใหม่ ที่ผู้หญิงก็สามารถฝึกความแข็งแรงของร่างกายได้ด้วยการสวมนวม ขึ้นสังเวียนชกกับเทรนเนอร์หุ่นล่ำที่ถือเป้าล่อ หรือกระสอบทราย ”การฝึกมวยไทย” ที่เราพูดถึงนี้ก็คือ การฝึกชก เตะ และท่าทางต่าง ๆ ของมวยมาประยุกต์เป็นท่าออกกำลังกายเฉย ๆ ดังนั้น นอกจากคุณจะได้เบิร์นแล้ว คุณยังได้ฝีไม้ลายมือในการป้องกันตัวติดไปด้วย แถมได้ประโยชน์สุดเริ่ดมากกว่าที่คิด มีอะไรบ้างมาดูกันเลย

 

1. มวยไทย ( Muay Thai ) ได้ออกกำลังทุกส่วนของร่างกาย

     เป้าหมายของการต่อยมวยคือให้ทุกส่วนของร่างกายได้ใช้งาน นอกเหนือไปจากการกระตุ้นความแข็งแรงของร่างกายและระบบไหลเวียนโลหิตแล้ว การชกมวยยังช่วยเพิ่มการฝึกทักษะที่เกี่ยวข้องอย่าง การทรงตัว ปฏิกิริยาตอบโต้และความคล่องตัว มวยไทย ( Muay Thai ) จะช่วยให้คุณได้ใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนอย่างเต็มที่ จึงเป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนักที่ดี ทั้งเบิร์นไขมันสะสม และก็เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อไปพร้อมกัน แค่ครั้งละหนึ่งชั่วโมงครึ่ง สัก 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ก็จะเฟิร์มขึ้นจนรู้สึกได้ชัดถึงความเปลี่ยนแปลงเลยทีเดียว

 

2. เผาผลาญพลังงานได้เร็วกว่า

     การชกมวยอาจเป็นทางเลือกใหม่ในการออกกำลังกายแบบ High-intensity Interval Training ( การออกกำลังกายแบบความเข้มข้นสูง ) การออกกำลังกายประเภทนี้จะช่วยให้สร้างความแข็งแรง ความรวดเร็ว มีพลังมากขึ้น และกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกาย เมื่อนำมาเทียบกับการวิ่งหรือปั่นจักรยานจะเผาผลาญพลังงานได้มากกว่า แต่ใช้เวลาน้อยลง

 

3. มวยไทยช่วยให้หน้าท้องแบบราบ

     อยากมีซิกซ์แพ็คชัด ๆ ลองเลิกซิทอัพแล้วหันมาต่อยมวยดูสิ เพราะ มวยไทย ( Muay Thai ) จำเป็นต้องใช้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวสูงมาก ต้องบิดสะโพกเพื่อเพิ่มแรงส่งให้ออกหมัดได้หนักขึ้น และเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าการนอนซิทอัพกับพื้น เมื่อแกนกลางลำตัวแข็งแรง และเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น กล้ามท้องก็ไม่ไกลเกินฝันค่ะ

 

     เราอาจจะไม่ต้องเคร่งเครียดกับกายออกกำลังกาย ฉบับพี่ๆ นักมวยอาชีพ ที่ทำให้เราทรมานไปกับการลดน้ำหนักจนเกินไป แค่อดทน เต็มที่ ไม่ยอมแพ้ ไม่เบื่อ หรือไม่ทิ้งก่อนจะบรรลุเป้าหมาย เพื่อช่วยให้คุณสามารถที่จะมีหุ่นสวยแบบได้ผลชัดเจนมากที่สุด สามารถติดต่อสอบถามเรียนมวยไทย เพื่อสุขภาพ และสาระบทความดีๆ ได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม (Jaroenthong Muay Thai Gym)

   

ขอขอบคุณข้อมูลจาก kapook

สเต็ปการรีดน้ำหนักฉบับ นักมวย

สเต็ปการรีดน้ำหนักฉบับ นักมวย

สำหรับใครที่กำลังมองหาการลดน้ำหนักคุณมาถูกลิ้งก์แล้ว หลายคนคงเคยได้ยินมาว่า “การรีดน้ำหนักตัวในแบบของนักมวย นั้นเร็วและเห็นผลได้ชัด” แน่นอนว่านักมวยต้องอาศัยระเบียบและวินัยอย่างมากในการที่จะรีดน้ำหนักลงให้เร็วเพื่อเตรียมพร้อมขึ้นสังเวียนและเพิ่มความฟิตให้กับร่างกาย วันนี้ Jaroenthong Muay Thai มีข้อมูลดีๆมากฝากกัน ถึงใครหลายๆคนที่อย่างฟิตเหมือนนัก มวยไทย หลายๆคน
 

     ในการลดน้ำหนัก บางคนอาจจะมองเห็นภาพการไปวิ่งบนลู่ใน ฟิตเนส ว่ายน้ำ หรือแม้แต่การเต้นแอโรบิคยามเย็น แต่ในฉบับ นักมวยนั้นไม่ใช่แค่นั้น ในการชกมวยนั้นจำเป็นต้องใช้ทุกสัดส่วนของร่างกาย ดังนั้น การออกกำลังกายให้ได้ผลเร็ว และรีดน้ำหนักต้องใช้ทุกส่วนของร่างกายด้วย ดีกว่าไปนั้นต้องมีความสนุกสนาน ตั้งใจ ระเบียบวินัยด้วย

 

นักมวย จัดการสิ่งนี้เป็นสิ่งแรก

     เนื่องจากนักมวยค่อนข้างที่จะมีความกังวลและซีเรียสกับการคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ของการแข่งขันในเวทีเพราะแต่ละเวทีนั้นก็มีการจำกัดน้ำหนักตัวเป็นรุ่นๆ ดังนั้นนักมวยจำเป็นต้องการที่จะควบคุมน้ำหนักให้เป็นการไปรุ่นชกของตนเอง ด้วยวิธีการลดน้ำหนักที่สามารถลดน้ำหนักลงได้อย่างรวดเร็วและได้ผลจริงอีกด้วย โดยนักมวยนั้นมีสเต็ปการออกกำลังกาย ดังนี้

 

     สเต็ปที่ 1  เริ่มที่การออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง  ให้ได้อย่างน้อย 45 – 60 นาทีต่อวัน สามารถที่จะเลือกการออกกำลังกายหลายๆแบบได้ไม่ซ้ำกัน  เช่นการปั่นจักยาน 30นาที หรือวิ่ง 10 กิโลเมตร กระโดดเชือกในตอนเช้า ต่อยกระสอบทรายหรือล่อเป้าอย่างน้อย 3 ยกอย่างต่อเนื่องในช่วงเย็น

 

     สเต็ปที่ 2 การควบคุมอาหาร หลักสำคัญที่จะช่วยลดน้ำนักอย่างได้ผลเร็วและเห็นผลที่สุด แค่คุณลดการรับประทานอาหารประเภทแป้ง เช่น ข้าว ขนมปัง หรือเส้นต่างๆ เพราะแป้งเหล่านั้นเป็นตัวการที่จะเพิ่มน้ำหนักอย่างดีเลย นอกจากนี้อาหารประเภทของทอดด้วยน้ำมันทั้งหลาย จะทำให้การออกกำลังกายนั้นเห็นผลช้ากว่าที่เราต้องการหรืออาจจะไม่เห็นผลเลยหากทานในประมาณที่ร่างกายไม่สามารถเผาผลาญได้หมด ควรเน้นไปที่การเลือกรับประทานประเภทผักหรือเนื้อสัตว์ต้มเป็นหลัก ลดแป้ง  ให้เน้นผักผลไม้ ที่มีรสจืด เน้นโปรตีนเนื้อสัตว์ นมลดจืด พร่องมันเนยในการซ่อมแซมกล้ามเนื้อส่วนที่สึกหรอ และสิ่งสำคัญควรดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน จะช่วยให้ร่างกายของคุณชะล้างเกลือส่วนเกินที่ก่อให้เกิดการกักเก็บน้ำออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

     สเต็ปที่ 3 สร้างขีดจำกัดเพิ่มขึ้นให้กับตัวเอง ในที่จะลดน้ำหนักแบบนักมวยนั้นจะต้องมีการเพิ่มจำนวนยกในการล่อเป้า จำนวนครั้งในการซ้อมกระสอบทราย หรือจำนวนรอบในการวิ่ง เพื่อเพิ่มอัตราที่จะทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ไม่เหนื่อยง่าย และยังสามารถดึงเอาพลังงานมาเผาผลาญได้สูงขึ้นอีกด้วย

 

     สเต็ปที่ 4 การพักผ่อนให้เพียงพอ เมื่อเราออกกำลังกายมาอย่างหนักหน่วงแล้วในการพักผ่อนถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก และควรที่จะพักผ่อนให้ถึง 7 – 8 ชั่วโมง เนื่องจากร่างกายของเรานั้นจะมีการปรับสมดุลในขณะที่เราหลับ และปฏิบัติตามตารางในการลดน้ำหนักแบบนักมวยให้เข้ากับชีวิตประจำวัน อย่าหักโหมจนเกินไปและออกกำลังกายหนักจนเกินไปเพราะจะทำให้ร่างกายอ่อนล้าจนไม่สามารถลดน้ำหนักแบบนักมวยต่อได้และจะมีผลกระทบมากกว่าผลดี

 

     เมื่อพูดถึงสุขภาพ ออกกำลังกาย ก็อาจจะฟังดูท้อแท้ แต่เหล่านักมวยให้ความสำคัญที่ต้องฟิตร่างกายอยู่ตลอดเวลา ต้องใช้ความอดทนและปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ แต่ก็ในทางกลับกัน เราอาจจะไม่ต้องเคร่งเครียดกับกายออกกำลังกาย ฉบับพี่ๆนักมวยอาชีพ ทำให้เราทรมานไปกับการลดน้ำหนักจนเกินไป เสียกำลังใจ ฉะนั้นจะต้องวางแผนเป็นสเต็ปๆของการออกกำลังกายไว้อย่างชัดเจน อดทน เต็มที่ ไม่ยอมแพ้ ไม่เบื่อ หรือไม่ทิ้งก่อนจะประสบผลสำเร็จ เพื่อช่วยคุณสามารถที่จะลดน้ำหนักแบบนักมวยให้ได้ผลมากที่สุด
 

     สามารถติดต่อสอบถามเรียนมวยไทย เพื่อสุขภาพ สาระบทความดีๆ คลิกที่นี่เลย
 

     ด้วยความปรารถนา ดีจาก Jaroenthong Muay Thai Gym

รู้หรือไม่? การออกหมัด “ มวยไทย ” มีกี่แบบ

รู้หรือไม่? การออกหมัด “ มวยไทย ” มีกี่แบบ

หลายคนน่าจะเคยเปิดทีวีแล้วเจอมวยไทยบ้าง ไม่ว่าจะมวยช่อง 8 Muay Thai Super Champ หรือช่องอื่นๆ ให้ได้เห็นและแน่นอน สไตล์การชกของนักมวยแต่ละคน มีรูปแบบไม่เหมือนกัน การปล่อยมัด การใช้ทักษะต่างๆในการต่อสู้บนสังเวียน มวยไทย วันนี้ Jaroenthong Muay Thai Gym  มีบทความให้ความรู้เกี่ยวกับการออกหมัด มาให้ได้อ่านกัน ตามมาเลย

 

     มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นถือเป็นศิลปะการต่อสู้และป้องกันตัว โดยการใช้ส่วนประกอบต่างๆของร่างกายได้ผสมผสานเคลื่อนไหวด้วยจังหวะที่ต้องอาศัยความคล่องตัว หรือ อาวุธในการจู่โจมคู่ต่อสู้และป้องกันตัว โดยต่ออาศัยการฝึกหัด ฝึกฝน ศาสตร์ของมวยไทยอย่างถ่องแท้ ลึกซึ้ง ในการใช้อวัยวะในร่างกาย อวัยวะเหล่านั้นจะแบ่งออกเป็น หมัด ศอก เข่า เท้า การใช้อวัยวะเหล่านี้สามารถที่จะเรียนรู้หรือฝึกแยกเป็นหมวดหมู่ได้ ถ้าใช้อวัยวะเหล่านี้จนชำนาญก็คือต้นกำเนิดของศิลปะมวยไทย

 

มวยไทย กับการใช้หมัด

หมัดตรง คือการปล่อยหมัดตรงๆ ขนานออกไปจากไหล่ เป็นแนวตรงพุ่งใส่เป้าหมาย โดยในเชิงมวยแล้ว จะเป็นการชกหมัดนำ และ ปล่อยหมัดตาม ใส่คู่ต่อสู้หรือเป้าหมาย  

1.หมัดตรงชกนำ จะเป็นการปล่อยหมัดที่อยู่ด้านหน้าพุ่งไปยังเป้าหมายโดยอาศัยแรงส่งที่มาจากหัวไหล่ ลำตัว ตั้งตรง และเท้ายันพื้นเพื่อเป็นหลักและแรงส่งออกไป ถ้าจดเหลี่ยมขวาหมัดตรงชกนำคือหมัดซ้ายถ้าจดเหลี่ยมซ้าย หมัดตรงชกนำคือหมัดขวา  อาจจะชกออกไปโดยไม่เคลื่อนเท้า หรือ เคลื่อนเท้าไปด้านหน้า ด้านหลัง ข้างซ้ายและข้างขวาก็ได้ส่วนมากเวลาชกไปแล้วน้ำหนักตัวมักจะตกอยู่บนเท้าที่อยู่หน้าเสมอ

 

2.หมัดตรงชกตาม หมัดตรงชกตาม จะเป็นการใช้หมัดอีกข้างของหมัดชกนำ ปล่อยเป็นแนวตรงไปยังเป้าหมาย โดยอาศัยแรงจากหัวไหล่ ลำตัวและเท้า ส่งแรงไปที่หมัดถ้าจดเหลี่ยมขวา หมัดตรงชกตามคือหมัดขวา ถ้าจดเหลี่ยมซ้ายหมัดตรงชกตามคือหมัดซ้าย เมื่อหมัดตรงชกตามพุ่งออกไป ลำตัว เอวและสะโพกจะบิดคว่ำลงเท้าหลังจะส่งแรงน้ำหนักตัวอยู่ที่เท้าหน้า อาจจะสืบเท้าไปข้างหน้า ถ้าชกถอยหลังหรือฉากออกข้างชกหมัดตรงชกตามก็ได้ส่วนมากแล้วถ้าเดินหน้าหมัดตรงชกตามจะหนักหน่วงและรุนแรงกว่าหมัดชกนำ

 

3.หมัดขว้าง หรือ หมัดเหวี่ยง การปล่อยหมัดโดยการงอและเกร็งข้อศอกไว้ให้หมัดออกไปเป็นวิธีทางโค้งขนานกับพื้นดินอาจจะคว่ำหมัด หรือ ตั้งหมัดก็ได้ แต่พยายามให้สันหมัดถูกเป้าหมายหมัดเหวี่ยงแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ หมัดเหวี่ยงสั้น หมัดเหวี่ยงยาว หมัดเหวี่ยงกลับ

 

4.หมัดเหวี่ยงสั้น หรือ หมัดขว้างสั้น จะใช้ในตอนที่คู่ต่อสู้อยู่ในจะหวะปิดป้องกัน ได้ดีเมื่อคู่ต่อสู้ปิดป้องกำบังต่างๆ เช่น คู่ต่อสู้ยกมือป้องกันใบหน้าตรงๆ ถ้าชกหมัดตรงก็จะถูกมือและท่อนแขนของคู่ต่อสู้ยกกันไว้ ดังนั้นควรใช้หมัดเหวี่ยงสั้นเพราะหมัดนี้จะโค้งผ่านเลยแขนคู่ต่อสู้เข้าสู่ใบหน้าหรือปลายคางทางข้างซ้ายหรือข้างขวาก็ได้ หมัดเหวี่ยงสั้นอาจจะมีวิธีทางของหมัดไม่ขนานพื้น คือ อาจจะเฉียงขึ้น หรือ เฉียงลงสู้พื้นบ้างก็ได้ตามแต่ความเหมาะสมของสถานการณ์และอาจจะกระทบเป้าหมายโดยคว่ำสันหมัด

 

5.หมัดเหวี่ยงยาว หรือ หมัดขว้างยาว เป็นการชกโดยการเหยียดแขนยาวออกไป เกร็งแขนให้ตึง คว่ำมือ พยายามให้สันหมัดถูกเป้าหมาย โดยเหวี่ยงออกไปเป็นวงกว้างให้วิธีทางขนานกับพื้นดินหมัดเหวี่ยงยาวให้ชกเป้าหมายที่อยู่ไกลออกไปเป้าหมายชก คือ ปลายคาง หน้าและคอ

 

6.หมัดเสย เป็นการกำหมัดให้แน่นและงอข้อศอก เกร็งข้อศอก หงายหมัดขึ้น และปล่อยหมัดจากล่างพุ่งขึ้นวิถีตั้ง ทำมุมฉากกับพื้น การปล่อยหมัดก็จะมี2แบบ คือ หมัดเสยนำ และ เสยหมัดตาม หมัดเสยจะใช้ได้ดีเมื่อเป้าหมายอยู่ใกล้ตัว เช่น การเข้าคลุกวงในแล้วคู่ต่อสู้ก้มต่ำเป้าหมายที่ชก คือ บริเวณคาง ท้อง หน้าอกและหน้า

 

7.หมัดโขก จะเป็นการเหวี่ยงหมัดจากบนลงล่างเป้าหมายบริเวณขมับ หรือ คางหมัดโขกเป็นหมัดที่รุนแรงใช้หมัดตาม เพื่อให้วงเหวี่ยงมีรัศมีกว้างขึ้นเป็นหมัดที่มีทิศทางจากบนลงล่างแบ่งเป็นหมัดโขกวงกว้างกับหมัดโขกวงแคบหมัดนี้เป็นหมัดที่รุนแรงเพราะอาศัยแรงเหวี่ยงของไหล่และแขน

 

ในศิลปะแม่ไม้มวยไทย ต้องอาศัยการฝึกฝนซ้อมอยากหนักหน่วง เพื่อสร้างความแข็งแกร่ง ทักษะ การวิเคราะห์การชก ต่างๆ ซึ่งหากท่านใดสนใจ สามารถดูรายละเอียด คอร์สเรียน มวยไทย ศิลปะป้องกันตัวหรือบทความดีๆ ได้ที่นี่ คลิกเลย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก muaythaionlines

มวยไทย แต่ละสมัย ต่างกันอย่างไร

มวยไทย แต่ละสมัย ต่างกันอย่างไร

ขึ้นชื่อว่า มวยไทย ( Muaythai )  แน่นอนว่าต้องเป็นศิลปะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว การต่อสู้ป้องกันตัว ที่มีตำนานและความเป็นมาของชนชาติไทยมาตั้งแต่โบราณ คนโบราณกล่าวว่าศิลปะ แม่ไม้ มวยไทย ถูกขนานนาม ว่าเป็น “ ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 9 ” วันนี้ทีมงาน Jaroenthong Muay Thai มีบทความดีๆ มีสาระมาฝากกัน

     ต่อกันที่ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 9 นั่นหมายถึงการต่อสู้โดยใช้อาวุธบนร่างกายทั้ง 9 ส่วนคือ หมัดทั้ง 2 ข้าง, ศอกทั้ง 2 ข้าง, เข่าทั้ง 2 ข้าง, เท้า 2 ข้างและหัว 1 หัว ซึ่งในปัจจุบัน กติกามวยไทย ได้มีการตัดการใช้หัว ในการต่อสู้ออก จึงกลายเป็นศาสตร์อาวุธทั้ง 8 จากที่เกริ่นไปคร่าวๆ ว่ามวยไทยเรานั้น ล้วนมีเรื่องราวและเอกลักษณ์มากมาย วันนี้เราจะมาแบ่งยุคสมัยของมวยไทยเรา ให้ได้รู้ถึงความแตกต่าง ที่เหมือนกัน อย่างไรดังนี้

 

มวยไทย : สมัยกรุงสุโขทัย

     ในยุคสมัยของกรุงสุโขทัย ศิลปะ แม่ไม้ มวยไทย ถือเป็นศาสตร์ชั้นสูงที่ถูกบรรจุไว้ในหลักสูตรการศึกษาของกษัตริย์ เพื่อฝึกให้กษัตริย์เป็นนักรบที่มีความกล้าหาญ มีสมรรถภาพร่างกายที่ดีเยี่ยม ดังความปรากฏตามพงศาวดารว่า พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ทรงส่งเจ้าชายร่วงโอรสองค์ที่สองไปฝึกมวยไทยที่สำนักสมอคอน แขวงเมืองลพบุรี หรือการที่พ่อขุนรามคำแหงทรงนิพนธ์ตำหรับพิชัยสงคราม โดยมีความข้อความบางตอนกล่าวถึงมวยไทย และการใช้อาวุธอย่างดาบ หอก มีด โล่ ธนู

 

มวยไทย : สมัยกรุงศรีอยุธยา

     สมัยกรุงศรีอยุธยาเริ่มประมาณ พ.ศ.1988 - 2310 รวมระยะเวลา 417 ปี ในระหว่างนั้นบ้างก็มีศึกกับประเทศใกล้เคียง ทำให้เหล่าชายฉกรรจ์สมัยกรุงศรี ต้องฝึกฝนความชำนาญในการต่อสู้ด้วยอาวุธและศิลปะป้องกันตัวด้วยมือเปล่า หรือ มวยไทย ที่เราเข้าใจกันทั่วไป

     ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น พระมหากษัตริย์ทรงโปรดให้มีกรมมวยหลวงขึ้น โดยให้คัดเลือกเอาชายฉกรรจ์ที่มีฝีมือในการชกมวยไทยเข้าต่อสู้กันหน้าพระที่นั่ง แล้วคัดเลือกผู้มีฝีมือเลิศไว้เป็นทหารสนิท และทหารรักษาพระองค์ เรียกว่า "ทหารเลือก" สังกัดกรมมวยหลวง มีหน้าที่รักษาความปลอดภัย ภายในพระราชวังหรือตามเสด็จในงานต่าง ๆ รวมถึงเป็นครูฝึกมวยไทยให้ทหารและพระราชโอรส

     ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ.2147 - 2233) “มวยไทย” เป็นที่นิยมกันอย่างมากจนกลายเป็นอาชีพ มีค่ายมวยเกิดขึ้น ซึ่งมวยไทยสมัยนี้ชกกันบนลานดิน ใช้เชือกเส้นเดียวกั้นบริเวณเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส นักมวยจะใช้ด้ายดิบชุบแป้งหรือน้ำมันดินจนแข็งพันมือ เรียกว่า มวยคาดเชือก นิยมสวมมงคลไว้ที่ศีรษะ และผูกประเจียดไว้ที่ต้นแขนตลอดการแข่งขัน การเปรียบคู่ชกด้วยความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย ไม่ได้กำหนดขนาดรูปร่างหรืออายุ โดยมีกติกาง่าย ๆ ว่าชกจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะยอมแพ้

 

มวยไทย : สมัยกรุงธนบุรี

     บ้านเมืองอยู่ในระหว่างการฟื้นฟูประเทศหลังจากการกู้อิสรภาพคืนมาได้ การฝึกมวยไทยในสมัยนี้เป็นการฝึกเพื่อการสงครามและการฝึกทหารอย่างแท้จริง การจัดชกมวยในสมัยกรุงธนบุรี นิยมจัดนักมวยต่างถิ่น หรือลูกศิษย์ต่างครูชกกัน โดยไม่มีกฎกติกาการแข่งขันอย่างชัดเจน ไม่มีคะแนน ทำการชกจนกว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะยอมแพ้ สังเวียนนั้นเป็นลานดิน และในยุคนี้มีนักมวยฝีมือดีมากมายเกิดขึ้น

 

มวยไทย : สมัยกรุงรัตนโกสินทร์

     ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ช่วงรัชกาลที่ 1 - รัชกาลที่ 5 กษัตริย์ไทยทรงโปรดการกีฬา เช่น กระบี่กระบอง มวยไทย เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดกีฬามวยไทยเป็นอย่างมาก พระองค์มีความชำนาญในกีฬามวยไทย จึงจัดให้มีการแข่งขันชกมวยขึ้น และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้มี มวยหลวง ตามหัวเมืองต่าง ๆ เพื่อทำหน้าที่ฝึกสอน จัดการแข่งขัน และควบคุมการแข่งขันมวยไทย ในปี พ.ศ.2430 รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ตั้งกรมศึกษาธิการขึ้น ให้มวยไทยเป็นวิชาหนึ่งในหลักสูตรของโรงเรียนครูฝึกหัดพลศึกษา และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าในสมัยนี้เป็นที่ยอมรับว่า คือ ยุคทองของ มวยไทย

     ในสมัยอยุธยาตอนปลาย มวยไทยได้มีการฝึกฝนกันไปตามสำนักต่าง ๆ มีเวทีมวยที่จัดให้มีการแข่งขันกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งการชกในสมัยนี้ยังมีการคาดเชือกกันอยู่ จนในตอนหลังนวมได้เข้ามาแพร่หลายในไทย การชกกันในสมัยหลัง ๆ จึงสวมนวมชกกันอย่างที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน

 

      เป็นยังไงบ้างครับ กับมวยแต่ละยุคสมัย จะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะยุคสมัยไหน “มวยไทย” นั้นเป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวที่มีเอกลักษณ์ของชาติไทยมาตั้งแต่ครั้งโบราณ เป็นมรดกทางภูมิปัญญา ทางวัฒนธรรม ที่ทั่วโลกต่างให้ความสนใจ ด้วยคุณค่าควรแก่การรักษาไว้ให้คงอยู่ต่อไป หากใครที่กำลังมองหาสถานที่ เรียนมวยไทย สามารถติดต่อขอรายละเอียดได้ที่ “เจริญทอง มวยไทย ยิม” (Jaroenthong Muay Thai) มีทั้งหมด 3 สาขา คือ ข้าวสาร รัชดา และศรีนครินทร์ หรือข่าวสาร สาระที่น่าสนใจที่นี่เลย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก educatepark

5 ท่ามวยโบราณ ในบท “หลวงสรศักดิ์” จากละคร เรื่องบุพเพสันนิวาส นะออเจ้า

5 ท่ามวยโบราณ ในบท “หลวงสรศักดิ์” จากละคร เรื่องบุพเพสันนิวาส นะออเจ้า

ต้องยกให้กับกระแส จากภาพยนตร์เรื่อง “บุพเพสันนิวาส” ละครที่ได้รับความนิยมในฉากของ นักแสดงอย่าง ก๊อต จิรายุ ที่ได้รับบทเป็น หลวงสรศักดิ์ในละครที่ แสดงในฉากชกมวยต่างๆ ที่เป็นที่ตาร้อนบรรดาสาวๆ

 

     ซึ่งบอกได้เลยว่าเรทติ้งละคร เรื่องบุพเพสันนิวาสไม่ได้เพียงแต่ ดูเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ยังแฝงไปด้วยความรู้เกร็ดของประวัติศาสตร์เรา รวมไปถึงฉากที่เกี่ยวกับมวยไทยโบราณ ที่ในเรื่องมีตัวละครชื่อ หลวงสรศักดิ์ ซึ่ง ก็คือพระเจ้าเสือที่เราเคยได้ พูดถึงไปในบทความก่อนๆ เนื่องจากตามประวัติศาสตร์นั้น ซึ่งเป็นผู้ที่คิดค้นท่ามวยไทย ที่เรายังคงเห็นและสืบต่อกันมาจนปัจจุบัน และวันนี้ทางทีมงาน Jaroenthong ได้เก็บข้อมูล หลวงสรศักดิ์ หรือพระเจ้าเสือ จากในละครถึงท่ามวยไทยโบราณว่ามีท่าอะไรบ้าง ทำอย่างไร ไว้ในบทความนี้แล้ว  

 

ท่าดับชวาลา

     เมื่อคู่ต่อสู้ เดินตรงเข้ามาและปล่อยหมัดซ้ายตรงๆ เราที่เป็นฝ่ายรับให้ฝ่ายรับให้ก้าวเท้าขวาเฉียงแขยงออกมานอกวง ให้ได้ระดับเดียวกับหมัดตรง ทิ้งน้ำหนักตัวบนเท้าขวา ใช้แขนขวาปัด กดแขนซ้ายของฝ่ายรุกให้เบนลงต่ำ พร้อมรีบชกด้วยหมัดซ้ายตรงที่บริเวณเบ้าตา ในทางกลับกัน ถ้าเราเป็นฝ่ายรุกให้ชกด้วยหมัดขวา และทำตรงกันข้าม ถือเป็นท่ามวยแก้หมัดตรงของฝ่ายตรงข้าม

 

นาคขนดหาง

     ท่านี้จะเป็นการใช้บริเณส่วนขาเราฟ้าดเข้าที่ก้านคอของคู่ต่อสู้และกดลงมาโดยใช้แรงเยอะที่สุด ต้องบอกได้เลยว่าใครที่โดนหมัดนี้เข้าไป น๊อคล่วงไปกองทุกราย และไม่สามารถที่จะลุกขึ้นมาโต้ตอบได้ทันทีอย่างแน่นอน อาจจะฟังดูไม่คุ้นหู คุ้นตากับท่านี้ซักเท่าไหร่ เนื่องจากที่นี้ไม่ได้เป็นที่หยิบยกขึ้นมาใช้บ่อยนัก แต่ต้องบอกเลยว่าทางละคร บุพเพสันนิวาส ที่ได้หยิบท่านี้ขึ้นมาให้นักแสดงได้โชว์ลีลาท่ามวนท่านี้ ยอดเยี่ยมจริงๆ กับท่า “นาคขนดหาง” ให้ได้รับชมกัน

 

หนุมานถวายแหวน

     ท่านี้จะเป็นการใช้เชิงมวย และการแก้ทางมวยมือขวา ถ้าใครที่ได้ดูฉากในละครจะเห็นว่าท่านี้ก็พิษร้ายแรงใช้เล่นทำเอาคู่ต่อสู้เจ็บช้ำเลือดช้ำหนองกันเลยทีเดียว  เนื่องจากฝ่ายรับจะก้าวเท้ามาด้านข้าง พร้อมใช้หมัดซ้ายปัดหมัดขวาของฝ่ายรุก จากนั้นย่อตัวลงหลบหมัดตรงของคู่ต่อสู้ แล้วสวนกลับด้วยหมัดทั้งสอง เสยเข้าที่คางอย่างจัง ใครโดนเข้าไป มีน็อคกลางอากาศแน่

 

หักงวงไอยรา

     ท่านี้จะเป็นการใช้ศอกในการแก้ทางมวยและตัดกำลังขาคู่ต่อสู้ได้อย่างดี เนื่องจากมวยไทยจะมีการใช้ขาในการเตะอยู่หลายท่า ดังนั้นท่า หักงวงไอยรา จึงใช้ตัดกำลังขาของคู้ต่อสู้ ด้วยการใช้ศอกกระทุ้งที่โคนขา(อาจจะยากในการที่จะหาจังหวะ)  เพราะเมื่อคู่ต่อสู้ยกแขนเตะกวาดที่ชายโครงแล้ว ฝ่ายรับจะต้องก้าวเข้าหาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว พร้อมหันหน้าไปตามทิศทางที่ฝ่ายตรงข้ามรุกเตะเข้ามา ให้กระแทกศอกอัดบริเวณโคนขา พร้อมใช้แขนจับล็อกที่หน่อง ยกให้ขาขึ้นสูง เพื่อให้เสียหลักป้องกัน

 

ยอเขาพระสุเมรุ

    ท่านี้ใช้ตั้งรับหมัดตรง หากคู่ต่อสู้นั้นเป็นมวยซ้าย ให้ก้มศีรษะลงให้หมัดของอีกฝ่ายผ่านศีรษะไป พร้อมกับสืบเท้าขวาไปข้างหน้าเล็กน้อย แล้วใช้ความรวดเร็วและจังหวะปล่อยหมัดเสยปลายคางฝ่ายตรงข้ามทันที

 

     ท่ามวยที่ได้กล่าวไปข้างต้นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของท่าแม่ไม้มวยไทยฉบับโบราณ และในฉบับมวยโบราณต่างๆ มีหลากหลายที่ยังไม่ได้หยิบยกขึ้นมาให้ได้เห็นกัน ให้ได้ศึกษา หากใครที่เริ่มชอบและติดใจ กับศิลปแขนงนี้ Jaroenthong muay thai gym มีคลาสมวย พร้อมสอนศิลปะมวยไทยที่มีความสนุกและไม่น่าเบื่อให้คุณได้มาสัมผัสบรรยากาศกัน แล้วพบกันนะคะ  

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก undubzapp

มวยไทยมาจากไหน กันแน่

มวยไทยมาจากไหน

“ Muay thai ” มวยไทย ไม่มีปรากฏในสมัยใด มีเพียงตำนานที่กล่าวขานมาว่า เป็นศิลปะการต่อสู้เพื่อป้องกันตัว ตั้งแต่สมัยก่อนสุโขทัย เพื่อใช้ในการปกป้องอาณาจักรของไทยเรานั้นแหละ การต่อสู้ด้วยหมัด เท้า ศอก ศีรษะ แขน ขา ได้ถูกคิดค้นและกลั่นออกมาจากมันสมองบรรพชนชาวไทย จนมวยไทยนั้นเป็นศาสตร์ที่มีหลักสูตรเฉพาะตัว เช่นเดียวกับศิลปะศาสตร์ด้านอื่นๆ มวยไทยไม่ได้นิยมชมชอบเพียงแต่ในประเทศไทย ยังได้รับความสนใจจากนานาชาติอย่างยิ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศโซนยุโรปและทั่วโลก ซึ่งเป็นกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยเป็นอย่างมาก

         

     กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จึงร่วมมือกับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับมวยไทย และหน่วยงานภาพต่างๆได้มีการ ผลักดันให้มีการสถาปนา "วันมวยไทย” โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ กำหนดให้วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ของทุกๆปี จะจัดให้เป็นวันมวยไทย ซึ่งเป็นวันที่ตรงกันวันเสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติของสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๘ (สมเด็จพระเจ้าเสือ) ซึ่งทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยที่มีพระปรีชาสามารถด้านมวยไทยเป็นที่ประจักษ์ และเป็นพระมหากษัตริย์เพียงพระองค์เดียว ที่เสด็จออกไปชกมวยกับสามัญชน ตามบันทึกในพงศาวดาร (ฉบับพระราชหัตเลขา พ.ศ.๒๕๔๒) ที่กล่าวว่า

  

   พระเจ้าเสือ ทรงแต่งกายแบบชาวบ้าน เสด็จทางน้ำพร้อมเรือตามเสด็จ ไปขึ้นที่ตำบลตลาดกรวด ช่วงนั้นกำลังมีงานมหรสพและมีผู้คนไปเที่ยวชมงาน และมีการละเล่นมากมายหลายอย่าง และพระองค์ได้เสด็จไปยังสนามมวยและให้นายสนามจัดหาคู่ชกให้ โดยให้คนประกาศกับประชาชนทราบว่า พระองค์เป็นนักมวยจากเมืองกรุง ถึงทำให้ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก เพราะสมัยนั้นนักมวยในเมืองกรุงศรีอยุธยามีชื่อเสียงมาก นายสนามจึงได้จัดนักมวยที่มีฝีมือเท่าที่มีอยู่ มาเป็นคู่ชก กับ พระเจ้าเสือ ถึง 3 คนซึ่งแต่ละคนเป็นนักมวยที่มีฝีมือดี  แต่ด้วยพระปรีชาสามารถและความชำนาญในศิลปะมวยไทย ที่พระองค์ได้ทรงฝึกหัดและศึกษาจากสำนักมวยหลายสำนัก จึงทำให้พระองค์สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ทั้ง ๓ คนได้ และได้รับรางวัลเป็นเงินหนึ่งบาท ส่วนผู้แพ้ได้สองสลึง ซึ่งพระองค์ทรงพอพระราชหฤทัยกับการได้ชกมวยในคราวนั้นไม่น้อย

 

     จากการที่พระเจ้าเสือทรงพระปรีชาสามารถเกี่ยวกับมวยไทย จึงทรงคิดท่าแม่ไม้ ไม้กลมวยไทยขึ้นมาเป็นแบบเฉพาะพระองค์ เรียกว่า "มวยไทยตำรับพระเจ้าเสือ” จากที่ได้มีการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในสมัยรัชการที่ ๕ ซึ่งเป็นตำรามวยตำรับพระเจ้าเสือที่เก่าแก่ที่สุด เป็นมรดกทางภูมิปัญญาจากบรรพชนที่ได้รับการถ่ายทอดมาสู่ชนรุ่นหลัง และสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้

 

     ในความเป็นไทย ระหว่างศิลปะการต่อสู้ และ การป้องกันตัว ที่เรียกว่ามวยไทย ไม่ได้จำกัดอยู่เพียง ในการแข่งขันเท่านั้น แต่ยังคงมีนัยแฝงอยู่มากมาย เนื่องจากมีที่มารากเหง้าของชนเผ่าไทยและในฐานะ “มวยไทย”ศิลปวัฒนธรรมประจำชาติ เป็นทั้งวิถีชีวิต สังคม และจิตวิญญาณความเป็นไทย ที่ยังคงไว้ซึ่งความเป็นเอกราช เอกลักษณ์  ตลอดจนเพื่อรณรงค์ปลุกจิตสำนึกให้ชนรุ่นหลังรำลึกถึงความเป็นมาของภูมิปัญญาแห่งชนชาติ ที่ได้รังสรรค์ “มวยไทย”ไว้เป็นมรดกการต่อสู้ที่เป็นเอกลักษณ์

 

     ในสมัยนี้หากต้องการจะชมศิลปะมวยไทยเหล่านี้ก็สามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยช่องทางหลากหลาย เช่นไลน์ ยูทูป หรือบนทีวีมีก็มีให้ชมหลากหลายช่องและหากอยากสัมผัสบรรยากาศจริง ก็ยังสามารถมาดูได้ที่ยิมมวย jaroenthong muay thai gym Khaosan ในเวที muay thai super champ หรือทางช่อง 8 ของเรานั้นเอง

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม

รู้หรือไม่ ทำไมต้องรำมวยก่อนชก

รู้หรือไม่ ทำไมต้องรำมวยก่อนชก

รู้ไหมทำไมถึงต้องมีการรำไหว้ครู แล้วทำไมต้องมีท่าทางต่างๆ ต้องบอกก่อนเลยว่า การทำความเคารพก็เป็นเอกลักษณ์ที่สวยงามของคนไทยมาดั่งเดิมอยู่แล้ว ดังนั้นการรำไหว้ครูที่เป็นจารีตประเพณีสำคัญในการแสดงความเคารพและยังเป็นพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งผู้เรียนฝึกฝนจะต้องมีการขึ้นครู เป็นสิ่งแรกด้วยเช่นกัน

     พูดง่ายๆว่าเป็นการฝากตัวเป็นศิษย์-อาจารย์ อยู่ในโอวาทย์ ของครูบาอาจารย์ แสดงถึงความความนอบน้อม ยอมรับเพื่อที่จะเรียนรู้ความกล้าหาญ และการเตรียมพร้อมในการที่จะฝึกฝนไปในขั้นต่อๆไป นักมวยจะต้องมีครู และต้องเคารพและเทิดทูนครู เพราะว่าการที่ครูยินยอมที่จะรับผู้ใครเป็นศิษย์นั้น ในอดีตกาลนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะในสมัยนั้นครูที่เป็นมวย มีฝีมือไม่ได้มีอยู่มากมาย และในการสอนไม่ได้คิดค่าบริการสอน แต่หากใครที่ต้องการจะเรียนจะต้องฝากเนื้อฝากตัวกับครู คอยปรนนิบัติอยู่เป็นเวลานาน จนกว่าจะได้รับการถ่ายทอดวิชาจนครบถ้วน เพราะสาเหตุครูมวยกับศิษย์ในสมัยก่อนนั้นจึงมีความสนิทใจราวกับพ่อกับลูก

     การไหว้ครูก่อนที่จะมีการแข่งขันมวยไทยเป็นข้อแตกต่างจากกีฬาอื่นๆ โดยเฉพาะ "คิกบ็อกซิง" (kick boxing) ที่ได้มีการลอกเลียนแบบการชกมวยของไทย แทบจะเหมือนกันทุกอย่างเพียงแต่ไม่ให้ใช้ศอกในการชกบนสนามและไม่มีการไหว้ครูก่อนเริ่ม ดังนั้น ในการรำไหว้ครูจึงถือเป็นจุดเด่น และเอกลักษณ์ของกีฬามวยไทยอย่างแท้จริง

 

ยศ เรืองสา ได้กล่าวถึงข้อควรปฏิบัติของผู้ฝึกมวย ในหนังสือ ตำรามวยไทยตำรับพระเจ้าเสือว่า นักมวยมีข้อพึงปฏิบัติดังนี้

 ๑) จงทำตนเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน

๒) จงสุภาพต่อคนทั่วไป

๓) จงเป็นผู้มีสันติธรรมไม่พาลเกเร

๔) จงเป็นผู้ซื่อสัตย์ต่อตัวเองและผู้อื่น

๕) ต้องเป็นผู้มีมานะบากบั่น ไม่ย่อท้อต่อทุกสิ่ง

๖) จงเป็นผู้เสียสละต่อหมู่ชน เมื่อประเทศชาติต้องการ

๗) จงสร้างแก่นแท้ของจิตใจให้แกร่งกร้าวเยี่ยงเหล็กเพชร

๘) จงเป็นผู้เห็นธรรมในหลักพระพุทธศาสนา และมีศีลธรรมประจำใจ

๙) ต้องเป็นคนตรงต่อเวลา รักชื่อเสียงและค่ายคณะของตน

๑๐) ต้องออกกำลังกายอยู่เสมอเป็นประจำ

๑๑) ต้องไม่เอาเปรียบคู่ต่อสู้ในทางผิดกติกา และศีลธรรม

๑๒) ต้องเคารพกฎหมายของบ้านเมือง

นอกเหนือจากการขึ้นครูก็จะมีการครอบครู นั้นหมายถึง การที่ศิษย์ได้ศึกษาศิลปะมวยไทยจนหมดสิ้นแล้ว และสามารถถ่ายทอดวิชาให้แก่ผู้อื่นได้ ก็จะทำพิธีครอบครูให้ 

 

ประโยชน์จากการร่ายรำไหว้ครู

การไหว้ครูสื่อความหมายให้เห็นคุณค่าด้านวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทย มีคุณประโยชน์มากมายทางด้านจิตใจของนักมวยและผู้ชมมวย  ดังนี้

 

๑) ปลูกฝังนิสัยให้เป็นมวย คือ รู้จักรัก เคารพครูอาจารย์ บิดามารดา ผู้ให้กำเนิดมวยไทย

๒) ปลูกฝังจิตสำนึกให้ตระหนักในคุณค่าของศิลปะมวยไทย เกิดความรักและหวงแหนที่จะอนุรักษ์ให้คงไว้สืบไป

๓) เป็นกิจกรรมเผยแพร่เอกลักษณ์ และศิลปวัฒนธรรมประจำชาติได้อย่างสง่างาม สมศักดิ์ศรี

โดยหัวใจหลักๆของการร่ายรำไหว้ครู คือ การระลึกถึงพระคุณของบิดามารดา ครูบาอาจารย์ที่ช่วยประสิทธิ์ประสาทวิชา และระลึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยปกป้องคุ้มครองรักษาให้รอดพ้นจากภัยอันตราย ส่วนการร่ายรำถือเป็นการแสดงถึงความฮึกเหิม ไม่เกรงกลัวคู่ต่อสู้ และเป็นการอบอุ่นร่างกาย ยืดเส้นยืดสายไปด้วยในตัว รวมทั้งได้ดูชั้นเชิงคู่ต่อสู้ ดูสถานที่ในการหลบหลีก ขณะเข้าโรมรันพันตูกับคู่ต่อสู้

 

การร่ายรำไหว้ครู 

 

ท่ายืน ไหว้ทิศขวา

ยืนขึ้นย่างสามขุม หมุนไปทิศเบื้องขวา ไหว้ทิศเบื้องขวา ร่ายรำท่านกยูงรำแพน ปฏิบัติตามนี้ ๓ ครั้ง

ท่ายืน ไหว้ทิศซ้าย

ยืนขึ้นย่างสามขุม หมุนไปทิศเบื้องซ้าย ไหว้ทิศเบื้องซ้าย ร่ายรำท่าหงส์เหิน ปฏิบัติตามนี้ ๓ ครั้ง

ท่ายืน ไหว้ด้านหน้า-หลัง

ยืนขึ้นย่างสามขุม หมุนไปทางขวาจนไปถึงด้านหลัง ไหว้ทิศเบื้องหลัง พยักหน้า ๓ ครั้ง ทำท่าดูดัสกร ร่ายรำท่าพยัคฆ์ด้อมกวาง หมุนไปทางขวา ก้าวเท้าชิด ไหว้ทิศเบื้องหน้า

 

ในการไหว้ครูนั้นนับเป็นศิลปะแม่ไม้มวยไทยที่มีความงดงามและเอกลักษณ์ของไทยและขาดไม่ได้เลยนั่นคือการแสดงความเคารพครูบาอาจารย์ ในปัจจุบันอาจจะหาดูได้ไม่ยากในทีวี ไม่ว่าจะเป็นช่องมวยไทย 7 สี แต่หากเป็นการแสดงและการสืบสานวัฒนธรรมเหล่านี้ก็ อาจจะหาดูได้น้อยแล้ว กลับกันที่ชาวต่างชาติกลับให้ความสำคัญกับมวยไทยของเราอย่างมาก เพราะไม่เพียงแต่มีการออกอาวุธที่คม สวยงาม ยังถือเป็นการออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อให้ดูดีและยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย ศิลปวัฒนธรรมของไทยอย่างมวยไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก และทั่วโลกต่างให้การยอมรับ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก สารานุกรมไทย

ท่าออกกำลังกายสไตล์นักมวย

ท่าออกกำลังกายสไตล์นักมวย

แน่นอนว่าการออกกำลังกายของหนุ่มๆ ต้องมีเป้าหมายที่จะหุ่นฟิตเฟริ์ม และเอาเจ้าไขมันส่วนเกินที่ติดตามเราตัวอยู่ตลอดเวลาออกไปจากชีวิต และอยากที่จะเห็นรูปร่างของตัวเองถอดเสื้อหุ่นปังๆ ในกระจกเวลาแทนที่จะมานั่งดูพุงห้อยย้อยลงพื้น

 

     ซึ่งเป้าหมายเหล่านี้มันขึ้นอยู่กับความตั้งใจของเราด้วย เพราะหากเราคิด 10 ลงมือทำ 1 แน่นอนมันเกิดได้ขึ้นหรืออาจจะไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้ อย่ารอที่จะเริ่มทำอะไรให้กับตัวเอง วันนี้ทาง Jaroenthong GYM ได้นำเอาเทคนิคต่างๆ เบิร์นไขมัน กล้ามสวย สาวๆ ต้องกรี๊ดอย่างแน่นอน โดยสามารถทำได้เองที่บ้านแถมประหยัดค่าใช้จ่ายไปอีกด้วย

 

Shoulder Presses

 

     ในการแข่งขันกีฬามวยนั้น หัวไหล่ที่แข็งแรง นั้นเป็นปัจจัยสำคัญ ในการชกเนื่องจากว่ากล้ามเนื้อมัดนั้นเป้นส่วนสำคัญที่ใช้ในการใช้ปล่อยหมัดออกไปและยังช่วยเป็นการ์ดป้องกันจากการโจมตีของคู่ต่อสู้

     ดังนั้นในท่า Shoulder Presses จะเป็นท่าเคล็ดลับในการสร้างกล้ามเนื้อของหัวไหล่อย่างดี โดยอุปกรณ์ที่ใช้เป็นหลักก็คือ ดัมเบล แต่ถ้าหากไม่มีจริง ๆ สามารถใช้ขวด จับให้มั่นคงจากนั้นดันพื้น และลง อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับท่าบริหารร่างกายส่วนบนอื่นก็จะทำให้คุณมีหัวไหล่ที่สวยงามราวและแข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย

 

Clap Press-Up

 

     อีกหนึ่งวิธีออกกำลังกายที่สามารถทำได้ง่าย ๆ แต่ใช้ได้ผลจริง และยังทำได้บ่อยครั้งตามใจต้องการอีกด้วย นั่นคือ Clap Press-Up โดยวิธีการก็แสนง่าย เพียงคุณใช้กำลังของมวลกล้ามเนื้อของร่างกายส่วนบนออกมาให้หนัก ท่านี้ไม่ได้เพียงแค่เพิ่มความเข็งแกร่งของกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว แต่มันยังช่วยมันยังช่วยปรับสัดส่วนของ Body Balance ซึ่งเป็นสิ่งที่นักมวยจำเป็นสำหรับนักมวยทุกคนด้วย

 

Plank

 

     เป็นหนึ่งในท่าที่ดูธรรมดาๆแต่ต้องบอกว่าหินมากกับการที่จะทำให้แกร่ง นับเป็นที่ทรมานที่สุดเนื่องจากต้องอาศัยความแข็งแร็งของกล้ามเนื้อแทบจะทุกส่วนเพื่อที่จะสามารถทำท่า Plank ให้แกร่งและนาน อย่างไรก็ตามในการออกกำลังกายต้องออกอย่างเหมาะสม และคู่ไปกับท่า Crunches และ Sit Up จะยิ่งเพิ่มความแข็งแกร่งให้ให้กลับร่างกายและช่วยให้หมัดหนักขึ้นอีกด้วย

 

Skipping

 

     ในการชกมวยนอกจากการชกแล้วก็ยังคงอาศัยความเร็วเพื่อนที่จะหลบหลีกหมัดของคู่ต่อสู้ที่ปล่อยออกมาดังนั้นความว่องไวของ Foot work การที่จะเพิ่มขีดความสามารถตรงจุดนี้สามารถทำได้โดยการเล่นท่าSkipping ใช้เพียงเชือก และที่โล่ง เท่านั้นคุณก็สามารถทำได้แล้ว Skipping ก็เป็นปัจจัยหลักของท่าฝึกฝนการเป็นมวยอาชีพที่ใช้ แถมยังเป็นทำที่ใช้รักษาสภาพร่างกายให้พร้อมอยู่เสมออีกด้วย

 

Push Ups

 

     ในส่วนของท่านี้ ค่อนข้างที่จะยากสำหรับคนที่ไม่เคยหรือไม่ค่อยได้ออกกำลัง “ Push Ups ” น่าจะเป็นอุปสรรคในช่วงแรก เพียงแค่คุณตั้งใจและพร้อมที่จะเปลี่ยนตัววเอง ท่าง่ายๆท่านี้คง ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรอาจจะเริ่มจาก ทำที่ละน้อยๆครั้ง แล้ว เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะท่านี้ช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อหลายส่วน หัวไหล่ แผงอก จะเป็นที่นิยมของนักมวยทุกคน ถ้าหากมีเวลาว่าง เราก็ควรที่จะPush Ups เป็นประจำทุกวัน

 

Sit-Ups

 

     ท่าเบสิคที่หลายไคนน่าจะรู้จักดี แต่พื้นฐานของท่านี้ที่เป็นหัวใจหลักของความเข็งแรงของนักมวยระดับโลกหลายๆคน เป็นการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อท้องส่วนกลาง และมันจะสร้างความมั่นใจของนักมวยที่จะไม่ต้องค่อยพะวงกับการลดการ์ดลงป้องกันลำตัว และเพิ่มโอกาสเดินหน้าแลกหมดแบบไม่กลัว

 

Squats

 

     ท่านี้เสริมความแกร่งในช่วงล่วง ซึ่งสำคัญมากกับการเคลื่อนไหวและความมั่นคงกับการยืน นักมวยที่ดีจะต้องมีการยืนที่มั่นคง เพื่อเข้าวงในใช้เทคนิคต่างๆ ในการจัดการคู่ต่อสู้ได้ตลอดเวลา ในการ Squats จะช่วยเพิ่มความเข็งแรงและว่องไว และยังเป็นการเสริมสร้างกล้ามเนื้อส่วนต้นขาด้านหน้า-หลัง

การใช้ Squats และออกกำลังกายที่ใช้ส่วนสะโพกอื่นๆอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณช่วงล่างที่มั่นคงและแข็งแรงไม่แพ้ใครแน่นอน

 

Shadow Boxing

 

     Shadow Boxing  เรียกง่ายๆเป็นการเคลื่อนไหวตลอดเวลา นับเป็นการสร้างเทคนิคการชกที่ดีที่สุดในการฝึกซ้อม รวมไปถึงการรักษาน้ำหนักความความฟิตของร่างกาย ในการทำ Shadow Boxing เรานั้นสามารถทำได้ในทุกสถานที่ แต่จะมีสถานที่นึงที่ได้รับความนิยมที่สุดคือ “ในบ่อทรายหรือชายหาด ”  เนื่องจากเทคนิคนี้นักมวยได้เริ่มเรียนรู้เทคนิค จากการที่ดูนักฟุตบอลที่เล่นตามชายหาด ซึ่งทรายจะช่วยยึดเหนี่ยวช่วงล่างของลำตัวเราไว้ ทำให้ขยับลำตัวช่วงบนของเราได้อย่างอิสระระหว่างที่ทำอยู่ ดังนั้นมันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้เทคนิคและการชกได้ดียิ่งขึ้น

 

Chin Ups

     

     ที่ขาดไม่ได้ไม่ได้เลยในการฟิตร่างกายช่วงบน หากท่านใดต้องการจะมีร่างกายช่วงบนที่แข็งแรงและสมส่วน  เน้นไปที่การเล่นท่า Chin up เพราะท่านี้จะช่วยกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อ ช่วงแขน อก และหัวไหล่ ในท่าเดียว

 

     จะสังเกตได้ว่า ที่บ้านของเหล่านักมวยมักจะมีบาร์ที่สามารถยึด ไม่ว่าจะ ประตูบ้าน หรือ แทนบาร์สำหรับโหน เพื่อที่จะบริการกล้านเนื้อส่วนนั้นเป็นกิจวัตรของชีวิต เราไม่จำเป็นต้องไปเร่งรีบที่จะทำให้หนักขึ้นอย่างรวดเร็วควรเริ่มจากจำนวนครั้งที่ทำไหวก็พอ หากเป็นไปได้หาคนคอยเซฟในการยกตัวในช่วงแรกก็จะดีกว่าการหักโหมมากเกินไป อาจจะทำให้อันตรายถึงขั้น กล้ามเนื้อฉีกขาดหรือเกิดอาการบาดเจ็บ ซึ่งมันส่งผลให้เราเสียโอกาสต่างๆในการออกกำลังกาย

 

Burpees

 

     ท่าที่ขึ้นชื่อเรื่องความ ยากและเหนื่อยแทบขาดใจ และ Burpee ยังคงเป็นท่าที่ยากที่สุดใน 10 ท่าที่กล่าวมา แต่ท่านี้ช่วยกระตุ้นอัตราการเต้นหัวใจ และเป็นเห็นผลดีที่สุดของการออกกำลังกาย เป็นการเผาผลาญไขมันส่วนเกินที่ส่วนต่าง ๆ ทั่วร่างกายหากใครที่อยากจะมีรูปร่างที่สมส่วนอลองท่านี้เลย “Burpee” ต้องออกให้ถูกต้อง ลองดูท่าที่ถูกต้องในวิดีโอที่ถูกต้องใน Youtube ได้เลย ไม่ยากอย่างที่คิด

 

     คงไม่ใช่เรื่องง่าย หากจะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองเลยในทันที การเริ่มต้นนั้นเป็นสิ่งสำคัญ วินัย ความอดทน สร้างpassion ให้กับตัวเอง  sixpack ของคุณก็จะผุดขึ้นมาในไม่ช้า อย่าลืมที่จะดูแลตัวเองและสุขภาพด้วยนะครับ

ออกกำลังกายในร่ม หนีฝน หนีฟ้า มีอะไรบ้าง

ออกกำลังกายในร่ม หนีฝน หนีฟ้า มีอะไรบ้าง

เชื่อว่าสำหรับใครหลาย ๆ คนที่มีความชื่นชอบรักในการออกกำลังกายแต่แน่นอนว่าอุปสรรคไม่มาสามารถเลือกที่เกิดได้ อย่างในช่วงนี้ก็คงหนีไม่พ้น ฤดูฝน ทำให้เราไม่สามารถออกไปเล่นกิจกรรมกลางแจ้งได้เพราะฝนตกอาจจะเกิดความไม่สะดวกทั้งด้านการเดินทาง รถติด เชื้อโรคที่มากับฝนทำให้ไม่สบายและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุระหว่างทำกิจกรรมตอนเล่นกีฬาอีกด้วย วันนี้เรามีกีฬาที่สามารถเล่นได้ในฤดูฝน เราไปดูกันว่ามีกีฬาอะไรบ้าง

 

ซ้อมชกมวย

     ซ้อมชกมวย เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เหมือนเป็นการออกกำลังกายและมีความมันส์ สนุกสนาน และเผาผลาญแคลอลี่ได้ดีมากในเวลาเดียวกัน เนื่องจากว่า มวยเป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่เรียกเหงื่อได้อย่างมากเพราะใช้ร่างกายเกือบทุกส่วนทั้งแขน ขา ลำตัว จึงช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อได้ดี ส่วนเรื่องสถานที่ส่วนใหญ่ค่ายมวยจะอยู่ในร่ม เรื่องฝนจึงไม่เป็นปัญหากับกีฬาประเภทนี้ เอาความอึดอัดและความเครียดจากที่ทำงานไประบายอารมณ์โดยการชก เตะ ต่อย ให้หายเครียดกับงานกันดีกว่า

 

แบดมินตัน

     แบดมินตันเป็นกีฬาที่ต้องใช้สมรรถภาพร่างกายที่ดี ทั้งด้านความแข็งแรง ความอดทน การทำงานสัมพันธ์กันของประสาทกับระบบกล้ามเนื้อ พลังความยืดหยุ่นของอวัยวะต่าง ๆ ความคล่องตัว ฯลฯ ด้วยองค์ประกอบหลายอย่างนี้จึงจำเป็นว่าคนที่จะสามารถเล่นแบดมินตันได้ต้องมีร่างกายที่แข็งแรง อวัยวะทุกส่วนได้รับการพัฒนาอยู่เสมอโดยเฉพาะข้อมูล ขา แขน และสายตา กีฬาประเภทนี้ต้องอาศัยความฉลาดและไหวพริบสูงจึงสนุกมากเมื่อได้เล่นกับคู่แข่งที่มีชั้นเชิงพอ ๆ กัน แค่เลือกคอร์ตในร่มก็สนุกกับการแข่งขันชิงไหวพริบกับเพื่อนในแก๊งได้แล้ว

 

เต้นซุมบ้า

     การออกกำลังกายเต้นซุมบ้า คือ การออกกำลังกายแบบแอโรบิกที่ผสมผสานท่าเต้นสไตล์ลาตินอเมริกา เวลาเต้นจึงเหมือนกับการที่เราได้ระบำหน้าท้อง แอโรบิก และฮิปฮ็อปไปด้วยกัน แถมเสียงเพลงลาตินที่เร้าอารมณ์ยังทำให้เราอยากเต้นซุมบ้าเป็นการออกกำลังกายที่สนุกสนานและถ้าได้เต้นซุมบ้าไปกับเพื่อน ๆ ยิ่งทำให้เพลิดเพลินไปด้วย ทำให้เราออกกำลังกายได้นานขึ้นแบบไม่รู้สึกเบื่อหน่ายและยังสามารถเผาผลาญไขมันได้ดี

 

ฟุตซอลในร่ม

     การเล่นฟุตซอลในร่มถ้าเราลองเปลี่ยนมาเล่นในร่มก็สนุกไม่แพ้กัน แถมยังไม่เปียกฝนเมื่อฝนตกอีกด้วย ไปเสียเหงื่อกับแก๊งเพื่อนได้อย่างไม่ต้องกังวลอะไรกันดีกว่า

 

     การออกกำลังกายนั้นดีต่อสุขภาพ ไม่จำเป็นว่าเราต้องออกกำลังกายกลางแจ้งเพียงอย่างเดียว ในสถานการณ์หน้าฝนแบบนี้กีฬาในร่มก็สร้างประโยชน์ได้ไม่แพ้กันอย่าลืมดูแลสุขภาพกันได้นะคะ

 

ปีนหน้าผาจำลอง

     ปีนหน้าผาจำลอง คือ การท้าทายความแข็งแรงและจิตใจเพราะต้องจับ เกาะ ยึดเหนี่ยวและโหนตัวไปบนหน้าผาที่ทั้งสูงและเสียว  นอกจากจะได้เหงื่อแล้วได้ความตื่นเต้นและไหวพริบมากขึ้น คนที่ชอบความท้าทายเลือกหน้าผาจำลองในยิมหรือศูนย์กิจกรรมไปประลองกับแก๊งเพื่อนดูก็ได้ รับลองว่าทั้งสนุกและท้าทายอย่างมาก

 

ขอขอบคุณข้อมูล generail

How to ออกกำลัง ให้ได้ผลดีกับสุขภาพ

How to ออกกำลัง ให้ได้ผลดีกับสุขภาพ

เชื่อว่าหลายๆคนคงรู้วิธีการออกกำลังกายดีอยู่แล้ว แต่วิธีการออกกำลังกายที่ถูกต้องไม่ใช่การออกกำลังให้หนักและอดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง หรือแม้แต่การใช้ยาลดน้ำหนักที่เห็นในโฆษณาทั่วๆไปในโลกออกไลน์ วันนี้เราจะมาอธิบายวิธีการออกกำลังกายที่ถูกต้องและหลากหลายรูปแบบ

     สิ่งแรกเลยคือ ต้องทำความเข้าใจกับร่างกายของเราว่าไหวเท่าไหน เป้าหมายในการออกกำลังกาย การออกกำลังกายจำเป็นต้องทำอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เกิดผลดีกับสุขภาพ จะช่วยจะระเบียบร่างกายและการใช้ชีวิตในแต่ละวัน เสริมสร้างสมรรถภาพทางร่างกายด้านต่างๆ ได้แก่ ความทนทาน ความแข็งแรง การทรงตัว และความยืดหยุ่น ดังนี้

 

1ความทนทาน (Endurance) ช่วยให้หัวใจแข็งแรง เพื่อร่างกายจะได้ลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ ดีขึ้น และไม่เหนื่อยง่ายเมื่อทำกิจกรรมหนัก ๆ เช่น เล่นมวยไทย, ศิลปป้องกันตัว

2ความแข็งแรง (Strenght) ช่วยให้แบกของหนัก ออกแรง รวมทั้งทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ต้องใช้กล้ามเนื้อได้ดีขึ้น

3การทรงตัว (Balance) ช่วยให้ทรงตัว รวมทั้งเคลื่อนไหวร่างกายโดยไม่หกล้มได้ง่าย

4ความยืดหยุ่น (Flexibility) ช่วยให้ยืดตัว เอี้ยวตัว หรือเคลื่อนไหวร่างกายได้ง่ายขึ้น

 

เริ่มต้นออกกำลังกายอย่างถูกต้อง

     ในการเตรียมตัวสำหรับก่อนที่จะมีการเริ่มออกกำลังกายนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก จะช่วยให้เราได้มีการกระตุ้นการหมุนเวียนของเลือดและการกระตุ้นให้ตัวเองให้ออกกำลังกายเป็นกิจวัตรประจำวัน อีกทั้งยังออกกำลังกายได้อย่างถูกต้องและส่งผลดีต่อสุขภาพ ผู้ออกกำลังกายลองเริ่มต้นออกกำลังกาย ดังนี้

กำหนดกิจวัตรประจำวัน ที่เกี่ยวกับการออกกำลังกาย ควรที่จะเริ่มสำรวจตัวเองว่า ออกกำลังกายล่าสุดเมื่อไหร่ ครั้งละกี่นาที อีกทั้งยังเป็นข้อมูลในการวางแผนสำหรับออกกำลังกายต่อไปด้วย

 

หาเป้าหมายในการออกกำลังกาย จะเป็นการช่วยฝึกให้เรามีแผนในการออกกำลังกาย และมุ่งไปสู่ความต้องการให้ได้ชัดเจนและทำให้ไปถึงเป้าหมายได้ง่ายกว่าเดิม และก็ต้องสำรวจตัวเองอยู่สม่ำเสมอ

 

เขียนแผนการออกกำลังกาย แผนการออกกำลังกายควรมีพื้นฐานมาจากเป้าหมายที่ชัดเจน โดยเลือกประเภทกิจกรรมและระบุเหตุผล ช่วงเวลา รวมทั้งสถานที่ที่ต้องทำกิจกรรมดังกล่าว ทั้งนี้ ควรเลือกกิจกรรมที่ผู้ฝึกจะทำได้จริง รวมทั้งหมั่นสำรวจว่าบรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งเป้าไว้หรือไม่ รู้สึกสนุกในขณะที่ออกกำลังกายเพื่อฝึกตัวเองให้ออกกำลังหรือเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอทุกวัน

 

ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการออกกำลังกาย การปรับระดับความหนักของกิจกรรมหรือการออกกำลังกายถือเป็นเรื่องที่เราควรปรึกษาแพทย์ ซึ่งในผู้ออกกำลังกายบางราย มีปัญหาในการออกกกำลังกายรวมไปถึงสุขภาพ หรือไม่สามารถเริ่มออกกำลังกายระดับที่หนักได้ โดยควรทีจะรีบพบแพทย์เพื่อปรึกษาเพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงต่างๆ ดังนี้

 

กิจกรรมที่ควรเลี่ยงและผลกระทบของอาการป่วยหรือการผ่าตัดที่ส่งผลต่อการออกกำลังกาย

อาการป่วยที่ยังหาไท่ทราบถึงสาเหตุ เช่น เจ็บหรือแน่นหน้าอก ปวดข้อต่อ เวียนศีรษะ หรือหายใจไม่สุด ผู้ฝึกควรพักร่างกายจนกว่าจะได้รับการวินิจฉัยและรักษาอาการดังกล่าว

 

ปัญหาด้านสุขภาพที่ส่งผลต่อการออกกำลังกาย เช่น ผู้ป่วยโรคข้ออักเสบอาจต้องเลี่ยงออกกำลังกายบางประเภท

 

ปัญหาด้านสุขภาพที่ไม่สามารถควบคุมอาการได้ และอาจส่งผลต่อกิจกรรมที่ทำอยู่ เช่น ผู้ป่วยความดันโลหิตหรือเบาหวานจำเป็นต้องรู้วิธีออกกำลังกายที่ปลอดภัยกับตัวเอง

 

การเลือกใส่รองเท้าสำหรับออกกำลังกายที่เหมาะสม รองเท้าออกกำลังกายนับเป็นอุปกรณ์สำคัญในการทำกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกาย ควรเลือกรองเท้าที่เหมาะสมกับกิจกรรมแต่ละอย่าง เช่น เดิน วิ่ง เต้น โบว์ลิ่ง หรือเทนนิส โดยเลือกรองเท้าพื้นเรียบ ไม่ทำให้ลื่น รองรับและพอดีกับเท้าของตนเอง รวมทั้งหมั่นตรวจสภาพรองเท้าเป็นประจำ หากรองเท้าสึกหรือรู้สึกปวดเท้า  หน้าแข้ง เข่า หรือสะโพก หลังทำกิจกรรมต่าง ๆ ควรเปลี่ยนรองเท้าคู่ใหม่