บทความ


มวยไทย กับการฝึกทักษะให้กับร่างกาย

มวยไทย กับการฝึกทักษะให้กับร่างกาย

สำหรับ หนุ่ม หรือ สาวๆ ท่านใด ที่อยากได้หุ่นที่สวยดูดีและอยากเสริมสร้างฝึก ทักษะให้กับร่างกายของเรา วันนี้เราจะมาแนะนำ กิจกรรม มวยไทย ที่จะช่วยฝึกทักษะให้กับร่างกายของเรา

 

มวยไทย นั้น ถือเป็นกีฬา ที่ได้รับ ความนิยม ที่คนช่วยใหญ่ ให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น เด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ หรือ กลุ่ม คนชรา ก็ให้ความสนใจ มวยไทย ไม่ว่าจะเป็นการ ฝึกซ้อม การชมในความบันเทิง แถม มวยไทยนั้น ยังเป็นที่นิยม ในกลุ่มสื่อในหลายๆกลุ่ม เช่น กลุ่มภาพยนตร์ การ์ตูน รวมไปถึง เกม ก็ได้เอา มวยไทย หรือ ศิลปะ ท่าทางการต่อสู้ ต่างๆ นำไปใช้ หรือ นำไป ทำเป็นหนัง ให้คนได้ชม กัน และแถมยังได้ความนิ ยมมากมาย ทำให้ ต่างชาติ มีคนสนใจในการ ฝึกมวยไทย และ มวยไทยนั้น ยังมีประวัติ อันยาวนาน ตั้งแต่ ใน สมัยกรุงสุโขทัย และยังถือว่า มวยไทย ยังเป็น กีฬา ประจำชาติไทยอีกด้วย

 

การฝึก มวยไทย นั้น เป็นการออกกำลังกาย ที่ต้อง ใช้ทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ศีรษะ ลงมาจนถึง เท้าของเรา ที่ต้อง ใช่ทุกส่วน ทั้งประสาทสัมผัส ความเร็ว ไหวพริบ และต้องเป็นคน ช่างสังเกต เพราะ การ ฝึกมวยไทย แต่ละครั้ง ต้องใช่พลังงาน อยากมาก ยิ่ง สำหรับ คนที่ เป็นนักมวย อาชีพแล้ว ต้องฝึกซ้อม ไปแข่ง หรอ ขึ้นสังเวียน เพื่อที่จะไปล้ม คู่ต่อสู้ ให้ได้ ดังนั้น ต้องใช่ความสามารถ ทั้งร่างกาย และ จิตใจ ที่สูงมาก และ วันนี้เราจะมาบอกว่า มวยไทย ฝึกทักษะ อะไรให้กับเรากันบ้างไปดูกัน

 

1.มวยไทย ช่วยฝึกวินัย

            สำหรับ นักมวย หรือ คนที่ฝึกซ้อมมวย แล้ว จำเป็น ที่จะต้อง ฝึกมวย ซ้ำๆ กันไป ในทุกๆ วัน ย้ำว่า ต้องฝึก และ ออกกำลังกาย ทุกวันจริงๆ เพื่อให้ร่างกาย มีความแข็งแรง และ สร้างกล้ามเนื้อ ให้กับร่างกาย ที่สำคัญ ต้องดูแลร่างกาย ให้พร้อม อยู่เสมอ เพื่อที่จะไปแข่ง หรือ จะไปขึ้นสังเวียน ดังนั้น มวยไทย จะเป็นคนที่ตรงต่อเวลา มีวินัยในการ ซ้อม นั้นเอง

 

2. มวยไทย ช่วยฝึกความมีไหวพริบ

 

            มวยไทย นั้น เป็นกีฬา ที่ต้องใช่ความสามารถ ทุกส่วนของร่างกาย และ ไหวพริบ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในการ ฝึก มวยไทย  เพราะ ในการฝึก แต่ละครั้ง เราต้องมี สติ ไหวพริบ สมาธิจดจ่อ กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ยิ่งเราฝึกซ้อม มวยไทย  เป็นประจำอย่าต่อเนื่อง ทุกวัน แน่นอนว่า ไหวพริบ สติ สมาธิ เราจะดีมากขึ้นเป็นเท่าตัวแน่นอน

 

3.มวยไทย ช่วยฝึกความอดทน

 

            กีฬา มวยไทย เป็นกีฬา ที่ต้องใช่ความอดทน เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการ ฝึกซ้อม การแข่งขัน ในแต่ละ การฝึกเราต้อง ใช้ร่างกาย ในการฝึกเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการ ชก การออกหมัด การขยับตัวไปมา นั้นเป็นการ ฝึกความอดทนไปในตัว แน่นอนเลยว่า การฝึก มวยไทย นั้น สามารถ ช่วยฝึกความอดทนได้ดีเลยทีเดียว

 

4. มวยไทย ช่วยในการตัดสินใจ

 

            มวยไทย แม้จะวางแผนก่อนชกไว้ดียังไง ยังไงก็ตาม แต่เมื่อ เราขึ้นชกจริงก็ไม่ได้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ เนื่องจากคู่ต่อสู้อาจเตรียมรับมือไว้แล้ว ทำให้เราต้องคิดอยู่ตลอดเวลา และต้องตัดสินใจ และหาวิธี แก้ไข้เปลี่ยนรูปแบบการชกใหม่ หรือเปลี่ยนแผนในการชกใหม่ ทำให้การต่อยมวยทำให้เรากลายเป็นคนที่กล้าจะตัดสินใจ

 

5. มวยไทย ทำให้ทำงานภายใต้ความกดดันได้ดี

            กีฬามวย เป็นกีฬา ที่ต้อง แข่งขัน ใช้ความสามารถ ของตัวเองที่สูงมาก เพราะ การแข่งขัน หรือ การขึ้นสังเวียน แต่ละครั้ง เราต้องเจอกับคู่ต่อสู้ ของเรา แบบ ตัวต่อตัว และคนดูอีกมากมาย ที่พร้อมให้คุณได้รับแรงกดดัน ที่สูงมากๆ ยังไม่รวมถึงคู่ต่อสู้ ที่จะสร้างแรงกดดัน ให้คุณได้เป็นอย่างดี แต่การที่คุณเจอสิ่งเหล่านี้ บ่อยๆ หรือ มีประสบการ ในการแข่งที่เยอะ ความกดดันเหล่านี้ก็จะหายไป และสามารถ ทนแรงกดดันได้ดีกว่า คนทั่วไปนั้นเอง

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

อินเทรนด์ง่ายๆ ด้วยกีฬามวย

 

ทักษะมวยไทย ช่วยอะไรเราได้บ้าง

พื้นฐานการเล่นมวยไทย

พื้นฐานการเล่นมวยไทย

ปัจจุบันมวยไทยมีความนิยมมากขึ้น แต่การจะเล่นมวยไทยไม่ได้จะเล่นง่าย ๆ ต้องมีการฝึกฝน ดั่งเช่นกีฬาอื่น ๆ ก็ต้องมีการฝึกเช่นกัน วันนี้เราจึงมาแนะนำพื้นฐานการเล่นมวยไทย เพื่อให้คุณเป็นนักมวยที่ดี โดยใช้ หมัด เท้า เข่า ศอก

 

          การตั้งท่าจดมวย

     ท่าจดมวย ถือว่าเป็นพื้นฐานของการฝึกมวยไทย หมายถึง การวางเข่า เป็นการวางมือให้ถูกต้องตามหลักการฝึกมวยไทย ซึ่งในการจดมวยนั้น ต้องทราบเหลี่ยมมวยด้วย เหลี่ยมมวย หมายถึง การแสดงการใช้มือและเท้าที่ถนัด ออกมาให้เห็น โดยปกติมวยจะมี ๒ เหลี่ยม คือ เหลี่ยมซ้าย และเหลี่ยมขวา เหลี่ยมซ้าย ก็ถือว่าเป็นพื้นฐานของการฝึกมวยไทยเช่นกัน หมายถึง การยื่นหมัดขวาไปข้างหน้าสูงเหนือระดับหางคิ้ว ในขณะที่เท้าขวายื่นไปข้างหลัง หมัดซ้ายชิดคาง เท้าซ้ายอยู่ด้านหลัง ลำตัวเหยียดตรง ไม่เกร็งปล่อยตัวตามสบาย โดยให้น้ำหนักอยู่ที่เท้าซ้าย ระยะห่างของเท้าทั้งสองข้าง ๑ ช่วงตัว สายตาจ้องมองผ่านมือไปยังคู่ต่อสู้ตลอดเวลา พยายามอย่าละสายตา เหลี่ยมขวา หมายถึง การยื่นหมัดซ้ายไปข้างหน้าสูงเหนือระดับหางคิ้ว ในขณะที่เท้าซ้ายยื่นไปข้างหลัง แขนซ้ายขนานกับลำตัว หมัดขวาชิดคาง เท้าขวาอยู่ด้านหลัง ลำตัวเหยียดตรง ไม่เกร็งปล่อยตัวตามสบาย ให้น้ำหนักอยู่ที่เท้าขวา สายตามองผ่านมือไปยังคู่ต่อสู้ตลอดเวลา

 

          การวางตำแหน่งอวัยวะ

     เป็นการวางตำแหน่งของอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อให้มีท่าทางที่เป็นมวยไทย หมายถึง การกำหมัด วางเท้า มือ และลำตัว การกำหมัดที่ถูกต้อง คือ แบมือให้นิ้วมือทั้ง ๔ เรียงชิดติดกัน แล้วพับนิ้วทั้ง ๔ นิ้วเข้าหาอุ้งมือ แล้วกดทับด้วยนิ้วหัวแม่มือลงทาบ ในลักษณะเฉียงกับนิ้วชี้และนิ้วกลาง เพื่อให้หมัดที่กำกระชับแน่น โดยไม่เกร็ง การใช้หมัด เท้า เข่า ศอก

 

          ศิลปะการใช้หมัด เท้า เข่า ศอก

     เป็นทักษะพื้นฐานของกีฬามวยไทยที่มีอยู่มากมายหลายแบบ ซึ่งครูมวยต่าง ๆ ได้คิดค้นขึ้นมาใช้ และได้นำมาเขียน หรือบันทึกไว้ เพื่อประโยชน์ ในการเรียนการสอนวิชามวยไทยในปัจจุบัน

 

          การใช้หมัด

     คือ เป็นการใช้หมัดที่ถนัดมุ่งตรงไปยังเป้าหมาย โดยอาศัยแรงจากหัวไหล่ ลำตัว และเท้ายันพื้นเป็นฐาน โดยน้ำหนักตัวอยู่ที่เท้าหน้า ใช้แรงส่งจากเท้าหลัง และสะโพก หัวไหล่ ออกไปเต็มที่

     หมัดตัด หมายถึง เป็นการใช้หมัดเหวี่ยงออกไปเต็มที่ ในลักษณะโค้งเป็นครึ่งวงกลม บริเวณลำตัว ใบหน้า หรือศีรษะของคู่ต่อสู้ ผู้มีความรู้บางคน เรียกว่า หมัดเหวี่ยง แบ่งออกเป็น หมัดเหวี่ยงสั้น และหมัดเหวี่ยงยาว หมัดเหวี่ยงสั้น หมายถึง การเหวี่ยงวงแคบ หมัดเหวี่ยงยาว หมายถึง การเหวี่ยงวงกว้าง หมัดตวัด หมัดตวัด หมัดตวัด หมายถึง การใช้สันหมัดกดลงบริเวณอวัยวะสำคัญของคู่ต่อสู้ ในลักษณะเหยียดแขนออกไป พร้อมชกตวัดวงแคบ หมัดเสย หมายถึง การใช้หมัดชกเข้าหาคู่ต่อสู้โดยงอศอก เกร็งข้อศอกหงายหมัด แล้วพุ่งหมัดยกขึ้นสู่เป้าหมาย ได้แก่ ปลายคาง ดั้งจมูก หรือใบหน้าคู่ต่อสู้ หมัดเสย

 

          การใช้เท้า

     การใช้เท้าจะแบ่งออกเป็น ๒ ไม้ คือ การเตะ และการถีบ

  • การเตะ หมายถึง การใช้อวัยวะส่วนขาตั้งแต่เอวลงไปจนถึงปลายเท้าเตะตรง หมายถึง การเตะเสยจากพื้นขึ้นไปส่วนบนในลักษณะตั้งฉากกับพื้น
  • เตะตัด หมายถึง การเตะที่ใช้เท้าวาดขึ้นขนานกับพื้น สามารถเตะตัดได้ทั้งส่วนล่างของลำตัว และส่วนบนของอวัยวะ
  • เตะตวัด หรือเตะเฉียง หมายถึง การเตะที่ทิศของการเตะจะเฉียงลงพื้นสู่เป้าหมาย
  • กลับหลังเตะ หมายถึง การหมุนตัวหันหลังให้คู่ต่อสู้ แล้วเหวี่ยงขาที่วางอยู่ด้านหลัง ให้ส้นเท้าปะทะเป้าหมาย
  • การถีบ หมายถึง การใช้ปลายเท้า ฝ่าเท้า หรือส้นเท้าปะทะคู่ต่อสู้ ปลายเท้าปะทะคู่ต่อสู้
  • การถีบตรง หมายถึง ก็ตามชื่อเลย เป็นการถีบออกไปตรง ๆ ให้ปลายเท้า ส้นเท้า หรือฝ่าเท้าปะทะเป้าหมายในส่วนต่าง ๆ ของคู่ต่อสู้ ให้เต็มแรง โดยอาจเหยียดเท้าตรง หรืองอเท้าเข้าถีบก็ได้
  • การถีบข้าง หมายถึง การใช้ปลายเท้าถีบออกไปด้านข้างของลำตัว โดยเอียงศีรษะออกไปห่างจากลำตัว
  • การกลับหลังถีบ หมายถึง การถีบตรงออกไปด้านหลัง อาจเหยียดขาตรง หรืองอขาแล้วเหยียดตรงออกไปยังเป้าหมาย
  • การกระโดดถีบ หมายถึง การสืบเท้าที่ไม่ถนัดออกไป ๑ จังหวะ แล้วลอยตัวใช้เท้าที่ถนัดพุ่งไปยังเป้าหมายของคู่ต่อสู้
  • การถีบจิก หมายถึง การใช้ปลายเท้าที่ถนัดจิกไปบริเวณหน้าท้อง หรือลิ้นปี่ของคู่ต่อสู้ โดยอาศัยแรงส่งจากเท้าที่ไม่ถนัด

 

          การใช้เข่า

     หมายถึง การใช้อวัยวะส่วนที่เป็นข้อต่อระหว่างกระดูกขาส่วนบนกับกระดูกขาส่วนล่าง แล้วงอพับขา กระทุ้งไปยังเป้าหมายของคู่ต่อสู้

  • เข่าตรง หมายถึง เข่าพุ่งตรงไปข้างหน้าเข้าสู่เป้าหมาย
  • เข่าเฉียง หมายถึง เข่าตีเฉียงเข้าสู่เป้าหมายด้านตรงกับเข่าที่พุ่งออกไป
  • เข่าโค้ง หมายถึง การบิดสะโพกให้คว่ำลง พร้อมกับเหวี่ยงขาให้มีรัศมีโค้งจากบนลงล่าง ปะทะเป้าหมาย ให้ปลายเท้าเหยียดเป็นเส้นตรงกับขาและเข่า
  • เข่าโยน หมายถึง การกระโดดโยนเข่าขึ้นไปตรง ๆ คล้าย ๆ เข่าลอย เป้าหมายที่ปลายคาง และหน้าอกของคู่ต่อสู้
  • เข่าลอย หมายถึง การกระโดดขึ้นสูง ทะยานกับเข่าโยน แต่เข่าลอยสู่พื้นสูงกว่า

 

          การใช้ศอก

     การใช้ศอกขั้นพื้นฐานมีลักษณะ ดังนี้

  • ศอกตี หรือเรียกว่า ศอกสับ คือการใช้วิธีการตีศอกจากบนสู่ล่าง โจมตีไปยังอวัยวะต่าง ๆ ของศัตรู เฉียงซ้ายคล้ายมุมฉาก บางครั้งอาจบิดตัวตี โดยมีแรงส่งจากไหล่ ลำตัว และเท้า
  • ศอกตัด หมายถึง การตีศอกตัดขนานไปสู่เป้าหมาย
  • ศอกงัด หมายถึง การตีศอกจากกลาง งัดขึ้นไปข้างบน ตรงเป็นมุมฉาก
  • ศอกกระทุ้ง หมายถึง การใช้ศอกพุ่งออกไปด้านหลัง ในลักษณะกระทุ้ง แก้ไขสถานการณ์ที่คู่ต่อสู้ประชิดเข้ามาด้านหลัง
  • ศอกกลับ หมายถึง การหมุนตัวตีศอก กลับไปทางด้านหลัง ตามจังหวะที่สัมพันธ์กับการเคลื่อนตามเท้า

 

     การนำเอาศิลปะแม่ไม้มวยไทยเหล่านี้ไปใช้ให้ได้ผลดีย่อมขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ความชำนาญ และความมีไหวพริบ ในการผสมผสานไม้มวยต่าง ๆ ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

ประเภทของมวยไทย

มวยไทยโบราณ 4 ภาค

มวยไทยโบราณ 4 ภาค

มวยไทยโบราณ 4 ภาค

มวยไทยถือเป็นศิลปะป้องกันตัวของไทย เป็นที่นิยมกันมากขึ้น เพราะ การต่อยมวยถือว่าเป็นการออกกำลังกาย แต่หลายคนคงไม่รู้ว่ามวยไทยโบราณของบ้านเรา มีถึง 4 ภาค ซึ่งมีเอกลักษณ์แตกต่างกันออกไป เรามาทำความรู้จักมวยไทยโบราณ 4 ภาค กันค่ะ

 

     มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวที่สามารถนำไปใช้ได้ ทั้งเชิงกีฬา และการต่อสู้จริง ศิลปะประเภทนี้มีมาตั้งแต่โบราณ วันนี้เราเลยจะมาดูกันว่า ศิลปะการต่อสู้โบราณ ทั้ง 4 ภาค จะมีเอกลักษณ์แบบใดบ้าง

 

          ภาคกลาง มวยลพบุรี

     มวยลพบุรี หรือ มวยไทยภาคกลาง โดยมีเอกลักษณ์ คือ การพันข้อเท้า และพันมือมาถึงข้อแขน ซึ่งจะเป็น เอกลักษณ์ที่ชัดเจนของมวยลพบุรี เป็นมวยที่ไม่เน้นความดุดัน ไม่เน้นกำลัง แต่เน้นใช้ควาดคิด ใช้ความฉลาดในการชก มีความเร็วในจังหวะรุก และจังหวะรับ รุกรับคล่องแคล่วว่องไว ต่อยหมัดตรงได้แม่นยำ

     เรียกลักษณะการต่อยมวยแบบนี้ว่า “มวยเกี้ยว” ซึ่งหมายถึง มวยที่ใช้ชั้นเชิงเข้าทำคู่ต่อสู้ โดยใช้กลลวงมากมาย จะมีการเคลื่อนตัวอยู่เสมอ หลอกล่อหลบลีกได้ดี สายตาดี รุกรับ และออกอาวุธ หมัด เท้า เข่า ศอก ได้อย่างรวดเร็ว

 

          ภาคเหนือ มวยท่าเสา

     มวยไทยท่าเสา เป็นสายมวยไทยภาคเหนือ ที่ไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าสายมวยไทยท่าเสากำเนิดขึ้นเมื่อใดใครเป็นครูมวยคนแรกแต่จากหลักฐานที่ปรากฏอยู่ทำให้ทราบว่าครูมวยไทยสายท่าเสาที่มีชื่อเสียงโด่งดังคนหนึ่งคือ ครูเมฆที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นในเรื่องความคล่องแคล่วว่องไว รวดเร็ว เด็ดขาด มีลีลาท่าทางสวยงาม และมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม้เตะ ถีบ และศอก เป็นที่ลือกระฉ่อนจนนายทองดี เองถึงกับปฎิญาณกับตัวเองว่าจะต้องมาขอเรียนศิลปะมวยไทยกับสำนักท่าเสาให้ได้ และก็ได้มาเป็นลูกศิษย์ของครูเมฆผู้ประสิทธิประสาทวิชามวยไทยให้แก่ นายทองดี ซึ่งได้นำความรู้ที่ได้รับไปผสมผสานกับมวยจีนอีกต่อหนึ่ง เมื่อนายทองดีได้เป็นเจ้าเมืองพระยาพิชัย ก็ได้มาคารวะครูเมฆและแต่งตั้งให้ครูเมฆเป็นกำนันปกครองตำบลท่าอิฐต่อไป ครูเมฆได้ถ่ายทอดวิชาให้แก่ผู้สืบสกุลต่อมาจนถึงครูเอี่ยม ครูเอี่ยมถ่ายทอดแก่ผู้สืบสกุลคือครูเอม ครูเอมถ่ายทอดแก่ผู้สืบสกุลคือครูอัด  คงเกตุ ซึ่งเมื่อครูอัด คงเกตุ และลูกศิษย์มาชกมวยในกรุงเทพฯ ก่อนสงครามโลก ครั้งที่ 2 ได้ใช้ซื่อค่ายมวยว่า เลือดคนดง ครูเอมยังได้ถ่ายทอดวิชามวยไทยให้แก่หลานตาอีก 5 คน รุ่นราวคราวเดียวกับครูอัด ทั้ง 5 คน เป็นนักมวยตระกูล เลี้ยงเชื้อ ซึ่งต่อมา กรมหลวงชุมพรฯ ได้เปลี่ยนให้เป็น เลี้ยงประเสริฐ เป็นบุตรนายสอน นางขำ (ลูกครูเอม) สมพงษ์ แจ้งเร็ว เขียนกล่าวว่า ทั้ง 5 คน เป็นยอดมวยเชิงเตะ มีกลเม็ดเด็ดพรายแพรวพราวทุกกระบวนท่าที่ได้สืบทอดมาจากสำนักท่าเสาของครูเมฆจนมีชื่อเสียงลือลั่นในช่วงเวลานั้น ทั้ง 5 คน ได้แก่

1. ครูโต๊ะ เกิดประมาณ พ.ศ.2440 เป็นบุตรคนที่ 2 ของนายสอน และนางขำ เป็นนักมวยที่มีอาวุธหนักหน่วง และเชิงเตะ เข่า และหมัดรวดเร็ว

2. ครูโพล้ง เกิดปี พ.ศ.2444  มีอาวุธมวยไทยรอบตัว โดยเฉพาะลูกเตะที่ว่องไว และรุนแรง และความสามารถในการถีบอย่างยอดเยี่ยม จนได้รับฉายาว่า มวยตีนลิง ครูโพล้งมีเอกลักษณ์การไหว้ครูร่ายรำตามแบบฉบับของสำนักท่าเสา ในจำนวน 5 คน ครูโพล้ง มีฝีมือยอดเยี่ยมที่สุด เมื่อมาชกกรุงเทพ ฯ เคยชนะ นายสร่าง  ลพบุรี และครูบัว  วัดอิ่ม เคยชนะนายสิงห์วัน ประตูเมืองเชียงใหม่ ที่เชียงใหม่ และนายผัน เสือลาย ที่โคราช แต่เคยพลาดท่าแพ้ นายสุวรรณนิวาสวัด ที่กรุงเทพ ฯ ครั้งหนึ่ง เพราะโดนจับขาเอาศอกถองโคนขาจนกล้ามเนื้อพลิก

3. ครูฤทธิ์ เกิดปี พ.ศ.2446 มีฝีมือไม่ยิ่งหย่อนกว่าพี่น้องทั้งหลาย เคยชกชนะหลายครั้งที่กรุงเทพฯ และเคยชกเสมอ บังสะเล็บ ครูมวยคณะศรไขว้ (ลูกศิษย์ครูแสง  อุตรดิตถ์ ผู้สืบทอดสายมวยพระยาพิชัยดาบหัก)

4. ครูแพ เกิดปี พ.ศ.2447 เป็นนักมวยเลื่องชื่อระดับครูโพล้ง เคยปราบ บังสะเล็บ  ศรไขว้ ชนิดที่คู่ต่อสู้บอบช้ำมากที่สุด และชก นายเจียร์  พระตะบอง นักมวยแขกครัวเขมร ถึงแก่ความตายด้วยไม้หนุมานถวายแหวน ทางราชการจึงกำหนดให้มีการสวมนวมแทนคาดเชือก ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

5. ครูพลอย เกิดปี พ.ศ.2450  เป็นมวยที่คล่องแคล่วว่องไวในเชิงเตะ ถีบ และหมัด เนื่องจาก ครูโพล้ง เป็นผู้ถ่ายทอดเชิงชกให้ด้วย ครูพลอยถึงถอดแบบการใช้เท้าจากครูโพล้ง ครูพลอยเคยมาชกชนะในกรุงเทพฯ หลายครั้งแต่ก็ได้ถึงแก่กรรมเมื่ออายุเพียง 24 ปีเท่านั้น

     นอกจากครูโพล้ง และพี่น้องได้ร่วมกันสอนเชิงมวยให้แก่ลูกศิษย์หลายคนที่มีชื่อเสียงแล้วยังมีศิษย์สำนักท่าเสาอีกหลายคนคือ นายประพันธ์  เลี้ยงประเสริฐ นายเต่า คำฮ่อ (เชียงใหม่) นายศรี ชัยมงคล ผู้เป็นเพื่อนสนิทของครูพลอย และเป็นผู้ที่ ผล พระประแดง ยอมรับว่าเจ็บตัวมากที่สุดเมื่อได้ชกแพ้ นายศรี อย่างสะบักสะบอมชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นในชีวิตการต่อสู้เลย เพราะนายศรี มีอาวุธหนักหน่วงเกือบทุกอย่าง และรวดเร็ว อีกทั้งยังมีเชิงมวยสูงมากด้วย

     ครูมวยจากสายท่าเสาทั้ง 5 ได้จากไปหมดแล้ว โดยครูพลอย ถึงแก่กรรมตั้งแต่ยังหนุ่ม หลังจากนั้นก็ตามด้วย ครูฤทธิ์  สำหรับครูโต๊ะก่อนถึงแก่กรรมได้บวชจนได้เป็นเจ้าอาวาสวัด คุ้งตะเภา ครูแพ ถึงแก่กรรม เมื่อปี พ.ศ.2520 และครูโพล้ง ถึงแก่กรรม เมื่อปี พ.ศ.2522 มีอายุได้ 78 ปี ก่อนถึงแก่กรรม คณะกรรมการจัดงานพระยาพิชัยดาบหัก ซึ่งจัดให้มีการแข่งขันชกมวยประจำปีจะเชิญ ครูโพล้ง ขึ้นไปไหว้ครูร่ายรำตามแบบฉบับของสำนักมวยท่าเสาให้คนชมทุกปี หลังจากการจากไปของครูโพล้ง มวยไทยสายท่าเสา ได้ลดบทบาทลงไปอย่างมาก ยิ่งครูมวยใน

     ปัจจุบันสอนมวยตามแบบฉบับของสายมวยอื่น ๆ  มวยไทยสายครูเมฆ แห่งสำนักท่าเสาก็ยิ่งถูกลืมเลือนไป แม้แต่ชาวอุตรดิตถ์เองปัจจุบันยังไม่สามารถทราบหรือบอกความแตกต่างของมวยท่าเสากับมวยสายอื่น ๆ ได้เลย

     เอกลักษณ์ของมวยสายท่าเสา การไหว้ครูจะไหว้พระแม่ธรณีก่อนทำพิธีไหว้ครู การไหว้ครูมวยท่าเสาจะไหว้บรมครูก่อนคือ พระอิศวร เพราะถือว่าพระอิศวรเป็นผู้ประสิทธิประสาทวิชาการต่อสู้แบบฉบับมวยท่าเสา การกราบพระรัตนตรัย จะกราบในทิศหรดี

     (ทิศตะวันตกเฉียงใต้) ซึ่งเป็นทิศที่ผีฟ้าไม่ข้าม การนับหน้าไหว้ครูไปทางทิศตะวันออกซึ่งเป็นไปตามประเพณีของพราหมณ์ ในการเห็นหน้าโบราณสถาน หรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สอดคล้องกับความเชื่อว่าบรมครูของมวยท่าเสามีพระอิศวร และทิศตะวันออกเป็นทิศที่พระอาทิตย์ส่องแสงมาสู่โลก และมวลมนุษย์เป็นสัญญาลักษณ์ของวันใหม่และจุดเริ่มต้นที่เป็นมงคล หรือนักมวยก่อนกราบจะหันหน้าเข้าหาดนตรี ปี่ กลอง เพราะถือว่า ดนตรี ปี่ กลอง ได้ไหว้ครูหรือพระอิศวรแล้ว การจดมวยของมวยท่าเสามือซ้ายนำ และสูงกว่ามือขวา เมื่อเปลี่ยนเหลี่ยมมือขวานำและสูงกว่ามือซ้าย เมื่อตั้งมวยได้ถูกต้องและย่างแปดทิศได้คล่องแคล่วว่องไวแล้ว นักมวยจะต้องฝึกท่ามือสี่ทิศพร้อม ๆ กัน กับการจดมวยและย่างแปดทิศ ท่ามือต้องออกด้วยสัญชาตญาณเพื่อให้เกิดการ “หลบหลีก ปัด ป้อง ปิด” ในการป้องกันตัว การคาดเชือกสายมวยท่าเสาต้องเอาเชือกด้านตราสังผีมาลงคาถาอาคมแล้วบิดให้เขม็งเกลียง หลังจากนั้นเอามาขดก้นหอย 4 ขด แล้วเอาด้ายตราสังมาเคียนทำเป็นวง 4 วง รองข้างล่างก้นหอยอีกทีหนึ่ง เพื่อสวมเป็นสนับมือ เมื่อสวมนิ้วมือแล้วก็เอาด้ายตราสังมาเคียนทับอีกทีหนึ่ง จากนั้นเชือกที่คาดจะต้องลงรักและคลุกน้ำมันยาง จากนั้นก็คลุกแก้วบดอีกทีหนึ่งเป็นอันเสร็จพิธีคาดเชือก นักมวยสายท่าเสาจะต้องเสกพริกไทย 7 เม็ด กินทุกวันเพื่อให้อยู่ยงคงกะพันและเสกคาถากระทู้ 7 แบกประจำทิศบูรพา คือ อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา 15 จบ ก่อนขึ้นชกต้องเสกหมากหรือว่านเคี้ยวกินด้วยคาถาฝนแสนห่า ประจำทิศอาคเนย์ 8 จบ คือ ติ หัง จะ โต โร ถิ นัง ครูอาจเสกแป้งประหน้านักมวยก่อนชกด้วยนะจังงัง มวยท่าเสาอาจจะสูญสิ้นไปหากไม่มีการอนุรักษ์ สืบสาน ตำนานมวย “ลาวแกมไทย ตีนไวเหมือนหมา” เอาไว้ ลาวแกม หมายถึง คนเมืองอุตรดิตถ์ ซึ่งมีคนเมือง คนไทยภาคกลาง และคนลาวอยู่ร่วมกัน โดยคนเมืองอยู่เหนือแม่น้ำน่าน คนไทยอยู่ใต้แม่น้ำ และคนลาวอยู่ทางตะวันออก จึงมีการผสมผสานวัฒนธรรม ประเพณี และภาษาเข้าด้วยกัน ทั้งยังมีการแต่งงานระหว่างกันด้วย ทำให้คนอุตรดิตถ์มีลักษณะ “ลาวแกมไทย”

 

          ภาคใต้ มวยไชยา

     มวยไชยา หรือ มวยใต้ เป็นมวยไทยโบราณที่มีเอกลักษณ์พิเศษ คือ ท่ารำมวย การตั้งท่า ท่าไหว้ครู พันมือคาดเชือก มีความโดดเด่นของกระบวนท่า 7 ด้าน ประกอบด้วยท่าเสือลากหาง ท่าย่างสามขุม ท่าปั้นหมัด ท่าเต้นแร้งเต้นกา ท่าพับแขนพันหมัด ท่าพันหมัดพลิกเหลี่ยม และท่ากระโดดตบศอก

 

          ภาคอีสาน มวยโคราช

     มวยโคราช ถือกำเนิดมาจากจังหวัดนครราชสีมา มีความโด่งดังโดยเฉพาะช่วงสมัยรัชกาลที่ 5-6 มวยไทยโคราชมีเอกลักษณ์ คือ สวมกางเกงขาสั้น ไม่สวมเสื้อ สวมมงคลที่ศีรษะขณะชก การพันหมัดแบบคาดเชือก ตั้งแต่หมัดขึ้นไปจรดข้อศอก เพราะมวยโคราชเป็นมวยต่อยวงกว้าง และใช้หมัดเหวี่ยงควาย การพันเชือกเช่นนี้เพื่อป้องกันการเตะ ต่อยได้ดี การฝึกฝึกจากครูมวย     

     โดยเป็นครูมวยในหมู่บ้านต่อจากนั้น จึงได้รับการฝึกจากครูมวยในเมือง เมื่อเกิดความคล่องแคล่วแล้วทำพิธียกครู แล้วให้ย่างสามขุม และฝึกท่าอยู่กับที่ 5 ท่า ท่าเคลื่อนที่ 5 ท่า ฝึกลูกไม้แก้ทางมวย 11 ท่า ฝึกท่าแม่ไม้สำคัญ ประกอบด้วย ท่าแม่ไม้ครู 5 ท่า และท่าแม่ไม้สำคัญโบราณ 21 ท่า แล้วมีโคลงมวยเป็นคติสอนนักมวยด้วย พร้อมคำแนะนำ เตือนสติไม่ให้เกรงกลัวคู่ต่อสู้ 

     มวยไทยทั้ง 4 ภาคของไทยมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป แต่ก็ถือว่าเป็นมวยไทยที่ควรอนุรักษ์ไว้ เพราะเป็นศิลปะการต่อสู้สมัยโบราณที่เป็นจุดเริ่มของมวยในปัจจุบันนี้

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

ประเภทของมวยไทย

กระสอบทราย เพื่อนซ้อมคู่ใจนักมวย

ประเภทของมวยไทย

ประเภทของมวยไทย

มวยไทย ( Muay thai ) มีหลายประเภท แต่ถ้าแบ่งตามลักษณะการเข้าต่อสู้ การรุก การรับ และการใช้หมัด เท้า เข่า ศอก พอที่จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ มวยหลัก หรือมวยแข็ง และมวยเกี้ยว หรือมวยอ่อน

 

     มวยหลัก หรือมวยแข็ง หมายถึง มวยไทย ( Muay thai ) ที่มีการต่อสู้แบบรัดกุม สุขุมรอบคอบ ตั้งท่าคุมมวย และจดมวยแบบมั่นคง การจดมวย และการเคลื่อนตัว เคลื่อนเท้า ก้าวย่าง จะเต็มไปด้วยความระมัดระวัง ดูคล้ายเชื่องช้าไม่คึกคะนอง นักมวยประเภทนี้จะตั้งรับ และรอจังหวะเป็นมวยสุขุมเยือกเย็น มีลำหักลำโค่นดี หรือใช้ศิลปะ มวยไทย ( Muay thai ) ได้หนักหน่วง รุนแรง และแม่นยำทั้งหมดคือ เท้า เข่า ศอก มีความทรหด มานะอดทน และมีความพยายามสูง

     มวยเกี้ยว หรือมวยอ่อน หมายถึง มวยไทย ( Muay thai ) ที่มีวิธีการต่อสู้ที่ใช้ชั้นเชิงแพรวพราวการเข้าทำคู่ต่อสู้จะใช้กลลวงมากมาย มวยเกี้ยวจะเคลื่อนตัวอยู่เสมอไม่หยุดนิ่ง โดยเคลื่อนตัวไปมาทั้งด้านซ้าย และด้านขวาสลับกัน ทำให้คู่ต่อสู้จับทางมวยยาก มวยเกี้ยวจะมีลีลาท่าทางแคล่วคล่องว่องไว หลอกล่อ และหลบหลีกได้ตี มีสายตาดี รุกรับ และออกอาวุธหมัด เท้า เข่า ศอก ได้รวดเร็วฉับพลันกว่า แม้จะไม่รุนแรงเท่ามวยหลักก็ตาม

     นอกจากมวยหลัก และมวยเกี้ยวแล้วยังมีมวยอีกประเภทหนึ่ง ที่มีลักษณะผสมผสานระหว่างมวยหลัก และมวยเกี้ยวคู่กันไป คือ มีทั้งความคล่องแคล่วว่องไว และความรุนแรงในการใช้หมัด เท้าเขา ศอก การเรียกลักษณะของมวยยังมีที่เรียกเป็นอย่างอื่นอีกตามความนิยมของครูมวยแต่ละคน เช่น มวยวงนอก มวยวงใน ซึ่งหมายถึงมวยที่ถนัดอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น มวยวงนอกดี หมายถึงมวยที่ถนัดอยู่ห่างอาวุธเตะ ถีบ ฉาบฉวย หลอกล่อ หาจังหวะเข้าทำแล้วหนีได้อย่างฉับพลัน ใช้ไม้ยาวหรืออาวุธยาวได้ดี มีความแคล่วคล่องว่องไว เฉลียวฉลาดดี แต่เมื่อเข้าวงใน หรือปล้ำตีเข่า และศอกมักจะไม่ได้ผลเท่าที่ควร

 

มวยไทย ( Muay thai ) มีการไห้คะแนนตามหลักเกณฑ์ดังนี้

- เมื่อนักมวยได้ใช้หมัด เท้า เข่า ศอก เป็นอาวุธ มวยไทย ( Muay thai )  กระทำถูกร่างกาย คู่แข่งขันโดยถูกตามกติกา มีแรงส่ง ถูกวัตถุประสงค์ และคู่ต่อสู้ไม่สามารถที่จะป้องกันได้

- นักมวยที่ใช้อาวุธ มวยไทย ( Muay thai ) กระทำถูกคู่แข่งขัน ได้มากกว่าเป็นผู้ชนะในยกนั้น

- นักมวยที่ใช้อาวุธ มวยไทย ( Muay thai ) กระทำถูกคู่แข่งขันได้หนักหน่วง รุนแรง แจ่มแจ้งกว่า เป็นผู้ชนะในยกนั้น

- นักมวยที่ใช้อาวุธ มวยไทย ( Muay thai ) กระทำถูกคู่แข่ง จนเกิดความบอบช้ำมากกว่า เป็นผู้ชนะในยกนั้น

- นักมวยที่เป็นฝ่ายรุกเข้ากระทำมากกว่าเป็นผู้ชนะในยกนั้น

- นักมวยที่มีชั้นเชิงในการ รุก รับ หลบหลีก ตอบโต้ ตามลักษณะ และศิลปะ มวยไทย ( Muay thai ) ได้ดีกว่าเป็นผู้ชนะในยกนั้น

- นักมวยที่ทำผิกกติกาน้อยกว่าเป็นผู้ชนะในยกนั้น

 

การไม่ได้คะแนน มีดังนี้

- นักมวยที่ใช้อาวุธ มวยไทย ( Muay thai ) กระทำผิดกติกาข้อใดข้อหนึ่ง

- กระทำไปถูกแขน ขา ของคู่แข่งในลักษณะการป้องกันตัว

- กระทำถูกคู่แข่งแต่เบา ไม่มีน้ำหนักส่งจากร่างกาย

- เตะไปแล้วถูกฝ่ายตรงข้ามจับขาเหวี่ยงลงกับพื้น ให้จัดว่าข้างที่เตะได้คะแนน ถ้าหากข้างที่เตะถูกฝ่ายตรงข้ามจับขาได้แล้วแกล้งทิ้งตัวลงกับพื้นถือได้ว่าเป็นการทำผิดกติกาในกรณีนี้ จัดว่าทั้งสองฝ่ายไม่ได้คะแนน

- การเหวี่ยงคู่แข่งขันให้ล้มลงโดยไม่ได้ใช้อาวุธอื่น

- การไห้คะแนนในการแข่งขัน มวยไทย ( Muay thai ) นั้น มีการไห้เป็นตัวเลขครับแม้กระนั้นจะมีการไห้เป็นยก ครับโดยดูจากภาพรวมของการแข่งขันในแต่ละยก

 

มวยไทย ( Muay thai ) มีหลากหลายสาย หลายประเภท และหลายท่ามาก ๆ ซึ่งหลาย ๆ คนอาจะไม่รู้จัก หรือลืมไปแล้วด้วยซ้ำ และถ้าหากคุณกำลังมองหาสถานที่ฝึก มวยไทย หรืออยากเรียนมวยไทย ก็สามารถติดต่อเรามาได้ “เจริญทอง มวยไทย ( Muay thai )  ยิม” ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) กับสาขาที่ใกล้ และสะดวกที่สุด ซึ่งมีให้เลือกถึง 3 สาขา (สาขาข้าวสาร, สาขารัชดา, สาขาศรีนครินทร์) มีเทรนเนอร์คอยกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดอย่างแน่นอน

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

ฝึกมวยไทย ต้องเตรียมอะไรบ้างกันนะ

ที่มาที่ไปแม่ไม้มวยไทย

นักมวยเขาพกอะไรติดตัวบ้าง

นักมวยเขาพกอะไรติดตัวบ้าง

ในอดีตนั้นมวยไทยเป็นศิลปะป้องกันตัวที่สำคัญมาก ทั้งเอาไว้ต่อสู้กับข้าศึก หรือการป้องกันตัวเอง แค่นั้นก็ยังไม่พอ แต่ในสมัยก่อนนักมวยยังต้องพกของสำคัญติดตัว เพราะช่วยให้แคล้วคลาดปลอดภัยได้ ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น มาดูกันค่ะ

 

1. มงคล

     มงคลทำด้วยสายสิญจน์ หรือผ้าดิบที่เกจิอาจารย์เป็นผู้เขียนอักขระหัวใจมนต์ คาถาและเลขยันต์ แล้วถักหรือม้วนพันด้วยด้าย หรือด้ายสายสิญจน์ ห่อหุ้มด้วยผ้าซึ่งผ่านพิธีกรรมจากครูบาอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมทำเป็นวงสำหรับสวมศีรษะ โดยรวบเป็นหางยาวไว้ข้างหลัง

     ในอดีตมีการกล่าวถึงการใช้ไสยศาสตร์ในพิธีทำมงคล ดังนั้นการสร้างมงคลแบบที่ยาก และมีอำนาจแบบไสยศาสตร์เร้นลับที่สุด จะเป็นห่วงวงกลมทำมาจาก “งูกินหาง” อาจจะเป็นงูหนึ่งตัวกินหางของมันเองหรืองูสองตัวกินหางซึ่งกันและกันก็ได้ การกินหางของงูเกิดจากอำนาจสะกดจิต หรือพลังจิตเคลื่อนย้ายสิ่งของ แล้วนำห่วงกลมที่เกิดจากงูกินหางนั้นไปย่างไฟจนแห้งสนิท จากนั้นนำไปแช่น้ำมนตร์ ซึ่งหุงมาจากน้ำมันมะพร้าวผสมด้วยว่านยาสมุนไพรบางอย่าง แล้วจึงพันไว้ด้วยผ้ายันต์ หรือด้ายสายสิญจน์หุ้มไว้อีกชั้นหนึ่ง เล่ากันว่าพิธีกรรมเร้นลับสำหรับการสร้างมงคลเครื่องผูกศีรษะเหล่านี้ ใช้อำนาจไสยศาสตร์ให้เคลื่อนไหวสำเร็จขึ้นมาทั้งสิ้น ปัจจุบันสูญหายการถ่ายทอดไปหมดแล้ว

     มงคลถือเป็นเครื่องรางให้สิริมงคลและคุ้มกันอันตราย ในอดีตใช้สวมศีรษะในขณะชก บางคนสวมสองอันก็มี เวลาชกมวยหากมงคลหลุดจากศีรษะ ฝ่ายตรงข้ามก็จะหยุดชกเพื่อให้เก็บมงคลมาสวมใหม่ แล้วจึงชกต่อเป็นธรรมเนียมที่ถือปฏิบัติกันมาจะไม่มีการซ้ำเติมกันในขณะก้มลงเก็บมงคลเป็นอันขาด ส่วนนักรบในอดีตก็จะสวมมงคลออกรบโดยสวมไว้ที่ศีรษะหรือคล้องคอ เวลาไม่ได้ใช้ก็จะเก็บรักษาไว้ในที่สูง เช่น บนหิ้ง บนตู้ หรือใส่ตะกร้าแขวนไว้สูง ๆ ในบริเวณที่เป็นห้องพระ หรือหัวนอน เพื่อบูชาและป้องกันการสูญหาย หรือป้องกันใครเดินข้ามเพราะจะทำให้คาถาอาคมเสื่อมได้

 

2. ประเจียด

     ใช้ผ้าสาลู (ผ้าขาวบางเนื้อดี) หรือผ้าดิบสีขาว หรือสีแดงตัดเป็นสามเหลี่ยมลงเลขยันต์มหาอำนาจ ส่วนใหญ่จัดอยู่ในชุดวิชาคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด คุ้มกำลัง ภาษาที่ใช้เขียนมักเป็นอักขระโบราณ เช่น อักษรขอม อักษรเทวนาครี ซึ่งพระครูหรือเกจิอาจารย์จะเป็นผู้เขียน และทำพิธีพุทธาภิเษก เช่นเดียวกับพระเครื่องหรือพระบูชา ม้วนหรือถักพันด้วยด้าย อาจใส่ว่าน ตะกรุด หรือเครื่องรางของขลังชนิดอื่นไว้ข้างในผ้าประเจียดก็ได้ “เป็นเครื่องรางคุ้มกันตัวใช้ผูกติดกับต้นแขนตลอดเวลาการแข่งขันชกมวย”

 

3. ผ้ายันต์

     คือผ้าดิบหรือผ้าเนื้อบางสีขาวหรือสีแดง เขียนอักขระเลขยันต์ และรูปภาพต่าง ๆ โดยเกจิอาจารย์ที่ชาวบ้านเชื่อถือว่ามีคาถาอาคมแก่กล้า วิธีทำคล้ายผ้าประเจียดแต่ผ้ายันต์มักเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า “ใช้พกติดตัว หรือพันเป็นผ้าประเจียดก็ได้”

 

4. พระเครื่อง

     ทำด้วยโลหะ ผงปูน ดิน หรืออาจใช้วัตถุหลายชนิดจากแหล่งต่าง ๆ ที่เป็นที่เคารพเชื่อถือของประชาชน นำมารวมกัน บางครั้งอาจใช้เส้นผม เชี่ยนหมาก เศษจีวรของเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงผสมลงไปด้วย เพื่อเพิ่มความขลังแล้วจึงทำพิธีพุทธาภิเษกลงเลขยันต์ คือมีพิธีกรรมที่รวมการบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย การบริกรรมคาถาอาคมต่าง ๆ ในขณะทำพระเครื่องเวลาขึ้นชกมวยมักจะพกติดตัว โดยใช้พันไว้ในมงคล หรือผ้าประเจียด “นักมวยบางคนใช้อมไว้ในปากเวลาขึ้นชก วิธีนี้ไม่ค่อยนิยมเพราะจะเป็นอันตรายแก่ตัวเองได้”

 

5. ตะกรุด

     ใช้แผ่นโลหะบางรูปสี่เหลี่ยม เช่น ทอง เงิน นาก ทองแดง หรือใบลาน และกระดาษสาลงเลขยันต์ คาถาอาคมเช่นเดียวกับลงผืนผ้าเพื่อทำประเจียด แล้วม้วนให้กลมตรงกลางเว้นช่องว่างสำหรับใช้สายเชือกร้อย “ใช้สำหรับคาดบั้นเอว คล้องคอ หรือคาดไว้ที่ต้นแขน” หากใส่ในมงคลหรือประเจียดมักจะใช้ตะกรุดขนาดเล็ก

 

6. พิสมร

     ทำด้วยแผ่นโลหะหรือใบลานรูปสี่เหลี่ยม ลงเลขยันต์มีที่ร้อยสาย แต่โดยมากไม่ม้วนให้กลมอย่างตะกรุด ซึ่งต้องผ่านพิธีกรรมเช่นเดียวกับตะกรุด

 

7. พิรอด

     ทำด้วยกระดาษสา หรือถักด้วยหวายผ่านพิธีกรรมแล้วลงรักปิดทองเรียกว่า “กำไลพิรอด” ใช้สวมต้นแขน หรือแหวนพิรอดใช้สวมนิ้ว หากเป็นกำไลพิรอดชนิดงู 2 ตัว กลืนหางซึ่งกันและกันจนตายทั้งคู่เช่นเดียวกับการทำมงคล “นับว่าเป็นของวิเศษเพราะหายาก และเชื่อว่ามีอานุภาพมาก”

 

8. ว่าน

     คือพืชที่มีสรรพคุณหลายอย่าง บางชนิดใช้ในการรักษาพยาบาล ใช้รับประทานรักษาโรคบางชนิด ใช้ทารักษาแผล รักษาผิวหนัง บางชนิดห้ามรับประทานเพราะเป็นพิษ “บางชนิดเชื่อว่าทำให้ผิวหนังทนความร้อน หรือหนังเหนียว จึงนิยมนำมาทำเป็นเครื่องรางของขลัง โดยการปลุกเสกคาถาอาคมเช่นเดียวกับเครื่องรางของขลังชนิดอื่น” ใช้พกติดตัวใส่ในมงคลประเจียด หรือใช้เป็นส่วนผสมในการทำพระเครื่อง บางคนใช้แช่น้ำดื่มก็มี

 

9. คาดเชือก

     การคาดเชือกเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของมวยไทย คือ การคาดเชือกที่มือโดยใช้ด้ายดิบที่จับเป็นไจ(รวมเส้นด้าย) ขนาดโตเท่าดินสอดำ ต่อกันเป็นเชือกยาวประมาณ 20 -25 เมตร ม้วนแยกไว้ 2 กลุ่ม ใช้พันสันหมัดและข้อมือ ความยาวต่างกันตามความต้องการของประเภทนักมวย

     การคาดเชือกจะช่วยให้กระดูกนิ้วมือไม่เคล็ดง่าย และทำให้หมัดแข็ง น้ำหนักหมัดมีความหนักแน่นกว่าหมัดธรรมดา แต่ถ้าพันหนามาก  จะทำให้ชกอืดอาด  บางสำนักครูอาจารย์จะเป็นผู้พันด้ายดิบให้นักมวย พร้อมบริกรรมคาถาพร้อมกันไป  บางแห่งก็จะทำพิธีปลุกเสกลงคาถาอาคมในด้ายดิบ  บางอาจารย์ใช้ด้ายตราสังศพมาใช้พันมือของนักมวย

     คุณลักษณะพิเศษของการคาดเชือก คือ วิธีการคาดสามารถบอกภูมิลำเนาของสำนักมวยได้ว่าเป็นนักมวยมาจากถิ่นใด  และบอกถึงลักษณะการใช้หมัดและการใช้ศอกว่าเป็นอย่างไร เช่น “มวยโคราช” เป็นนักมวยเตะและต่อยวงกว้าง จะคาดหมัดถึงข้อศอกเพื่อป้องกันการเตะ ส่วนมวยลพบุรี เป็นที่เลื่องชื่อว่ามวย “หมัดตรง” ไม่กลัวเตะเพราะรู้เชิงป้องกัน การคาดเชือกจึงเพียงครึ่งแขน ส่วนมวยภาคใต้ “มวยไชยา” ถนัดใช้ศอกและแขน การคาดเชือกจึงเลยข้อมือไม่มากนัก เพื่อกันเคล็ดเท่านั้น เนื่องจากจะใช้ศอกในการกระแทกลำตัว หากบางคนต้องการพันด้ายขนาดยาวเพราะต้องการใช้หมัดบังหน้าด้วย

 

     “เครื่องรางของขลังทั้งหมดนี้ รวมเรียกว่าเครื่องคาด คือ ใช้ผูกหรือคาดที่ศีรษะ แขน เอวเป็นต้น” บางแห่งเคี้ยวหมาก ซึ่งถือเป็นเครื่องรางของขลังชนิดหนึ่งเช่นกัน โดยเกจิอาจารย์จะเป็นผู้จัดทำ และลงคาถาอาคมให้นักมวยเคี้ยว เพื่อต่อสู้ศัตรูคนไทยสมัยก่อนมีความเชื่อถือในเรื่องของไสยศาสตร์ เช่น คาถาอาคม ความอยู่ยงคงกระพัน และเรื่องของจิตวิญญาณกันมาก นอกจากเครื่องรางของขลังดังกล่าวแล้ว ถ้าหากต้องการให้คาถาอาคมติดกาย หนังเหนียว มีความอดทนไม่เจ็บปวดก็จะให้เกจิอาจารย์สักอักขระแห่งเครื่องหมายไสยเวทบนผิวหนังตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อความอยู่ยงคงกระพัน เพราะเชื่อว่าศาสตราวุธทั้งหลายไม่สามารถทำอันตรายได้ และเมื่อถึงเวลาที่ต้องต่อสู้กับศัตรู ก็จะใช้ท่องภาวนาคาถากำกับอีกครั้งตามที่เกจิอาจารย์ได้สั่งสอนไว้ เพื่อเป็นศูนย์รวมแห่งจิตใจ สร้างสมาธิให้จิตแน่วแน่มั่นคง เวทมนตร์คาถาที่ใช้จึงเป็นในทางคุ้มภัย เมตตามหานิยม อยู่ยงคงกระพัน เชื่อว่าสามารถสร้างปาฏิหาริย์ให้เกิดขึ้นได้ ทั้งเป็นการป้องกันหากคู่ต่อสู้ใช้อาถรรพเวทก็จำเป็นต้องใช้เวทมนตร์คาถาถอนแก้การกระทำยำยี บำบัดโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นให้เสื่อมสลายไปในทันทีทันใด

 

     นี่ก็เป็นเครื่องรางของขลังในมวยไทยที่นักมวยมักจะนิยมใช้ทุกครั้งเมื่อต้องขึ้นชก แต่อย่างไรก็ตามมักอยู่ที่ความเชื่อของคน เพราะก็ขึ้นอยู่กับเทคนิคในการชกด้วยเช่นกัน ซึ่งปัจจุบันนี้นักมวยทุกคนก็ยังต้องมีเครื่องรางของขลังติดตัว เพราะนักมวยจะเชื่อกันว่าพกติดต่อแล้วรู้สึกปลอดภัย เพราะของขลังที่ได้มาแต่ละชิ้นนั้นล้วนมาจากเกจิอาจารย์ที่ตนเองนับถือ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะทำให้ตนเองมีที่พึ่งทางใจ

 

     และถ้าหากคุณกำลังมองหาสถานที่ฝึก มวยไทย หรืออยากเรียนมวยไทย มาฝึกกับเราได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) กับสาขาที่ใกล้และสะดวกที่สุด ซึ่งมีให้เลือกถึง 3 สาขา (สาขาข้าวสาร, สขารัชดา, สาขาศรีนครินทร์)

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

ที่มาที่ไปแม่ไม้มวยไทย

ศาสตราวุธของมวยไทยที่อันตรายที่สุด

กระสอบทราย เพื่อนซ้อมคู่ใจนักมวย

กระสอบทราย เพื่อนซ้อมคู่ใจนักมวย

กระสอบทราย เป็นอุปกรณ์การซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ที่สำคัญอย่างหนึ่ง วัสดุภายนอกทำด้วยผ้าใบหรือหนัง เพื่อป้องกันเจ็บจากการเตะ ต่อย แบ่งออกได้เป็นกระสอบทรายแบบแขวน และ กระสอบทรายตั้งพื้น

 

 

กระสอบทราย ( Sandbag ) คืออะไร ?

กระสอบทราย ( Sandbag ) คือ อุปกรณ์การซ้อมมวย ( Muay ) ที่สามารถทำได้ทั้งต่อย เตะ และการฝึกท่าต่าง ๆ ของมวยไทย และมวยสากล ถือว่าเป็นอุปกรณ์สำคัญ ที่จะช่วยเพิ่มความแข็งแรง ให้กับกล้ามเนื้อ และยังช่วยเพิ่มศักยภาพ รวมถึงช่วยพัฒนา ความสามารถ ทั้งด้านการ เตะ ต่อย ให้แก่นักมวย ได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งกระสอบทราย ก็มีด้วยกัน 2 รูปแบบ ดังนี้

 

 

1 กระสอบทรายแขวน ( Hanging sandbags )

เป็นที่นิยมมาอย่างยาวนาน มีราคาถูก แต่ปัญหาส่วนใหญ่ เป็นเรื่องของการติดตั้ง ซึ่งมีความยุ่งยากมากกว่า ในการติดตั้งกระสอบทราย แบบแขวน จะต้องทำการติดตั้งอย่างน้อย 3 เมตร ทำให้การติดตั้ง ในพื้นที่ที่มีเพดานไม่สูง ไม่สามารถที่จะทำได้ และก่อนที่จะติดตั้งกระสอบทราย จะต้องยัดทราย หรือเศษผ้า ใส่ในตัวกระสอบก่อน หากเลือกเป็นทรายที่ยัด จะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของน้ำหนัก และตะขอที่จะใช้แขวน เพิ่มเข้ามาอีก เพราะต้องคำนึงถึง ความแข็งแรง ความมั่นคง ที่สามารถรับน้ำหนักได้

 

 

2 กระสอบทรายตั้งพื้น ( Floor standing sandbag )

เริ่มมีความนิยมมากขึ้น ในปัจจุบัน เนื่องจากมีขั้นตอน ในการติดตั้งง่าย ประหยัดเวลา ไม่ต้องยัดของใส่กระสอบ เนื่องจากระสอบทรายตั้งพื้น ส่วนใหญ่จะทำการบุฟองน้ำ และหุ้ม มาให้เรียบร้อยแล้ว สามารถนำวางในพื้นที่ ที่ต้องการใช้ซ้อมได้เลย แต่ควรเผื่อพื้นที่ ไว้เล็กน้อยด้านละ 2 เมตร ( กระสอบทรายแบบตั้งพื้น มีความสูงไม่เกิน 2 เมตร ) และสามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก

 

 

 

ถ้าหากเพื่อน ๆ อยากมี กระสอบทราย ( Sandbag ) สักอันไว้ฝึกซ้อมมวย หรือ ออกกำลังกาย ขอแนะนำกระสอบทรายตั้งพื้น ( Floor standing sandbag ) น่าจะเหมาะสม สำหรับยุคปัจจุบัน เพราะเคลื่อนย้ายสะดวก ติดตั้งง่าย ไม่สร้างความเสียหายแก่ตัวบ้าน ช่วยป้องกันการบาดเจ็บ จากการฝึกสอบ เพราะกระสอบทรายแบบตั้งพื้น จะไม่แข็งจนเกินไป มีการซับแรงในการ เตะต่อยแรง ๆ ด้วยคอสปริง ทำให้ลดอาการบาดเจ็บได้ ช่วยสร้างบรรยากาศ ในการฝึกซ้อม ทำให้รู้สึก เหมือนมีคู่ต่อสู้จริง เป็นการกระตุ้น ให้อยากออกกำลังกาย มากยิ่งขึ้น

 

ถ้าเลือก กระสอบทราย กันได้แล้ว มาดูกันดีกว่าว่า กระสอบทราย ให้ประโยชน์อะไร กับคุณได้บ้าง ?

 

กระสอบทราย ( Sandbag ) ช่วยระบายความโกรธ ระบายความเครียด ใครเจอภาวะเครียดจากการทำงาน หรือ กำลังโกรธใครมาไม่รู้จะระบายยังไง ขอแนะนำให้กลับบ้าน มาสวมนวม ชก เตะ ถีบ กระสอบทราย เพื่อระบายอารมณ์ เมื่อคุณได้ปลดปล่อยพลัง ออกมาอย่างเต็มที่แล้ว ความเครียด ความโกรธ ทั้งหลายก็จะเบาลง

 

กระสอบทราย ( Sandbag ) ช่วยเรียกได้เหงื่อ ได้กล้ามเนื้อ ได้ร่างกายแข็งแรง การชก เตะ ถีบ กระสอบทราย ( Sandbag ) เป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง การได้ออกแรงใช้พละกำลัง ทำให้ได้เหงื่อ ได้ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น ไขมันรอบเอว ต้นขา ต้นแขน ก็จะหายไปด้วยจาก การออกกำลังกาย ยิ่งหากใช้เวลาอยู่กับมันสัก 1 ชั่วโมง จะเผาพลาญได้ประมาณ 800 กิโลแคลอรีเลยทีเดียว นอกจากร่างกาย จะแข็งแรงแล้ว การได้ชก เตะ ถีบ กระสอบทราย ยังเป็นการฝึก สมาธิอีกด้วย เพราะเราจะต้องมีจิตใจ จดจ่ออยู่ที่ กระสอบทราย ( Sandbag )

 

 

เป็นอย่างไรบ้างคะ กระสอบทราย ( Sandbag )  มีดีกว่าที่คิดใช่ไหมละ ไม่ว่าจะกระสอบทรายแขวน ( Hanging sandbags ) หรือ กระสอบทรายตั้งพื้น ( Floor standing sandbag ) ก็เป็นหนึ่งในตัวช่วยในการฝึกซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) และเป็นการออกกำลังกายที่น่าลอง ถ้าพื้นที่ยังว่าง ลองหาซื้อสักอัน จะได้ออกแรง สร้างกล้ามเนื้อกันนะคะ

 

 

 

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

อยากฝึก มวยไทย ฝึกแบบไหนก่อนดี

ครูมวยไทยในประวัติศาสตร์

ฝึกมวยไทย ต้องเตรียมอะไรบ้างกันนะ

ฝึกมวยไทย ต้องเตรียมอะไรบ้างกันนะ

กีฬาต่อยมวยนั้น เป็นกีฬา อีกหนึ่งประเภท ที่ได้รับ ความนิยม มากมาย ด้วย ศิลปะ ท่าทาง และ เรื่องเล่า อันยาวนาน ของกีฬาชนิดนี้ ก็ทำ ใครๆ หลายๆ คนให้ความสนใจ และ อยาก ไปฝึกมวยกันทั้งนั้น เราจะมาแนะนำ ว่า ถ้าเริ่มฝึกมวย นั้น ต้องเตรียมอะไรกันบ้างนะ

กีฬาการชกมวย หรือ ต่อยมวยนั้น เป็นที่รู้กันดีว่า มีผู้คนสนใจกัน เป็นจำนวนมาก เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น ชาวต่างชาติ หรือ คนไทยเรา ก็ให้ความสนใจกัน เป็นจำนวนมาก เพราะ ด้วย ท่าทาง การ ขยับตัว และ ท่าทาก การต่อสู้ ที่ทั้งเท่ และ สวยงาม แถมยัง มีเรื่องราม หรือ ประวัติ ความเป็นมา ที่น่าสนใจ เกี่ยวกับ กีฬา ประเภทนี้ ทำให้ ผู้คน หลายๆ คน สนใจ และ หลงรัก ในศิลปะ มวยไทย และ มวยไทย ยังถือได้ว่า เป็นกีฬา ประจำชาติ ที่ งดงาน และ อยู่คู่คนไทย มาอย่างยาวนาน ด้วยการต่อสู้ และ การแข่งขัน ที่ดุเดือน ทำให้ผู้คนสนใจ และ ติดตามกันเป็น อย่างมาก มวยไทย ยัง มีการเอาไปทำ ภาพยนตร์ หรือ เกม รวมไปถึง การ์ตูนอนิเมชั่น มากมาย ทำให้ ไม่ว่า จะคนประเทศ อะไรก็ให้ ความสนใจ กับ กีฬา การ ต่อยมวย กันเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นผู้คน วัยไหน อายุเท่าไร ต่างพากัน สนใจ และ ทำให้กีฬา มวยไทย อยู่คู่คนไทย มาอย่างยาวนาน

การฝึก ต่อยมวย หรือ ชกมวยนั้น เราต้องเรื่องรู้ ร่างกายของตัวเอง เตรียมร่างกาย ให้พร้อม เพราะ การฝึก แต่ละครั้งนั้น ต้องใช้ พละกำลัง และ ความอดทน สูงมาก การทำกิจกรรม ออกกำลังกาย ต่างๆ ก็ ใช้ความอดทน และ ความสามารถ สูง เช่น วิ่ง กระโดด เตะบอล หรือ กีฬาออกกำลังกาย ประเภทต่างๆ ก็จะเน้น การออกกำลังกาย ไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกายของเรา เช่น เตะบอล แน่นอน ว่าเราต้อง ใช้เท่า อยู่ตลอดเวลา ในการวิ่ง การเลี้ยงบอล นั้น แปลว่า เราต้อง ขยับตัว และ เท้าอยู่ตลอดเวลา แต่ การออกกำลังกาย หรือ การฝึก มวยนั้น เราต้อง ใช้พละกำลัง แถบจะทุกส่วนของร่างกาย เพื่อ ออกแรง และ ขยับ ตัว อยู่ตลอดเวลา เราต้อง ใช้ร่างกายของเรา ตั้งแต่ ศีรษะ ตลอดจน เท้าของเราเลยทีเดียว เพราะ เราต้อง ออกแรง และ ขยับ ร่างกาย ให้เกิดแรง เพื่อ ที่จะออกหมัด หรือ ลูกเตะ ใส่คู่ต่อสู้ และ ท่าทางการ ต่อสู้ ต่างๆ ที่ต้องใช้ ความ ชำนาญ หรือ ประสบการณ์ ในการฝึกฝน ทั้ง ร่างกาย และจิตใจ แต่ อะไรบ้างละ ที่เราต้องเตรียม ไปเพื่อที่จะ ฝึกมวย เราจะมาบอก อุปกรณ์ ที่จำเป็น ต้องใช้ในการฝึกแต่ละครั้ง ไปดูกัน

            นวม ถือเป็น หัวใจหลักๆ ในการ ซ้อมมวยเลยก็ว่า เพราะ นวมนั้น เป็น อุปกรณ์ ที่จะ ต้อง สวมไปในมือ  หรือ แขนทั้ง สองข้างของเรา เพื่อ ที่จะ ปกป้องมือ ของเรา เอง และ คู่ซ้อม แต่ ที่ยิม หรือ สนามมวย หลายแห่ง อาจจะมี นวม ให้ยืม ให้เช่า กันอยู่แล้ว แต่ เอาเข้าจริงแล้ว ถ้าเรา เริ่มฝึกมวย หรือ อยากฝึก อย่างจริงจัง เราก็ควร มีนวม เป็นของตัวเอาเอง และ ติดตัว ไปทุกครั้ง สำหรับ การ ฝึกซ้อม เพื่อ ปกป้อง มือ ของเรานั้นเอง

            กางเกงมวย กางเกงมวย นั้น ถือได้ว่า เป็นเอกลักษณ์ มากๆ ไม่ว่าจะเป็น การแข่งขัน การฝึกซ้อม เพราะ กางเกงมวย เป็นการเกง ที่เป็นกางเกง ขาสั่น สามารถ ขยับร่างกาย ได้ สะดวกสบาย และ กางเกงมวยนั้น ถูกออกแบบมา เพื่อให้มีพื้นที่โล่งโปร่ง บริเวณต้นขา และ ขาหนีบ เพื่อ ที่จะขยับ แขน ขา ร่างกาย ของเราได้ สะดวก และ เตะ ถนัดนั้นเอง

            ฟังยาง เป็น อุปกรณ์ ที่จะสามารถ ช่วยปกป้อง ฟันของเรา ได้เป็นอย่างดี เมื่อ เราซ้อมมวยนั้น หรือ แข่งขัน แน่นอนว่า คู่ต่อสู้ หรือ คู่ ซ้อมของเรา มีโอกาส ออกหมัด ใส่ใบหน้าของเรา หรือ บริเวณ ฟัน ของเราได้

ดังนั้น การใส่ ฟันยาง จึงจะช่วยปกป้องแรงกระแทก จาก หมัดคู่ต่อสู้ได้เป็น อย่างดี และ สำคัญมากๆ ในการ ฝึกซ้อม ที่มีคู่ต่อสู้ ซ้อมกับเราด้วย เพื่อ ปกป้อง และ ป้องกันฟังของเรา ไม่ให้ได้รับความเสียหายนั้นเอง

            แองเกิล ในภาษามวย หรือ คนฝึกมวยนั้น จะเรียกกันว่า แองเกิล รูปทรง หรือ หน้าตา นั้น จะคล้ายๆถุงเท้าๆ แต่จะเปิดส้นเท้าและ นิ้วเท้าของเรา แต่ไอเจ้า แองเกิลนั้น ก็ไม่ใช้ สิ่งจำเป็นมากเท่าไร ในการฝึกซ้อม หรือ การแข่งขัน แต่ก็ ไอเจ้าแองเกิล นั้น สามารถ ช่วยซัพพอร์ต ข้อเท้าของได้ ได้เป็นอย่างดี ถึงจะไม่ใช้ อุปกรณ์ สำคัญ หรือ ควรซื้อชิ้นแรก แต่ ถ้าเรา อย่างเซฟตัวเราเอง ก็ขึ้นอยู่ว่าเรา อยากลงทุนมากแค่ไหน กับการซ้อม เท่านั้นเอง

            นี้ก็คือ อุปกรณ์ ที่เราควรมี แต่ก็ยังมีอีก หลายอุปกรณ์ ที่ คนฝึกมวย หรือ คนชกมวยนั้น มีเช่น ผ้าพันมือ สนับแข้ง รวมไปถึง น้ำมันมวย โดยน้ำมันมวยนั้น จะสามารถ นวด เพื่อให้ เกิดการกระตุ้น กล้ามเนื้อ ก่อนการ ฝึกซ้อมได้เป็นอย่างดี และ ยังสามารถ ช่วยให้เรา ตื่นตัว ได้ดีอีกด้วย และ ถึงอย่างไร ถ้าเรา อยากซ้อม เราก็ควร เตรียมใจ ในความอดทน และ ควร ฝึกซ้อมเป็นประจำ เพราะ การซ้อมมวยนั้น เราจะได้ ทั้งสุขภาพที่แข็งแรง ร่างกายที่แข็งแรง แถมเรายัง มีศิลปะ ป้องกันตัว อีกด้วย เพื่อร่างกาย และ สุขภาพที่ดีของเรา ในอนาคตแล้วจะรออะไร

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย เล่นอย่าไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ศิลปะมวยไทยหมัดเท้าเข่าศอก

ที่มาที่ไปแม่ไม้มวยไทย

ที่มาที่ไปแม่ไม้มวยไทย

เราอาจเคยได้ยินคำว่า แม่ไม้มวยไทยมานมนาน แท้จริงแล้วความหมายไม่ได้เรียกไว้ให้ดูเท่ ๆ แต่เพียงเท่านั้น แต่ยังมีความหมายในเชิงปฏิบัติ ที่แอบแฝงไปด้วยรหัสอันตราย มาดูที่มาที่ไปของแม่ไม้มวยไทยกันค่ะ

 

     แม่ไม้ในมวยไทย คืออะไร เพราะความหมายของมวยไทยแท้จริงแล้ว คือศิลปะการรุกและรับ เป็นการเลือกใช้ไม้มวยไทย และกลวิธีต่าง ๆ ผสมผสานให้เข้ากัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ไม้มวยไทย ที่ใช้ในมวยไทย นั้นได้แก่ หมัด, เท้า, เข่า และศอก เพราะการใช้หมัดชกคู่ต่อสู้ เรียกว่า "ไม้หมัด" และการใช้เท้าเตะคู่ต่อสู้เรียกว่า "ไม้เตะ" การใช้เท้าถีบ ก็ต้องเรียกว่า "ไม้ถีบ" การใช้เข่าเรียกว่า "ไม้เข่า" การใช้ศอก ก็เรียกว่า "ไม้ศอก" และยังมีการแบ่งตามลักษณะความสั้น-ยาว ของการใช้ไม้มวยไทยอีกด้วย โดยแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ ไม้สั้น และไม้ยาว เช่น การใช้หมัดเหวี่ยงสั้น, หมัดงัด, ศอกและเข่า เรียกว่า "ไม้สั้น" การใช้เท้าเตะ ใช้เท้าถีบ หมัดเหวี่ยงยาว เรียกว่า "ไม้ยาว" นั่นเอง

     ดังนั้นการเตะ, ถีบ, เข่า และศอก เรียกว่า "แม่ไม้" ส่วนการต่อย หมัดงัด หมัดเหวี่ยงสั้น-ยาว การเตะตรง, เตะตัด, เตะตวัด, เตะเฉียง, เตะกลับหลัง, ถีบตรง, ถีบข้าง, ถีบกลับหลัง, เข่าตรง, เข่าเฉียง, เข่าตัด, เข่าลอย, ศอกตี, ศอกตัด, ศอกกลับหลัง, ศอกพุ่ง เหล่านี้เรียกว่า "ลูกไม้"

 

           ไม้รุก คืออะไร?

     ไม้รุก คือ หลักวิชาการในการใช้ไม้มวยต่าง ๆ มาประกอบกันเพื่อเป็นการรุกโจมตีคู่ต่อสู้ มีทั้งการหลอกล่อ และเข้าสู้กันจริง โดยทั่วไป ไม้นำของไม้รุกจะเป็นไม้ยาว มีความเร็ว รัดกุม มีหลักมั่นคง สามารถใช้ไม้อื่นต่อไปได้ เช่น การถีบตรง, การเตะเฉียง, เตะลิด ส่วนไม้ตามนั้นจะเป็นไม้ยาวหรือไม้สั้นก็ได้

     ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการใช้ไม้จังหวะแรกว่าได้ผลดีประการใด ดังนั้นจึงนิยมใช้ไม้มวยแบบสลับบนล่าง หรือซ้ายสลับขวา เพื่อให้คู่ต่อสู้พะวง ถ้าใช้ไม้รุกเฉพาะส่วน หรือส่วนล่างอย่างเดียว จะง่ายต่อการป้องกันแก้ไข โดยทั่วไป ไม้รุก มีตั้งแต่จังหวะเดียวขึ้นไป จนไม่จำกัดจำนวน แต่นิยมใช้และได้ผลดี รวมไปถึงการฝึกหัดได้ง่าย คือ ไม้รุก 1 จังหวะ, 2 จังหวะ และ 3 จังหวะ

  • ไม้รุก 1 จังหวะ คือ การรุกเข้าไปแล้วใช้ไม้มวยเพียงอย่างเดียว เช่น การชกหมัดตรงขวา, เตะขวา,

โยนเข่าขวา หรือด้านที่ถนัดที่สุด เรียกว่า "ไม้รุกจังหวะเดียว"

  • ไม้รุก 2 จังหวะ คือ การรุกเข้าไปใช้ไม้มวย 2 จังหวะ โดยในจังหวะที่ 1 เป็นไม้หลอก เพื่อให้คู่ต่อสู้

เสียหลัก แล้วตามไปใช้ไม้จริงในจังหวะที่ 2 ต้องตามกันไปอย่างรวดเร็ว เรียกว่า "ไม้รุก 2 จังหวะ"

  • ไม้รุก 3 จังหวะ คือ การรุกเข้าไปใช้ไม้มวยจังหวะที่ 1, 2 และ 3 ติดต่อกัน เช่น ต่อยหมัดนำ, หมัด

ตรง  แล้วเตะตาม ถ้าฝึกจนเกิดความชำนาญแล้ว ก็สามารถใช้ไม้สั้น เช่น ศอก, เข่า, หมัดตวัด, หมัดงัด เป็นไม้นำได้เช่นกัน

  • ไม้รุก 4 จังหวะ คือ การรุกเข้าไปใช้ไม้มวยจังหวะที่ 1, 2 และ 3 ติดต่อกัน และไม้รุกที่ออกไปต่างก็

หวังผลทั้งหมด แล้วแต่โอกาส ส่วนมากจังหวะที่ 1 และ2 เป็นไม้หลอก จังหวะที่ 3 และ 4 เป็นไม้จริง

 

          ไม้รับ คืออะไร?

     ไม้รับ คือ หลักวิชาการในการนำเอาไม้มวยต่าง ๆ มาประกอบเข้าด้วยกัน เพื่อแก้ไขการจู่โจมของฝ่ายรุก ไม้มวยชนิดหนึ่ง อาจแก้การจู่โจมของไม้มวยชนิดเดียวกัน หรือต่างชนิดก็ได้ หรือแก้ทีละไม้ เช่น แก้การต่อย, แก้การเตะ, แก้การถีบ, แก้การศอก แต่ในการชกมวยจริง ๆ ไม่ได้ชก หรือเตะเพียงจังหวะเดียว แต่จะรุกเป็นชุด เช่น ต่อยนำ, เตะตาม แล้วเข่าตาม หรือต่อยตามเข่า

     ความหมายรวมไปถึงการทำทุกอย่างเพื่อแก้ไขการจู่โจม เช่น การถอยออกให้พ้นระยะ เพื่อไม่ให้ถูกอาวุธของคู่ต่อสู้, การหลบหลีก, การปัดป้อง และการตอบโต้ ซึ่งมีการชิงลงมือก่อน การถอยแล้วตอบโต้ การหลบหลีกแล้วตอบโต้

     ไม้รับในที่นี้ จะกล่าวถึงการรับไม้มวยของคู่ต่อสู้ทีละชนิดตามลำดับ เริ่มตั้งแต่รับการต่อย, รับการเตะ,  รับการถีบ, รับการเข่า และรับการศอก โดยอาศัยการถอย, หลบหลีก, ปัดป้อง และตอบโต้ด้วยไม้มวยต่าง ๆ อาทิ

- การหลอกล่อ คือ การเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อให้คู่ต่อสู้เข้าใจผิด หรือเพื่อไม่ให้คู่ต่อสู้จับทางเราได้ ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวอวัยวะต่างๆ โดยไม่เคลื่อนที่ไปจากที่เดิม

- หลอกด้วยสายตา คือ มองสูงแต่ใช้ไม้มวยไปสู่เป้าหมายที่ต่ำ หรือมองต่ำแต่ใช้ไม้มวยไปสู่เป้าหมายที่สูง

- หลอกด้วยศีรษะ คือ การเคลื่อนไหวศีรษะไปมาทั้งด้านซ้ายและด้านขวา เพื่อให้คู่ต่อสู้หลงทาง

- หลอกล่อด้วยการเคลื่อนไหวลำตัว คือ การอาศัยความอ่อนตัว เช่น การโยกเอวหรือโยกลำตัวไปทางซ้ายและขวา

- การถอยให้พ้นระยะ คือ การถอยให้ห่างจากคู่ต่อสู้ อาจกระโดดเคลื่อนเท้าถอยหลัง หรือก้าวถอยหลัง แต่ต้องให้พ้นระยะไม้มวยของคู่ต่อสู้ ในการถอยเมื่อพ้นระยะแล้ว จะต้องอยู่ในท่าที่พร้อมจะตอบโต้คู่ต่อสู้ทันที

- การโยกตัวหรือการเอนตัวให้พ้นระยะ คือ การโยกตัวหรือเอนตัวออกให้พ้นระยะคู่ต่อสู้

- การหลบหลีก คือ การเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อหลบหลีกไม้มวยของคู่ต่อสู้ที่จู่โจมมา อาจใช้วิธีก้มตัวหลบด้านซ้ายและขวา

- การปัดให้เบี่ยงเบนออกไป คือ การใช้มือหรือแขนปัดไม้มวยไปยังเป้าหมายอื่น

- การปัดป้อง คือ การใช้ส่วนต่าง ๆ ที่แข็งแรงของร่างกายปัดป้องอวัยวะที่เป็นจุดอ่อนของร่างกาย เช่น การใช้เข่าปัดป้องท้อง รวมถึงบริเวณลำตัว การใช้ศอกและเข่าบริเวณหน้าอก

- การบังเกาะจับ คือ การบังไม่ให้ไม้มวยคู่ต่อสู้ปะทะกับตัวเรา การบังนั้นจะต้องอาศัยการผ่อนแรงถูกจังหวะและเหมาะสมจึงจะได้ผลดี เมื่อบังเกาะจับได้แล้ว ก็สามารถใช้ไม้มวยตอบโต้ได้ทันที

- การทำให้ล้ม ในมวยไทยมีหลายแบบ แต่ที่ถูกต้องตามกติกาคือ ใช้วิธีการบังเกาะจับแล้วผลักให้ล้ม หรือการกอดรัดแล้วเหวี่ยงให้ล้ม

 

     และหากคุณกำลังมองหาสถานที่ฝึก มวยไทย หรืออยากเรียนมวยไทย มาฝึกกับเราได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) กับสาขาที่ใกล้และสะดวกที่สุด ซึ่งมีให้เลือกถึง 3 สาขา (สาขาข้าวสาร, สาขาศรีนครินทร์, สาขารัชดา)

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

ศาสตราวุธของมวยไทยที่อันตรายที่สุด

เคล็ดลับการเลือกกระสอบทราย

เครื่องแต่งกายมวยไทยโบราณ

เครื่องแต่งกายมวยไทยโบราณ

การแต่งกาย ของนักรบมวยไทย ในอดีตถือว่ามีความ เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น อย่างหนึ่งที่ไม่เหมือนกับชาติไหน ซึ่งแตกต่างกับการแต่งกาย ของมวยไทยในปัจจุบัน เป็นอย่างมาก วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักกับเครื่องแต่งตัว ของนักมวยสมัยก่อนกัน

 

 

เครื่องแต่งกายของ นักมวยไทย ( Muay Thai ) ในสมัยก่อนที่นิยม มีดังต่อไปนี้

กางเกง มวยไทย ( Muay Thai )

 

     เครื่องแต่งกาย ที่เป็นส่วนปกปิดร่างกาย ได้แก่ กางเกง ในสมัยก่อนจะไม่มีกางเกง ที่ใช้สวมใส่เฉพาะเวลาขึ้น ชกมวยเท่านั้น ส่วนมากนักมวย จะสวมกางเกงขาสั้น ยาวประมาณแค่เข่า ซึ่งเป็นกางเกงที่ใช้กัน โดยทั่วไป ในชีวิตประจำวัน ตัวกางเกงจะใหญ่ ไม่มีขอบกางเกง ใช้ผ้าขาวม้า ผูกคาดเอวไว้กันหลุด

 

 

ผ้าขาวม้า มวยไทย ( Muay Thai )

 

     เป็นผ้าที่ทอด้วย ด้ายฝ้าย หรือผ้าไหม รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้างประมาณ 1 เมตรยาวประมาณ 1 เมตรครึ่ง ทอเป็นตาหมากรุกบ้าง เป็นลายอื่นบ้าง ผู้ชายไทยส่วนมาก จะมีผ้าขาวม้าใช้ทุกคน ซึ่งเป็นของใช้ ที่ทำขึ้นเองในครอบครัว ใช้สำหรับนุ่ง คาดเอว เช็ดหน้าเช็ดตัว ในการแข่งขันชก มวยไทย ( Muay Thai ) นักมวยจะใช้ผ้าขาวม้า พันให้หนาคาดทับระหว่างขา ใช้แทนกระจับ และคาดเอว เพื่อให้กางเกงไม่หลุดลุ่ย เวลาขึ้นชกมวย

 

 

 ผ้าพันมือ มวยไทย ( Muay Thai )

 

     เอกลักษณ์ ที่โดดเด่นของ มวยไทย ( Muay Thai ) อีกประการหนึ่งคือ การคาดเชือกที่มือ โดยใช้ด้ายดิบ ที่จับเป็นไจ ( รวมเส้นด้าย ) ขนาดโต เท่าดินสอต่อกัน เป็นเชือกยาว ประมาณ 2025 เมตร ม้วนแยกไว้ 2 กลุ่ม ใช้พันสันหมัด และข้อมือ ความยาวต่างกัน ตามความต้องการ ของประเภทนักมวย บางท้องถิ่นพันรอบแขน จรดข้อศอก สอดด้ายดิบขด เป็นปม เรียกว่า ก้นหอย เรียงบนสันหมัด คล้ายหนามทุเรียน เมื่อพ่นน้ำลง บนหลังหมัด ด้ายที่พันเป็นก้นหอย ก็จะพองแข็ง สร้างความเจ็บปวด ให้คู่ต่อสู้ได้

 

 

การคาดเชือก ของนักมวยไทย  ( Muay Thai ) นั้น จะช่วยให้กระดูกนิ้วมือ ไม่เคล็ดง่าย และทำให้หมัดแข็ง น้ำหนักหมัดมีความ หนักแน่นกว่า หมัดธรรมดา แต่ถ้าพันหนามาก จะทำให้ชกอืดอาด บางสำนักครูอาจารย์ จะเป็นผู้พันด้ายดิบให้นักมวย พร้อมกับบริกรรม คาถาพร้อมกันไป บางแห่งก็จะทำ พิธีปลุกเสก ลงคาถาอาคม ในด้ายดิบ บางอาจารย์ก็ใช้ ด้ายตราสังศพ มาใช้พันมือ ของนักมวย ด้ายดิบที่ใช้คาดหมัด มักจะเก็บไว้ใช้นานปี จึงมีเลือด เศษเนื้อของคู่ต่อสู้ติด เกรอะกรังที่ด้าย ทำให้ด้ายแข็งคม เหมือนกระดาษทราย เป็นอาวุธชั้นดีของ นักมวยไทย ( Muay Thai ) ในสมัยก่อน เลยทีเดียว

 

 

คุณลักษณะพิเศษ อีกอย่างหนึ่งของการ คาดเชือกคือ วิธีการคาดเชือกสามารถ บอกภูมิลำเนา ของสำนักมวย ได้ว่าเป็นนักมวย มาจากถิ่นใด และบอกถึงลักษณะ การใช้หมัด และการใช้ศอกว่าเป็นอย่างไร เช่น มวยโคราช เป็นมวยเตะ และต่อยวงกว้าง จะคาดหมัดถึงข้อศอก เพื่อป้องกันการเตะ ส่วนมวยลพบุรี เป็นที่เลื่องชื่อว่ามวย ( หมัดตรง ) ไม่กลัวเตะ เพราะรู้เชิงป้องกัน การคาดเชือกจึงคาด เพียงครึ่งแขน ส่วนมวยภาคใต้ ( มวยไชยา ) ถนัดใช้ศอก และแขน การคาดเชือกจึงเลย ข้อมือไม่มากนัก เพื่อกันซ้น หรือเคล็ดเท่านั้น เพราะจะใช้ศอกรับ และใช้ศอกในการ กระแทกลำตัว หากบางคนต้องการ พันด้ายขนาดยาว เพราะต้องการ ใช้หมัดบังหน้าด้วย

 

 

เมื่อนักมวยแต่งตัว ด้วยเครื่องรางของขลัง ผ่านพิธีกรรม ด้วยเวทมนตร์ คาถาแล้ว จะต้องระมัดระวังตัว ไม่เดินลอดของต่ำ หรือแตะต้องของ ที่เชื่อว่าจะทำให้ เวทมนตร์ คาถาเสื่อมคลายลง เวลาขึ้นเวทีมวย จะกระโดดข้ามเชือก สังเวียนทุกคน เพราะเชื่อว่าการลอดเชือก ที่มีคนอื่นเคยข้ามแล้วหรือ มีการนำของต่ำ ข้ามผ่านแล้ว เช่นรองเท้า กางเกง ของใช้บางอย่าง อาจจะทำให้ของขลัง และเวทมนตร์ คาถาเสื่อมลง ดังนั้นเรามักจะเห็น กันบ่อยโดยเฉพาะนัก มวยไทย ( Muay Thai ) อาชีพ มักจะระมัดระวัง เรื่องนี้กันมาก

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

กว่าจะเป็น…นักมวยอาชีพ

กฎกติกาของเวที หรือ สังเวียน มวย

ศาสตราวุธของมวยไทยที่อันตรายที่สุด

ศาสตราวุธของมวยไทยที่อันตรายที่สุด

ศิลปะการต่อสู้ “มวยไทย” ( Muay Thai ) ที่ใช้เพียงแค่มือเปล่า เท้าเปล่า ก็สามารถเล่นงานคู่ต่อสู้ได้อยู่หมัด มาดูกันว่าศาสตราวุธโจมตีชนิดใดในมวยไทยที่หนักหน่วง รุนแรง และอันตรายมากที่สุด

 

     ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 8 ( Art of Eight Limbs ) 2 หมัด - 2 ศอก - 2 เข่า - 2 เท้า ที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร ก็แค่มือเปล่า เท้าเปล่า แต่รู้หรือไม่ว่า อาวุธทั้ง 8 นี่แหละที่มีความหนักหน่วง รุนแรง และอันตรายแตกต่างกัน มาดูกันว่าอาวุธไหนอันตรายที่สุด

 

อาวุธที่ 1 : หมัด

     ขอเริ่มจาก “หมัด” ซึ่งเป็นอาวุธมวยไทยที่ใช้บ่อยและมีความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ “มวยสากลสมัครเล่น” และ “มวยสากลอาชีพ” เพราะนักมวยไม่สามารถใช้ เท้า เข่า ศอก ได้อย่าง มวยไทย ( Muay Thai ) ดังนั้น นักมวยสากล จำเป็นต้องมีทักษะในการใช้หมัดหลากหลายแบบ โดยหมัดนั้นจะใช้แรงส่งจาก หัวไหล่ สะโพก และ ขา มายังกำปั้น เพื่อหวังโจมตีระยะกลาง

     การปล่อยหมัดที่ทำน้ำหนักได้ดีสุด คือ การใช้ “หมัดตรงหมัดหลัง” นักมวยจะใช้การบิดไหล่ข้างถนัด โน้มไปข้างหลังเล็กน้อย เพื่อทำให้เกิดแรงส่งจากสะโพก ลำตัว หัวไหล่ ที่มากกว่าหมัดตรงธรรมดา ออกไปยังเป้าหมาย แล้วดึงหมัดกลับมาในท่าจดมวยเดิม

     ความอันตรายของการใช้หมัด ถือว่าไม่ได้รุนแรงเท่า ศอก เข่า เท้า เพราะหมัดจะต้องอาศัยกล้ามเนื้อบริเวณหัวไหล่ ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อส่วนที่ไม่ได้ใหญ่มาก น้ำหนักและความแรงจึงไม่อาจเทียบเท่ากับส่วนอื่นๆ (อ่านเพิ่มเติม : มวยไทยกับการใช้หมัด, 7 การออกหมัดแบบมวยไทย)

 

อาวุธที่ 2 : ศอก

     อาวุธต่อมา “ศอก” เป็นอาวุธโจมตีที่ใช้พื้นที่น้อย แต่กลับมีอันตรายมากสุด และทุกคนต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า “ศอก” คือ อาวุธที่อันตรายมากสุดของ มวยไทย ( Muay Thai )

     ทำไม “ศอก” ถึงอันตรายที่สุด นั่นก็เพราะว่า อาวุธศอก มีพื้นผิวสัมผัสน้อย ยิ่งพื้นที่การตีน้อย และรวดเร็ว จึงเกิดค่าความดันที่สูงมาก และศอกยังเป็นบริเวณที่แหลมคม มีความแข็งของกระดูก ทำให้เกิดแผลบริเวณใบหน้าได้ง่ายกว่าอาวุธทุกชนิด

     เมื่อโดนแรงจากปลายศอก เข้าไปกระทบผิวหนังใบหน้า ความดันที่มีค่าสูงจึงส่งผลให้เกิดแผลแตกได้ง่าย และทำให้สมองมึนงงไปจนถึงขั้นสลบ จนสามารถทำให้ชนะน็อคเอาท์ได้ หรือหากเป็นแผลแตกเหนือเบ้าตา จะส่งผลต่อการมองเห็นนักมวยอีกด้วย

 

อาวุธที่ 3 : เข่า

     “เข่า” เป็นอาวุธมวยไทยที่มีความหนักหน่วง เนื่องจากใช้แรงส่งจากสะโพก โดยใช้ส่วนของหัวเข่าด้านหน้า หรือ ด้านข้างหัวเข่า ซึ่งเป็นมุมแหลมและแข็งแรง เข้าปะทะในส่วนนิ่มของร่างกาย เช่น หน้าขา ท้อง ชายโครง ลำตัว หน้าอก หรือแม้แต่ปลายคาง

     ถึงแม้ว่า “เข่า” จะมีความหนักหน่วง มีเหลี่ยมของเข่าที่กระแทกเข้าที่ส่วนลำตัวของร่างกาย แต่เข่าไม่ใช่อาวุธที่อันตรายสุด เพราะส่วนมากแล้วร่างกายของนักมวยไทย ถูกฝึกฝนกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ทนทาน พร้อมรับน้ำหนักและแรงกระแทกจากเข่าอยู่แล้ว (อ่านเพิ่มเติม : มวยไทยกับการใช้เข่า)

 

อาวุธที่ 4 : เท้า

     อาวุธสุดท้ายคือ “เท้า” เป็นอาวุธโจมตีระยะไกล และถือเป็นอวัยวะสำคัญสำหรับการชกมวยไทย ( Muay Thai ) ทั้งในจังหวะรุกและรับ แถมยังมีพลังโจมตีมากพอที่จะทำให้คู่ต่อสู้น็อคเอาท์ได้ทันทีในชั่วพริบตา หากโดนเตะเข้าที่ก้านคอ เนื่องจากบริเวณของต้นคอ เป็นศูนย์รวมระบบประสาทที่เป็นส่วนที่สำคัญ นอกจากเท้าแล้ว มีอีกอย่างที่น่ากลัวคือ “แข้ง” เพราะมีน้ำหนักและความรุนแรง หากใครโดนก็เหมือนถูกท่อนไม้ตีเลยทีเดียว

     อาวุธเท้าในมวยไทย มีความแรงเกิดจากแรงขาและการหมุนของสะโพก สามารถโจมตีได้หลายแบบ นอกเหนือจากเตะก้านคอ ยังใช้เตะตัด เตะเฉียง การถีบ ดังนั้น การเตะที่ดีต้องอาศัยจังหวะ ความเร็ว การทรงตัว การเคลื่อนที่ที่ดี เพื่อให้การเตะนั้นออกมาสมบูรณ์

     คราวนี้ก็รู้กันแล้วใช่ไหมคะว่า ศาสตราวุธทั้ง 8 ( Art of Eight Limbs ) 2 หมัด - 2 ศอก - 2 เข่า - 2 เท้า อันไหนอันตรายที่สุด รู้แล้วก็ระมัดระวังกันด้วยนะคะ และที่สำคัญถ้าใครฝึกมวยไทยแล้วนั้นยังได้ประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาความแข็งแกร่งของร่างกายโดยรวม เพราะจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อและทำให้กล้ามเนื้อกระชับ การเผาผลาญ จะช่วยให้สร้างความแข็งแรง ความรวดเร็ว มีพลังมากขึ้น และกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกาย คลายเครียดได้ดี เมื่อต้องเผชิญกับสารพัดปัญหามาทั้งวัน ก็เป็นการดีหากได้ขึ้นสังเวียนต่อยใครสักคน หรือชกกระสอบทรายก็จะช่วยระบายอารมณ์ออกมาได้บ้าง หุ่นที่เฟิร์มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากการต่อยมวยจะต้องโยกตัวไปมาบวกทั้งออกแรง ทำให้มีการเผาผลาญพลังงานเกิดขึ้น ถือว่าเป็นข้อดีที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ ค่ะ

     หากใครที่กำลังมองหาสถานที่ เรียนมวยไทย สามารถติดต่อขอรายละเอียดได้ที่ “เจริญทอง มวยไทย ยิม” (Jaroenthong Muay Thai) มีทั้งหมด 3 สาขา คือ ข้าวสาร รัชดา และศรีนครินทร์ หรือข่าวสาร สาระที่น่าสนใจที่นี่เลย

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

เคล็ดลับการเลือกกระสอบทราย

มวยไทยให้อะไรเราบ้าง

เคล็ดลับการเลือกกระสอบทราย

เคล็ดลับการเลือกกระสอบทราย

คงมีหลายคนไม่น้อยที่กำลังลังเลว่าควรเลือกกระสอบทรายในการซ้อมมวยแบบไหนดี หรือกระสอบทรายแบบไหนที่เหมาะกับตัวเรา วันนี้เรามีเคล็ดลับการเลือกกระสอบทรายมาให้ทุกคนได้ตัดสินใจดูนะคะว่าอะไรที่เหมาะกับตัวเอง

 

          ข้างในกระสอบทรายมีอะไร

     กระสอบทราย หรือ Sand Bag หรือ Forging Bag ถือว่าเป็นอุปกรณ์การซ้อมมวยที่สำคัญอย่างหนึ่ง วัสดุภายนอกทำด้วยผ้าใบหรือหนัง หรือทั้งผ้าใบและหนังรวมกัน ถ้านำเข้าจากต่างประเทศจะเป็นกระสอบทรายที่ภายในบรรจุพลาสติกสังเคราะห์ เพื่อป้องกันเจ็บจากการเตะและต่อย

     ในอดีต กระสอบทรายที่นักมวยใช้ฝึกซ้อมมวยนั้นใช้ทรายจริง ๆ ใส่เข้าไปในกระสอบ เพราะคนโบราณแข็งแรงในการฝึกฝนมาก แต่ต่อมามีการนำเอาวัสดุอื่น ๆ เข้าประกอบเพื่อความนุ่มนวล อย่างไรก็ตามก็มีข้อดีข้อเสียด้วยกันทั้งนั้น ถ้าเป็นทรายผสมขี้เลื่อย ข้อดี คือ มีความนุ่มนวลขึ้นในการแตะและต่อย ข้อเสีย คือ ใช้ไปไม่นานขี้เลื่อยจะขึ้นไปอยู่ด้านบนก็ต้องเอาลงมาปรับแต่งกันใหม่และบ่อยครั้งเกินไป ถ้าเป็นวัสดุอย่างแกลบกับขี้เลื่อย หรือเศษหนังเล็ก ๆ กับขี้เลื่อย ข้อดี คือ นุ่มนวล ข้อเสีย คือ น้ำหนักในการแตะต่อยจะไม่มี แรงสะท้อนกลับของวัสดุจะไม่มี ความสม่ำเสมอของวัสดุภายในก็ไม่มี บางด้านนิ่มบางด้านแข็ง เป็นอันตรายแก่ผู้ฝึกซ้อมได้เพราะผู้ฝึกซ้อมจะไม่อาจทราบได้ว่าฝั่งไหนของกระสอบนิ่มหรือแข็ง ขณะที่แรงแตะหรือต่อยออกไปคงที่ ทำให้มือหรือเท้าซ้นได้เป็นอันตราย ดีไม่ดีชกจริงไม่ได้กัน

     การใส่ขี้เลื่อยอย่างเดียวเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับประเทศไทย แต่ข้อเสียอาจจะต้องไปซื้อมาใส่เพราะปัจจุบันขี้เลื่อยมีราคาหายากกว่าในอดีต โดยต้องเป็นขี้เลื่อยชนิดละเอียด เพราะถ้าใส่ชนิดหยาบเศษขี้เลื่อยอาจจะแทงทะลุกระสอบออกมาบาดเอาได้ ข้อเสียของคือขี้เลื่อยเมื่อใช้ไปนาน ๆ ก็จะแข็งเหมือนปัญหาที่ ยอด ตงเซียม พบเจอ คือจะอัดตัวแน่นแข็งเกินไป วิธีการแก้ไข ต้องเตรียมขี้เลื่อยให้มาเพื่อไว้สลับสำรอง เพราะต้องเอาของเก่าที่แข็งออกมาตากแดดให้แห้ง โดยเกลี่ยให้โดนแดดทั่วกัน ขี้เลื่อยก็จะฟูขึ้นมาดังเดิมและนำมาใช้ใหม่ได้ ระหว่างของเก่าตากแดดก็นำขี้เลื่อยสำรองมาใช้ จะได้ฝึกซ้อมทุกวัน ประโยชน์ของขี้เลื่อยนอกจากใช้ใส่ในกระทรายทรายแล้ว ในอดีตเขายังนำเอาไปทำเป็นเวทีสังเวียนแข่งขันมวยไทยด้วย ใช้รองพื้นเวทีซึ่งเวทีต้องสูงจากพื้นอาคารหรือพื้นดินไม่ต่ำกว่า 4 ฟุต และไม่เกิน 5 ฟุต พื้นเวทีต้องปูด้วยผ้าอย่างอ่อน เสื่อ หรือฟาง แกลบ ขี้เลื่อย ไม้ก๊อกอัด ฯลฯ หนาอย่างน้อย 1 90 ซ ม 3 4 นิ้ว ไม่หนากว่า 5 ซ ม 2 นิ้ว และปูด้วยผ้าใบทับข้างบนอีกชั้นหนึ่ง ขึงให้ตึง

 

          ความแตกต่างระหว่างกระสอบทรายตั้งพื้นกับกระสอบทรายแบบแขวน

      กระสอบทราย จัดว่าเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากคนที่ชื่นชอบในการออกกำลังกายอย่างกายชกมวย และสำหรับคนที่ชื่นชอบในการออกกำลังกายที่ไม่ใช่กลางแจ้ง ทำให้นักกีฬาหรือคนที่อยากจะออกกำลังกายได้ออกกำลังกายแบบสบาย ๆ ที่สำคัญในปัจจุบันไม่จำเป็นที่จะต้องเดินทางไปชกมวยหรือทำการชกกระสอบทรายที่ค่ายมวย เพราะสามารถที่จะติดตั้งกระสอบทรายไว้ที่บ้าน เพื่อออกกำลังกายได้แล้วง่าย ๆ และราคาไม่แพงอีกด้วย โดยเชื่อว่าหลายคนก็มักจะตั้งคำถามหนึ่งคำถามขึ้นมา เมื่อจะเลือกซื้อกระสอบทรายมา 1 กระสอบ ควรเลือกกระสอบทรายตั้งพื้น หรือกระสอบทรายแบบแขวนดี ซึ่งบอกได้เลยว่าทั้งสองอย่างมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน ซึ่งในแต่ละแบบมีดังต่อไปนี้

          กระสอบทรายแบบแขวน

ข้อดี คือ ราคาถูกกว่ากระสอบทราบตั้งพื้น นิยมมาอย่างยาวนาน

ข้อเสีย คือ ในการติดตั้งนั้นมีความยุ่งยากมาก ซึ่งในการติดตั้งกระสอบทรายแบบแขวนนั้นจะต้องทำการติดตั้งอย่างน้อย 3 เมตร ซึ่งทำให้การติดตั้งในพื้นที่ที่มีเพดานไม่สูงไม่สามารถที่จะทำได้  โดยก่อนที่จะทำการติดตั้งกระสอบทรายนั้นจะต้องทำการยัดทรายหรือเศษผ้าใส่ในตัวกระสอบก่อน  ถ้าเลือกเป็นทรายที่ยัดเข้าไปก็จะทำเกิดปัญหาในเรื่องของน้ำหนัก และตะขอที่จะใช้แขวน เพราะต้องมีความแข็งแรงมั่นคงมาก ๆ ถึงจะสามารถที่จะทำการรับน้ำหนักได้ เท่านั้นยังไม่พอ กระสอบทรายแบบแขวนอาจจะทำให้เกิดการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นมาจากการฝึกซ้อมโดยใช้ทรายจริง ด้วยเหตุผลนี้เองจึงทำให้หลายคนจึงหันมาปรับเปลี่ยนด้วยการใช้ผ้าซึ่งเบาและปลอดภัยกว่า แต่ถึงอย่างไรก็ดีก็ต้องทำการยัดกระสอบก่อนแขวนอยู่ดี ซึ่งไม่ว่าจะยัดด้วยเศษผ้าหรือทราย ใช้งานไปซักระยะ ตัวกระสอบก็จะเกิดการยุบตัวอยู่ดี

          กระสอบทรายตั้งพื้น

ข้อดี คือ มีขั้นตอนในการติดตั้งง่าย เพียงแค่ประกอบและติดตั้งให้ถูกตามคู่มือที่แนบมาและติดตั้งในพื้นที่ที่ต้องการใช้ซ้อม  ซึ่งก็ต้องทำการเผื่อพื้นที่ซักเล็กน้อยเวลาที่กระสอบล้ม แต่ส่วนใหญ่แล้วกระสอบทรายแบบตั้งพื้นสูงไม่เกิน 2 เมตร ล้มรอบด้านก็ด้านละ 2 เมตรเท่านั้น และอีกอย่างคือ ประหยัดเวลา ไม่ต้องเสียเวลาในการยัดของกระสอบ เนื่องจากระสอบทรายตั้งพื้นที่ซื้อมาส่วนใหญ่จะทำการบุฟองน้ำ และหุ้มมาให้เรียบร้อยแล้วติดตั้งเสร็จก็ฟิตได้ทันที ที่สำคัญได้ถูกออกแบบมาอย่างดี เพื่อช่วยเรื่องความปลอดภัยในเรื่องของการบาดเจ็บจากการฝึกซ้อม นอกจากนี้แล้วกระสอบทรายตั้งพื้น ยังสามารถที่จะนำไปตั้งตรงไหนของบ้านก็ได้ เพราะใช้พื้นที่ไม่มาก แถมกระสอบทรายตั้งพื้น ยังสามารถที่จะขายต่อมือ 2 ได้อีกด้วย เพราะมีคนรอซื้อมากมาย เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมสูงมาก

     นอกจากนี้แล้วความแตกต่างระหว่างกระสอบทรายตั้งพื้นกับกระสอบทรายแบบแขวน อีกอย่างหนึ่งก็คือ ในเรื่องของการเคลื่อนย้าย หากเป็นกระสอบทรายตั้งพื้นสามารถที่จะทำการเคลื่อนย้ายได้ทันทีไม่ต้องยุ่งยาก ซึ่งมีความแตกต่างกับกระสอบทรายแบบแขวน ที่ในการย้ายนั้นจะต้องทำการเจาะเสา เจาะกำแพง ยึดเหล็กใหม่ทั้งหมด ที่จะส่งผลทำให้เสียเงินในการทำอย่างแน่นอนและข้อดีที่สำคัญที่สุดก็ คือ อารมณ์ร่วมในขณะที่ทำการฝึกซ้อมหรือออกกำลังกาย การฝึกซ้อมด้วยกระสอบทรายตั้งพื้นจะทำให้ความรู้สึกเหมือนซ้อมกับคนจริงที่มีการโยกหัวหลบไปมา แตกต่างจากกระสอบแบบแขวนที่แกว่งด้านล่างเท่านั้น

 

          วิธีเลือกกระสอบทรายสำหรับการใช้งาน

     เมื่อคุณสนใจที่จะเลือกซื้อกระสอบทรายเพื่อเก็บไว้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นการเก็บไว้ใช้ฝึกซ้อมฝีมือ การชกมวยที่บ้าน หรือเป็นการซื้อใช้ภายในยิมและสถานออกกำลังกายต่าง ๆ คุณควรรู้วิธีเลือกกระสอบทรายให้เหมาะสมต่อการใช้งานและความต้องการ ดังต่อไปนี้

1.อุปกรณ์ติดยึดต้องแข็งแรง

     สำหรับอุปกรณ์ติดยึดต่าง ๆ ของกระสอบทรายแบบแขวน ตั้งแต่เหล็กสำหรับยึดผนังหรือโครงเหล็กสำหรับห้อยกระสอบทราย โซ่ห้อยตัวกระสอบทราย รวมไปถึงน็อตยึดต่าง ๆ จะต้องมีความแข็งแรงทั้งหมด เพราะกระสอบทรายในลักษณะนี้ จะต้องสูงประมาณ 3 เมตร เพื่อให้ผู้ใช้งานมีความสะดวกต่อการต่อยและเตะได้อย่างตรงจุดมากที่สุด ซึ่งถ้าอุปกรณ์เหล่านี้ไม่มีความแข็งแรง เมื่อใช้งานไปในระยะเวลาหนึ่งอาจหลุดออกจากจุดที่ยึดไว้แล้วก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ที่ใช้งานได้ ดังนั้นถ้าเลือกกระสอบทรายแบบแขวน คุณจะต้องดูอุปกรณ์ติดยึดทั้งหมดให้ดี ควรเป็นเหล็กและน็อตที่มีความแข็งแรง สามารถยึดติดกับผนังหรือโครงเหล็กได้อย่างแน่นหนาที่สุด

2.ฐานต้องมั่นคง

     สำหรับผู้ที่ใช้กระสอบทรายแบบตั้งพื้นต้องเลือกที่ฐานของกระสอบทรายเป็นหลัก ซึ่งฐานจะต้องเป็นวัสดุที่มีความแข็งแรง และมีน้ำหนักที่พอเหมาะ สามารถยึดกระสอบทรายไว้ไม่ให้เคลื่อนที่หรือล้มเมื่อถูกแรงกระแทกได้ง่าย เพราะกระสอบทรายจะต้องเป็นตัวที่รองรับน้ำหนักของการเตะและต่อยได้อย่างสมดุล จึงต้องดูทั้งโครงสร้างของกระสอบทรายและฐานที่จะต้องมีความมั่นคงและแข็งแรงพอสมควร เพื่อป้องกันการแตกหักเสียหายง่ายในอนาคต ซึ่งวัสดุที่ได้มาตรฐานนั้นควรจะต้องเป็นเหล็กเพื่อป้องกันปัญหาเรื่องเสียหายง่ายจนเกินไป

3.วัสดุได้มาตรฐาน

     วัสดุทำกระสอบทรายที่ไม่ว่าจะเป็นผ้าใบหรือหนัง ควรจะต้องเป็นแบบได้มาตรฐานทั้งหมด มีการตัดเย็บที่ประณีต เพื่อป้องกันไม่ให้แตกและเสียหายได้ง่าย รวมไปถึงวัสดุภายในที่ใช้อัดกระสอบทราย ไม่ว่าจะเป็นเศษผ้า ขี้เลื่อย หรือทรายแท้  ควรจะต้องถูกอัดไว้ในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อทำให้กระสอบทรายมีความยืดหยุ่นที่ดีและให้การใช้งานที่ปลอดภัย

4.ตัวถ่วงน้ำหนักมีคุณภาพ

     การตรวจสอบน้ำหนักของกระสอบทรายเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่คุณไม่ควรมองข้าม ก่อนซื้อคุณควรตรวจสอบดูว่าตัวถ่วงน้ำหนักของกระสอบทรายนั้น ๆ ได้มาตรฐานหรือไม่ ซึ่งการใช้งานที่ไม่ว่าจะเตะ ต่อย หรือใช้ท่ามวยใด ๆ ในกรณีของกระสอบทรายตั้งพื้นจะต้องไม่ล้มง่ายและจะต้องไม่แข็งจนเกินไป แต่ถ้าเป็นกระสอบทรายแบบแขวนจะต้องไม่แกว่งมากเกินไป ควรจะต้องมีความสมดุลเพื่อให้การปล่อยหมัดหรือการเตะออกไปของผู้ใช้สามารถทำได้อย่างเต็มกำลัง ตรงจุดนี้ถือว่าสำคัญมาก เพราะการสร้างความแข็งแรงให้แก่กล้ามเนื้อจำเป็นจะต้องเลือกใช้กระสอบทรายที่มีคุณภาพและมีตัวถ่วงน้ำหนักที่ได้มาตรฐานเท่านั้น ถ้าต้องการแบบมาตรฐานดีควรเลือกกระสอบทรายแบบสุญญากาศที่คุณจะสามารถเพิ่มน้ำหนักของตัวถ่วงน้ำหนักได้เองในอนาคต

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

มวยไทยให้อะไรเราบ้าง

กว่าจะเป็นมวยไทย

ออกกำลังกาย ตามนักมวยอาชีพ

ออกกำลังกาย ตามนักมวยอาชีพ

กีฬามวยในประเทศไทยของเรา ถือว่าเป็นกีฬาอันดับต้น ๆ ที่มีคนรู้จักและให้ความสนใจเป็นอย่างมากที่สุด อาจจะพูดได้ว่า เป็นกีฬาประจำชาติของเราเลยก็ว่าได้ เราจะเห็นว่า เรามีนักมวยอาชีพเก่ง ๆ เยอะแยะมากมาย แต่กว่าที่เขาจะเป็น นักมวยอาชีพเนี่ย เขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง

 

หากใครเคยผ่าน หรือมีโอกาสได้ เข้าไปเห็นบรรยากาศ การซ้อมมวย ภายในยิมมวย หรือค่ายมวยต่าง ๆ ก็จะรู้ดีว่า แหล่านักมวยนั้น เขาซ้อมกันอย่าง หนักหน่วงมากเพียงใด เขาจะต้องอดทน ต่อการฝึกซ้อม การควบคุม อาหารการกิน น้ำหนัก เพื่อให้มีร่างกายที่ดีที่สุด แข็งแกร่งที่สุด

 

วันนี้เรามีท่า ที่เหล่านักมวยอาชีพ เขาใช้ในการสสร้างร่างกาย แบบนักมวยมาฝากกัน เริ่มจาก

 

ท่าไหล่ดัน ( Shoulder Presses )

ท่าไหล่ดัน ( Shoulder Presses ) เป็นท่าที่สร้างกล้ามเนื้อ หัวไหล่ได้อย่างดี โดยอุปกรณ์ที่ใช้เป็นหลัก คือ ดัมเบล ( Dumbbell ) ถ้าหากไม่มีจะใช้ เป็นขวดน้ำก็ได้ แล้วจับให้มั่นจากนั้น ดันขึ้นเหนือหัว ละลง อย่างต่อเนื่อง

 

วิดพื้นแบบตบมือ ( Clap Press – Up )

วิดพื้นแบบตบมือ ( Clap Press – Up ) เป็นวิธีการ ออกกำลังกายที่ง่าย และสามารถทำตอนไหนก็ได้ ท่านี้ไม่ได้เพิ่มแค่ ความแข็งแรง ของกล้ามเนื้อ เพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยปรับเรื่องของ Body Balance ที่จำเป็นอย่างมาก สำหรับนักมวย

 

แพลงค์ ( Plank )

เป็นท่าที่ทำยาก และทรมานที่สุด เพราะต้องอาศัย ความแข็งแรง ของร่างกายหลาย ๆ ส่วน เป็นท่านักมวยทุกคน ให้ความสำคัญ ลองทำควบคู่กับการ Crunches และ Sit Up จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น Plank จะเสริมสร้างความแข็งแรง ของร่างกายส่วนกลาง ให้ทนต่อหมดหนัก ๆ ของคู่ต่อสู้

 

คาร์ดิโอ ( Cardio )

ถ้าอยากมีหุ่นที่ฟิต แบบนักมวย ต้องเริ่มจาก คาร์ดิโอ ( Cardio )  เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ทำโดยการ ซิทอัพ วิ่ง กระโดดเชือก ต้องฝึกแบบการกระโดด ที่หลากหลาย และการฝึกความแข็งแรง ของร่างกายในส่วนต่าง ๆ เช่น การดึงข้อ การบริหารกล้ามเนื้อ หลังแขน การวิดพื้น และการฝึกด้วยลูกบอล เทรนนิ่งในท่าทางต่าง ๆ

 

ฟุ้ตเวิร์ค ( Foot work )

ฟุ้ตเวิร์ค ( Foot work ) ฝึกเพื่อใช้ในการหลบหลีก หมัดของคู่ต่อสู้ ความว่องไวในการ Foot work จะช่วยเพิ่มความสามารถ ในการรับมือ ในการต่อสู้ กับคู่ชกได้อย่างดี

 

ท่าชกเงา ( Shadow Boxing )

ท่าชกเงา ( Shadow Boxing ) เป็นการฝึกชกลม เพื่อให้นักชกฝึกการออกหมัด และท่าทางที่ถูกต้อง การชกลมเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการสร้างเทคนิคการชก การรักษาน้ำหนักความแข็งแรงของร่างกาย และสามารถฝึกที่ไหนก็ได้ ที่ทำให้เราขยับช่วงบนได้อย่างเป็นอิสระมากขึ้น

 

Bag Work

 

( Bag Work ) คือการต่อยกระสอบทราย ที่สามารถฝึก ความแข็งแกร่งของหมัด สายตา และการป้องกัน

 

Skipping

( Skipping ) เป็นการหลบหลีก หมัดของคู่ต่อสู้ อาศัยความว่องไวของ Foot work ทำได้ง่าย ๆ โดย มีเชือกเส้นเดียวกับลานโล่ง ๆ Skipping เป็นสิ่งสำคัญของนักมวย จะขาดไม่ได้ในเวลาซ้อม และยังเป็นท่าที่ใช้รักษาสภาพร่างกายให้พร้อมอยู่เสมอ

 

ท่าวิดพื้น ( Push - Up )

ท่าวิดพื้น ( Push - Up ) เป็นท่าที่ทำยาก สำหรับคนไม่ค่อย ได้ออกกำลังกาย การออกกำลังกายโดย ท่าวิดพื้น ( Push - Up ) จะให้ประโยชน์กับ กล้ามเนื้อหลายส่วน รวมถึงเพิ่มแรงผลัก เวลาที่ต้องคลุกวงกับคู่ต่อสู้ จึงเป็นที่นิยมกันในหมู่นักมวย

 

ท่าสควอช ( Squat )

ท่าสควอช ( Squat ) เป็นการออกกำลังกายที่จะช่วยเสริมความแข็งแรงของร่างกายในส่วนล่าง เพราะนักมวยจะต้องมีการยืนที่มั่นคง พร้อมที่ปล่อยหมัดเพื่อรุกผู้ต่อสู้ได้ตลอดเวลา หากทำท่า Squats ร่วมกับท่าบริหารสะโพกส่วนอื่นให้เหมาะสม จะช่วยให้คุณมีช่วงล่างที่แข็งแรงแน่นอน แต่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ

 

Chin Ups

( Chin Ups ) เป็นการออกกำลังกาย ที่ช่วยให้ช่วงบนแข็งแรง และสมส่วน จะช่วยสร้างกล้ามเนื้อ ช่วงแขน อก ไหล่ ในท่าเดียวกัน แต่ไม่ควรหักโหมเกินไป จนกล้ามเนื้อบาดเจ็บ

 

ท่าเบอร์พี ( Burpees )

ท่าเบอร์พี ( Burpees ) เป็นหัวใจสำคัญ ในการออกกำลังกาย ให้ได้ผล หากใครอยากมีรูปร่างที่สมส่วน  ถ้าทำท่า Burpees อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ควบคุมน้ำหนักตัว หรือเพิ่มความแข็งแรง ในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ด้วย

 

บอกกันเลยว่า กว่าจะมาเป็น นักมวยอาชีพนั้น เรียกได้ว่ายากลำบากมาก ต้องมีความอดทน มุ่งมั่น ทั้งร่างกาย และสภาพจิตใจเลยทีเดียว หากคุณอยากออกกำลังกาย ให้ได้ร่างกายที่แข็งแกร่ง แบบนักมวยอาชีพ ก็ลองดูได้นะ แต่ต้องระวังให้มาก ๆ เพราะอาจจะทำให้เกิด อาการบาดเจ็บได้ ยังไงก็ควรจะอยู่ในการดูแล ของผู้ที่รู้จักวิธีการออกกำลังกาย หรือควรจะให้พอดี กับร่างกายคุณเองนะ

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

อยากฝึก มวยไทย ฝึกแบบไหนก่อนดี

ครูมวยไทยในประวัติศาสตร์

มวยไทยให้อะไรเราบ้าง

มวยไทยให้อะไรเราบ้าง

แม้ว่าการชกมวยจะเป็นการทำให้ร่างกายได้รับบาดเจ็บจากคู่ต่อสู้ แต่ก็ยังมีหลายคนที่เลือกจะเล่นกีฬาประเภทนี้ เพราะสามารถเป็นศิลปะป้องกันตัวได้ แต่ไม่ใช่เพราะเหตุผลแค่นี้ที่จะทำให้คนหันมาชกมวยแน่ เรามาดูกันค่ะว่ามวยไทยให้อะไรเราบ้าง

 

     อันที่จริงแล้วคุณไม่จำเป็นต้องต่อสู้กับใครก็ได้ แค่ฝึกซ้อมกับกระสอบทรายก็ได้ประโยชน์แบบเดียวกันกับนักกีฬามืออาชีพแล้ว ซึ่งปัจจุบัน “มวยไทย” ( Muay Thai ) กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถเล่นได้ในโรงยิมและมีหลากหลายประเภท ให้ประโยชน์อีกเยอะมากมาย ทำให้ผ่อนคลาย และช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นแก่ร่างกายด้วย

1. พัฒนาความแข็งแกร่งของร่างกายโดยรวม

     “มวยไทย” ( Muay Thai) ทำให้คุณได้ทั้งเตะ กระโดด ใช้ฝีเท้าในการหลบหมัด และการชก ทั้งหมดที่ว่ามานี้ล้วนต้องอาศัยพลังงานและความแข็งแกร่งอย่างมหาศาล เนื่องจากคุณต้องทำซ้ำ ๆ กันหลายครั้ง

     จงจำไว้ว่ากีฬาชกมวยมีจุดประสงค์ คือ ชกกับคู่ต่อสู้จนกว่าอีกฝ่ายจะน็อค แต่ถ้าไม่น็อคจะมีการนับคะแนนและตัดสินว่าคุณทำได้ดีแค่ไหนเมื่อจบการแข่งขัน ซึ่งหมายความว่า จำนวนหมัดที่เข้าเป้าและการป้องกันนั้น มีความสำคัญทั้งสิ้น

     การชกมวยจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ และทำให้กล้ามเนื้อกระชับ นอกจากนี้ “มวยไทย” ( Muay Thai ) ยังเป็นกีฬาที่เน้นร่างกายช่วงบน ร่างกายช่วงล่าง และแกนกลางในเวลาเดียวกัน เป้าหมายของการต่อยมวย คือ ให้ทุกส่วนของร่างกายได้ใช้งาน นอกเหนือไปจากการกระตุ้นความแข็งแรงของร่างกายและระบบไหลเวียนโลหิตแล้ว การชกมวยยังช่วยเพิ่มการฝึกทักษะที่เกี่ยวข้องอย่าง การทรงตัว การทำงานประสานกันของอวัยวะ ปฏิกิริยาตอบโต้และความคล่องตัว

 

2. การเผาผลาญ

     การชกมวยอาจเป็นทางเลือกใหม่ในการออกกำลังกายแบบ High-intensity Interval Training (การออกกำลังกายแบบความเข้มข้นสูง) เพราะการขึ้นชกใน 1 ยก คือ การใช้ร่างกายไปถึงระดับสูงสุด และการพักระหว่างยก คือ การทำให้ร่างกายฟื้นตัวจากความอ่อนล้าได้เร็วขึ้น เป็นทั้งการออกกำลังกายแบบที่ผสมผสานเผาผลาญพลังงานการใช้ออกซิเจนและไม่ใช้ออกซิเจนเข้าด้วยกัน

     การออกกำลังกายประเภทนี้จะช่วยให้สร้างความแข็งแรง ความรวดเร็ว มีพลังมากขึ้น และกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกาย เมื่อนำมาเทียบกับการวิ่งหรือปั่นจักรยาน จะเผาผลาญพลังงานได้มากกว่า แต่ใช้เวลาน้อยลง สามารถเบิร์นไขมันได้ถึง 13 แคลอรี่ใน 1 นาที

 

3. คลายเครียดได้ดี

     เมื่อต้องเผชิญกับสารพัดปัญหามาทั้งวัน ก็เป็นการดีหากได้ขึ้นสังเวียนต่อยใครสักคน หรือชกกระสอบทรายระบายอารมณ์ออกมาบ้าง อะดรีนาลีนและฮอร์โมนต่าง ๆ ที่หลั่งออกมา ระหว่างการใช้แรงจะส่งผลในทางที่ดีต่อร่างกาย การต่อยมวยจึงเป็นการระบายความเครียดที่ได้ผลและดีต่อสุขภาพ

 

4. หุ่นที่เฟิร์มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

     อยากมีซิกซ์แพคชัด ๆ ลองเลิกซิทอัพ แล้วหันมาต่อยมวยดูสิ เพราะการชกมวยจำเป็นต้องใช้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวสูงมาก ต้องบิดสะโพกเพื่อเพิ่มแรงส่งให้ออกหมัดได้หนักขึ้น และเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าการนอนซิทอัพกับพื้น เมื่อแกนกลางลำตัวแข็งแรง และเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น กล้ามท้องก็ไม่ไกลเกินฝัน

 

5. ช่วยในเรื่องสมาธิ ลดความเครียดและความวิตกกังวล

     การออกกำลังกายนั้นสามารถช่วยในเรื่องอารมณ์ได้ดีอยู่แล้วเพราะระหว่างที่เราออกกำลังกายนั้นร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนเอนโดรฟินซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความสุขออกมา ทำให้เรารู้สึกดีมีความสุขมากขึ้น

     นอกจากนี้สิ่งที่คุณควรรู้ คือ การออกกำลังกายด้วยการซ้อมมวยนั้นเป็นการออกกำลังกายแบบที่เข้มข้นสูงและต่ำสลับกันไป ช่วงที่มีความเข้มข้นสูงนั้นก็คือช่วงที่คุณออกอาวุธได้ปล่อยหมัดหรือได้เตะ ส่วนช่วงที่มีความเข้มข้นต่ำก็คือช่วงที่เราฟุตเวิร์ค เตรียมพร้อมที่จะออกอาวุธนั่นเอง

 

6. ฝึกให้ร่างกายของเรามีปฏิกิริยาโต้ตอบที่รวดเร็ว

     การซ้อมมวยนั้นเป็นการฝึกให้ร่างกายของเรามีความสัมพันธ์ระหว่างตา สมอง และกล้ามเนื้อส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวได้อย่างยอดเยี่ยม การเป็นคนที่มีความแอ็คทีฟ กระฉับกระเฉง นั้นเป็นเพราะการซ้อมมวยจำเป็นจะต้องเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงทุกส่วนของร่างกาย ระหว่างฝึกมวยจะต้องมีสมาธิ ตาจะต้องไว ต้องมีการออกอาวุธที่รวดเร็ว เคลื่อนที่ว่องไว สามารถหลบหลีกการโจมตีของคู่ต่อสู้ได้ดี

 

7. เป็นการฝึกความแข็งแกร่งของร่างกายโดยรวม

     กีฬามวยเป็นกีฬาที่โหดทรหดมากมาก จึงจำเป็นต้องอาศัยการฝึกร่างกายของเราให้แข็งแกร่งทุกสัดส่วนทั้งช่วงบน ช่วงกลาง และช่วงล่าง มีช่วงกลางลำตัวที่แข็งแกร่งที่สามารถรับการโจมตีจากการออกอาวุธของคู่ต่อสู้ได้ และมีแขนที่ทรงพลังเพื่อเอาไว้ออกอาวุธที่มีพลังในการโจมตี

 

8. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด

     มวย ถือเป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่ช่วยให้เรามีปอดที่ใหญ่ขึ้น สามารถกระตุ้นการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดได้ดี เพราะการที่จะทำเช่นนั้นได้เราจะต้องออกกำลังกายให้หัวใจและปอดมีความเครียดในระดับปานกลาง ซึ่งทำให้หัวใจและปอดของคุณทำงานได้ดีขึ้นส่งผลให้ระบบการไหลเวียนโลหิตทั่วร่างกายเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

 

          ท่าพื้นฐานของมวยไทย

1. หมัดตรง

     ท่าที่เรียกได้ว่าง่ายที่สุดของการฝึก เริ่มแรก ให้ยืนปลายเท้าห่างพอประมาณ กำหมัดทั้งสองข้างไว้ที่ระดับอก เก็บศอกแนบลำตัว ตามองตรง ก้าวเท้าซ้ายพร้อมชกหมัดขวาไปด้านหน้าให้แขนขนานไปกับพื้น เปิดส้นเท้าขวาทิ้งน้ำหนักไปทางเท้าซ้าย จากนั้นให้กลับมาอยู่ในท่าเตรียม ทำต่อแต่สลับด้านกันจากซ้ายมาเป็นขวา ทำสลับไปมาแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ซักประมาณ 5 - 10 นาที

2. ตีเข่า

     เริ่มต้นด้วยการกำหมัดทั้งสองข้างให้ตั้งฉากกับหน้าอก แนบแขนให้ชิดลำตัวเช่นเดิม แล้วจากนั้นให้ยกเข่าขวาขึ้นสูงเท่าที่จะทำได้ พร้อมกับเอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อย กลับมาที่ท่าเริ่มต้น แล้วทำทำซ้ำสลับเข่าซ้ายขวา 5 -10 นาที

3. เตะ

     เริ่มด้วยท่าเริ่มต้นเหมือนเดิมคือกำหมัดทั้งสองข้างให้ตั้งฉากที่ระดับหน้าอก จากนั้นก้าวเท้าซ้ายมาข้างหน้าพร้อม ๆ กับการเตะขาขวาขึ้นในลักษณะเหวี่ยง ให้ปลายเท้าชี้มาทางซ้าย บิดตัวเล็กน้อย แล้วกลับมาที่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำสลับซ้ายขวาใช้เวลาประมาณ 5 -10 นาที

4. ถีบ

     เริ่มจากท่าเริ่มต้น กำหมัดทั้งสองข้างให้ตั้งฉากกับระดับของหน้าอก แนบแขนชิดติดลำตัว ตามองตรงไปข้างหน้า จากนั้นให้งอเข่าเล็กน้อยพร้อมกับเตะขาออกไปข้างหน้า แต่ปลายเท้าต้องตั้งฉากเท่าที่จะทำได้ กลับมาสู่ท่าเริ่มต้น แล้วทำสลับซ้ายขวา ใช้เวลาประมาณ 5 -10 นาที

5. ศอกตัด

     เริ่มต้นท่าเตรียมด้วยการกำหมัดทั้งสองข้างไว้ที่ระดับอก จากนั้นก้าวเท้าขวาไปด้านขวา ตามด้วยการเหวี่ยงแขนซ้ายให้ข้อศอกตั้งฉากกับหมัดขวา บิดลำตัวนิดหน่อย บิดส้นเท้าซ้าย แล้วกลับมาที่ท่าเตรียม ทำสลับไปมาทั้งซ้ายและขวา ประมาณ 5 -10 นาที

 

     “มวยไทย” เป็นศิลปะการต่อสู้ที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวไทย ยากที่จะเลียนแบบได้ เพราะศิลปะนี้เกิดขึ้นตามประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่ได้มีการสู้รบกับชาติข้างเคียง เพื่อรักษาแผ่นดินสยามนี้มาโดยตลอด

     แม้ว่ากีฬาเกี่ยวกับการชกมวยไทยจะยอมรับกติกามวยแบบสากลแล้วก็ตาม แต่ในส่วนพื้นฐานจริง ๆ ของความเป็นมวยไทย เรายังรักษาไว้ มั่นคงตราบเท่าทุกวันนี้คือ ยังคงใช้ หมัด เท้า ศอก เข่า อันเป็นเอกลักษณ์ของมวยไทยอยู่อย่างเหนียวแน่น

     อันที่จริงคุณไม่จำเป็นต้องต่อสู้กับใครแค่ฝึกซ้อมกับกระสอบทรายก็ยังได้ประโยชน์แบบเดียวกัน ปัจจุบันมวยไทย (Muaythai) กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถเล่นได้ในยิม และมีประโยชน์หลายอย่างด้วยเช่นกัน สามารถติดต่อสอบถามเรียนมวยไทย เพื่อสุขภาพ ได้ที่ เจริญทอง มวยไทย ทั้ง 3 สาขา (สาขารัชดา, สาขาข้าวสาร, สาขาศรีนครินทร์)

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

กว่าจะเป็นมวยไทย

เริ่มต่อยมวยยังไงดีนะ

เปิดประวัติ มวยไทย

เปิดประวัติ มวยไทย

มวยไทย นั้นเป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว ที่คงคู่อยู่กับชาวไทยมาตั้งแต่อดีตกาล แม้ว่ากาลเวลาจะเปลี่ยนไป แต่ว่าศิลปะการป้องกันตัวชนิดนี้ก็ยังคงดำรงค์อยู่คู่กับชาวไทย และเผยแพร่สู่ต่างประเทศ จนกลายเป็นที่นิยม อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน

 

ประวัติศาสตร์มวยไทย ( Muay Thai ) มีส่วนเกี่ยวข้องกับการอพยพ ของประชากรที่อาศัยอยู่ ในมณฑลยูนนาน บนฝั่งแม่น้ำแยงซีเกียง ของประเทศจีน โดยตามตำนานของไทย เชื่อว่ามีผู้คนจำนวนมาก ที่เดินทางออกจากมณฑลยูนนาน ประเทศจีน มาสู่ประเทศไทย เพื่อค้นหาที่ดิน ที่มีความอุดมสมบูรณ์ สำหรับการเกษตร อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการโยกย้าย ของพวกเขา ชาวไทยกลุ่มนี้ ได้ถูกโจมตีโดยโจร และสัตว์ นอกจากนี้ ยังมีโรคต่าง ๆ ที่พวกเขาต้องเผชิญ เพื่อเพิ่มความสามารถ ในการป้องกันร่างกาย และจิตใจ การรับมือกับความทุกข์ยาก ชาวไทยสยาม จึงได้คิดค้นวิธีการต่อสู้

 

แม้ว่าการดูแลรักษา จัดเก็บเอกสาร ตำราทางประวัติศาสตร์ ในยุคนั้น ส่วนใหญ่จะสูญหายไป เมื่อครั้งที่ถูก กองทัพพม่าทำลาย และขับไล่ออกจาก เมืองอยุธยาในสมัย สงครามพม่า - ไทย ( พ.ศ. 2302 - 2303 ) แต่เราก็ยังสามารถพบหลักฐาน และข้อมูลของ เอกสารบางส่วน ได้จากบันทึกของพม่า กัมพูชา และจากชาวยุโรป เมื่อครั้งมาเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นครั้งแรก รวมถึงจากบันทึกเหตุการณ์ ของล้านนา หรือเมืองเชียงใหม่ในปัจจุบัน

 

สมัยสุโขทัย

 

เมืองหลวงของประเทศไทย ในช่วงนี้ตั้งอยู่ที่เมืองสุโขทัย เมื่อปี พ.ศ. 1781 ถึง พ.ศ. 1951 ตามรายการที่บันทึกไว้ในศิลา สุโขทัยมีความขัดแย้งกับหลายเมือง ที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งมักจะเผชิญหน้ากับข้าศึกจากภูมิภาคต่าง ๆ ดังนั้น ทางเมืองสุโขทัยจึงมีคำสั่ง ให้มีการฝึกฝนในกองทัพ รวมถึงการใช้ดาบ หอก และอาวุธอื่น ๆ เพื่อใช้ในการต่อสู้ นอกจากนี้ การฝึกต่อสู้โดยใช้ร่างกาย มีประโยชน์มาก ในยามบ้านเมืองไม่มีสงคราม ทักษะการต่อสู้ด้วยการใช้หมัด เข่า และศอก ล้วนเป็นส่วนหนึ่งในการฝึกซ้อม ของกองทัพสุโขทัย

 

ในยามสงบ การฝึกมวยไทย ( Muay Thai ) จะเป็นกิจกรรมแบบไม่แบ่งชนชั้น โดยบรรดาชายไทยวัยหนุ่ม จะได้รับทักษะการต่อสู้ และป้องกันตัว ซึ่งเป็นการเตรียมพร้อมล่วงหน้า ก่อนเข้ารับราชการทหาร ศูนย์ฝึกซ้อมส่วนใหญ่ จัดขึ้นที่บริเวณรอบเมือง โดยเฉพาะสำนักสมอคร ในแขวงเมืองลพบุรี รวมถึงมีการสอนตามลานวัด โดยมีพระภิกษุเป็นผู้ฝึกสอน

 

ในช่วงเวลานี้ มวยไทย ( Muay Thai ) ได้รับการยกย่อง เป็นศิลปะชั้นสูงทางสังคม และนำมาใช้จริง ในการพัฒนาสมรรถภาพ ทางกายแก่นักรบ การสร้างความแข็งแกร่ง และความกล้าหาญ ต่อผู้ปกครองบ้านเมือง พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ซึ่งเป็นกษัตริย์องค์แรกของสุโขทัย ทรงเชื่อมั่นในประโยชน์ของมวยไทย จึงส่งราชโอรสสองพระองค์ ไปยังสำนักสมอคร เพื่อเตรียมความพร้อม ในการสืบทอดราชบัลลังก์ ระหว่างปี พ.ศ. 1818 ถึง 1860 พ่อขุนรามคำแหง ทรงนิพนธ์ตำหรับพิชัยสงคราม ที่มีการกล่าวถึงมวยไทย เช่นเดียวกับทักษะการต่อสู้อื่น ๆ

 

 

สมัยกรุงศรีอยุธยา

 

สมัยกรุงศรีอยุธยา อยู้ในช่วงระหว่าง พ.ศ. 1988 ถึง พ.ศ. 2310 ในช่วงนี้มีสงครามจำนวนมาก ระหว่างไทย พม่า และกัมพูชา จึงได้มีการฝึกพัฒนาทักษะ ด้านมวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อการป้องกันตัว อาจารย์ผู้ถ่ายทอด ศิลปะการต่อสู้นี้ให้แก่ชาวไทย ไม่ได้มีจำกัดเฉพาะ ในพระบรมมหาราชวังดังเช่นก่อนหน้านี้ โดยมีสำนักดาบพุทไธสวรรย์ ที่ได้รับความนิยมในสมัยนี้ มีนักเรียนหลายคนเข้ามาเรียนรู้เรื่องระเบียบวินัย พวกเขาฝึกวิชาดาบ และการต่อสู้ระยะประชิด ด้วยดาบหวาย จากการเรียนรู้การต่อสู้ โดยไม่ใช้อาวุธของทหารนี้เอง ที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ มวยไทยโบราณ ซึ่งเป็นรูปแบบดั้งเดิมของมวยไทยโดยสำนักมวยในยุคนั้น ได้เริ่มถ่ายทอดความรู้นี้ ให้แก่ประชาชน

 

 

สมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ( พ.ศ. 2133 - 2147 )

 

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงให้ความสำคัญต่อมวยไทย ( Muay Thai ) อย่างยิ่ง โดยให้การฝึกแก่บรรดาชายหนุ่ม เพื่อเสริมสร้างความสามารถ ด้านมวยไทย ( Muay Thai ) ทั้งในแง่ของความกล้าหาญ และความเชื่อมั่นในตนเอง พวกเขาได้รับคำสั่ง ให้เรียนรู้การต่อสู้ ด้วยอาวุธทุกชนิด นอกจากนี้ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยังทรงแต่งตั้ง กองเสือป่าแมวมอง ซึ่งเป็นหน่วยรบแบบกองโจร โดยกองทหารเหล่านี้ สามารถกอบกู้ เอกราชของประเทศไทย จากประเทศพม่าได้ในช่วงเวลาดังกล่าว

 

 

สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ( พ.ศ. 2147 - 2233 )

 

ในช่วงเวลานี้ เป็นช่วงที่ประเทศไทย มองไปทางไหน ก็มีแต่ความสงบสุข จึงทำให้มีโอกาส ในการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ และการทหาร แห่งราชอาณาจักร สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงให้การสนับสนุน และส่งเสริมกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในมวยไทย ( Muay Thai ) ที่ได้กลายเป็น กีฬาประจำชาติ ในช่วงเวลานี้ ได้มีค่ายมวยเกิดขึ้นหลายแห่ง ซึ่งมีการพัฒนาพื้นที่ ในการฝึกโดยเฉพาะ โดยการสร้างสังเวียนมวย และลานดิน ซึ่งมีเชือกเพียงเส้นเดียวกั้น และมีกฎกติการการแข่งขัน ในบริเวณสี่เหลี่ยมจัตุรัส นักมวยจะใช้ด้ายดิบชุบแป้ง หรือน้ำมันดิน ให้แข็งเพื่อพันข้อมือ วิธีการเช่นนี้จึงได้รับการเรียกกัน ในชื่อคาดเชือก ( การใช้เชือกพัน ) หรือที่รู้จักกัน ในชื่อมวยคาดเชือก ( การต่อสู้กันโดยมีเชือกพัน )

 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ เพื่อน ๆ ได้ความรู้ทางประวัติศาสตร์ ของมวยไทย ( Muay Thai ) แบบเต็มอิ่มกันเลยไหมล่ะคะ รู้กันแบบนี้แล้ว หากเพื่อน ๆ เริ่มสนใจกีฬามวยไทยขึ้นมา อยากจะลุกขึ้นมาออกหมัด เท้า เข่า ศอก กันก็ลองหาข้อมูล หรือค่ายใกล้บ้านเพื่อน ๆ เพื่อหาดูคอร์สที่เหมาะสมกับตัวเพื่อน ๆ เองกันดูนะคะ

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

กว่าจะเป็น…นักมวยอาชีพ

กฎกติกาของเวที หรือ สังเวียน มวย

การนับคะแนน กีฬามวยไทย

การนับคะแนน กีฬามวยไทย

1...2...3 น็อค !! เย่ ๆ ดีใจกับคนชนะด้วยนะคะ แต่ว่ามันตัดสินกันยังไงล่ะเนี่ย หลาย ๆ คนที่พึ่งเคยดูกีฬามวยไทยครั้งแรกก็อาจจะกำลังงงกับการนับคะแนนใช่ไหมล่ะคะ วันนี้ทางเราได้รวบรวมข้อมูลการนับคะแนนมาฝากเพื่อน ๆ กันแล้วค่ะ

 

มวยไทย เป็นกีฬาแบบไหน ?

 

มวยไทย เป็นศิลปะการต่อสู้ อันเป็นเอกลักษณ์ ของประเทศไทย ที่มีมาแต่โบราณ มีความโดดเด่นด้านเทคนิค การกอดคอต่อสู้ ซึ่งเป็นการใช้ทั้งกาย และใจ สำหรับการต่อสู้ ที่ใช้ร่างกายเป็นอาวุธ โดยเป็นที่รู้จักว่าเป็น ( นวอาวุธ ) ซึ่งประกอบด้วย การโจมตีจากร่างกายทั้ง หมัด ศอก เข่า และเท้า หากมีการเตรียมพร้อม ด้านร่างกายดี จะก่อให้เกิดอาวุธที่มีอานุภาพ มวยไทยได้เป็นที่แพร่หลาย ในระดับนานาชาติในช่วงศตวรรษที่ยี่สิบ เมื่อเหล่านักมวยไทย สามารถเป็นฝ่ายชนะ นักต่อสู้ที่มีชื่อเสียงในแขนงอื่น ซึ่งการแข่งขันมวยไทย ในระดับอาชีพ ได้รับการดูแลโดย สภามวยไทยโลก

 

การให้คะแนนของกีฬามวยไทยนั้น ต้องให้ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

 

 

การชก หมายถึง อวัยวะ ( นวอาวุธ ) ที่ใช้ในการต่อสู้ คือ หมัด เท้า เข่า ศอก เท่านั้น

 

 

การชกที่ได้คะแนน มีดังนี้

 

- นักมวยฝ่ายใดใช้ อาวุธมวยไทย ( หมัด - เท้า - เข่า - ศอก ) ได้โดยถูกต้องตามกติกา และกระทำถูก คู่แข่งขันได้มากกว่า ก็เป็นผู้ชนะไป

 

- นักมวยฝ่ายใด ที่ใช้อาวุธมวยไทย ตามลักษณะ แบบแผนมวยไทย โดยถูกต้องตามกติกา กระทำคู่ต่อสู้ ได้หนักหน่วง ชัดแจ้ง รุนแรง และถูกเป้าหมาย ที่สำคัญเป็นฝ่ายรุก กระทำได้มากกว่า เป็นฝ่ายชนะ

 

- นักมวยฝ่ายใด ใช้อาวุธมวยไทย กระทำคู่ต่อสู้ ให้เกิดบอบช้ำ บาดแผลที่เป็นอันตรายมากกว่า เป็นฝ่ายชนะ

 

- นักมวยฝ่ายใด เป็นผู้เดินเข้ากระทำ ( ฝ่ายรุก ) มากกว่า เป็นฝ่ายชนะ

 

- นักมวยฝ่ายใด เป็นผู้ ( รุก – รับ – หลบหลีก - ตอบโต้ ) ตามลักษณะ และชั้นเชิงมวยไทย ได้ดีกว่า เป็นฝ่ายชนะ

 

- นักมวยฝ่ายใด ที่มิได้กระทำฟาล์ว หรือกระทำฟาล์ว น้อยกว่า เป็นฝ่ายชนะ

 

 

การชกที่ไม่ได้คะแนน มีดังนี้

 

- การชกที่ละเมิดกติกาข้อหนึ่งข้อใด

 

- อาวุธที่กระทำไปถูก แขน หรือขา ของคู่แข่งขัน อันเป็นลักษณะ ของการป้องกัน ของคู่แข่งขัน

 

- อาวุธที่กระทำถูก คู่แข่งขัน แต่เบาเกินไป หรือก็คือไม่มีน้ำหนัก ส่งจากร่างกาย เช่น ตัว ลำตัว หรือไหล่

 

 

การฟาล์ว

 

ระหว่างการชก แต่ละยกนั้น ผู้ตัดสินต้องคำนึง ถึงความสำคัญของการฟาล์ว และตัดคะแนนตาม ที่ผู้ชี้ขาดสั่งให้ตัดคะแนน ถ้าผู้ตัดสินเห็นการฟาล์ว อย่างชัดเจน โดยผู้ชี้ขาดไม่ได้สังเกต และตัดคะแนนผู้แข่งขัน ที่กระทำฟาล์วนั้น ผู้ตัดสินจะต้องประเมิน ดูความรุนแรงของการฟาล์ว และตัดคะแนน ไปตามความเหมาะสม พร้อมทั้งระบุไว้ด้วยว่า ทำฟาล์วด้วยเหตุใด

 

เกี่ยวกับการให้คะแนน

 

- ในแต่ละยก มีคะแนนเต็ม 10 คะแนน และให้คู่แข่งขัน ลดลงไปตามส่วน คือ ( 9 – 8 – 7 ) คะแนน

- ในยกที่เสมอกัน จะได้ฝ่ายละ 10 คะแนน

- ผู้ชนะในยกนั้น จะได้คะแนน 10 คะแนน ผู้ที่แพ้ได้ 9 คะแนน ( 10 : 9 )

- ผู้ชนะในยก ที่ชัดเจนมาก จะได้คะแนน 10 คะแนน ผู้ที่แพ้ได้ 8 คะแนน ( 10 : 8 )

- ผู้ชนะในยกนั้น และได้นับ 1 ครั้ง จะได้คะแนน 10 ผู้ที่แพ้ได้ 8 คะแนน ( 10 : 8 )

- ผู้ชนะที่ชัดเจนมาก ในยกนั้น และได้นับ 1 ครั้ง จะได้คะแนน 10 ผู้ที่แพ้ได้ 7 คะแนน ( 10 : 7 )

- ผู้ชนะในยกนั้น และได้นับสองครั้ง จะได้คะแนน 10 ผู้ที่แพ้ได้ 7 คะแนน ( 10 : 7 )

- นักมวยที่กระทำฟาล์ว ต้องไม่ได้คะแนนเต็ม ในยกที่ถูกตัดคะแนน

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

อยากฝึก มวยไทย ฝึกแบบไหนก่อนดี

ครูมวยไทยในประวัติศาสตร์

 

กฎกติกาของเวที หรือ สังเวียน มวย

กฎกติกาของเวที หรือ สังเวียน มวย

การต่อยมวย หรือ กีฬาประเภทมวยนั้น เป็นกีฬา ที่ ต้อง ให้คน สอง คน ต่อสู้กัน เพื่อ นับคะแนน ในการตัดสิน นั้นแปลว่า การที่เราต้อง ต่อสู้กัน จะต้องมี กฎกติกา ที่เข้มงวด ในการแข่งขัน เราจะมาหาความหมายของกฎกติกา เหล่านั้นกัน

 

กฎกติกา กีฬาประเภทมวย มีอะไรบ้าง

 

          กีฬา ทุกชนิดนั้น จะมี กฎกติกา ของแต่ละ กีฬาแบ่งๆ กันไป ไม่ว่าจะเป็น กีฬา ที่ใช้พลังกำลัง หรือ กีฬา ที่ใช้ ความสามารถ ด้านความคิด หรือ รวมไป ถึงกีฬา ประเภท Esport หรือ กีฬาที่แข่ง กันผ่านเกม ก็ล้วนแล้ว จะมี กฎกติกา อยู่ทุกประเภท รวมไปถึง กีฬา ที่ใช้ การต่อสู้ เพื่อ ล้มคู่ต่อสู้ นั่นคือ กีฬา การต่อยมวยนั่นเอง กีฬามวยนั้น จะแบ่ง กฎกติกา ในหลายๆ กฎกติกา ไม่ว่าจะเป็น กฎกติกา เวที สังเวียน กฎกติกา อุปกรณ์ การชกมวย หรือ กฎกติกา นักมวย จะแบ่ง ได้หลากหลาย รูปแบบ ของ กฎกติกา ดังนั้น เราจะมาแยก กฎกติกา ของกีฬามวย ประเภท ต่างๆกัน ดังนี้

 

            กฎกติกา ของสังเวียน หรือ เวทีมวย

  1. ขนาด สังเวียน หรือ เวทีมวย จำเป็นต้อง เป็น ขนาดสี่เหลี่ยม จัตุรัส ขนาดเล็ก ด้าน ละ 20 ฟุต หรือ ( 6 . 10 เมตร ) ขนาดใหญ่ด้านละ 24 ฟุต หรือ ( 7 . 30 เมตร ) และเวที ต้องสูงจากพื้น ประมาณ 3 ฟุต แต่ ห้ามสูง เกิน 4 ฟุต

 

  1. เชือก ของสนามมวย ต้องมี 4 เส้น รอบข้าง ขนาดของเส้น จะต้อง ผ่านศูนย์ไม่น้อยกว่า 1½ นิ้ว  และ ต้องขึงติดกับ เสามุม ทั้ง 4 เสา และ เสามุม ต้องสูง กว่าสังเวียน ประมาณ 16 32 48 และ 60 นิ้ว ไล่ตามลำดับ

 

 

  1. พื้น ของเวที มวย  ต้อง มีความ ปลอดภัย อยู่ในรับดับ มาตรฐาน  ปราศจาก สิ่งกีดขวางใดๆ ทั้งสิ้น และ ต้องยื่นออกไปนอก เชือกอย่างน้อย 20 นิ้ว ต้องปู ด้วยสักหลาด ของยาง หรือ วัสดุ อื่นๆ ที่เหมาะสม

 

  1. มุมของสังเวียน มุมเสาของสังเวียน นั้น ต้อง ตั้งเสาไว้ที่มุม ทั้งสี่ ต้องขนาดเท่ากับเส้นผ่าน ศูนย์ กลาง ประมาณ 5 นิ้ว  สูงขึ้นจาก เวที ประมาณ 60 นิ้ว พร้อม ทั้ง หุ้มนวม ที่ มุมเสาภายในเส้นเชือก ให้เรียบร้อย เพื่อ ที่จะไม่ให้ เกิดอันตรายได้ กับนักมวย มุมแดง นั้น คือมุมที่ใกล้ กับประธานกรรมการควบคุม การแข่งขัน

 

  1. บันได ของเวทีมวย ต้องมี 3 บันได และต้อง กว้าง ไม่น้อยกว่า 3 ฟุต ไว้ที่มุม ตรงข้าม ของเวทีมวย สอง บันไดนั้น เพื่อให้ นักมวย และ พี่เลี้ยงได้ สามารถเดิน ขึ้น ลง ได้ ส่วนอีก บันได ไว้ให้กับผู้ชี้ขาด และ แพทย์ ผู้ดูแล

 

  1. กล่องพลาสติก กล่องพลาสติกที่มุม กลางทั้งสอง มุม ของสังเวียน ให้ติด กล่องพลาสติก มุม ละกล่อง เพื่อให้ กรรมการ หรือ ผู้ ชี้ขาด ทิ้งสำลี หรือ กระดาษ ได้นั้นเอง

 

 

  1. สังเวียนสำรอง หรือ สังเวียนเพิ่มเติม อาจจะต้องใช้สังเวียน 2 สังเวียน ในการแข่งขัน ที่นักกีฬาจำนวนมากเกินไป

 

กฎกติกา ของแต่ละกีฬานั้น จะมีความแตกต่างกันไป อยู่ที่ กีฬาประเภทนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็น สนาม หรือ พื้นที่ ทีใช้แข่งขัน มักจะมี กฎกติกา ให้สำหรับการตัดสิน อยู่เสมอ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

อินเทรนด์ง่ายๆ ด้วยกีฬามวย

สร้างกล้ามแขน แบบมวยไทย

อินเทรนด์ง่ายๆ ด้วยกีฬามวย

อินเทรนด์ง่ายๆ ด้วยกีฬามวย

 หากคุณเป็นคนที่ชอบอะไรที่กำลังเป็นกระแส ชอบความอินเทรนด์ ไม่เอ้าท์ แล้วละก็ วันนี้เราจะมาพูดถึงกีฬาชนิดหนึ่ง ที่บอกเลยว่า คุณจะเข้าเทรนด์ได้ถ้าได้เล่นกีฬาชนิดนี้ นั่นก็คือ กีฬามวย

 

ความนิยม และกระแสของกีฬามวย

จริงๆ แล้ว เทรนด์สมัยนี้ ที่กำลังเป็นกระแสจริงๆ มันคือ เทรนด์การออกกำลังกาย ทำไมหน่ะหรอ เพราะวัยรุ่น หรือคนรุ่นใหม่ เขากำลังให้ความสำคัญ กันกลับมาดูแลตัวเองกันอย่างมากขึ้น ด้วยวิธีการ ที่ถูกต้อง ออกกำลังกาย เพื่อลดน้ำหนัก  กระชับสัดส่วน ดูแลหุ่น ดูแลผิวพรรณ ให้ปัง ให้เป๊ะ ด้วยตัวเอง และใช้ความมีวินัย อย่างเคร่งครัด ซึ่งต่างจากการลดน้ำหนัก ในสมัยก่อน เราอาจจะเล่นการดูแลตัวเองของวัยรุ่น ที่ผิดลู่ผิดทาง เช่น การใช้ยาลดน้ำหนัก ที่อวดอ้างสรรพคุณต่างๆ นาๆ ให้หลงเชื่อ เชื่อมากินกันหลายเซ็ท หมดตังค์กันไปไม่รู้เท่าไหร่ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ คือ บางคนลดน้ำหนักได้จริง แต่หุ่นไม่ฟิต บางคนลดน้ำหนักได้จริง แต่มีภาวการณ์คืนตัวของน้ำหนักที่รวดเร็ว หรือที่เรียกกันว่า การโยโย่ และหนักไปกว่านั้น บางคนกลับกินยาลดน้ำหนักไป แบบที่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย เรียกง่ายๆ ว่า กินไปก็เท่านั้น หรือสุดท้าย จะแบบเคสที่อันตรายที่สุด ก็คือ กินยาลดความอ้วน แล้วร่างไม่ตอบสนอง หรือมีอาการแพ้ ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ร่างกายทรุมโทรม หรืออาจจะถึงขั้นป่วยเป็นโรคต่างๆ ได้เลย และก็มีบางคนที่โชคร้ายที่สุด ถึงกับขั้นที่ต้องจบชีวิตลง ด้วยยาเหล่านี้

 

ทำไมกีฬามวย ถึงเข้าเทรนด์

 ก็เพราะว่า ในช่วงที่ผ่านมานี้ มันมีการจัดรายกายใหญ่ รายการหนึ่ง ซึ่งก็คือ การต่อยมวย ชกมวย ของเหล่าซุปเปอร์สตาร์ ดารา นักร้อง ศิลปิน และเซเลปต่างๆ ขึ้น โดยมีชื่อรายการว่า 10fight10 เป็นการชกมวย ต่อยมวยดารา ที่เราเอง ก็เคยเห็นกันแล้วว่า ต่อยกันแบบจริงๆ ต่อยกันแบบไม่ยั้ง และก็ยิ่งสร้างความเซอไพร์เข้าไปอีก เมื่อมีการต่อยมวย ชกมวย 1 คู่ ในรายการนี้ ที่เป็นผู้หญิง และสองสาวนักชกคู่นี้ก็คือ พี่เชียร์ ฆิฆัมพร กับหมอเจี๊ยบ ลลนา เป็นอีกหนุ่งไฮไลท์ ที่สำคัญสำหรับการแข่งขันกีฬมวย ในรายการนี้ และยังเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจหลักๆ ที่ทำให้สาวๆ หรือผู้หญิง วัยรุ่นไทย หันมาสนใจกีฬามวย กันอย่างมากขึ้นแบบเห็นได้ชัด

 

พอพูดมาถึงขนาดนี้แล้ว เชื่อว่า คนที่เข้ามาอ่าน ยังไงก็ต้องสนใจกีฬาต่อยมวยอยู่แน่ๆ เพราะนอกจากกีฬาต่อยมวย อย่างที่รู้ๆ กัน ว่าการออกกำลังกาย จะช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพที่ดีแล้ว ยังถือว่าเป็นการได้เข้าเทรนด์การออกกำลังกายแบบเท่ๆ อีกด้วย ซึ่งการที่จะออกกำลังกายแบบเท่ๆ โดยการต่อยมวย หรือชกมวยนั้น เราจะต้องเตรียมตัวอะไรยังไงบ้าง ไปดูกัน

 

เราจะแนะนำวิธีการเตรียมตัว สำหรับมือใหม่ ที่อยากเข้าเทรนด์ กีฬามวย

1. เตรียมตัวเองให้มีความพร้อมแบบสมบูรณ์

การเข้าวงการกีฬามวยนั้น ต้องอาศัย หรือใช้ทักษะหลายอย่าง จริงๆ ถ้าสำหรับคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำอยู่ ก็อาจจะไม่ได้เป็นปัญหาอะไรมากมายนัก แต่สำหรับ คนที่ไม่เคยออกกำลังกายเลย อันนี้ อยากจะบอกว่า ก่อนเริ่มเข้าวงการนี้ เราควรเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมก่อนสักหน่อย ก็จะดี เพราะว่า วงการกีฬามวย ไม่ว่าจะชกมวย ต่อยมวย หรือจะเรียกอะไรก็แล้วแต่ มันมีกระบวนการ ในการฝึกฝน ฝึกซ้อม ที่ค่อนข้างจะหนักหน่วงเลยทีเดียว เพราะว่า การต่อยมวย หรือชกมวยนั้น ต้องใช้ความแข็งแรง ความแข็งแกร่ง ของร่างกาย ต้องมีความฟิต อยู่ในระดับที่สามารถทนต่อการต่อสู้ และทนต่อการได้รับบาดเจ็บ จากการฝึกซ้อมได้ หากคุณยังไม่มั่นใจ ก็แนะนำว่าอย่าเพิ่งรีบ หรือ ถ้าคุณไม่เคยออกกำลังกายเลย แต่อยากรีบเข้าวงการ ก็แนะนำว่า ให้ค่อยๆเริ่มทีละนิด ทีละเล็ก ทีละน้อย ไม่งั้น อาจจะเกิดอาการบาดเจ็บ และหมดสนุกลงได้

และอีกอย่างที่ต้องเตรียมเป็นอันดับแรกๆ คือ เรื่องของ สภาพของจิตใจ กีฬามวย เป็นกีฬาที่ต้องใช้การปะทะ เนื่องมาจาก การที่จะสามารถชนะ คู่ต่อสู้ได้ จะต้องต่อย ต้องชก ต้องเตะ หรือต้องทำอะไรสักอย่างกับคู่ต่อสู้ จะมายืนยิ้มหล่อ แอคท่าสวยๆ นี่บอกเลยว่าไม่ได้ พักก่อน เพราะฉะนั้น การเตรียมความพร้อมทางด้านสภาพของจิตใจ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ในการเข้าวงการกีฬาชนิดนี้ ถ้าใจยังไม่ถึง ก็อย่าเพิ่งรีบห้าว เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

2.เตรียมหาสสถานที่ สำหรับฝึกซ้อมมวย

การเลือกสถานที่ สำหรับการฝึกฝน ฝึกซ้อมมวยนั้น ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งในการเตรียมความพร้อม อันดับแรก เวลาที่เราจะเลือกสถานที่สักที่หนึ่ง เราคงจะต้องเริ่มเลือก ตัดสินใจจาก โลเคชั่น ของสถานที่ ว่าเราจะสามารถมีความสะดวก ในการเดินไปฝึกซ้อมมวยหรือไม่ ก็คงต้องเลือกแบบที่ไม่ไกลจากบ้าน ใกล้ๆ บ้าน สามารถเดินทางไปฝึกซ้อมได้อย่างงสะดวก จะได้ลดอาการความท้อในการเดินทาง เพื่อเราสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในการเข้าวงการกีฬามวยด้วย และอีกอย่าง คือเรื่องของความสะอาด และมาตรฐานของยิมมวย ยิมมวยที่ดี จะต้องมีอุปกรณ์ในการฝึกซ้อมมวยที่ครบครัน มีการทำความสะอาดอยู่สม่ำเสมอ มีอุปกรณ์มากพอที่จะสำหรับให้คุณใช้งาน มีอุปกรณ์ที่ได้รับมาตรฐาน และมีความปลอดภัย มีเทรนเนอร์ หรือว่าครูมวยที่ดี เก่ง และมีความสามารถ ที่จะช่วยสอน ช่วยเทรนให้เรา สามารถเล่นกีฬาชนิดนี้ ได้อย่างถูกต้อง และที่สำคัญ ราคาค่าใช้จ่ายในการใช้บริการยิมมวยนั้น ต้องไม่แพง และคุณจะต้องรู้สึกว่า มันมีความคุ้มค่า กับราคาที่ต้องจ่าย ซึ่งในส่วนนี้ คุณสามารถประเมินได้ด้วยตัวเอง เพราะคำว่า คุ้มค่า ของแต่ละคนนั้น มันอาจจะไม่เท่ากัน

3. เตรียมหาอุปกรณ์ในการฝึกฝน ฝึกซ้อมมวย ส่วนตัวของคุณ

และสุดท้าย ก็คือการเลือกอุปกรณ์ส่วนตัว ที่จะเอาไว้ใช้ในการฝึกฝน ฝึกซ้อม และเล่นกีฬามวยของคุณ ซึ่งเรื่องนี้ คุณจะต้องเลือกอุปกรณ์ที่มีความเหมาะกับตัวคุณเองมากที่สุด เช่น การเลือกฟันยาง ก็จะต้องเลือกขนาดของฟันยาง ที่พอดีกับฟันของคุณ หรือจะเป็นการเลือกนวมสำหรับชกมวย ก็ต้องเลือกให้ขนาดของมัน มีความพอ กับมือของคุณด้วย และรวมไปถึง ชุด หรือเสื้อผ้า ที่ใช้ในการไปฝึกฝน ฝึกซ้อม คุณก็ต้องเลือกให้มันมีความเหมาะสม พอดี ไม่หลวม ไม่คับจนเกินไป ส่วนเรื่องของสีสันนั้น ก็แล้วแต่แฟชั่นในนตัวคุณเลย

 

และนี้ก็เป็นวิธีการเตรียมตัวง่ายๆ สำหรับมือใหม่ ที่อยากจะเข้าวงการกีฬามวย กีฬาที่กำลังเป็นที่นิยม และฮิตในกลุ่มวัยรุ่น หรือคนรุ่นใหม่ในตอนนี้ ถ้าไม่อยากเอ้าท์ ก็เข้ามาต่อยมวยกัน Let’s go!

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

กว่าจะเป็นมวยไทย

กว่าจะเป็นนักมวยอาชีพ

กว่าจะเป็นมวยไทย

กว่าจะเป็นมวยไทย

"มวย" ถือเป็นศิลปะการต่อสู้ที่มีมาตั้งแต่โบราณ สอนกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษจนสู่ปัจจุบัน แต่ใครจะรู้ว่ากว่าจะมาเป็นมวยไทยถึงทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เรามาดูกันเถอะว่าที่มาของมวยไทยกำเนิดมาได้ยังไง

 

ประวัติมวยไทยเป็นประวัติศาสตร์อันยาวนานของมวยไทย เริ่มมีและใช้กันในการสงครามสมัยก่อน มีคุณลักษณะของการต่อสู้ป้องกันตัวด้วยการใช้อวัยวะในส่วนที่สามารถใช้ทำอันตรายคู่ต่อสู้ได้ มาใช้งานอย่างชาญฉลาด และมีศิลปะอย่างสูง  เช่น  หมัด  ศอกแขน  เท้า  แข้ง  และเข่าเป็นต้น  นับเป็นศิลปะประจำชาติ และเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นประการหนึ่งของคนไทย  และได้มีการนำมาใช้ประโยชน์อย่างจริงจังในหมู่ทหาร เพราะในสมัยก่อน คนไทยต้องผจญกับศึกสงครามมาโดยตลอด  จึงต้องฝึกฝนไว้ให้เชี่ยวชาญเพื่อใช้ในการต่อสู้  และจัดตั้งสำนักมวยขึ้นเพื่อฝึกสอนให้ลูกหลานมาสืบทอดวิชาต่อจากคนในครอบครัว

 

          ประวัติมวยไทยสมัยกรุงสุโขทัย (ประมาณช่วงระหว่าง ปี พ.ศ. 1781-1918)

     สมัยกรุงสุโขทัย มวยไทยถือเป็นศาสตร์ชั้นสูงที่ถูกบรรจุไว้ในหลักสูตรการศึกษาของกษัตริย์ เพื่อฝึกให้กษัตริย์เป็นนักรบที่มีความกล้าหาญ มีสมรรถภาพร่างกายที่ดีเยี่ยม ดังข้อความปรากฏตามพงศาวดารว่า พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ทรงส่งเจ้าชายร่วงโอรสองค์ที่สองไปฝึกมวยไทยที่สำนักสมอคอน แขวงเมืองลพบุรี หรือการที่พ่อขุนรามคำแหงทรงนิพนธ์ตำหรับพิชัยสงคราม โดยมีความข้อความบางตอนกล่าวถึงมวยไทย ควบคู่ไปกับการใช้อาวุธอย่างดาบ หอก มีด โล่ หรือธนูอีกด้วย

 

          ประวัติมวยไทย สมัยกรุงศรีอยุธยา (ประมาณช่วงระหว่าง ปี พ.ศ. 1893 – 2310)

     สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ยุคนี้บ้านเมืองสงบร่มเย็นและเจริญรุ่งเรือง พระองค์ทรงให้การสนับสนุนและส่งเสริมการกีฬาอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมวยไทยที่นิยมกันจนกลายเป็นมวยอาชีพ และมีค่ายมวยต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย มวยไทยสมัยนี้ชกกันบนลานดิน โดยใช้เชือกเส้นเดียวกั้นบริเวณเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส นักมวยจะใช้ด้ายดิบชุบแป้งหรือน้ำมันดินจนแข็งพันมือ เรียกว่า มวยคาดเชือก นิยมสวมมงคลไว้ที่ศีรษะ และผูกประเจียดไว้ที่ต้นแขนตลอดการแข่งขัน การเปรียบคู่ชกนั้นเอาความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย ไม่ได้กำหนดขนาดรูปร่างหรืออายุ โดยมีกติกาง่าย ๆ ว่าชกจนกว่าอีกฝ่ายจะยอมแพ้

 

          ประวัติมวยไทยสมัยกรุงธนบุรี (ประมาณช่วงระหว่าง ปี พ.ศ. 2310 – 2325)

     ตลอดระยะเวลา 14 ปีของกรุงธนบุรี บ้านเมืองอยู่ในช่วงฟื้นฟูหลังจากพระเจ้าตากสินกอบกู้อิสรภาพคืนมาได้ การฝึกมวยไทยในสมัยนี้จึงฝึกเพื่อราชการทหารและสงครามอย่างแท้จริง การจัดชกมวยในสมัยกรุงธนบุรีนิยมนำนักมวยต่างถิ่นหรือศิษย์ต่างครูมาชกกัน โดยไม่มีกฎกติกาการแข่งขันอย่างเป็นรูปธรรมและไม่มีการกำหนดคะแนน จะทำการชกกันจนกว่าอีกฝ่ายจะยอมแพ้ บนสังเวียนซึ่งเป็นลานดินบริเวณวัด คาดมงคลและนิยมผูกประเจียดเช่นเดิม

 

          ประวัติมวยไทย สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ (ประมาณช่วงระหว่าง ปี พ.ศ. 2325 – ปัจจุบัน)

     กีฬามวยไทยได้รับความนิยมมากในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ยุคที่นับว่าเฟื่องฟูที่สุดคือ รัชกาลที่ 5 พระองค์ได้ศึกษาฝึกฝนการชกมวยไทยและโปรดให้จัดการแข่งขันชกมวยหน้าพระที่นั่งโดยคัดเลือกนักมวยฝีมือดีจากภาคต่าง ๆ มาประลองแข่งขัน และพระราชทานแต่งตั้งให้มีบรรดาศักดิ์ ทั้งยังโปรดให้กรมศึกษาธิการ บรรจุการสอนมวยไทยเป็นวิชาบังคับ ในโรงเรียนฝึกหัดครูพลศึกษา มีการชกมวยถวายหน้าพระที่นั่งเป็นประจำจนถึงสมัย รัชกาลที่ 6 ที่วังสวนกุหลาบ ทั้งการต่อสู้ประลองระหว่างนักมวย กับครูมวยชาวไทยด้วยกัน และการต่อสู้ระหว่างนักมวย กับครูมวยต่างชาติ ในการแข่งขันชกมวยในสมัยรัชกาลที่ 6 ระหว่างมวยเลี่ยะผะ (กังฟู) ชาวจีนโพ้นทะเล ชื่อนายจี่ฉ่าง กับ นายยัง หาญทะเล ศิษย์เอกของ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ มีท่าจรดมวยแบบมวยโคราช ซึ่งเน้นการยืดตัวตั้งตระหง่านพร้อมที่จะรุกและรับโดยเน้นการใช้เท้าและหมัดเหวี่ยง และต่อมาได้เป็นแบบอย่างในการฝึกหัดมวยไทยในสถาบันพลศึกษาส่วนใหญ่ สมัย รัชกาลที่ 7 ในยุคแรกการแข่งขันมวยไทยใช้การพันมือด้วยเชือก จนกระทั่งนายแพ เลี้ยงประเสริฐ นักมวยจากท่าเสา จังหวัดอุตรดิตถ์ ต่อยนายเจียร์ นักมวยเขมร ด้วยหมัดเหวี่ยงควายถึงแก่ความตาย จึงเปลี่ยนมาสวมนวมแทน ต่อมาเริ่มมีการกำหนดกติกาในการชก และมีเวทีมาตรฐานขึ้นแห่งแรกคือเวทีมวยลุมพินีและเวทีมวยราชดำเนินจัดแข่งขันมวยไทยมาจนปัจจุบัน

 

ในการสถาปนาวันมวยไทยได้มีการประชุมระดมความคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิสาขาต่าง ๆ เพื่อพิจารณาบรรพบุรุษไทยตั้งแต่พระมหากษัตริย์จนถึงสามัญชน นับจากพ่อขุนรามคำแหงมหาราช สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระ สมเด็จพระพุทธเจ้าเสือ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระยาพิชัยดาบหัก และนายขนมต้ม

ทั้งนี้ เมื่อศึกษาพระราชประวัติ พระคุณลักษณะ พระเอกลักษณ์ที่โดดเด่นด้านศิลปะมวยไทยของบรรพบุรุษไทยทั้งหมดแล้ว จึงมีมติให้เลือกวันสำคัญวันใดวันหนึ่งของสมเด็จพระพุทธเจ้าเสือเป็นวันมวยไทย เนื่องด้วยสมเด็จพระพุทธเจ้าเสือ เป็นพระมหากษัตริย์ที่โปรดการชกมวยและได้เสด็จไปทรงชกมวยกับสามัญชน นอกจากนี้แล้วยังทรงคิดท่าแม่ไม้ ไม้กลมวยไทยขึ้นมาเป็นแบบฉบับ ที่รู้จักกันในนาม ตำรามวยไทยพระเจ้าเสือ เป็นมรดกตกทอดสืบมาจนถึงปัจจุบัน จึงได้กำหนดให้ วันเสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติเป็น วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ เป็น “วันมวยไทย”

 

          คุณลักษณะของมวยไทย

     มวยไทยใช้อวัยวะ 6 อวัยวะ ในการต่อสู้กับปรปักษ์ ได้แก่ หมัด ศอก แขนท่อนล่าง เท้า แข้ง และเข่า เข้ากระทำกับคู่ต่อสู้ ด้วยการเข้าชก ต่อย เขก โขกทุบ เตะ ถีบ เหน็บ อัด ยัน เหยียบ เหวี่ยง ปัก ทิ่ม เฉือน กระทุ้ง สับ เสียบเฆี่ยน กด ทุ่ม ฟาด มัด รัด หักแขน หักขา หักคอ  ฯลฯ  อวัยวะแต่ละชนิดดังกล่าวมีวิธีใช้ดังนี้

1. หมัดใช้ทิ่มกระแทก กระทุ้ง ซึ่งมีทั้งกระทุ้งขึ้นและกระทุ้งลง  เหวี่ยง ซึ่งมีซึ่งเหวี่ยงสั้นและเหวี่ยงยาวเขก โขก และทุบ

2. ศอกใช้เหวี่ยง ปัก งัด ทิ่ม เฉือน กด และกระทุ้ง

3. แขนท่อนล่าง  ใช้สับ เสียบ ปัด เหวี่ยง และเฆี่ยน

4. เท้า  ใช้ถีบ เหน็บ อัด คือการเตะด้วยปลายโต่ง ยัน เหยียบ เตะ และกระตุกเท้า

5. แข้งใช้เหวี่ยงซึ่งมีทั้งเหวี่ยงสั้นและเหวี่ยงยาว

6. เข่าใช้ยิงโยน ยัด เหวี่ยง กุด และกระตุก

 

      “มวยไทย” เป็นศิลปะการต่อสู้ที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวไทย ยากที่จะเลียนแบบได้ เพราะศิลปะนี้เกิดขึ้นตามประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่ได้มีการสู้รบกับชาติข้างเคียง เพื่อรักษาแผ่นดินสยามนี้มาโดยตลอด

            แม้ว่ากีฬาเกี่ยวกับการชกมวยไทยจะยอมรับกติกามวยแบบสากลแล้วก็ตาม แต่ในส่วนพื้นฐานจริง ๆ ของความเป็นมวยไทย เรายังรักษาไว้ มั่นคงตราบเท่าทุกวันนี้คือ ยังคงใช้ หมัด เท้า ศอก เข่า อันเป็นเอกลักษณ์ของมวยไทยอยู่อย่างเหนียวแน่น

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

ผู้หญิง กับการต่อยมวย

ต่อย มวยไทย ช่วยบำบัดโรคซึมเศร้า

กว่าจะเป็น…นักมวยอาชีพ

กว่าจะเป็น…นักมวยอาชีพ

กีฬามวยในประเทศไทยของเรา ถือว่าเป็นกีฬาอันดับต้นๆ ที่มีคนรู้จักและให้ความสนใจเป็นอย่างมากที่สุด อาจจะพูดได้ว่า เป็นกีฬาประจำชาติของเราเลยก็ว่าได้ เราจะเห็นว่า เรามีนักมวยอาชีพเก่งๆ เยอะแยะมากมาย แต่กว่าที่เขาจะเป็นนักมวยอาชีพเนี่ย เขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง

หากใครเคยผ่าน หรือมีโอกาสได้เข้าไปเห็นบรรยากาศการซ้อมมวย ภายในยิมมวย หรือค่ายมวยต่างๆ ก็จะรู้ดีว่า แหล่านักมวยนั้น เขาซ้อมกันอย่างหนักหน่วงมากเพียงใด เขาจะต้องอดทนต่อการฝึกซ้อม การควบคุมอาหารการกิน น้ำหนัก เพื่อให้มีร่างกายที่ดีที่สุด แข็งแกร่งที่สุด

วันนี้เรามีท่าที่เหล่านักมวยอาชีพเขาใช้ในการสสร้างร่างกายแบบนักมวยมาฝากกัน เริ่มจาก

Shoulder Presses

Shoulder Presses เป็นท่าที่สร้างกล้ามเนื้อหัวไหล่ได้อย่างดี โดยอุปกรณ์ที่ใช้เป็นหลัก คือ ดัมเบล (Dumbbell ) ถ้าหากไม่มีจะใช้เป็นขวดน้ำก็ได้ แล้วจับให้มั่นจากนั้นดันขึ้นเหนือหัว ละลง อย่างต่อเนื่อง

Clap Press – Up

Clap Press – Up เป็นวิธีการออกกำลังกายที่ง่าย และสามารถทำตอนไหนก็ได้ ท่านี้ไม่ได้เพิ่มแค่ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยปรับเรื่องของ Body Balance ที่จำเป็นอย่างมากสำหรับนักมวย

Plank

เป็นท่าที่ทำยาก และทรมานที่สุด เพราะต้องอาศัยความแข็งแรงของร่างกายหลาย ๆ ส่วน เป็นท่านักมวยทุกคนให้ความสำคัญ ลองทำควบคู่กับการ Crunches และ Sit Up จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น Plank จะเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายส่วนกลาง ให้ทนต่อหมดหนัก ๆ ของคู่ต่อสู้

คาร์ดิโอ ( Cardio ) 

ถ้าอยากมีหุ่นที่ฟิตแบบนักมวย ต้องเริ่มจาก คาร์ดิโอ ( Cardio )  เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ทำโดยการ ซิทอัพ วิ่ง กระโดดเชือก ต้องฝึกแบบการกระโดดที่หลากหลาย และการฝึกความแข็งแรงของร่างกายในส่วนต่าง ๆ เช่น การดึงข้อ การบริหารกล้ามเนื้อหลังแขน การวิดพื้น และการฝึกด้วยลูกบอลเทรนนิ่งในท่าทางต่าง ๆ

Foot work

Foot work ฝึกเพื่อใช้ในการหลบหลีกหมัดคู่ต่อสู้ ความว่องไวในการ Foot work จะช่วยเพิ่มความสามารถในการรับมือในการต่อสู้กับคู่ชกได้อย่างดี

Shadow Boxing

Shadow Boxing เป็นการฝึกชกลม เพื่อให้นักชกฝึกการออกหมัด และท่าทางที่ถูกต้อง การชกลมเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการสร้างเทคนิคการชก การรักษาน้ำหนักความแข็งแรงของร่างกาย และสามารถฝึกที่ไหนก็ได้ ที่ทำให้เราขยับช่วงบนได้อย่างเป็นอิสระมากขึ้น

Bag Work

Bag Work คือการต่อยกระสอบทราย ที่สามารถฝึกความแข็งแกร่งของหมัด สายตา และการป้องกัน

Skipping

Skipping เป็นการหลบหลีกหมัดของคู่ต่อสู้ อาศัยความว่องไวของ Foot work ทำได้ง่าย ๆ โดย มีเชือกเส้นเดียวกับลานโล่ง ๆ Skipping เป็นสิ่งสำคัญของนักมวย จะขาดไม่ได้ในเวลาซ้อม และยังเป็นท่าที่ใช้รักษาสภาพร่างกายให้พร้อมอยู่เสมอ

Push Ups

Push Ups เป็นท่าที่ทำยาก สำหรับคนไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย การออกกำลังกายโดย Push Ups จะให้ประโยชน์กับกล้ามเนื้อหลายส่วน รวมถึงเพิ่มแรงผลักเวลาที่ต้องคลุกวงกับคู่ต่อสู้ จึงเป็นที่นิยมกันในหมู่นักมวย

Squats

Squats เป็นการออกกำลังกายที่จะช่วยเสริมความแข็งแรงของร่างกายในส่วนล่าง เพราะนักมวยจะต้องมีการยืนที่มั่นคง พร้อมที่ปล่อยหมัดเพื่อรุกผู้ต่อสู้ได้ตลอดเวลา หากทำท่า Squats ร่วมกับท่าบริหารสะโพกส่วนอื่นให้เหมาะสม จะช่วยให้คุณมีช่วงล่างที่แข็งแรงแน่นอน แต่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ

Chin Ups

Chin Ups เป็นการออกกำลังกายที่ช่วยให้ช่วงบนแข็งแรง และสมส่วน จะช่วยสร้างกล้ามเนื้อ ช่วงแขน อก ไหล่ ในท่าเดียวกัน แต่ไม่ควรหักโหมเกินไปจนกล้ามเนื้อบาดเจ็บ

Burpees

Burpees เป็นหัวใจสำคัญในการออกกำลังกายให้ได้ผล หากใครอยากมีรูปร่างที่สมส่วน  ถ้าทำท่า Burpees อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ควบคุมน้ำหนักตัว หรือเพิ่มความแข็งแรงในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ด้วย

 

บอกเลยว่ากว่าจะมาเป็นนักมวยอาชีพนั้น เรียกได้ว่าต้องอดทน มุ่งมั่น ทั้งร่างกาย และสภาพจิตใจเลยทีเดียว หากคุณอยากออกกำลังกาย ให้ได้ร่างกายที่แข็งแกร่งแบบนักมวยอาชีพก็ลองดูได้นะ แต่ต้องระวังให้มากๆ เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้ ยังไงก็ควรจะอยู่ในการดูแลของผู้ที่รู้จักวิธีการออกกำลังกาย หรือควรจะให้พอดีกับร่างกายคุณเองนะ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

สร้างกล้ามแขน แบบมวยไทย

ฟิตหุ่นสวย ด้วยมวยไทย

สร้างกล้ามแขน แบบมวยไทย

สร้างกล้ามแขน แบบมวยไทย

สร้างกล้ามแขน แบบมวยไทย

 

ใคร ๆ ก็อยากมีหุ่นที่ผู้หญิงมองแล้วต้องเหลียวหลัง กล้ามแขนเป็นสิ่งที่ดึงดูดผู้หญิงมากไม่ต่างจากกล้ามหน้าท้อง ยิ่งผู้ชายที่มีกล้ามแขนอ่อน ๆ นะ รับรองว่านอกจากคุณจะดูเป็นผู้ชายที่มีสุขภาพดี แข็งแรง แล้วเนี่ย ยังดูเซ็กซี่อีกต่างหาก วันนี้เราเลยจะมาบอกวิธี สร้างกล้ามแขน แบบมวยไทย (Muay Thai)

 

การชกมวยอาจเป็นทางเลือกใหม่ในการออกกำลังกายแบบ High-intensity Interval Training ซึ่งเป็นการออกกำลังกายแบบความเข้มข้นสูง เพราะการขึ้นชกใน 1 ยกคือการใช้ร่างกายไปถึงระดับสูงสุด และการพักระหว่างยกคือการทำให้ร่างกายฟื้นตัวจากความอ่อนล้าได้เร็วขึ้น เป็นทั้งการออกกำลังกายแบบที่ผสมผสานเผาผลาญพลังงานการใช้ออกซิเจนและไม่ใช้ออกซิเจนเข้าด้วยกัน

 

การออกกำลังกายประเภทนี้จะช่วยให้สร้างความแข็งแรง ความรวดเร็วและมีพลังมากขึ้น อีกทั้งยังกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกาย เมื่อนำมาเทียบกับการวิ่งหรือปั่นจักรยานจะเผาผลาญพลังงานได้มากกว่า แต่ใช้เวลาน้อยลง

 

ลดน้ำหนักด้วยมวยไทย (Muay Thai) จะช่วยให้คุณได้ใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนอย่างเต็มที่ จึงเป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนักที่ดี ทั้งเบิร์นไขมันสะสม และก็เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อไปพร้อมกัน แค่ครั้งละหนึ่งชั่วโมงครึ่ง สัก 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ก็จะเฟิร์มขึ้นจนรู้สึกได้ชัดถึงความเปลี่ยนแปลงเลยทีเดียว

 

เผาผลาญพลังงานได้รวดเร็ว การชกมวยอาจเป็นทางเลือกใหม่ในการออกกำลังกายแบบ High-intensity Interval Training ( การออกกำลังกายแบบความเข้มข้นสูง ) การออกกำลังกายประเภทนี้จะช่วยให้สร้างความแข็งแรง ความรวดเร็ว มีพลังมากขึ้น และกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกาย

 

กระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต เป้าหมายของการต่อยมวยคือให้ทุกส่วนของร่างกายได้ใช้งาน นอกเหนือไปจากการกระตุ้นความแข็งแรงของร่างกายและระบบไหลเวียนโลหิตแล้ว การชกมวยยังช่วยเพิ่มการฝึกทักษะที่เกี่ยวข้องอย่าง การทรงตัว ปฏิกิริยาตอบโต้และความคล่องตัว

 

เมื่อพูดถึงสุขภาพ หรือการออกกำลังกาย คนฟังก็อาจจะฟังดูท้อแท้ แต่เหล่านักมวยให้ความสำคัญที่ต้องฟิตร่างกายอยู่ตลอดเวลา ต้องใช้ความอดทนและปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ แต่ก็ในทางกลับกัน เราอาจจะไม่ต้องเคร่งเครียดกับกายออกกำลังกาย ฉบับพี่ ๆ นักมวยอาชีพ ทำให้เราทรมานไปกับการลดน้ำหนักจนเกินไปและเสียกำลังใจ

 

เพราะฉะนั้นจะต้องวางแผนเป็นลำดับขั้น เพื่อให้มีแผนในการออกกำลังกายไว้อย่างชัดเจน และนั่นจะทำให้เราอดทน เต็มที่ ไม่ยอมแพ้ ไม่เบื่อ หรือไม่ทิ้งก่อนจะประสบผลสำเร็จ เพื่อช่วยคุณสามารถที่จะลดน้ำหนักแบบนักมวยให้ได้ผลมากที่สุดอีกด้วย

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

สร้างกล้ามเนื้อ แบบมวยไทย

มวยตับจากคืออะไร

ฟิตหุ่นสวย ด้วยมวยไทย

ฟิตหุ่นสวย ด้วยมวยไทย

ฟิตหุ่นสวย ด้วยมวยไทย

เทรนด์รักสุขภาพกำลังมาแรง ผู้คนเริ่มสนใจการกินอาหารที่มีประโยชน์และ ออกกำลังกายกันมากขึ้น และสิ่งหนึ่งที่มาแรงคู่กับเทรนด์รักสุขภาพนั่นก็คือ มวยไทย ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก และหนุ่ม ๆ สาว ๆ หลายคนก็หันมาลดน้ำหนักด้วยการฝึกมวยไทยกันมากขึ้น เพราะมวยไทยนั้นไม่น่าเบื่อ และช่วยกระชับทุกส่วนของร่างกาย

 

วิทยาศาสตร์การกีฬาของบ้านเราได้พิสูจน์ออกมาแล้วครับว่า การออกกำลังด้วยมวยไทย ไม่ว่าจะเป็นการออกหมัด เข่า ศอก เตะสูง เตะต่ำ ทั้งหมดล้วนส่งผลต่อการฟิตหุ่นให้ดูดี แถมยังมีชื่อเสียงแพร่หลายและเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่ของชาวต่างชาติจนบรรดาค่ายมวยต่าง ๆ ก็มีการจัดคลาสสอนมากมาย เรามาดูกันดีกว่า ว่ามีท่าอะไรบ้างที่จะทำให้หุ่นฟิตสวย ได้รูป น่าพึงพอใจ

 

หมัดตรง

ท่าที่เรียกได้ว่าง่ายที่สุดของการฝึก เริ่มแรก ให้ยืนปลายเท้าห่างพอประมาณ กำหมัดทั้งสองข้างไว้ที่ระดับอก เก็บศอกแนบลำตัว ตามองตรง ก้าวเท้าซ้ายพร้อมชกหมัดขวาไปด้านหน้าให้แขนขนานไปกับพื้น เปิดส้นเท้าขวาทิ้งน้ำหนักไปทางเท้าซ้าย จากนั้นให้กลับมาอยู่ในท่าเตรียม ทำต่อแต่สลับด้านกันจากซ้ายมาเป็นขวา ทำสลับไปมาแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ซักประมาณ 5 - 10 นาที

 

ศอกตัด

เริ่มต้นท่าเตรียมด้วยการกำหมัดทั้งสองข้างไว้ที่ระดับอก จากนั้นก้าวเท้าขวาไปด้านขวา ตามด้วยการเหวี่ยงแขนซ้ายให้ข้อศอกตั้งฉากกับหมัดขวา บิดลำตัวนิดหน่อย บิดส้นเท้าซ้าย แล้วกลับมาที่ท่าเตรียม ทำสลับไปมาทั้งซ้ายและขวา ประมาณ 5 -10 นาที

 

ศอกเสย

เริ่มต้นด้วยการยืนหน้าตรง กำหมัดทั้งสองข้างไว้ใต้คาง เก็บแขนให้แนบชิดติดลำตัว จากนั้นให้ก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า เปิดส้นเท้าซ้ายพร้อมยกศอกขวาขึ้น แล้วกลับมาสู่ท่าเริ่มต้น ทำสลับไปมาซ้ายขวาเหมือนเดิมครับ ใช้เวลาประมาณ 5 -10 นาที

 

ถีบ

เริ่มจากท่าเริ่มต้น กำหมัดทั้งสองข้างให้ตั้งฉากกับระดับของหน้าอก แนบแขนชิดติดลำตัว ตามองตรงไปข้างหน้า จากนั้นให้งอเข่าเล็กน้อยพร้อมกับเตะขาออกไปข้างหน้า แต่ปลายเท้าต้องตั้งฉากเท่าที่จะทำได้ กลับมาสู่ท่าเริ่มต้น แล้วทำสลับซ้ายขวา ใช้เวลาประมาณ 5 -10 นาที

 

ตีเข่า

เริ่มต้นด้วยการกำหมัดทั้งสองข้างให้ตั้งฉากกับหน้าอก แนบแขนให้ชิดลำตัวเช่นเดิม แล้วจากนั้นให้ยกเข่าขวาขึ้นสูงเท่าที่จะทำได้ พร้อมกับเอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อย กลับมาที่ท่าเริ่มต้น แล้วทำทำซ้ำสลับเข่าซ้ายขวา 5 -10 นาที

 

เตะ

เริ่มด้วยท่าเริ่มต้นเหมือนเดิมคือกำหมัดทั้งสองข้างให้ตั้งฉากที่ระดับหน้าอก จากนั้นก้าวเท้าซ้ายมาข้างหน้าพร้อมๆ กับการเตะขาขวาขึ้นในลักษณะเหวี่ยง ให้ปลายเท้าชี้มาทางซ้าย บิดตัวเล็กน้อย แล้วกลับมาที่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำสลับซ้ายขวาใช้เวลาประมาณ 5 -10 นาที

 

มวยไทย ไม่เพียงช่วยให้คุณได้หุ่นที่เฟิร์มสวยเพียงเท่านั้น แต่การฝึกมวยไทย ยังทำให้คุณได้ความรู้ด้านการต่อสู้และป้องกันตัวอีกด้วย คุณสามารถใช้ความรู้จากมวยไทย ไปช่วยเหลือผู้อื่นหรือตัวเองเวลาตกอยู่ในอันตรายได้ อีกทั้งมวยไทยยังช่วยสร้างรายได้ให้ผู้ฝึกอีกด้วย เช่น การสอนมวย การเป็นนักมวยมืออาชีพ หรือเอามาเป็นการแสดงก็ได้เช่นกัน นับว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของไทยที่ควรสืบทอดต่อไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

สร้างกล้ามเนื้อ แบบมวยไทย


ทักษะมวยไทย ช่วยอะไรเราได้บ้าง

สร้างกล้ามเนื้อ แบบมวยไทย

สร้างกล้ามเนื้อ แบบมวยไทย

สร้างกล้ามเนื้อ แบบมวยไทย

 

ใคร ๆ ก็อยากมีร่างกายที่แข็งแรงกันทั้งนั้น ซึ่งร่างกายที่แข็งแรงนั้นจะต้องได้รับการดูแลอย่างดี ทั้งการออกกำลังกายและการกินอาหาร สำหรับใครที่กำลังคิดจะเริ่มสร้างกล้ามเนื้อ เรามีวิธีดี ๆ มาแนะนำทุกคน นั่นก็คือ การสร้างกล้ามเนื้อ  แบบมวยไทย ซึ่งจะมีเทคนิคและวิธีการยังไงนั้นวันนี้เราจะมาบอกอย่างละเอียด

 

มวยไทย คืออะไร

มวยไทย คือกีฬาชนิดหนึ่ง เมื่อนานมาแล้ว มวยไทย นั้นถือเป็นการฝึกฝนชั้นสูงของพวกขุนนางและแม่ทัพ ศิลปะแม่ไม้ มวยไทย สืบต่อกันมาจนถึงลูกหลาน จนกลายเป็นกีฬาที่คนทั่วไปนิยมใช้ในการออกกำลังกายเพื่อ สร้างกล้ามเนื้อ และเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น

 

วิธีการ สร้างกล้ามเนื้อ แบบมวยไทย

นักมวยเค้ามีวิธีการสร้างกล้ามเนื้อยังไงบ้างนะ ทุกคนเคยสงสัยกันบ้างหรือเปล่าว่า ถ้านักมวยจะต้องต่อสู้กับคนที่ตัวใหญ่กว่าและน้ำหนักเยอะกว่าเค้าจะต้องทำยังไง เคล็ดลับก็คือเค้าจะเพิ่มน้ำหนักให้ถึงเกณฑ์ที่จะสามารถสู้กับคู่ต่อสู้ไหวนั่นเอง เหมือนกับกีฬายกน้ำหนักที่ต้องเพิ่มพละกำลังของตัวเองให้มากขึ้นเพื่อให้พิชิตตัวเอง พิชิตความหนัก และพิชิตคู่ต่อสู่ได้

 

ซึ่งการจะเพิ่มน้ำหนักนั้น แน่นอนว่าจะต้องเพิ่มอาหารที่เป็นโปรตีนและออกกำลังกายอย่างหนัก ซึ่งการออกกำลังกายอย่างหนัก แบบมวยไทย นั้นก็รวมถึงการวิ่ง การยก การลาก การฝึกออกหมัด ฝึกเตะ ฝึกหายใจ เพื่อให้กล้ามเนื้อทุกมัดมีความยืดหยุ่น และเสริมสร้างกล้ามเนื้อไปด้วย ซึ่งยอมรับว่าการออกกำลังกายแบบ มวยไทย จะเป็นการทำซ้ำเรื่อย ๆ ให้ร่างกายจดจำและอดทนได้มากขึ้น

 

นอกจาก มวยไทย จะช่วยสร้างกล้ามเนื้อแล้ว ยังช่วยในเรื่องของประสาทสัมผัส เมื่อคน ๆ หนึ่งฝึก มวยไทย ไปได้สักพักแล้วจะเริ่มมีความรู้สึกไวขึ้น ประสาทสัมผัสและรับรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ดีกว่าคนอื่น และยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังทำให้เลือดสูบฉีดและไหลเวียนดีขึ้น มีความกล้าตัดสินใจอะไรหลาย ๆ หล่างได้ไวและรอบคอบมากกว่าเดิมอีกด้วย

มวยไทย เป็นกีฬาที่คนส่วนใหญ่กลับมาฮิตกันอีกครั้ง เพราะนอกจากคนที่ต้องการจะสร้างกล้ามเนื้อด้วยมวยไทยแล้วเนี่ย ยังมีคนที่ต้องการจะลดน้ำหนักด้วย มวยไทย อีกด้วย ซึ่งเราเห็นด้วยกับการใช้ มวยไทย ในการลดน้ำหนักหรือเพิ่มกล้ามเนื้อนะ

 

เพราะว่ากีฬา มวยไทย นี้สามารถทำให้น้ำหนักของเราลงไปได้อย่างรวดเร็วและยังทำให้ผิวของเราไม่หย่อยคล้อยหรือแตกจากการที่น้ำหนักลดลงเร็ว ๆ ด้วย ส่วนคนที่ต้องการจะ สร้างกล้ามเนื้อ แบบมวยไทย ก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีและไวอีกเช่นกัน เพราะกีฬามวยไทย ถือเป็นกีฬาที่ต้องใช้แรงกายและแรงใจมากจริง ๆ เผาผลาญได้หลายแคลเลอรี่อีกด้วย

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ทักษะมวยไทย ช่วยอะไรเราได้บ้าง

ทำความรู้จักกับการออกหมัดมวยไทย

มวยตับจากคืออะไร

มวยตับจากคืออะไร

มวยตับจากคืออะไร

มวย เป็นกีฬา ศิลปะการ่อสู้ยอดฮิตใจสมัยนี้เลยก็ว่าได้ เพราะใคร ๆ ก็รู้จักและเริ่มที่จะฝึกมวย ไม่ว่าจะเป็นการต่อยมวยอาชีพ ออกกำลังกาย หรือฝึกศาสตร์ในการป้องกันตัว มวยนั้นมีประโยชน์มากมาย เรื่องราวและประวัติของมวยนั้นก็น่าสนใจไม่แพ้กันกับท่าทางและประโยชน์ของมวย วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ มวยตับจาก กันดีกว่า

 

มวยตับจาก

มวยตับจาก เป็นกีฬาพื้นบ้านที่เป็นที่นิยมมากในภาคตะวันออก โดยเฉพาะในจังหวัดชลบุรี เนื่องจากสมัยก่อนมีการปลูกต้นจากในพื้นที่เยอะ จึงนำมาประยุกต์เข้ากับกีฬามวยไทย แต่ปัจจุบันแทบจะไม่มีมวยตับจากให้เห็นแล้ว ส่วนหนึ่งมาจาก มีการปลูกพืชชนิดนี้น้อยลง

 

วิธีการ ขั้นตอนการของกีฬาชนิดนี้

นำใบจากมาตัด แล้วตากให้แห้ง เวลาเหยียบใบจากที่แห้งก็จะเกิดเสียง หลังจากที่ใบแห้งแล้ว จะนำมามัดร้อยในด้วยก้านไม้ที่เหลามาเป็นอย่างดี มีความยาวประมาณ 3-4 เมตร โดยมัดเรียงให้เต็มก้านไม้ เมื่อร้อยเต็มแล้ว 1 อัน จะเรียกว่า ตับ ซึ่งเป็นที่มาของการเรียก มวยตับจาก ก่อนที่ทำการชก นักมวยจะต้องผูกผ้าปิดตา และจับให้อยู่คนละมุม โดยจะมีกรรมการอยู่กลางเวที 1 คน จากนั้นเมื่อกรรมการให้สัญญาณเริ่มชก นักมวยจะเดินออกจากมุมเพื่อหาคู่ต่อสู้และต่อยกัน โดยจะใช้การฟังเสียงลั่นกรอบแกรบที่ดังมาจากการเดินย่ำเท้าลงบนใบจากแห้งที่ปูไว้ เพื่อจับทิศทางของคู่ต่อสู้ ดังนั้นนักมวยจะต้องมีสมาธิ และมีประสาทการฟังที่ดี

 

กติกา

นักมวยทั้งคู่ ก่อนที่จะขึ้นชกจะต้องสวมใส่นวม ใช้ผ้าปิดตาให้สนิท นวมที่สวมใส่จะเป็นนวยขนาดมาตรฐาน

การต่อย คือใครต่อยเข้าเป้ามากที่สุด ก็จะได้คะแนน และถ้าฝ่ายไหนได้คะแนนมากกว่าก็จะเป็นฝ่ายชนะ

ชกทั้งหมด 3 ยก ยกละ 2 นาที

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

แนะนำหนังไทย สายต่อสู้ โดยใช้ มวยไทย

มวยไทยสร้างสมดุลร่างกาย

คุณค่าและความสำคัญของมวยไทย

คุณค่าและความสำคัญของมวยไทย

คุณค่าและความสำคัญของมวยไทย

มวยไทยนั้นเป็นกีฬาที่อยู่คู่กับความเป็นไทยมานาน เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของประเทศเลยก็ว่าได้ ยิ่งในทุกวันนี้มวยไทยนั้นเริ่มเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ผู้คนให้ความสนใจกับกีฬามวยไทยเยอะขึ้น ซึ่งนั่นถือเป็นเรื่องที่ดีที่เราจะได้เผลแพร่ศิลปะการต่อสู้อันทรงคุณค่านี้ให้ต่างชาติได้รู้จักมากขึ้น

 

มวยไทยมีความสำคัญต่ออะไรบ้างนะ

- ต่อบุคคล เพราะคนที่ฝึกมวยไทย จะมีการพัฒนาทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา สามารถปรับตัวอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

- ต่อชุมชนและสังคม มวยไทยนั้นเป็นกิจกรรมที่สามารรถทำร่วมกันหลาย ๆ คน คือ เมื่อมีการจัดการแข่งขันในโอกาสต่าง ๆ มวยไทยนั้นสามารถฝึกเด็ก เยาวชน เพื่อไปแสดงศิลปะแม่ไม้มวยไทย เป็นกิจกรรมการออกกำลังกาย และนันทนาการสร้างความสนุกสนานให้กับผู้เล่น และผู้ชมได้

- ต่อประเทศชาติ ในสมัยก่อนมวยไทยเป็นกีฬาและศิลปะการต่อสู้ที่ชายไทยทุกคนต้องฝึก เพื่อใช้ในการทหาร สำหรับต่อสู้กับศัตรูและปกป้องเอกราช จากนนั้นมวยไทยก็ได้ถูกสืบทอดมาเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบัน แล้วในปัจจุบันมวยเป็นกีฬาที่คนสนใจที่จะฝึกมากขึ้น จึงช่วยสร้างรายได้ให้ครูมวยได้ ทำให้ศิลปะการต่อสู้แบบไทยไม่สูญหายไป

- ต่อนานาชาติ เนื่องจากหลาย ๆ ประเทศ ได้หันมาสนใจศิลปะการต่อสู้แบบมวยไทย และนิยมฝึกซ้อมเพื่อการออกกำลังกาย เพื่อการแสดง และเพื่อการแข่งขัน มีการตั้งชมรม และองค์กรมวยไทยในต่างประเทศกันมากมาย  มีการทำออกมาในรูปแบบของสื่อการเรียนการสอนมวยไทยแบบออนไลน์เยอะขึ้น ทำให้ชาวต่างชาติได้เห็น และเข้าใจในวัฒนธรรมประเพณีของคนไทยมากขึ้น

 

มวยไทยนั้นมีประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะช่วยฝึกให้ร่างกายแข็งแรง ฝึกศิลปะการป้องกันตัว ฝึกสมาธิ ระเบียบวินัย และส่งเสริม อนุรักษ์ สืบสานวัฒนธรรมประเพณีของไทย มวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ที่ใช้ป้องกันตัวและช่วยเหลือผู้อื่นในยามคับขัน นอกจากนี้มวยไทยยังใช้ทำการแสดงศิลปะแม่ไม้มวยไทย และนำมาเป็นอาชีพเพื่อสร้างรายได้ให้กับตัวเองอีกด้วย

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ทักษะมวยไทย ช่วยอะไรเราได้บ้าง

ฝึกพื้นฐานเบื้องต้นของมวยไทย

ทักษะมวยไทย ช่วยอะไรเราได้บ้าง

ทักษะมวยไทย ช่วยอะไรเราได้บ้าง

ทักษะมวยไทย ช่วยอะไรเราได้บ้าง

 

การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพร่างกายของเราอยู่แล้ว ยิ่งเป็นการออกกำลังกายแบบมวยไทยด้วยแล้วล่ะก็ ยิ่งดีต่อสุขภาพของเราเข้าไปใหญ่เลย เพราะนอกจากการออกกำลังกายแล้วเนี่ย เรายังได้เรื่องของทักษะมวยไทย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของกีฬานี้เลย

 

ทักษะมวยไทย กับการเอาตัวรอด

เอาจริงการมีทักษะมวยไทยสามารถช่วยให้เรารอดพ้นจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตได้ เช่น ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาเราก็ยังพอรู้จักการต่อสู้ รู้ว่าต้องทำยังไงถึงจะรอดพ้นจากเหตุฉุกเฉินได้

 

ประสาทสัมผัสดีขึ้น

การฝึกมวยจะช่วยให้ประสาทสัมผัสของเราดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการขยับร่างกาย ความคิด และปฏิกิริยาโต้ตอบ เอาง่าย ๆ คือเราจะสามารถรับรู้ได้ดีกว่าคนอื่น

 

ร่างกายแข็งแรง

แน่นอนว่าการออกกำลังกายทุกชนิดทำให้ร่างกายของเราแข็งแรงอยู่แล้ว ยิ่งถ้าเป็นการออกกำลังกายด้วยกีฬามวยไทยด้วยแล้วนั้น จะยิ่งทำให้เรามีร่างกายที่แข็งแรงมากขึ้นด้วยการ คาร์ดิโอและบอดี้เวทไปพร้อม ๆ กัน

 

หัวใจและเลือดสูบฉีด

การทำงานของหัวใจจะดีขึ้น เลือดสูบฉีด ผิวพรรณดีขึ้นเพราะร่างกายได้ขับเหงื่อออกมา ไม่ว่าจะคิดจะทำอะไรสมองก็จะแล่นไปซะหมด

 

ทักษะมวยไทย ช่วยอะไรเราได้อีก

  • ฝึกความมีวินัย สำหรับนักมวย การฝึกความมีวินัยถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ เพราะการฝึกซ้อมมวยนั้น จำเป็นที่จะต้องฝึกเป็นประจำในทุก ๆ วัน
  • ฝึกความมีไหวพริบ นักมวยควรจะต้องมีไหวพริบ รู้ว่าตัวเองจะต้องทำอะไร เมื่อไหร่ละตอนไหน แถมยังมีไหวพริบทางด้านร่างกาย ปฏิกิริยาการตอบโต้คู่ต่อสู้ หรือ ในชีวิตประจำวันอีกด้วย
  • ฝึกความอดทน นอกจากฝึกการมีวินัยในตัวเองแล้วยังฝึกความอดทน อดทนต่อร่างกายและกล้ามเนื้อที่พัฒนาในแต่ละวัน อดทนต่อความล้าและการฝึกซ้อม
  • ช่วยให้กล้าตัดสินใจ การต่อยมวย การขึ้นไปอยู่บนสังเวียนทำให้เราต้องตัดสินใจอะไรหลาย ๆ อย่างด้วยตัวเอง ทำให้ส่งผลต่อชีวิตจริงของเรา ทำให้เรากล้าที่จะตัดสินใจอะไรด้วยตัวเองมากขึ้น
  • ทำให้ทำงานภายใต้ความกดดันได้ดี แน่นอนว่าในขณะที่ชก จะต้องมีแรงกดดันมหาศาล ทั้งจากครูฝึก จากคนดู และจากตัวเอง การเป็นนักมวยจึงจำเป็นที่จะต้องอดทนต่อแรงกดดันเหล่านี้ และจัดการกับมันได้อย่างดี

 

นอกจากนี้การออกกำลังกายด้วยมวยไทย หรือ การฝึกมวยไทย ยังช่วยให้เรามีเหตุผลมากขึ้น เพราะเนื่องจากเราจะต้องใช้สติปัญญาในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า นักมวย จึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องใช้สติปัญญาของตัวเองบนสังเวียนให้เกิดผลที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เริ่มต่อยมวยยังไงดีนะ

เจริญทองมวยไทย(ข้าวสาร)ไปยังไงดีนะ

เริ่มต่อยมวยยังไงดีนะ

เริ่มต่อยมวยยังไงดีนะ

เริ่มต่อยมวยยังไงดีนะ

มวยเป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก นอกจากจะฝึกเพื่อเป็นนักมวยมืออาชีพแล้ว มวยยังเล่นเป็นกีฬาสำหรับคนที่ออกกำลังกายได้อีกด้วย เพราะกีฬามวยนั้นช่วยออกกำลังกายได้ทุกสัดส่วน ช่วยสร้างกล้ามเนื้อให้ทุกส่วนของร่างกาย นอกจากจะได้ร่างการที่แข็งแรงแล้ว ยังได้ความรู้และเทคนิคในการป้องกันตัวกลับไปอีกด้วย

 

หลายคนคงอยากจะลองเล่นมวยดู แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง ต้องทำอะไรบ้าง แล้วมวยเหมาะกับใครบ้าง ง่าย ๆ เลยก็คือ มวยนั้นเหมาะสำหรับทุกคนที่สนใจและอยากออกกำลังกาย เราสามารถฝึกเองที่บ้านจากการดูยูทูป หรือจะสมัครเรียนมวยกับยิมหรือฟิตเนสสักที่ก็ได้

 

ที่ Jaroen Thong Muay Thai Kaosan (เจริญทองมวยไทย ข้าวสาร) ที่นี่มีบริการสอนมวยให้กับทุก ๆ คน เริ่มสอนตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน ต่อให้ไม่รู้จักมวยเลย ก็สามารถมาเรียนมาฝึกที่นี่ได้ เพราะมีครูฝึกที่เก่งและมีประสบการณ์ในการสอนมวยมามากมายคอยช่วยเหลือและถ่ายทอดความรู้ให้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นท่าทางที่ถูกต้อง การใช้หมัด ใช้เข่า การวอร์มอัพก่อนเริ่มเล่น คุณครูและพนักงานที่นี่ทุกคนมีความเป็นกันเอง พร้อมช่วยเหลือคุณในเรื่องการต่อยมวย และการออกกำลังกายต่าง ๆ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย & มวยสากล ต่างกันอย่างไร

อยากฝึก มวยไทย ฝึกแบบไหนก่อนดี

เจริญทองมวยไทย(ข้าวสาร)ไปยังไงดีนะ

เจริญทองมวยไทย(ข้าวสาร)ไปยังไงดีนะ

เจริญทองมวยไทย(ข้าวสาร)ไปยังไงดีนะ

วันนี้เราจะชวนทุกคนมาออกกำลังกันที่เจริญทองมวยไทยข้าวสาร  เพราะที่นี่มีทั้งฟิตเนส  และมวยไทย  เลือกเล่นได้ตามความสนใจได้เลย  การเดินทางนั้นก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด

 

ที่ตั้งของยิม

98/3-10 ถนนพระอาทิตย์  แขวงชนะสงคราม  เขตพระนคร  กรุงเทพมหานคร  10200

เบอร์ติดต่อ  02 629 2313

 

นั่งรถสายอะไรได้บ้างนะ

รถประจำทาง : 3 , 6 , 9 , 15 , 19 , 30 , 32 , 33 , 39 , 53 , 64 , 65 , 68 , 82 , 506

 

โดยสารโดยเรือ : ขึ้นเรือด่วนเจ้าพระยามาลงที่ท่าพระอาทิตย์

 

เดินทางโดยรถไฟฟ้า MRT

เดินทางโดยรถไฟสายสีน้ำเงิน  ลงที่ สถานีบางยี่ขัน  นั่งอะไรก็ได้ไปลงพาต้า  แล้วต่อรถประจำทางสาย 30 

สถานสนามไชย  ต่อรถประจำทาง  หรือวินก็ได้

สถานีสามยอด  ต่อแท็กซี่  หรือวินมาก็ได้  (ไม่แนะนำให้ขึ้นรถประจำทางจากสถานีนี้เพราะหารถยาก) 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

MUAY THAI กีฬาที่ให้มากกว่าแค่ ออกกำลัง

อยากฝึก มวยไทย ฝึกแบบไหนก่อนดี

ผู้หญิง กับการต่อยมวย

ผู้หญิง กับการต่อยมวย

ผู้หญิงกับการต่อยมวย

 

อย่างที่ทุกคนรู้กันดีว่าผู้หญิงสมัยนี้ส่วนใหญ่เป็น Working Woman ออกไปทำงานหาเงินใช้เอง บางคนก็หาเลี้ยงครอบครัว บางคนก็เป็น Single Mom นอกจากเรื่องการทำงานและภาระหน้าที่ที่ต้องทำในชีวิตประจำวันแล้วเนี่ย ผู้หญิงอย่างเรา ๆ ก็อย่าละเลยการดูแลสุขภาพของตัวเองด้วย

 

ทำยังไงให้ การออกกำลังกาย เป็นเรื่องใกล้ตัว

ในยุคปัจจุบันที่มีมิจฉาชีพเต็มเมืองไปหมด เราไม่สามารถไว้ใจใครได้เลยแม้แต่คนขับรถโดยสาร ผู้หญิงอย่างเราต้องลุกขึ้นมาต่อสู้และเรียนรู้วิธีการป้องกันตัวเบื้องต้น ซึ่งเราขอแนะนำการต่อยมวย นอกจากจะได้ออกกำลังกายแล้วเรายังสามารถเอาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย

 

ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นเราจะต้องทำอย่างไร

โครงสร้างของผู้หญิงมีขนาดเล็กกว่าผู้ชาย การต่อสู้ไม่ใช่ทางเลือกเดียวที่เราจะใช้ แต่เราต้องใช้ความคิดวิเคราะห์สถานการณ์ตอนนั้นด้วย การต่อสู้จะใช้สำหรับตอนที่เราตันหรือไม่มีทางที่จะหนีได้แล้วเท่านั้น ซึ่งจะใช้ตอนที่เราเห็นช่องโหว่ของฝ่ายตรงข้ามหรือจุดอับที่เราสามารถวิ่งหนีไปได้ทัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ต้องคำนึงถึงอาวุธของอีกฝ่ายอีกเช่นกัน

 

นอกจากนี้ การต่อยมวยไม่ได้ช่วยในเรื่องของสุขภาพที่แข็งแรงเพียงเท่านั้น ยังเหมาะสำหรับคนที่ต้องการจะลดความอ้วนหรือทำให้ร่างกายแข็งแรง มีกล้ามเนื้อที่สามารถยืดหยุนได้ดีอีกด้วย การต่อยมวยถือเป็นเรื่องใกล้ตัวมากสำหรับผู้หญิงในยุคนี้ เพราะนอกจากจะทำให้ร่ายกายแข็งแรงและมีไหวพริบในการป้องกับตัวแล้ว ยังช่วยในเรื่องของผิวพรรณและรูปร่างที่ดีขึ้น ประโยชน์ของการต่อยมวยมีด้วยกันดังนี้

 

ประโยชน์ของการต่อยมวย

  • ขับเหงื่อและของเสียในร่างกาย
  • สร้างกล้ามเนื้อ สร้ามภูมิคุ้มกันโรค
  • สามารถเอาทักษะการต่อยมวยไปใช้ในชีวิตประจำวัน
  • ทำให้ผิวพรรณสวยเปล่งปลั่ง เพราะร่างกายได้ขับของเสียออกมา
  • กระชับสัดส่วน ทำให้หุ่นดีขึ้นและดูสุขภาพแข็งแรง

 

แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้น การออกกำลังกายทุกชนิด โดยเฉพาะมวยไทยนั้นไม่ควรที่จะหักโหมจนเกินไป คุณอาจรู้สึกว่าซ้อมได้เต็ม 100 ในวันแรกของการฝึกฝน แต่เมื่อผ่านไปเป็นในวันที่สองและสาม ความเมื่อยล้าและความเจ็บปวดจะมาเยือน อาจจะทำให้เกิดกล้ามเนื้ออักเสบอีกด้วย

 

แต่ถ้าค่อย ๆ ออกกำลังกายไปทีละนิดฝึกไปทีละหน่อยอย่างค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป คุณก็จะได้รับผลลัพธ์ที่ดีกว่า แต่เมื่อไหร่ที่คุณฝืนตัวเอง คุณก็อาจจะได้รับการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายและไม่ได้ฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องนั่นเอง

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย เล่นอย่าไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

อยากฝึก มวยไทย ฝึกแบบไหนก่อนดี

 

ศิลปะมวยไทยกับการเตะของนักมวย

ศิลปะมวยไทยกับการเตะของนักมวย

พูดได้เลยว่า มวยไทย ( Muay Thai ) อาวุธที่ติดเครื่องใช้ทุกสังเวชและขาดไม่ได้เลยคือลูกเตะ ลูกเตะเป็นสิ่งที่อันตรายมาก สามารถน็อคได้เลยภายในเสี้ยววิเลยก็ว่าได้ วันนี้มาเรียนรู้ถึงลูกเตะมวยไทยกันเถอะ

 

เตะในความหมาย ง่ายๆ เลยก็คือ การใช้เท้า ฟาดไปที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งทำให้เกิด การกระเด็น กระทบ เป็นทน แต่ในศัพท์ มวยไทย ( Muay Thai ) หมายถึง การใช้เท้าฟาดไปที่ศัตรูทำให้เกิดอาการบาดเจ็บ และยิ่งคำว่า ลูกเตะต้องใส่ลวดลาย มวยไทย ( Muay Thai )   ลงไปด้วย

 

การเตะก็คือการใช้ขาเหวี่ยงออกไปเป็นแนว ตรง แนวเฉียง แนวขนาน แนวคว่ำ หรือแม้แต่การใช้ส้นเตะ ซึ่งในปัจจุบันนี้ มักจะเรียกว่า “จระเข้ฟาดหาง” ซึ่งหากเรารู้จักใช้ ความได้เปรียบในเกมการต่อสู้จะอยู่ที่เราทันที ทำไมผมถึงกล่าวเช่นนี้  ให้สังเกตให้ดีๆ เวลาเราต่อสู้กัน คนที่ถนัดหมัด ก็จ้องแต่จะใช้หมัด คนที่ถนัดเข่าก็จ้องแต่จะใช้เข่า คนที่ถนัดศอก ถนัดเตะ ก็จ้องแต่จะใช้สิ่งที่ตัวเองนั้นถนัด

 

การฝึกการเหวี่ยงแข้งในแบบ มวยไทย ( Muay Thai )  การเหวี่ยงแข้งที่ถูกต้อง จะต้องเริ่มที่การยืนให้ทิ้งนำหนักลงบนฝ่าเท้าทั้งสองข้าง เวลาจะเหวี่ยงแข้งข้างไหน ให้เราถ่ายน้ำหนักลงบนขาข้างที่ไม่ได้เหวี่ยงแข้ง โดยหมุนปลายเท้าข้างที่เรายืนตามเวลาเราเหวี่ยงแข้งไป ซึ่งแล้วแต่ความถนัด  บางท่านก็หมุนฝ่าเท้าข้างที่ยืนก่อน จากนั้นก็เหวี่ยงแข้งตาม แต่ที่ถูกต้องจะต้องทำพร้อมๆกันนะค่ะ การเตะนั้นมีหลายข้อบ่งใช้ เช่น เตะขา เตะลำตัว เตะก้านคอ   ซึ่งจุดที่จะเตะนั้นเป็นจุด ชกมวยเป็นอย่างด

 

มวยไทย ( Muay Thai ) กับการเตะขา

 

เมื่อเราฝึกการเตะขา เราก็ควรฝึกให้ได้หลายรูปแบบด้วยกัน คือ การเตะสะบัด การเตะเหวี่ยง และการเตะด้วยตาตุ่ม รวมไปถึงการเตะด้วยส้นเท้า

 

มวยไทย ( Muay Thai ) กับการใช้ลำตัว

 

เราควรงอขาเพื่อให้เป็นเข่าไปด้วย แต่ไม่งอจนเป็นมุมแหลม การเตะขาตรงนั้น ทำให้คู่ต่อสู้สามารถเข้าหาเราได้ง่าย จึงนิยมการเตะแบบงอเข่าเล็กน้อยหรือบางทีก็เตะแบบครึ่งแข้งครึ่งเข่า จะทำให้เข่าที่เรางอเอาไว้นั้น บังหรือกั้นคู่ต่อสู้ของเราไม่ให้เข้ามาชก หรือเข้ามาถึงตัวเราได้ง่าย ที่สำคัญเราควรเอนตัวไปทางด้านหลัง

 

มวยไทย ( Muay Thai ) กับการเตะก้านคอ

 

เป็นลูกที่อันตรายทั้งคนเตะและคนถูกเตะ เนื่องจากว่า ถ้าเตะในแบบไม่ระมัดระวังเมื่อเรายกขาสูง ขาข้างที่เรายืนย่อมเสียหลักหรือเสียศูนย์ได้โดยง่าย หากเราเตะขึ้นไปแล้วเป้าหมายเคลื่อนเข้ามาหาเรา ซึ่งนับเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะว่าเรายืนขาเดียว ยิ่งคู่ต่อสู้เป็นมวยมากเรายิ่งเสียเปรียบมาก การเตะก้านคอต้องระวังในเรื่องหลักของการยืนนะค่ะ หลักไม่ดีก็อาจจะโดนส่วนได้

 

มวยไทย ( Muay Thai ) กับการเตะด้วยขาหน้า 

 

ผู้ฝึก มวยไทย ( Muay Thai )  ทุกคน ควรฝึกการเตะด้วยขาหน้า เนื่องจากขาหน้านั้นอยู่ใกล้คู่ต่อสู้มากที่สุด การเตะด้วยขาหน้าจึงเป็นการเตะเพื่อตัดจังหวะของคู่ต่อสู้ได้อย่างดียิ่ง เนื่องจากเป็นการเตะที่รวดเร็วและทำลายจังหวะรุกของคู่ต่อสู้  การเตะด้วยขาหน้านั้น ควรเตะขาเป็นอันดับแรก เพราะคนเราจะเดินก็เดินด้วยขา เมื่อคู่ต่อสู้ขยับชก

 

มวยไทย ( Muay Thai ) กับการเตะแบบจระเข้ฟาดหาง 

 

การเตะแบบจระเข้ฟาดหางนั้น ควรฝึกให้ชำนาญ เพราะจะใช้เมื่อเราเตะผิด แล้วคู่ต่อสู้ถลำเข้ามาหาเรา หรือเราเสียหลักแล้วคู่ต่อสู้ถลำเข้ามา และอีกอย่างหนึ่งก็คือเราวางแผนให้คู่ต่อสู้ชกเราหรือทำอะไรสักอย่างมาที่เรา แล้วเราก็ใช้จะเข้ฟาดหาง ที่เราเตรียมเอาไว้นั้นกลับไปยังคู่ต่อสู้ จระเข้ฟาดหาง  ต้องระวังถึงเวลาหันหลังแล้วฟาด เพียงเสี้ยววิ ก็อาจจะทำให้คู่ต่อสู้เข้ามาถึง ตัวเราได้แล้ว

 

เห็นไหมค่ะว่าลูกเตะของ มวยไทย ( Muay Thai )   เป็นสิ่งที่เราสามารถฝึกได้ และต้องฝึกอย่างชำนาญ อีกด้วย หากใครอยากจะเรียน มวยไทย ( Muay Thai )  เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) เป็นยิมมวยต้นแบบที่นำ "ศิลปะแม่ไม้มวยไทย" กับ "วิทยาศาสตร์การกีฬา" และ "ความรู้ด้านโภชนาการ" มาผสมผสานเข้าได้ด้วยกัน เป็นศูนย์กลางผู้นำช่วยลดน้ำหนัก  ก็สามารถติดต่อเรามาได้ตลอดเลยนะคะ

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

อยากฝึก มวยไทย ฝึกแบบไหนก่อนดี

เลือก กระสอบทราย อย่างไร ให้ต่อย มวยไทย ได้สุดปัง

ต่อย มวยไทย ยังไงให้ได้เปรียบ

ต่อย มวยไทย ยังไงให้ได้เปรียบ

ต่อยมวยไทย เป็นอีกหนึ่งวิธีในการเสริมสร้างระบบกล้ามเนื้อที่ดี เพราะในการออกหมัด หรือ ชก ในแต่ละครั้ง ใช้กล้ามเนื้อที่ต้องมีความแข็งแรง ถึงจะต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามได้ เราจะต้องเรียนรู้วิธีในการต่อยมวยไทย

 

การต่อยมวยไทย ช่วยเรื่องสร้างกล้ามเนื้อ ?

     สเต็ปที่ 1  ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง 45 – 60 นาที / วัน สามารถเลือกการออกกำลังกาย ได้หลายรูปแบบไม่ซ้ำกัน

1. การปั่นจักยาน 30 นาที

2. วิ่ง 10 กิโลเมตร

3. กระโดดเชือก ( ตามที่กำหนด )

4. ต่อยกระสอบทราย 3 ยก

 

 

     สเต็ปที่ 2 สร้างขีดจำกัดเพิ่มขึ้นให้กับตัวเอง ในที่จะลดน้ำหนักแบบนักมวย ต้องมีการจำนวนครั้งในการซ้อมกระสอบทราย เพิ่มจำนวนยก และ จำนวนรอบในการวิ่ง เพื่อเพิ่มกำลังในการออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ไม่เหนื่อยง่าย ดึงเอาพลังงานมาเผาผลาญได้ดี

 

     สเต็ปที่ 3 ควบคุมอาหาร เลี่ยงของทอด ลดการรับประทานอาหารจำพวก แป้ง เพราะจะเป็นตัวการที่จะเพิ่มน้ำหนัก ส่งผลให้การออกกำลังกาย เห็นผลช้า เน้นไปรับประทานประเภทผัก เนื้อสัตว์ ( ต้ม ) ผลไม้ที่มีรสจืด เน้นโปรตีนเนื้อสัตว์ เป็นการซ่อมแซมกล้ามเนื้อส่วนที่สึกหรอ ดื่มน้ำให้เพียงพอ

 

     สเต็ปที่ 4 นักมวย ก็ต้องมีเวลาพักผ่อน การนอนหลับให้เพียงพอ เป้นอีกหนึ่งวิธีการในการสร้างกล้ามเนื้อ เมื่อเราออกกำลังกายมาอย่างหนัก การพักผ่อนถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก อย่างน้อย  7 – 8 ชั่วโมง ร่างกายปรับสมดุลในขณะที่เราหลับ พร้อมปฏิบัติตามตารางในการลดน้ำหนักแบบนักมวย ให้เข้ากับชีวิตประจำวัน อย่าหักโหม เพราะจะทำให้ร่างกายอ่อนล้า ไม่เกิดผลดีต่อร่างกาย

 

     นักมวยไทย ให้ความสำคัญ เรื่องฟิตร่างกายอยู่ตลอดเวลา จะต้องมีการใช้ความอดทน ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ หากเป็นเรา ไม่จำเป็นต้องเคร่งกับตัวเองมากไป เอาที่เราไหว ร่างกายเราไหวแค่ไหน แต่จะต้อง มีการวางแผนเป็นสเต็ปไว้อย่างชัดเจน เพื่อช่วยให้ลดน้ำหนักแบบนักมวย ให้ได้ผลมากที่สุด

 

 

ฝึกฝนตัวเอง ให้พร้อม สำหรับต่อย มวยไทย 

เชือกกระโดด เป็นอุปกรณ์ที่ใช้บริหารร่างกายให้ขาแข็งแรงมีความคล่องตัวสูง เชือกกระโดด

 

punching ball ( ลูกบอล ) ใช้สำหรับฝึกฝนการออกหมัด ความไวของสายตา เพราะ punching ball เด้งไปเด้งมาเมื่อถูกหมัด นักมวยจะฝึกต่อยให้เร็ว และควบคุมแรงในการต่อยให้สม่ำเสมอ และฝึกความว่องไวของสายตาในการปล่อยหมัดให้ถูกลูกบอล

 

ผ้าพันมือ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันนิ้วมือไม่ให้เคล็ดหรือถลอกเวลาต่อยมวย โดยจะต้องพันมือทุกครั้งก่อนสวมนวม เพื่อชกกระสอบทรายหรือฝึกลงนวม

 

กระจับนักมวย เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันอวัยวะส่วนสำคัญของนักมวยไม่ให้ได้รับบาดเจ็บที่เกิดจากการชกมวย โดยสวมทุกครั้งที่ขึ้นชกมวย

 

ฟันยาง เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันฟันและปากไม่ให้ได้รับการบาดเจ็บจากการชกมวย เป็นอุปกรณ์สำคัญที่นักมวยจะต้องสวมให้ชิน โดยสวมทุกครั้งที่ขึ้นชกมวยและซ้อมลงนวม

 

นวม จำเป็นมาก สำหรับนักมวย โดยใช้สวมเมื่อซ้อมลงนวม และสวมเมื่อเวลาแข่งขันบนเวที ขนาดจะต่างกันตามขนาดตัวนักมวยตั้งแต่ 4 - 6 ออนซ์ ซึ่งมีราคาแตกต่างกันไป แบ่งออกเป็นนวมซ้อม นวมที่ใช้ชกแข่งขัน นวมซ้อมจะมีขนาดใหญ่ และนิ่มกว่านวมที่ใช้แข่งขัน

 

แบคชกกระสอบ ฝึกซ้อมชกกระสอบทราย รูปร่างเหมือนนวมทุกอย่างแต่เล็กกว่า ใช้ฝึกออกหมัด ป้องกันนิ้วมือของ นักมวย เวลาซ้อม

 

เป้าล่อ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ฝึกซ้อมการออกหมัด เท้า เข่า ศอก ให้เข้าตามจุดที่สำคัญของร่างกายอย่างแม่นยำ แบ่งออกเป็นเป้ามือ เป้าท้อง เป้ายาว สนับแข้ง โดยจะสวมเข้ากับร่างกายของครูฝึกแล้วล่อหลอกให้นักมวยออกหมัด เท้า เข่า ศอก เข้าตามเป้าต่างๆ ที่อยู่บนร่างกายครูฝึก เป้ามือ เป้ายาว เป้าท้อง

 

กระสอบทราย เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ฝึกซ้อมการออกหมัด เท้า เข่า ศอก เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ทุกค่ายต้องมีให้นักมวยใช้ฝึกซ้อมการเตะ เข่า ต่อย และฟันศอก

 

ลูกเหล็ก สำหรับบริหารร่างกาย หรือ ดรัมเบล เป็นอุปกรณ์ที่ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อบริเวณแผงคอ ขากรรไกร ด้วยการคาบไว้ในปากแล้วยกขึ้นลง ฝึกกำลังแขนด้วยการกำไว้ในมือแล้วฝึกชกลม

 

คานเหล็กสำหรับยกน้ำหนัก  เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขน ขาและแผงอก ให้แข็งแรงด้วยการยกขึ้นลง

 

นาฬิกาจับเวลา เป็นอุปกรณ์ที่ใช้จับเวลาในการฝึกซ้อมของนักมวย โดยแบ่งเวลาเป็นยก ยกละ 5 นาที เมื่อผ่าน 1 นาที ก็เรียก 1 ผ่าน พอครบ 5 นาทีก็เรียก 1 ยก โดยจะซ้อมกัน 8 - 10 ยกในการฝึกซ้อมแต่ละอย่าง

 

เชือกโหน เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ฝึกความแข็งแรงของข้อมือ แขน และแผงอก ด้วยการผูกไว้บนขื่อแล้วปีนขึ้นลง ซึ่งจะได้เห็นในการฝึกซ้อมมวยต่อไป

 

กางเกงมวย มีลักษณะเป็นกางเกงสั้นค่อนข้างบานตัดเย็บด้วยผ้ามันสีต่างๆ โดยจะปักชื้อนักมวยและค่ายมวยที่สังกัดบนกางเกงใช้สวมเวลาฝึกซ้อมในค่ายมวยและสวมเวลาแข่งขันชกมวย

 

ปลอกรัดข้อเท้า เป็นอุปกรณ์สำหรับป้องกันข้อเท้าของนักมวยไม่ให้เคล็ดเวลาเตะกระสอบหรือแข่งขันชกมวย ในการแข่งขันนักมวยจะสวมปลอกรักข้อเท้าเสมอเวลาแข่งขันเพื่อป้องกันข้อเท้าเคล็ดอันเกิดจากการเตะคู่แข่งขัน

 

 เครื่องชั่งน้ำหนัก ค่ายมวย หรือ ยิมมวย ทั้ง มวยไทย มวยสากล จำเป็นต้องมีเครื่องชั่งน้ำหนักให้นักมวย ได้ทดสอบน้ำหนักตัวเองอยู่เสมอ เพื่อเตือนตัวเองได้ว่า น้ำหนักเพียงพอต่อการฝึกในแต่บะรุ่น หรือไม่ เป็นประโยชน์ต่อการฝึกซ้อม การแข่งขัน

 

3 ระยะในการฝึก

- ก่อนการฝึกซ้อม

- ระหว่างพักการฝึกซ้อม

- หลังการฝึกซ้อม

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่

มวยไทยสร้างสมดุลร่างกาย

ไขมันกระจายแค่ชก มวยไทย ( Muay Thai)

มวยไทย & มวยสากล ต่างกันอย่างไร

มวยไทย & มวยสากล ต่างกันอย่างไร

มวย เป็นกีฬาประเภทหนึ่งที่ต้องมีทักษะการต่อสู้ โดยใช้ทุกส่วนของ ร่างกาย แต่มวยที่เรารู้จักกันนั้น มีอยู่ 2 ชนิดด้วยกัน คือ มวยไทย และมวยสากล เป็นกีฬามวยเหมือนกัน แต่จะมีความต่างกันอย่างไรบ้าง

หลายคนคงมีความสงสัย ว่ามวยไทย และมวยสากล ที่รู้จักกันในบ้านเรานั้น มีการเล่น หรือกฎกติกาที่แตกต่างกันอย่างไรบ้าง วันนี้เราเลยมาเทียบความแตกต่างกันให้ดูเลยค่ะ

มวยไทย (
Muay Thai ) เป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว ( Martial Art ) และเป็นกีฬา ( Sport ) ประจำชาติ เป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย ตั้งแต่สมัยโบราณมาจนถึงในยุคปัจจุบัน เมื่อสมัยก่อนมีการฝึกฝน การต่อสู้ด้วยมือเปล่า เพื่อรบกับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นการรบระยะประชิดตัว  คนไทยจึงได้ฝึกหัดการ เตะ ถีบคู่ต่อสู้ เพื่อให้เกิดการได้เปรียบ

กีฬามวยไทย เป็นกีฬาที่สามารถใช้ได้ทุกส่วนของอวัยวะของร่างกาย ในการ ต่อสู้ ด้วยมือเปล่า จนได้รับการยอมรับว่าเป็น การต่อสู้ ที่ผสมผสานของศาสตร์ และศิลป์ได้อย่างสวยงาม ในปัจจุบันได้รับการยอมรับไปทั่วโลก มวยไทยเป็นทั้งศิลปะการต่อสู้เพื่อป้องกันตนเอง ( Self defense ) และเป็นกีฬาสมัครเล่นหรืออาชีพ ( Amateur or professional )

กติกาการแข่งขันมวยไทย
กีฬามวยไทย สามารถใช้ได้ทุกส่วนของอวัยวะของร่างกาย และถือว่าอันตรายมาก ๆ ในปัจจุบัน นักมวย ต้องสวมนวมขนาด 4 ออนซ์ สวมกางเกงขาสั้นสวมกระจับ สวมปลอกรัดเท้าหรือไม่ก็ได้ มวยไทยจะชกด้วยกันทั้งหมด 5 ยก โดยจะขึ้นชก 3 นาที พัก 2 นาที การแข่งขันมีกรรมการผู้ชี้ขาดบนเวที 1 คน กรรมการในการให้คะแนนข้างเวทีอีก 2 คน ให้คะแนนยกละ 10 คะแนน การแข่งจะแบ่งเป็นรุ่นตามน้ำหนัก
 
การให้คะแนน
- ฝ่ายใดใช้ หมัด เท้า เข่า ศอก ถูกต้องตามกติกา กระทำคู่ต่อสู้ได้หนักหน่วง บอบช้ำ และรุกมากกว่าเป็นผู้ชนะ
- นักมวย ฝ่ายใด มีชั้นเชิงมวยไทย ในการ รุก รับ หลบ ตอบโต้ ได้ดีกว่าเป็นผู้ชนะ

การฟาวล์
- หากผู้เล่นทำฟาวล์ ( foul ) ต้องตัดคะแนนตามที่ผู้ชี้ขาดสั่งให้ตัดคะแนน
- ถ้าผู้ตัดสินเห็นการฟาล์วอย่างชัดเจน แต่ผู้ชี้ขาดไม่เห็น ผู้ตัดสินสามารถตัดคะแนนตามความเหมาะ พร้อมระว่าทำฟาวล์ด้วยเหตุผลใด


มวยสากล ( Boxing ) หรือที่เรียกในยุคแรกว่า "มวยฝรั่ง" เป็นศิลปะการต่อสู้ที่มีมาแต่โบราณ สู้กันด้วยหมัดทั้ง 2 ข้าง โดยเป็นการต่อสู้ด้วยมือเปล่าของทหารในสนามรบ และกลายเป็นเกมกีฬาในการแข่งขันโอลิมปิกยุคโบราณ ไม่จำกัดน้ำหนัก ไม่สวมที่ป้องกันตัว ใช้เพียงหมด ไม่มีกฎกติกามากนัก แต่นักมวยต้องถอดเสื้อผ้าออกให้หมดทั้งตัว ในปี 2236 เจมส์ ฟิกซ์ ( James Figg ) ผู้ชนะการแข่งขัน จนได้รับให้เป็น ” บิดาแห่งมวยสากล ” ได้กำหนดกฎกติกาขึ้นมา จนมีคนอื่น ๆ ที่ชนะการแข่งขัน แล้วสร้างนวมตามมา และได้พัฒนามาเป็นเกมกีฬาที่กติกาในปัจจุบัน

กติกาการแข่งขันมวยสากล
- จำนวนยกในการแข่งขัน การขึ้นชกจะแบ่งเป็น 12 ยก เวลา 3 นาที หยุดพักระหว่างยก 1 นาที สู้จนครบ 12 ยก แล้วจะรวมคะแนนว่าใครชนะ
-  กรรมการ การแข่งขัน มีกรรมการให้คะแนนชี้ขาด 3 คน กรณีกรรมการ 3 คนให้ชนะ 1 เสมอ 2 จะดูผลคะแนนกรรมการที่ให้เสมอ 2 ยกหลังเท่านั้น ( บางหนกรรมการห้ามบนเวทีก็มีสิทธิ์ให้คะแนนด้วย )
- การตัดสิน สามารถน็อคเอาท์ ( Knockout ) คู่ต่อสู้ได้ เมื่อทำให้คู่ต่อสู้ล้มลงกับพื้นเวที หรือยืนพับหมดสติอยู่กับเชือก ไม่สามารถที่จะชกต่อ หรือป้องกันตัวได้อีกภายใน ๑๐ วินาที ระหว่างที่กรรมการนับ จะถือว่าชนะทันที
- การให้คะแนน ยกหนึ่งมี 10 คะแนน เมื่อหมดเวลา 1 ยก กรรมการจะให้คะแนน ผู้ที่ชกดีกว่า 10 คะแนน และให้คะแนนผู้เสียเปรียบลดน้อยลงไปตามลำดับความเสียเปรียบในยกนั้น ถ้าชกพอกันจะให้ 10 คะแนนเท่ากัน
- ฟาวล์ ( foul ) หากกรรมการเตือนนักชกคนใดว่าทำฟาวล์ จะถูกหักคะแนน 1 คะแนน โดยจะให้สัญญาณมือแก่กรรมที่ให้คะแนน

มวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว แตกต่างจากมวยสากล ที่นอกจากจะใช้หมัดชกคู่ต่อสู้แล้ว ยังใช้เท้า และศอกต่อสู้ได้ แต่มวยสากลจะใช้ได้แค่หมัดอย่างเดียว และจำนวนยกที่ต่างกัน มวยไทยจะชก 5 ยก มวยสากลจะชก 12 ยก แต่ถึงจะมีความต่างกันอย่างไร มวยทั้ง 2 ชนิด ก็ยังเป็นกีฬาที่ช่วยฝึกฝนความอดทน ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง อีกทั้งเป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลาย


บทความเพิ่มเติม

แนะนำหนังไทย สายต่อสู้ โดยใช้ มวยไทย
ไขมันกระจายแค่ชก มวยไทย ( Muay Thai)
ชกกระสอบทรายทุกวัน ก็ลดน้ำหนักได้

 

ทำความรู้จักกับการออกหมัดมวยไทย

ทำความรู้จักกับการออกหมัดมวยไทย

หลายคนน่าจะเคยเปิดทีวีแล้วเจอมวยไทยบ้าง ไม่ว่าจะ มวยไทย ( Muay Thai ) ช่อง 8 Muay Thai Super Champ หรือช่องอื่น ๆ ให้ได้เห็นและแน่นอน สไตล์การชกของนักมวยแต่ละคน มีรูปแบบไม่เหมือนกัน

 

การปล่อยมัด การใช้ทักษะต่าง ๆ ในการต่อสู้บนสังเวียน มวยไทย ( Muay Thai ) วันนี้ Jaroenthong Muay Thai Gym  มีบทความให้ความรู้เกี่ยวกับการออกหมัด มาให้ได้อ่านกัน ตามมาเลย

 

มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นถือเป็นศิลปะการต่อสู้และป้องกันตัว โดยการใช้ส่วนประกอบต่าง ๆ ของร่างกายได้ผสมผสานเคลื่อนไหวด้วยจังหวะที่ต้องอาศัยความคล่องตัว หรือ อาวุธในการจู่โจมคู่ต่อสู้และป้องกันตัว โดยต่ออาศัยการฝึกหัด ฝึกฝน ศาสตร์ของมวยไทยอย่างถ่องแท้ ลึกซึ้ง ในการใช้อวัยวะในร่างกาย อวัยวะเหล่านั้นจะแบ่งออกเป็น หมัด ศอก เข่า เท้า การใช้อวัยวะเหล่านี้สามารถที่จะเรียนรู้หรือฝึกแยกเป็นหมวดหมู่ได้ ถ้าใช้อวัยวะเหล่านี้จนชำนาญก็คือต้นกำเนิดของศิลปะ มวยไทย ( Muay Thai )

 

มวยไทย ( Muay Thai ) กับการใช้หมัด

 

หมัดตรง คือการปล่อยหมัดตรง ๆ ขนานออกไปจากไหล่ เป็นแนวตรงพุ่งใส่เป้าหมาย โดยในเชิงมวยแล้ว จะเป็นการชกหมัดนำ และ ปล่อยหมัดตาม ใส่คู่ต่อสู้หรือเป้าหมาย 

 

1.มวยไทย ( Muay Thai ) กับหมัดตรงชกนำ

 

จะเป็นการปล่อยหมัดที่อยู่ด้านหน้าพุ่งไปยังเป้าหมายโดยอาศัยแรงส่งที่มาจากหัวไหล่ ลำตัว ตั้งตรง และเท้ายันพื้นเพื่อเป็นหลักและแรงส่งออกไป ถ้าจดเหลี่ยมขวาหมัดตรงชกนำคือหมัดซ้ายถ้าจดเหลี่ยมซ้าย หมัดตรงชกนำคือหมัดขวา  อาจจะชกออกไปโดยไม่เคลื่อนเท้า หรือ เคลื่อนเท้าไปด้านหน้า ด้านหลัง ข้างซ้ายและข้างขวาก็ได้ส่วนมากเวลาชกไปแล้วน้ำหนักตัวมักจะตกอยู่บนเท้าที่อยู่หน้าเสมอ

 

2.มวยไทย ( Muay Thai ) กับหมัดตรงชกตาม

 

หมัดตรงชกตาม จะเป็นการใช้หมัดอีกข้างของหมัดชกนำ ปล่อยเป็นแนวตรงไปยังเป้าหมาย โดยอาศัยแรงจากหัวไหล่ ลำตัวและเท้า ส่งแรงไปที่หมัดถ้าจดเหลี่ยมขวา หมัดตรงชกตามคือหมัดขวา ถ้าจดเหลี่ยมซ้ายหมัดตรงชกตามคือหมัดซ้าย เมื่อหมัดตรงชกตามพุ่งออกไป ลำตัว เอวและสะโพกจะบิดคว่ำลงเท้าหลังจะส่งแรงน้ำหนักตัวอยู่ที่เท้าหน้า อาจจะสืบเท้าไปข้างหน้า ถ้าชกถอยหลังหรือฉากออกข้างชกหมัดตรงชกตามก็ได้ส่วนมากแล้วถ้าเดินหน้าหมัดตรงชกตามจะหนักหน่วงและรุนแรงกว่าหมัดชกนำ

 

3.มวยไทย ( Muay Thai ) กับหมัดขว้าง หรือ หมัดเหวี่ยง

 

การปล่อยหมัดโดยการงอและเกร็งข้อศอกไว้ให้หมัดออกไปเป็นวิธีทางโค้งขนานกับพื้นดินอาจจะคว่ำหมัด หรือ ตั้งหมัดก็ได้ แต่พยายามให้สันหมัดถูกเป้าหมายหมัดเหวี่ยงแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ หมัดเหวี่ยงสั้น หมัดเหวี่ยงยาว หมัดเหวี่ยงกลับ

 

4.มวยไทย ( Muay Thai ) กับหมัดเหวี่ยงสั้น หรือ หมัดขว้างสั้น

 

จะใช้ในตอนที่คู่ต่อสู้อยู่ในจะหวะปิดป้องกัน ได้ดีเมื่อคู่ต่อสู้ปิดป้องกำบังต่างๆ เช่น คู่ต่อสู้ยกมือป้องกันใบหน้าตรงๆ ถ้าชกหมัดตรงก็จะถูกมือและท่อนแขนของคู่ต่อสู้ยกกันไว้ ดังนั้นควรใช้หมัดเหวี่ยงสั้นเพราะหมัดนี้จะโค้งผ่านเลยแขนคู่ต่อสู้เข้าสู่ใบหน้าหรือปลายคางทางข้างซ้ายหรือข้างขวาก็ได้ หมัดเหวี่ยงสั้นอาจจะมีวิธีทางของหมัดไม่ขนานพื้น คือ อาจจะเฉียงขึ้น หรือ เฉียงลงสู้พื้นบ้างก็ได้ตามแต่ความเหมาะสมของสถานการณ์และอาจจะกระทบเป้าหมายโดยคว่ำสันหมัด

 

5.มวยไทย ( Muay Thai ) กับหมัดเหวี่ยงยาว หรือ หมัดขว้างยาว

 

เป็นการชกโดยการเหยียดแขนยาวออกไป เกร็งแขนให้ตึง คว่ำมือ พยายามให้สันหมัดถูกเป้าหมาย โดยเหวี่ยงออกไปเป็นวงกว้างให้วิธีทางขนานกับพื้นดินหมัดเหวี่ยงยาวให้ชกเป้าหมายที่อยู่ไกลออกไปเป้าหมายชก คือ ปลายคาง หน้าและคอ

 

6.มวยไทย ( Muay Thai ) กับหมัดเสย

 

เป็นการกำหมัดให้แน่นและงอข้อศอก เกร็งข้อศอก หงายหมัดขึ้น และปล่อยหมัดจากล่างพุ่งขึ้นวิถีตั้ง ทำมุมฉากกับพื้น การปล่อยหมัดก็จะมี2แบบ คือ หมัดเสยนำ และ เสยหมัดตาม หมัดเสยจะใช้ได้ดีเมื่อเป้าหมายอยู่ใกล้ตัว เช่น การเข้าคลุกวงในแล้วคู่ต่อสู้ก้มต่ำเป้าหมายที่ชก คือ บริเวณคาง ท้อง หน้าอกและหน้า

 

7.มวยไทย ( Muay Thai ) กับหมัดโขก

 

จะเป็นการเหวี่ยงหมัดจากบนลงล่างเป้าหมายบริเวณขมับ หรือ คางหมัดโขกเป็นหมัดที่รุนแรงใช้หมัดตาม เพื่อให้วงเหวี่ยงมีรัศมีกว้างขึ้นเป็นหมัดที่มีทิศทางจากบนลงล่างแบ่งเป็นหมัดโขกวงกว้างกับหมัดโขกวงแคบหมัดนี้เป็นหมัดที่รุนแรงเพราะอาศัยแรงเหวี่ยงของไหล่และแขน

 

ในศิลปะแม่ไม้มวยไทย ต้องอาศัยการฝึกฝนซ้อมอยากหนักหน่วง เพื่อสร้างความแข็งแกร่ง ทักษะ การวิเคราะห์การชก ต่างๆ ซึ่งหากท่านใดสนใจสามาถเข้ามาพูดคุยได้ที่ 98/3-10 ถนนพระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 สอบถามได้ หรือจะติดต่อที่เบอร์ 02 629 2313

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

อยากฝึก มวยไทย ฝึกแบบไหนก่อนดี

เลือก กระสอบทราย อย่างไร ให้ต่อย มวยไทย ได้สุดปัง

อยากฝึก มวยไทย ฝึกแบบไหนก่อนดี

อยากฝึก มวยไทย ฝึกแบบไหนก่อนดี

มวยไทย เป็นศิลปะการต่อสู้ แต่การฝึกที่ดี ไม่จำเป็นต้องไปต่อสู้กับใคร (ยกเว้น นำไปในระบบแข่งขัน) ก็มีอุปกรณ์หลายอย่าง และเทคนิค ที่สามารถนำมาฝึกก่อนได้

หนึ่งในส่วนที่ฉันชอบในการฝึกซ้อม คือการใช้เป้าเตะมาโดยตลอด เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการฝึกฝนทักษะ สร้างคาร์ดิโอ และพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างโค้ช และเพื่อนร่วมทีม ความเจ็บปวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฉันคือ เมื่อคุณทำงานร่วมกับคู่หูที่ไม่รู้วิธีจับเป้าเตะอย่างถูกต้อง คุณอาจมีแชมป์โลกอยู่ตรงหน้า แต่ให้ใส่กับคนที่ไม่รู้วิธีจับเป้าเตะแล้วพวกเขาจะดูเหมือนมือใหม่

ในขณะที่อยู่บนเป้าเตะสิ่งสำคัญ คือต้องร่วมมือกับคู่ของคุณ และพัฒนาจังหวะให้เหมาะสม กับระดับทักษะ และสภาพของพวกเขา สิ่งนี้สามารถสังเกตได้ง่ายเมื่อดูนักสู้ และผู้ฝึกสอนของพวกเขาฝึกซ้อม เป็นภาพที่น่าอัศจรรย์แก่การเป็นสักขีพยาน โค้ชค่อย ๆ อุ่นเครื่องนักสู้จากนั้นเริ่มเพิ่มความรุนแรง และระดับความยากของรูปแบบ การถือครองเมื่อรอบดำเนินไป การเรียนรู้ที่จะถือเป้าเตะอย่างถูกต้องช่วยให้คุณสามารถพัฒนาทักษะ การฝึกสอนที่สำคัญ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อคุณ เมื่อระดับความคล่องแคล่วในศิลปะเพิ่มขึ้นเท่านั้น

ด้านล่างนี้เป็นเคล็ดลับหลายประการที่จะช่วยให้คุณเรียนรู้วิธีการจับแผ่นไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  1.  ทำให้มันง่าย

หากคุณยังใหม่กับการจับเป้าเตะให้ใช้ชุดป้องกัน และการตีที่เรียบง่าย แม้ว่าคุณจะทำงานร่วมกับคนที่ก้าวหน้ากว่า แต่ก็จะไม่ได้รับประโยชน์จากรูปแบบการถือครองขั้นสูง ที่คุณไม่รู้จริง ๆ มวยไทยเป็นศิลปะที่เรียบง่าย และการถือเป้าเตะควรสะท้อนให้เห็นว่า การเตะครั้งเดียวจะช่วยคู่ของคุณได้มากกว่าการรวมกันที่ซับซ้อนและยาว เริ่มต้นด้วยสิ่งที่คุณรู้ และค่อยๆเชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกันเมื่อคุณรู้สึกสบายใจมากขึ้น

  1. จำลองเป้าหมายที่ตั้งใจไว้

พึงระลึกไว้เสมอว่า เมื่อถือเป้าเตะ คุณกำลังจำลองบทบาทของคู่ต่อสู้ของคู่หูของคุณ การถือต้องสะท้อนเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ ซึ่งปกติจะโจมตีที่ หากคุณกำลังเตะร่างกายให้วางเป้าเตะไว้ข้างซี่โครงของคุณ หากเป็นไม้กระทุ้งเป้าเตะควรอยู่ติดกับใบหน้าของคุณ การถือเป้าเตะไว้ในสถานที่ที่ไม่สมจริง คุณจะต้องฝึกคู่หูของคุณสำหรับเป้าหมายที่ไม่ใช่ของจริง คุณอาจได้รับบาดเจ็บด้วยเช่นกัน เพียงจำไว้ว่าเมื่อคุณถือมันเป็นหน้าที่ของคุณที่ จะได้รับเป้าเตะในลักษณะของการโจมตีที่กำลังจะมาถึง หากคู่ของคุณเตะไปที่ซี่โครง และเป้าเตะของคุณยื่นออกไปข้างหน้าคุณแสดงว่า คุณกำลังเตะเต็มแรง เอามันไปจากฉันมันไม่ใช่ความรู้สึกที่ดี

  1. ใช้แรง ที่จุดเดิม อย่างต่อเนื่อง

การใช้แรงกดที่จุดสัมผัสเป็นสิ่งสำคัญในการจับเป้าเตะ เพื่อให้แน่ใจว่าคู่ของคุณได้รับการออกกำลังกายที่ดี แต่ยังป้องกันไม่ให้คุณซึ่งเป็นผู้ถือครองได้รับบาดเจ็บ ตัวอย่างเช่นหากคู่ของคุณเหวี่ยงเบ็ด และคุณรับด้วยแขนที่ผ่อนคลายคุณจะต้องบิดข้อศอก และอาจทำให้ไหล่ตึง เมื่อการตีถึงเป้าเตะให้ตึงร่างกายของคุณ และพบกับการตีด้วยกำลัง ที่ถูกกล่าวว่าอย่าไปถึงจุดนัดหยุดงานอนุญาตให้มาหาคุณ การเข้าถึงการตีเป็น วิธีที่แน่นอนว่าจะเตะเข้าที่ซี่โครง หรือชกเข้าที่ใบหน้า โปรดทราบว่าคู่ของคุณมีเป้าหมายเพื่อคุณไม่ใช่เป้าเตะ วิธีที่ดีในการปรับตัวให้ชินกับการถือเป้าเตะ คือเริ่มช้าและเบา คุณให้เริ่มจากการตีเบา ๆ แล้วค่อยๆเพิ่มพลังและความเร็ว ในตอนท้ายของรอบแรกคุณทั้งคู่จะถูกปรับเข้าหากัน และเริ่มบดขยี้กันได้

  1. ทำให้เป็นจริง

ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว โปรดจำไว้เสมอว่า เมื่อถือเป้าเตะ คุณจะต้องสวมบทบาทเป็นฝ่ายตรงข้าม พยายามจำลอง การซ้อมเมื่อถือเป้าเตะ แต่อย่าลืมทำงานในระดับของคู่หูของคุณ เดินไปรอบ ๆ และโจมตีคู่ของคุณในระหว่างระยะ การทำเช่นนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย ผู้ถือสังเกตช่องเปิด และข้อบกพร่องในเกมของกองหน้าแ ละกองหน้าจะเพิ่มเวลาในการป้องกัน และปฏิกิริยาของเขา การทำแพดเวิร์คเซสชั่น ของจริงจะช่วยในการเพิ่มระดับทักษะสำหรับทั้งสองคนเท่านั้น

  1. อย่าพยายามเป็นโค้ช กับคู่ต่อสู้ของคุณมากเกินไป

เมื่อคู่หูของฉันพยายามที่จะฝึกสอน หรือแก้ไขฉันในทุกการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ฉันทำ มันน่าโมโห และเสียเวลาฝึกอย่างมาก ในขณะที่อยู่บนเป้าเตะ คุณควรจะทำงานและปรับปรุงไม่ต้องมีการถกเถียงกันห้านาที เกี่ยวกับตำแหน่งของเท้าซ้ายของฉัน เคล็ดลับและคำแนะนำในการฝึกสอนควรรวดเร็ว และตรงประเด็น ผู้คนจะทำผิดพลาดเมื่อเล่นกีฬาทุกประเภท เพียงแค่พยายามจัดการกับพวกมันอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในขณะที่ทำงานบนเป้าเตะ ทุกคนมีสไตล์การเรียนรู้ที่เป็นเอกลักษณ์ดังนั้นอย่าลืมว่าบางคนจะไม่เข้าใจในทันที หากคู่ของคุณทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องให้ลองแก้ไขสองสามครั้ง หากปัญหายังคงมีอยู่ให้ดำเนินการต่อ และแก้ไขปัญหาในภายหลังในเซสชัน หากคู่ของคุณยังไม่สามารถทำการแก้ไขที่จำเป็นได้ให้แจ้งโค้ชของคุณและให้เขาจัดการกับปัญหา

 

นี่ไม่ใช่เรื่องตลก และมีเหตุผลที่ดี สำหรับมวยไทย แนวคิดนี้ได้มาจากการที่นักสู้ สามารถใช้ทักษะ โดยใช้มือ ข้อศอก เข่า และขา ดังนั้นเป็นเรื่องที่ควรจะทำ

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

แนะนำหนังไทย สายต่อสู้ โดยใช้ มวยไทย
มวยไทย เล่นอย่าไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เลือก กระสอบทราย อย่างไร ให้ต่อย มวยไทย ได้สุดปัง

เลือก กระสอบทราย อย่างไร ให้ต่อย มวยไทย ได้สุดปัง

การต่อยมวย นอกจากจะต้องเรียนรู้วิธีการต่อยแล้ว อุปกรณ์ในการต่อย มวยไทย ก็สำคัญไม่แพ้กัน หากเรามีอุปกรณที่ดี ตรงกับการใช้งานแล้วนั้น ต่อย 100 ครั้ง ย่อมชนะ 100 ( จะเกิดได้ ต้องเกิดจากการฝึกฝน อย่างจริงจัง และต่อเนื่อง )

 

อุปกรณ์ที่สำคัญในการต่อย มวยไทย ( muay thai ) นั่นคือ กระสอบทราย

 

การติดตั้ง กระสอบทราย สำหรับการฝึกต่อย มวยไทย ( muay thai )

พื้นที่

     ส่วนแรกที่ต้องคำนึงถึงคือ พื้นที่ในการใช้งาน เพราะกระสอบทรายแต่ละประเภทจะต้องการพื้นที่การใช้งานต่างกันออกไป

ทักษะการใช้งาน ควรจะเลือกซื้อกระสอบทรายให้ตรงกับทักษะความสามารถ

 

      มือใหม่หัดต่อย มวยไทย  ( muay thai )  ควรจะเลือกซื้อกระสอบทรายประเภทตั้งพื้น เพราะกระสอบทรายประเภทนี้ส่วนใหญ่จะฟังก์ชั่นช่วยลดแรงกระแทกในการใช้งานเนื่องจาก มีการบุฟองน้ำ และ หุ้มหนังมาให้ ทำให้เหมาะกับมือใหม่ และมีความปลอดภัยในการใช้งาน มากกว่ากระสอบทรายแบบแขวน ราคา ควรตั้งขีดจำกัดของงบประมาณที่ต้องการไว้ เนื่องจากราคากระสอบทรายแต่ละประเภทจะแตกต่างกันไปตามฟังก์ชั่นการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้น

 

เลือกกระสอบทราย ให้เหมาะสมกับการฝึกต่อย มวยไทย ( muay thai )

 

1. กระสอบทรายตั้งพื้น

     กระสอบทรายตั้งพื้น ราคาค่อนข้างสูง บวกกับฟังก์ชั่นการใช้งานครบ อีกทั้งสะดวกสบายมากกว่า กระสอบทรายแบบแขวน ผลิตจากการบุฟองน้ำ และ หุ้มมาให้ประสิทธิภาพเรื่องความปลอดภัยจะสูงกว่า เคลื่อนย้ายง่าย ใช้พื้นที่ไม่มาก และ ในบางยี่ห้อกระสอบทรายก็จะสามารถคืนรูปได้อีกด้วย

 

2. กระสอบทรายแบบแขวน

     กระสอบทรายแบบแขวน มักจะมีราคาถูก และ เป็นที่นิยม แต่ข้อเสีย คือ ความยุ่งยากในการเลือกสถานที่ติดตั้ง โดยต้องเลือกระยะในการติดตั้งอย่างน้อย 3 เมตร หากพื้นที่ติดตั้งมีเพดานไม่สูงมากพอ ก็จะไม่สามารถติดตั้งได้ และ หากใช้งานไปสักระยะ ตัวกระสอบทรายจะเกิดการยุบตัวไม่คืนรูป เนื่องจากต้องยัดเศษผ้า หรือ ทรายเข้าไปในตัวกระสอบทราย

 

     จึงทำให้มีการออกมาขายอุปกรณ์เหล่านี้จำนวนมาก เพราะแบบนี้ จึงทำให้มีการแข่งขันทางด้านการตลาดสูง ทำให้ราคาของกระสอบทรายแบบแขวน และ กระสอบทรายตั้งพื้นมีราคาที่ไม่แตกต่างกันมาก และ มีคุณภาพที่ใกล้ แต่ด้วยคุณสมบัติบางประการทำให้หลายคนเลือกในแบบที่ตัวเองต้องการนำไปใช้มากกว่า 

 

     แบบไหนที่เธอต้องการ เลือกมาสักอย่าง สำหรับต่อยมวย หรือ ใช้สำหรับการฝึกต่อย มวยไทย ( muay thai ) เราควรจะเลือกจากการใช้งาน มากกว่า ความพึงพอใจ เพราะเป็นอีกอุปกรณ์ที่สำคัญมาก หากเราเลือกซื้อมาใช้ผิดวิธี อาจเกิดความผิดพลาดระหว่างการฝึกฝน หรือ การออกกำลังกายได้ ดังนั้น ควรเลือกให้ดีตั้งแต่ก่อนซื้อ ผ่านการอ่านรีวิวจากผู้ใช้จริง หรือ สอบถามผู้เชี่ยวชาญ หรือ เทรนเนอร์ฟิตเนส  และในเรื่องของราคา สำคัญไม่แพ้กัน ราคาแพง ย่อมมีประสิทธิภาพของอุปกรณ์สูงกว่าราคาถูก แต่ไม่ใช่ว่า ซื้อราคาสูงมา แต่กลับไม่ฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ซื้อมาทิ้ง มาเป็นราวแขวนผ้า ตากผ้า แบบนี้ก็ไม่ไหวนะคะ

 

ทำไมต่อย มวยไทย ( muay thai ) ต้องพันข้อมือ

 

     ไม่ว่าจะเป็น นักมวยมือใหม่ หรือ มืออาชีพ ต้องพันข้อมือกันทั้งนั้น เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บ ที่อาจเกิดขึ้นกับจากการต่อยมวย มือเป็นอวัยวะที่สำคัญ ของการฝึกฝนต่อยมวย ไม่ว่าจะเป็น มวยไทย ( muay thai ) มวยสากล  ที่อาศัยการชก ต่อย เป็นหลัก โดยการพันมือ จะช่วยป้องกันทั้งข้อต่อ และ กระดูก ซึ่งเป็นจุดที่แตกหักได้ง่าย หากมีการชกซ้ำไปซ้ำมา รวมถึงลดโอกาสบาดเจ็บของข้อมือ นิ้ว 

 

 

ผ้าพันมือ ช่วยในเรื่องอะไรบ้าง กับการฝึกต่อย มวยไทย ( muay thai )

- ช่วยปกป้องข้อมือ นิ้วโป้ง และ สันหมัด

- ช่วยดูดซับเหงื่อ จึงลดกลิ่นอับชื้นที่ไม่พึงประสงค์ในนวม

- ช่วยห่อหุ้มมือให้เต็มนวมต่อยมวย

- ช่วยรองรับแรงกระแทกต่อข้อต่อร่างกาย

- ช่วยยึดข้อต่อ และ กระดูกฝ่ามือ ให้อยู่กับที่ ซึ่งเป็นจุดที่แตกหักได้ง่าย

- ลดการสัมผัสโดยตรง ระหว่างข้อมือ กับ กระสอบทราย

 

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่

สเต็ปลดน้ำหนักด้วยการต่อยมวย

ออกกำลังกายแบบนักมวยอาชีพ ทำเองได้ที่บ้าน

แนะนำหนังไทย สายต่อสู้ โดยใช้ มวยไทย

แนะนำหนังไทย สายต่อสู้ โดยใช้ มวยไทย

หนังมีหลากหลายประเภท ซึ่งหนังต่อสู้ หรือหนังแอคชั่น เป็นอีกหนึ่งประเภทที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และด้วยเป็นหนังต่อสู้ ก็ต้องมีการใช้อาวุธ ซึ่งอาวุธที่เราจะแนะนำก็คือ มวยไทย

 

หนังเป็นสื่อชนิดนึง ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่งถ้าต้องการเติมโจทย์ความตื่นเต้น ให้กับผู้ชมนั้นแล้ว ต้องมีความรวดเร็ว และสมจริง จะสามารถดึงผู้ชมให้อินตามกับหนังที่จะสื่อออกมา การทำหนังให้ตอบโจทย์กับผู้ชมนั้นต้องหาเครื่องมือ หรือวิธีการให้ผู้ชมอิน โดยส่วนใหญ่จะใช้อุปกรณ์เป็นอาวุธ เช่น ปืน ดาบ มีด

เป็นที่ทราบกันดีว่า ผู้ชมทั่วไป ไม่เคยจะได้ใช้อาวุธ หรืออุปกรณ์พวกนี้ การเข้าถึงหรือการใช้งาน แทบจะเป็นส่วนใหญ่ แต่ถ้าเป็นอาวุธจากทางร่างกาย หลายคนจะเริ่มอินขึ้นมาทันที เพราะด้วยคำว่า ร่างกาย ทุกคนมีอยู่ในตัวเองกันทั้งหมด และสิ่งที่มันจะแตกต่าง หรือเกิดอาวุธนั้นได้ คือ ทักษะ

อาวุธจากทางร่างกาย ที่หลายคนเรียกกันว่า ศิลปะการต่อสู้ มีหลากหลายแขนงมาก ถึงจะหลายแขนงมากสักเพียงใด ก็จะมีศิลปะการต่อสู้ไม่กี่สาย ที่เป็นที่นิยม และยอมรับ นำมาฝึกให้เป็นพื้นฐาน ทุกคนอาจจะเคยเห็น นักกีฬา นักชกมวย หรือ MMA จะเป็นการใช้ทักษะการต่อสู้ทุกอย่าง เชื่อไหมว่า นักชกมวย MMA แทบจะทั้งหมด ได้รับการฝึกฝน มวยไทย กันหมด

 

มวยไทย มีความรวดเร็ว และใช้ทุกส่วนของร่างกาย จึงไม่แปลกที่จะเป็นพื้นฐานสำหรับ นักชกมวย MMA แต่นั้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญอะไร ถ้าเมื่ออยู่ในหนัง ต้องมีความสวยงาม ซึ่งนั้นก็ตอบโจทย์เป็นอย่างมาก

 

แนะนำหนังต่อสู้ ที่ใช้ มวยไทย ในการนำเสนอ

 

  1. องค์บาก 1 – 3 ภาค

เป็นหนังไทย ในช่วงยุคแรก ของการนำเสนอศิลปะการต่อสู้ และมีคำโปรโมท เล่นจริง เจ็บจริง ได้รับความนิยมในไทยเป็นอย่างมาก จนทำให้หนังเรื่องนี้ สู่สายตาคนทั่วโลก มีชื่อเสียง คำชมมากมาย

ทำให้นักแสดงนำ ขึ้นเป็นนักแสดงฮอลลีวูด ชื่อ จา พนม (โทนี่ จา)

เนื้อเรื่องย่อ

องค์บาก คือพระพุทธรูป เป็นที่เคารพบูชาของหมู่บ้าน ได้ถูกขโมยตัดเศียรไป หนุ่มบ้านนอกของหมู่บ้าน จึงอาสาออกตามหามาจนถึงกรุงเทพฯ จนได้เจอชายลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่ทิ้งท้องนา และกลิ่นโคลนสาปควายบ้านนอก มาร่วมทีมกับ ผู้หญิงคนนึง มาเป็นมิจฉาชีพ ต้มตุ๋นชาวบ้านเพื่อเลี้ยงปากท้อง หนุ่มบ้านนอกไม่วายตกเป็นเหยื่อเพราะความซื่อ แต่ด้วยความที่เป็นคนดี และเคยช่วยเหลือชีวิตทั้งสองไว้

ภายหลังเขาจึงได้รับความช่วยเหลือจากทั้งสองในการตามหาองค์บาก พร้อมถูกดึงเข้าสู่การต่อสู้กับเจ้าพ่อมาเฟียอิทธิพลมืดจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด จึงต้องต่อสู้ทั้งชีวิตด้วยศิลปะ มวยไทย ตลอดจนการเดินทางตามหาองค์บากเพื่อนำกลับคืนสู่หมู่บ้าน

ภาคที่ 2 – 3 จะเป็นการเล่าเรื่องย้อนไปสมัยโบราณ กล่าวถึงที่มาของ องค์บาก และผู้พิทักษ์

 

  1. ต้มยำกุ้ง 1 – 2 ภาค

นำแสดงโดย จา พนม (โทนี่ จา) ที่สานต่อความยิ่งใหญ่ เล่นใหญ่กว่าที่เคย มีการถ่ายทำถึงประเทศ 2 ประเทศ มีฉากแอคชั่น ทั้งบนบก และน้ำ มีความรวดเร็วจากการใช้พาหนะ โดยใช้ทักษะ มวยไทย ในการนำเสนอ

เนื้อเรื่องย่อ

เป็นการเดินข้ามโลก ของหนุ่มบ้านนอก ที่ชีวิตต้องพลิกผัน จากผู้มีอิทธิพลระดับประเทศ โดยลักพาตัวช้างพลาย 2 ตัว พ่อลูก ซึ่งเด็กหนุ่มบ้านนอก กับพ่อของเขารักเท่าชีวิต มีความมุ่งหมายอันสูงสุดที่ต้องการมอบให้กับราชวงศ์หลวง แต่ดันถูกนำไปขายในต่างประเทศ ทางเดียวที่จะช่วยเหลือ ช้างอันเป็นที่รักของเขานั้นได้ ต้องเดินข้ามประเทศเพื่อตามหา

แต่ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายอย่างที่คิด ถึงแม้จะได้รับการช่วยเหลือจากตำรวจไทยในต่างแดน และสาวไทยที่ถูกหลอกมาขายตัวก็ตาม ต้องมาพัวพันกับการไล่ลาของแก๊งค์มาเฟีย มีลูกสมุนเต็มไปหมด แถมมีฝีมือด้านทางการต่อสู้

การต่อสู้ในต่างแดน หนุ่มและเพื่อนพ้อง ต้องตามหาและช่วยเหลือ ช้างที่เปรียบได้กับญาติพี่น้อง นำไปสู่บททดสอบ และต่อสู้ จึงต้องใช้ มวยไทย ที่หนักหน่วงรุนแรง

 

  1. ทองดีฟันขาว

เป็นหนังที่ดัดแปลงจากอัตชีวประวัติของ พระยาพิชัยดาบหัก หรือนายทองดีฟันขาว นำแสดงโดยนักมวยไทย ชื่อดัง บัวขาว บัญชาเมฆ และ ศรศิลป์ มณีวรรณ์ เนื้อหาจะอ้างอิงจากประวัติศาสตร์ และนำผู้ที่มีชื่อในอดีตมาอ้างอิงด้วย

เนื้อเรื่องย่อ

ในสมัยอยุธยาตอนปลาย โรงมวยเปรียบเหมือนสถาบันที่รวมเหล่ายอดนักสู้ไว้ด้วยกัน ภายใต้การดูแล และฝึกสอนของครูมวยที่มีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกันไป

แต่กว่าจะได้รับการยอมรับเป็นศิษย์ของแต่ละสำนักนั้น ก็ต้องมีความอดทน และเก่งกาจไม่แพ้ใคร นายทองดีเป็นหนึ่งในนักสู้ที่เชื่อมั่นในฝีมือของตน จนไม่เคยรู้ว่าการฝึกการต่อสู้นั้นเรื่องจำเป็นแค่ไหน จนกระทั่งได้พบกับความพ่ายแพ้ แบบที่ยากจะยอมรับ การเดินทางเพื่อค้นหาครูมวยในศาสตร์ต่าง ๆ จึงเริ่มขึ้น เพื่อไปสู่จุดที่เขาจะกลายเป็นนักมวยเลื่องชื่อคนสำคัญของอยุธยา

 

  1. ไชยยา

หนังไทยกล่าวถึงปัจจุบัน ในสมัยนั้นจึงมีความสมจริง และเข้าถึงได้ง่าย มีการเล่าถึงสังคมมวยไทย ที่มีความดดำมืดของวงการ การดำเนินชีวิตแบบเรียบง่าย แต่มีอุปสรรคที่มาขว้างกัน กับความฝัน

เนื้อเรื่องย่อ

เด็กหนุ่มเมืองใต้ 3 คน ชายหนุ่มผู้มีเลือดนักสู้พลุ่งพล่าน สายเลือดบริสุทธิ์ผู้สืบทอดมวยไชยา ที่มีชีวิตผูกพันกันมายาวนานตั้งแต่เด็ก ใช้ชีวิตอยู่ในค่ายมวยเพื่อตามหาฝัน

พวกเขาทั้งสามมีความหวัง ที่จะได้โลดแล่นอยู่ในวงการมวย ตำรามวยไชยาที่พ่อของเผ่าทิ้งไว้ให้ เป็นสิ่งที่ทำให้เพื่อนรักทั้งสามคน

เกิดความฮึกเหิม และอยากจะเป็นนักมวยไชยาผู้ยิ่งใหญ่ แต่ในชีวิตจริงเส้นทางที่จะไปสู่ฝันยากลำบาก ทั้งอุปสรรคและความรักกับผู้หญิงคนเดียวกัน เข้ามาแทรกกลางความรักระหว่างเพื่อน

วันหนึ่งที่ค่ายมวย ผู้สืบทอดมวยไชยา อดีตนักมวยชื่อเสียง โด่งดัง และนักพนันหนี้สินท่วมตัว จำเลยแห่งวงการซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาคดีล้มมวยของแชมป์เปี้ยนนาม แกร่งศึก ยอดฝีมือแห่งมวยไชยา ผู้รักศักดิ์ศรีเหนือยิ่งชีวิต การกลับมาครั้งนี้ทำให้เขาได้มีโอกาสถ่ายทอดวิชามวยไชยา ให้กับศิษย์รุ่นสุดท้าย นั่นก็คือลูกชายของเขา ในวิชามวยไชยาทำให้พวกเขาเชื่อมั่นที่จะก้าวต่อไปข้างหน้า จากบ้านเกิด พวกเขาเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ พร้อมความฝันที่จะได้เป็นแชมป์เปี้ยนมวยไทย และที่กรุงเทพฯ หญิงสาวในอาโกโก้ผู้แสวงหารักแท้ ได้ก้าวเข้ามาสู่ชีวิต การต่อสู้บนสังเวียนผ้าใบ และในสังเวียนความรัก ก็เข้มข้นไม่แพ้การต่อสู้บนสังเวียน

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ชกกระสอบทรายทุกวัน ก็ลดน้ำหนักได้

มวยไทย เล่นอย่าไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ต่อย มวยไทย ช่วยบำบัดโรคซึมเศร้า

ต่อย มวยไทย ช่วยบำบัดโรคซึมเศร้า

โรคที่ทุกคนเป็นมากที่สุดในช่วงนี้ยุคเวลานี้ ต้องให้กับ โรค ซึมเศร้า หากเรามีอาการที่ใกล้เคียงหรืออยากจะหลุดพ้นจากตรงนั้น อีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยเยียวยา ก็คือ การ ต่อย มวยไทย ( Muay thai ) ที่สามารถช่วยเราบำบัดโรคนี้ได้ดี

เรามักจะได้ยินคนที่ บอกว่า ตัวเองเป็นโรคซึมเศร้า ตัวเองเป็นคนที่หมดภาวะยินดี ต่างๆ โรคนี้ไม่แสดงอาการทันที แต่มันจะค่อยๆเริ่มแสดงอาการตอน ที่เราอยู่คนเดียวคิด ไปทั่ว คิดไป ได้หลายอย่าง จึงทำให้ ความคิดของเรา ในด้าน ลบ จะทำให้ ตัวของเราเอง หมดภาวะยินดี และกลายเป็นคนชอบอยู่คนเดียว ไม่ค่อยออกไปหาสังคม  แต่มีคนส่วนน้อยที่จะเข้าใจและเรียนรู้การใช้ชีวิตประจำวันกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าได้อย่างถูกต้องการรักษาโรคซึมเศร้า นอกจากจะรักษาด้วยการใช้ยารักษาแล้ว  ทางการแพทย์ยังบอกอีกว่า กิจกรรมหรือ การหาอะไรทำก็ช่วยให้โรคนี้หายได้

วันนี้เราจะหยิบ ยก มวยไทย ( Muay thai ) ที่จะช่วยให้คนที่เป็นโรคซึมเศร้า กลับมาให้หายเป็นคนที่มี ความมั่นใจในตัวเองได้ด้วย การ ต่อย มวยไทย ( Muay thai ) นี้แหละ

มวยไทย ( Muay thai ) สร้างความมั่นใจให้ กับคนที่มาเล่น

ไม่ว่าเราจะเป็น โรค ซึมเศร้าหรือ ไม่ได้เป็นโรค กการต่อย มวยไทย ( Muay thai ) ก็ถือว่าเป็นการสร้างกำลังใจและความมั่นใจให้กับผู้เรียนได้เสมอ เพราะแต่ละครั้งการที่เรา จะปล่อยหมัด หรืออาวุธไปแต่ละที ก็มีความมั่นใจในตัวเองสูง ดังนั้น หากคนที่บำบัดโรคซึมเศ้ราด้วย การ เรียน มวยไทย ( Muay thai ) ต่อย มวยไทย ( Muay thai ) มันเป็นเรื่อง ที่ดีมากดีสุดๆไปเลย

มวยไทย ( Muay thai ) ช่วยให้พบปะผู้คน

เรื่องหนึ่งที่ให้ความสำคัญมากๆ เกี่ยวกับ ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ก็คือ การที่เราไม่ได้ เจอ คนในสังคม ความคิด แลกเปลี่ยน ความรู้กัน นี้ก็เป็นอีก หนึ่ง ปัจจัยที่ทำให้ คนที่เป็น โรคซึมเศร้าอาการ ยิ่งหนักเลื่อยๆ ดังนั้น มวยไทย ( Muay thai ) จึงเป็นอีกกิจกรรมที่ทำให้ เราได้ เจอผู้คน ทั้ง เพื่อน ครูมวย ทำให้ชีวิต ชองเรามี ชีวิต ชีวา มากขึ้น

ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าต้องเอาเหงื่อออกบ้าง

หากจะพูดในมุมง่ายๆ หรือ พูดแบบภาษาชาวบ้านก็คือ ออกจากบ้าน ไปวิ่ง ไปออกกำลังกาย เถอะ เพราะเหงื่อ เปรียบเสมียบของเสีย ที่หากเราออกกำลังกาย และเหงื่อของเราออก จะทำให้ ร่างกายของ เรารู้สึกดี และก็จะ ขับของเสียออกด้วย ดังนั้น  มวยไทย ( Muay thai ) จึงเป็นกีฬาที่เรียกเหงื่อมากที่สุด ทั้ง มันส์ ทั้งสนุก และก็เหนื่อยมากด้วย อยากให้ทุกคน ไปลอง ใช้บริการดูนะครับ

ฝึกสมาธิด้วย มวยไทย ( Muay thai )

การเรียน มวยไทย ( Muay thai ) เป็นการฝึกสมาธิให้จดจ่ออยู่กับ เป้าหมาย ที่เราจะเจอ ในแต่ละสถานการณ์ ต่างๆ ยิ่งดีต่อผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้าอีกด้วย เพราะ สมาธิจะนิ่งและจดจ่ออยู่กับ สิ่งที่เราจะปล่อยอาวุธออกไป การทำแบบนี้บ่อยๆ ไม่ใช้แค่ว่าสมาธิจะดี แต่ สายตา ความไว ก็จะมาพร้อมๆกันอีกด้วย

ผู้ป่วยมักจะไม่รู้ตัวเองว่าป่วย แต่คนรอบข้างจะสามารถชว่ย เยียวยาได้ ว่าผู้ป่วยต้องการอะไร และจะรักษาด้วยวิธีการใช้ยา หรือ กิจกรรมเพิ่มความอบอุ่นให้กับเขา

เป็นไงกันบ้างครับ สำหรับการฝึก การเรียน มวยไทย ( Muay thai ) มีแต่ผลดีใช่ไหมละครับ สำหรับ การเรียน มวยไทย ( Muay thai ) เป็นการฝึกทุกๆ อย่างในร่างกายของเรา ทั้งนี้ หากใครอยากเรียน ก็สามารถ มาติดต่อเราได้ตลอดเลยนะครับ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย เล่นอย่าไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ไขมันกระจายแค่ชก มวยไทย ( Muay Thai)

ศิลปะมวยไทยหมัดเท้าเข่าศอก

มวยไทย เล่นอย่าไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

มวยไทย เล่นอย่าไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

การฝึก มวยไทย ( Muay thai )ในบ้านเราอาจเป็นประสบการณ์ที่สามารถเปลี่ยนชีวิตได้ เพราะภายใต้อากาศที่ร้อนอบอ้าว แต่มีความชื้น การซ้อม และอาหาร ล้วนมีความแตกต่าง แม้แต่วิธีการสอนก็ยังไม่เหมือนกันวันนี้จะมาตีแผ่การฝึก มวยไทย ( Muay thai ) ที่หลายคนอาจถูกมองข้ามไป

 

ก่อนที่จะเริ่มต้น คุณต้องมั่นใจว่าคุณพร้อมเต็มที่ ไม่เช่นนั้นการ ฝึก มวยไทย ( Muay thai ) ของคุณอาจล้มไม่เป็นท่า

 

เตรียมร่างกายให้พร้อม

     หากคุณต้องการที่จะประสบความสำเร็จในการฝึก มวยไทย ( Muay thai ) อย่างแท้จริง คุณต้องเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมและออกกำลังกายก่อนเสมอ คุณจะได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการวิ่งบนถนน นักมวยไทยจะวิ่งวันละสองรอบ ระยะทางมากกว่า 12 กิโลเมตร โดยปกติการวิ่งในตอนเช้าจะใช้เวลานานกว่าการวิ่งในช่วงบ่าย ดังนั้น คุณต้องเตรียมร่างกายให้ดีก่อนเริ่มวิ่ง

 

เลือกค่ายมวยที่เหมาะสม

     ขณะที่คุณเตรียมตัวและปรับสภาพร่างกาย ให้เริ่มหาค่ายมวยที่เหมาะกับความต้องการของตัวเอง ขั้นตอนนี้จะทำให้คุณได้รู้จักค่ายมวยไทยที่ดีที่สุด ไม่ว่าคุณมีจุดประสงค์ในการเรียนมวยไทยเพื่ออะไรก็ตาม คุณต้องหาค่ายที่สามารถช่วยคุณในเรื่องนั้นได้

 

ปรับตัวเพื่อรับการฝึกซ้อม

     นักมวยไทยมักกระโดดเชือกในช่วงบ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนฝนตก อาจใช้เวลานานถึง 30 นาที ฝึกกระโดดเชือกเป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที เพื่อทำให้ผิวหนังบริเวณฝ่าเท้าของคุณด้านขึ้น แต่ถ้าหากเกิดแผลแล้ว ให้ปิดด้วยผ้าพันแผล นอกจากนี้คุณจะต้องซิตอัพเยอะมาก ผิวหนังที่เต็มไปด้วยเหงื่อ จะไปสัมผัสกับพื้นผิวอันขรุขระและพื้นผ้าใบ หรือเสื่อออกกำลังกาย ถ้าผิวหนังแห้ง ให้ใช้วาสลีนทาเพื่อลดแรงเสียดทาน

 

หาทักษะที่คุณชื่นชอบ

     ค่ายมวยทุกค่ายในประเทศไทยล้วนมีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกันไป บางค่ายมีชื่อเสียงในการปล้ำ บางค่ายเก่งเรื่องการเตะ และบางค่ายขึ้นชื่อในการฝึกนักกีฬาอย่างรอบด้าน ควรเปรียบเทียบจุดเด่นของแต่ละค่าย และตัดสินใจจากสิ่งที่คุณอยากซ้อมมากที่สุด และดูว่าค่ายนั้นตอบโจทย์คุณได้หรือไม่

 

เตรียมสิ่งของที่จำเป็น

การฝึก มวยไทย ( Muay thai ) คุณต้องมีของใช้ที่จำเป็น เช่น นวม กางเกงมวย ฟันยาง และสนับแข้ง บ่อยครั้งที่ค่ายจะมีสิ่งของเหล่านี้ให้คุณใช้ แต่คงไม่ดีแน่หากต้องใช้แก้วน้ำและฟันยางร่วมกับคนอื่น

 

อย่าหักโหมเกินไป

     คุณอาจรู้สึกว่าซ้อมได้เต็ม 100 ในวันแรกของการฝึกฝน แต่ในวันที่สองและสาม ความเมื่อยล้าและความเจ็บปวดจะมาเยือน แต่หากคุณเป็นกรณีที่ตรงกันข้าม ก็อย่าหักโหม ขอให้ฝึกอย่างค่อยเป็นค่อยไป ถ้าคุณฝืนตัวเอง คุณอาจได้รับบาดเจ็บและไม่ได้ซ้อมอย่างต่อเนื่อง

 

     หากท่านอยากฟิตร่างกายกับ มวยไทย ( Muay thai ) ขอแนะนำ เจริญทองมวยไทย ยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) มีเทรนเนอร์ที่มีประสบการณ์ดูแลอย่างใกล้ชิด

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก onefc

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

ศิลปะมวยไทยหมัดเท้าเข่าศอก

ชกกระสอบทรายทุกวัน ก็ลดน้ำหนักได้

ไขมันกระจายแค่ชก มวยไทย ( Muay Thai)

ไขมันกระจายแค่ชก มวยไทย ( Muay Thai)

ไขมันกระจายแค่ชก มวยไทย ( Muay Thai)

 

หลายคนมีคำถามว่าชกมวยแต่ละครั้งเบิร์นพลังงานเราไปเท่าไหร่ มวยไทย ( Muay Thai ) แทบจะเป็นกีฬาที่เบิร์นได้สูงที่สุดเลยทีเดียว เพราะการชกมวยแบบครบคอร์สในเวลา 1 ชั่วโมงครึ่งนั้น เบิร์นไปกว่า 1,000 Kcal

 

สุดยอดการเบิร์นยอดฮิตในตอนนี้คงหนีไม่พ้นวิธีออกกำลังกายด้วยการชก มวยไทย ( Muay Thai ) ทั้งเตะ ต่อย ศอก หมัด บอกเลยว่าทั้งสนุก สะใจ และคลายเครียดได้ดีมากๆ ที่สำคัญเมื่อเล่นเป็นประจำช่วยลดไขมันสะสมได้ดี ร่างกายแข็งแรง รูปร่างดูดี เพียงชก มวยไทย ( Muay Thai )ชั่วโมงเดียวก็เบิร์นกันได้ถึง 500 - 1,000 แคลอรี่เลยทีเดียว

 

มวยไทย ( Muay Thai ) เผาผลาญพลังงานได้เร็วกว่า

 

การชกมวยอาจเป็นทางเลือกใหม่ในการออกกำลังกายแบบ High-intensity Interval Training ( การออกกำลังกายแบบความเข้มข้นสูง ) เพราะการขึ้นชกใน 1 ยกคือการใช้ร่างกายไปถึงระดับสูงสุด และการพักระหว่างยกคือการทำให้ร่างกายฟื้นตัวจากความอ่อนล้าได้เร็วขึ้น เป็นทั้งการออกกำลังกายแบบที่ผสมผสานเผาผลาญพลังงานการใช้ออกซิเจนและไม่ใช้ออกซิเจนเข้าด้วยกัน การออกกำลังกายประเภทนี้จะช่วยให้สร้างความแข็งแรง ความรวดเร็ว มีพลังมากขึ้น และกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกาย เมื่อนำมาเทียบกับการวิ่งหรือปั่นจักรยานจะเผาผลาญพลังงานได้มากกว่า แต่ใช้เวลาน้อยลง

 

มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยให้หน้าท้องแบนราบ

 

อยากมีซิกซ์แพ็คชัด ๆ ลองเลิกซิทอัพแล้วหันมาต่อยมวยดูสิ เพราะการชกมวยจำเป็นต้องใช้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวสูงมาก ต้องบิดสะโพกเพื่อเพิ่มแรงส่งให้ออกหมัดได้หนักขึ้น และเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าการนอนซิทอัพกับพื้น เมื่อแกนกลางลำตัวแข็งแรง และเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น

 

มวยไทย ( Muay Thai ) ออกกำลังได้ทุกส่วนของร่างกาย

 

เป้าหมายของการต่อยมวยคือให้ทุกส่วนของร่างกายได้ใช้งาน นอกเหนือไปจากการกระตุ้นความแข็งแรงของร่างกายและระบบไหลเวียนโลหิตแล้ว การชกมวยยังช่วยเพิ่มการฝึกทักษะที่เกี่ยวข้องอย่าง การทรงตัว การทำงานประสานกันของอวัยวะ ปฏิกิริยาตอบโต้และความคล่องตัว

 

มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยให้บุคลิกภาพดี

 

การชกมวยทำให้การใช้สมองและร่างกายทำงานสอดประสานกันได้ดีขึ้น กระตุ้นให้การรับรู้ทางร่างกายทำงานดีขึ้น มีความคล่องตัว เพราะต้องใช้การทำงานที่สอดประสานกันระหว่างตาและมือ ทุกครั้งที่ชกกระสอบทรายหรือชกกับเป้าล่อ ต้องใช้สมาธิในการพุ่งเป้าไปที่การเคลื่อนไหวร่างกาย เพื่อให้เกิดการจดจำการเคลื่อนไหว ทั้งจังหวะการขยับเท้าและการออกหมัด ท้าทายการทำงานของกล้ามเนื้อและจิตใจไปพร้อมกัน ทำให้มีความคล่องแคล่ว ว่องไว มั่นใจ บุคลิกก็ดีไปโดยปริยาย

 

ขอบคุณข้อมูลจาก wongnai

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- สร้างกล้ามเนื้อขาให้แข็งแรง

- ฟิตหุ่น สร้างกล้ามเนื้อ ไปกับ มวยไทย

ศิลปะมวยไทยหมัดเท้าเข่าศอก

ศิลปะมวยไทยหมัดเท้าเข่าศอก

มวยไทย ( Muay thai ) ศิลปะป้องกันตัวที่มีตั้งรุกและรับใช้หมัดเข่าและศอก การรุกและรับของนักมวยนั่นจะขึ้นอยู่กับนักมวยเอง ว่าจะไปไม้ไหนไปสู้ และอาวุธเพื่อเข้าปะทะ วันนี้เราอยากให้ทุกท่านเข้าวงในไปด้วยกัน

 

ศิลปะ มวยไทย ( Muay thai ) ชื่อเสียงดังไปถึงต่างประเทศได้รับความนิยมทั้งไทยและต่างประเทศ นักมวยไทยเองก็เปลี่ยนตัวเองมาเป็นครูฝึกตาม ยิมมวย หรือ เป็นพี่เลี้ยงในค่ายมวย ต่างชาติก็ชอบที่เรียนรู้ถึง ศิลปะป้องกันตัวจนปัจจุบัน นักมวยต่างชาติ ต่อยเก่งกว่าคนไทยแล้ว ศิลปะ มวยไทย ( Muay thai ) มีทั้งรุกและรับ และมีอาวุธที่มากมายในการใช้งานทั้งหมัดเท้าเข่าศอก วันนี้เราจะมาบอกเคล็ดลับ การต่อสู้ที่ชาวต่างชาติต้องเรียนรู้และ ครูมวยก็ต้องรู้

 

รุกหรือบุก

รุกหรือการบุก เป็นการเข้าทำแบบเข้าง่ายออกง่ายเข้าโดนต่อยโดน ยังงี้เรียกว่าบุก การบุกหรือรุกต้องอาศัยจังหวะที่แม่นยำห้ามพลาดถ้าพลาดแล้วคนที่โดนน็อคหรือโดนตอบกลับคือเรานั่นเอง โดยการรุก สามารถใช้ได้ทั้ง หมัดเข่าและศอก แต่ส่วนใหญ่ที่เห็นๆ ก็จะใช้เข่าเพื่อเข้าทำมากกว่าการปล่อยหมัดหรือศอกนั่นเอง

 

รับหรือป้องกัน

ในศิลปะแม่ไม้ มวยไทย ( Muay thai ) สิ่งที่ต้องมีเลยก็คือการป้องกันที่ดี การป้องกันที่ดีคือ การรับที่ตอบกลับไปในตัวเช่น ศัตรู ปล่อยอาวุธมาแล้วเรายกเข่าขึ้นเพื่อป้องกัน ศัตรูก็เตะโดนเข่าของเราได้ทั้งป้องกันและการตอบกลับทำให้ศัตรูที่โดนเข่าของเราเจ็บกลับไปนั่นเอง การป้องกันนั่นมีหลายอย่างป้องกันแล้วตอบกลับ ป้องกันอย่างเดียว หรือ เทคนิคการสวมกอดเพื่อออมแรงก็สามารถทำได้

เราได้รู้ถึงการรุกและรับแล้ว จากนี้ก็ต้องมีการฝึกด้วยการใช้ หมัด เท้า เข่า ศอก  การใช้อาวุธเหล่านี้เราจะใช้ให้เป็นไม่งั้นแล้ว หากเราใช้อาวุธ มวยไทย ( Muay thai ) แบบไม่ได้จังหวะไม่แม่นเราโดนสวนกลับมาแน่ๆ

 

หมัด

การใช้หมัดเป็นการปล่อยอาวุธ แล้วแต่คนที่จะถนัดต้องบอกตรงนี้ไว้ก่อน  นัก มวยไทย ( Muay thai ) เก่งๆ ดังๆก็มีการใช้หมัดเป็นอาวุธหลัก เพื่อตัดกำลังและทำให้คู่ต่อสู้เมาหมัดของเราได้ สามารถปล่อยอาวุธต่อไปคือการเตะ

เท้า

เท้าเป็นอาวุธที่ปล่อยบ่อยๆ พอกับ หมัดเลยศัตรูที่โดนเท้าคือการเตะของเราไป เจ็บมากเหมือนโดนไม้หน้าสามเลยก็ว่าได้เพราะฉะนั้นแล้ว การฟาดเข้าหรือลูกเตะต่างๆ จะเป็นอาวุธหลักที่เอาไว้สู้กันบนเวที

ศอก

สุดยอดแห่งอาวุธที่อันตรายมากที่สุดในวงการ มวยไทย ( Muay thai ) เพราะศอกเป็นอาวุธเหมือนประชิดตัวเมื่อไหร่ หากใส่ศอกได้ทำเลยนะครับ เพราะโอกาศที่น็อคมีสูงมาก ศอกสามารถแก้ทางเข่าได้แต่หมัดไม่สามารถแก้ได้  เพราะฉะนั้นนี้คือความสวยงามของแม้ไม้ มวยไทย ( Muay thai ) ของประเทศไทยเรานั่นเอง เพราะมี แก้ทาง มีแพ้ทาง เพื่อไม่ให้ใครได้เปรียบเสียเปรียบใคร

เป็นไงครับสำหรับศิลปะ มวยไทย ( Muay thai ) ป้องกันตัว หากใครอยากเรียน มวยไทย ( Muay thai ) ก็สามารถติดต่อเรามาได้ตลอดเลยนะครับ เรามีทั้ง ครูมวยที่สอนแบบเทพๆ ให้คุณได้มีประสบการณ์ที่หลากหลาย เพื่อนำไปต่อยอดและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ชกกระสอบทรายทุกวัน ก็ลดน้ำหนักได้

ทริคการพันข้อมือ สำหรับมวยไทย

เรื่องง่ายๆที่นักชกควรรู้! พันข้อมืออย่างไร ไม่ให้เจ็บมือ

ชกกระสอบทรายทุกวัน ก็ลดน้ำหนักได้

ชกกระสอบทรายทุกวัน ก็ลดน้ำหนักได้

มวยไทย เป็นอีกหนึ่งศาสตร์การต่อสู้ และเป็นหนึ่งในกีฬาที่คนไทย หรือรวมไปถึงชาวต่างชาติ นิยมมาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพกันทั้งสิ้น รู้หรือไม่ว่า เพียงแค่การชกกระสอบทรายทุกวัน ก็สามารถลดน้ำหนักได้แน่นอน

 

     รู้หรือไม่ว่า มวยไทย สามารถช่วยคุณลดน้ำหนักได้ โดยการชกกระสอบทรายทุกวัน อุปกรณ์ชั้นดีต่อการช่วยลดน้ำหนักของกีฬามวยไทย แล้วแค่ชกกระสอบทรายทุกวัน สามารถทำให้ลดได้จริงๆ หรือไม่ สามารถติดตามได้ จากบทความในวันนี้กันเลย

 

    สำหรับคนที่กำลังมองหากีฬา ที่สามารถเล่นได้ โดยที่ไม่ต้องออกไปที่สนามกีฬา ไม่ว่าจะเป็นแอโรบิคหรือกีฬาอื่นๆ คงไม่มีกีฬาชนิดไหน จะทำให้คุณน้ำหนักลดได้ดีที่สุด และได้เหงื่ออย่างสุดคุ้มที่สุด เท่ากับ กีฬามวยไทย  อยากเริ่มต้นการลดน้ำหนัก เริ่มต้นได้ไม่ยาก เพียงมองหากระสอบทรายตั้งพื้นไว้ซักตัวหนึ่ง ก็คงหาได้ไม่ยากนัก เอาที่ราคาถูก สะดวกในการติดตั้ง ไม่ต้องเอาไปแขวนที่สูงๆ แค่ประกอบแล้วก็วางเท่านั้น แข็งแรงทนทาน ประหยัดพื้นที่ได้อีกด้วย กระสอบทราย ตั้งพื้น มีน้ำหนักพอสมควร ทำให้ทุกครั้งที่คุณเตะ หรือต่อยไปที่กระสอบทรายตั้งพื้น จะเกิดแรงต้านกลับ คุณก็จะรู้สึกได้เลยว่า มันเหนื่อยกว่าการชกลม เตะลมแน่นอน

 

  วัตถุประสงค์ในการออกกำลังกาย ด้วยการชกกระสอบทราย มี 2 เป้าหมายหลักคือ ลดน้ำหนัก และเพิ่มกล้ามเนื้อนั่นเอง ซึ่งสุขภาพที่ดีขึ้นนั้น มันได้มาแน่นอนอยู่แล้ว และนี่คือวิธีฝึกออกกำลังกายด้วยกระสอบทราย ที่วันนี้ เรานำมาฝากกัน

 

     แบบฝึกเพื่อลดน้ำหนัก การลดน้ำหนักนั้นต้องอาศัยการออกกำลังแบบแอโรบิก คือให้ชีพจรเต้นเกินกว่า 140 ครั้งต่อนาที ร่างกาย ก็จะเริ่มดึงเอาพลังงานที่สะสมจากไขมันมาใช้ ให้สังเกตเอาว่า ถ้าคุณหายใจเข้าออกหนึ่งครั้ง ใช้ประมาณหนึ่งวินาที แล้วก็แสดงว่าร่างกายเริ่มทำการสลายไขมันแล้ว การใช้กระสอบทรายตั้งพื้น เพื่อลดน้ำหนัก ก็ให้คุณออกแรงปานกลาง แต่ควรทำค่อนข้างเร็วและต่อเนื่อง ต้องใช้ให้ครบทุกส่วน คุณอาจใช้อาวุธทีละอย่างนับ 10 แล้วเปลี่ยนข้าง จากนั้นค่อยเปลี่ยนอาวุธ เช่นชกขวา 10 ครั้ง เปลี่ยนข้างทำอีก 10 แล้วเปลี่ยนเป็นเตะขวา 10 ครั้ง แล้วเปลี่ยนข้าง หรือทำให้ครบเลยเช่น ชกขวา, ชกซ้าย, เตะขวา,  เตะซ้าย จะเพิ่มศอก เพิ่มเข่าก็แล้วแต่ ให้ทำเป็นยก ยกละ 3 นาที พัก 1 นาที ทำให้ครบ 10 ยก แรกๆ ก็อาจ 3 ยก 5 ยกก่อนก็ได้ เน้นๆ แรงปานกลาง แต่เร็วและต่อเนื่อง ส่วนการฝึกกล้ามเนื้อนั้นต้องเน้นที่ความแรง แต่ไม่เร็ว ดังนั้นทุกครั้งที่คุณเตะ หรือต่อยกระสอบทรายตั้งพื้น ต้องใช้กำลังอย่างน้อย 80% กระสอบทรายตั้งพื้นมีแรงต้านพอให้กล้ามเนื้อคุณแกร่งขึ้น ต่อยขวา 10 ต่อยซ้าย 10 เตะขวา 10 และเตะซ้าย 10 ครั้ง นับ 1 ยก ทำให้ครบ 10 ยกเช่นกัน ช่วงแรกอาจ 3 หรือ 5 ยกก่อนก็ได้ เพิ่มเข่าเพิ่มศอกได้ ทำเป็นประจำทุกวัน สัปดาห์เดียว ก็สามารถเริ่มเห็นผลแล้วแน่นอน

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก monsterpunchthailand

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- ผู้หญิง ได้อะไรจากมวยไทย

- แม่ไม้ในมวยไทย คืออะไร

ทริคการพันข้อมือ สำหรับมวยไทย

ทริคการพันข้อมือ สำหรับมวยไทย

อวัยวะสำคัญที่สุดในการชกมวยคือ ข้อมือ เพราะฉะนั้นการพันข้อมือเป็นสิ่งสำคัญ ป้องกันทั้งข้อต่อและข้อมือ กระดูด ชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่อาจจะเกิดอาการบาดเจ็บได้ง่าย รวมไปถึงซัพพอท สันหมัดอีกด้วย

 

เรียกได้ว่า มวยไทย ( Muay thai ) กับคนไทย ถือเป็นสิ่งที่อยู่คู่กันมาอย่างยาวนาน จนปัจจุบันกลายเป็นกีฬาที่ใครหลายคนเลือกฝึกเพื่อเสริมความแข็งแรงให้ตัวเอง ใช้ป้องกันตัว รวมถึงลดน้ำหนักด้วย แต่ก่อนที่จะชก มวยไทย ( Muay thai ) นั้น การเตรียมตัวให้พร้อมถือเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งรวมไปถึงการพันข้อมือก่อนใส่นวมด้วย ว่าแล้วกระปุกดอทคอมจึงหยิบวิธีพันข้อมือที่ถูกต้องมาแนะนำกันครับ

 

1. ทำไม มวยไทย ( Muay thai  )นักมวยต้องพันข้อมือ

 

    เหตุผลที่นักมวยทั้งมือใหม่และมืออาชีพต้องพันข้อมือนั้น ก็เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นกับจากการชกมวย ซึ่งถือว่ามือเป็นอวัยวะที่สำคัญสุด ๆ ของกีฬาประเภทนี้ ที่อาศัยการชกเป็นหลักนั่นเอง โดยการพันมือจะช่วยป้องกันทั้งข้อต่อและกระดูกชิ้นเล็กชิ้นน้อย ซึ่งเป็นจุดที่แตกหักได้ง่าย หากมีการชกซ้ำไปซ้ำมา รวมถึงซัพพอร์ตข้อมือ นิ้ว และสันหมัดด้วย

 

2. ประเภทของผ้าพันข้อมือของ มวยไทย ( Muay thai )

 

ผ้าพันข้อมือแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้

 

  2.1 ผ้าพันมือแบบคอตตอน เป็นผ้าพันมือที่นิยมใช้ในการฝึกซ้อม มีความยืดหยุ่นสูง มาพร้อมกับตีนตุ๊กแก ช่วยให้ไม่หลุดง่าย

 

2.2 ผ้าพันมือแบบเม็กซิกัน ผ้าประเภทนี้จะดูคล้ายกับแบบแรก แต่มีความแตกต่างกันตรงวัสดุที่ใช้ในการผลิต ซึ่งผ้าพันมือแบบเม็กซิกันจะใช้ผ้าทอผสมกับเส้นใยอีลาสติก ที่ให้ความยืดหยุ่นพอสมควร แต่น้อยกว่าแบบแรก

 

    2.3 ผ้าก๊อซ หรือ ผ้าพันแผลที่หลายคนรู้จักกันดี เป็นผ้าที่มักใช้พันข้อมือร่วมกับเทปกาว เพื่อลงแข่งขันชกมวยแบบจริงจังมากกว่าการฝึกซ้อม ทั้งยังเป็นแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งด้วย

 

วิธีพันข้อมือ มวยไทย ( Muay thai ) ของนักมวยที่ถูกต้อง

 

1. เลือกใช้ผ้าพันมือแบบมีห่วงสำหรับสอดนิ้วโป้งและมีตีนตุ๊กแก ซึ่งจะช่วยให้พันข้อมือได้สะดวกยิ่งขึ้น

2. เริ่มจากนำนิ้วโป้งสอดเข้าไปในห่วงของผ้าพันมือให้เรียบร้อย

3. จากนั้นให้พันวนรอบด้านหลังมือ พร้อมดึงผ้าให้ตึง

4. ต่อมาให้พันบริเวณข้อมือสัก 3-4 รอบ ขึ้นอยู่กับความยาวของผ้าพันมือที่เลือกใช้ เพราะยิ่งยาวก็ยิ่งพันได้หลายรอบ ซึ่งช่วยซัพพอร์ตข้อมือได้ดีกว่า

5. แล้วให้ขยับขึ้นมาพันรอบฝ่ามือสัก 3-4 รอบเช่นกัน ซึ่งในการพันแต่ละรอบ ควรดึงผ้าให้ตึงอยู่เสมอ

6. จากนั้นให้พันผ้าเป็นรูปตัว X โดยพันไขว้ขึ้นเข้าไปในช่องระหว่างนิ้วก้อยและนิ้วนาง แล้วพันกลับขึ้นมาทางช่องระหว่างนิ้วชี้และนิ้วโป้ง

7. พันเป็นรูปตัว X เข้าไปในช่องระหว่างนิ้วที่เหลือ ซึ่งก็คือระหว่างนิ้วนางและนิ้วกลาง กับระหว่างนิ้วกลางและนิ้วชี้

8. ดึงผ้าให้ตึง แล้วพันผ้ารอบนิ้วโป้ง 1 รอบ

9. ต่อมาให้พลิกฝ่ามือขึ้นเพื่อพันผ้าสำหรับล็อกนิ้วโป้ง โดยการพันที่ข้อมือและนิ้วโป้งตามภาพ

10. จากนั้นก็พันผ้ารอบฝ่ามืออีก 3-4 รอบ พันให้แน่นเข้าไว้ ส่วนผ้าที่เหลือให้ใช้พันข้อมือสลับกับฝ่ามือจนสุด แล้วปิดทับด้วยตีนตุ๊กแก ก็เป็นอันว่าเสร็จ

 

เมื่อได้ทราบอย่างนี้แล้ว ใครที่อยากลองออกกำลังด้วยการฝึกชกมวยบ้างละก็ ลองใช้วิธีพันข้อมือข้างต้นกันได้เลย บอกเลยว่าช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บที่มือได้ดีในระดับหนึ่งเลยทีเดียว ส่วนใครที่อยากฟิตร่างกายกับมวยไทย ขอแนะนำ เจริญทองมวยไทย ยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) มีเทรนเนอร์ที่มีประสบการณ์ดูแลอย่างใกล้ชิด

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก kapook

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

มาต่อยมวย สร้างหน้าท้องที่แข็งแกร่ง กันเถอะ

ชกมวยสลายหน้าท้องและประโยชน์ของการ ชกมวย

เรื่องง่ายๆที่นักชกควรรู้! พันข้อมืออย่างไร ไม่ให้เจ็บมือ

เรื่องง่ายๆที่นักชกควรรู้! พันข้อมืออย่างไร ไม่ให้เจ็บมือ

     เรียกได้ว่ากีฬาชกมวยกับคนไทย ถือเป็นสิ่งที่อยู่คู่กันมาอย่างยาวนาน จนปัจจุบันกลายเป็นกีฬาที่ใครหลายคนเลือกฝึกเพื่อเสริมความแข็งแรงให้ตัวเอง แต่ก่อนจะไปออกกำลังกายด้วย มวยไทย ก่อนจะใส่ นวมมวย ต้องใส่ผ้าพันมือ แต่ถ้าผิดพลาดจนได้แผล มันก็ไม่คุ้มเอาเสียเลย

 

ทำไมนักมวยต้องพันข้อมือ ?

     เหตุผลที่นักมวยทั้งมือใหม่และมืออาชีพต้องพันข้อมือนั้น ก็เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นกับจากการชกมวย ซึ่งถือว่ามือเป็นอวัยวะที่สำคัญสุด ๆ ของกีฬาประเภทนี้ ที่อาศัยการชกเป็นหลักนั่นเอง โดยการพันมือจะช่วยป้องกันทั้งข้อต่อและกระดูกชิ้นเล็กชิ้นน้อย ซึ่งเป็นจุดที่แตกหักได้ง่าย หากมีการชกซ้ำไปซ้ำมา รวมถึงซัพพอร์ตข้อมือ นิ้ว และสันหมัดด้วย

 

แล้ว “ผ้าพันมือ” มีประโยชน์อะไรบ้าง ?

ช่วยรองรับแรงกระแทกต่อข้อต่อร่างกาย

ช่วยยึดข้อต่อและกระดูกฝ่ามือให้อยู่กับที่ ซึ่งเป็นจุดที่แตกหักได้ง่าย

ช่วยปกป้องข้อมือ นิ้วโป้ง และสันหมัด

ช่วยดูดซับเหงื่อ จึงลดกลิ่นอับชื้นที่ไม่พึงประสงค์ในนวม

ช่วยห่อหุ้มมือให้เต็มนวมต่อยมวย

 

ประเภทของผ้าพันข้อมือ

ผ้าพันมือแบบคอตตอน เป็นผ้าพันมือที่นิยมใช้ในการฝึกซ้อม มีความยืดหยุ่นสูง มาพร้อมกับตีนตุ๊กแก ช่วยให้ไม่หลุดง่าย

 

ผ้าพันมือแบบเม็กซิกัน ผ้าประเภทนี้จะดูคล้ายกับแบบแรก แต่มีความแตกต่างกันตรงวัสดุที่ใช้ในการผลิต ซึ่งผ้าพันมือแบบเม็กซิกันจะใช้ผ้าทอผสมกับเส้นใยอีลาสติก ที่ให้ความยืดหยุ่นพอสมควร แต่น้อยกว่าแบบแรก

 

ผ้าก๊อซ หรือ ผ้าพันแผลที่หลายคนรู้จักกันดี เป็นผ้าที่มักใช้พันข้อมือร่วมกับเทปกาว เพื่อลงแข่งขันชกมวยแบบจริงจังมากกว่าการฝึกซ้อม ทั้งยังเป็นแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งด้วย

 

วิธีพันข้อมือนักมวยที่ถูกต้อง

1. เลือกใช้ผ้าพันมือแบบมีห่วงสำหรับสอดนิ้วโป้งและมีตีนตุ๊กแก ซึ่งจะช่วยให้พันข้อมือได้สะดวกยิ่งขึ้น

2. เริ่มจากนำนิ้วโป้งสอดเข้าไปในห่วงของผ้าพันมือให้เรียบร้อย

3. จากนั้นให้พันวนรอบด้านหลังมือ พร้อมดึงผ้าให้ตึง

4. ต่อมาให้พันบริเวณข้อมือสัก 3-4 รอบ ขึ้นอยู่กับความยาวของผ้าพันมือที่เลือกใช้ เพราะยิ่งยาวก็ยิ่งพันได้หลายรอบ ซึ่งช่วยซัพพอร์ตข้อมือได้ดีกว่า

5. แล้วให้ขยับขึ้นมาพันรอบฝ่ามือสัก 3-4 รอบเช่นกัน ซึ่งในการพันแต่ละรอบ ควรดึงผ้าให้ตึงอยู่เสมอ

6. จากนั้นให้พันผ้าเป็นรูปตัว X โดยพันไขว้ขึ้นเข้าไปในช่องระหว่างนิ้วก้อยและนิ้วนาง แล้วพันกลับขึ้นมาทางช่องระหว่างนิ้วชี้และนิ้วโป้ง

7. พันเป็นรูปตัว X เข้าไปในช่องระหว่างนิ้วที่เหลือ ซึ่งก็คือระหว่างนิ้วนางและนิ้วกลาง กับระหว่างนิ้วกลางและนิ้วชี้          

8. ดึงผ้าให้ตึง แล้วพันผ้ารอบนิ้วโป้ง 1 รอบ

9. ต่อมาให้พลิกฝ่ามือขึ้นเพื่อพันผ้าสำหรับล็อกนิ้วโป้ง โดยการพันที่ข้อมือและนิ้วโป้งตามภาพ

10. จากนั้นก็พันผ้ารอบฝ่ามืออีก 3-4 รอบ พันให้แน่นเข้าไว้ ส่วนผ้าที่เหลือให้ใช้พันข้อมือสลับกับฝ่ามือจนสุด แล้วปิดทับด้วยตีนตุ๊กแก ก็เป็นอันว่าเสร็จ

 

     เมื่อได้ทราบข้อมูลดี ๆ อย่างนี้แล้ว ใครที่อยากลองออกกำลังด้วยการฝึกชกมวยบ้างละก็ ลองใช้วิธีพันข้อมือแบบนี้ดู จะช่วยลดการบาดเจ็บอย่างได้ผลเลย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก kapook

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มาต่อยมวย สร้างหน้าท้องที่แข็งแกร่ง กันเถอะ

ชกมวยสลายหน้าท้องและประโยชน์ของการ ชกมวย

ต่อยมวยก็ช่วยลดน้ำหนักได้นะ

มาต่อยมวย สร้างหน้าท้องที่แข็งแกร่ง กันเถอะ

มาต่อยมวย สร้างหน้าท้องที่แข็งแกร่ง กันเถอะ

     หากคุณเบื่อการออกกำลังกายแบบเดิม ๆ แล้วกำลังมองหาการออกกำลังกายแบบใหม่ ๆ ที่ช่วยให้รู้สึกสนุกมากขึ้นกว่าการเต้นแอโรบิกอยู่ หรือวิ่งบนลู่ในยิมรึเปล่า ลองหันมาใส่นวม ขึ้นสังเวียนต่อยมวยดูไหม อาจสนุกกว่าที่คิดนะ

 

    ต่อยมวยเหรอ อาจฟังดูป่าเถื่อน รุนแรง อันตราย ไม่ใช่การออกกำลังกายที่เหมาะกับผู้หญิงเลย แต่หยุดความคิดนั้นเดี๋ยวนี้เลย เพราะเป็นเทรนด์การออกกำลังกายแบบใหม่ ที่ผู้หญิงก็สามารถฝึกความแข็งแรงของร่างกายได้ด้วยการสวมนวม ขึ้นสังเวียนชกกับเทรนเนอร์หุ่นล่ำที่ถือเป้าล่อ หรือกระสอบทราย ไม่ได้ฝึกชกไปขึ้นเวทีมวยที่ไหนให้เจ็บตัว เป็นการออกำลังกายที่สนุกไม่แพ้เต้นแอโรบิคหรือซูมบ้า แถมได้ประโยชน์มากกว่าที่คิดเลยล่ะ

 

1. ชกมวยได้ออกกำลังทุกส่วนของร่างกาย

     เป้าหมายของการต่อยมวยคือให้ทุกส่วนของร่างกายได้ใช้งาน นอกเหนือไปจากการกระตุ้นความแข็งแรงของร่างกายและระบบไหลเวียนโลหิตแล้ว การชกมวยยังช่วยเพิ่มการฝึกทักษะที่เกี่ยวข้องอย่าง การทรงตัว การทำงานประสานกันของอวัยวะ ปฏิกิริยาตอบโต้และความคล่องตัว และยังสามารถเบิร์นไขมันได้ถึง 13 แคลลอรี่ใน 1 นาที การออกกำลังกายด้วยการชกมวยทำให้เผาผลาญแคลอรี่ได้ตั้งแต่ 200-400 แคลอรี่ในเวลาครึ่งชั่วโมง, ขึ้นสังเวียนชกมวย 30 นาทีเบิร์นได้ 400 แคลลอรี่, ชกกระสอบทราย 30 นาที เบิร์นได้ 200 แคลลอรี่, ชกกับคู่ซ้อม 30 นาทีเผาผลาญได้ 300 แคลลอรี่

 

2. ชกมวยเผาผลาญพลังงานได้เร็วกว่า

     การชกมวยอาจเป็นทางเลือกใหม่ในการออกกำลังกายแบบ High-intensity Interval Training (การออกกำลังกายแบบความเข้มข้นสูง) เพราะการขึ้นชกใน 1 ยกคือการใช้ร่างกายไปถึงระดับสูงสุด และการพักระหว่างยกคือการทำให้ร่างกายฟื้นตัวจากความอ่อนล้าได้เร็วขึ้น เป็นทั้งการออกกำลังกายแบบที่ผสมผสานเผาผลาญพลังงานการใช้ออกซิเจนและไม่ใช้ออกซิเจนเข้าด้วยกัน การออกกำลังกายประเภทนี้จะช่วยให้สร้างความแข็งแรง ความรวดเร็ว มีพลังมากขึ้น และกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกาย เมื่อนำมาเทียบกับการวิ่งหรือปั่นจักรยานจะเผาผลาญพลังงานได้มากกว่า แต่ใช้เวลาน้อยลง

 

3. ชกมวยช่วยให้หน้าท้องแบบราบ

     อยากมีซิคแพคชัด ๆ ลองเลิกซิทอัพแล้วหันมาต่อยมวยดูสิ เพราะการชกมวยจำเป็นต้องใช้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวสูงมาก ต้องบิดสะโพกเพื่อเพิ่มแรงส่งให้ออกหมัดได้หนักขึ้น และเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าการนอนซิทอัพกับพื้น เมื่อแกนกลางลำตัวแข็งแรง และเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น กล้ามท้องก็ไม่ไกลเกินฝันค่ะ

 

4. ชกมวยช่วยคลายเครียด

     เมื่อต้องเผชิญกับสารพัดปัญหามาทั้งวัน หรือทะเลาะกับแฟน ไม่พอใจเจ้านาย ลูกค้าหรือเพื่อนร่วมงาน รู้สึกหงุดหงิดจวนระเบิด ก็เป็นการดีหากได้ขึ้นสังเวียนต่อยใครสักคน หรือชกกระสอบทรายระบายอารมณ์ออกมาบ้าง อะดรีนาลีนและฮอร์โมนต่าง ๆ ที่หลั่งออกมาระหว่างการใช้แรงจะส่งผลในทางที่ดีต่อร่างกาย การต่อยมวยจึงเป็นการระบายความเครียดที่ได้ผลและดีต่อสุขภาพ รวมไปถึงสารเอ็นดอฟีนที่หลั่งออกมาก็ช่วยให้มีความสุขขึ้นด้วย

 

5. ชกมวยช่วยให้บุคลิกสง่างาม

     การชกมวยทำให้การใช้สมองและร่างกายทำงานสอดประสานกันได้ดีขึ้น กระตุ้นให้การรับรู้ทางร่างกายทำงานดีขึ้น มีความคล่องตัว เพราะต้องใช้การทำงานที่สอดประสานกันระหว่างตาและมือ ทุกครั้งที่ชกกระสอบทรายหรือชกกับเป้าล่อ ต้องใช้สมาธิในการพุ่งเป้าไปที่การเคลื่อนไหวร่างกาย เพื่อให้เกิดการจดจำการเคลื่อนไหว ทั้งจังหวะการขยับเท้าและการออกหมัด ท้าทายการทำงานของกล้ามเนื้อและจิตใจไปพร้อมกัน ทำให้มีความคล่องแคล่ว ว่องไว มั่นใจ บุคลิกก็สง่างามไปโดยปริยาย

 

     เริ่มสนใจกันขึ้นมาแล้วใช่ไหมล่ะ ประโยชน์ดีกับสาว ๆ ขนาดนี้ ต้องมองหาค่ายมวยไทยแล้ว เราแนะนำ เจริญมวยไทยยิม สามารถเรียนเป็นกรุ๊ปทีมหรือเรียนส่วนตัวได้ พร้อมเทรนเนอร์มืออาชีพ ที่พร้อมจะระเบิดอารมณ์และระเบิดไขมันได้แน่ ๆ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก trueplookpanya

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทยสร้างสมดุลร่างกาย

ต่อยมวยก็ช่วยลดน้ำหนักได้นะ

มวยฟิต การออกกำลังกายแนวใหม่ สร้างหุ่นที่ดี

ชกมวยสลายหน้าท้องและประโยชน์ของการ ชกมวย

ชกมวยสลายหน้าท้องและประโยชน์ของการ ชกมวย

การต่อยมวยไม่ใช่แค่กีฬาที่เห็นทีวีทั่วไปแล้วแต่การชกมวย หรือการต่อย มวยไทย ( Muay thai ) เป็นได้ทั้งการออกกำลังกายแนวใหม่ที่กำลังฮิต และตอนนี้สาวๆก็ชอบมากมาดูกันว่าสาวๆจะได้อะไรจากการต่อยมวย

 

ชก มวยไทย ( Muay thai )  ได้ออกกำลังทุกส่วนของร่างกาย

เป้าหมายของการต่อยมวยคือให้ทุกส่วนของร่างกายได้ใช้งาน นอกเหนือไปจากการกระตุ้นความแข็งแรงของร่างกายและระบบไหลเวียนโลหิตแล้ว การชกมวยยังช่วยเพิ่มการฝึกทักษะที่เกี่ยวข้องอย่าง การทรงตัว การทำงานประสานกันของอวัยวะ ปฏิกิริยาตอบโต้และความคล่องตัว

ชก มวยไทย ( Muay thai )  ช่วยให้หน้าท้องแบบราบ

อยากมีซิกซ์แพ็คชัด ๆ ลองเลิกซิทอัพแล้วหันมาต่อยมวยดูสิ เพราะการชกมวยจำเป็นต้องใช้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวสูงมาก ต้องบิดสะโพกเพื่อเพิ่มแรงส่งให้ออกหมัดได้หนักขึ้น และเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าการนอนซิทอัพกับพื้น เมื่อแกนกลางลำตัวแข็งแรง และเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น กล้ามท้อง ที่สาวๆอยากจะมีก็ไม่ยากเลยครับ

ชก มวยไทย ( Muay thai )  ช่วยคลายเครียดเมื่อต้องเผชิญกับสารพัดปัญหามาทั้งวันไม่พอใจเจ้านาย ลูกค้าหรือเพื่อนร่วมงาน รู้สึกหงุดหงิดจวนระเบิด ก็เป็นการดีหากได้ขึ้นสังเวียนต่อยใครสักคน หรือชกกระสอบทรายระบายอารมณ์ออกมาบ้าง อะดรีนาลีนและฮอร์โมนต่าง ๆ ที่หลั่งออกมาระหว่างการใช้แรงจะส่งผลในทางที่ดีต่อร่างกาย  มีเท่าไรก็ลงไปเท่านั้น ดีกว่าไปทำร้ายร่างกายหรือ ดื่มสุรานั้นเอง

 

 ชก มวยไทย ( Muay thai ) คือการคาร์ดิโอร่างกายส่วนบน

การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอทั่ว ๆ ไปจะเน้นการออกำลังกายช่วงล่าง แต่การชกมวยจำเป็นต้องอาศัยการเคลื่อนไหวร่างกายส่วนบนมากกว่า ทำให้เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับสาว ๆ ที่มองหาการออกกำลังกายแบบผสมผสานหรือ Cross-Training เมื่อเบื่อการวิ่งหรือปั่นจักรยาน หรืออยากคาร์ดิโอแต่ไม่อยากใช้ขามากเกินไป

 

ต่อย มวยไทย ( Muay thai ) ช่วยพัฒนาร่างกายอย่างต่อเนื่อง

การชกมวยไม่มีกฎตายตัวว่าต้องออกหมัดไหนก่อน หรืออับเปอร์คัสจังหวะไหน แต่ต้องเดาทางคู่ชกให้ถูก หาจังหวะในการชกเองทำให้เกิดความท้าทายตลอดเวลา เกิดการเรียนรู้ใหม่ ๆ อยู่เสมอ นั่นก็หมายความว่ากล้ามเนื้อจะถูกปลุกให้ตื่นตัวตลอดเวลา ร่างกายจึงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

 

สุดท้ายนี้หากสาวๆคนใครสนใจ อยากเรียนมวย ต่อยมวย หรือ คอร์สมวย แบบเข้มข้นเปิดประสบการณ์อยากเป็น นักมวย ก็สามารถติดต่อเรามาได้เลยนะครับ เราอยากเปิดประสบการณ์ให้ทุกท่านเอง และจะมีครูพี่เลี้ยงอย่างดีเลย สอนแบบมวยไทยและแม่ไม้ที่ถูกต้องตามหลัก

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

วิธีต่อยมวยไทย เพิ่มผลลัพธ์ที่ดีต่อร่างกาย

มวยไทยสร้างสมดุลร่างกาย

ฝึกพื้นฐานเบื้องต้นของมวยไทย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก trueplookpanya

วิธีต่อยมวยไทย เพิ่มผลลัพธ์ที่ดีต่อร่างกาย

วิธีต่อยมวยไทย เพิ่มผลลัพธ์ที่ดีต่อร่างกาย

     วิธีต่อยมวยไทยที่ถูกต้องจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจหลักพื้นฐานก่อน หลายคนใจร้อนและฝึกแบบฉาบฉวย จึงนำพาไปสู่ ความผิดพลาดได้ ทำให้ไม่สามารถเป็นนักมวยที่เก่งได้

 

มวยไทย คืออะไร

     ศิลปะการต่อสู้มือเปล่าของประเทศไทย ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นศาสตร์การโจมตีทั้งแปด ซึ่งรวม สองมือ สองเท้า สองศอก และสองเข่า (บางตำราอาจเป็น นวอาวุธ ซึ่งรวมการใช้ศีรษะโจมตี หรือ ทศอาวุธ ซึ่งรวมการใช้บั้นท้ายกระแทกโจมตีด้วย) มวยไทยในสมัยก่อน ต่างจากปัจจุบันมาก ซึ่งมวยไทยสมัยก่อน ใช้ในยามออกศึก และสามารถฆ่ากันได้ง่ายๆ และมีการจับทุ่ม หักแขน หักขา ล๊อค และสมัยก่อนเวลามีงานวัด เขาจะจัดงานชกมวย ขึ้น แต่จะไม่ใส่นวม ส่วนใหญ่เอาเชือดมามัดมือ เรียกกันว่า มวยคาดเชือก 

 

     ซึ่งพื้นฐานที่สำคัญเริ่มตั้งแต่แม่ไม้มวยไทยและกลมวยเพื่อนำไปสู่การมีทักษะในขั้นสูงต่อไป เราได้รวมรวมหลักการที่สำคัญในการฝึกมวยไทยมาให้ได้ฝึกกันดังนี้

การตั้งท่าจดมวย

     การตั้งท่าจดมวย คือ การวางเข่า การวางมือให้ถูกต้องตามหลักการฝึก โดยในการจดมวยนั้นจะต้องทราบเหลี่ยมมวยด้วย เหลี่ยมมวยคือการแสดงการใช้มือและเท้าที่ถนัด ออกมาให้เห็น โดยปกติมวยจะมี 2 เหลี่ยม คือ เหลี่ยมซ้าย และเหลี่ยมขวา

 

    เหลี่ยมซ้าย คือ การยื่นหมัดขวาไปข้างหน้าสูงเหนือระดับหางคิ้ว ในขณะที่เท้าขวายื่นไปข้างหลัง หมัดซ้ายชิดคาง เท้าซ้ายอยู่ด้านหลัง ลำตัวเหยียดตรง ไม่เกร็งและปล่อยตัวตามสบาย โดยให้น้ำหนักอยู่ที่เท้าซ้าย ในขณะที่ระยะห่างของเท้าทั้งสองข้าง 1 ช่วงตัว สายตามองผ่านมือไปยังคู่ต่อสู้ตลอดเวลา

 

     เหลี่ยมขวา คือ การยื่นหมัดซ้ายไปข้างหน้าสูงเหนือระดับหางคิ้ว และเท้าซ้ายยื่นไปข้างหลัง แขนซ้ายขนานกับลำตัว หมัดขวาชิดคาง เท้าขวาอยู่ด้านหลัง ลำตัวเหยียดตรง ไม่เกร็งและปล่อยตัวตามสบาย โดยให้น้ำหนักอยู่ที่เท้าขวา สายตามองผ่านมือไปยังคู่ต่อสู้ตลอดเวลา

 

การวางตำแหน่งอวัยวะ

การวางตำแหน่งของอวัยวะที่ได้จดมวย คือ การกำหมัด วางเท้า มือ และลำตัว

 

     การกำหมัดที่ถูกต้อง คือ แบมือให้นิ้วมือทั้ง 4 เรียงชิดติดกัน แล้วพับนิ้วทั้ง 4 นิ้วเข้าหาอุ้งมือ แล้วกดทับด้วยนิ้วหัวแม่มือลงทาบ ในลักษณะเฉียงกับนิ้วชี้และนิ้วกลาง เพื่อให้หมัดที่กำกระชับแน่น โดยไม่เกร็ง

 

การใช้หมัด เท้า เข่า ศอก

1) การใช้หมัด

     หมัดตรง คือ การใช้หมัดที่ถนัดมุ่งไปยังเป้าหมาย โดยอาศัยแรงจากหัวไหล่ ลำตัว เอว และเท้ายันพื้น ให้ทุกส่วนประสานกันเพือความรุนแรงโดยน้ำหนักตัวอยู่ที่เท้าหน้า ใช้แรงส่งจากเท้าหลังและสะโพก หัวไหล่ หมัดตรง

 

     หมัดตัด คือ การใช้หมัดเหวี่ยงในลักษณะโค้งเป็นครึ่งวงกลม โดยเล็งไปที่ บริเวณลำตัว ใบหน้า หรือศีรษะของคู่ต่อสู้ ผู้รู้บางคนอาจเรียกว่า “หมัดเหวี่ยง” ซึ่งแบ่งออกเป็น หมัดเหวี่ยงสั้นและหมัดเหวี่ยงยาว

 

     หมัดเหวี่ยงสั้น คือ การเหวี่ยงวงแคบ

 

    หมัดเหวี่ยงยาว คือ การเหวี่ยงวงกว้าง

 

     หมัดตวัด คือ การใช้สันหมัดกดลงบริเวณอวัยวะสำคัญของคู่ต่อสู้ ในลักษณะเหยียดแขนออกไป พร้อมชกตวัดวงแคบ

 

     หมัดเสย คือ การใช้หมัดชกเข้าหาคู่ต่อสู้โดยงอศอก เกร็งข้อศอกหงายหมัด แล้วพุ่งหมัดยกขึ้นสู่เป้าหมาย ได้แก่ ปลายคาง ดั้งจมูก หรือใบหน้าคู่ต่อสู้ หมัดเสย

 

2) การใช้เท้า จะแบ่งออกเป็น 2 ไม้ คือ การเตะ และการถีบ

     การเตะ คือ การใช้อวัยวะส่วนขาตั้งแต่เอวลงไปจนถึงปลายเท้า ทั้งนี้การแตะของมวยไทยนิยมใช้หน้าแข้งแตะเพราะเป็นส่วนที่แข็งเปรียบเสมือนการหวดด้วยไม้

 

     เตะตรง คือ การเตะเสยจากพื้นขึ้นไปส่วนบนในลักษณะตั้งฉากกับพื้น

     เตะตัด คือ การเตะที่ใช้เท้าวาดขึ้นขนานกับพื้น สามารถเตะตัดได้ทั้งส่วนล่างของลำตัว และส่วนบนของอวัยวะ

     เตะตวัด หรือเตะเฉียง คือ การเตะที่ทิศของการเตะจะเฉียงลงพื้นสู่เป้าหมาย

     กลับหลังเตะ คือ การหมุนตัวหันหลังให้คู่ต่อสู้ แล้วเหวี่ยงขาที่วางอยู่ด้านหลัง ให้ส้นเท้าปะทะเป้าหมาย

    การถีบ คือ การใช้ปลายเท้า ฝ่าเท้า หรือส้นเท้าปะทะคู่ต่อสู้ ปลายเท้าปะทะคู่ต่อสู้

 

     การถีบตรง คือ การถีบออกไปตรงๆ ให้ปลายเท้า ส้นเท้า หรือฝ่าเท้าปะทะเป้าหมายในส่วนต่างๆ ของคู่ต่อสู้ โดยอาจเหยียดเท้าตรง หรืองอเท้าเข้าถีบก็ได้

 

     การถีบข้าง คือ การใช้ปลายเท้าถีบออกไปด้านข้างของลำตัว โดยเอียงศีรษะออกไปห่างจากลำตัว

    การกลับหลังถีบ คือ การถีบตรงออกไปด้านหลัง อาจเหยียดขาตรง หรืองอขาแล้วเหยียดตรงออกไปยังเป้าหมาย

 

     การกระโดดถีบ คือ การสืบเท้าที่ไม่ถนัดออกไป 1 จังหวะ แล้วลอยตัวใช้เท้าที่ถนัดพุ่งไปยังเป้าหมายของคู่ต่อสู้

     การถีบจิก คือ การใช้ปลายเท้าที่ถนัดจิกไปบริเวณหน้าท้อง หรือลิ้นปี่ของคู่ต่อสู้ โดยอาศัยแรงส่งจากเท้าที่ไม่ถนัด

 

     การออกกำลังกาย ด้วย มวยไทย ที่ถูกวิธี เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จะช่วยให้กล้ามเนื้อของเราได้รูป และ ลดอาการบาดเจ็บได้ อยากเรียนมวยไทย สามารถสอบถามได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ohlor

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ฝึกพื้นฐานเบื้องต้นของมวยไทย

มวยไทยสร้างสมดุลร่างกาย

ต่อยมวยก็ช่วยลดน้ำหนักได้นะ

มวยไทยสร้างสมดุลร่างกาย

มวยไทยสร้างสมดุลร่างกาย

มวยไทย ( Muay thai ) สามารถลดน้ำหนักได้สบายๆ และ มวยไทย ( Muay thai ) ก็สามารถสร้างสมดุลร่างกายได้พอดีเหมือนกัน วันนี้เรามาสร้างสมดุลร่างกายด้วย มวยไทย ( Muay thai ) กันเถอะ

 

สร้างสมดุลให้กับร่างกาย

เพราะเป็นกีฬาที่ต้องใช้ทุกสัดส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นสายตา สมาธิ และปัญญา ทำให้นอกจากจะทำให้ห่างไกลโรคร้ายแล้ว ร่างกายยังมีความสมดุลซึ่งกันและกัน อีกทั้งยังสร้างกล้ามเนื้อตามส่วนต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี รับรองว่าออกกำลังกายด้วยการชกมวย สามารถทำให้ผอมและตอบสนองความไวได้ดี

 

ลดความเครียดลงได้

ยิ่งเราออกกำลังกายมาเท่าไหร่ ร่างกายจะหลังฮอร์โมนเอนโดรฟีนที่ทำให้เรามีความสุข ดังนั้นการชกมวยจะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนประเภทนี้ออกมาเต็ม ๆ ยิ่งคุณปล่อยหมัด ก็เปรียบได้ว่าปล่อยความเครียดเพิ่มความสุข

 

ลดน้ำหนักได้

การชกมวยอย่างที่กล่าวไปแล้วว่าต้องเคลื่อนไหวร่างกายอยู่ตลอดเวลา ทำให้ในขณะที่ชกมวยเราจะสามารถเบิร์นไขมันในร่างกายไปได้มากมายเลยทีเดียว ทำให้น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว นี่ยังไม่นับการวอร์มร่างกายที่ต้องฝึกให้ร่างกายตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย

 

หัวใจแข็งแรง

แน่นอนว่าการออกกำลังกายนั้นช่วยให้เรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงแน่นอน แต่การชกมวยนั้นจะมีประโยชน์พิเศษต่องที่ช่วยบำรุงหัวใจและหลอดเลือด เพราะต้องเคลื่อนไหวร่างกายอยู่ตลอดเวลา ซึ่งส่งผลต่อการสูบฉีดโลหิตเต็ม ๆ ผลพลอยได้จากการชกมวยก็คือ จะช่วยป้องกันเราให้ห่างไกลจากโรคหัวใจ

แนะนำ

 

หากบ้านเราหหรือค่ายมวยของเรา มีกระสอบทรายเราจะไปทำอะไรกับมันดี

 

ท่าแทงเข่า

เริ่มต้นจากการจับกระสอบทรายไว้ให้มั่น แล้วโน้มขาไปด้านหลัง แล้วกระโดดเข่าลอยไปที่กระสอบทรายทันที ทำสลับซ้าย ขวา การออกกำลังกายในท่านี้นอกจากจะเรียกเหงื่อได้ดีแล้ว ยังเป็นการสร้างกล้ามเนื้อขาทุกส่วนรวมถึงกล้ามเนื้อหน้าท้องด้วย 

 

ท่าถีบ

เริ่มต้นจากการตั้งท่าให้มั่น โดยเอาขาที่จะถีบไว้ด้านหลัง เมื่อพร้อมแล้วให้ถีบเท้าออกไปที่บริเวณกลางกระสอบ ทำสลับซ้าย-ขวา ท่านี้เป็นการฝึกกล้ามเนื้อขาโดยเฉพาะกล้ามเนื้อที่น่อง  

 

ท่าเตะ

เริ่มต้นจากท่าตั้งแบบเดิม ให้เอาขาข้างที่จะเตะไว้ด้านหลัง เมื่อพร้อมแล้วให้ออกแรงเตะ ด้วยการใช้หน้าแข้งไปจนถึงบริเวณข้อเท้า เหยียดขาให้เป็นเส้นตรงเตะไปที่กระสอบทราย การฝึกเตะเป็นท่าจำเป็นพื้นฐานของมวยไทยที่มีประโยชน์มาก เพราะเป็นท่าที่ใช้ในการตัดจังหวะและตอดกำลังคู่ต่อสู้

 

หากใครอยากเรียน มวยไทย ( Muay thai ) หรือ อยากเล่นมวยต่างๆ อยากฝึก ก็สามารถติดต่อเราเข้ามาได้ตลอดเลยนะครับ มวยไทย ( Muay thai ) ไม่ใช่แค่เรื่องการออกกำลังกายอย่างเดียว สมาธิต่างๆ ก็ต้องคู่ไปด้วย

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ฝึกพื้นฐานเบื้องต้นของมวยไทย

ครูมวยไทยในประวัติศาสตร์

วิธีฝึกศอกยังไงให้ฟันแล้วแรง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก timeout

ฝึกพื้นฐานเบื้องต้นของมวยไทย

ฝึกพื้นฐานเบื้องต้นของมวยไทย

     มวยไทยถือเป็นศิลปะการต่อสู้ของไทยซึ่งมีมาอย่างช้านาน นอกจากนี้ยังถือเป็นศิลปะการป้องกันตัวที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก และนั่นทำให้ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติจำนวนไม่น้อยให้ความสนใจสำหรับต้องการฝึกพื้นฐานการเล่นมวยไทย จะยากง่ายเพียงใด ไปฝึกตามกันค่ะ

 

     เริ่มแรกทีเดียวเลย ท่านต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจให้ถ่องแท้เสียก่อน เกี่ยวกับสัญชาติญาณเดิม กับการฝึกจนเป็นสัญชาติญาณใหม่   สัญชาติญาณเดิมของคนเราเช่น โกรธ กลัว กล้า ฯลฯ  เมื่อนำสัญชาติญาณนั้นมาใช้เมื่อยามต่อสู้ ย่อมกระทำตามอารมณ์ หรือตามความต้องการ แน่นอนที่สุด ฝ่ายใดมีเรี่ยวแรงมาก ย่อมเป็นฝ่ายชนะ และถึงแม้เป็นฝ่ายชนะก็ย่อมมีความบอบช้ำหรือบาดเจ็บ เนื่องจากการใช้สัญชาติญาณ ควบคู่ไปกับอารมณ์โดยขาดสติอย่างสิ้นเชิง

 

     การฝึกฝนจนเป็นสัญชาติญาณใหม่นั้น หมายถึงการปฏิวัติความเคยชินต่างๆ  เช่นการเดินธรรมดาของคนเรานั้น ขากับแขน(ข้างเดียวกับขา)จะไปคนละทางกัน  การเตะของคนเราก็เหมือนกัน ขากับแขน(ข้างเดียวกับขาที่เตะ) จะไปคนละทิศเลย  นี่คือสัญชาติญาณดั้งเดิม   แต่การฝึกมวยไทยนั้น  ต้องฝึกการเดินให้ขากับแขน (ข้างเดียวกับขา)ไปพร้อมกัน  ต้องฝึกการเตะให้ขากับแขน(ข้างเดียวกับขา)ไปทางเดียวกัน ดังนี้เป็นต้น

 

     ผู้ที่เริ่มฝึกมวยไทย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจอันนี้ให้ถ่องแท้  หลังจากนั้นจึงทำการฝึกฝนการบริหารกล้ามเนื้อต่างๆ เพื่อเป็นพื้นฐานในการฝึกแม่ไม่หรือท่าครูต่อไป

 

     ร่างกายของคนเรานั้น ประกอบด้วยอวัยวะต่างๆมากมาย แต่อวัยวะที่ใช้เป็นอวัยวะนั้นก็เห็นจะมีแต่ ท่อนแขน ฝ่ามือ นิ้วมือ หมัด เล็บ ศอก ไหล่ ส้นมือ สันมือ หลังมือ เข่า แข้ง หลังเท้า ฝ่าเท้า ปลายโต่ง ปลายเท้า ส้นเท้า ตาตุ่ม สันเท้า และในบางกรณี ยังสามารถใช้ศีรษะกระแทก หรือใช้ฟันกัดได้อีกด้วย

 

ท่อนแขน    หมายถึงแขนท่อนล่างตั้งแต่ใต้ศอกลงไปถึงข้อมือ ใช้ฟัน สับ กด ปัด เปิด หนีบ

ฝ่ามือ    หมายถึงด้านในที่มีลายมือ ใช้ผลัก ปัด ตบ กระแทก กด รัด บีบ

นิ้วมือ    หมายถึงนิ้วมือทั้งห้านิ้ว ใช้ทิ่ม ควัก จับ กด จิก บีบ

หมัด    หมายถึงการรวมนิ้วมือทั้งห้านิ้วด้วยการกำมือ ใช้ต่อย ทุบ กระทุ้ง กระแทก เขก โขก กด เหวี่ยง ดัน

ศอก    หมายถึงการงอแขนให้เป็นมุม ใช้กด กระแทก งัด แทง ปัก ฟัน สับ เฉือน เหวี่ยง รับ วาง

สันมือ   หมายถึงด้านข้างของฝ่ามือ ทางด้านโคนนิ้วก้อยจนถึงข้อมือ ใช้สับ ฟัน กระแทก ปัด

ส้นมือ    หมายถึงบริเวณข้อมือด้านในที่มีลายมือ ใช้ผลัก กระแทก

หลังมือ    มือทางด้านที่ไม่มีลายมือ ใช้ตบ ปัด เปิด

เข่า   หมายถึงการทบขาท่อนบนกับท่อนล่างจนกลายเป็นมุมแหลม ใช้กด กระแทก กระทุ้ง ยัด โยน เหวี่ยง รับ

แข้ง   หมายถึงตั้งแต่ข้อเท้าขึ้นไปจนถึงใต้เข่า ใช้เหวี่ยง ฟาด(เตะ)

หลังเท้า    หมายถึงตั้งแต่ข้อเท้าลงไปทางด้านเล็บเท้า ใช้พร้อมกันกับการเหวี่ยงแข้ง สะบัดแข้ง

ฝ่าเท้า   หมายถึงบริเวณส่วนที่ใช้ยืน ใช้ยืน ถีบ ยัน เหยียบ รับ

ปลายโต่ง    หมายถึงบริเวณส่วนด้านใต้ฝ่าเท้าใกล้นิ้วเท้า ใช้ฉัด ถีบ ยัน กระแทก เตะ

ปลายเท้า    หมายถึงบริเวณปลายหัวนิ้วเท้า ใช้เหน็บ จิก ครูด

ส้นเท้า    หมายถึงบริเวณด้านล่างร้อยหวาย ไปจนถึงด้านใต้ที่ใช้ยืน ใช้ปัก ถีบ เตะ เหยียบ ยัน กระตุก เหวี่ยง กด

ตาตุ่ม   หมายถึงบริเวณก่อนถึงส้นเท้าด้านร้อยหวาย ใช้ปัด เตะ

สันเท้า    หมายถึงบริเวณด้านข้างตั้งแต่ข้อนิ้วก้อยเท้าจนถึงส้น ใช้กระแทก ยัน กด

ศีรษะ    หมายถึงกระโหลกบริเวณด้านข้างด้านบนตรงกับใบหู ใช้กระแทก โขก กด

ฟัน    หมายถึงส่วนที่ใช้กัด เคี้ยว ใช้กัด

เล็บ   (ทั้งเล็บมือและเล็บเท้า) ใช้จิก ครูด ทิ่ม

ไหล่   หมายถึงบริเวณหัวไหล่ ใช้ดัน กระแทก(คาง)

สะโพก  หมายถึงบริเวณกระดูกเชิงกราน ใช้กระแทก หนุน (เหวี่ยง) ทับ

 

     ทีนี้มวยไทยนั้นไม่ว่าจะเป็นมวยแบบใดก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดนั้นคือพื้นฐาน ทราบพื้นฐานอย่างนี้แล้ว อย่าลืม มาฝึกร่างกายให้ฟิตได้ที่ เจริญทอง มวยไทย ยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) เลย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก samkhum

อ่านบทความเพิ่มเติม

ต่อยมวยก็ช่วยลดน้ำหนักได้นะ

มวยฟิต การออกกำลังกายแนวใหม่ สร้างหุ่นที่ดี

วิถี นักมวย แค่หมัดหนัก ยังไม่พอ

ครูมวยไทยในประวัติศาสตร์

ครูมวยไทยในประวัติศาสตร์

สมคำล่ำลือครูมวยไทย ( Muay thai ) ในประวัติศาตร์ของไทยเรา การต่อยมวยมีมานานมากแล้วทั้งมวยวัด มวยตับจากมวยต่างๆ ที่เราเคยได้ยินล้วนมีครูมวยหมด วันนี้เรามาดูจัก ครูมวยไทยในประวัติศาตร์กัน

 

สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (พระเจ้าเสือ) กษัตริย์แห่ง มวยไทย ( Muay thai )

 

สมัยอยุธยา สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๘ หรือพระเจ้าเสือ โปรดการชกมวยเป็นอย่างมาก เคยทรงปลอมพระองค์มาชกมวยกับชาวบ้านและชนะนักมวยฝีมือดีของเมืองวิเศษไชยชาญอีกทั้งชนะนักมวยเอกถึง 3 คน เมื่อพระมหากษัตริย์โปรดการชกมวยไทยเช่นนี้ ทำให้มีการฝึก มวยไทย ( Muay thai ) กันอย่างแพร่หลายในราชสำนัก ขยายไปสู่บ้านและวัด โดยเฉพาะวัด ถือเป็นแหล่งประสิทธิ์ประสาทวิชามวยไทยเป็นอย่างดีรวมถึงขยายวงกว้างไปสู่สามัญชนมาก แม้ท่านจะทรงสวรรคตแต่มวยไทยตำรับพระเจ้าเสืออันแข็งแกร่งยังได้รับการถ่ายทอดให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ฝึกฝนจนถึงทุกวันนี้ 

 

นายขนมต้ม

 

ในตอนเด็กนั้นๆ นายขนมต้มเป็นเด็กที่อาศัยอยู่ในวัด ด้วยสาเหตุที่ว่าพ่อและแม่ถูกพม่าสังหารจนถึงแก่ชีวิตทั้งสองคน จนเมื่อพม่าตีกรุงศรีอยุธยานายขนมต้มกลายเป็นหนึ่งในเชลยศึกที่ถูกกวาดต้อนไปยังประเทศพม่า กษัตริย์แห่งพม่าได้ทรงจัดงานสมโภชเจดีย์ชเวดากองและทรงโปรดให้มีการแข่งขันชกมวยระหว่างชาวสยามและชาวพม่า สุกี้พะนายกองคัดนายขนมต้มขึ้นชกและสามารถชกชนะนักมวยพม่าถึง 10 คนโดยมิยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว จนพระเจ้ามังระปูบำเหน็จแต่งตั้งให้เป็นข้ารับใช้ในกรุงอังวะแต่นายขนมต้มปฏิเสธและขอให้ปลดปล่อยตนและเชลยคนไทยทั้งหมดเป็นอิสระเพื่อกลับบ้านเกิด

 

นายทองดีฟันขาว

 

นายทองดีฟันขาว คืออีกหนึ่งครูมวยสำคัญแห่งประวัติศาสตร์ เดิมชื่อ จ้อย เป็นเด็กชายที่มีนิสัยกล้าหาญ อดทน ชอบชกมวยเป็นชีวิตจิตใจ ต่อมาได้ศึกษาวิชาหมัดมวยกับครูเที่ยงที่บ้านท่าเสา  แต่เพราะไม่เคี้ยวหมากพลูเหมือนคนสมัยนั้นครูเที่ยงจึงเรียกว่า “นายทองดีฟันขาว”  นายทองดีเดินทางไปเรียนการต่อสู้จากหลายๆที่ ไม่ว่าจะเป็นมวยไทย มวยจีน หรือเชิงดาบ จนความสามารถเลื่องลือ ภายหลังถวายตัวเป็นทหารคนสนิทของพระเจ้ากรุงธนบุรีและได้รับสมญานามว่า “พระยาพิชัย”

 

นายทองดีฟันขาว หรือ พระยาพิชัยดาบหักได้สร้างมรดกอันควรแก่การยกย่องสืบทอดมาถึงปัจจุบันนอกจากจะเป็นเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต เด็ดเดี่ยวกล้าหาญ ความรักชาติแล้ว ยังสร้าง “มวยพระยาพิชัย” ที่มีจุดเด่นคือเป็นทั้งมวยอ่อนและมวยแข็ง รุกรับตามแต่สถานการณ์ การออกไม้จะรวดเร็ว รุนแรง เผด็จศึกอย่างรวดเร็วเมื่อมีโอกาส 

 

สุดยอดมากทั้ง3ท่าน จริงๆเราก็เคยได้ยินมาแล้วเหมือนกัน ตั้งแต่เด็กๆแล้ว ทั้งนายขนมต้ม ทองดีที่นำไปทำเป็นภาพยนตร์ที่เราได้ดูกัน มวยไทย ( Muay thai ) สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หากจะปล่อยให้มันหมดไปก็คงไม่ใช่  ทั้งนี้เราต้องขอบขอบคุณ ครูมวยในประวัติศาสตร์ อีกด้วยที่ทำให้ไทยมีศิลปะจนถึงทุกวันนี้

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sanook

วิธีฝึกศอกยังไงให้ฟันแล้วแรง

วิธีฝึกศอกยังไงให้ฟันแล้วแรง

ศอกได้ขึ้นชื่อว่า อาวุธที่อันตายที่สุดพูดในทาง มวยไทย ( Muay thai ) ก็เปรียบได้เลยกับมีด ได้เลยถ้าใครคมกว่าฟันทีเดียวยังไงก็ต้องเย็บแน่ๆ วันนี้มาดูกัน ว่าทำยังไงให้ศอกของเราคมเหมือนกับดาบที่เล่าลือ

 

มวยไทย ( Muay thai ขึ้นชื่อว่าศิลปะ ยังไงก็ต้องมีท่าทางป้องกันตัวสวยๆ งามๆ แต่ สวยงามอย่างเดียวไม่ได้ต้อง รุนแรงด้วย เพื่อป้องกันอันตราย  และที่อันตรายที่เรา เห็นๆ กันเลยก็คือ ศอก ของ มวยไทย ( Muay thai

 

ศอกอย่างไรให้แรง

ศอกกับหมัดต้อง ไปด้วยกันได้ เช่นเดียวกับการต่อยให้แรง เพราะการฟันศอกให้แรงนั้นไม่ได้ขึ้นกับความแข็งแรงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับประสานตั้งแต่การบิดเอว การใช้ปลายเท้าส่งแรง ทำให้เกิด Momentum ที่ดี และจนไปถึงการเลือกตำแหน่งข้อศอกในการจู่โจมคู่ต่อสู้

 

มวยไทย ( Muay thai )  ศอกตี โดยใช้วิธีการตีศอกจากบนสู่ล่าง เฉียงซ้ายคล้ายมุมฉาก บางครั้งอาจบิดตัวตี โดยมีแรงส่งจากไหล่ ลำตัว และเท้า

 

ศอกตัด การตีศอกตัดขนานไปสู่เป้าหมาย

ศอกงัด การตีศอกจากกลาง งัดขึ้นไปข้างบน ตรงเป็นมุมฉาก

ศอกกระทุ้ง การใช้ศอกพุ่งออกไปด้านหลัง ในลักษณะกระทุ้ง แก้ไขสถานการณ์ที่คู่ต่อสู้ประชิดเข้ามาด้านหลัง

ศอกกลับ การหมุนตัวตีศอก กลับไปทางด้านหลัง ตามจังหวะที่สัมพันธ์กับการเคลื่อนตามเท้า

ศอกคู่  การตีศอกด้วยแขนสองข้าง

 

ฝึกการออกแรงในระยะสั้น

ในการแข่งมวยไทยส่วนใหญ่จะเหมือนว่านักมวยแทบไม่ได้ใช้ระยะในการง้างศอกเลย เพราะการจู่โจมต้องทำได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการที่จะทำอย่างนี้ได้ นักมวยจะต้องสามารถออกแรงในระยะสั้นได้ 

 

เล็งให้ดี แม้จะโดนต่อยสวนมา

พยายามเลือกตรงปลายข้อศอกที่แหลมและแคบในการสัมผัสเป้าหมาย เพราะมันจะทำให้ความรุนแรงเข้มข้นขึ้นในพื้นที่สัมผัสที่แคบ และให้ต้นแขนเป็นเหมือนฐานจรวดในการส่งแรงไปที่เป้าหมาย หากคุณไม่มีต้นแขนเป็นฐานแล้วพลังโจมตีคุณจะเบาบางอย่างมาก  หรือพูดง่ายๆว่า เล็งที่ จุดออ่นคู่ต่อสู้เช่น หัว หรือ เบ้าตา หัวคิ้วนั้นเอง

 

 ศอกแต่ละประเภทหากมีความแรง และมีการประสานกันตั้งแต่การบิดเอว การใช้ปลายเท้าส่งแรง รวมถึงการเลือกตำแหน่งของข้อศอกได้ดี จะทำให้ได้เปรียบในการจู่โจมคู่

 

อยาก เรียน มวยไทย ( Muay thai )   เพราะสกิล พวกนี้สามารถใช้ได้ในชีวิตจริง เพื่อป้องกันตัวของตัวเอง หากท่านใดกำลังมองหา ยิมมวยไทย ( Muay thai ) สามารถเข้ามาติดต่อสอบถามได้ตลอดเลยนะครับ  “เจริญทอง มวยไทย ยิม” ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ต่อยมวยก็ช่วยลดน้ำหนักได้นะ

มวยฟิต การออกกำลังกายแนวใหม่ สร้างหุ่นที่ดี

ออกกำลังกายอยู่บ้านก็ได้ประโยชน์เช่นกัน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ohlor.

ต่อยมวยก็ช่วยลดน้ำหนักได้นะ

ต่อยมวยก็ช่วยลดน้ำหนักได้นะ

     เราเชื่อว่าคงมีคนจำนวนไม่น้อยที่มักตั้งคำถามกับตัวเองว่าเทรนด์การออกกำลังกายที่กำลังมาแรงในปัจจุบันอย่างการต่อยมวยจะช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือ? และเพื่อเป็นการตอบคำถามคาใจของใครหลายคน วันนี้เราจึงถือโอกาสขอนำข้อเท็จจริงว่าด้วยเรื่องของการต่อยมวยและการลดน้ำหนักมาให้ทุกคนได้ทราบกัน

 

     จริงๆ แล้วการต่อยมวยนับได้ว่าเป็นหนึ่งวิธีในการออกกำลังกายแบบ HIIT หรือ High Intensity Interval Training ซึ่งการออกกำลังกายด้วยวิธีดังกล่าวจะมีความเข้มข้นในการฝึกค่อนข้างสูง โดยจะเริ่มจากการที่ผู้ฝึกออกแรงอย่างต่อเนื่อง แล้วหยุดพักซักระยะ ก่อนที่จะกลับมาใช้แรงอย่างหนักอีกหนึ่งครั้ง และทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ เป็นเวลาทั้งหมด 60-90 นาที ด้วยแนวทางการฝึกที่มีความเข้มข้นค่อนสูง

 

ไม่เบิร์นตอนออกแต่เบิร์นหลังออก

     เนื่องจาก HIIT เป็นการออกกำลังกายแบบหนักสลับกับเบา ดังนั้นขั้นตอนการเบิร์นไขมันจึงแตกต่างจากการออกกำลังกายแบบ Cardio อย่าง วิ่งหรือปั่นจักรยาน ที่ร่างกายจะดึงไขมันมาใช้ในขณะออกกำลังกายเลย ถึงแม้ว่าร่างกายจะไม่ดึงไขมันทั้งหมดมาใช้เป็นพลังงานในขณะชกมวย แต่จุดเด่นของการเผาผลาญไขมันหลังการต่อยมวยอยู่ที่การเบิร์นหลังออกกำลังกาย ซึ่งสามารถเบิร์นได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 48 ชั่วโมง หรือหากคิดเป็นแคลอรี่ก็ราวๆ 800 - 1,200 Kcal

 

ควรทิ้งช่วงเวลาให้ร่างกายได้พักผ่อนก่อน

     สืบเนื่องจากปัจจัยที่การต่อยมวยลดน้ำหนักเป็นการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นสูง ดังนั้นร่างกายจึงต้องการใช้เวลาซักระยะหนึ่งเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เพราะหากเราไปชกมวยทุกวันโดยไม่ปล่อยให้ร่างกายได้พักฟื้น แทนที่ผู้ชกจะได้ประโยชน์จากการลดน้ำหนัก ร่างกายอาจจะได้รับความเครียดหรืออาการบาดเจ็บมาเป็นของแถม

 

ลดความเครียด เพิ่มความผ่อนคลาย

 

     เพราะในทุกครั้งที่ออกกำลังกาย ร่างกายจะโฟกัสเฉพาะกับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า จนทำให้ผู้ออกกำลังกายลืมนึกถึงความเครียดและความกังวลทั้งหมด และเมื่อชกมวยเสร็จแล้ว แน่นอนว่าผู้ชกจะสัมผัสได้ถึงความเมื่อยล้า จนทำให้สามารถนอนหลับได้อย่างเต็มอิ่มตลอดทั้งคืน

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก posttoday

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- ออกกำลังกายอยู่บ้านก็ได้ประโยชน์เช่นกัน

- MUAY THAI กีฬาที่ให้มากกว่าแค่ ออกกำลัง

- วิถี นักมวย แค่หมัดหนัก ยังไม่พอ

มวยฟิต การออกกำลังกายแนวใหม่ สร้างหุ่นที่ดี

มวยฟิต การออกกำลังกายแนวใหม่ สร้างหุ่นที่ดี

     ในปัจจุบันการออกกำลังกายนั้นมักมีหลายรูปแบบ อย่างยุคนี้ สาว ๆ ได้หันมาสนใจกีฬา มวยไทย เพิ่มมากขึ้น แต่มวยไทยนั้น คงไม่ใช่แค่มีมวยไทยอีกต่อไป เพราะมวยไทยได้มีการผสมผสานร่วมกับ ฟิตเนสด้วย การออกกำลังกายรูปแบบใหม่จึงน่าสนใจขึ้นมาทันที

 

    มวยฟิต ซึ่งหมายถึง มวยไทย และ ฟิตเนส ส่วนลักษณะของมวยฟิต ถือเป็นการออกกำลังกายที่เป็นได้ทั้งกีฬา และศิลปะการต่อสู้ โดยจัดอยู่ในการออกกำลังกายประเภทคาร์ดิโอ หรือการออกกำลังกายให้เลือดสูบฉีดและเกิดการเผาผลาญพลังงานอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ 30 นาทีขึ้นไป โดยจุดเด่นของมวยฟิตที่มีความแตกต่างจากกีฬามวยไทยทั่ว ๆ ไป คือ จะเป็นการออกกำลังกายโดยไม่ใช้อุปกรณ์ เช่น กระสอบทราย เข้ามาช่วย นั่นเอง

 

   ในส่วนของ มวยฟิต จะเน้นเรื่องการใช้อวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายในการเล่น อาทิ หมัด ศอก เข่า เท้า เป็นหลัก โดยจะมีครูฝึกหรือเทรนเนอร์คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้เล่นออกท่าทางต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง และไม่เกิดอาการบาดเจ็บตามมา

 

   ขั้นตอนการออกกำลังกายในรูปแบบ มวยฟิต จะแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอนใหญ่ ๆ คือ การบริหารกล้ามเนื้อส่วนบน คือ ตั้งแต่ส่วนเอวไล่ขึ้นมา จนถึงข้อศอก และการบริหารกล้ามเนื้อส่วนล่าง ได้แก่ ขา เข่า ข้อเท้า

 

   โดยผู้เล่นจำเป็นจะต้องเรียนรู้แต่ละท่าจนเข้าใจ จากนั้นจึงสามารถนำท่าต่าง ๆ มาฝึกเป็นสเต็ปอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลาตั้งแต่ 30 – 60 นาที ก็จะช่วยเสริมความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ได้แก่ ข้อมือ แขน ขา และข้อเท้า และช่วยกระชับสัดส่วนที่ต้องการได้ เช่น ต้นแขน ต้นขา เพราะการออกกำลังกายในรูปแบบนี้ สามารถเผาผลาญแคลอรีได้ถึง 800 แคลอรีต่อชั่วโมง

 

   นอกจากนั้น ยังช่วยในด้านการฝึกสมาธิ เพราะขณะที่เตะ ต่อย หรือออกหมัด เท่ากับเป็นการฝึกประสานความสัมพันธ์ระหว่างกล้ามเนื้อและสมอง

 

   อีกทั้ง มวยฟิต จะใช้อวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นหมัด เข่า ศอก ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ฝึกการประสานงานของส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย ฝึกสมาธิ และช่วยกระชับสัดส่วนที่ต้องการได้ โดยเฉพาะต้นแขน ต้นขา จึงทำให้ผู้เล่นได้ประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่างในเวลาเดียวกัน รู้อย่างนี้แล้ว อยากออกกำลังกายด้วย มวยไทย กันแล้วใช่ไหม มาฝึกร่างกายให้ฟิตได้ที่ เจริญทอง มวยไทย ยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) เลย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก mthai

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- MUAY THAI กีฬาที่ให้มากกว่าแค่ ออกกำลัง

- มวยไทย ช่วยฝึกทักษะอะไรบ้าง

- ฟิตแอนด์เฟิร์ม “มวยไทย” เทรนด์การป้องกันตัวของผู้หญิงยุคใหม่

ออกกำลังกายอยู่บ้านก็ได้ประโยชน์เช่นกัน

ออกกำลังกายอยู่บ้านก็ได้ประโยชน์เช่นกัน

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ต้องกักตัวอยู่บ้าน ทั้งยิม มวยไทย ( Muay Thai ) ก็ต้องถูกปิดไปก่อนเพราะโควิด-19 ระบาดหนักอยู่ตอนนี้ แต่เราไม่นิ่งนอนใจกับสายออกกำลังกาย วันนี้สกิลออกกำลังกายที่บ้านได้ประโยชน์เหมือนกัน

 

หลายๆคนเสพติด ฟิตเนส ( Fitness ) การเข้า ยิบมวย ต่างๆ  มากเพราะวาเป็นสถานที่ออกกำลังกาย แอร์เย็นมีเครื่องฟอกอากาศรู้สึกปลอดภัยกว่าไปวิ่ง ที่สวนอีก แต่วันนี้หากเราจำเป็นต้องกักตัวอยู่บ้านยับยั้งโควิด สายออกกำลังกายอย่างเราก็จะไม่แนะนำให้ออกกำลังกาย ออกบ้าน สามารถออกกำลังกาย ในบ้านได้ด้วยท่าไหนบ้าง

หากเราเป็นคนที่อยากฝึก มวยไทย ( Muay Thai )  หรือ อยากออกำลังกาย อยู่บ้านต้องทำยังไงบ้าง

 

ยืดกล้ามเนื้อ
 
          เป็นวิธีการออกกำลังกายที่ทั้งสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ และช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อจากการทำงานหนักอีกด้วย ลดอาการบาดเจ็บที่อาจเกิดจากการใช้งานที่หนักเกินไปได้ อีกทั้งยังไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใด ๆ แค่รู้วิธีการยืดกล้ามเนื้อที่ถูกต้องก็ทำได้แล้ว ซึ่งประโยชน์ของท่านี้ เป็นขั้นตอนต้นๆ ก่อนออกกำลังกายอย่างอื่นเลยล่ะ

 

กระโดดเชือก
 
          เริ่มต้นด้วยการออกกำลังกายสุดเบสิกอย่างการกระโดดเชือก สำหรับหลายคนก็คงจะเคยเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ ถึงจะดูง่าย ๆ แต่ได้ผลดีไม่แพ้กับการออกกำลังกายชนิดอื่น ๆ ที่นอกจากจะช่วยให้เหงื่อออกได้แล้วก็ยังช่วยเสริมความแข็งแรงให้ร่างกาย เพิ่มความไวให้ร่างกาย อย่างที่ มวยไทย ( Muay Thai ) ชอบกระโดดเชือกนั่นเอง

 

จ๊อกกิ้งอยู่กับที่ ได้ทักษะเดียวกับ ฟิตเวิร์ค
 
          หากไม่สะดวกที่จะออกกำลังกายนอกบ้าน แต่ก็อยากจะจ๊อกกิ้งละก็ ลองใช้วิธีวิ่งอยู่กับที่สิ การออกกำลังกายด้วยการวิ่งอยู่กับที่นอกจากจะช่วยให้ร่างกายได้ตื่นตัวกระฉับกระเฉงแล้ว ก็ยังถือเป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่ได้ผลดีทั้งต่อหัวใจอีกด้วย และถ้าอยากเพิ่มความท้าทายให้ตัวเองก็เพียงยกเข่าให้สูงขึ้นก็จะทำให้ร่างกายได้ออกกำลังกายมากขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์

 

ดู Youtube แล้วออกกำลังกายตาม

ในยุคที่ เทคโนโลยีทั่วถึงแล้ว การออกกำลังกาย เป็นสิ่งสำคัญ อยากออกกำลังกายแบบไหน ละ ฟิตเนส ( Fitness ) หรือ แบบ มวยไทย ( Muay Thai ) ก็มีให้ดู และสามารถทำตามได้เลย เพียงแค่นี้การ ออกกำลังกายอยู่บ้านก็เป็นเรื่องที่ง่ายมากแล้ว

 

จริงๆการออกกำลังกายมีหลากหลายการออกมากยิ่งถ้า ฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) อยู่บ้านก็ ยิ่งยากเข้าไปใหญ่ แต่ถ้าจะทำให้มันง่าย เราก็แค่ประยุคให้เข้ากับสถานที่มีอะไรที่คิดว่าเหมาะสมก็ใช้ออกไปก่อนก็ได้  ไม่อย่างงั้นแล้ว สายออกกำลังกาย ก็จะรู้สึกหงุดหงิดเมื่อไม่ได้ออกนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตาม สุขภาพต้องมาก่อนนะครับ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

MUAY THAI กีฬาที่ให้มากกว่าแค่ ออกกำลัง

มวยไทยกับลูกเตะ

มวยไทย ช่วยฝึกอะไรคุณได้บ้าง?

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก health.kapook

แม่ไม้ในมวยไทย คืออะไร

แม่ไม้ในมวยไทย คืออะไร

เราอาจเคยได้ยินคำว่า แม่ไม้มวยไทย มานมนาน แท้จริงแล้วความหมายไม่ได้เรียกไว้ให้ดูเท่ๆ แต่เพียงเท่านั้น แต่ยังมีความหมายในเชิงปฏิบัติ ที่แอบแฝงไปด้วยรหัสอันตราย ความหมายที่ว่านั้น คืออะไรกัน?

 

     แม่ไม้ ในมวยไทย คืออะไร เพราะความหมายของมวยไทย แท้จริงแล้ว คือศิลปะการรุกและรับ เป็นการเลือกใช้ไม้มวยไทย และกลวิธีต่างๆ ผสมผสานให้เข้ากัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ไม้มวยไทย ที่ใช้ในมวยไทย นั้นได้แก่ หมัด, เท้า, เข่า และศอก เพราะการใช้หมัดชกคู่ต่อสู้ เรียกว่า "ไม้หมัด" และการใช้เท้าเตะคู่ต่อสู้เรียกว่า "ไม้เตะ" การใช้เท้าถีบ ก็ต้องเรียกว่า "ไม้ถีบ" การใช้เข่าเรียกว่า "ไม้เข่า" การใช้ศอก ก็เรียกว่า "ไม้ศอก" และยังมีการแบ่งตามลักษณะความสั้น - ยาว ของการใช้ไม้มวยไทย อีกด้วย โดยแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ ไม้สั้น และไม้ยาว เช่น การใช้หมัดเหวี่ยงสั้น, หมัดงัด, ศอกและเข่า เรียกว่า "ไม้สั้น" การใช้เท้าเตะ ใช้เท้าถีบ หมัดเหวี่ยงยาว เรียกว่า "ไม้ยาว" นั่นเอง

 

     ดังนั้นการเตะ, ถีบ, เข่า และศอก เรียกว่า "แม่ไม้" ส่วนการต่อย หมัดงัด หมัดเหวี่ยงสั้น - ยาว การเตะตรง, เตะตัด, เตะตวัด, เตะเฉียง, เตะกลับหลัง, ถีบตรง, ถีบข้าง, ถีบกลับหลัง, เข่าตรง, เข่าเฉียง, เข่าตัด, เข่าลอย, ศอกตี, ศอกตัด, ศอกกลับหลัง, ศอกพุ่ง เหล่านี้เรียกว่า "ลูกไม้"

 

ไม้รุก คืออะไร?

     ไม้รุก คือ หลักวิชาการในการใช้ไม้มวยต่างๆ มาประกอบกันเพื่อเป็นการรุกโจมตีคู่ต่อสู้ มีทั้งการหลอกล่อ และเข้าสู้กันจริง โดยทั่วไป ไม้นำของไม้รุกจะเป็นไม้ยาว มีความเร็ว รัดกุม มีหลักมั่นคง สามารถใช้ไม้อื่นต่อไปได้ เช่น การถีบตรง, การเตะเฉียง, เตะลิด ส่วนไม้ตามนั้นจะเป็นไม้ยาวหรือไม้สั้นก็ได้

 

     ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการใช้ไม้จังหวะแรกว่าได้ผลดีประการใด ดังนั้นจึงนิยมใช้ไม้มวยแบบสลับบนล่าง หรือซ้ายสลับขวา เพื่อให้คู่ต่อสู้พะวง ถ้าใช้ไม้รุกเฉพาะส่วน หรือส่วนล่างอย่างเดียว จะง่ายต่อการป้องกันแก้ไข โดยทั่วไป ไม้รุก มีตั้งแต่จังหวะเดียวขึ้นไป จนไม่จำกัดจำนวน แต่นิยมใช้และได้ผลดี รวมไปถึงการฝึกหัดได้ง่าย คือ ไม้รุก 1 จังหวะ, 2 จังหวะ และ 3 จังหวะ

 

     ไม้รุก 1 จังหวะ คือ การรุกเข้าไปแล้วใช้ไม้มวยเพียงอย่างเดียว เช่น การชกหมัดตรงขวา, เตะขวา, โยนเข่าขวา หรือด้านที่ถนัดที่สุด เรียกว่า "ไม้รุกจังหวะเดียว"

 

     ไม้รุก 2 จังหวะ คือ การรุกเข้าไปใช้ไม้มวย 2 จังหวะ โดยในจังหวะที่ 1 เป็นไม้หลอก เพื่อให้คู่ต่อสู้เสียหลัก แล้วตามไปใช้ไม้จริงในจังหวะที่ 2 ต้องตามกันไปอย่างรวดเร็ว เรียกว่า "ไม้รุก 2 จังหวะ"

 

     ไม้รุก 3 จังหวะ คือ การรุกเข้าไปใช้ไม้มวยจังหวะที่ 1, 2 และ 3 ติดต่อกัน เช่น ต่อยหมัดนำ, หมัดตรง  แล้วเตะตาม ถ้าฝึกจนเกิดความชำนาญแล้ว ก็สามารถใช้ไม้สั้น เช่น ศอก, เข่า, หมัดตวัด, หมัดงัด เป็นไม้นำได้เช่นกัน

 

     ไม้รุก 4 จังหวะ คือ การรุกเข้าไปใช้ไม้มวยจังหวะที่ 1, 2 และ 3 ติดต่อกัน และไม้รุกที่ออกไปต่างก็หวังผลทั้งหมด แล้วแต่โอกาส ส่วนมากจังหวะที่ 1 และ2 เป็นไม้หลอก จังหวะที่ 3 และ 4 เป็นไม้จริง

 

ไม้รับ คืออะไร?

     ไม้รับ คือ หลักวิชาการในการนำเอาไม้มวยต่างๆ มาประกอบเข้าด้วยกัน เพื่อแก้ไขการจู่โจมของฝ่ายรุก ไม้มวยชนิดหนึ่ง อาจแก้การจู่โจมของไม้มวยชนิดเดียวกัน หรือต่างชนิดก็ได้ หรือแก้ทีละไม้ เช่น แก้การต่อย, แก้การเตะ, แก้การถีบ, แก้การศอก แต่ในการชกมวยจริงๆ ไม่ได้ชก หรือเตะเพียงจังหวะเดียว แต่จะรุกเป็นชุด เช่น ต่อยนำ, เตะตาม แล้วเข่าตาม หรือต่อยตามเข่า

 

     ความหมายรวมไปถึงการทำทุกอย่างเพื่อแก้ไขการจู่โจม เช่น การถอยออกให้พ้นระยะ เพื่อไม่ให้ถูกอาวุธของคู่ต่อสู้, การหลบหลีก, การปัดป้อง และการตอบโต้ ซึ่งมีการชิงลงมือก่อน การถอยแล้วตอบโต้ การหลบหลีกแล้วตอบโต้

 

     ไม้รับในที่นี้ จะกล่าวถึงการรับไม้มวยของคู่ต่อสู้ทีละชนิดตามลำดับ เริ่มตั้งแต่รับการต่อย, รับการเตะ,  รับการถีบ, รับการเข่า และรับการศอก โดยอาศัยการถอย, หลบหลีก, ปัดป้อง และตอบโต้ด้วยไม้มวยต่างๆ อาทิ

 

- การหลอกล่อ คือ การเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อให้คู่ต่อสู้เข้าใจผิด หรือเพื่อไม่ให้คู่ต่อสู้จับทางเราได้ ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวอวัยวะต่างๆ โดยไม่เคลื่อนที่ไปจากที่เดิม

- หลอกด้วยสายตา คือ มองสูงแต่ใช้ไม้มวยไปสู่เป้าหมายที่ต่ำ หรือมองต่ำแต่ใช้ไม้มวยไปสู่เป้าหมายที่สูง

- หลอกด้วยศีรษะ คือ การเคลื่อนไหวศีรษะไปมาทั้งด้านซ้ายและด้านขวา เพื่อให้คู่ต่อสู้หลงทาง

- หลอกล่อด้วยการเคลื่อนไหวลำตัว คือ การอาศัยความอ่อนตัว เช่น การโยกเอวหรือโยกลำตัวไปทางซ้ายและขวา

- การถอยให้พ้นระยะ คือ การถอยให้ห่างจากคู่ต่อสู้ อาจกระโดดเคลื่อนเท้าถอยหลัง หรือก้าวถอยหลัง แต่ต้องให้พ้นระยะไม้มวยของคู่ต่อสู้ ในการถอยเมื่อพ้นระยะแล้ว จะต้องอยู่ในท่าที่พร้อมจะตอบโต้คู่ต่อสู้ทันที

- การโยกตัวหรือการเอนตัวให้พ้นระยะ คือ การโยกตัวหรือเอนตัวออกให้พ้นระยะคู่ต่อสู้

- การหลบหลีก คือ การเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกาย เพื่อหลบหลีกไม้มวยของคู่ต่อสู้ที่จู่โจมมา อาจใช้วิธีก้มตัวหลบด้านซ้ายและขวา

- การปัดให้เบี่ยงเบนออกไป คือ การใช้มือหรือแขนปัดไม้มวยไปยังเป้าหมายอื่น

- การปัดป้อง คือ การใช้ส่วนต่างๆ ที่แข็งแรงของร่างกายปัดป้องอวัยวะที่เป็นจุดอ่อนของร่างกาย เช่น การใช้เข่าปัดป้องท้อง รวมถึงบริเวณลำตัว การใช้ศอกและเข่าบริเวณหน้าอก

- การบังเกาะจับ คือ การบังไม่ให้ไม้มวยคู่ต่อสู้ปะทะกับตัวเรา การบังนั้นจะต้องอาศัยการผ่อนแรงถูกจังหวะและเหมาะสมจึงจะได้ผลดี เมื่อบังเกาะจับได้แล้ว ก็สามารถใช้ไม้มวยตอบโต้ได้ทันที

- การทำให้ล้ม ในมวยไทยมีหลายแบบ แต่ที่ถูกต้องตามกติกาคือ ใช้วิธีการบังเกาะจับแล้วผลักให้ล้ม หรือการกอดรัดแล้วเหวี่ยงให้ล้ม

 

     และหากคุณกำลังมองหาสถานที่ฝึก มวยไทย หรืออยากเรียนมวยไทย มาฝึกกับเราได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) กับสาขาที่ใกล้และสะดวกที่สุด ได้เลย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ohlor

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- ผู้หญิง ได้อะไรจากมวยไทย

- ต่อย มวยไทย ยังไงให้ลดความอ้วนได้

MUAY THAI กีฬาที่ให้มากกว่าแค่ ออกกำลัง

MUAY THAI กีฬาที่ให้มากกว่าแค่ ออกกำลัง

สายแข็งที่ชื่นชอบการต่อยมวย ซึ่งทำให้ มวยไทย (Muay Thai) ไม่ได้เป็นกีฬาที่ฮิตเฉพาะในบ้านเรา แต่ในเมืองนอกเขาก็อินกันมาก และ มวยไทย (Muay Thai) ก็ไม่ใช่แค่กีฬาในกระแส แต่ยังมีอะไรดีๆ ที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้ มาก่อน

 

1st Benefit: ช่วยลดความนอยด์

อย่าคิดว่าการใช้กำลังจะยิ่งทำให้นอยด์ เพราะความจริงแล้วกีฬาประเภทนี้กลับทำให้เรามีสมาธิและสติมากขึ้นต่างหาก เพราะทุกครั้งที่คุณยืนอยู่หน้าคู่ต่อสู้ คุณจะต้องโฟกัสกับทุกการเคลื่อนไหว นั่นทำให้คุณไม่มีเวลาที่จะได้คิดวิตกกังวลอะไรทั้งนั้น มวยไทย (Muay Thai) ช่วยให้เรียนรู้ที่จะจัดการกับความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นในแต่ละวันได้ดีขึ้น คุณเพียงต้องใช้ความพยายามในการฝึกฝน และคุณก็จะสามารถโฟกัสกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้ดี

 

2nd Benefit: เพิ่มพลังกล้ามเนื้อ

หลายคนอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าการต่อยมวยนั้นจำกัดอยู่ที่การใช้แค่หมัดและเท้า แต่สำหรับ มวยไทย  (Muay Thai) แล้วทุกอย่างจะต้องประสานกันหมด ทั้งข้อศอก คาง และเข่า เวลาที่เราเคลื่อนตัว จู่โจม และป้องกันการรุกจากทิศทางต่างๆ นั่นจะทำให้กล้ามเนื้อทำงานอยู่ตลอด และพลังงานก็จะพุ่งไปทั่วตัว โดยการเตะจะเน้นที่ส่วนของลำตัว สะโพก และก้น ส่วนการต่อยโดยใช้ข้อศอกและกำปั้น จะได้ส่วนของแขนและข้อมือ และยิ่งถ้าทำได้ถูกท่า ก็จะช่วยเบิร์นแคลอรี่ได้มากขึ้นด้วย

 

3rd Benefit: อัพรอยยักในสมอง

แน่นอนว่าคงไม่ใช่แค่คุณคนเดียวแน่ที่เป็นฝ่ายจู่โจม เพราะฉะนั้นคุณจะต้องรู้จักที่จะหลบหลีก ก้มหลบหมัดต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งในการตั้งรับนั้น คุณอาจจะต้องมีการออกหมัด ยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาบล็อก หรือแม้แต่การโต้ตอบกลับด้วยหมัดขวาตรง ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องทำด้วยสปีดที่เร็ว ปฏิกิริยาการโต้ตอบจะช่วยฝึกการทำงานที่สอดประสานระหว่างสมองและกล้ามเนื้อให้ทำงานได้ดีขึ้น จนในที่สุดคุณจะสามารถกลายเป็นคนที่มีปฏิกิริยาตอบโต้ได้เร็วในสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะภายใต้สถานการณ์ที่กดดัน

 

4th Benefit: สร้างความมั่นใจ

มันไม่ใช่ว่าการที่คุณเรียนรู้ที่จะแตะต่อยเป็นแล้วจะทำให้คุณมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น แต่ “มวยไทย” จะทำให้คุณได้รู้จักศักยภาพของตัวเอง รู้ว่าร่างกายของคุณสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด และนี่แหละคือสิ่งที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจและความภูมิใจให้กับตัวคุณเอง “การที่ได้เรียนรู้วิธีการป้องกันตัวเองจะทำให้คุณรู้สึกทึ่งกับร่างกาย” ในขณะที่หลายคนอาจจะปลื้มปริ่มกับรูปภาพเซลฟี่บนโซเชียลที่ผ่านการแต่งมากว่าสิบแอพฯ แต่ “มวยไทย” จะสอนให้คุณรู้คุณค่าที่เป็นตัวตนของคุณจริงๆ

 

5th Benefit: ฝึกสกิลการวางแผนที่รวดเร็ว

การจู่โจมในแต่ละครั้งมันมากกว่าแค่การแตะ หรือต่อยออกไปเท่านั้น มันเป็นศิลปะการต่อสู้ที่เราต้องอาศัยการวางแผนที่ดี เราต้องรูว่าควรจะออกหมัดจังหวะไหน ด้วยน้ำหนักเท่าไหร่ หรือตอนไหนที่ควรหลบหลีก กำลังเป็นสิ่งสำคัญ แต่พลังสมองในการวางแผน วางกลยุทธนั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่จะมองข้ามได้ เพราะเราต้องคิดล่วงหน้าไปก่อนคู่ต่อสู้ ทักษะความออกสเต็ปของเท้าก็ต้องใช้การฝึกฝนและพัฒนาอย่างต่อเนื่องเหมือนกัน

 

เห็นไหมว่า มวยไทย (Muay Thai)  ไม่ใช่แค่เป็นกีฬาที่ใช้แต่กำลัง แต่ยังได้ฝึกสมองและพัฒนาสกิลต่างๆ ได้อีกด้วย เย็นนี้ไปลองกันซักคลาสไหมที่ เจริญทอง มวยไทย ยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym )

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก paolohospital

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

มวยไทยกับลูกเตะ

สเต็ปลดน้ำหนักด้วยการต่อยมวย

มวยไทย ช่วยฝึกอะไรคุณได้บ้าง?

มวยไทย ช่วยฝึกอะไรคุณได้บ้าง?

แท้จริงแล้วการออกกำลังกายเป็นการแข่งขันกับตัวเอง และยังเป็นการฝึกทักษะบางอย่างทางอ้อมอีกด้วยการต่อยมวยนั้นนอกจากทำให้ผู้เล่นรู้สึกสนุกและท้าทายแล้ว แต่ยังจะช่วยฝึกทักษะด้านต่างๆเพิ่มขึ้น

 

 มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยฝึกทักษะด้านต่างๆดังต่อไปนี้

 

1. มีวินัย

        การฝึกซ้อมของ มวยไทย ( Muay Thai ) ก็จะทำซ้ำๆกันทุกวันในเวลาที่แน่นอนด้วยความตั้งใจ และร่างกายพร้อมที่จะซ้อม นี่คือสิ่งที่เป็นการฝึกวินัยให้กับตัวเอง ต้องทำงานทุกวันโดยไม่มีคนมาคอยสั่ง มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถสร้างเสริมวินัยได้เป็นอย่างดี หรือกีฬาประเภทอื่นๆ สามารถสร้างวินัยให้กับตัวเองได้เป็นอย่างดี เช่น รู้จักการแบ่งเวลาในการฝึกซ้อม มีความตรงต่อเวลา ฯลฯ เพราะถ้าหากว่าเราไม่มีวินัยในตัวเองก็จะทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องนั้นๆ แต่ มวยไทย ( Muay Thai ) จะสอนระบบในการจัดการของตัวเองโดยอัตโนมัติทำให้เรามีวินัยไปในตัว

 

2. ฉลาดมีไหวพริบ

        มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาที่ต้องใช้ทักษะในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา จะเห็นได้จากหลายการแข่งขันที่ผู้ชนะจะต้องมีหมดทั้งสามอย่างนี้ควบคู่กันไป มวยไทย ( Muay Thai ) จะสามารถปลูกฝังให้มีวิธีคิดที่จะสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีมาก

 

3. อดทน

        กีฬาประเภทนี้ถ้าขาดความอดทนแล้ว จะไม่สามารถเล่นได้เลย โดยเฉพาะเรื่องของการฝึกซ้อม ที่วันหนึ่งๆต้องซ้อมหนักมาก เพราะกีฬานี้ต้องการร่างกายในแบบที่พร้อมถึงขีดสุด หากขาดการฟิตซ้อมนั่นก็หมายถึงการเป็นนักมวยต้องมีความอดทนในการฝึกซ้อม สิ่งที่จะได้จาก มวยไทย ( Muay Thai ) นั่นคืออดทนเป็นอันดับแรก หรือไม่ว่าจะเป็นเพียงการฝึกซ้อมเพื่อป้องกันตัว เพื่อการออกกำลังกายก็ตาม ล้วนแต่ต้องใช้ความอดทนเท่านั้น จึงจะประสบความสำเร็จในด้านกีฬามวยแม้กระทั่งกีฬาประเภทต่างๆ ก็ต้องใช้ความอดทนมาก่อนเหมือนกัน

 

4. กล้าตัดสินใจ

        ก่อนชกนั้นเราอาจจะวางแผนการชกไว้อย่างหนึ่ง แต่เมื่อขึ้นชกจริง เราอาจชกไม่ได้อย่างแผนที่วางไว้เนื่องจากคู่ต่อสู้ของเราอาจเตรียมรับมือไว้แล้ว ทำให้เราต้องตัดสินใจที่จะเปลี่ยนรูปแบบการชกทันที ฉะนั้นการกล้าที่จะตัดสินใจเป็นสิ่งสำคัญสำหรับ มวยไทย ( Muay Thai )  เพื่อที่เราจะมีโอกาสชนะคู่ต่อสู้

 

5. ทำงานภายใต้ความกดดันได้ดี

        เมื่อขึ้นเวทีสังเวียนจริง นักมวยต้องช่วยเหลือตนเอง ไม่สามารถที่จะพึ่งพิงพี่เลี้ยงได้อีกต่อไป บนเวทีมีคู่ต่อสู้ประจันหน้าอยู่ตลอดเวลา เปรียบเสมือนแรงกดดันที่นักมวยต้องแบกรับอยู่ตลอดเวลา นักมวยต้องทำงาน คือชกมวยตามแผนที่ตนวางไว้ภายใต้แรงกดดันนี้ นอกจากนี้ยังมีเสียงเชียร์ทั้งจากฝ่ายที่สนับสนุน และฝ่ายที่อยากให้แพ้ การที่ต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันทั้งภายในจิตใจของตนเอง และภายนอกนี้ ช่วยสร้างให้นักมวยมีความแข็งแกร่งและสามารถเผชิญหน้ากับแรงกดดันได้ดี

 

6. กล้าเสี่ยง

        นักมวยไม่ได้ชกคนเดียว ต้องชกกับคู่ต่อสู้ และมีเวลากำหนดไว้แน่นอน ดังนั้นหากนักมวยไม่กล้าชกออกไปตามทิศทางที่ได้วางแผนเอาไว้ ก็เท่ากับว่า เป็นฝ่ายรับอย่างเดียว ไม่มีทางชนะได้แน่นอน ในการที่จะชกมวย จะมีอยู่บางช่วงเวลาที่เราต้องเสี่ยงว่าจะต่อยหมัดหนัก หรือว่าจะแย็บเบิกทาง เหมือนกับที่เวลาจะติดต่อประสานงาน ซื้อขาย หรือทำสิ่งต่างๆกับใครเมื่อหมดหนทางแล้ว เราจะประนีประนอมต่อหรือว่าจะแรงใส่เลย ก็เป็นการเสี่ยงอย่างหนึ่ง

 

7. สุขุมเยือกเย็น

        เมื่อขึ้นไปบนเวทีแล้วสิ่งที่จะช่วยเราให้เอาชนะได้ คือ ความสุขุมเยือกเย็นที่จะตัดสินใจวิเคราะห์ว่าคู่ต่อสู้จะทำอะไร แล้วเราควรจะทำอะไร เพื่อให้ได้วิธีที่ถูกต้องรัดกุมที่สุด จึงต้องมีความสุขุมเยือกเย็นเป็นอย่างมาก

 

8. เหตุผลอยู่เหนืออารมณ์

        หากใช้แต่อารมณ์มากกว่า ก็จะทำให้ไม่สามารถควบคุมเกมที่วางเอาไว้ได้ เมื่อไม่สามารถควบคุมได้โอกาสก็ตกไปเป็นของคู่แข่ง เมื่อโอกาสเป็นของคู่แข่ง ก็มีสิทธิ์ที่จะพ่ายแพ้ไม่ว่าจะซ้อมมามากเพียงใดก็ตาม

 

9. จิตใจดี

        มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นเป็นกีฬาที่ต้องปะทะกันโดยตรง ฉะนั้นการเป็นคนที่มีน้ำใจ ไม่ดูถูก หรือเหยียดหยามผู้แพ้เป็นสิ่งสำคัญ เราต้องยอมรับให้เกียรติคู่แข่ง กีฬามีแพ้ชนะ ไม่มีใครจะชนะตลอดเวลา สำคัญคือยอมรับความผิดหวัง และชื่นชมให้แก่ผู้ที่ชนะเราในวันนั้นได้และให้คิดว่าในวันหน้ายังมีโอกาส

 

10. เป็นมืออาชีพ

        การเป็นมืออาชีพ คือ การแข่งขันด้วยความเป็นนักกีฬาอย่างแท้จริง นักมวยต้องขยันฝึกซ้อม ทุ่มเทให้กับการแข่งขัน และแม้ว่าจะแพ้ หรือชนะก็ต้องยอมรับในผลที่จะเกิดขึ้น นักมวยต้องมีความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ของตนเอง อย่างนี้จึงเรียกได้ว่าเป็นนักมวยที่มีความเป็นมืออาชีพได้

 

11. ขยัน

        เราต้องอดทนซ้อมเพื่อไม่ให้ร่างกายเราอ่อนแอ ดังนั้นการนำเอามาใช้นอกสนามมวย ก็จะมีประโยชน์มากเพราะต้องมีความขยัน และอดทนกับงานที่เราทำ เพื่ออนาคตที่เราตั้งเป้าไว้ ถึงแม้ว่าเราจะเก่งในด้านการบริหารเวลา และมีความอดทนแล้ว ถ้าพูดถึงเรื่องขยันก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เช่น ต่อให้เรามีประสบการณ์มากเท่าไหร่ ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากแค่ไหน ถ้าเราไม่มีความขยัน ทุกอย่างที่เราเก่งก็ไม่ได้ช่วยอะไรเราเลย

 

        การต่อยมวยนอกจากทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้วยังสามารถช่วยพัฒนาศักยภาพ และทักษะให้คุณมากขนาดนี้ ส่วนใครที่อยากพัฒนาตัวตนจากการต่อยมวยก็อย่ารอช้า  เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) เป็นยิมมวยต้นแบบที่นำ "ศิลปะแม่ไม้มวยไทย" กับ "วิทยาศาสตร์การกีฬา" และ "ความรู้ด้านโภชนาการ" มาผสมผสานเข้าได้ด้วยกัน เป็นศูนย์กลางผู้นำช่วยลดน้ำหนัก ศิลปวัฒนธรรมมวยไทย และเชี่ยวชารด้านโภชนาการ นับว่าเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ได้นำมารวมเป็นหนึ่ง

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก jobtopgun

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

คุณสมบัติของ นักมวยไทย

รู้ไว้ไม่เสียหาย กติกาในการแข่งขันมวยไทย