บทความ


มวยไทยตัวช่วยในการควบคุมอารมณ์

มวยไทยตัวช่วยในการควบคุมอารมณ์

กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่ต้องที่รุนแรง ดูเหมือนว่า จะใช้อารมณ์เพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงแล้ว มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่ต้องมีการควบคุม อารมณ์ เป็นอย่าง และ มากกว่ากีฬา ประเภทอื่น ๆ

 

 

กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ถือว่าเป็น กีฬา ที่ต้องใช้ความอดทน ในเรื่องขอว อารมณ์เป็นอย่างมาก เพราะว่า กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่ต้องมีการต่อสู้ ออกแรงเตะ ต่อย เพื่อให้ได้ชัยชนะ หลาย ๆ คนก็อาจจะคิดว่า มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่ใช้อารมณ์ เพียงอย่างเดียว หากเพื่อน ๆ คิดอย่างนี้ เราบอกได้เลยว่า เพื่อน ๆ คิดผิด เพราะว่า มวยไทย ( Muay Thai ) ไม่สามารถ ใช้อารมณ์ได้ เพราะถ้าหาก ใช้อารมณ์ ในการชกเมื่อไหร่ เมื่อย่อมแพ้ ดังนั้น วันนี้ เราจะมาดูกันว่า ทำไมมวยไทย ( Muay Thai ) ถึงเป็นตัวช่วยในการ ควบคุมอารมณ์  

 

 

1. ช่วยควบคุมอารมณ์ ได้เป็นอย่างดี

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่ทำให้เรา สามารถควบคุม อารมณ์ ได้เป็นอย่างดี เพราะว่า กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่ต้องใช้พละกำลัง และ การควบคุมอารมณ์ ในการชก เพระว่า หากว่า ผู้ชก หรือ ผู้ที่ฝึกมวยไทย ( Muay Thai ) ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ ก็จะทำให้ การชก หรือ การซ้อม เป็นไปได้อย่างไม่ราบรื่น เพราะฉะนั้น ผู้ฝึกมวยไทย ( Muay Thai ) ที่ดีจะต้อง รู้จักการควบคุม อารมณ์ของตัวเอง ยิ่งควบคุมตัวเองได้ดีเท่าไหร่ การฝึกก็ย่อมเป็นผลดี มากเท่านั้น หากผู้ฝึกมวยไทย ( Muay Thai ) ไม่สามารถ ควบคุมอารมณ์ ของตัวเองได้ การแข่งขัน ก็จะมีแต่แพ้ ไม่มีทางชนะ

 

2. เป็นกีฬาที่ช่วย ในการระบายความเครียด

แม้ว่ามวยไทย ( Muay Thai ) จะเป็นกีฬา ที่ทำให้เราได้ออกแรง หรือ บางคน ก็ใช้มวยไทย ( Muay Thai ) ในการระบายอารมณ์ แต่ถึงอย่างไร ในการฝึก เราก็ควรที่จะมีสติ และ รู้ว่าอะไรคือ การซ้อม อะไร คือการ ระบายอารมณ์ และ ที่สำคัญ เราต้องแยกแยะ ให้ออก ว่าอะไรอารมร์ส่วนตัว หรือ ว่า อะไรคือ เหตุผล หากเรารู้ และ สามารถแยกแยะได้ กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นตัวช่วยที่ดี ในการ ระบายอารมณ์ และ ระบายความเครียด

 

3. ช่วยควบคุมสติ

กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่เรียกสติของเรา ให้กลับมา เพราะว่า ในการซ้อม หรือ ในคลาสมวย หากเราซ้อมอย่างไม่มีสติ เราก็จะเกิดจากบาดเจ็บ จากการซ้อมได้ เพราะฉะนั้น การซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) เราต้องตั้งสติเสมอ อีกทั้ง การลงสนามในการชก หากเราชกอย่าง ไม่มีสติ ใช้แต่อารมณ์ เป็นใหญ่ การชกของเรา ก็จะ ไม่มีทาง ชนะได้ เพราะนั้น สติจึงถือว่า เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ  

 

4. ช่วยฝึกในเรื่องของความอดทน

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาที่ต้อง ใช้ร่างกายในการต่อสู้ ข้อดีนี้ หลาย ๆ คนก็รู้ดีว่า มวยไทย ( Muay Thai ) ต้องอดทน แต่การอดทน ในที่นี้ คือการอดทนของ อารมณ์ เพราะว่า การที่เรา โดนกระทำอยู่เรื่อย ๆ ก็จะทำให้เรา เกิดอารมณ์  อยากจะที่จะกระทบกระทั่ง ดังนั้น การมวยไทย ( Muay Thai ) จึงเป็นเรื่องที่ดี สำหรับ การฝึกความอดทน โดยความอดทนนี้ เราสามารถ อดทนได้ทั้งร่างกาย และ จิตใจของเรา ทำให้เรามีจิตใจ ที่แน่วแน่ ไม่อ่อนไหวง่าย

 

หากเพื่อน ๆ ต้องการที่จะ ฝึกร่างกาย และ ฝึกการควบคุมอารมณ์ เราก็แนะนำ ให้เพื่อน ๆ ฝึกมวยไทย ( Muay Thai ) เพราะว่า เป็นกีฬา ที่ช่วยในการฝึก สภาพจิตใจ และ ร่างกาย

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ข่าวดี ในวงการ มวยไทย ( Muay Thai ) การร่วมมือกันระหว่าง ONE และ Amazon

ดาวดวงใหม่แห่งวงการ มวยไทย ( Muay Thai ) นักชกหญิง สมิลลา ซันเดลล์

ดาวดวงใหม่แห่งวงการ มวยไทย ( Muay Thai ) นักชกหญิง สมิลลา ซันเดลล์

ดาวดวงใหม่แห่งวงการ มวยไทย ( Muay Thai ) นักชกหญิง สมิลลา ซันเดลล์

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ มารู้จัก ดาวดวงใหม่แห่งวงการ มวยไทย ( Muay Thai ) นักชกหญิง สมิลลา ซันเดลล์ เจ้าของฉายา The Storm จาก ค่ายแฟร์เท็กซ์ ค่ายดังแห่งเมืองพัทยา กันค่ะ

 

ถือเป็นเด็กปั้นจาก ค่ายแฟร์เท็กซ์ ที่น่าจับตามอง เพราะด้วยหน่วยก้าน บวกกับความสามารถที่เหลือล้น ทำให้เธอได้มีโอกาสขึ้นชิงแชมป์โลก ONE อย่างรวดเร็ว หลังจากประเดิมสังเวียน ไปเพียงแค่ไฟต์เดียวเท่านั้น

 

จนในศึก ONE 156 : รีเกียน vs อาเรียน เมื่อวันศุกร์ที่ 22 เม.ย. 65 ที่ผ่านมา สมิลลา ซันเดลล์ ก็ไม่ทำให้กองเชียร์ต้องผิดหวัง เมื่อสามารถเอาชนะคะแนน แจ็กกี บุนตัน ไปได้อย่างขาดลอย  ผงาดคว้าแชมป์โลก ONE มวยไทย ( Muay Thai ) รุ่นสตรอว์เวต ( Strawweight ) ในวัยเพียงแค่ 17 ปีเท่านั้น บอกเลยว่าฝีไม้ลายมือของ สมิลลา ซันเดลล์ ไม่ธรรมดา เพราะเธอเริ่มฝึก มวยไทย มาตั้งแต่อายุเพียง 12 ปี ครองสถิติ 32-5-1 โดยชนะน็อกมาแล้ว 22 ครั้ง แถมยังเคยเอาชนะ คู่ต่อสู้ผู้ชายอกสามศอก มาแล้วด้วย

ขอขอบคุณรูปภาพจาก mthai

ดาวดวงใหม่แห่งวงการ มวยไทย ( Muay Thai )

โดยวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปทำความรู้จัก แชมป์โลกสาววัยใส ชาวสวีเดน ให้มากขึ้นกว่าเดิม ผ่านเรื่องราวที่น่าสนใจ ทั้งใน และ นอก สังเวียนมวยค่ะ

 

สมิลลา ซันเดลล์ แจ้งเกิดอย่างเต็มตัว เมื่อโชว์ฝีมือเก่งเกินวัย คว้าชัยด้วยการน็อกเอาต์คู่แข่ง ชาวออสเตรเลีย ไดแอนดรา มาร์ติน เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา และ กลายเป็นที่รู้จัก ในฐานะนักมวยหญิงดาวรุ่ง มวยไทย คนใหม่ชั่วข้ามคืน

 

สมิลลา ซันเดลล์ เดินทางมาอยู่เมืองไทย และ เริ่มฝึกมวยไทยตั้งแต่อายุ 12 ปี ปัจจุบัน เธออยู่ภายใต้การดูแลของ แฟร์เท็กซ์ ค่ายดังแห่งเมืองพัทยา โดยมีโอกาส ได้ฝึกซ้อมกับยอดฝีมือมวยไทยหลาย ๆ คนที่อยู่ค่ายเดียวกัน รวมถึง แสตมป์ ที่ สมิลลา ยกให้เป็นแบบอย่าง และ แรงบันดาลใจ ในการคว้าแชมป์โลกมวยไทยให้ได้

 

จะแข็งแกร่งเกินอายุ เพราะเธอได้มีโอกาสฝึกฝนวิชากับ นักชกระดับซูเปอร์สตาร์ ร่วมค่ายอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็น แสตมป์ แฟร์เท็กซ์, เสมาเพชร แฟร์เท็กซ์ และ ยอดไก่แก้ว แฟร์เท็กซ์ จนกระทั่ง ก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์โลกในปัจจุบัน

 

สมิลลา ซันเดลล์ เคยกล่าวว่า ฉันนับถือ แสตมป์ ( แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ ) เหมือนพี่สาว พี่เขาเป็นแรงบันดาลใจที่ดีมากค่ะ ฉันอยากเป็นเหมือนพี่แสตมป์ เขาคอยให้คำแนะนำ และ ช่วยให้ฉันแข็งแกร่งขึ้น และ ก็คอยให้กำลังใจ ในการพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นค่ะ ค่ายแฟร์เท็กซ์ ช่วยเปิดโอกาสให้ฉันสร้างชื่อเสียง การได้ฝึกกับแชมป์โลก ที่นี่สร้างแรงบันดาลใจให้ฉันมาก ๆ ทำให้ฉันอยากฝึกให้เก่งกว่านี้ ไปอีกเรื่อย ๆ ค่ะ

 

เมื่อปีที่ผ่านมา สมิลลา ซันเดลล์ มีโอกาสขึ้นชกไฟต์พิเศษกับ พงษ์ศักดิ์ ศิษย์ผลเล็ก นักมวยชาย ในพิกัดเดียวกัน ซึ่งแม้จะต้องเผชิญหน้ากับ คู่ต่อสู้อกสามศอก แต่กำปั้นสาวน้อยวัย 17 ปีก็ไม่เคยกลัว และ เป็นฝ่ายเอาชนะน็อกได้ ไปเพียงแค่ยกแรกเท่านั้น คงไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ หากฝีมือ และ เชิงมวยของ สมิลลา ซันเดลล์ คนนี้

 

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ สมิลลา ซันเดลล์ ดาวดวงใหม่แห่งวงการ มวยไทย ที่เราได้นำมาเสนอกัน หากใครสนใจเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถมาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) ที่ 3 สาขาดังนี้

  • jaroenthong muay thai Khaosan ( สาขาข้าวสาร )
  • jaroenthong muay thai Ratchada ( สาขารัชดา อยู่ติดกับโพไซดอน )
  • jaroenthong muay thai Srinakarin ( สาขาศรีนครินทร์ อยู่ด้านในปั้มบางจาก ถนนศรีนครินทร์ )

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

บุคคลสำคัญ มวยไทย ( Muay Thai ) แต่ละยุคสมัย

เครื่องแต่งกายมวยไทยโบราณ

ข่าวดี ในวงการ มวยไทย ( Muay Thai ) การร่วมมือกันระหว่าง ONE และ Amazon

ข่าวดี ในวงการ มวยไทย ( Muay Thai ) การร่วมมือกันระหว่าง ONE และ Amazon

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ วันนี้เรามี ข่าวดี สำหรับแฟน ๆ กีฬา หรือ คนในวงการ มวยไทย ( Muay Thai ) กับ การร่วมมือกันระหว่าง ONE และ Amazon ในการถ่ายทอดสด การแข่งขันศิลปะการต่อสู้ของ วัน แชมเปียนชิพ ผ่านช่องทาง Prime Video ค่ะ

 

Prime Video ช่องทางการถ่ายทอดสด กีฬาระดับพรีเมียม ขององค์กรธุรกิจระดับโลก Amazon ประกาศข้อตกลงความร่วมมือกับ ONE ในการถ่ายทอดสด การแข่งขันศิลปะการต่อสู้ของ วัน แชมเปียนชิพ ผ่านช่องทาง Prime Video เป็นจำนวน 12 รายการต่อปี โดยจะเป็นการเผยแพร่ การถ่ายทอดสดทุกคู่ ตลอดการแข่งขันอย่างเต็มรูปแบบ เฉพาะในสหรัฐอเมริกา และ แคนาดาเท่านั้น โดยคาดว่าจะเริ่มถ่ายทอดสด รายการแรกช่วงปลายปีนี้

ONE เป็นองค์กรศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ และ หนึ่งในสื่อกีฬาที่มียอดผู้รับชม และ การมีส่วนร่วมสูงสุดในโลก รายการแข่งขันของ ONE เต็มไปด้วยศิลปะการต่อสู้ หลากหลายรูปแบบ โดยมีนักกีฬาระดับโลก จากกว่า 80 ประเทศ ร่วมลงแข่งในกติกา การต่อสู้แบบผสมผสาน ( MMA ), มวยไทย ( Muay Thai ), คิกบ็อกซิ่ง, ปล้ำจับล็อก และ การศาสตร์การต่อสู้ แขนงอื่น ๆ อีกมากมาย

นายชาตรี ศิษย์ยอดธง ประธาน และ ซีอีโอของ ONE เปิดเผยว่า เราตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ร่วมงานกับ Prime Video หนึ่งในผู้ให้บริการคอนเทนต์กีฬา ระดับพรีเมียมรายใหญ่ที่สุดของโลก เพื่อทำให้การแข่งขันสดของเรา เข้าถึงแฟนกีฬาในสหรัฐอเมริกา และ แคนาดา ได้ใกล้ชิดมากขึ้น ในฐานะองค์กรศิลปะการต่อสู้ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เราเชื่อว่าการทำงานร่วมกันกับ Prime Video จะช่วยให้เรา ขยายฐานผู้ชมในอเมริกาเหนือ ที่ต้องการเห็นกีฬาต่อสู้ของแท้ และ แตกต่างจากองค์กรอื่น เราตั้งตารอที่จะได้นำเสนอนักสู้ ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกในสังเวียน ONE ผ่านทาง Prime Video

 

ขณะที่ มารี โดน็อกฮิว รองประธานฝ่ายวิดีโอ กีฬาระดับโลกของ Amazon กล่าวว่า เราภูมิใจที่จะได้เพิ่มคอนเทนต์พิเศษของ วัน แชมเปียนชิพ เข้ามาในหมวดการถ่ายทอดสด รายการกีฬาที่เรามีอยู่ นอกจากการนำเสนอ วิชาศิลปะการต่อสู้เต็มรูปแบบแล้ว ONE ยังมีเจตนารมณ์ ในการยกระดับนักกีฬาหญิง เช่นเดียวกับเราด้วย ซึ่ง ONE มีนักสู้หญิงในสังกัดมากกว่า 100 คน และ แชมป์โลกหญิง ที่ครองตำแหน่งอยู่ถึง 5 คนด้วยกัน

 

วัน แชมเปียนชิพ เป็นองค์กรศิลปะการต่อสู้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยติดอันดับ 1 ใน 5 สื่อกีฬาระดับโลกที่มียอดผู้รับชมและการมีส่วนร่วมสูงสุด โดยมียอดแฟนกีฬาสะสมมากกว่า 400 ล้านคน ตามข้อมูลของ Nielsen ONE ผลิตและเผยแพร่อีเวนต์ระดับโลกในกว่า 150 ประเทศ โดยมีนักศิลปะการต่อสู้และแชมป์โลกจากกว่า 80 ประเทศที่เชี่ยวชาญศิลปะการต่อสู้ทุกรูปแบบ ทั้ง MMA, มวยไทย, คิกบ็อกซิ่ง, บราซิลเลียนยิวยิตสู และอื่นๆ สามารถรับชม ONE ได้ทางฟรีทีวีและสื่อดิจิทัลชั้นนำระดับโลก ได้แก่  Amazon Prime Video Sports, Star Sports, Beijing TV, iQIYI, One Sports, Abema, IB, NET TV, Vidio, Startimes, Mediapro, ไทยรัฐทีวี, VieOn, Skynet, Mediacorp, Spark Sport, Match TV, Dubai Sports, RedeTV และอีกมากมาย

 

เกี่ยวกับ Amazon Amazon ทำงานภายใต้หลักการ 4 ประการ ได้แก่

  • ให้ความสำคัญต่อลูกค้า มากกว่ามุ่งเน้นการแข่งขันทางธุรกิจ
  • ความหลงใหลในนวัตกรรม
  • การมุ่งสู่ความเป็นเลิศในการปฏิบัติงาน
  • การมีวิสัยทัศน์

 

Amazon มุ่งมั่นที่จะเป็นบริษัท ที่ให้ความสำคัญกับลูกค้ามากที่สุดในโลก เป็นนายจ้างที่ดีที่สุดในโลก และ เป็นสถานที่ทำงานที่ปลอดภัยที่สุดในโลก โดย Amazon ถือเป็นผู้บุกเบิก นวัตกรรมธุรกิจ และ ไลฟ์สไตล์ทางออนไลน์มากมาย ได้แก่ การรีวิวจากลูกค้า, การซื้อของในคลิกเดียว, คำแนะนำเฉพาะบุคคล, Prime, Fulfillment โดย Amazon, AWS, Kindle Direct Publishing, Kindle, Career Choice, แท็บเล็ต Fire, Fire TV, Amazon Echo, Alexa, เทคโนโลยี Just Walk Out, Amazon Studios และ The Climate

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ การรวมมือระหว่าง ONE และ Amazon ที่เราได้นำมาเสนอกัน หากใครสนใจเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถมาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) ที่ 3 สาขาดังนี้

  • jaroenthong muay thai Khaosan ( สาขาข้าวสาร )
  • jaroenthong muay thai Ratchada ( สาขารัชดา อยู่ติดกับโพไซดอน )
  • jaroenthong muay thai Srinakarin ( สาขาศรีนครินทร์ อยู่ด้านในปั้มบางจาก ถนนศรีนครินทร์ )

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

บุคคลสำคัญ มวยไทย ( Muay Thai ) แต่ละยุคสมัย

เครื่องแต่งกายมวยไทยโบราณ

5 เหตุผลที่ทำให้มวยไทย เป็นที่นิมยม

5 เหตุผลที่ทำให้มวยไทย เป็นที่นิมยม

ในช่วงนี้ กีฬาที่เป็นที่นิยม ก็จะเป็น กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) และ เป็นกีฬา ที่ได้รับความนิยมไปตลอดกาล หลาย ๆ คนก็อาจจะสงสัยว่า ทำไมกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ถึงได้รับความนิยม ตลอดกาลอย่างนี้

 

กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ในปัจจุบัน หลายคน ๆ อาจจะมีความรู้สุกว่า เป็นกีฬา ที่ไม่ค่อย ได้รับความนิมยมแล้ว แต่จริง ๆ แล้วกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ไม่ได้หายไปไหน และ กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ยังคงเป็นกีฬา ที่เป็นที่นิยมอยู่ เหมือนเดิม และ อะไรเป็นเหตุผล ที่ทำให้กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ยังคงเป็นที่นิยม ที่ทำให้หลาย ๆ คน ยังคงหลงใหล ในเสน่ห์ของกีฬาประเภทนี้

 

5 เหตุผลที่ทำให้มวยไทย เป็นที่นิมยม

 

1. ยิ่งเรียนยิ่งน่าหลงใหล

สาเหตุ ที่ทำให้ใครหลาย ๆ คนล้มเลิก ในการออกกำลัง ไม่ใช่เป็นเพราะว่า ความเหนื่อยล้า หรือ การไม่มีเวลา ในการออกกำลังกาย แต่เป็นความน่าเบื่อ ในการออกกำลังกาย ที่ทำให้ใครหลาย ๆ คนนั้น ล้มเลิกไป เพราะว่ากีฬาอย่างอื่น ช่วงแรก ๆ ในการออกกำลังก็สนุก ตื่นเต้น น่าสนใจ แต่พอผ่านไปสักพัก ก็เริ่มเบื่อ เพราะความซ้ำจำเจ แต่ กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) นั้น ต่างจาก กีฬาประเภทอื่น ๆ เพราะว่า กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่มีเสน่ห์ น่าค้นหา ทำให้ยิ่งเรียน ยิ่งฝึก ก็ยิ่งมีความน่าสนใจ น่าหลงใหล ไปกับการฝึกซ้อม เนื่องจาก กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่มีท่าทางต่าง ๆ ที่ทำให้เราต้องฝึกซ้อม มากมาย หลากหลายท่า ทำให้ยิ่งฝึก ก็ยิ่งมีเรื่องงที่ต้องพัฒนาทักษะ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และ นี่จึงเป็นเหตุผล ที่ทำให้ใครหลาย ๆ คนมีความสนใจ ในกีฬามวยไทย ( Muay Thai )

 

 

 

 

2. เบิร์นไขมันได้เป็นอย่างดี

หนึ่งสาเหตุ ที่ทำให้ใครหลาย ๆ คนเลือกที่จะมาฝึกมวยไทย ( Muay Thai ) ก็เป็นเพราะว่า กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) สามารถ เบิร์นไขมัน ได้เป็นอย่างดี และ สามารถ เบิร์นไขมัน ได้มากกว่ากีฬาอื่น ๆ หากใคร ที่อยากจะลดน้ำหนัก อยากเฟิร์มหุ่นให้ดีขึ้น และ รวดเร็ว กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาที่ทำให้เรา สามารถ ลดน้ำหนักได้เร็วกว่า กีฬาประเภทอื่น เพราะว่า การซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) ในแต่ละครั้ง มีการเผาผลาญแคลอรี่ ได้ถึง 1000 กิโลแคลอรี่ เรียกได้ว่า เป็นการเผาผลาญ ที่เยอะมาก ๆ ดังนั้น คนที่ต้องการ ลดน้ำหนัก จึงหันมาใช้กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ในการลดน้ำหนัก

 

3. คลายเครียดได้ดีมาก

เพื่อน ๆ หลาย ๆ คนที่ไม่เคยเล่น กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ก็อาจจะคิดว่า เป็นกีฬา ที่ยิ่งเล่น ก็ยิ่งเครียด แต่จริง ๆ แล้วกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่ช่วยลดความเครียด ได้ดีที่สุด เพราะว่า การเตะ การต่อย การใช้เข่า การใช้ศอก เป็นวิธีละบายความเครียด ได้ดีมาก ๆ การซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) จึงทำให้เรา คลายเครียดได้เป็นอย่างดี และ ได้ระบายความโกรธ ความแค้น ที่อัดอันอยู่ในใจ การที่เราได้ต่อย ได้ออกกำลังกาย ยังเป็นการ ทำให้ร่างกายของเรา ได้ปล่อยฮอร์โมนแห่งความสุข ออกมา ทำให้เรามีอารมณ์ที่ดีขึ้น นอกจากนี้ เรายังเหนื่อยจนไม่มีเวลา มาคิดเรื่อง เครียด คิดเรื่องที่ทำให้เรา ปวดหัวอีกด้วย

 

4. ได้สังคมใหม่ ๆ

แน่นอนอยู่แล้วว่า ทุกครั้งที่เรายิม หรือ ไปที่คลาสเรียนมวยไทย ( Muay Thai ) เราก็ตะไม่ได้เจอ แค่ครู ที่สอนเรา แต่ยังมีอีกหลาย ๆ คนที่มาซ้อมเช่นเดียวกันกับเรา และ ในการซ้อมจะได้เจอกัน ทำให้เรา ได้เจอ ได้พูดคุยกับเพื่อน ๆ ใหม่ ๆ ที่หลากหลายต่างวัย และ ต่างอาชีพ แตกต่างกันออกไป สำหรับใคร ที่ไม่อยากเหงา เราก็แนะนำ ให้เล่นกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) นะครับ นอกจากจะได้สุขภาพดีแล้ว เรายังได้เจอกับเพื่อนใหม่ ๆ อีกด้วย

 

5. ได้ฝึกป้องกันกันตัว

การป้องกันตัว เป็นเรื่องหลัก ๆ ที่ทำให้ใครหลาย ๆ เลือกที่จะมาเรียน และ เล่นกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อเอาไว้ป้องกันตัว แม้ว่าจะไม่ได้ไปมีเรื่องใครก็ตาม แต่การที่เรา มีความรู้ในการป้องกันตัว ก็ถือว่า เป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ อย่างน้อย ๆ ความรู้นี้ เราก็เอาไม้ใช้ช่วยเหลือ คนอื่น ๆ หรือ คนรอบตัวเราได้

 

เพื่อน ๆ ก็คงจะได้เก็นเสน่ห์ ของกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) กันแล้วใช่ไหมครับ และ เพื่อน ๆ หลาย ๆ คนก็คงจะหายสงสัย หากเพื่อน ๆ อยากเข้าใจแบบลึกซึ้งกว่านี้ เราแนะนำให้เพื่อน ๆ ลองมาฝึกมวยไทย ( Muay Thai ) ด้วยกัน

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

การฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) ดีต่อสุขภาพ อย่างไรบ้าง

การฝึก กระโดดเชือก ในกีฬา มวยไทย มีประโยชน์อย่างไร

การฝึก กระโดดเชือก ในกีฬา มวยไทย มีประโยชน์อย่างไร

การฝึก กระโดดเชือก ในกีฬา มวยไทย มีประโยชน์อย่างไร

หากใครได้เคยเห็น ตารางการฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) ของนักมวย จะทราบดีว่า นักมวยจะมีการฝึก กระโดดเชือก ( Jump Rope ) ร่วมด้วย ซึ่งการกระโดดเชือก จะมีประโยชน์อย่างไรต่อการฝึกนักมวยบ้าง เรามาติดตามกันครับ

 

การกระโดดเชือก ( Jump Rope ) เป็น การฝึกซ้อมของ นักมวย อย่างหนึ่ง ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) นอกเหนือจากการวิ่ง และเล่นเวท ซึ่งหากใครเคยศึกษาในเรื่องนี้ หรือเคยเรียน มวยไทย มาก่อนคงพอรู้ในเรื่องนี้มาบ้าง ซึ่งการกระโดดเชือกของ นักมวยอาชีพ ถือเป็นกิจวัตรประจำวันอย่างหนึ่ง ที่นักมวยต้องทำการฝึกทุกวัน แล้วแต่การจัดตารางการฝึกของค่ายมวยนั้น ๆ แต่โดยส่วนใหญ่ มักทำการฝึก กระโดดเชือก หลังจากที่ฝึกการวิ่งเสร็จแล้ว

 

ประโยชน์จากการฝึก กระโดดเชือก

 

1. ฝึกทักษะการใช้ ฟุตเวิร์ค

 

ฟุตเวิร์ค ( Footwork ) คือ การเคลื่อนที่ของเท้าไปในทิศทางต่าง ๆ ตามที่ต้องการ เช่น การเคลื่อนที่ไปข้างหน้า การเคลื่อนที่ไปข้างหลัง การเคลื่อนที่ไปทางซ้าย และขวา ซึ่งมีความสำคัญต่อการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) สำหรับ นักมวย อย่างมาก ในการเคลื่อนเท้า เพื่อรุกไปยังคู่ต่อสู้ หรือหลบหลีกการออกอาวุธ จากคู่ต่อสู้ได้

 

หากใครเคยเห็นการ กระโดดเชือก ของนักมวย จะเป็นในรูปแบบ ย่ำเท้าซ้ายเท้าขวาสลับกันไปมาเรื่อย ๆ ขณะแกว่งเชือก ซึ่งเหมือนกับ ตอนแข่งขันบน เวทีมวย ที่ในขณะ นักมวย ยังวางท่า เพื่อเตรียมการรุก หรือรับ ไปยังคู่ต่อสู้อยู่ ขาของนักมวย จะมีการย่ำเท้า สลับไปมา ซ้ายขวา ไปเรื่อย ๆ เพื่อไม่ให้ร่างกายหยุดนิ่ง และเตรียมพร้อมกับการรุก หรือรับไปยังคู่ต่อสู้ให้ได้มากที่สุด

 

การฝึกซ้อมด้วยการ กระโดดเชือก จึงถือว่าได้ว่าเป็นการฝึกทักษะในการเคลื่อนเท้า หรือใช้ ฟุตเวิร์ค ( Footwork ) ได้เป็นอย่างดี เนื่องจาก มีรูปแบบในการย่ำเท้าที่เหมือนกัน แต่อาจแตกต่างในเรื่องของ ตำแหน่งในการวางเท้า ที่การกระโดดเชือก เท้าทั้ง 2 ข้าง จะอยู่ขนานกัน แต่การใช้ ฟุตเวิร์ด ในการแข่งขันจริง นักมวย จะอยู่ในท่าที่พร้อมต่อการเคลื่อนไหวมากกว่า จึงต้องวางเท้าในรูปแบบ หน้าและหลัง

 

2. ฝึกกำลังขา และแขน

 

ขณะกระโดดเชือก กล้ามเนื้อขา ของนักมวย จะถือได้ว่าทำงานอย่างหนัก จึงเป็นการฝึกกำลังขาได้ รวมไปถึง กล้ามเนื้อแขน จากการแกล่งเชือกด้วย การฝึกซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ด้วยการกระโดดเชือก เป็นประจำ จะถือว่าเป็น การฝึกความอดทนของ กำลังของขา และแขนไปในตัว ทำให้ขาของนักมวย มีความแข็งแกร่งขึ้นได้

 

3. ฝึกเรื่องสมาธิ

 

ในการ กระโดดเชือก นักมวย ต้องมีสมาธิอยู่กับ ปัจจุบัน ขณะที่กระโดดเชือก เพื่อให้ กระโดดเชือก ได้อย่างต่อเนื่อง เป็นจังหวะสม่ำเสมอ คล่องแคล่ว และไม่มีสะดุด จากการใช้จังหวะในการกระโดด และการแกว่งเชือก ไปพร้อมกัน เพราะหากไม่มีสมาธิ หรือสมาธิหลุด อาจทำให้ เท้าสะดุดเชือกได้ การกระโดดเชือก จึงถือเป็นการฝึกสมาธิอย่างหนึ่ง สำหรับ นักมวย

 

4. ฝึกเรื่องการหายใจ

 

 

การแข่งขันมวยไทย มีความจำเป็นต้องใช้แรง และพลังกำลัง มากกว่า การทำกิจกรรมปกติ ซึ่งการใช้แรง ทำให้ร่างกายได้ใช้พลังงานมากกว่าปกติ และมีผลต่อการเต้นของหัวใจ ให้หายใจเร็วขึ้น เพื่อการนำ ออกซิเจน เข้าสู่ร่างกายมากขึ้นได้ ซึ่งการฝึกกระโดดเชือก เป็นประจำ จะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง ไม่เหนื่อยง่าย อีกด้วย

 

รู้ประโยชน์ของ การกระโดดเชือก ( Jump Rope ) แบบนี้แล้ว จึงไม่น่าแปลกใจที่ นักมวย ต้องมีการฝึกซ้อมร่างกาย ในรูปแบบนี้ด้วย เพราะ ประโยชน์ จากการ กระโดดเชือก เหล่านี้ จะช่วยส่งเสริม นักมวย ต่อการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) ได้เป็นอย่างดี

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

การฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) ดีต่อสุขภาพ อย่างไรบ้าง

พันข้อมือ สไตล์ มวยไทย ( Muay Thai )

นักมวยค่าตัวแพง ของกีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

นักมวยค่าตัวแพง ของกีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปรู้จัก นักมวยค่าตัวแพง ของกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) กันค่ะว่า แต่ละคนนั้นจะมาค่าตัวเท่าไหร่ การขึ้นชกแต่ละที ทำเงินได้มหาศาลขนาดไหน หากเพื่อน ๆ พร้อมแล้วตามมาอ่านได้ ในบทความนี้เลยค่ะ

 

นักมวยค่าตัวแพง ซึ่งอย่างที่เรา รู้กันดีว่านักชก มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นหากว่าโชว์ลีลา ได้ดีบนสังเวียน ให้เป็นที่น่าจดจำได้ ก็สามารถที่จะ ช่วยสร้างชื่อเสียง ให้กับตัวนักมวยเอง เป็นอย่างมากทีเดียว และ จะมีชื่อเสียงไปจนถึง ค่ายมวย และ โปรโมเตอร์ ซึ่งในการชกบนสังเวียน ตามงานต่าง ๆ นั้น ส่วนมากแล้ว นักมวย ก็จะได้ค่าตัว เริ่มต้นอยู่ที่ไฟต์ละ 300 จนถึง 2,000 บาท ตามแต่ประสบการณ์ ตามแต่กระดูกมวย ของตัวนักมวยเอง ที่สั่งสมมา

 

ซึ่งทางรายได้ดังกล่าว จะถูกค่ายมวย หักเปอร์เซนต์ออกไปตามแต่ ที่ได้ตกลงกันไว้ เพื่อเป็นค่าดูแลปลุกปั้น และ หากว่าเป็น นักมวยน้ำดี ฝีเท้าหนัก ๆ ก็จะ ขยับมาแข่งขัน บนเวทีใหญ่ ๆ อย่าง เวทีราชดำเนิน ลุมพินี ที่เป็นเวทีระดับ ประเทศของไทยเรานั่นเอง

 

แต่ปัจจุบันว่ากันต่อไปอีกว่า บรรดานักมวยไทยชื่อดัง หากขึ้นต่อยใน เมืองไทยในยุคนี้ อย่างเก่งค่าตัวก็อยู่ที่ 200,000250,000 บาทต่อไฟต์ เพราะผู้จัดเองก็ ประสบปัญหาขาดทุน จากยอดจำหน่ายตั๋ว ยิ่งถ้านำ นักชก มวยไทย ( Muay Thai ) ชื่อดังมาขึ้นเวที เป็นคู่เอก ของรายการนั้น ๆ ก็จะยิ่งมีค่าใช้จ่าย ที่สูงขึ้นเป็นทวีคูณ ดังนั้นแล้วเหล่า บรรดายอด นักชก มวยไทย ( Muay Thai ) ทั้งหลายที่ยังต่อยอยู่ จึงเลือกที่จะหันเห เส้นทางไปเซ็นสัญญา ขึ้นสังเวียนต่อย เวทีต่างประเทศ อย่างเช่น จีน มาเก๊า ฮ่องกง ญี่ปุ่น เป็นต้น และ เชื่อหรือไม่ว่า ในปัจจุบันนี้ นักมวยที่มีชื่อเสียงนั้น มีค่าตัวเป็นหลัก แสน หรือ ล้าน กันเลยก็มี ซึ่งวันนี้เราจะ มาดูกันว่าใน ค่าตัวนักชก มวยไทย ( Muay Thai ) ที่มีค่าตัวแพง นั้นจะมีใครบ้างมาดูกันเลย

1. บัวขาว บัญชาเมฆ

แน่นอนว่าสำหรับ ยอด นักชก มวยไทย ( Muay Thai ) อย่าง บัวขาว บัญชาเมฆ หรือที่ในวงการ ให้ฉายาว่า ดำดอทคอม รายได้ของเขานั้น มีมากถึง 4,000,000 บาท แต่สำหรับใน ต่างประเทศ นั้นเรียกเขาว่า แบล็คโกลด์ นักชกฝีมือดี ที่เริ่มเข้าวงการ กีฬามวยตั้งแต่อายุได้ 8 ขวบ เคยอยู่ในสังกัด ค่ายป.ประมุข และ คว้าแชมป์ มาแล้วหลายรายการ และ ในปัจจุบันนี้ บัวขาว เองก็ได้เปิด ค่ายมวยของตัวเอง ที่แม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ในชื่อค่ายว่า บัญชาเมฆ เพื่อได้ให้เด็กรุ่นใหม่ และ สำหรับผู้ที่ สนใจในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ได้มีโอกาสฝึกซ้อม และ พัฒนากันต่อไป

2. สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง

สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง เรียกได้ว่าเขานั้น เป็น  นักชก มวยไทย ( Muay Thai ) ที่มีชื่อเสียงระดับ มวยแม่เหล็ก แห่งวงการคิกบ็อกซิ่ง อันดับต้น ๆ ของโลก พร้อมพ่วงดีกรีแชมป์โลก มวยไทย ( Muay Thai ) และ คิกบ็อกซิ่ง ถึง 12 สมัย จัดได้ว่าเป็นมวยซ้าย ที่อันตรายที่สุด คนหนึ่งของยุคเลยก็ว่าได้ ถึงแม้ว่าเขาจะ เปิดตัวไม่ค่อยที่จะ สวยงามนักใน วัน แชมเปียนชิพ ( ONE Championship ) แต่ทาง สิทธิชัย เชื่อว่าเขาจะสามารถ กลับมาทวงความ ยิ่งใหญ่ในฐานะ นักชกที่เก่งกาจ ที่สุดในโลกได้ และ รายได้ของเขานั้น มากถึง 1,500,000 บาท

3. ยอดแสนไกล แฟร์เท็กซ์

แชมป์โลก มวยไทย ( Muay Thai ) หลายสมัยอย่าง ยอดแสนไกล ไอเว แฟร์เท็กซ์ มีรายได้กว่า 1,200,000 บาท เขาคือ นักชก มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ชื่อดัง และ ประสบความสำเร็จ มากที่สุดคนหนึ่ง ในระดับโลก เขาได้เติบโตท่ามกลาง ความแห้งแล้ง ในภาคอีสาน เขาเริ่มเข้ามาเป็น นักชก มวยไทย ( Muay Thai ) ในงานวัดมาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ เพื่อค่าตัวเพียงแค่ 20 บาทเท่านั้น

 

 

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ นักมวยค่าตัวแพง ที่เราได้นำมาเสนอกัน หากใครสนใจเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถมาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) ที่ 3 สาขาดังนี้

  • jaroenthong muay thai Khaosan ( สาขาข้าวสาร )
  • jaroenthong muay thai Ratchada ( สาขารัชดา อยู่ติดกับโพไซดอน )
  • jaroenthong muay thai Srinakarin ( สาขาศรีนครินทร์ อยู่ด้านในปั้มบางจาก ถนนศรีนครินทร์ )

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

บุคคลสำคัญ มวยไทย ( Muay Thai ) แต่ละยุคสมัย

เครื่องแต่งกายมวยไทยโบราณ

การฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) ดีต่อสุขภาพ อย่างไรบ้าง

การฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) ดีต่อสุขภาพ อย่างไรบ้าง

การฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) ถือเป็น การออกกำลังกาย รูปแบบหนึ่ง ที่คนในยุคนี้นิยม หันมา เรียนมวยกัน ในยิมมวย หรือค่ายมวยต่าง ๆ โดยประโยชน์จากการฝึก มวยไทย จะมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง เรามาติดตามกันครับ

 

มวยไทย ( Muay Thai ) กับประโยชน์ด้านสุขภาพ มีอะไรบ้าง ?

 

1. มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วย ควบคุมน้ำหนัก

 

สำหรับการชกมวย ก็ถือว่าเป้นการ ออกกำลังกาย ที่จะคล้ายกับ คาร์ดิโอ ( Cardio ) โดยมันจะไปเพิ่ม อัตตราการเต้นของหัวใจ และ จะมีการเผาผลาญไขมัน และ แคลอรี่ หากเรานั้นทำการชกมวย แบบ มวยไทย ( Muay Thai ) สัก 1 ชั่วโมง จะสามารถเผาผลาญได้ 350 ถึง 450 แคลลอรี่ เลยทีเดียว

 

แต่ทั้งนี้ การเผาผลาญ จะขึ้นอยู่กับ ขนาดร่างกาย ของผู้ฝึกมวยไทยด้วย เพราะในการ ออกกำลังกาย แบบคาร์ดิโอ ( Cardio ) อย่าง มวยไทย ( Muay Thai ) จะช่วยลดน้ำหนักได้จริง แถมยังช่วยลด ไขมันหน้าท้องได้ดีอีกด้วย เพราะในการออกหมัด และการเตะ ก็ต้องใช้กำลังจากลำตัว และ หน้าท้อง เพื่อทำการพยุ่งตัวเองนั่นเอง

 

2. มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วย สร้างความยืดหยุ่น ให้ร่างกายมีความสมดุล

 

ในการต่อย หรือ ว่าเตะ ที่เป็นท่าประจำของ มวยไทย ( Muay Thai ) ซึ่งมันจะต้องใช้ความแข็งแรง ของลำตัวเป็นอย่างมาก และ มันก็จะทำให้ความสมดุล ของร่างกายเกิดขึ้น เพราะในการออกหมัด หรือ ว่าการยกขาเตะ ที่มั่นคงก็ตาม ทำให้ร่างกายของเรานั้น ได้มีการเรียนรู้ และ ทำให้การทำงาน ที่สอดคล้อง และ ประสานกัน โดยทำให้ท่าทางทุกอย่าง มีความถูกต้อง และ มีประสิทธิภาพด้วย มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นจึงทำให้ความยืดหยุ่น ของร่างกายเรานั้น ได้รับประโยชน์ไปเต็ม ๆ จึงทำให้ มวยไทย ( Muay Thai ) ได้เป็นกีฬา ที่มีความส่งเสริม สมรรถภาพร่างกาย ทั้งสามอย่าง ได้ในหนึ่งเดียวอีกด้วย

 

 3. มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยขจัดความเครียดได้

 

ในยุคนี้ คนเรามีเรื่องให้เครียดกันได้ง่าย จากการงาน การเรียน สังคมรอบตัวเรา และสาเหตุอื่น ๆ อีกมากมาย และหลายคน ก็ย่อมมีวิธีคลายเครียด ที่แตกต่างกันไป ซึ่งบางวันเรานั้น อาจจะ ทำงานหนักมาทั้งวัน หรือ เจอเรื่องราวต่าง ๆ ที่ไม่เคยพอใจนัก เราอาจจะไม่ได้ต้องการ ที่จะดื่มเบียร์เย็น ๆ หรือ กลับบ้านไปนอนเฉย ๆ หรือ เอาแต่คิดเรื่องที่กังวล ซ้ำไป ซ้ำมา หรอก บางทีกิจกรรม ทางร่างกายหนัก ๆ เช่น การออกกำลังกาย ก็ถือว่าเป็นตัวเลือก ที่น่าจะได้ผลอย่างหนึ่งเช่นกัน

 

ซึ่งการออกกำลังกาย ในรูปแบบของการชก มวยไทย ( Muay Thai ) จะสามารถ ลดความรู้สึกวิตกกังวล ซึมเศร้า และ ความโกรธได้ด้วย เพราะในการเคลื่อนไหว ท่าทางที่ซ้ำ ๆ กัน มันจะมีตัวช่วย ในการผ่อนคลาย และ หากเรานั้น ได้มีการออกำลังกายหนัก ๆ ทำให้สมองของเรา ได้มีการหลั่งสารเคมีหลายชนิด เช่น เอนดอร์ฟิน และ เซโรโทนิน ที่ช่วยละลายความเครียด และทำให้รู้สึกดีขึ้นได้ด้วย

 

4. มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วย ฝึกสมาธิ

 

ใน มวยไทย ( Muay Thai ) นั่น มีการใช้ท่าทางหลายอย่าง ที่เราจะต้องจดจำ และ เข้าใจท่าทางของมัน เพื่อการแม่นยำ และ ถูกท่า ก็จะถือว่าเป็นการ ออกกำลังกาย ที่ไม่ใช่แค่จะบริหารร่างกายของเราเท่านั้น มวยไทย ( Muay Thai ) ยังช่วยเพิ่มสมาธิ ของเราไปในการด้วย เรานั่นจะต้องใช้สมาธิ กับการใช้ท่าทาง การวางตำแหน่ง ของร่างกาย มวยไทย ( Muay Thai ) จึงเป็นกีฬา ที่จะสามารถบริหารร่างกาย และ สมองได้พร้อม ๆ กัน

 

และนี่ก็เป็น 4 ประโยชน์ ทางด้านสุขภาพของ การฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) รู้กันแบบนี้แล้ว หากใครที่กำลังมองหา สถานที่เรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถติดต่อขอรายละเอียดได้ที่ “เจริญทอง มวยไทย ยิม” ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) มีทั้งหมด 3 สาขา คือ สาขาศรีนครินทร์ สาขารัชดา และสาขาข้าวสาร

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ความแตกต่าง ของ มวยไทย VS มวยสากล

พันข้อมือ สไตล์ มวยไทย ( Muay Thai )

ความแตกต่าง ของ มวยไทย VS มวยสากล

ความแตกต่าง ของ มวยไทย VS มวยสากล

หลายคนคงมีความสงสัยว่า มวยไทย ( Muay Thai ) และมวยสากล ( Boxing ) ที่รู้จักกันในบ้านเรานั้น มีการเล่น หรือกฎกติกาที่แตกต่างกันอย่างไรบ้าง วันนี้เราเลยมาเปรียบเทียบ ความแตกต่าง ของมวยทั้ง 2 ชนิดนี้กัน

 

มวย เป็นกีฬาประเภทหนึ่งที่ต้องมีทักษะการต่อสู้ โดยใช้ทุกส่วนของ ร่างกาย แต่มวยที่เรารู้จักกันนั้น มีอยู่ 2 ชนิดด้วยกัน คือ มวยไทย และมวยสากล เป็นกีฬามวยเหมือนกัน แต่จะมีความต่างกัน ดังนี้

 

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว ( Martial Art ) และเป็นกีฬา ( Sport ) ประจำชาติ เป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย ตั้งแต่สมัยโบราณมาจนถึงในยุคปัจจุบัน เมื่อสมัยก่อนมีการฝึกฝน การต่อสู้ด้วยมือเปล่า เพื่อรบกับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นการรบระยะประชิดตัว  คนไทยจึงได้ฝึกหัดการ เตะ ถีบคู่ต่อสู้ เพื่อให้เกิดการได้เปรียบ

 

กีฬามวยไทย เป็นกีฬาที่สามารถใช้ได้ทุกส่วนของอวัยวะของร่างกาย ในการ ต่อสู้ ด้วยมือเปล่า จนได้รับการยอมรับว่าเป็น การต่อสู้ ที่ผสมผสานของศาสตร์ และศิลป์ได้อย่างสวยงาม ในปัจจุบันได้รับการยอมรับไปทั่วโลก มวยไทยเป็นทั้งศิลปะการต่อสู้เพื่อป้องกันตนเอง ( Self defense ) และเป็นกีฬาสมัครเล่นหรืออาชีพ ( Amateur or professional )

 

กติกาการแข่งขันมวยไทย

 

กีฬามวยไทย สามารถใช้ได้ทุกส่วนของอวัยวะของร่างกาย และถือว่าอันตรายมาก ๆ ในปัจจุบัน นักมวย ต้องสวมนวมขนาด 4 ออนซ์ สวมกางเกงขาสั้นสวมกระจับ สวมปลอกรัดเท้าหรือไม่ก็ได้ มวยไทยจะชกด้วยกันทั้งหมด 5 ยก โดยจะขึ้นชก 3 นาที พัก 2 นาที การแข่งขันมีกรรมการผู้ชี้ขาดบนเวที 1 คน กรรมการในการให้คะแนนข้างเวทีอีก 2 คน ให้คะแนนยกละ 10 คะแนน การแข่งจะแบ่งเป็นรุ่นตามน้ำหนัก

 

การให้คะแนน

- ฝ่ายใดใช้ หมัด เท้า เข่า ศอก ถูกต้องตามกติกา กระทำคู่ต่อสู้ได้หนักหน่วง บอบช้ำ และรุกมากกว่าเป็นผู้ชนะ

- นักมวย ฝ่ายใด มีชั้นเชิงมวยไทย ในการ รุก รับ หลบ ตอบโต้ ได้ดีกว่าเป็นผู้ชนะ

 

การฟาวล์

- หากผู้เล่นทำฟาวล์ ( foul ) ต้องตัดคะแนนตามที่ผู้ชี้ขาดสั่งให้ตัดคะแนน

- ถ้าผู้ตัดสินเห็นการฟาล์วอย่างชัดเจน แต่ผู้ชี้ขาดไม่เห็น ผู้ตัดสินสามารถตัดคะแนนตามความเหมาะ พร้อมระว่าทำฟาวล์ด้วยเหตุผลใด

 

มวยสากล ( Boxing ) หรือที่เรียกในยุคแรกว่า "มวยฝรั่ง" เป็นศิลปะการต่อสู้ที่มีมาแต่โบราณ สู้กันด้วยหมัดทั้ง 2 ข้าง โดยเป็นการต่อสู้ด้วยมือเปล่าของทหารในสนามรบ และกลายเป็นเกมกีฬาในการแข่งขันโอลิมปิกยุคโบราณ ไม่จำกัดน้ำหนัก ไม่สวมที่ป้องกันตัว ใช้เพียงหมด ไม่มีกฎกติกามากนัก แต่นักมวยต้องถอดเสื้อผ้าออกให้หมดทั้งตัว ในปี 2236 เจมส์ ฟิกซ์ ( James Figg ) ผู้ชนะการแข่งขัน จนได้รับให้เป็น ” บิดาแห่งมวยสากล ” ได้กำหนดกฎกติกาขึ้นมา จนมีคนอื่น ๆ ที่ชนะการแข่งขัน แล้วสร้างนวมตามมา และได้พัฒนามาเป็นเกมกีฬาที่กติกาในปัจจุบัน

 

กติกาการแข่งขันมวยสากล

- จำนวนยกในการแข่งขัน การขึ้นชกจะแบ่งเป็น 12 ยก เวลา 3 นาที หยุดพักระหว่างยก 1 นาที สู้จนครบ 12 ยก แล้วจะรวมคะแนนว่าใครชนะ

-  กรรมการ การแข่งขัน มีกรรมการให้คะแนนชี้ขาด 3 คน กรณีกรรมการ 3 คนให้ชนะ 1 เสมอ 2 จะดูผลคะแนนกรรมการที่ให้เสมอ 2 ยกหลังเท่านั้น ( บางหนกรรมการห้ามบนเวทีก็มีสิทธิ์ให้คะแนนด้วย )

- การตัดสิน สามารถน็อคเอาท์ ( Knockout ) คู่ต่อสู้ได้ เมื่อทำให้คู่ต่อสู้ล้มลงกับพื้นเวที หรือยืนพับหมดสติอยู่กับเชือก ไม่สามารถที่จะชกต่อ หรือป้องกันตัวได้อีกภายใน ๑๐ วินาที ระหว่างที่กรรมการนับ จะถือว่าชนะทันที

- การให้คะแนน ยกหนึ่งมี 10 คะแนน เมื่อหมดเวลา 1 ยก กรรมการจะให้คะแนน ผู้ที่ชกดีกว่า 10 คะแนน และให้คะแนนผู้เสียเปรียบลดน้อยลงไปตามลำดับความเสียเปรียบในยกนั้น ถ้าชกพอกันจะให้ 10 คะแนนเท่ากัน

- ฟาวล์ ( foul ) หากกรรมการเตือนนักชกคนใดว่าทำฟาวล์ จะถูกหักคะแนน 1 คะแนน โดยจะให้สัญญาณมือแก่กรรมที่ให้คะแนน

 

มวยไทย เป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว แตกต่างจากมวยสากล ที่นอกจากจะใช้หมัดชกคู่ต่อสู้แล้ว ยังใช้เท้า และศอกต่อสู้ได้ แต่มวยสากลจะใช้ได้แค่หมัดอย่างเดียว และจำนวนยกที่ต่างกัน มวยไทยจะชก 5 ยก มวยสากลจะชก 12 ยก แต่ถึงจะมีความต่างกันอย่างไร มวยทั้ง 2 ชนิด ก็ยังเป็น กีฬาที่ช่วยฝึกฝนความอดทน ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง อีกทั้งเป็นที่ยอมรับกัน อย่างแพร่หลาย อีกด้วย

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เครื่องรางของขลัง คู่กาย นักมวย ในสมัยก่อน

เผยที่มาของ การแบ่งฝั่ง มุมแดงมุมน้ำเงิน ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

พันข้อมือ สไตล์ มวยไทย ( Muay Thai )

พันข้อมือ สไตล์ มวยไทย ( Muay Thai )

หมัด ถือได้ว่าเป็น การออกอาวุธที่ นักมวย ใช้มากที่สุดในการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) นักมวย จึงจำเป็นต้อง พันข้อมือ เพื่อป้องกัน แรงกระแทก ในส่วนของข้อต่อ ข้อมือ และสันหมัด

 

ในการออกอาวุธในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ของนักมวย อันได้แก่ มือ ขา เข่า และศอก อวัยวะที่มีการใช้มากที่สุดคงหนีไม่พ้น การใช้มือ ในการออกหมัด ชก ต่อย ไปยังคู่ต่อสู้ นักมวย จึงต้องมีการใส่นวม พร้อมด้วย การพันข้อมือด้วย ผ้าพันมือ เพื่อลด หรือป้องกัน แรงกระแทกในส่วนของ ข้อต่อ ข้อมือ และสันหมัด โดยตาม ระเบียบและกติกา การแข่งขันมวยไทย ได้มีข้อกำหนด เกี่ยวกับ ผ้าพันมือ ไว้ดังนี้

 

1. ในการแข่งขัน นักมวย ต้องพันมือด้วย ผ้าพันมืออย่างอ่อน ข้างละ ไม่เกิน 6 เมตร กว้างไม่เกิน 5 เซนติเมตร

 

2. ในการแข่งขัน นักมวย อาจใช้พลาสเตอร์ หรือแถวกาวยาง ข้างละ ไม่เกิน 2.5 เมตร กว้าง 2.5 เซนติเมตร ปิดทับข้อมือ หรือหลังมือ ห้ามพันทับสันหมัด โดยเด็ดขาด

 

3. ในการแข่งขัน นักมวย ต้องใช้ผ้าพันมือ ที่นายสนามมวย หรือผู้จัดรายการแข่งขันมวย จัดไว้ให้เท่านั้น ห้ามใช้ผ้ามืออื่น นอกเหนือจาก ที่จัดไว้โดยเด็ดขาด

 

4. การพันมือ ต้องได้รับการตรวจ และประทับตราจาก เจ้าหน้าที่ เพื่อรับรองว่า เป็นไปตามข้อกำหนดแล้ว จึงให้สวมนวมได้

 

วิธีการพันข้อมือที่ถูกต้อง

 

1. เลือกใช้ผ้าพันมือ แบบมีห่วง สำหรับสอดนิ้วโป้ง และมีตีนตุ๊กแก ซึ่งจะช่วยให้พันข้อมือได้สะดวกยิ่งขึ้น

2. เริ่มจากนำนิ้วโป้งสอดเข้าไปในห่วงของผ้าพันมือให้เรียบร้อย

3. จากนั้น ให้พันวนรอบด้านหลังมือ พร้อมดึงผ้าให้ตึง

4. ต่อมาให้พันบริเวณข้อมือสัก 3-4 รอบ ขึ้นอยู่กับความยาวของผ้าพันมือที่เลือกใช้ เพราะยิ่งยาวก็ยิ่งพันได้หลายรอบ ซึ่งช่วยซัพพอร์ตข้อมือได้ดีกว่า

5. แล้วให้ขยับขึ้นมาพันรอบฝ่ามือสัก 3-4 รอบเช่นกัน ซึ่งในการพันแต่ละรอบ ควรดึงผ้าให้ตึงอยู่เสมอ

6. จากนั้นให้พันผ้าเป็นรูปกากบาท โดยพันไขว้ขึ้นเข้าไปในช่องระหว่างนิ้วก้อยและนิ้วนาง แล้วพันกลับขึ้นมาทางช่องระหว่างนิ้วชี้และนิ้วโป้ง

7. พันเป็นรูปกากบาท เข้าไปในช่องระหว่างนิ้วที่เหลือ ซึ่งก็คือระหว่างนิ้วนางและนิ้วกลาง กับระหว่างนิ้วกลางและนิ้วชี้         

8. ดึงผ้าให้ตึง แล้วพันผ้ารอบนิ้วโป้ง 1 รอบ

9. ต่อมาให้พลิกฝ่ามือขึ้นเพื่อพันผ้าสำหรับล็อกนิ้วโป้ง โดยการพันที่ข้อมือและนิ้วโป้งตามภาพ

10. จากนั้น ให้พันผ้ารอบฝ่ามืออีก 3 - 4 รอบ พันให้แน่นเข้าไว้ ส่วนผ้าที่เหลือ ให้ใช้พันข้อมือสลับกับ ฝ่ามือจนสุด แล้วปิดทับด้วยตีนตุ๊กแก ก็เสร็จเรียบร้อย

 

การพันข้อมือ ไม่ได้จำเป็นเฉพาะ นักมวย เท่านั้น แต่สำหรับ ผู้เรียน มวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อออกกำลงักาย หรือเรียนเพื่อป้องกันตัว ก็จำเป็นต้องพันข้อมือ เช่นกัน เพราะจะช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บที่มือได้ดีในระดับหนึ่งเลยทีเดียว ส่วนใครที่อยากฟิตร่างกายกับมวยไทย ขอแนะนำ เจริญทองมวยไทย ยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) มีเทรนเนอร์ที่มีประสบการณ์ดูแลอย่างใกล้ชิด มีทั้งหมด 3 สาขา คือ สาขาศรีนครินทร์ สาขารัชดา และสาขาข้าวสาร

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เครื่องรางของขลัง คู่กาย นักมวย ในสมัยก่อน

เผยที่มาของ การแบ่งฝั่ง มุมแดงมุมน้ำเงิน ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

จรรยาบรรณ ของบุคคลในวงการ มวย ( Muay Thai )

จรรยาบรรณ ของบุคคลในวงการ มวย ( Muay Thai )

ในทุกสาขาอาชีพ ย่อมมีหลักประพฤติปฏิบัติอันเหมาะสม ที่เรียกว่า จรรยาบรรณ ให้คนในอาชีพเหล่านั้น ยึดถือปฏิบัติ ซึ่งอาชีพ นักมวย และบุคคลในวงการ มวย ( Muay Thai ) ก็มีจรรยาบรรณ สำหรับคนในวงการนี้ เช่นกัน

 

ก่อนอื่น เราต้องมา ทำความรู้จักกันก่อนว่า บุคคลในวงการมวย มีใครกันบ้าง โดยตามพระราชบัญญัติ กีฬามวย พ.ศ.2542 ได้ระบุว่า บุคคลในวงการมวย ประกอบด้วย นักมวย ผู้ฝึกสอน ผู้ตัดสิน ผู้จัดการนักมวย หัวหน้าค่ายมวย นายสนามมวย และผู้จัดรายการแข่งขันมวย ซึ่งแต่ละบุคคลในวงการมวย จะถูกนิยามความหมายไว้ ดังต่อไปนี้

 

นักมวย หมายความว่า ผู้ซึ่งเข้าแข่งขันกีฬามวย

ผู้ฝึกสอน หมายความว่า ผู้ซึ่งทำหน้าที่ฝึกสอน ศิลปะมวยไทย หรือมวยสากล

ผู้ตัดสิน หมายความว่า ผู้ห้ามมวยบนเวที และผู้ให้คะแนนในการแข่งขัน กีฬามวย

ผู้จัดการนักมวย หมายความว่า ผู้ทำหน้าที่เป็นผู้แทน และจัดการดูแล ผลประโยชน์ของ นักมวย โดยได้รับค่าตอบแทน

หัวหน้าค่ายมวย หมายความว่า ผู้เป็นเจ้าของค่ายมวย

นายสนามมวย หมายความว่า ผู้ทำหน้าที่จัดการ หรือดำเนินกิจการสนามมวย

ผู้จัดรายการแข่งขันมวย หมายความว่า ผู้จัดให้มีการแข่งขันกีฬามวย

 

จรรยาบรรณของบุคคลในวงการมวย

 

จรรยาบรรณ คือ หลักความประพฤติปฏิบัติอันเหมาะสม แสดงถึงคุณธรรม และจริยธรรมที่พึงปฏิบัติในการประกอบวิชาชีพ โดยจรรยาบรรณของ แต่ละอาชีพ มักถูกกำหนดด้วย หน่วยงานที่ควบคุม และคุ้มครอง อาชีพนั้น ๆ เช่น จรรยาบรรณครู ถูกกำหนดโดย คุรุสภา หรือ จรรยาบรรณทนายความ ถูกกำหนดโดย สภาทนายความ เป็นต้น

 

สำหรับ จรรยาบรรณของ ผู้ที่ประกอบอาชีพเป็น บุคคลในวงการมวย ได้มีการกำหนดไว้ตามกฎกระทรวง พ.ศ.2545 ว่าด้วย มาตรฐานการปฏิบัติหน้าที่ และจรรยาบรรณของบุคคลในวงการกีฬามวย หมวด 2 ข้อ 8 ได้มีการระบุถึง จรรยาบรรณที่ บุคคลในวงการมวย พึงประพฤติปฏิบัติ ดังนี้

 

1. ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วย กีฬามวย รวมทั้ง ข้อบังคับ ระเบียบ และประกาศที่คณะกรรมการกีฬามวยกำหนด

2. ต้องประกอบอาชีพด้วยความซื้อสัตย์สุจริต และปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย อย่างเต็มความสามารถ

3. ไม่กระทำการใด ๆ อันอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ แห่งวงการมวย

4. ไม่ใช้อำนาจหน้าที่ โดยไม่ชอบธรรม หรือใช้อิทธิพลข่มขู่ หรือให้ผลประโยชน์แก่บุคคลใด ในวงการกีฬามวย เพื่อให้ตนเอง หรือผูอื่นได้รับประโยชน์ตอบแทน

5. ไม่เรียก รับ หรือยอมรับ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ

6. อนุรักษ์ และพัฒนากีฬามวย ซึ่งเป็นศิลปะการต่อสู้ และวัฒนธรรมประจำชาติ ให้มีมาตรฐานสูงยิ่งขึ้น

7. ต้องยึดหลักความยุติธรรรมในการประกอบอาชีพ โดยไม่คำนึงถึง ฐานะ เชื้อชาติ ศาสนา หรือลัทธิการเมือง และถือปฏิบัติตามจารีต ประเพณี และวัฒนธรรมอันดีงาน ของวงการกีฬามวย

 

หากบุคคลในวงการมวย ฝ่าฝืนจรรยาบรรณ รวมถึง มาตรฐานการปฏิบัติหน้าที่ ผู้นั้นจะถูก พิจารณาดำเนินการ หรือถูกกล่าวโทษไว้ฝ่าฝืน ไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่ คณะกรรมการกีฬามวยกำหนดไว้

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

17 มีนาคม วันนักมวย วันสำคัญของ มวยไทย ( Muay Thai )

คุณประโยชน์ มวยไทย ( Muay Thai )

ท่ายืดกล้ามเนื้อ ที่นักมวยใช้

ท่ายืดกล้ามเนื้อ ที่นักมวยใช้

กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาที่ต้อง มีการใช้ร่างกาย เพื่อปะทะ หรือ ต่อสู้ แต่ก็คงมีเพื่อน ๆ หลาย ๆ คนสงสัยว่า นักมวย เขามีการวอร์ม ร่างกายอย่างไร

 

มวยไทย ( Muay Thai ) ถือว่า เป็นกิจกรรม ที่ดีต่อร่างกาย เพราะ ช่วยให้ร่างกาย ของเราแข็งแรง และ ยังช่วยทำให้เรา มีหุ่นที่ดี หุ่นที่สวย การเล่นกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาที่ต้องมีการใช้ ร่างกายในการปะทะ ไม่ว่าจะเป็น มือ เท้า เข่า ศอก ขา รวมไปถึง กล้ามหน้าท้อง และ ศีรษะ โดย มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นเป็น กีฬา ที่ต้องใช้ทุกส่วน ของเร่างกายแล้ว นักมวย มีการวอร์มร่างกายอย่างไร และ ใช้ท่าอะไรบ้าง ในการวอร์มร่างกาย ไปดูกัน

 

ท่ายืดกล้ามเนื้อ ที่นักมวยใช้

 

1. ท่าไหว้ครู

เริ่มกันด้วยท่าแรก กับท่าไหว้ครู ที่ลหาย ๆ คนเข้าใจว่า เป็นการเคารพ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ของมวยไทย ( Muay Thai ) หรือ เป็นการไหว้ครู บาอาจารย์ นอกจากนี้ ท่าไหว้ครู ยังเป็นการยืดกล้ามเนื้อ การวอร์มร่างกาย ที่ดีของนักมวย และ การไหว้ครู ยังเป็น สิ่งที่สำคัญ สำหรับ กีฬามวยไทย ( Muay Thai )

 

2. การชก

การชก เป็นท่าทาง ที่เราสามารถเห็นได้ ทั่วไป ที่นักมวยหลาย ๆ คน มักจะทำกัน หรือ บางคนก็คิดว่า การชก เป็นการซ้อมของนักมวย แต่จริง ๆ แล้ว การชก ของนักมวย ก็เป็นการวอร์มร่างกาย ได้เหมือนกัน เพราะว่า การชก เป็นการยืดกล้ามเนื้อ ช่วงแขน ข้อมือ หัวไหล่ เพื่อให้ร่างกาย ของเรา สามารถออกกแรง และ ชกได้อย่างเต็มที่ การชกมีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น การชกหมัดตรง หมัดฮุก หมัดอับเปอคัด หมัดเฉียง ศอกกลับ โดยการชก สามารถ ชกลม หรือ ชกกระสอบทราย ก็ได้

 

3. การเตะ หรือ ลูกเตะ

การเตะ หรือ ลูกเตะ ท่านี้ จะเป็นท่าที่เน้น การบริหารกล้ามเนื้อขา และ ข้อเท้าของเรา และ การเตะ ยังเป็นเอกลักษณ์ของ มวยไทย ( Muay Thai ) ไม่ว่าจะเป็น การเตะตรง การเตะเฉียง การเตะตัด การเตะกลับหลัง การวอร์มร่างกาย ด้วยการเตะนั้น จำเป็นอย่างมาก ที่จะต้องมีกระสอบทราย เพื่อใช้วัด ความแรงในการเตะ

 

4. ยืดกล้ามเนื้อ แกนกลางลำตัว

ลำดับถัดมา ก็จะเป็นการยืดกล้ามเนื้อ ส่วนกลางลำตัว เช่น สะโพก เอว หลัง ที่เป็น ส่วนสำคัญ และ หัวใจหลักในการ เคลื่อนไหวของร่างกาย โดยท่านี้ จะทำให้การออกอาวุธ ในกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) มีพลังอย่างมาก

 

5. ท่ายืดกล้ามเนื้อ

ท่าสุดท้าย ท่ายืดกล้ามเนื้อ เป็นท่าที่สำคัญมาก ๆ ที่จะทำให้ กล้ามเนื้อของเรา กลับสู่ภาวะปกติ โดย ท่านี้จะเป็นการ เหยียดกล้ามเนื้อ เพื่อให้กล้ามเนื้อของเรา กลับสู่ภาวะปกติ  และ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยง เพื่อไม่ให้ กล้ามเนื้อของเรา เกิดการบาดเจ็บ

 

การยืดกล้ามเนื้อ ฉบับมวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อน ๆ สามารถทำตาม กันได้นะครับ โดยเริ่มจาก การยืดกล้ามเนื้อ ตั้งแต่ ท่าง่าย ๆ ไปจนถึง ท่าที่ยากขึ้นเรื่อย ๆ การยืดกล้าเนื้อ ฉบับมวยไทย ( Muay Thai ) ยังเป็นสิ่งที่ น่าสนุก และ ทำให้การยืดกล้ามเนื้อ ของเราไม่น่าเบื่อ อีกต่อไป นะครับ สำหรับเพื่อน ๆ คนไหน ที่อยากจะฝึก หรือ มีความสนใจ ในกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) แล้วอยากจะฝึก ก็สามารถ มาฝึกมวยไทย ( Muay Thai ) ได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ฝึกสายตาว่องไว ด้วยมวยไทย

17 มีนาคม วันนักมวย วันสำคัญของ มวยไทย ( Muay Thai )

มวยกรง อีกขั้นของ ศิลปะการต่อสู้ มวยไทย ( Muay Thai )

มวยกรง อีกขั้นของ ศิลปะการต่อสู้ มวยไทย ( Muay Thai )

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ มีใครรู้จัก มวยกรง หรือ มวย 8 เหลี่ยม บ้างค่ะ ใช่ค่ะมันคือสังเวียนการต่อสู่ MMA ซึ่งเรียกได้ว่า ต้องชิงไหวพริบ และ มีความรุนแรง ไม่แพ้ ศิลปะการต่อสู้ อย่าง มวยไทย ( Muay Thai ) เลยทีเดียว มาดูกันดีกว่าค่ะว่า แตกต่างจากมวยไทยอย่างไร

 

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นศิลปะการต่อสู้ ที่เป็นเอกลักษณ์ แม้ว่าจะเป็นการต่อสู้ บนสังเวียนที่ ได้รับความนิยมมาก แต่ด้วยวิธีการชก ที่เปลี่ยนแปลงไป มีทั้งการชกแบบปกติ กับการชกแบบแท็คติค ที่อาศัยการเข้าคลุกวงใน กอด รัด เหวี่ยง ทุ่ม จนทำให้เสน่ห์ ของ มวยไทย ( Muay Thai ) บางครั้ง หายไปแบบไม่น่าสนใจ น้อยคู่มาก ที่จะเป็นการชกมวย แบบฟาดปาก แลกหมัดกันแบบ สู้ไม่ถอยจริง ๆ นั่นทำให้ฝ่าย จัดการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) เริ่มมองหา วิธีการต่อสู้แบบใหม่ เพื่อตอบสนอง คนดูให้มากขึ้น จึงออกมาในชื่อ ที่เราเรียกว่า มวยกรง

 

ประวัติ ความเป็นมาของ มวยกรง หรือ MMA ( Mixed Martial Arts )

มวยกรง หรือ MMA ( Mixed Martial Arts ) นั้น เป็นสังเวียนต่อสู้บน เวที 8 เหลี่ยม ลักษณะจะมีลูกกรง ล้อมรอบเวที ส่วนชื่อการแข่งขัน ก็เปลี่ยนแปลงไป ตามองค์กรของตัวเอง และ สปอนเซอร์ หากจะย้อนไป ตามที่เช็คได้ จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1993 ณ รัฐโคลโรราโด สหรัฐอเมริกา ปรากฏว่าความเข้มข้น สะใจของการต่อสู้บนสังเวียน ได้ทำให้ เวทีการแข่งขัน มวยกรง หรือ MMA ( Mixed Martial Arts ) นี้ แพร่หลายไปทั่ว สหรัฐอเมริกา และ หลายประเทศ อย่างบราซิล อิตาลี เป็นต้น

 

การต่อสู้ บนสังเวียน มวยกรง หรือ MMA ( Mixed Martial Arts ) ทั้งหมดเป็นของจริง

จุดเด่นของการต่อสู้ แบบ มวยกรง หรือ MMA ( Mixed Martial Arts ) ก็คือ นักสู้ที่เข้าไปในกรง สามารถงัดเอาศิลปะ การต่อสู้อะไรก็ได้ออกมา ไม่ว่าจะเป็น มวยไทย ( Muay Thai ) คาราเต้ ยูโด มวยปล้ำ และ อีกมากมาย แต่จะไม่ใช้อาวุธ แต่ใช้ร่างกายได้ทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นหมัด เท้า เข่า ศอก จับทุ่ม จับกด สามารถเอามา ใช้ได้หมด เพื่อเอาชนะคู่ต่อสู้ ตรงหน้าให้ได้ นั่นทำให้การต่อสู้นั้น ค่อนข้างเข้มข้น จนเลือดสาดกระจายเต็มเวที เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งมาก คนดูจะรู้สึกได้ถึง ความน่าหวาดเสียว ของกระบวนท่า ความเจ็บปวด เสียงเนื้อกระทบกัน และ อีกมากมาย แม้จะดูว่ารุนแรง แต่มัน กลับกลายเป็นเสน่ห์ ที่ไม่น่าเชื่อของ มวยกรง หรือ MMA ( Mixed Martial Arts ) ไปในที่สุด

 

 

กรง 8 เหลี่ยม ไม่ได้ป้องกันแค่ผู้ชม

มวยกรง หรือ MMA ( Mixed Martial Arts ) อาจจะมองว่า เป็นการต่อสู้ แบบไม่ให้ออกมา หากไม่มีใคร ยอมแพ้เสียก่อน แต่ความจริงแล้ว กรง นั้นมีไว้เพื่อป้องกัน อันตราย ต่อนักชกเองมากกว่า กรงนั้นจะไม่เหมือนเชือก ที่อาจจะมีนักสู้ ยืมแรงจากการพิงเชือก มาเพื่อสร้างน้ำหนักให้กับตัวเอง จนเกิดอันตรายได้ แบบสองเท่า อีกทั้งกรงนั้นยังเป็นจุดกั้น ระหว่างนักแข่ง กับช่างกล้อง ให้ไม่อยู่ใกล้กันด้วย ลองนึกภาพช่างภาพ โดนลูกหลงดูสิ บางทีอาจจะถึง ขั้นบาดเจ็บได้เลยนะ อีกทั้งลักษณะกรง 8 เหลี่ยม จะเป็นการป้องกัน ไม่ให้มีใครได้เปรียบ เสียเปรียบมากจนเกินไป ระหว่างการต่อสู้ด้วย

 

ผลแพ้ชนะ ดูกันอย่างไร ?

สำหรับผลการตัดสิน แพ้ - ชนะ ของ มวยกรง หรือ MMA ( Mixed Martial Arts ) ก็จะขึ้นกับองค์ประกอบต่าง ๆ ได้แก่ การชนะคะแนน หลังจากชกกัน ครบยกตามที่กำหนด ซึ่งหากเป็น การแข่งขันทั่ว ไปจะมี 3 ยก แต่หากเป็นการแข่งขัน มวยกรง หรือ MMA ( Mixed Martial Arts ) ไฟล์ชิงแชมป์ หรือ ไฟล์นัดพิเศษ จะแบ่งเป็น 5 ยก ส่วนผลการตัดสินผล แพ้ - ชนะ จะประกอบไปด้วย

  1. การชนะน็อคเอาท์คู่ต่อสู้ หรือ คู่ต่อสู้ไม่สามารถ แข่งขันต่อได้
  2. การทำให้คู่ต่อสู้ เอ่ยปากยอมแพ้ ซึ่งโดยส่วนใหญ่ นักสู้จะใช้ท่าล็อคคู่ต่อสู้ ส่งผลให้อีกฝ่ายเจ็บปวด จนทนไม่ได้
  3. ผู้ชี้ขาดบนเวที สั่งยุติการแข่งขัน ถ้าเห็นสมควรว่าอันตราย
  4. ผู้แข่งขัน ไร้สมรรถภาพ ในการตอบโต้ หรือ ป้องกันตัว

 

ส่วนผู้ที่สนใจ ใคร่ฝึกฝนศิลปะป้องกันตัว ด้วยมือเปล่าแขนงนี้ อย่างเช่น มวยไทย ( Muay Thai ) ในบ้านเราก็มีสำนัก ยิม และ ค่าย ที่เปิดสอนอยู่หลายแห่ง ไม่เพียงเท่านั้น ก็ยังมีสังเวียนการต่อสู้ วนเวียนเข้ามา เปิดการแข่งขัน อยู่ด้วยเช่นกัน มีเหล่าบุรุษ และ สตรี สัญชาติไทยหลายท่าน ที่เคยขึ้นสังเวียนประลอง สร้างชื่อเสียง ให้กับประเทศ มาแล้วมากมาย ไปจนถึงคว้า เข็มขัดแชมป์เปี้ยน ในบางรุ่นด้วย ยิ่งคนไทยไปได้สวย บนรายการนักสู้ มวยกรง หรือ MMA ( Mixed Martial Arts ) ที่มีความหลากหลายแบบนี้ มันยิ่งตอกย้ำว่า มวยไทย ( Muay Thai ) ของเรามีความสามารถแค่ไหน อนาคตหวังว่า จะมีนักมวยไทย หรือ นักสู้ไทย ประสบความสำเร็จ บนเวทีนี้กันเยอะมากขึ้น

 

เป็นอย่างไรบ้างคะกับความแตกต่างระหว่าง มวยกรง และ มวยไทย ( Muay Thai ) ที่เราได้นำมาเสนอกัน  หากใครสนใจเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถมาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) ที่ 3 สาขาดังนี้

  • jaroenthong muay thai Khaosan ( สาขาข้าวสาร )
  • jaroenthong muay thai Ratchada ( สาขารัชดา อยู่ติดกับโพไซดอน )
  • jaroenthong muay thai Srinakarin ( สาขาศรีนครินทร์ อยู่ด้านในปั้มบางจาก ถนนศรีนครินทร์ )

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

บุคคลสำคัญ มวยไทย ( Muay Thai ) แต่ละยุคสมัย

เครื่องแต่งกายมวยไทยโบราณ

เครื่องรางของขลัง คู่กาย นักมวย ในสมัยก่อน

เครื่องรางของขลัง คู่กาย นักมวย ในสมัยก่อน

สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งของ การแต่งกาย นักมวย ในสมัยก่อน ที่ขาดไม่ได้ คือ เครื่องรางของขลัง  ซึ่งเครื่องรางของขลังของนักมวย จะมีอะไรบ้าง มาติดตามกันครับ

 

มวยไทย ( Muay Thai ) ศิลปะการต่อสู้ที่มีการสืบทอดมาช้านานแล้ว ตั้งแต่ยุคสุโขทัย ที่ในสมัยนั้น สำนักฝึกสอนมวยไทยที่สำคัญหนึ่งในนั้น ก็คือ วัด และในสมัยนั้น มีการร่ำเรียนวิชาอาคมร่วมด้วย โดยใช้วิชานี้ เพื่อความอยู่ยงคงกระพัน ตามความเชื่อที่ว่า จะช่วยให้การต่อสู้ ได้รับชัยชนะ และรอดปลอดภัย จากหอกคมดาบต่าง ๆ ที่มาจากฝ่ายข้าศึก นักรบ หรือนักมวย ในสมัยนั้น จึงมีการพกพา เครื่องรางของขลัง ไปในขณะการรบด้วย ดังต่อไปนี้

 

มงคล

 

เครื่องรางของขลัง ที่ทำจาก ผ้าดิบ หรือสายสิญจน์ จากเกจิอาจารย์ เป็นผู้เขียน อักขระหัวใจมนตร์  คาถา และเลขยันต์ แล้วถักหรือม้วนพันด้วยด้าย หรือด้ายสายสิญจน์ ห่อหุ้มด้วยผ้า ทำเป็นทรงกลม ให้ครอบศีรษะได้ ซึ่งการทำ มงคล จะผ่านพิธีกรรม จากครูบาอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคม ทำเป็นวง และรวบเป็นหางยาวไว้ข้างหลัง โดยการสวมใส่ มงคล ถือเป็นเครื่องราง ที่ให้สิริมงคล และคุ้มกันอันตรายแก่ผู้สวมได้

 

ประเจียด

 

เครื่องรางของขลัง ที่ทำมาจาก ผ้าสาลู ( ผ้าขาวบางเนื้อดี ) หรือผ้าดิบ สีขาวหรือสีแดง ตัดเป็นสามเหลี่ยม ลงเลขยันต์ มหาอำนาจ ส่วนใหญ่ จัดอยู่ในชุดวิชาคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด มหาอุด กำลังตัว หรือคุ้มกำลัง ภาษาที่ใช้เขียนมักเป็นอักขระโบราณ ที่พระครู หรือเกจิอาจารย์ จะเป็นผู้เขียน และทำพิธี ม้วนหรือถัก พันด้วยด้ายอาจใส่ว่าน ตะกรุด หรือเครื่องรางของขลังชนิดอื่น ไว้ข้างในผ้าประเจียดก็ได้ การม้วนหรือพัน ประเจียด มีลักษณะคล้ายกับ การทำมงคล จึงได้ลักษณะที่เป็นวง และรวบหางยาวเหมือนกัน เพียงแต่มีขนาดเล็กกว่า เนื่องจาก ใช้ผูกติดกับต้นแขน และมีการใช้ 2 อันกับแขนทั้ง 2 ข้าง เป็นเครื่องรางคุ้มกันตัว ใช้ผูกติดกับต้นแขน ตลอดเวลา การแข่งขันชกมวย

 

เสื้อยันต์

 

เสื้อที่ทำมาจาก ผ้าดิบสีแดง หรือสีขาว ตัดเป็นเสื้อในลักษณะ แบบเสื้อกั๊กคอกลมแขนกุด ( หากเคยเห็นในภาพยนตร์ จะใช้เป็นสีแดงเป็นส่วนใหญ่ ) เขียนอักขระเลขยันต์และรูปภาพต่าง ๆ แบบเดียวกับผ้ายันต์และประเจียด ใช้สวมทับเสื้อชนิดอื่น หรือสวมเพียงตัวเดียว นักรบ มักจะสวม ยามออกศึกสงคราม เพราะเชื่อกันว่าจะช่วยป้องกัน ศาสตราวุธทุกชนิด ส่วนนักมวยนั้น จะไม่ค่อยสวม เสื้อยันต์ แต่มักจะ พกพา เครื่องรางของขลัง ชนิดอื่นแทน

 

ผ้ายันต์

 

เครื่องรางของขลัง ที่ทำมาจาก ผ้าดิบ หรือผ้าเนื้อบาง สีขาว หรือสีแดงเขียน อักขระเลขยันต์ และรูปภาพต่างๆ โดยเกจิอาจารย์ ที่เชื่อถือว่า มีคาถาอาคมแก่กล้า วิธีทำคล้ายผ้าประเจียด แต่ผ้ายันต์มักเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ใช้พกติดตัว หรือพันเป็นผ้าประเจียดก็ได้

 

พระเครื่อง 

 

เครื่องรางของขลัง ที่ทำมาจาก โลหะ ผงปูน ดิน หรืออาจใช้วัตถุ หลายชนิดจาก แหล่งต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความขลัง แล้วทำ พิธีพุทธาพิเศกลงเลขยันต์ มีพิธีกรรม ที่รวมการบวงสรวง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย การบริกรรมคาถาอาคมต่าง ๆ โดยนักมวย จะพก พระเครื่อง ติดตัว โดยพันไว้ในมงคล หรือผ้าประเจียด บ้างก็ใช้อมไว้ในปากเวลาชก แต่วิธีนี้ไม่ค่อยนิยม เพราะอาจเป็น อันตรายต่อตนเองได้

 

ตะกรุด

 

เครื่องรางของขลัง ที่ทำมาจาก แผ่นโลหะบาง รูปสี่เหลี่ยม เช่น ทอง เงิน นาก ทองแดง หรือใบลาน และกระดาษสา ลงเลขยันต์ คาถาอาคม เช่นเดียวกับลงผืนผ้า เพื่อทำประเจียด แล้วม้วนให้กลม ตรงกลางเว้นช่องว่าง สำหรับใช้สายเชือกร้อย เพื่อคาดบั้นเอว คล้องคอ หรือคาดไว้ที่ต้นแขนไว้ หากนักมวย ใส่ในมงคล หรือประเจียด มักจะใช้ ตะกรุดขนาดเล็ก

 

พิสมร 

 

เครื่องรางของขลัง ทำด้วยแผ่นโลหะ หรือใบลาน รูปสี่เหลี่ยม ลงเลขยันต์ มีที่ร้อยสาย แต่โดยมาก ไม่ม้วนให้กลมอย่างตะกรุด ต้องผ่านพิธีกรรม เช่นเดียวกับตะกรุด

 

แหวนพิรอด / แหวนตะกร้อ

 

เครื่องรางของขลัง ที่ทำด้วย กระดาษสา หรือถักด้วยหวาย ผ่านพิธีกรรมแล้วลงรักปิดทองเรียกว่า “กำลังพิรอด” ใช้สวมต้นแขน หรือ แขวนพิรอดใช้สวมนิ้ว เป็นของวิเศษหายาก และเชื่อว่ามีอานุภาพมาก โดยแหวนพิรอด มีพุทธคุณ ด้านแคล้วคลาดปลอดภัย กันสัตว์มีพิษเขี้ยวงา ภูติผีปีศาจได้

 

การใช้งาน เครื่องรางของขลัง เหล่านี้ในการต่อสู้ มวยไทย ( Muay Thai ) ก็ได้เลือนหายไปตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป แต่ก็ยังมี เครื่องรางของขลัง บางชนิด ที่ถูกใช้ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) อยู่ คือ การสวมใส่ มงคล และ ประเจียด ในการร่ายรำไหว้ครูมวยไทย ก่อนการแข่งขัน มวยไทย และหลังจากรำไหว้ครูเสร็จ นักมวย ก็ถอดมงคลออก หรือในบางการแข่งขัน อาจถอด ประเจียด ออกด้วย

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

17 มีนาคม วันนักมวย วันสำคัญของ มวยไทย ( Muay Thai )

ฝึกสายตาว่องไว ด้วยมวยไทย เจริญทองมวยไทย ข้าวสาร

เผยที่มาของ การแบ่งฝั่ง มุมแดงมุมน้ำเงิน ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

เผยที่มาของ การแบ่งฝั่ง มุมแดงมุมน้ำเงิน ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

ทุกคนที่เคยดูการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) คงคุ้นเคยดีว่า การแข่งขันมวยไทย มักแบ่งผู้เข้าแข่งขัน 2 ฝ่ายเป็น มุมแดงมุมน้ำเงิน เป็นซะส่วนใหญ่ ซึ่งในวันนี้เราจะมาเผยถึง ที่มาของสีที่ใช้แบ่งฝั่งผู้แข่งขันกันครับ

 

ต้นกำเนิดของการใช้ สีน้ำเงิน-แดง

 

กีฬาการต่อสู้ เป็นสิ่งที่มีอยู่คู่กับ มนุษย์เรา มาตั้งแต่ สมัยโบราณแล้ว โดยที่มาของกา รสีน้ำเงิน และสีแดง มีการกล่าวอ้างอิงว่า เกิดขึ้นในสมัยโรมัน ที่มีกีฬาการต่อสู้ห้ำหั่นกันใน "โคลอสเซียม" (Colosseum) สนามกีฬากลางแจ้งโบราณ ขนาดใหญ่ของในยุคนั้น ซึ่งในปัจจุบันกลายเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ตั้งอยู่ที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี

 

โดยการต่อสู้ในยุคนั้น เป็นการต่อสู้กัน ระหว่าง กลาดิเอเตอร์ ( Gladiator ) หรือ นักรบดาบ ที่เป็นนักสู้ของกษัตริย์ หรือผู้ที่มีอำนาจ กับ ทาสเถื่อน จึงมีการแบ่งฝั่งกันอย่างชัดเจน โดยที่ประตูทางเข้าสู่สนามนั้น จะมีธงสัญลักษณ์ของแต่ละฝั่ง ซึ่งนักสู้ของชั้นชนสูง จะออกมาจาก มุมที่มีธงสีน้ำเงิน สาเหตุที่เป็นสีน้ำเงิน เพราะเป็นสีของพวกศักดินา และยังมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความเป็นสุภาพบุรษ สุขุม และหนักแน่น

 

ส่วนนักสู้ฝ่าย ทาส ( Slave ) จะออกมาจากมุมที่มีธงสีแดง ซึ่งสีแดงในที่นี่ เปรียบเสมือน "เลือด" เพราะนักสู้ฝ่ายทาส จะต้องเป็นรองมือรองเท้า และต้องสูญเสียเลือด อยู่เสมอ เพราะส่วนใหญ่ พวกทาส จะได้แค่อาวุธ ไร้ซึ่งเกราะป้องกัน ถึงมีก็มีไม่มาก แต่ฝั่งน้ำเงินของ พวกศักดินา จะจัดเต็ม ทั้งเกราะทั้งอาวุธ กติกาการแข่งขันของการต่อสู้นี้ จะจบลงจนกว่าอีกฝ่ายจะปลิดชีพอีกฝ่ายหนึ่งได้ ผู้ที่รอดชีวิต ถือว่าเป็นผู้ชนะ นั่นเอง ซึ่งก็แน่นอนว่า ฝ่ายนักสู้ของชนชนสูง ย่อมเป็นต่อ นักสู้ฝ่ายทาส อยู่แล้ว

 

ถึงแม้ว่าจะมีฝ่ายที่ถูกปลิดชีพไปแล้ว แต่การแข่งขัน ก็ยังไม่จบเพียงเท่านั้น ผู้ชนะจะต้องไปต่อสู้กับกลาดิเอเตอร์ คนต่อไปเรื่อย ๆ จนไม่เหลือคู่ต่อสู้ให้แข่งอีก เพื่อหานักสู้ยอดฝีมือเพียงคนเดียวเท่านั้น และผู้นั้นจะได้รางวัล เป็รอิสรภาพจากนายทาสของตน หรืออาจเป็นรางวัลชีวิตที่ดีขึ้น โดยเลื่อนให้เป็น หัวหน้าทาส

 

การนำสีน้ำเงิน และแดง มาใช้แบ่งแย่ง ผู้เข้าแข่งขันอย่าง "มวย" หรือกีฬาอื่น ๆ ไม่ได้มีหลักฐานแน่ชัดว่า เริ่มใช้กันตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่มีการสันนิษฐานว่า สีน้ำเงินและสีแดง ที่นำมาใช้มาจากการต่อสู้ของเหล่ากลาดิเอเตอร์ที่โคลอสเซียม นั่นเอง

 

แนวคิดจากทีวีสี

 

อีกแนวคิดที่มีการกล่าวถึง คือ วงการมวยในสหรัฐอเมริกายุคแรก ๆ ได้ใช้ สีดำและสีขาว แบ่งฝั่งผู้เข้าแข่งขันแต่ละฝั่ง ต่อมามีการเปลี่ยนเป็น สีน้ำเงิน และสีแดง โดยสันนิษฐานว่า อาจเกิดจาก การผลักดันของ กลุ่มนายทุนของวงการโทรทัศน์อย่าง HBO , ESPN และ USA Network ที่ในยุคนั้น เป็นช่วงคาบเกี่ยว การกำเนิด " โทรทัศน์สี " เพื่อให้คนดูมวยทางโทรทัศน์ สังเกตเห็นสีของแต่ละมุมได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

 

การใช้สีแบ่งฝั่งของมวยไทย ในปัจจุบัน

 

สำหรับ การแข่งขัน กีฬา "มวยไทย" ( Muay Thai ) ที่มีการแบ่งฝั่งเป็นสีน้ำเงินและสีแดงนี้ ก็คาดว่าได้รับอิทธิพลมาจาก “มวยสากล” นั่นเอง และถึงแม้ว่า ในปัจจุบัน การแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) จะเริ่มมีการใช้ สีดำและสีขาว ในการแบ่งฝั่งผู้แข่งขัน หรือสีอื่น ๆ กันมาแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม สีน้ำเงิน และสีแดง ก็ยังคงเป็นสีที่นิยม ใช้มากกว่า สีดำและขาว หรือสีอื่น ๆ อยู่ดี

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

คุณประโยชน์ มวยไทย ( Muay Thai )

ฟิตร่างกาย เตรียมตัว ขึ้นชกบนสังเวียน มวยไทย อย่าง นักมวยมืออาชีพ

สร้างซิกแพค ฉบับมวยไทย  ( เจริญทองมวยไทยข้าวสาร )

สร้างซิกแพค ฉบับมวยไทย ( เจริญทองมวยไทยข้าวสาร )

หากพูดถึง การออกกำลังกาย สิ่งที่หลาย ๆ คนปรารถนา อยากจะมีก็คือ ซิกแพค ( Six Pack ) เพราะ เป็นการบ่งบอกว่า เรามีหุ่นที่ดี  อีกทั้ง ยังเป้ฯการเพิ่มเสน่ห์ ให้กับเราอีกด้วย

 

ซิกแพค ( Six Pack ) คือ สิ่งที่หลาย ๆ อยากจะมี เพราะ การมีซิกแพค ( Six Pack ) เป็นตัวช่วยเพิ่มเสน่ห์ ให้กับเรา ทำให้เราดูดี จึงทำให้หลาย ๆ คนนั้น ตั้งใจออกกำลัง อย่างหนัก เพื่อให้ตัวเองมีซิกแพค ( Six Pack ) โดยการออกกำลังกายนั้น ก็มีหลายอย่าง หลายวิธี ที่จะทำให้เรามี ซิกแพค ( Six Pack ) แต่มีวิธีหนึ่ง ที่จะทำให้เรา มีซิกแพค ( Six Pack ) ได้ง่ายก็คือ การออกกำลังกาย แบบโฟกัส กล้ามเนื้อเฉพาะจุด หรือ การออกกำลังที่โฟกัส ไปที่กล้ามหน้าท้องนั่นเอง แต่การที่เรา จะมี ซิกแพค ( Six Pack ) นั้นประกอบไปด้วย หลายอย่าง ร่างกายของเรานั้นมี ซิกแพค ( Six Pack ) อยู่แล้ว แต่ที่ไม่เห็น เป็นเพราะว่า ไขมันหล้าท้องของเราบังอยู่ วันนี้ เรามาบอกวิธีสร้าง ซิกแพค ( Six Pack ) ให้กับเพื่อน ๆ กัน

 

สร้างซิกแพค ( Six Pack ) ในแบบฉบับมวยไทย

 

วิธีการสร้าง ซิกแพค ( Six Pack ) ต่อไปนี้ จะเป็นการสร้าง ซิกแพค ( Six Pack ) ฉบับมวยไทย ซวิธีที่จะทำ ก็มีดังต่อไปนี้

 

1. Sit Up ท่าครันช์ และ ชกล่อเป้า

การ Sit Up ท่าครันช์ เป็นท่าพื้นฐาน ที่ใช่ในการสร้าง ซิกแพค ( Six Pack ) ให้กับตัวเรา โดยทำท่าครันช์ 12 – 15 ครั้ง ทำแบบนี้ 3 – 5 เซต จะช่วยในการบริหาร กล้ามเนื้อหน้าท้อง ของเรา ได้เป็นอย่างดี โดยการ Sit Up ท่าครันช์ และ ชกล่อเป้า ยิ่งถ้าเรา มีคู่ซ้อมที่ ช่วยให้เรา สามารถชกล่อเป้าได้ จะเป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ แต่ ถ้าหากไม่มีคู่ชก ล่อเป้า เราก็สามารถ ทดแทนได้โดยการชกลม โดยธรรมชาติของร่างกายนั้น จะมีหน้าที่ ใช้ในการบิดตัว งอตัว และ เหยียดตัว เพื่อให้เราสามารถ ชกเป้าได้มากขึ้นนั่นเอง

 

2. Sit Up ท่าครันช์ และ ทุบหน้าท้อง

การสร้าง ซิกแพค ( Six Pack ) ท่าที่ 2 คือ Sit Up ท่าครันช์ และ ทุบหน้าท้อง โดยทำท่าครันช์ 12 – 15 ครั้ง ทำแบบนี้ 3 – 5 เซต ท่านี้ จำเป็นอย่างมาก ที่จะต้องมีคู่ซ้อม ที่ช่วยในการทุบ ตรงบริเวณหน้าท้อง การทุบจะช่วยในเรื่อง ของการสร้างความคุ้นเคย โดยธรรมชาติของร่างกายเรา จะเกิดการเกร็ง เมื่อมีสิ่งของ หรือ มีอะไรเข้ามากระทบ ที่หน้าท้องของเรา โดยการทุบที่บริเวณ หน้าท้อง จะทำให้กล้ามหน้าท้องของเรา เกิดความแข็งแรง และ มีการพัฒนา ในการสร้างกล้ามเนื้อได้ดี ทำให้เรา มีกล้ามหน้าท้อง ที่แข็งแรง สังเกตได้จากนักมวย สามารถทนแรงเตะ ทนแรงต่อย ของคู่ต่อสู้ได้ 

 

3. ท่าตีเข่า

ทำท่านี้ 12 – 15 ครั้ง ทำแบบนี้ 3 – 5 เซต ท่าตีเข่า จะใช่วยให้เรายริหาร กล้ามเนื้อหน้าท้อง และ กล้ามเนื้อขา ได้เป็นอย่างดี ท่าตีเข่าท่านี้ เป็นท่าที่ช่วย ให้เราบริหารกล้ามเนื้อ หน้าท้องล่างของเรา โดยการตีเข่านั้น ถ้าจะให้ดี เราควรที่จะมีการ ตีเข่าใส่กระสอบทราย แต่ถ้าหากเราไม่มีกระสอบทราย เรา ก็สามารถตีเข่าลมได้ เช่นกัน

 

4. ท่าเตะ

ทำท่านี้ 12 – 15 ครั้ง ทำแบบนี้ 3 – 5 เซต  ท่าเตะ เป็นท่าที่ช่วยบริหาร กล้ามหน้าท้อง ของเราได้เป็นอย่างดี โดยการเตะนั้น จะทำให้ เราบริหารกล้ามหน้าท้อง โดยกล้ามเนื้อเนื้อหน้าท้อง ด้านข้าง และ การบิดตัว จะทำให้เรา ได้เกิดการบิดตัว และ สร้างกล้ามเนื้อหน้าท้อง  

 

5. วิ่ง

การวิ่ง จะเป็นการคาร์ดิโอ หรือ เป็นการเอาไขมัน ออกกจากร่างกายของเรานั่นเอง และ การวิ่ง ทำให้ ซิกแพค ( Six Pack ) เห็นได้ชัดขึ้นนั่นเอง

 

การสร้าง ซิกแพค ( Six Pack ) จำเป็นต้องมี การคาร์ดิโอด้วย เพื่อให้ ซิกแพค ( Six Pack ) ของเรา เห็นชัดขึ้นนั่นเองครับ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เส้นทางของ นักมวย อาชีพ

ทำไมมวยไทย ถึงลดน้ำหนักได้

17 มีนาคม วันนักมวย วันสำคัญของ มวยไทย ( Muay Thai )

17 มีนาคม วันนักมวย วันสำคัญของ มวยไทย ( Muay Thai )

ในวันที่ 17 มีนาคม ของทุกปี ตรงกับวันสำคัญอย่างหนึ่ง เกี่ยวกับ มวยไทย  ( Muay Thai ) คือ วันนักมวย หรือ วันมวยไทย ซึ่งความเป็นมาของวันนี้ จะเป็นอย่างไร มาติดตามกันครับ

 

ก่อนที่เราจะไปรู้ถึง ที่มาของ วันนักมวย เราจะพาไป ทำความรู้จักกับ "นายขนมต้ม" บุคคลสำคัญของวงการ มวยไทย ( Muay Thai ) บุคคลหนึ่งที่เป็นที่มาของ วันนักมวย เสียก่อน นายขนมต้ม เกิดวันอังคาร เดือนยี่ ปีมะเมีย พ.ศ.2293 ในสมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ ครั้งกรุงศรีอยุธยาที่บ้านกุ่ม เป็นลูกชายของ นายเกิด และ นางอี่ มีพี่สาวชื่อว่า นางเอื้อง

 

ครอบครัวของ นายขนมต้ม ถูกพม่าฆ่าตายทั้งหมด ทำให้ นายขนมต้ม ต้องอยู่วัดตั้งแต่เล็ก ๆ อายุประมาณ 10 ขวบ เมื่อเป็นหนุ่ม ได้เริ่มฝึก วิชามวยไทย จนในสมัยพระเจ้าเอกทัศน์ กรุงศรีอยุธยา ต้องเสียกรุงให้กับพม่า ทำให้ นายขนมต้ม ถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลย ที่เมืองพม่าด้วย

 

ที่มาของ วันนักมวย

 

สืบเนื่องมาจาก เมื่อเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ใน พ.ศ.2310 ชาวไทยทั้งหลาย ซึ่งหนึ่งในนั้นมี "นายขนมต้ม" ถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยอยู่ที่เมืองพม่า และนายขนมต้มได้สร้างวีรกรรม โดยการชก มวยไทย ( Muay Thai ) กับชาวพม่า จนสร้างชื่อเสียงให้กับ กรุงศรีอยุธยา และชาติไทย

 

สาเหตุที่ วันนักมวย ตรงกับ วันที่ 17 มีนาคมนั้น ได้มีหลักฐานจาก พงศาวดาร กล่าวว่า เมื่อพระเจ้าอังวะ ให้ปฏิสังขรณ์ และก่อเสริมพระเจดีย์เกศธาตุ ในเมืองย่างกุ้ง เป็นการใหญ่นั้น ครั้นงานสำเร็จในปี พ.ศ.2317 พอถึงวันฤกษ์งามยามดร คือ วันที่ 17 มีนาคม จึงโปรดให้ทำ พิธียกฉัตรใหญ่ ขึ้นไว้บนยอดเป็นปฐมฤกษ์ แล้วได้ทรงเปิดงานมหกรรมฉลองอย่างมโหฬาร

 

จากนั้น ขุนนางพม่าน ได้กราบทูลต่อ พระเจ้าอังวะว่า "นักมวยไทยมีฝีมือยิ่งนัก" พระเจ้าอังวะ จึงตรัสสั่งให้เอาตัว นายขนมต้ม นักมวยดีมีฝีมือ ตั้งแต่กรุงเก่า มาถวาย พระเจ้าอังวะ ให้จัดมวยพม่า เข้ามาเปรียบ (ชก) กับนายขนมต้ม ต่อหน้าพระที่นั่ง ปรากฎว่า นายขนมต้ม ชกชนะพม่า ไม่ทันถึงยก ก็แพ้ถึง เก้าคนสิบคน ก็สู้ไม่ได้

 

พระเจ้าอังวะ ทอดพระเนตร ยกพระหัตถ์ ตบพระอุระ ตรัสสรรเสริญกับ นายขนมต้มว่า "ไทยมีพิษทั่วตัว แม้มือเปล่าไม่มีอาวุธเลย สู้ได้คนเดียวชนะถึงเก้าคนสิบคน" ฉะนั้น วันมีชัยของ นายขนมต้ม ก็คือ วันที่ 17 มีนาคม จึงถือเป็น เกียรติประวัติของ นักมวยไทย

 

สำหรับ ชาวพระนครศรีอยุธยา ได้สำนึกในบุญคุณของ นายขนมต้ม และถือเป็นเกียรติศักดิ์ คนดีศรีอยุธยา จึงได้พร้อมใจกันสร้าง "อนุสาวรีย์นายขนมต้ม" ไว้ที่บริเวณ สนามกีฬากลาง จังหวัด พระนครศรีอยุธยา เพื่อเป็นอนุสติเตือนใจ และให้ลูกหลานไทย ยึดถือเป็นแบบอย่างสืบไป

 

ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักการกีฬา กรมพลศึกษา

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เส้นทางของ นักมวย อาชีพ

หลักการป้องกันแรง ของ กระจับนักมวย ( Groin guard )

ฝึกสายตาว่องไว ด้วยมวยไทย  เจริญทองมวยไทย ข้าวสาร

ฝึกสายตาว่องไว ด้วยมวยไทย เจริญทองมวยไทย ข้าวสาร

 มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่ต้องใช้ ประสาทหลาย ๆ อย่าง ในร่างกาย และ ใช้อวัยวะ หลาย ๆ ส่วนในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น แขน ขา มือ เท้า เข่าศอก และ ส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย

 

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่ผู้เล่นนั้น จะต้องมีสมาธิ ที่สูงมาก ๆ เพราะ จะต้อง มีการชก การเตะ การใช้ศอก รวมไปถึง การหลบหลีก และ การป้องกันต่าง ๆ ด้วย มวยไทย ( Muay Thai ) นอกจากจะใช้สมาธิ ในการต่อสู้แล้ว เรายังต้องใช้สมาธิ ในการป้องกันอีกด้วย ดังนั้น มวยไทย ( Muay Thai ) จึงต้องมีการฝึก ความว่องไว ของสายตา เพื่อใช้ในการการต่อสู้ และ เพื่อใช้ป้องกัน  สำหรับการชกนั่นเอง

 

วิธีการที่จะฝึก ให้นักมวยนั้น มีสายตาที่ว่องไว และ สามารถ มองเห็น สิ่งที่เคลื่อนไหวเร็ว ๆ ได้มีอยู่ 2 วิธีหลัก ๆ ดังนี้

 

1. การฟันน้ำ

เนื่องจาก ในสมัยอดีต การฝึก ทักษะ ต่าง ๆ ของกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) จำเป็นต้อง อาศัย สิ่งของจำเป็น ที่เรามี เป็น อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการฝึก หาได้ยก และ มีราคาที่สูง ดังนั้น ในการฝึกความว่องไง ของสายตาเราจึงใช้ การฟันน้ำ วิธีการฟันน้ำ เป็นการฝึกสายตาโดยการที่เรานั้น จะไม่มีการ กระพริบตา เวลาที่น้ำกระเด็นใส่หน้า วิธีนี้ เป็นวิธีที่ง่าย ๆ แต่หลาย ๆ คนทำได้ยาก เพราะโดยปกติ ทั่วไปแล้ว การที่วัตถุ หรือ อะไรก็ตาม ลอยเข้ามาใส่หน้าของเรา เราจะมีการป้องกันตัวเอง โดยการ หลับตา การฟันน้ำ จึงเป็นวิธี ที่จะทำให้เรา ไม่หลับตา หากมีการต่อยจริง ๆ หรือ แม้ว่าจะโดนชกไปแล้ว  เราก็ไม่มีการกระพริบตา นั่นเอง 

 

2. ฝึกต่อยลูกมะนาว

ในอดีตนั้น  การฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) จะฝึกโดย การผูก มะนาวเอาไว้หลาย ๆ ลูก แล้วทำการต่อย มะนาวแรง ๆ เนื่องจากมะนาว เป็นผลไม้ ที่มีขนาดเล็ก ทำให้เรา ต้องใช้สายตา และ สมาธิในการมอง อย่างมาก การที่เราฝึกต่อยมะนาว ยังทำให้ ร่างกายของเรา ได้ฝึก หลบหลีก ไปในตัวอีกด้วย ดังนั้น การฝึกต่อมะนาวนั้น นอกจาก จะช่วยเพิ่ม ความว่องไว ของสายตาแล้ว การฝึกต่อยมะนาว ยังทำให้เรา ได้ฝึกโยกตัว หลบหลีก หมัด ที่ชกหน้าเรา อีกด้วย และ หากบ่อย ๆ ก็จะทำให้เรา มีความคล่องแคล่ว ในการหลบหลีก สิ่งต่าง ๆ ได้ดี ในปัจจุบัน มีอุปกรณ์ฝึก ที่ใช้แทนมะนาว สามารถหาซื้อได้ง่าย และ มีราคาที่ไม่สูง ทำให้เรา สามารถฝึก ได้โดย ที่เราไม่ต้องผูกมะนาว และ อุปกรณ์ ยังสามารถ ใช้ได้นาน และ ยังสะดวก ต่อการใช้งานอีกด้วย

 

3. การทำแบบทดสอบ สายตา โดยใช้ภาพ

การที่เราจะฝึก ความว่องไว ของสายตานั้น การที่เรา ฝึกมองภาพ หรือ จับผิดภาพ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธี ที่จะทำให้สายตา ของเรา สามารถ มองไว้เร็วขึ้นนั่นเอง โดยการฝึกแบบนี้ เราสามารถ หาแบบทดสอบ ได้จาก อินเทอร์เน็ต เพื่อฝฝึก ความว่องไว ของสายตา และ สมอง การฝึกแบบนี้ จะทำให้ สมองของเรา มีการประมวลผล ต่อภาพ และ ความเร็วได้ดี ดังนั้น แล้ว การฝึกความว่องไวของสายตา เรายังต้องฝึก ความว่องไวของสมองอีกด้วย

 

การฝึกความว่องไว ของสายตา เราสามารถฝึกได้ ด้วยตัวเอง และ สามารถฝึกได้ จากการเรียน ในคลาสมวยไทย และ การฝึกในคลาสเรียนมวย จะทำให้เรา ฝึกได้ถูกวิธี ถูกต้องกว่าการฝึก ด้วยตัวเอง

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เส้นทางของ นักมวย อาชีพ

ทำไมมวยไทย ถึงลดน้ำหนักได้

คุณประโยชน์ มวยไทย ( Muay Thai )

คุณประโยชน์ มวยไทย ( Muay Thai )

เพื่อน ๆ รู้กันไหมคะว่า มวยไทย ( Muay Thai ) มีทั้ง คุณค่า และ ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นทางตรง หรือ ทางอ้อม วันนี้เราจึงมาสรุป คุณประโยชน์ คร่าว ๆ ของ มวยไทย ( Muay Thai ) ให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันค่ะ

 

ประวัติศาสตร์ มวยไทย ( Muay Thai ) มีส่วนเกี่ยวข้องกับการอพยพ ของประชากรที่อาศัยอยู่ ในมณฑลยูนาน บนฝั่งแม่น้ำแยงซีเกียง ของประเทศจีน โดยตามตำนานของไทย เชื่อว่ามีผู้คนจำนวนมาก ที่เดินทางออกจากมณฑลยูนาน ประเทศจีน มาสู่ประเทศไทย เพื่อค้นหาที่ดิน ที่มีความอุดมสมบูรณ์ สำหรับการเกษตร อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการโยกย้าย ของพวกเขา ชาวไทยกลุ่มนี้ ได้ถูกโจมตีโดยโจร และสัตว์ นอกจากนี้ ยังมีโรคต่าง ๆ ที่พวกเขาต้องเผชิญ เพื่อเพิ่มความสามารถ ในการป้องกันร่างกาย และจิตใจ การรับมือกับความทุกข์ยาก ชาวไทยสยาม จึงได้คิดค้นวิธีการต่อสู้

 

การพัฒนา มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาต่อสู้ป้องกันตัว

ในปัจจุบัน นักมวยต้อง สวมนวมขนาด  4  ออนซ์ แต่งกายแบบนักกีฬามวยคือ สวมกางเกงขาสั้น สวมกระจับ สวมปลอกรัดเท้า หรือไม่ก็ได้ เครื่องรางของขลัง ผูกไว้ที่แขนท่อนบนได้ ส่วนเครื่องรางอื่น ๆ ใส่ได้เฉพาะตอนร่ายรำไหว้ครู แล้วให้ถอดออก ตอนเริ่มทำการแข่งขัน

 

ในการแข่งขัน มีกรรมการผู้ชี้ขาดบนเวที 1 คน กรรมการให้คะแนน ข้างเวที 2 คน จำนวนยกในการแข่งขันมี 5 ยก ยกละ 3 นาที พักระหว่างยก 2 นาที

 

การแข่งขันแบ่งเป็นรุ่น ตามน้ำหนักตัวของนักมวย เหมือนกับหลักเกณฑ์ ของมวยสากล อวัยวะที่ใช้ในการต่อสู้คือ หมัด เท้า เข่า ศอก สามารถออกอาวุธใส่คู่ต่อสู้ได้ทุกส่วนของร่างกาย โดยไม่จำกัดพื้นที่ชกแต่ แม่ไม้มวยไทย ที่มีอันตรายสูงบางท่า ถูกห้ามใช้เด็ดขาด อาทิ ท่าหลักเพชร  เป็นท่าจับขาแล้วหักด้วยการนั่งทับ เป็นต้น

 

อย่างไรก็ตาม การชกในปัจจุบันส่วนใหญ่ มุ่งเพื่อผลแพ้ชนะ และ มีผลประโยชน์ทางธุรกิจ เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ศิลปะและแก่นแท้ของ มวยไทย ( Muay Thai ) นับวันจะเลือนหายไป ถึงแม้จะมีหลักสูตรการเรียน กันในบางสถาบันการศึกษาก็ตาม เป็นที่น่ายินดีที่ปัจจุบัน มีการเรียน การสอน มวยไทย ( Muay Thai ) ในระดับบัณฑิตศึกษา คือ วิทยาลัยมวยไทยศึกษา และการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏ หมู่บ้านจอมบึง จังหวัดราชบุรี เริ่มเปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขามวยไทย ใน พ.ศ. 2546 หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขามวยไทยศึกษา ตั้งแต่ พ.ศ. 2548 และ ต่อมาพัฒนาเป็นหลักสูตร ในระดับปริญญาเอกชื่อว่า หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขามวยไทยศึกษา ( ปัจจุบันมีการสอน ในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก โดยยกเลิกหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต )

 

จึงเริ่มพัฒนาเข้าสู่ วิชาการเรียนการสอน เพื่อการอนุรักษ์ และ แสวงหาคุณค่า ทางภูมิปัญญาไทย มากขึ้นในสังคมไทยปัจจุบัน โดยมีคณาจารย์ประจำหลักสูตร เช่น

  • ดร. ศักดิ์ชัย ทัพสุวรรณ นายกสมาคม สภามวยไทยสมัครเล่นโลก
  • ดร. แสวง วิทยพิทักษ์ กรรมการเทคนิคผู้ตัดสินมวยไทย จากสนามมวยราชดำเนิน รองศาสตราจารย์
  • ดร. สมพร แสงชัย เจ้าตำรับครูมวย พระยาพิชัยดาบหัก
  • รองศาสตราจารย์ ชัยสวัสดิ์ เทียนวิบูลย์ ครูมวยสยามยุทธ์
  • รองศาสตราจารย์ ดร. เสรี พงศ์พิศ ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิปัญญาไทย

ที่มาช่วยกันสร้างสรรค์จรรโลง ให้องค์ความรู้ของบรรพบุรุษ ที่มีมานานนับสองพันปี ให้อยู่ยั่งยืนตลอดไปชั่วลูกชั่วหลาน

 

สรุปคุณค่า และ ประโยชน์ของ มวยไทย ( Muay Thai )

กีฬาทุกชนิดมีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย  และ ศิลปะ มวยไทย ( Muay Thai ) ก็มีคุณค่าสูง สำหรับผู้เรียนหลายประการ  คือ

  • ร่างกายมีสรรถภาพที่ดี  สมส่วน  มีภูมิต้านทานโรคสูง
  • มีจิตใจเข้มแข็ง  มีความสุขุมรอบคอบ  มานะ อดทน
  • สามารถป้องกันตัว และ เป็นประโยชน์ต่อสังคม ในชีวิตประจำวันได้
  • มีความเชื่อมั่นต่อตนเอง  มีระเบียบวินัย  กล้าหาญ อดทน
  • ดำรงไว้ศิลปะการต่อสู้ประจำชาติไทยให้ยั่งยืนแพร่หลายตลอดไป
  • มีไหวพริบ เชาว์ปัญญา แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้
  • มีความเป็นสุภาพบุรุษ ไม่กล้ากระทำในสิ่งที่สังคมไม่ยอมรับ
  • มีความกล้าหาญ
  • ยึดเป็นอาชีพได้

 

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ คุณค่าของ มวยไทย ( Muay Thai ) ที่เราได้นำมาเสนอกัน  หากใครสนใจเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถมาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) ที่ 3 สาขาดังนี้

  • jaroenthong muay thai Khaosan ( สาขาข้าวสาร )
  • jaroenthong muay thai Ratchada ( สาขารัชดา อยู่ติดกับโพไซดอน )
  • jaroenthong muay thai Srinakarin ( สาขาศรีนครินทร์ อยู่ด้านในปั้มบางจาก ถนนศรีนครินทร์ )

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

บุคคลสำคัญ มวยไทย ( Muay Thai ) แต่ละยุคสมัย

เครื่องแต่งกายมวยไทยโบราณ

ฟิตร่างกาย เตรียมตัว ขึ้นชกบนสังเวียน มวยไทย อย่าง นักมวยมืออาชีพ

ฟิตร่างกาย เตรียมตัว ขึ้นชกบนสังเวียน มวยไทย อย่าง นักมวยมืออาชีพ

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ รู้ไหมคะว่าเหล่า นักมวยมืออาชีพ เค้า ฟิตร่างกาย หรือ ออกกำลังกาย ในแต่ละวันอย่างไร เพื่อเตรียมตัวใน การขึ้นชกบนสังเวียน มวยไทย วันนี้เรามีคำตอบมาให้เพื่อน ๆ ได้ลองไปฝึกตามกันแล้วค่ะ

 

หากใครเคยผ่าน หรือมีโอกาสได้ เข้าไปเห็นบรรยากาศ การซ้อมมวย ภายในยิมมวย หรือค่ายมวยต่าง ๆ ก็จะรู้ดีว่า แหล่านักมวยนั้น เขาซ้อมกันอย่าง หนักหน่วงมากเพียงใด เขาจะต้องอดทน ต่อการฝึกซ้อม การควบคุม อาหารการกิน น้ำหนัก เพื่อให้มีร่างกายที่ดีที่สุด แข็งแกร่งที่สุด

 

ท่าไหล่ดัน ( Shoulder Presses )

ท่าไหล่ดัน ( Shoulder Presses ) เป็นท่าที่สร้างกล้ามเนื้อ หัวไหล่ได้อย่างดี โดยอุปกรณ์ที่ใช้เป็นหลัก คือ ดัมเบล ( Dumbbell ) ถ้าหากไม่มีจะใช้ เป็นขวดน้ำก็ได้ แล้วจับให้มั่นจากนั้น ดันขึ้นเหนือหัว ละลง อย่างต่อเนื่อง

 

วิดพื้นแบบตบมือ ( Clap Press – Up )

วิดพื้นแบบตบมือ ( Clap Press – Up ) เป็นวิธีการ ออกกำลังกายที่ง่าย และสามารถทำตอนไหนก็ได้ ท่านี้ไม่ได้เพิ่มแค่ ความแข็งแรง ของกล้ามเนื้อ เพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยปรับเรื่องของ Body Balance ที่จำเป็นอย่างมาก สำหรับนักมวย

 

แพลงค์ ( Plank )

เป็นท่าที่ทำยาก และทรมานที่สุด เพราะต้องอาศัย ความแข็งแรง ของร่างกายหลาย ๆ ส่วน เป็นท่านักมวยทุกคน ให้ความสำคัญ ลองทำควบคู่กับการ Crunches และ Sit Up จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น Plank จะเสริมสร้างความแข็งแรง ของร่างกายส่วนกลาง ให้ทนต่อหมดหนัก ๆ ของคู่ต่อสู้

 

คาร์ดิโอ ( Cardio )

ถ้าอยากมีหุ่นที่ฟิต แบบนักมวย ต้องเริ่มจาก คาร์ดิโอ ( Cardio )  เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ทำโดยการ ซิทอัพ วิ่ง กระโดดเชือก ต้องฝึกแบบการกระโดด ที่หลากหลาย และการฝึกความแข็งแรง ของร่างกายในส่วนต่าง ๆ เช่น การดึงข้อ การบริหารกล้ามเนื้อ หลังแขน การวิดพื้น และการฝึกด้วยลูกบอล เทรนนิ่งในท่าทางต่าง ๆ

 

ฟุ้ตเวิร์ค ( Foot work )

ฟุ้ตเวิร์ค ( Foot work ) ฝึกเพื่อใช้ในการหลบหลีก หมัดของคู่ต่อสู้ ความว่องไวในการ Foot work จะช่วยเพิ่มความสามารถ ในการรับมือ ในการต่อสู้ กับคู่ชกได้อย่างดี

 

ท่าชกเงา ( Shadow Boxing )

ท่าชกเงา ( Shadow Boxing ) เป็นการฝึกชกลม เพื่อให้นักชกฝึกการออกหมัด และท่าทางที่ถูกต้อง การชกลมเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการสร้างเทคนิคการชก การรักษาน้ำหนักความแข็งแรงของร่างกาย และสามารถฝึกที่ไหนก็ได้ ที่ทำให้เราขยับช่วงบนได้อย่างเป็นอิสระมากขึ้น

 

Bag Work

 

( Bag Work ) คือการต่อยกระสอบทราย ที่สามารถฝึก ความแข็งแกร่งของหมัด สายตา และการป้องกัน

 

Skipping

( Skipping ) เป็นการหลบหลีก หมัดของคู่ต่อสู้ อาศัยความว่องไวของ Foot work ทำได้ง่าย ๆ โดย มีเชือกเส้นเดียวกับลานโล่ง ๆ Skipping เป็นสิ่งสำคัญของนักมวย จะขาดไม่ได้ในเวลาซ้อม และยังเป็นท่าที่ใช้รักษาสภาพร่างกายให้พร้อมอยู่เสมอ

 

ท่าวิดพื้น ( Push - Up )

ท่าวิดพื้น ( Push - Up ) เป็นท่าที่ทำยาก สำหรับคนไม่ค่อย ได้ออกกำลังกาย การออกกำลังกายโดย ท่าวิดพื้น ( Push - Up ) จะให้ประโยชน์กับ กล้ามเนื้อหลายส่วน รวมถึงเพิ่มแรงผลัก เวลาที่ต้องคลุกวงกับคู่ต่อสู้ จึงเป็นที่นิยมกันในหมู่นักมวย

 

ท่าสควอช ( Squat )

ท่าสควอช ( Squat ) เป็นการออกกำลังกายที่จะช่วยเสริมความแข็งแรงของร่างกายในส่วนล่าง เพราะนักมวยจะต้องมีการยืนที่มั่นคง พร้อมที่ปล่อยหมัดเพื่อรุกผู้ต่อสู้ได้ตลอดเวลา หากทำท่า Squats ร่วมกับท่าบริหารสะโพกส่วนอื่นให้เหมาะสม จะช่วยให้คุณมีช่วงล่างที่แข็งแรงแน่นอน แต่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ

 

Chin Ups

( Chin Ups ) เป็นการออกกำลังกาย ที่ช่วยให้ช่วงบนแข็งแรง และสมส่วน จะช่วยสร้างกล้ามเนื้อ ช่วงแขน อก ไหล่ ในท่าเดียวกัน แต่ไม่ควรหักโหมเกินไป จนกล้ามเนื้อบาดเจ็บ

 

ท่าเบอร์พี ( Burpees )

ท่าเบอร์พี ( Burpees ) เป็นหัวใจสำคัญ ในการออกกำลังกาย ให้ได้ผล หากใครอยากมีรูปร่างที่สมส่วน  ถ้าทำท่า Burpees อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ควบคุมน้ำหนักตัว หรือเพิ่มความแข็งแรง ในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ด้วย

 

บอกกันเลยว่า กว่าจะมาเป็น นักมวยอาชีพนั้น เรียกได้ว่ายากลำบากมาก ต้องมีความอดทน มุ่งมั่น ทั้งร่างกาย และสภาพจิตใจเลยทีเดียว หากคุณอยากออกกำลังกาย ให้ได้ร่างกายที่แข็งแกร่ง แบบนักมวยอาชีพ ก็ลองดูได้นะ แต่ต้องระวังให้มาก ๆ เพราะอาจจะทำให้เกิด อาการบาดเจ็บได้ ยังไงก็ควรจะอยู่ในการดูแล ของผู้ที่รู้จักวิธีการออกกำลังกาย หรือควรจะให้พอดี กับร่างกายคุณเองนะ

 

หากเพื่อน ๆ สนใจใน มวยไทย ( Muay Thai ) แล้วกำลังหาที่เรียนอยู่เราขอแนะนำ ที่ เจริญทองมวยไทย ข้าวสาร ( Jaroen Thong Muay Thai Kaosan ) ที่นี่มีบริการสอน มวยไทย ( Muay Thai ) ให้กับทุก ๆ คน เริ่มสอนตั้งแต่ ขั้นพื้นฐาน ต่อให้ไม่รู้จัก มวยไทย ( Muay Thai ) เลย ก็สามารถ มาเรียน มาฝึก ที่นี่ได้ เพราะมีครูฝึกที่เก่ง และ มีประสบการณ์ ในการสอน มวยไทย ( Muay Thai ) มามากมาย คอยช่วยเหลือ และ ถ่ายทอดความรู้ ให้กับเพื่อน ๆ หรือ นักเรียน ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นท่าทางที่ถูกต้อง การใช้ หมัด เท้า เข่า ศอก การวอร์มอัพ ก่อนเริ่มเล่น การหายใจ คุณครู และ พนักงาน ที่นี่ทุกคน มีความเป็นกันเอง พร้อมช่วยเหลือเพื่อน ๆ ในเรื่องการต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) และ การออกกำลังกายต่าง ๆ อย่างถูกวิธี

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

บุคคลสำคัญ มวยไทย ( Muay Thai ) แต่ละยุคสมัย

เครื่องแต่งกายมวยไทยโบราณ

เส้นทางของ นักมวย อาชีพ

เส้นทางของ นักมวย อาชีพ

แน่นอนว่าทุกกีฬานั้น ถ้าจะให้เราเก่ง หรือ ชำนาญ แน่นอนว่าต้องใช้ความสามารถ หรือ การฝึกอย่างหนัก นั้นรวมไปถึง นักมวย ที่กว่าจะเป็น นักมวยอาชีพ นั้นเขาต้องผ่าน อุปสรรคมากมาย ที่ยากลำบาก

 

                โดย กีฬา มวย ในประเทศไทยของเรา ถือว่าเป็นกีฬาอันดับต้นๆ ที่มีคนรู้จัก และ รวมไปถึง มีให้ความสนใจเป็นอย่างมากที่สุด แถม ไม่ใช้แค่ ในประเทศ ไทย ของเราเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึง ประเทศ ต่าง ๆ ต่างก็พากันสนใจ ในกีฬา ประเภท นี้กันอย่างมาก และ อาจจะพูดได้ว่า เป็น กีฬา ประจำชาติของเราเลยก็ว่าได้ แถม เราจะเห็นว่า เรามี นักมวย อาชีพ หลายคน ที่ประสบณ์ความ สำเร็จมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ที่รู้จักกันใน ประเทศไทย เอง หรือ ต่างประเทศ ต่างก็มีชื่อเสียง แถมคน เก่ง ๆ เยอะแยะมากมาย แต่กว่าที่เขาจะเป็น นักมวยอาชีพ เนี่ย เขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง เคย คิดสงสัย กันหรือไม่ และถ้า หากใครเคยผ่าน หรือ อาจจะ มีโอกาสได้เข้าไปเห็นบรรยากาศการซ้อมมวย ภายในยิมมวย หรือค่ายมวยต่าง ๆ ก็จะรู้ดีว่า แหล่านักมวยนั้น เขาซ้อมกันอย่างหนักหน่วงมากเพียงใด เขาจะต้องอดทนต่อการฝึกซ้อม การควบคุมอาหารการกิน น้ำหนัก เพื่อให้มีร่างกายที่ดีที่สุด แข็งแกร่งที่สุด  วันนี้เรามีท่าที่เหล่านักมวยอาชีพเขาใช้ในการสสร้างร่างกายแบบนักมวยมาฝากกัน เริ่มจาก 

 

  • Shoulder Presses  Shoulder Presses โดย มันจะ เป็นท่าที่ สามารถ ไปช่วยในเรื่องของการ สร้างกล้ามเนื้อ บริเวณ หัวไหล่ได้อย่างดี แถมมันยัง มีโดยอุปกรณ์ที่ใช้เป็นหลัก คือ ดัมเบล (Dumbbell ) ถ้าหากไม่มีจะใช้เป็นขวดน้ำก็ได้ แล้วจับให้มั่นจากนั้นดันขึ้นเหนือหัว ละลง อย่างต่อเนื่อง
  • Clap Press – Up  Clap Press – Up ถือว่า เป็นวิธีการ ออกกำลังกาย ที่ง่าย และ แถมมันยัง สามารถทำตอนไหน ก็ได้ และ ท่านี้ไม่ได้เพิ่มแค่ความ แข็งแรง ของกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยปรับเรื่องของ Body Balance ที่จำเป็นอย่างมากสำหรับนักมวย
  • Plank  โดย มันจะ เป็นท่าที่ทำยาก และ แถมมันยังเป็นท่า ที่บอกเลยว่า ทรมานที่สุด เพราะ มัน ต้องอาศัยความแข็งแรงของร่างกาย หลาย ๆ ส่วน และมันยัง เป็นท่า นักมวย ทุกคนให้ความสำคัญ ลองทำควบคู่กับการ Crunches และ Sit Up จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น Plank จะเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายส่วนกลาง ให้ทนต่อหมดหนัก ๆ ของคู่ต่อสู้
  • Foot work  Foot work สำหรับการ ฝึกเพื่อใช้ในการหลบหลีกหมัดคู่ต่อสู้ และ รวมไปถึง ความว่องไวในการ Foot work จะ สามารถไป ช่วย ในเรื่องของการ เพิ่มความสามารถ ในการรับมือในการต่อสู้กับคู่ชกได้อย่างดี
  • Bag Work  Bag Work มันก็ คือการต่อยกระสอบทราย ที่ มันจะ สามารถฝึกความแข็งแกร่งของหมัด สายตา และการป้องกัน
  • Burpees  Burpees สำหรับ ท่าต่อไป จะเป็น ท่าที่มีผลต่อ หัวใจ ของเรา และ ถือเป็นท่าที่ สำคัญในการออกกำลังกายให้ได้ ผล หากใครอยากมีรูปร่างที่สมส่วน  ถ้าทำท่า Burpees อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ควบคุมน้ำหนักตัว หรือเพิ่มความแข็งแรงในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ด้วย
  • Push Ups  Push Ups มันจะ เป็นท่าที่ทำยาก และ สำหรับคนไม่ค่อยได้ ออกกำลังกาย เพราะ การออกกำลังกายโดย Push Ups จะให้ประโยชน์กับกล้ามเนื้อหลายส่วน รวมถึงเพิ่มแรงผลักเวลาที่ต้องคลุกวงกับคู่ต่อสู้ จึงเป็นที่นิยมกันในหมู่นักมวย

 

เป็นยังไงกันบ้าง ท่าทางการ ออกกำลังกาย ของนักมวย บอกเลยว่าโหด และ ดุเดือน และสำหรับ ใครที่สนใจ ก็สามารถ นำเอาไปลอง ฝึกกันได้ แต่เราต้องบอกก่อนเลยว่า นี้เป็นแค่ส่วนหนึ่ง ของท่า ที่มันยังมีอีกมากมาย หลกหลาย ท่าขึ้นอยู่กับว่า เขาจะเลือก ฝึกท่าไหน นั่นเอง

 

กว่าจะมาเป็นนักมวยอาชีพนั้น เรียกได้ว่าต้องอดทน มุ่งมั่น ทั้งร่างกาย และสภาพจิตใจเลยทีเดียว หากคุณอยากออกกำลังกาย ให้ได้ร่างกายที่แข็งแกร่งแบบนักมวยอาชีพก็ลองดูได้นะ แต่ต้องระวังให้มากๆ เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้ ยังไงก็ควรจะอยู่ในการดูแลของผู้ที่รู้จักวิธีการออกกำลังกาย หรือควรจะให้พอดีกับร่างกายคุณเองนะ

 

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

สร้างกล้ามแขน แบบมวยไทย

ฟิตหุ่นสวย ด้วยมวยไทย

ทำไมมวยไทย ถึงลดน้ำหนักได้  เจริญทองมวยไทยข้าวสาร

ทำไมมวยไทย ถึงลดน้ำหนักได้ เจริญทองมวยไทยข้าวสาร

การลด น้ำหนังสิ่งที่เรามักจะนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ ก็คือ การ วิ่ง และ กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ที่ปัจจุบัน เป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก และ เหตุใด ทำไม กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ถึงทำให้เราลดน้ำหนักได้

 

กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่ใคร ๆ ก็สามารถเล่นได้ และ เป็นกีฬา ที่เหมาะกับ คนที่ต้องลดน้ำหนัก เป็นอย่างมาก แล้ว ทำไมกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ถึงทำให้เรา ลดน้ำหนัก ได้ดีกว่า การออกกำลังกาย แบบอื่น

 

1. กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาที่เราต้องใช้ร่างกายทุกส่วน

 

เนื่องจาก กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาที่เรานั้น ต้องใช้ทุกส่วนของร่างกาย เพื่อขยับ หรือ ออกอาวุธต่าง ๆ และ กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เรายังต้องอาศัยกล้ามเนื้อ ทุกส่วน เพื่อให้มีความสัมพันธ์กัน ทั้งการเคลื่อนไหว การหลบหลีก และ การออกแรง จึงทำให้ ร่างกาย ของเรานั้น ได้ใช้พลังงาน อย่างเต็มที่ อีกทั้ง กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ยังเป็น การออกกำลังกาย แบบคาร์ดิโอ ( Cardio ) อีกด้วย จึงทำให้ กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) สามารถ ลดน้ำหนักได้ และ กีฬามวยไทย

 

2. กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เผลาญพลังงาน ในร่างกายได้ดีกว่า

 

กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่ไม่น่าเบื่อ และ ในการคาร์ดิโอ ( Cardio ) ก็มีหลายรูปแบบ เพราะ ก่อนที่เราจะเริ่มเล่น กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ได้นั้น เราต้องมีการ วอร์มอัพ ( Warm – up ) ร่างกาย โดยเริ่มจากการวิ่ง กระโดดเชือก และ อื่น ๆ แล้วแต่โค้ช หรือ เทรนเนอร์ คนนั้น ๆ  เพราะฉะนั้นแล้ว ก่อนที่เราจะได้เริ่มฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) ร่างกายของเราก็ได้ มีการเผาผลาญ พลังงาน และ ไขมัน ( Fats ) ไปบางส่วนแล้ว

ถ้าหาก โปรแกรม การฝึกซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ในวันนั้น มีการที่ต้อง ชงนวม หรือ ชกกับคู่ซ้อม ก็ยิ่งทำให้ร่างกายเราเผาผลาญ ได้เยอะขึ้น อีกทั้ง เรายังสนุกไปกับการซ้อม อีกด้วย หรือ ในบางวัน ก็มีการเตะ กระสอบทราย หรือ ชกกระสอบทราย การกระทำเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่ เป็นการ ที่ทำให้ร่างกาย ของเราได้ขยับ และ เผาผลาญ ไขมันส่วนเกินไปบางส่วนแล้ว

สังเกตได้ว่า คนที่ฝึกซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถลดน้ำหนักได้เร็ว และ มีหุ่น ที่กระชับ ฟิต แอนด์เฟิร์ม

 

3. ออกกำลังกายนาน และ ต่อเนื่อง

 

คนที่ฝึกซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) จะต้องมีการฝึกซ้อม เป็นระยะเวลาที่นาน และ ต่อเนื่อง ระยะเวลา ในการออกกำลังกายไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่ประเด็นสำคัญคือ ความต่อเนื่อง ในการออกกำลังกาย ต่างหากที่ ทำให้น้ำหนักของเราลดลง อย่างต่อเนื่อง และ รวดเร็ว

 

แต่ทั้งนี้การที่ฝึกซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ก็ไม่ควรที่จะ หักโหมเกินไป เพราะ การหักโหมอาจจะทำให้เราบาดเจ็บ จากการ ฝึกซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ได้ เพราะ ฉะนั้นแล้ว หากอยากให้ น้ำหนักลดเร็ว เราก็ควรทีจะมีการซ้อมอย่างสม่ำเสมอ มีวินัย และ ต่อเนื่อง หากเราไม่วินัย ในการซ้อม น้ำของเราก็อาจจะไม่ลด ตามที่เราตั้งเป้าไว้ได้ และ ในการฝึกมวยไทย ( Muay Thai ) เราควรทำตามคำ แนะนำของโค้ช อย่างเคร่งครัด

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

การดูแล ความปลอดภัย ของ นักมวย ในการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai )

ฝึกสภาพจิตกับใจมวยไทย

มวยไทย ฝึกรูปแบบไหน ให้ได้ประโยชน์มากที่สุดกันนะ ?

มวยไทย ฝึกรูปแบบไหน ให้ได้ประโยชน์มากที่สุดกันนะ ?

มวยไทย ถือว่าเป็นกิจกรรม การ ออกกำลังกาย ที่ได้ทั้งเหงื่อย ได้ทั้งความแข็งแรงของร่างกาย รวมไปถึง มันยังสามารถ ทำให้ ใคร ๆ หลาย ๆ คนที่ชื่นชอบในการ ออกกำลังกาย ได้ทั้งความสนุก ความตื่นเต้นไปในตัวอีกด้วย นั่นเอง

 

                เราต้อง อธิบายกันก่อนว่า การที่เราจะทำการ ฝึก มวยไทย ( Muay thai ) ในบ้านเราอาจจะ เป็นประสบการณ์ที่สามารถ เปลี่ยนชีวิต ของเราได้ เลยทีเดียว นั้นก็ เพราะ ภายใต้ อากาศที่ ร้อนอบอ้าว นั้นที่จะมี แต่มีความชื้น การซ้อม และ อาหาร ล้วนมีความแตกต่าง กันออกไป และ แม้แต่วิธีการสอน มันก็ยังไม่เหมือนกันวันนี้จะมาตีแผ่การฝึก มวยไทย ( Muay thai ) ที่ใคร ๆ หลาย ๆ คน อาจถูกมองข้ามไป และ ก่อนที่จะเริ่มต้น คุณต้องมั่นใจว่าคุณพร้อมเต็มที่ ไม่เช่นนั้นการ ฝึก มวยไทย ( Muay thai ) ของคุณอาจล้มไม่เป็นท่า

 

การเตรียมความพร้อม ก่อนการเริ่มต้นการ ฝึก มวยไทย

 

                ก่อนที่เราจะทำอะไรก็ตาม สิ่งที่ดีที่สุด นั้นก็คือ การว่างแผน หรือ การเตรียมความพร้อม เพราะการ ฝึก มวยไทย ไม่ใช่ว่าใคร ๆ ก็สามารถเดินเข้าไปชกได้เลย เราควรมีการเตรียมความพร้อมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นครูฝึก สนามฝึก หรือ รวมไปถึงเครื่องแต่งกาย ในการ ฝึก วันนี้เราเลยจะ รวบรวม มาให้ทุก ๆ คนได้ศึกษากัน

 

  • สิ่งที่เรา ควรเริ่ม การเตรียม ก่อนเลย นั้นก็คือ การเตรียม ร่างกาย ของเราให้พร้อม เพราะ ถ้า หากคุณต้องการที่จะประสบความ สำเร็จในการฝึก มวยไทย ( Muay thai ) อย่างแท้จริง นั้น สิ่ง ๆ แรก ๆ เลยก็ คือ คุณต้องเตรียมสภาพ ร่างกาย ของเรา ให้พร้อม และ รวมไปถึง การ ออกกำลังกาย ก่อนเสมอ และ คุณจะได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการ วิ่งบนถนน เพาะ นักมวยไทย จะ ทำการวิ่งวันละสองรอบ ซึ่ง ระยะทางมากกว่า ประมาร 12 กิโลเมตร กันเลยทีเดียว และ โดยปกติการวิ่งในตอนเช้าจะใช้เวลานานกว่าการวิ่งในช่วงบ่าย ดังนั้น คุณต้องเตรียมร่างกายให้ดีก่อนเริ่มวิ่ง 
  • การ เลือกค่ายมวย ที่เหมาะสม ในการฝึก และ ใน ขณะที่คุณเตรียมตัว หรือ เตรียมความพร้อม ของร่างกายแล้ว  และ การปรับสภาพร่างกาย นั้น ให้เริ่มหา ค่ายมวย หรือ สนามมวย ที่มีการ รับฝึก และ ให้เหมาะกับความต้องการของตัวเอง ขั้นตอนนี้จะทำให้คุณได้รู้จักค่ายมวยไทยที่ดีที่สุด ไม่ว่าคุณมีจุดประสงค์ในการเรียนมวยไทยเพื่ออะไรก็ตาม คุณต้องหาค่ายที่สามารถช่วยคุณในเรื่องนั้นได้ 
  • ปรับตัวเพื่อรับการฝึกซ้อม  นักมวย ไทย มัก ทำกิจกรรม กระโดดเชือกในช่วง เวลาบ่ายโมง และ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอน ฝนตก และมัน อาจใช้เวลานานถึง ประมาณ 30 นาที ตลอด กสนฝึกกระโดดเชือกเป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที และ นั้นก็ เพื่อทำให้ ผิวหนัง บริเวณฝ่าเท้า ของเรา เริ่ม ด้านขึ้น และ แต่ถ้าหากเกิดแผลแล้ว ให้ปิดด้วยผ้าพันแผล และ นอกจากนี้คุณจะต้องซิตอัพ เยอะมาก สำหรับ ผิวหนังที่เต็มไปด้วยเหงื่อ ที่จะ สามารถ ไปช่วยในเรื่องของการ ไปสัมผัสกับพื้นผิวอันขรุขระและพื้นผ้าใบ หรือเสื่อออกกำลังกาย ถ้าผิวหนังแห้ง ให้ใช้วาสลีนทาเพื่อลดแรงเสียดทาน  
  • ควรมีการ เตรียมสิ่งของที่จำเป็น ใน การไป ฝึก มวยไทย ( Muay thai ) แน่นอนว่า สิ่ง ที่คุณต้องมีของใช้ที่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์ ต่าง ๆ ในการ ฝุก ยกตัวอย่าง เช่น นวม กางเกงมวย ฟันยาง และ รวมไปถึง สนับแข้ง  และ บ่อยครั้งที่ค่ายจะมีสิ่งของเหล่านี้ให้คุณใช้ แต่คงไม่ดีแน่หากต้องใช้แก้วน้ำและฟันยางร่วมกับคนอื่น
  • ห้าม หรือ ไม่ควร หักโหมเกินไป หรือ ฝืนร่างกาย เกิดความ จำเป็น แน่นอนว่า การฝึก ยิ่งฝึกหนักเท่าไรก็จะทำให้ ร่างกาย ของเรา แข็งแรง มากเท่านั้น แต่ คุณอาจรู้สึกว่าซ้อมได้เต็ม 100 ในวันแรกของการฝึกฝน แต่ในวันที่สองและสาม ความเมื่อยล้าและความเจ็บปวดจะมาเยือน แต่หากคุณเป็นกรณีที่ตรงกันข้าม ก็อย่าหักโหม ขอให้ฝึกอย่างค่อยเป็นค่อยไป ถ้าคุณฝืนตัวเอง คุณอาจได้รับบาดเจ็บและไม่ได้ซ้อมอย่างต่อเนื่อง

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ศิลปะมวยไทยหมัดเท้าเข่าศอก

ชกกระสอบทรายทุกวัน ก็ลดน้ำหนักได้

กติกา เกี่ยวกับ สนามมวย ที่นายสนามมวย ต้องรู้

กติกา เกี่ยวกับ สนามมวย ที่นายสนามมวย ต้องรู้

สนามมวย พื้นที่สำคัญที่ใช้ในการแข่งขันกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) โดยสนามมวย ในการแข่งขัน จะต้องมีรูปแบบของเวทีที่เป็นไป กติกา ที่ได้มีการกำหนดไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ นายสนามมวย และผู้จัดรายการแข่งขันมวย ควรรู้และปฏิบัติตามกติกา  

 

ในการจัดการแข่งขันกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) หรือ มวยสากล โดยทั่วไป จะถูกจัดขึ้นที่ เวทีมวย ซึ่งสามารถเรียกได้ทั้ง เวทีมวย, สังเวียนมวย หรือ สนามมวย ล้วนมีความหมายเป็น สถานที่แข่งขันมวย เหมือนกัน แต่หากเป็นไปตามพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ จะถูกเรียกว่า "สนามมวย" มีความหมายว่า อาคาร สถานที่ หรือบริเวณอื่นใด สำหรับใช้ในการแข่งขันกีฬามวยเป็นปกติ

 

สนามมวย ที่ใช้ในการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) หรือ มวยสากล มีการกำหนดเกี่ยวกับ เวทีมวย ตามมาตรฐานในการจัดตั้งและใช้ในการแข่งขัน โดยยึดข้อกำหนดกติกาเดียวกัน ตามที่ AIBA ( สหพันธ์มวยสากลสมัครเล่นนานาชาติ ) ได้กำหนดไว้ ซึ่งมีข้อกำหนด ดังต่อไปนี้

 

1. เวที คือ สถานที่ที่ประกอบขึ้น เพื่อใช้ในการแข่งขันกีฬามวย โดยต้องสร้างให้แข็งแรง ปลอดภัยได้ระดับ ปราศจากสิ่งกีดขวาง และพื้นเวทีต้องยื่นออกไปนอกเชือกกั้น อย่างน้อย 90 เซนติเมตร

 

2. พื้นเวที ต้องอยู่สูงจากพื้นที่ตั้ง ไม่ต่ำกว่า 1.20 เมตร ไม่เกิน 1.5 เมตร โดยตั้งเสาที่มุมทั้ง 4 ด้าน มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 10-12.5 เซนติเมตร และสูงขึ้นจากพื้นที่ไม่เกิน 2.85 เมตร พื้นเวทีต้องปูด้วยวัสดุที่มีความนุ่ม เช่น ยาง ผ้าอ่อน ฟองน้ำ หรือวัสดุอื่น ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน มีความหนา ระหว่าง 2.5 เซนติเมตร ถึง 3.75 เซนติเมตร ปูทับด้วย ผ้าใบให้ดึงเรียบ และมิดชิดคลุมพื้นเวทีทั้งหมด

 

3. ในการติดตั้งเวที ต้องให้มุมแดง อยู่ทางซ้ายมือของโต๊ะประธานผู้ตัดสิน มุมน้ำเงินอยู่ตรงข้ามกับมุมแดง ส่วนอีกสองมุมเป็นมุมกลาง

 

4. เชือกกั้นเวทีมี 4 เส้น หุ้มด้วยวัสดุที่อ่อนนุ่มและเรียบ มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 3-5 เซนติเมตร ขึงตึงกับเสาทั้ง 4 เส้นของเวที เชือกแต่ละเส้นสูงจากพื้นเวทีขึ้นไปถึงด้านบนของเชือก เส้นล่าง 45 เซนติเมตร เส้นที่ 2 เท่ากับ 75 เซนติเมตร เส้นที่ 3 เท่ากับ 1.05 เมตร และเชือกเส้นบทสุด เท่ากับ 1.35 เมตร ตามลำดับ เชือกทั้ง 4 เส้นของแต่ละด้าน ต้องผูกยึดกันด้วยผ้าเหนียว 2 ชิ้น มีขนาดกว้าง 3-4 เซนติเมตร มีระยะห่างเท่า ๆ กัน ผ้าที่ผูกนั้นต้องยึดแน่น มุมทั้ง 4 ต้องหุ้มนวม หรือวัสดุอื่นให้เรียบร้อย ที่สามารถป้องกันอันตรายแก่นักมวยได้ และต้องมีบันได้มุมแดง และมุมน้ำเงิน เพื่อให้นักมวย พี่เลี้ยง และแพทย์สนาม ขึ้นไปปฏิบัติหน้าที่ได้

 

5. ให้ติดกล่องพลาสติก หรือกล่องที่ทำด้วยวัสดุอย่างอื่น ที่มุมกลางทั้งสองมุม (ด้านนอกสังเวียน) มุมละ 1 กล่อง เพื่อให้ผู้ชี้ขาดทิ้งสำลี หรือกระดาษบาง ๆ ที่ซับเลือดแล้ว หรือสิ่งของที่ไม่ใช้แล้ว

 

6. สังเวียน คือ พื้นที่ส่วนหนึ่งของเวทีเป็น รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส โดยวัดจากภายในเชือกกั้น ขนาดเล็ก มีความยาวด้านละ 6.00 เมตร ขนาดใหญ่ มีความยาวด้านละ 6.5 เมตร

 

การจัดการ สนามมวย ให้เป็นไปตาม กฎกติกาเหล่านี้ เพื่อทำการแข่งขัน กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นหนึ่งในความรับผิดชอบของ “นายสนามมวย” ผู้ทำหน้าที่จัดการ หรือดำเนินกิจการ สนามมวย นั่นเอง และผู้จัดรายการแข่งขันมวย จะต้องช่วยอำนวยความสะดวก ในเรื่องเหล่านี้ด้วย

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

หลักการป้องกันแรง ของ กระจับนักมวย ( Groin guard )

การดูแล ความปลอดภัย ของ นักมวย ในการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai )

หลักการป้องกันแรง ของ กระจับนักมวย ( Groin guard )

หลักการป้องกันแรง ของ กระจับนักมวย ( Groin guard )

ในการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) แน่นอนว่า ต้องมีการใช้แรง ต่อสู้ปะทะกัน นักมวย จึงจำเป็นต้องสวมใส่ กระจับนักมวย ที่ช่วยป้องกันแรงกระแทกได้ โดยกระจับนักมวย จะมี หลักการป้องกันแรง ที่ช่วยลดแรงกระแทกได้อย่างไร มาติดตามกันครับ

 

กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาที่ต้องใช้พละกำลังในการต่อสู้ เพื่อเอาชนะผู้ต่อสู้ ไม่ว่าจะเป็นจากการออกหมัด เตะ เข่า หรือศอก ก็ล้วนส่งผลทำให้เกิดการกระทบกระเทือนต่อร่างกายของคู่ต่อสู้ได้ไม่ว่าจะโดนอวัยวะใดก็ตาม ซึ่งแน่นอนว่าการกระทบกระเทือนจากการต่อสู้นั้น เป็นสิ่งที่นักมวยหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว นักมวย จึงจำเป็นต้องใส่อุปกรณ์ในการป้องกันตัว ซึ่งหนึ่งในนั้นก็ คือ " กระจับ"

 

จุดประสงค์ของ กระจับนักมวย

 

กระจับ ( Groin guard ) เป็นอุปกรณ์ป้องกันตัวอย่างหนึ่งในกีฬาชกมวย รวมถึงการต่อสู้ชนิดอื่น กระจับที่นักมวยต้องสวมใส่ เพื่อให้เกิดความกระชับ และป้องกันแรงกระแทกที่จะเกิดบริเวณอวัยวะเพศ เนื่องจากการชกต่อยมวย อาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บบริเวณท้องน้อย และช่วงขาหนีบได้ง่าย

 

การป้องกันอวัยวะเพศของ กระจับนักมวย

 

อวัยวะเพศของมนุษย์ เป็นส่วนที่มีความเปราะบางต่อแรงกระแทก และ บริเวณนี้ยังมีเส้นประสาทรับความเจ็บปวดมาเลี้ยงมาก ทำให้เกิดความเจ็บปวดได้อย่างรุนแรง จึงมีความจำเป็น ที่เรานั้นจะ ต้องหาอุปกรณ์ที่เป็นเกราะป้องกัน มาใช้ในกีฬาที่ต้องปะทะ ร่างกาย กัน และไม่ใช่แค่ มวยไทยหรือมวยสากล ที่ต้องใช้กระจับ ยังมีกีฬา อีกหลายประเภท ที่ต้องใช้ อุปกรณ์ป้องกัน อวัยวะเพศ อีกหลายกีฬา นั่นเอง

 

โดยหากมีแรงมา กระทบกระเทือน ในส่วนของกระจับ ที่ครอบ บริเวณอวัยวะเพศอยู่ กระจับ จะรับแรงกระแทกนั้น และแรงกระแทก จะกระจายตัวไป บริเวณขอบของ กระจับ โดยจะถ่ายแรงไป บริเวณโคนขา (ขาหนีบ) แทนการโดนองคชาต และอัณฑะโดยตรง

 

ลักษณะของ กระจับนักมวย ที่เปลี่ยนไป

 

การใส่กระจับ เพื่อป้องกัน แรงกระแทก บริเวณอวัยวะเพศ มีมาตั้งแต่ในสมัยโบราณ โดยในสมัยนั้น กระจับนักมวย มีลักษณะเป็นแค่ถ้วยกระเปาะ (cup) ทำจากโลหะขนาดพอเหมาะ สำหรับปกปิดด้านหน้าของอวัยวะเพศชายและถุงอัณฑะเท่านั้น และใช้เชือกผูกร้อยให้แน่นกับเอวและง่ามขา โดยนักมวยจะผูกกระจับไว้นอกกางเกงชั้นในก่อนจะสวมกางเกงมวยอีกชั้นหนึ่ง ขณะที่กระจับในการแข่งขันสากลแทนที่จะร้อยเชือกแบบเดิมก็มีการนำเอากระเปาะ (cup) ดังกล่าวไปสวมเข้ากับกางเกงสปอตเตอร์ (supporter) ทำให้สวมใส่ได้ง่ายและกระชับขึ้น

 

ส่วนกระจับนักมวย ในปัจจุบัน จะถูกออกแบบให้เหมาะสมสำหรับ นักมวย หรือนักกีฬา มากขึ้น โดยจะมีการผลิตออกมาหลายขนาด เพื่อรองรับกับความแตกต่างของสรีระร่างกาย และขนาดอวัยวะเพศของแต่ละคนให้มีความเหมาะสมและกระชับ โดยกระจับนักมวยของไทย ใส่ในกางเกงและกระจับแนบกับอวัยวะเพศ ทำให้ไม่เห็นกระจับขณะที่ต่อยมวย

 

สำหรับมวยสากล กระจับของนักมวย สวมใส่ไว้ภายนอกกางเกงของนักมวย หรือนักกีฬา โดยกระจับนักมวยแบบมวยสากล นอกจาก จะออกแบบเพื่อช่วยป้องกันการกระทบในบริเวณอวัยวะเพศแล้ว ยังครอบคลุมได้ทั่วทั้งบริเวณท้องน้อย ทำให้มีประสิทธิภาพในการ ป้องกันการบาดเจ็บ ได้เป็นอย่างดี

 

 

กระจับนักมวย เป็นอุปกรณ์ในการป้องกันตัวที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะหากไม่ใส่กระจับนักมวย อวัยวะเพศที่เป็น จุดเปราะบาง จะได้รับการแรงกระแทกโดยตรง ทำให้ผู้ที่ได้รับแรงกระแทก เกิดความเจ็บปวดอย่างหนักบริเวณอวัยวะเพศได้ รวมถึงเกิดอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น เกิดอาการจุก , หน้ามืด , หน้าเขียว , รู้สึกคลื่นไส้ได้ เป็นต้น ซึ่งการได้รับบริเวณนั้น อาจมีผลต่อ การเสื่อม สมรรถภาพทางเพศ ของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บได้

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ข้อดี ข้อเสีย ของกระสอบทรายแต่ละประเภท

การดูแล ความปลอดภัย ของ นักมวย ในการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai )

ข้อดี ข้อเสีย ของกระสอบทรายแต่ละประเภท

ข้อดี ข้อเสีย ของกระสอบทรายแต่ละประเภท

อุปกรณ์ที่ใช้ซ้อมมวย ที่เรารู้จักกันดี ก็คงไม่พ้น กระสอบทราย กระสอบทรยานอกจาก จะเอาวไว้เตะเอาไว้ต่อย นอกจากนี้ กระสอบทรายมีข้อดีอะไรบ้าง

 

กระสอบทราย (Sand bag) คือ

กระสอบทราย (Sand bag) เป็นอุปกรณ์ ที่เอาไว้ใช้ในการซ้อมมวย เพื่อฝึกการชก การเตะ ให้มีพละกำลังเพิ่มขึ้น และ รู้จักการขยับตัว การก้าว การหลบ ปัจจุบัน กระสอบทราย มีอยู่สองประเภท ก็คือ กระสอบทรายแบบตั้งพื้น ( Floor Standing Sandbag )  และ กระสอบทรายแบบแขวน กระสอบทราย แต่ละแบบก็มี ทั้งข้อดี ทั้งข้อเสีย ที่แตกต่างกันออกไป

 

กระสอบทราย (Sand bag) คือ อุปกรณ์ ที่เอาไว้ใช้ซ้อมมวย (Muay) เป็นอุปกรณ์ ที่เอาไว้ใช้ได้ ทั้งต่อย เตะ หลบ การโยกตัว รวมไปถึง ท่าทาง และ ทักษะต่าง ๆ ที่ใช้ในการฝึก อีกทั้ง กระสอบทราย (Sand bag) ยังนำมาใช้ เพื่อสร้างความแข็ง แรง ของกล้ามเนื้อ และ กระดูก ของเรา

 

กระสอบทรายแบบตั้งพื้น ( Floor Standing Sandbag )

ในปัจจุบัน กระสอบทรายแบบตั้งพื้น ( Floor Standing Sandbag ) เป็นกระสอบทรายที่ได้รับความนิยม เป็นอย่างมาก เพราะ ติดตั้งง่าย ไม่มีอุปกรณ์อะไรที่เยอะ เพียงแต่นำมาตั้งพื้น เราก็สามารถ ซ้อมมวยได้ กระสอบทรายแบบตั้งพื้น ( Floor Standing Sandbag ) ส่วนมาจะทพการบุฟองน้ำ มาเรียบร้อยแล้ว หรือ เรียกง่าย ๆ คือ กระสอบทรายสำเร็จรูป สามารถติดตั้งได้ทันที เพียงแค่ว่าง ตั้งบนพื้น เท่านี้ ก็เป็นอัน ติดตั้งเสร็จ สมบูรณ์ กระสอบทรายแบบตั้งพื้น ( Floor Standing Sandbag ) ยังเคลื่อนย้ายสะดวก ตั้งตรงไหนก็ได้

 

กระสอบทรายแบบแขนวน ( Hanging Sandbag )

กระสอบทรายแบบแขนวน ( Hanging Sandbag ) เรามักเห็นได้ใน ค่ายมวย หรือ ยิมมวย เนื่องจาก กระสอบทราย แบบแขวน มีราคาที่ถูก ทนทานกว่า กระสอบทรายแบบตั้งพื้น ( Floor Standing Sandbag ) และ กระสอบทรายแบบแขนวน ( Hanging Sandbag ) ยังใช้งานได้หลากหลาย กว่า กระสอบทรายแบบตั้งพื้น ( Floor Standing Sandbag ) นอกจากนี้ ยังเพิ่มความหนาแน่ ของกระสอบทรายได้อีก กระสอบทรายแบบแขนวน ( Hanging Sandbag ) ไม่เป็นที่นิยม เป็นเพราะว่า กระสอบทรายแบบแขนวน ( Hanging Sandbag ) มีความยุงยากต่อการติดตั้ง ในการติดตั้ง กระสอบทรายแบบแขนวน ( Hanging Sandbag ) อาจจะต้องมีการเจา หรือ ทำคานเหล็กขึ้นมาใหม่ เพื่อแขวนกระสอบทราย ให้สามารถใช้งานได้

คำแนะนำในการใช้กระสอบทรายแบบแขนวน ( Hanging Sandbag )

หากเพื่อน ๆ คนไหน ที่อยากจะใช้ กระสอบทรายแบบแขนวน ( Hanging Sandbag ) ภายในกระสอบ เราจะต้องใส่ทรายเข้าไป โยมีแกลบเป็นส่วนผสม หากใส่ทรายเยอะเกินไป สำหรับมือใหม่ อาจะทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ แต่ถ้าหาก ผสมแกลบมากเกินไป ก็อาจจะ ออกกแรกน้อยในการต่อย หรือ เตะ ดังนั้น สำหรับมือใหม่ ควรเลือกผสมทราย ในระดับที่พอดี

 

ทั้งนี้ ในการเลือกใช้ กระสอบทราย (Sand bag) แต่ละแบบ ควรคำนึง ถึงความเหมาะสม ในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ ความสะดวก ในการใช้งาน ราคา  หากต้องการ ใช้งานกระสอบทราย (Sand bag) ที่ความหนาแน่น แบบที่นักมมวยใช้กัน ก็เลือก กระสอบทรายแบบแขนวน ( Hanging Sandbag ) แต่ถ้าหาก เพื่อน ๆ ต้องการกระสอบทราย (Sand bag) เพื่อให้ฝึกซ้อม ในการออกกำลังกาย ก็ควรเลือกใช้ กระสอบทรายแบบตั้งพื้น ( Floor Standing Sandbag ) เพราะ มีความหนาแน่น ที่น้อยกว่าประสอบทรายแขวน ( Hanging Sandbag )

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

การนับคะแนน กีฬา มวยไทย ( MuayThai )

การออกอาวุธด้วย ศอก ตามฉบับ มวยไทย

การดูแล ความปลอดภัย ของ นักมวย ในการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai )

การดูแล ความปลอดภัย ของ นักมวย ในการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai )

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา การต่อสู้ที่สามารถสร้างอาการบาดเจ็บ ให้กับ นักมวย ได้ การดูแล ความปลอดภัย ให้กับนักมวย จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ของการแข่งขัน

 

การแข่งขัน กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) แน่นอนว่า การแข่งขันของกีฬานี้ ผู้เข้าแข่งขันอย่าง นักมวย จะต้องออกอาวุธไปยัง คู่ต่อสู้ เพื่อทำคะแนน และการถูกโจมตี จากคู่ต่อสู้ นักมวย ย่อมได้รับอาการบาดเจ็บ จากคู่ต่อสู้ได้ ดังนั้น ในการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ การแข่งขัน โดยเฉพาะ นายสนามมวย และผู้จัดรายการแข่งขันมวย จะต้องจัดให้มี มาตรการ เพื่อความปลอดภัยของ นักมวย  ตามระเบียบคณะกรรมการ กีฬามวย ว่าด้วยเรื่องความปลอดภัย สำหรับ นักมวย พ.ศ.2543 ตามมาตรการ ดังต่อไปนี้

 

มาตรการ การรักษาพยาบาล

 

1. จัดให้มี ห้องปฐมพยาบาล ภายใน บริเวณที่มี การแข่งขัน โดยมีระยะห่างจาก เวทีการแข่งขัน ไม่เกิน 100 เมตร พร้อมด้วย อุปกรณ์ทางการแพทย์ และแพทย์แผนปัจจุบัน หรือพยาบาลวิชาชีพ ตามมาตรฐาน การรักษาพยาบาลเบื้องต้น ตลอดระยะเวลาที่มี การแข่งขันมวย

 

2. จัดให้มี ที่นั่งติดกับ เวทีแข่งขัน สำหรับ แพทย์แผนปัจจุบัน หรือพยาบาลวิชาชีพ ตลอดที่มี การแข่งขัน และในการปฏิบัติหน้าที่ของ แพทย์แผนปัจจุบัน หรือพยาบาลวิชาชีพ  ต้องจัดให้มียา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อการรักษาพยาบาลเบื้องต้น อันเนื่องมาจาก การบาดเจ็บของนักมวย อย่างเพียงพอ

 

3. จัดให้มี พาหนะ สำหรับ ส่งผู้บาดเจ็บ โดยให้จัด เตรียมการไว้ ตลอดเวลาที่มี การแข่งขัน ตั้งแต่ก่อนแข่งขัน อย่างน้อย 30 นาที และหลังจากเสร็จสิ้น การแข่งขัน กีฬามวย คู่สุดท้ายของรายการ ไม่น้อยกว่า 30 นาที

 

มาตรการเกี่ยวกับ น้ำหนักตัวนักมวย และการตรวจสุขภาพ

 

ก่อนทำการแข่งขัน มวยไทย ต้องมีการตรวจสุขภาพนักมวย และชั่งน้ำหนัก ของนักมวย อย่างน้อย 3 ชั่วโมง แต่ไม่เกิน 12 ชั่วโมง ก่อนมีการแข่งขัน โดยแพทย์ จะทำการชั่งน้ำหนักก่อน และตรวจร่างกาย ตามมาตรฐาน ได้แก่ อุณหภูมิของร่างกาย, ความดันโลหิต, ชีพจร และส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ทั้งตา หู จมูก ปาก คอ แขน ขา กระดูกข้อมือ ข้อเท้า ซี่โครง มือ แะเท้า รวมถึง การตอบสนองต่อ ระบบประสาท หากนักมวย ไม่ผ่านการรับรอง ความสมบูรณ์ของร่างกาย จากแพทย์ นักมวย จะไม่ได้รับอนุญาติให้เข้าทำการแข่งขัน

 

มาตรการเกี่ยวกับ อุปกรณ์ที่ใช้ในการแข่งขัน

 

ในด้านอุปกรณ์ที่ใช้ในการแข่งขัน ก็มีความสำคัญเช่นกัน ที่นักมวย จะต้องปฎิบัติตามกติกา อย่างการแต่งกายให้ถูกหลัก การเลือกใช้ “นวม” ที่เหมาะสมกับนักมวย และการใส่อุปกรณ์ป้องกัน ความรุนแรง อย่าง กระจับ เพื่อป้องกัน การได้รับการกระทบกระเทือน บริเวณ อวัยวะเพศ และการใส่ ฟันยาง เพื่อป้องกัน การได้รับการกระทบกระเทือน บริเวณฟัน และช่องปาก อีกด้วย

 

มาตรการเกี่ยวกับ การปฏิบัติหน้าที่ของ พี่เลี้ยงนักมวย

 

1. ต้องจัดให้มีการอบรม หรือปฐมนิเทศ ความรู้เบื้องต้น เกี่ยวกับ การปฐมพยาบาล และมาตรการ ความปลอดภัยของ นักมวย แก่พี่เลี้ยงนักมวย โดยพี่เลี้ยงนักมวย ที่มิได้ผ่านการฝึกอบรม หรือมิได้ผ่านการปฐมนิเทศ จะไม่ได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติหน้าที่ ดังกล่าว

 

2. ในระหว่างการแข่งขัน หรือกรณีที่นักมวย ได้รับบาดเจ็บ ถึงหมดสติ ห้ามมิให้ พี่เลี้ยงนักมวย ใช้ยาเวชภัณฑ์ หรือสารอื่นใด ให้นักมวยรับประทาน สูด ดม เพื่อให้นักมวยผู้นั้น ฟื้นสภาพ เว้นแต่ได้รับ คำแนะนำจากแพทย์

 

นอกจากนี้ ยังมี มาตรการป้องกัน การกระทบกระเทือน ระบบประสาท สมอง และชีวิต สำหรับ นักมวยที่ได้รับ ผลกระทบอย่างหนัก จนถึงขั้นหมดสติ หรือในกรณีที่นักมวย ถูกน็อกเอ้าท์ และเทคนิเกิลน็อกเอ้าท์ เพื่อให้นักมวยได้รับการรักษาพยาบาล และหยุดพักผ่อนร่างกาย อีกด้วย

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ฝึกสภาพจิตกับใจมวยไทย

การนับคะแนน ของ กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

ฝึกสภาพจิตกับใจมวยไทย

ฝึกสภาพจิตกับใจมวยไทย

การฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) นอกจาก จะเป็นการฝึก สภาพร่างกายของเราแล้ว ยังช่วยฝึกสภาพจิตใจของเราอีกด้วย

 

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาที่ต้องใช้ ร่างกาย ไหวพริบ การตัดสินใจ และ ความคิดอยู่ ตลอดเวลา ฉะนั้น แล้ว การฝึก กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) จึง ได้ประโยชน์ที่ มากกว่าการออกกำลังกาย การได้ ที่เราได้ฝึกฝนมวยไทย นั้น ทำให้เราได้ ประโยชน์หลาย อย่าง มมีอะไรบ้าง ไปดูกัน

 

1. ลดความเครียด

การฝึกมวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยทำให้ เราลดความเครียดได้ การฝึกกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาที่ต้องมีการออกแรง ใช้ร่างกายทุกส่วน ไม่ว่า การชก การเตะ การตีเข่า การสับศอก หรือ ใช้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ทำให้เรา สมองของเรา ไม่ได้โฟกัส ไปที่ความเครียด และ นอกจากนี้ การฝึกกีฬามวยไทย หรือ ออกกำลังกาย ร่างกาย จะหลั่งสารในร่างกายออกมา สารนั้น มีชื่อว่า สารเอ็นโดรฟีน ( Endorphin ) หรือ ที่เพื่อน ๆ หลาย ๆ คนเรียกกันว่า สารแห่งความสุข นั่นเอง สารเอ็นโดรฟีน ( Endorphin ) จะหลั่ง ออกมา ก็ต่อเมื่อเราออกกำลังกาย ประมาณ 20 ขึ้นไป เมื่อเราออกกำลังกาย ไปแล้ว ก็จะทำให้เรา มีความสุขนั่นเอง

 

2. จิตใจมั่นคง แน่วแน่

ในการฝึก กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) นั้น ส่งผลต่อ สภาพจิตใจ ทำให้เรา มีสภาพจิตใจ ที่มั่นคง แน่วแน่ เพราะ ในการฝึกกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาที่ต้องใช้ความอดทน ที่สูง และ ต้องต่อสู้กับความเหนื่อยล้า หากผู้ที่ฝึกมวยไทย ( Muay Thai ) มีจิตใจ ที่ไม่มั่นคง ไม่แน่วแน่ ก็อาจจะ ทำให้การฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) ไม่เห็นผล และ ทำให้เสียเวลา เพราะฉะนั้น การฝึกมวยไทย ( Muay Thai ) จะต้องมีการเตรียมตัวเตรียมใจ มาเป็นอย่างดี เพื่อการฝึกที่เห็นผล

 

3. ฝึกความอดทน

ความอดทน เป็นสิ่งที่เราจำเป็น ต้องมีกันทุกคน ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของ การงาน หรือ การเล่นกีฬา ก็ตาม เราก็ต้องมีความอดทน ในการฝึก กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) นั้น ทำให้ เรา มีความอดทน ที่มากกว่า กีฬาประเภทอื่น ๆ เพราะ กีฬามวยไทย เป็นกีฬาที่ต้องใช้แรง และ เป็นกีฬาที่ต้องการปะทะ อยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นแล้ว ผู้ที่ฝึกมวย มักจะ มีความอดทนที่สูง รับแรงกดดัน ได้ดี 

 

4. ควบคุมอารมณ์ ได้ดี

ถึงแม้ว่ากีฬามวยไทย ( Muay Thai ) จะมีการต่อย การเตะ การใช้ความรุนแรง อยู่ตลอดเวลา แต่ รู้หรือไม่ว่า นักชก หรือ ผู้ที่ฝึกกีฬามวยไทยนั้น มีการคงบคุม อารมณ์ได้ดี เพราะ ในการชกมวยบนเวที หรือ การซ้อม แบบ ลงนวมนั้น นักชก หรือ ผู้ที่ฝึกกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) จะต้องมีการฝึก ความคุมอารมณ์ เนื่องจาก หากเราไม่สามารถคุม อารมณ์ตัวเอง ในการชกมวยได้ ก็จะส่งผลให้เรา แพ้ในการแข่งขัน และ ที่แย่ ไปกว่านั้น คือ การเราไม่สามารถ ควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ จะทำให้ คู่ชกฝ่ายตรงข้าม จะสามารถมอง เห็นจุดอ่อน ของเราได้

 

5. ทนต่อสภาวะ แรงกดดันได้ดี

การฝึกมวยไทย ให้เราทนต่อสภาวะ แรงกดดันได้ดี ถึงแม้ว่า เราจะไม่ได้ฝึกมวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อเป็นนักชก มืออาชีพก็ตาม การฝึกมวยไทย ( Muay Thai ) ทำให้เราทนต่อสภาวะ แรงกดดันได้ดี เพราะ การฝึกมวยไทย ( Muay Thai ) ต้องมีการลงนวม มีการออกแรง และ ต้องมีการข้ามขีดจำกัด ของร่างกาย เพราะ ในการฝึกซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) เราจะโดน ความกดดันจากโค้ช ความกดดันจากคู่ชก และ ความกดดันต่อโค้ชของเรา การทนต่อ สภาวะแรงกดดัน เหล่านี้ จึงเป็นผลดี ส่งผลในหลาย ๆ ด้านชองการใช้ชีวิต ทั้ง ในด้านการทำงาน  การเรียน การออกกำลังกาย

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

ต่อย มวยไทย อย่างไร ให้ได้ผลดีที่สุด

ฝึก มวยไทย เป็นประจำได้มีประโยชน์อะไรต่อร่างกายของเรา

การนับคะแนน ของ กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

การนับคะแนน ของ กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

เพื่อน ๆ คนไหนที่ไม่เข้าใจ การนับคะแนน ของ กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) วันนี้เราได้รวบรวม การให้คะแนน การนับคะแนน มาให้เพื่อน ๆ ได้ทำความเข้าใจ จะได้ดูมวยไทย ( Muay Thai ) กันได้อย่างสนุกสนานค่ะ

 

การชกที่ได้คะแนน มีดังนี้

- นักมวยฝ่ายใดใช้ อาวุธมวยไทย ( หมัด - เท้า - เข่า - ศอก ) ได้โดยถูกต้องตามกติกา และกระทำถูก คู่แข่งขันได้มากกว่า ก็เป็นผู้ชนะไป

- นักมวยฝ่ายใด ที่ใช้อาวุธมวยไทย ตามลักษณะ แบบแผนมวยไทย โดยถูกต้องตามกติกา กระทำคู่ต่อสู้ ได้หนักหน่วง ชัดแจ้ง รุนแรง และถูกเป้าหมาย ที่สำคัญเป็นฝ่ายรุก กระทำได้มากกว่า เป็นฝ่ายชนะ

- นักมวยฝ่ายใด ใช้อาวุธมวยไทย กระทำคู่ต่อสู้ ให้เกิดบอบช้ำ บาดแผลที่เป็นอันตรายมากกว่า เป็นฝ่ายชนะ

- นักมวยฝ่ายใด เป็นผู้เดินเข้ากระทำ ( ฝ่ายรุก ) มากกว่า เป็นฝ่ายชนะ

- นักมวยฝ่ายใด เป็นผู้ ( รุก รับ หลบหลีก - ตอบโต้ ) ตามลักษณะ และชั้นเชิงมวยไทย ได้ดีกว่า เป็นฝ่ายชนะ

- นักมวยฝ่ายใด ที่มิได้กระทำฟาล์ว หรือกระทำฟาล์ว น้อยกว่า เป็นฝ่ายชนะ

 

การชกที่ไม่ได้คะแนน มีดังนี้

- การชกที่ละเมิดกติกาข้อหนึ่งข้อใด

- อาวุธที่กระทำไปถูก แขน หรือขา ของคู่แข่งขัน อันเป็นลักษณะ ของการป้องกัน ของคู่แข่งขัน

- อาวุธที่กระทำถูก คู่แข่งขัน แต่เบาเกินไป หรือก็คือไม่มีน้ำหนัก ส่งจากร่างกาย เช่น ตัว ลำตัว หรือไหล่

 

การฟาล์ว

ระหว่างการชก แต่ละยกนั้น ผู้ตัดสินต้องคำนึง ถึงความสำคัญของการฟาล์ว และตัดคะแนนตาม ที่ผู้ชี้ขาดสั่งให้ตัดคะแนน ถ้าผู้ตัดสินเห็นการฟาล์ว อย่างชัดเจน โดยผู้ชี้ขาดไม่ได้สังเกต และตัดคะแนนผู้แข่งขัน ที่กระทำฟาล์วนั้น ผู้ตัดสินจะต้องประเมิน ดูความรุนแรงของการฟาล์ว และตัดคะแนน ไปตามความเหมาะสม พร้อมทั้งระบุไว้ด้วยว่า ทำฟาล์วด้วยเหตุใด

 

เกี่ยวกับการให้คะแนน

- ในแต่ละยก มีคะแนนเต็ม 10 คะแนน และให้คู่แข่งขัน ลดลงไปตามส่วน คือ ( 987 ) คะแนน

- ในยกที่เสมอกัน จะได้ฝ่ายละ 10 คะแนน

- ผู้ชนะในยกนั้น จะได้คะแนน 10 คะแนน ผู้ที่แพ้ได้ 9 คะแนน ( 10 : 9 )

- ผู้ชนะในยก ที่ชัดเจนมาก จะได้คะแนน 10 คะแนน ผู้ที่แพ้ได้ 8 คะแนน ( 10 : 8 )

- ผู้ชนะในยกนั้น และได้นับ 1 ครั้ง จะได้คะแนน 10 ผู้ที่แพ้ได้ 8 คะแนน ( 10 : 8 )

- ผู้ชนะที่ชัดเจนมาก ในยกนั้น และได้นับ 1 ครั้ง จะได้คะแนน 10 ผู้ที่แพ้ได้ 7 คะแนน ( 10 : 7 )

- ผู้ชนะในยกนั้น และได้นับสองครั้ง จะได้คะแนน 10 ผู้ที่แพ้ได้ 7 คะแนน ( 10 : 7 )

- นักมวยที่กระทำฟาล์ว ต้องไม่ได้คะแนนเต็ม ในยกที่ถูกตัดคะแนน

 

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ ท่าออกกำลังกาย ของ อาชีพนัก มวยไทย ( Muay Thai ) แบบง่าย ๆ หากสนใจอยากเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารเข้ามาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทย ( jaroenthong muay thai ) ที่สาขาดังนี้

  • jaroenthong muay thai Khaosan ( สาขาข้าวสาร )
  • jaroenthong muay thai Ratchada ( สาขารัชดา อยู่ติดกับโพไซดอน )
  • jaroenthong muay thai Srinakarin ( สาขาศรีนครินทร์ อยู่ด้านในปั้มบางจาก ถนนศรีนครินทร์ )

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

กระสอบทราย อุปกรณ์ สำคัญ การซ้อม มวยไทย ( Muay Thai )

ออกกำลังกาย ตาม นัก มวยไทย มืออาชีพ

ฝึกมวยไทย มือใหม่ควรรู้

ฝึกมวยไทย มือใหม่ควรรู้

ปัจจุบัน มวยไทยเป็น (Muay Thai) เป็นกีฬาที่เราหลาย ๆ คนต่างรู้จักกันดี และ เป็นสิ่งที่หลาย ๆ คน ต่างอยากหาความรู้ อยากฝึก เพราะ มวยไทย (Muay Thai) เป็นกีฬาที่ทรงเสน่ห์ และ ยังเป็นศิลปะป้องกันตัว

 

มวยไทย (Muay Thai) นั้น นอกจากการที่เราจะฝึก เพื่อเป็นมืออาชีพแล้ว ยังสามารถใช้เพื่อ ออกกำลังกายได้ และ ยังสามารถฝึกเพื่อเป็นศิลปะป้องกันตัวได้อีก ไม่จะมีจุดประสงค์ แบบไหน การที่เราจะ เริ่มต้นฝึก มวยไทย (Muay Thai) นั้น ต้องเข้าใจหลักพื้นฐาน เบื้องต้น และ การเตรียมพร้อมต่าง ๆ เพื่อ ให้การฝึกมวยไทย (Muay Thai) ของเรานั้น เห็นผลมากที่สุด สิ่งที่มือใหม่ ต้องเตรียมตัว และ เรื่องที่ผู้ที่ ต้องการ ฝึกมวยไทย(Muay Thai) ควรรู้นั้นมีไรบ้าง ไปดูกัน

 

การเตรียมตัว

 

เตรียมร่างกายให้พร้อมกับการฝึกมวยไทย

หากเราต้องการที่จะฝึกมวยไทย (Muay Thai) นั้น เราต้องมีการ เตรียมร่างกาย ให้พร้อม ต่อการฝึก มวยไทย (Muay Thai) และ ก่อนเริ่มต้นฝึกมวยไทย (Muay Thai) ทุกครั้งนั้น ต้องมีการออกกำลังกาย ก่อนที่จะเริ่มการฝึกเสมอ ส่วนการออกกำลังกายนั้น จะเน้น ไปที่การวิ่ง เพื่อฝึกความอึด และ ความอดทนร่างกาย โดยการวิ่งนั้น จะวิ่งประมาณ 10 กิโลเมตร สำหรับมือใหม่ ให้เริ่มวิ่งเท่าที่ไหวก่อน แต่ก็ไม่ควรวิ่งในระยะทาง ที่น้อยเกินไป แต่ถ้าต้องการฝึกแบบนักมวย ก็จะที่รมถนน เพื่อ ให้ร่างกายทนต่อแดด

 

เตรียมอุปกรณ์ หรือ สิ่งของที่จำเป็นต่อการฝึก

การฝึกมวยไทย (Muay Thai) นั้น จำเป็นต้องเตรียมอุปกรณ์ส่วนตัว เพราะ ของ หรือ อุปรกรณ์บางอย่างนั้น เราไม่สามารถ ยืม หรือ อาศัยของจากทางค่ายมวย หรือ ยิมได้ สิ่งที่ต้องเตรียมไป เบื้องต้น คือ กางเกงมวย ผ้าพันมือ แองเกิล กระบอกน้ำ ผ้าขนหนู น้ำมันมวย ครีมนวดบรรเทาอาการปวด ยาดม ยาหม่อง เครื่องดื่มผสมเกลือแร่   

 

ไม่หักโหมจนร่างกายไม่ไหว 

เนื่องจากร่างกายเรานั้น มีสภาพร่างกาย ความพร้อมที่ต่างกัน ความเหนื่อยล้าจากการทำงาน หรือ ความเหนื่อยล้า จากการฝึก การฝึกมวยไทย (Muay Thai) นั้น เราไม่ควรที่จะหักโหมมากเกินไป เพราะ อาจจะทำให้ร่างกาย ได้รับบาทเจ็บ และ ถ้าหากหักโมมากเกินไป ก็อาจจะทำให้เรานั้น ไม่อยากฝึก มวยไทย (Muay Thai) 

 

เพิ่มขีดจำกัดให้กับร่างกาย

การฝึก มวยไทย (Muay Thai) นั้น จำเป็นต้องเพิ่มขีดจำกัด ให้กับร่างกาย เพื่อให้ร่างกายของเรานั้น สามารถเพิ่มความอึด เพิ่มความอดทน เพื่อทำให้เราสามารถฝึกมวยไทย (Muay Thai) หรือ ซ้อม มวยไทย (Muay Thai) ได้นานขึ้น

 

รู้จักท่าพื้นฐานในการฝึก มวยไทย (Muay Thai)

 

ตั้งท่าจดมวย

การตั้งท่าจดมวย  คือ การวางเข่า วางมือให้ถูกต้อง หรือ หาเหลี่ยมมวยนั่นเอง เหลี่ยมของมวยไทยจะมีอยู่ 2 เหลี่ยม คือ เหลี่ยมซ้าย กับ เหลี่ยมขวา

 

วางตำแหน่งของอาวุธ

การวางตำแห่ง อาวุธ คือ การกำหมัด การวางมือ การวางเท้า และ ลำตัว

 

การออกอาวุธ

การใช้ มือ เท้า เข่า ศอก การใช้อาวุธ เหล่านี้ ต้องมีเทรนเนอร์ที่ดี เพื่อ ที่จะได้เรียนรู้ การออกอาวุธที่ถูกต้อง และ ถูกวิธี เพื่อลด อาหารบาดเจ็บ จากการออกอาวุธ

ศิลปะป้องกันตัว หรือ การฝึก มวยไทย (Muay Thai) ต้องอาศัยการฝึกฝน อย่างต่อเนื่อง และ สม่ำเสมอ ที่สำคัญควรหา เทรนเนอร์ที่ดี อุปกรณ์ครบ และ ที่สำคัญควรเลือก ยิม (Gym) ที่ดีที่สะดวก มีคุณภาพ ถ้าหากไม่รู้จะไปที่ใด เราแนะนำ มาฝึกมวยไทย (Muay Thai) ที่ เจริญทอง มวยไทย ยิม (Jaroenthong Muay Thai Gym)

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

พื้นฐาน ท่าออกอาวุธ มวยไทย ( Muay Thai )

ถุงถ่วงน้ำหนัก มวยไทย ( Muay Thai )

แม่ไม้ มวยไทย ที่หาชมได้ยาก

แม่ไม้ มวยไทย ที่หาชมได้ยาก

มวยไทย จัดว่าเป็นศิลปะป้องกันตัวมาแต่โบราณ ได้รับการสืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น แต่กาลเวลาค่อย ๆ เปลี่ยนไป เทคโนโลยีเริ่มมีบทบาทกับคนยุคใหม่มากขึ้น ทำให้คนไทยหลายคนไม่ค่อยเห็นแม่ไม้ มวยไทย เหล่านี้ในปัจจุบัน

 

     แม่ไม้ มวยไทย ที่สำคัญ โบราณาจารย์ผู้ทรงคุณได้จัดแบ่งไว้ คือ การใช้ หมัด ศอก เข่า เท้า มีทั้งรุก และรับ ในจังหวะสถานการณ์ต่าง ๆ กันตั้งเป็นชื่อกล ต่าง ๆ เพื่อการจดจำ ดังนี้

 

          กลแม่ไม้ มวยไทย

กล 1 สลับฟันปลา ( รับวงนอก )

     แม่ไม้กล 1 นี้ เป็นไม้หลัก หรือไม้ครูเบื้องต้น ใช้รับ และหลบหมัดตรงของคู่ปรปักษ์ที่ชกนำอย่างรุนแรง และหนักหน่วง หลบออกวงนอก นอกลำแขนของคู่ปรปักษ์ ทำให้หมัดตรงของผู้ชกเลยหน้าไป

ก. ฝ่ายรุกชกด้วยหมัดตรงซ้าย พร้อมกับตัวเท้าซ้ายสืบไปข้างหน้า หมายชกบริเวณใบหน้าของฝ่ายรับ

ข. ฝ่ายรับ ก้าวเท้าขวาหลบไปทางกึ่งขวา 1 ก้าว พร้อมทั้งโน้มตัวเอนไปทางขวาประมาณ 60 องศา น้ำหนักตัวอยู่บน เท้าขวา ขาขวางอเล็กน้อย ศีรษะ และตัวหลบออกวงนอกของหมัดฝ่ายรุก ทันใดใช้มือขวาจับกำคว่ำที่แขนท่อนบน ของฝ่ายรุก มือซ้าย จับ กำ หงาย ที่ข้อมือของฝ่ายรุก ( ท่าคล้ายจับหักแขน )

 

กล 2 ปักษาแหวกรัง ( รับวงใน )

ก. ฝ่ายรุกชกใบหน้าฝ่ายรับด้วยหมัดซ้ายตรง พร้อมกับก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า

ข. ฝ่ายรับ รีบก้าวเท้าสืบไปข้างหน้า เฉียงไปทางกึ่งซ้ายเล็กน้อยภายในแขนซ้ายของฝ่ายรุก ตัวเอนประมาณ 60 องศา น้ำหนักตัวอยู่บนเท้าซ้าย ทันใดให้งอแขนทั้ง 2 ขึ้น ปะทะแขนท่อนบน และท่อนล่างของฝ่ายรุกไว้โดยเร็ว หมัดของ ฝ่ายรับทั้งคู่ ชิดกัน ( คล้ายท่าพนมมือ ) ศอกกางประมาณ ๑ คืบ ศีรษะ และใบหน้ากำบังอยู่ระหว่างแขนทั้งสอง ตาคอย ชำเลืองดูหมัดขวา ของฝ่ายรุก

 

กล 3 ชวาซัดหอก ( ศอกวงนอก )

ก. ฝ่ายรุก ชกด้วยหมัดตรงซ้ายยังบริเวณใบหน้าของฝ่ายรับ พร้อมกับก้าวเท้าซ้ายสืบไปข้างหน้า

ข. ฝ่ายรับ รีบก้าวเท้าเอนตัวไปทางกึ่งขวา ตัวเอนประมาณ 30 องศา น้ำหนักตัวอยู่บนเท้าขวา ทันใดรีบงอแขนซ้าย ใช้ศอกกระแทก ชายโครงใต้แขนซ้ายของฝ่ายรุก

 

กล 4 อิเหนาแทงกฤช ( ศอกวงใน )

ก. ฝ่ายรุก ชกด้วยหมัดซ้ายตรง พร้อมกับก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า

ข. ฝ่ายรับ รีบก้าวเท้าซ้ายสืบไปข้างหน้า ตัวเอียงไปทางซ้ายเล็กน้อยตัวเอนประมาณ 60 องศา น้ำหนักตัวอยู่บน เท้าซ้าย งอศอกขวา ขนานกับพื้น ตีระดับชายโครงฝ่ายรุก ตอบด้วยแขนซ้าย

 

กล 5 ยกเขาพระสุเมรุ ( ต่อยตั้งหมัดต่ำก้มตัว 45 องศา )

ก. ฝ่ายรุก ชกด้วยหมัดซ้ายตรง พร้อมกับก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า

ข. ฝ่ายรับ รีบก้าวเท้าขวาพร้อมกับย่อตัวต่ำเข้าหาฝ่ายรุก งอเข่าขวา ขาซ้ายตึง ย่อตัวต่ำเอนไปข้างหน้าประมาณ 45 องศา น้ำหนักตัวอยู่บนขาขวา ทันใดนั้น ให้ยืดเท้าขวายกตัวเป็นแหนบ พร้อมกับพุ่งหมัดชกขวาเสยใต้คางของฝ่ายรุก หน้าเงยดูคาง ของฝ่ายรุก แขนซ้ายกำบังอยู่ตรงหน้าเสมอคาง

 

กล 6 ตาเถรค้ำฟัก ( ต่อยคางหมัดสูงก้มตัว 60 องศา )

ก. ฝ่ายรุก ชกด้วยหมัดซ้ายตรง พร้อมกับก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า

ข. ฝ่ายรับ รีบก้าวเท้าซ้ายสืบไปข้างหน้าของฝ่ายรุก ทางกึ่งขวาของวงหมัดภายในของฝ่ายรุกที่ชกมา งอเข่าซ้าย เล็กน้อยใช้หมัดซ้าย ชกใต้คางของฝ่ายรุก แล้วใช้แขนยวาที่งอป้องหมัดซ้ายฝ่ายรุกที่ชกมาให้พ้นตัว

 

กล 7 มอญยันหลัก ( รับต่อยด้วยถีบ )

ก. ฝ่ายรุก ชกด้วยหมัดซ้ายตรง พร้อมกับก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า

ข. ฝ่ายรับ ผลักตัวเอนไปทางขวา เอนตัวหนีฝ่ายรุกประมาณ 45 องศา ยืนบนเท้าขวา แขนทั้ง 2 งออยู่ตรงหน้า เหลียวดู ฝ่ายรุก ทันใดนั้น ยกเท้าซ้ายถีบที่ยอดอก หรือท้องน้อยของฝ่ายรุกให้กระเด็นห่างออกไป

 

กล 8 ปักลูกทอย ( รับเตะด้วยศอก )

     ใช้รับการเตะกราดของคู่ต่อสู้ โดยใช้ศอกรับสลับกัน

ก. ฝ่ายรุก ยืนตรงหน้าพอได้ระยะเตะ ยกเท้าขวาเตะกราดไปยังบริเวณชายโครงของฝ่ายรับ จากขวาไปซ้าย โน้มตัว เล็กน้อย งอแขนทั้ง 2 ป้องกันตรงหน้า

ข. ฝ่ายรับ รีบผลักตัวไปทางซ้าย พร้อมกับก้าวเท้าซ้ายฉากไปข้างหลัง ใช้แขนขวางอศอกขึ้นรับเท้าของฝ่ายรุกที่เตะมา แขนซ้ายงอป้องกันอยู่ตรงหน้าสูงกว่าแขนขวาเพื่อป้องกันพลาดถูกใบหน้า

 

กล 9 จระเข้ฟาดหาง ( รับต่อยด้วยเตะ )

     แม่ไม้นี้ใช้ส้นเท้าฟาดไปทางด้านหลัง เมื่อคู่ต่อสู้พลาดแล้วถลันเสียหลัก จึง หมุนตัวเตะด้วยลูกเหวี่ยงส้นเท้า

ก. ฝ่ายรุก ชกด้วยหมัดซ้ายตรง พร้อมกับสืบเท้าซ้ายไปข้างหน้า

ข. ฝ่ายรับ รีบก้าวเท้าขวากระโดดไปทางกึ่งขวา ให้พ้นหมัดฝ่ายรุก แขนงอกำบังตรงหน้าแล้วใช้เท้าซ้าย เป็นหลักหมุนตัว เตะด้วยส้นเท้าขวาบริเวณท้องหรือคอ

 

กล 10 หักงวงไอยรา ( ถองโคนขา )

ก. ฝ่ายรุก ยกเท้าขวาเตะกราดไปยังชายโครงของฝ่ายรับ งอแขนทั้ง 2 บังอยู่ตรงหน้า

ข. ฝ่ายรับ รีบก้าวเท้าขวาเข้าหาฝ่ายรุกตรงหน้าเกือบประชิดตัว ข้างตัวไปทางซ้าย เข่าขวางอ เท้าซ้ายเหยียดตรง ทันใด เอามือซ้ายจับเท้าขวาของฝ่ายรุก ต้องพยายามยกขาฝ่ายรุกให้สูง กันฝ่ายรุกใช้ศอกถองศีรษะ

 

กล 11 นาคาบิดหาง ( บิดขาจับตีเข่าที่น่อง )

ก. ฝ่ายรุก ยกเท้าขวาเตะกราดไปยังบริเวณชายโครงของฝ่ายรับ แขนทั้ง 2 งออยู่ตรงหน้า

ข. ฝ่ายรับ รีบผลักตัวไปทางซ้าย ยืนบนเท้าซ้าย มือซ้ายจับส้นเท้าของฝ่ายรุก มือขวาจับที่ปลายเท้าบิดออกนอกตัว ทันใดนั้น รีบยกเข่าขวาตีที่น่องของฝ่ายรุก

 

กล 12 วิรุณหกกลับ ( รับเตะด้วยถีบ )

     แม่ไม้นี้ ใช้รับการเตะโดยใช้ส้นเท้า กระแทกที่บริเวณโคนขา

ก. ฝ่ายรุก ยกเท้าซ้ายเตะกลาง ลำตัวบริเวณชายโครงของฝ่ายรับ

ข. ฝ่ายรับ รีบยกเท้าซ้ายถีบไปที่ บริเวณโคนขาซ้ายของฝ่ายรุกพร้อมยกแขน ทั้งสองกันด้านหน้า การถีบนั้นต้องถีบให้เร็ว และแรงถึงขนาด ฝ่ายรุกหมุนกลับเสียหลัก

 

กล 13 ดับชวาลา ( ปิดหมัดต่อยตอบ )

     แม่ไม้นี้ใช้แก้การชกด้วยหมัด ตรงโดยชกสวนที่ใบหน้า

ก. ฝ่ายรุก ชกด้วยหมัดซ้ายไปยังบริเวณใบหน้าของฝ่ายรับ พร้อมกับก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า แขนขวาคุมบริเวณ ปลายคาง

ข. ฝ่ายรับ ก้าวเท้าขวาไปข้างหน้ากึ่งขวาหลบอยู่นอกหมัดซ้ายของฝ่ายรุก เอี้ยวตัวไปทางขวา ปัด และกดแขนซ้าย ของฝ่ายรุกที่ชกมา ให้เอนไปทางซ้าย กดให้ต่ำลง ทันใดรีบใช้หมัดซ้ายต่อย บริเวณปากครึ่งจมูกครึ่ง หรือที่เบ้าตา ของฝ่ายรุก แล้วพุ่งตัวโดด ไปทางกึ่งขวา

 

กล 14 ขุนยักษ์จับลิง ( รับ - ต่อย - เตะ – ถอง )

     ไม้นี้เป็นไม้สำคัญมาก ใช้แก้ลำคู่ต่อสู้ที่ไวในการต่อย เตะ ถอง ติดพันกัน การปฏิบัติ แบ่งออกเป็น 3 ตอน

ตอนที่ 1

ก. ฝ่ายรุก พุ่งหมัดซ้ายตรงไปยังใบหน้าของฝ่ายรับ พร้อมกับก้าวเท้าซ้ายสืบไปข้างหน้า

ข. ฝ่ายรับ รีบก้าวเท้าซ้ายสืบเท้าเข้าหาตัวฝ่ายรุกตรงหน้า แขนขวาปัดแขนซ้ายฝ่ายรุกให้พ้นจากตัว

ตอนที่ 2

ก. ฝ่ายรุก ยกเท้าขวาเตะกราดบริเวณชายโครงของฝ่ายรับ

ข. ฝ่ายรับ รีบผลักตัว ถอยเท้าซ้ายไปข้างหลัง ราวกึ่งซ้ายย่อตัวใช้ศอกขวาถองที่ขาขวาท่อนบนของฝ่ายรุก

ตอนที่ 3

ก. ฝ่ายรุก งอแขนขวาโน้มตัวถองชกศีรษะของฝ่ายรับ

ข. ฝ่ายรับ รีบยืดตัว งอแขน ให้แขนท่อนบนปะทะแขนท่อนล่างของฝ่ายรุก แล้วรีบผลักตัว ก้าวเท้าขวาไปทางหลัง ประมาณกึ่งขวา

 

กล 15 หักคอเอราวัณ ( โน้มคอตีเข่า )

ก. ฝ่ายรุก ชกด้วยหมัดซ้ายตรง พร้อมกับสืบเท้าซ้ายไปข้างหน้า หมัดขวาคุมอยู่บริเวณคาง

ข. ฝ่ายรับ ก้าวเท้าซ้ายสืบไปตรงหน้าฝ่ายรุกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับยกแขนขวาสอดปัดแขนซ้ายของฝ่ายรุก แล้วโดด เข้าเหวี่ยงคอฝ่ายรุก โน้มลงมาโดยแรง แล้วตีด้วยเข่าบริเวณใบหน้า

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

อยากสลายหน้าท้องหันมาฝึก มวย ดูสิ

คำศัพท์ น่ารู้ เกี่ยวกับ มวยไทย ( Muay Thai )

ผู้หญิงฝึกมวยไทยต้องเตรียมตัวอย่างไร

ผู้หญิงฝึกมวยไทยต้องเตรียมตัวอย่างไร

มวยไทย เป็นกีฬาที่นิยมเป็นหมู่มาก ในปัจจุบัน และ ยังเป็นกีฬายอดนิยม ในกลุ่มของผู้หญิงอีกด้วย วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปดูกันว่า จะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

 

ในการเล่น กีฬามวยไทยนั้น เป็นกีฬาที่ต้องมีการ ขยับตัวอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากกีฬามวยไทยเป็นกีฬา ที่ต้องมี ทั้งการเตะ การต่อย การใช้ศอก การใช้ อวัยวะเหล่านี้อาจะทำให้เกิดอาการช้ำ หรือ บาดเจ็บจากการออกกำลังกาย ดังนั้น สาว ๆ ที่จะออกกำลังกายด้วย มวยไทยนั้น ต้องมีการเตรียมตัว หลายอย่างที่มากกว่าร่างกาย

 

สิ่งที่ต้องเตรียม

 

1. นวม

นวม เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมาก สำหรับการต่อยมวย เพราะ นวมช่วยปกป้อง มือของเราให้มีความปลอดภัย จากคู่ชก และการฝึก สำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากมีนวมที่เป็นของตัวเอง เพื่อเอาไว้ฝึก แนะนำ ให้ไปซื้อด้วยตัวเอง เพราะ จะได้รู้ว่านวมขนาดไหนเหมาะกับ และ ควรถามโค้ช หรือ เทรนเนอร์ของเราว่าควร ใช่นวมหนาขนาดไหน เพื่อความถูกต้อง และ  สะดวกต่อการฝึก

 

2. กางเกงมวย

ในการไปคลาสเรียนมวยนั้น ควรที่จะใส่ กางเกงมวย ไม่ควรใส่กางเกงอะไรก็ได้ ไปฝึกกีฬามวย เพราะ กางเกงมวยนั้น ถูกออกแบบมาให้ มีความคล่องตัว โปร่งโล่ง ขยับตัวง่าย เมื่อมีการเตะ หรือ ใช้เข่า จะได้ใช้กล้ามเนื้อส่วนขาได้สะดวก ปัจจุบัน กางเกงมวยมีการออกก ให้สวย ทันสมัย และ ดูดี ไม่เชย สำหรับเพื่อน ๆ ที่เป็นผู้หญิง ก็สามารถใส่กางเกง ชั้นในขายาว ทับเข้าไปได้ เพื่อป้องกัน และ เพื่อความปลอดภัย ของสาว ๆ ที่มาฝึกกีฬามวย

 

3. แองเกิล (Ankle)

แองเกิล (Ankle) อุปกรณ์ ที่มีหน้าตาคล้าย ๆ กับถึงเท้า แต่เป็นถุงเท้าที่เปิดส้นเท้า และ เปิดนิ้วเท้า อุปกรณ์ชิ้นนี้ อาจจะดูไม่จำเป็นสำหรับการฝึกมวย แต่ แองเกิล (Ankle) มีหน้าที่ ช่วยซัพพอร์ต ข้อเท้าของเรา บางคนอาจจะคิดว่าไม่จำเป็น สำหรับการใส่ แองเกิล (Ankle) แต่ จริง ๆ แล้วในการฝึกชกมวย จำเป็นต้องใส่

 

4. ผ้าพันมือ

ผ้าพันมือ อาจจะดูเป็นสิ่งที่ไม่จะเป็นสำหรับ การเรียนชกมวย เพราะ มีนวมอยู่แล้ว แต่จริง ๆ แล้วควรมีผ้าพันมือ เพราะ มือของเรานั้น มีกระดูกถุง 27 ชิ้น รวมไปถึงเนื้อเยื่อ และ กระดูกอ่อนโดยรอบ โดยผ้าพันมือ จะช่วยป้องกันมือเรา อีกชั้น อีกทั้งยังช่วย ล็อกไม่ให้กระดูก นิ้ว และ ข้อมือขยับ   

 

5. เสื้อผ้า

ในการฝึกชกมวย หรือ เรียนชกมวยนั้น ควรที่จะสวมใส่ เสื้อผ้าที่ระบายอากาศ ซับเหงื่อ แห้งเร็ว โดยเฉพาะผู้หญิง ควรสวมใส่สปอตบาร์ เพราะ สปอตบาร์ จะช่วยซัพพอร์ตดีดีกว่า บาร์ทั่วไป

 

6. เครื่องสำอาง

ในการออกกำลังบางคนอาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องแต่งหน้า หรือ ให้ความสำคัญ กับเครื่องสำอางมากเพราะ การฝึกชกมวยนั้น มีการวิ่ง หรือ มีกิจกรรมที่ต้อง ออกไปทำกลางแจ้ง นอกสถานที่ จึงจำเป็นที่จะทาครีมกันแดด เพื่อไม่ใช้ผิวโทรม ลิปสติก เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะ ช่วยเพิ่มความมั่นใจ ในกการออกกำลังกาย การที่เรามีการเตรียมพ้อม และ มีความมั่นใจในการฝึกมวยไทยนั้น ทำให้เรารู้สึกสนุก และ อยากที่จะฝึก ต่อ

 

7. ผ้าขนหนู

ผ้าขนหนู เป็นสิ่งที่เราต้องเตรียมไป เพราะผ้าขนหนูเป็น ของส่วนตัว ที่ไม่ควรใช้ร่วมกับคนอื่น ผ้าขนหนูเป็นสิ่งจำเป็น มีไว้เพื่อ ซับเหงื่อ ตามหน้า ตามร่างกาย และ ตามจุดต่าง ๆ

 

8. ยาดม ยาหม่อง และ กระบอกน้ำ

ยาดม ยาหม่อง เป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนมองข้าม เพราะ การฝึกชกมวยนั้น มีการขยับตัวตลอดเวลา จึงจำเป็นต้องใช้ยาดมช่วยเผื่อ เพื่อน ๆ บางคนหายใจไม่ทัน กระบอกเป็นอีกหนึ่งสิ่ง ที่ไม่ควรหวังพึ่งจากทาง ค่ายมวย หรือ ยิมฝึกสอน แต่ควรพกไปเอง เพราะ เพื่อน ๆ บางคนนั้น มีการดื่มน้ำที่ต่างกัน

 

9. ครีมนวด

เนื่องจากกีฬามวย นั้นต้อง มีการเตะ ต่อย ทั้งจากการซ้อม และ จากคู่ต่อสู้  อาจทำให้มีการปวดเมื่อยเมื่อยกล้ามเนื้อ ดังนั้นจึงควรมีติดกระเป๋าเอาไว้

 

ในการเรียนมวยนั้น ต้องมีการเตรียมตัว ทั้งเรื่องภายนอก และ ภายใน ภายนอกเช่น เสื้อผ้า อุปกรณ์การชกมวย และ อุปกรณ์ส่วนตัวต่าง ๆ ส่วนเรื่องภายในนั้น ต้องมีการเตรียมตัวในเรื่องของ สภาพจิตใต และ วินัยในการฝึกซ้อม เพื่อให้การฝึกนั้นเห็นผล  

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

อยากสลายหน้าท้องหันมาฝึก มวย ดูสิ

คำศัพท์ น่ารู้ เกี่ยวกับ มวยไทย ( Muay Thai )

ท่าออกกำลังกาย ของนัก มวยไทย ( Muay Thai )

ท่าออกกำลังกาย ของนัก มวยไทย ( Muay Thai )

หากเพื่อน ๆ คนไหนที่ อยากแข็งแรง สุขภาพดี อย่างนักมวยมืออาชีพ วันนี้เราได้รวบรวม ท่าออกกำลังกาย ของนัก มวยไทย ( Muay Thai ) มาฝากให้เพื่อน ๆ ได้ลองนำไปทำตาม เพื่อสุขภาพร่างกาย ที่แข็งแรงกันแล้วค่ะ

 

หากใครเคยผ่าน หรือมีโอกาสได้เข้าไปเห็นบรรยากาศ การซ้อมมวยไทย ภายในยิมฝึก หรือค่ายมวยต่าง ๆ ก็จะรู้ดีว่า เหล่านักมวยอาชีพนั้น เขาซ้อมกันอย่าง หนักหน่วงมากเพียงใด เขาจะต้องอดทน ต่อการฝึกซ้อม การควบคุม การออกกำลังกาย อาหารการกิน น้ำหนัก เพื่อให้มีร่างกายที่ดีที่สุด แข็งแกร่งที่สุด

 

ท่าออกกำลังกาย ตามนักมวยอาชีพ

 ท่าไหล่ดัน ( Shoulder Presses )

ท่าไหล่ดัน ( Shoulder Presses ) เป็นท่าที่สร้างกล้ามเนื้อ หัวไหล่ได้อย่างดี โดยอุปกรณ์ที่ใช้เป็นหลัก คือ ดัมเบล ( Dumbbell ) ถ้าหากไม่มีจะใช้ เป็นขวดน้ำก็ได้ แล้วจับให้มั่นจากนั้น ดันขึ้นเหนือหัว ละลง อย่างต่อเนื่อง

 

วิดพื้นแบบตบมือ ( Clap Press – Up )

วิดพื้นแบบตบมือ ( Clap Press – Up ) เป็นวิธีการ ออกกำลังกายที่ง่าย และสามารถทำตอนไหนก็ได้ ท่านี้ไม่ได้เพิ่มแค่ ความแข็งแรง ของกล้ามเนื้อ เพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยปรับเรื่องของ Body Balance ที่จำเป็นอย่างมาก สำหรับนักมวย

 

แพลงค์ ( Plank )

เป็นท่าที่ทำยาก และทรมานที่สุด เพราะต้องอาศัย ความแข็งแรง ของร่างกายหลาย ๆ ส่วน เป็นท่านักมวยทุกคน ให้ความสำคัญ ลองทำควบคู่กับการ Crunches และ Sit Up จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น Plank จะเสริมสร้างความแข็งแรง ของร่างกายส่วนกลาง ให้ทนต่อหมดหนัก ๆ ของคู่ต่อสู้

 

คาร์ดิโอ ( Cardio )

ถ้าอยากมีหุ่นที่ฟิต แบบนักมวย ต้องเริ่มจาก คาร์ดิโอ ( Cardio )  เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ทำโดยการ ซิทอัพ วิ่ง กระโดดเชือก ต้องฝึกแบบการกระโดด ที่หลากหลาย และการฝึกความแข็งแรง ของร่างกายในส่วนต่าง ๆ เช่น การดึงข้อ การบริหารกล้ามเนื้อ หลังแขน การวิดพื้น และการฝึกด้วยลูกบอล เทรนนิ่งในท่าทางต่าง ๆ

 

ฟุ้ตเวิร์ค ( Foot work )

ฟุ้ตเวิร์ค ( Foot work ) ฝึกเพื่อใช้ในการหลบหลีก หมัดของคู่ต่อสู้ ความว่องไวในการ Foot work จะช่วยเพิ่มความสามารถ ในการรับมือ ในการต่อสู้ กับคู่ชกได้อย่างดี

 

ท่าชกเงา ( Shadow Boxing )

ท่าชกเงา ( Shadow Boxing ) เป็นการฝึกชกลม เพื่อให้นักชกฝึกการออกหมัด และท่าทางที่ถูกต้อง การชกลมเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการสร้างเทคนิคการชก การรักษาน้ำหนักความแข็งแรงของร่างกาย และสามารถฝึกที่ไหนก็ได้ ที่ทำให้เราขยับช่วงบนได้อย่างเป็นอิสระมากขึ้น

 

ท่าวิดพื้น ( Push - Up )

ท่าวิดพื้น ( Push - Up ) เป็นท่าที่ทำยาก สำหรับคนไม่ค่อย ได้ออกกำลังกาย การออกกำลังกายโดย ท่าวิดพื้น ( Push - Up ) จะให้ประโยชน์กับ กล้ามเนื้อหลายส่วน รวมถึงเพิ่มแรงผลัก เวลาที่ต้องคลุกวงกับคู่ต่อสู้ จึงเป็นที่นิยมกันในหมู่นักมวย

 

ท่าสควอช ( Squat )

ท่าสควอช ( Squat ) เป็นการออกกำลังกายที่จะช่วยเสริมความแข็งแรงของร่างกายในส่วนล่าง เพราะนักมวยจะต้องมีการยืนที่มั่นคง พร้อมที่ปล่อยหมัดเพื่อรุกผู้ต่อสู้ได้ตลอดเวลา หากทำท่า Squats ร่วมกับท่าบริหารสะโพกส่วนอื่นให้เหมาะสม จะช่วยให้คุณมีช่วงล่างที่แข็งแรงแน่นอน แต่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ

 

ท่าเบอร์พี ( Burpees )

ท่าเบอร์พี ( Burpees ) เป็นหัวใจสำคัญ ในการออกกำลังกาย ให้ได้ผล หากใครอยากมีรูปร่างที่สมส่วน  ถ้าทำท่า Burpees อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ควบคุมน้ำหนักตัว หรือเพิ่มความแข็งแรง ในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ด้วย

 

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ ท่าออกกำลังกาย ของ อาชีพนัก มวยไทย ( Muay Thai ) แบบง่าย ๆ หากสนใจอยากเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารเข้ามาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทย ( jaroenthong muay thai ) ที่สาขาดังนี้

  • jaroenthong muay thai Khaosan ( สาขาข้าวสาร )
  • jaroenthong muay thai Ratchada ( สาขารัชดา อยู่ติดกับโพไซดอน )
  • jaroenthong muay thai Srinakarin ( สาขาศรีนครินทร์ อยู่ด้านในปั้มบางจาก ถนนศรีนครินทร์ )

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

กระสอบทราย อุปกรณ์ สำคัญ การซ้อม มวยไทย ( Muay Thai )

ออกกำลังกาย ตาม นัก มวยไทย มืออาชีพ

มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยสร้าง ซิกแพค ได้

มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยสร้าง ซิกแพค ได้

ถ้าพูดถึงร่างกายของคนที่แข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า ภาพในหัวต้องไม่พ้นคนที่มีร่างกายแข็งแรง มีกล้ามเนื้อ สำคัญคือต้องมีกล้ามหน้าท้องหรือ ซิกแพค วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการปั้น ซิกแพค ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

 

          ซิกแพค คืออะไร สามารถเกิดขึ้นตามส่วนไหนของร่างกายได้บ้าง ?

     ซิกแพค เป็นคำภาษาอังกฤษที่มีความหมายว่า กล้ามหน้าท้องลอนสวยทั้ง 6 มัด สามารถเกิดได้ทั้งผู้ชาย และผู้หญิง กล้ามเนื้อนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่ถูกสร้างขึ้นมา โดยคนที่สร้างก็คือ มนุษย์ที่มีความต้องการอยากให้หน้าท้อง หรือบอดี้ของตัวเองนั้นมีสุขภาพดี และดูดี ดูน่าสนใจเวลาที่มีคนมองนั่นเอง เรามาดูกันว่า ซิกแพค สามารถเกิดขึ้นตามส่วนไหนของร่างกายได้บ้าง ซึ่ง ซิกแพค เกิดขึ้นได้แค่บริเวณเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ บริเวณหน้าท้องของมนุษย์ค่ะ แบ่งสลับซ้าย และขวาข้างละ 3 มัด

 

     หมัด เท้า เข่า ศอก คือ คำที่ได้ยินบ่อย ๆ จากกีฬาประจำชาติไทย ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครในโลกไม่รู้จัก มวยไทย ( Muay Thai ) คือกีฬาศิลปะการต่อสู้ที่น่าภาคภูมิใจ แน่นอนที่นักมวยแต่ล่ะคนก็ต้องย่อมมีร่างกายที่แข็งแกร่งดั่งอาวุธ เพราะ อาวุธที่แข็งแกร่งที่สุด คือ ร่างกายของเรานั่นเอง โดยเฉพาะกล้ามหน้าท้อง หรือ ซิกแพค พวกเขามีวิธีสร้างกล้ามเนื้ออันแข็งแกร่ง และดุดันแบบนั้นได้อย่างไร ถ้าพร้อมแล้วเราไปติดตามรายละเอียดกันเลย

 

          สร้าง ซิกแพค แบบฉบับ มวยไทย ( Muay Thai )

     การสร้าง ซิกแพค เป็นการใช้ท่าบริหารกล้ามเนื้อในเรื่องของการพับตัว บิดตัว โยกตัว งอตัวจากส่วนล่างจนถึงส่วนบนโดยมีท่าพื้นฐานทั้งหมด 5 ท่า คือ

1. ท่า Sit Up และชก

12-15 ครั้ง 1-2 เซต ช่วยในการบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้อง และด้านข้าง

     โดยจะเป็นการ Sit Up และ ชกล่อเป้า ยิ่งถ้าหากมีคู่ซ้อมที่ช่วยให้เราสามารถชกล่อเป้าได้จะยิ่งดีมาก แต่ถ้าหากไม่มี ก็สามารถใช้วิธีชกลมได้ ไม่ต่างกัน โดยธรรมชาติของท่านี้ จะใช้ร่างกายในการบิด งอตัว และ เหยียดตัว เพื่อสามารถชกให้โดนเป้าได้มากขึ้น

 

2. ท่า Sit Up และทุบ

12-15 ครั้ง 1-2 เซต ช่วยในการบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้อง

     เป็นการ Sit Up และทุบ โดยให้คู่ซ้อมทุบตรงส่วนบริเวณหน้าท้อง ในช่วงยกตัว ด้วยเป้าล่อท่านี้จะช่วยในเรื่องของการสร้างความคุ้นเคย โดยธรรมชาติของร่างกายจะเกิดอาการเกร็ง เมื่อมีสิ่งใดมาปะทะตรงบริเวณช่วงหน้าท้อง เป็นการสร้างความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อไหวพริบ และ ระบบประสาทอาจเคยสงสัยกันว่า ทำไมนักมวยถึงสามารถทนทานต่อการถูกตีเข่าเป็นเวลานาน ๆ ได้ คำตอบก็คือ ท่านี้นั่นเอง

 

3. ท่า Sit Up และหลบ

12-15 ครั้ง 1-2 เซต ช่วยในการบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้อง และด้านข้าง

     เป็นการ Sit Up และ หลบหมัดของคู่ซ้อมในระหว่างที่ยกตัวขึ้นมา โดยจะได้ทักษะในการหลบหมัดคู่ต่อสู้ พิงเชือก โยกตัว โดยท่านี้จะได้ทั้งในส่วนกล้ามเนื้อทั้งเอว และขา

 

4. ท่าตีเข่า

30 วินาที 1-2 เซต ช่วยในการบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้อง / ด้านข้าง และน่อง

     ท่านี้จะเป็นการใช้ขาช่วงล่างหนักขึ้น โดยใช้ขาข้างที่เราทรงตัว ตีเข่าขึ้นกลางอากาศ ยิ่งเร่ง การทรงตัว และการเขย่งจะยิ่งทำงานหนักขึ้น และเมื่อขึ้นชกกับคู่ต่อสู้ จะช่วยในเรื่องของการหลบหลีก และการทรงตัว ทำให้เรายืนขาได้มั่นคงยิ่งขึ้น

 

5. ท่าเตะข้าง

30 วินาที 1-2 เซต ช่วยในการบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้อง / ด้านข้าง และน่อง

     ท่านี้จะได้กล้ามเนื้อในส่วนของลำตัวด้านข้าง ซึ่งจะแตกต่างจากท่าตีเข่า โดยการใช้แรงมากขึ้น และยืดขามากขึ้น

 

     ซึ่ง 5 ท่าเหล่านี้ คือ เทคนิคขั้นพื้นฐานของการสร้าง ซิกแพค ด้วย มวยไทย ( Muay Thai ) โดยท่าแรก สำหรับช่วงเริ่มต้น อาจไม่ต้องใช้วิธีการทุบเลยทันที อาจจะเป็นการเกร็งค้างไว้ แล้วค่อยปล่อยลงมา ท่าล่ะ 1-2 รอบ ส่วนคนที่เริ่มชินแล้วแนะนำให้ทำท่าตั้งแต่ 1-5 แล้วค่อยพัก นอกจากได้ ซิกแพค แล้ว ยังสามารถช่วยในเรื่องของ คาร์ดิโอ หรือการมีผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจที่เร็วขึ้นด้วย

     กล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง ต้องมาพร้อมกับจิตใจที่แข็งแกร่งและมุ่งมั่น การสร้าง ซิกแพค ด้วยมวยไทย ( Muay Thai ) คงไม่ยากเกินกว่าความตั้งใจของเรา แค่คิดว่าเราทำได้ เราก็จะทำได้เช่นกัน หากใครสนใจอยากเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) เรามีสอนให้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) กับสาขาที่ใกล้ และสะดวกที่สุดได้เลย ซึ่งเรามีทั้งสาขาศรีนครินทร์ สาขาข้าวสาร และสาขารัชดา

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

พัฒนาการของ มวยไทย ในแต่ละสมัย

กระจับ นักมวย สำคัญอย่างไรกันน

ฝึกมวยไทยดีอย่างไร

ฝึกมวยไทยดีอย่างไร

ฝึกมวยไทยดีอย่างไร

 

ปัจจุบันนี้มวยไทยเป็นที่แพร่หลาย ที่ได้รับความนิยมและเป็นกีฬาที่เข้าถึงง่ายใคร ๆ ก็สามารถฝึกได้ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เยอะ ก็สามารถฝึกได้

 

ปัจจุบันกีฬามวยไทยเป็นที่นิยมในสังคมคนรุ่นใหม่ เราเห็นได้ถึง เซเล็ปดารา หรือ คนดังปัจจุบันหันมาฝึกมวยไทย นอกจากจะ ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังมีอีกหลายอย่าง เช่น ฝึกความว่องไว  และที่สำคัญไปกว่านั้นยังเป็นศิลปะป้องกันตัว มาดูกันว่าการฝึกมวยไทยนั้น ช่วยให้เราพัฒนาอะไรอีกบ้าง

 

1. ฝึกวินัย

            การฝึกมวยไทยนั้น จำเป็นต้องฝึกทุกวันเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง และเพื่อให้กล้ามเนื้อจดจำ  การที่เราฝึกซ้ำ ๆ เพราะว่าการฝึกมวยไทยต้องใช้ทั้งความอดทนของร่างกาย และจิตใจ เพราะฉะนั้น การที่เราจะฝึกมวยไทยให้เห็นผลนั้น ต้องมีวินัย มวยไทยมีการฝึกหลายอย่าง ทั้ง ร่างกาย กล้ามเนื้อ ความอึดความอดทน การมีวินัยในการฝึกมวยไทยส่งผล ไปถึงชีวิตประจำวัน ในหลาย ๆ อย่าง

 

2. ลดความเครียด

            การฝึกหรือการเล่นกีฬามวยไทย ต้องอาศัยเพื่อนเพื่อความสนุกในการเล่น และยิ่งมีเพื่อนมากเท่าไหร่ก็ ยิ่งทำให้มีความสนุกมากเท่านั้น เพราะเวลาเล่นร่างกายจะปล่อยสารเอนโดรฟีนออกมา ทำให้เรามีความสุขและสนุกไปกับการฝึกมวยไทย

 

3. มีจิตใจที่มั่นคงแน่วแน่

            กีฬามวยไทยนั้นเป็นกีฬาที่ต้องมีการฝึกจิตใจ เพราะกีฬามวยไทยนอกจากจะใช้ความอดทนในการฝึก ยังต้องมีการฝึกจิตใจเพื่อพร้อมกับการฝึกที่หนัก พร้อมอดทนกับความเหนื่อยล้า จิตใจที่แน่วแน่จึงเป็นสิ่งสำคัญและเป็นสำหรับการฝึก ถ้าหายเราไม่ฝึกจิตใจให้แข็งแรงเราจะเสียเวลา และ เสียเงินไปกับการฝึกที่ไม่ได้ผลได้

 

4. ฝึกอารมณ์ให้มีความใจเย็น และอดทนต่อความกดดันได้ดี

            หลาย ๆ คน คิดว่าการฝึกมวยจะทำให้เราเป็นคนใจร้อน เนื่องจากการฝึกกีฬามวยไทยนั้น มีการชกต่อย เตะ ทำให้คนที่เห็นนั้น คิดว่ากีฬามวยไทยคือกีฬาที่รุนแรงแต่จริง ๆ แล้วไม่เลย ไม่ใช่อย่างที่คิด หากนักมวยหรือผู้ที่ฝึกมวยไทยท่านใดขึ้นสังเวียนจริง ผู้นั้นต้องช่วยเหลือตัวเอง ไม่สามารถพึ่งพาพี่เลี้ยงได้ และสิ่งแรกที่เราต้องคิดคือ ความชนะ สิ่งที่จะทำให้เราชนะคู่ต่อสู้นั่นก็คือ ความสุขุม ใจเย็น และสมาธิ สิ่งเหล่านี้ทำให้เราวิเคราะห์คู่ต่อสู้และตัวเราได้ดี หากผู้ชกใจร้อน ก็จะทำให้คาดสติและ อาจแพ้ได้

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

พัฒนาการของ มวยไทย ในแต่ละสมัย

กระจับ นักมวย สำคัญอย่างไรกันนะ

เรื่องพื้นฐานในการฝึก มวยไทย

เรื่องพื้นฐานในการฝึก มวยไทย

ในปัจจุบันกีฬามวยไทย เป็นมากกว่ากีฬา เนื่องจากปัจจุบันนี้กีฬามวยไทยเป็นที่แพร่หลายในสังคม มวนไทยถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรม เป็นทั้งการออกกำลังกาย และเป็นทั้งศิลปะการป้องกันตัว

 

พื้นฐานในการฝึก

การเริ่มการฝึกมวยไทยนั้น ผู้ที่เริ่มฝึกต้องเริ่มทำความเข้าใจเกี่ยวกับการขยับร่างกาย ในส่วนต่าง ๆ เพราะกีฬามวยไทยนั้น เป็นกีฬาที่ต้องใช้การขยับของทุกส่วนในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น แขน ขา ศีรษะ อีกสิ่งหนึ่งที่ควรให้ความสำคัญ ในการฝึกมวยไทย นั่นก็คือ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และ ความว่องวัย

 

ก่อนที่ฝึกมวยไทยนั้น เราต้อองรู้หลักพื้นฐานกันก่อนว่า อวัยวะ และ กล้ามเนื้อแต่ ละส่วนของร่างกายเรานั้น มีการเคลื่อนไหว อย่างไร เนื่องจากอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายล้วนแล้วแต่เป็นอาวุธจึงจำเป็นที่ต้องมีการฝึกให้แข็งแรง ไปดูกันที่ส่วนแรกกันเลย

 

แขน เป็นการ ใช้แขนตั้งแต่ ใต้ศอกยาวลงไปถึงข้อมือ ใช้สำหรับออกท่าทางในการต่อสู้ เช่น ใช้ฟัน สับ กด ปัด เปิด หนีบ

 

หมัด เป็นอาวุธหลักและสำคัญมาก ๆ ในการต่อสู้ ของ มวยไทย เพราะ หมัดใช้ในการชกคู่ต่อสู้ ต้องมีความเร็ว และ รุนแรง ใช้สำหรับ ต่อย ทุบ ชก การใช้หมัดสามารถฝึกฝนด้วยตนเองได้โดย เริ่มจากการชกลม หรือชกกระสอบทราย

 

ศอก เป็นการ งอแขนหรือหนีบแขนให้เกิดมุม เป็นกระดูกเพื่อใช้เป็นอาวุธ ของนักมวย ศอกเป็นอาวุธที่รุนแรง และอันตราย และยังสามารถทำให้ คู้ต่อสู้บาดเจ็บถึงขั้นเลือกออกได้เลย ศอกใช้สำหรับ งัด ฟัน สับ

 

เข่า เป็นการงอขา เพื่อให้เกิดมุม แหลม ใช้สำหรับ การ กระแทก กระทุ้ง ยัด ถ้าไม่ระวังตัวในการต่อสู้ เข่า สามารถทำให้คุณแพ้ ได้เลยทีเดียวและเข่ายังเป็นอีกหนึ่งอาวุธที่น่ากลัวและอันตราย

 

เท้า เป็นการทำโดยการถีบ  เพื่อให้คู่ต่อสู้กระเด็นออกไป การถีบเป็นอาวุธที่ไม่ควรประมาท เพราะ การถีบทำให้เรารักษาระยะในการต่อสู้ การตั้งหลัก หรือ อาจทำให้คุณล้มลงไปนอนกับพื้นได้

 

ศีรษะ/หัว นี้ก็เป็นอีกหนึ่งอาวุธ ที่รุนแรงเหมือนกัน สามารถ ทำให้คู่ต่อสู้ เราน็อคได้เลย ใช้ในการ กระแทก โขก กด แต่ทั้งนี้การใช้ศีรษะในการต่อสู้อาจะทำให้เกิดอันตรายทั้งตัวเองและคู่ต่อสู้ การใช้ศีรษะจึงไม่แนะนำให้ใช้ศีรษะในการต่อสู้

 

นี่เป็นแค่ส่วน หนึ่งของการ ฝึก หรือ การทำความเข้าใจใน ในการฝึกขั้นพื้นฐานของมวยไทย ในการขยับร่างกาย หรือ การใช้ร่างกาย ในการต่อสู้ ยังมีอีกมากมายที่เราต้องใช้ ในการ ฝึกซ้อม เพื่อที่จะทำให้เรา เก่ง และ สามารถ ไปขึ้นชกได้ครับ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ฝึกความว่องไวของ สายตา ฉบับ มวยไทย

ท่าการใช้เท้า ใน มวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อจัดการคู่ต่อสู้

ลดน้ำหนักด้วย มวยไทย

ลดน้ำหนักด้วย มวยไทย

เป็นกระที่ฮิตฮอตมากกับการลดน้ำหนักโดยการฝึกมวยไทย ไม่ว่าจะเพศชาย หรือหญิง เด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ ก็ต่างก็ใช้มวยไทยเพื่อการลดน้ำหนัก ออกกำลังกาย ฟิตหุ่น และฝึกมวยไทยเพื่อเป็นการป้องกันตัว

 

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เพื่อน ๆ ที่อ่านบทความนี้ จะไม่รู้จักมวยไทยซึ่งเป็นกีฬาที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน แน่นอนว่าเราปัจจุบันนี้ นอกจากเราจะรู้จักมวยไทยในเรื่องของกีฬาแล้ว อีกหนึ่งกระแสที่มาแรงก็คงไม่แพ้ การฝึกเพื่อลดน้ำหนักหรือฟิตหุ่น เพราะมวยไทยถือว่า เป็นกีฬาที่ใช้กล้ามเนื้อทุกส่วน และใช้พลังงานสูงมาก จึงเป็นวิธีที่ดี และเหมาะกับการฟิตหุ่น เพราะ การออกกำลังกายโดยใช้ทุกส่วนของร่างกาย ดังนั้นการลดน้ำหนักนอกจากจะใส่ใจ ในเรื่องของการออกกำลังกายจำเป็นต้อง ใส่ใจในเรื่องการควบคุมอาหาร และการพักผ่อนอย่างเพียงพออีกด้วย เพื่อการลดน้ำที่ดี และมีประสิทธิภาพ

 

วิธีกากฝึกให้ได้ผล

1. ควรหาสถานที่ฝึก และและผู้ฝึกสอนที่ดีเพื่อจะได้รู้วิธี และ การออกท่าทางที่ถูกต้อง

2. จริงจังกับการฝึก ไม่เขิล ไม่อาย

3. ไม่กลัวเจ็บ เพราะมวยไทยเป็นกีฬาที่ต้องเตะต่อย อาจจะมีฟกช้ำบ้าง

 

ขั้นตอนในการฝึกมวยไทยเพื่อลดน้ำหนัก

1. การออกกำลังกาย

เริ่มจากการ ออกกำลังกาย ให้ได้อย่างน้อย 45 - 60 นาที ต่อวัน เช่น การปั่นจักยาน 30 นาที หรือ วิ่ง 10 กิโลเมตร กระโดดเชือกในตอนเช้า ต่อยกระสอบทราย หรือ ล่อเป้าอย่างน้อย 3 ยก อย่างต่อเนื่อง ในช่วงเย็น นอกจากนี้ยังสามารถเลือกวิธีที่ถนัด หรือ จะเลือกเล่นหลาย ๆ รูปแบบก็ได้นะครับ จะได้ไม่รู้สึกเบื่อ จำเจ

 

2. อาหาร

หลักสำคัญอีกหนึ่งประการที่เราไม่ควรมองข้ามนั่นก็คือ การควบคุมอาหารนั่น เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้ ลดน้ำหนักได้ดี และเห็นผลเร็ว ดังนั้น จึงควรเลี่ยงอาหารประเภททอด และอาหารที่มีน้ำมันเยอะ กรณีต้องการทานอาหารอาหารที่ใช้น้ำมันในการทอดควรเลือกใช้น้ำมันมะกรอก แทนน้ำมันพืช อาหารอีกหนึ่งประเภทที่เราไม่ควรมองข้ามนั่น คือ คาโบไฮเดรต ส่วนสำคัญที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย ถ้าหากทานเยอะเกินไปก็จะทำให้การลดน้ำหนักของเรา เห็นผลช้า และอย่างสุดท้ายที่ต้องใส่ใจคือ โปรตีน เพราะโปรตีนจะช่วยในเรื่องของการเจริญเติบโต ระบบเผาผลาญในร่างกาย และช่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย อีกทั้งยังช่วยลดอาการเหนื่อยล้า และบาดเจ็บจากการใช้กล้ามเนื้อ

3. การพักผ่อน

การพักผ่อน เป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนมองข้าม การพักผ่อนเป็นสิ่งสำคัญเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยให้การลดน้ำหนักเห็นผลชัดเจน และควรพักผ่อนวันละ 7-8 ชม. เนื่องจากร่างกายของเรามีระบบซ่อมแซมตัวเอง ขณะหลับร่างกายจะผลิตโกรธฮอร์โมนออก เพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย นอกจากนี้ยังเป็นการพักฟื้น จากความเหนื่อยล้าที่มาจากการออกกำลังกายอีกด้วย

 

อ่านบาทความเพิ่มเติม

 

เริ่มฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) เบื้องต้นให้ถูกวิธี

ถุงถ่วงน้ำหนัก มวยไทย ( Muay Thai )

ฝึกความว่องไวของ สายตา ฉบับ มวยไทย

ฝึกความว่องไวของ สายตา ฉบับ มวยไทย

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ รู้ไหมคะว่านัก มวยไทย นั้น เมื่อคู่ต่อสู่เหวี่ยงหมัด หรือ โจมตีมาหากเราจะหลบหลีก หรือ สวนกลับ นั้นทำได้ไม่ยากแต่ก็ขึ้นอยู่กับการ ฝึกความว่องไวของ ดวงตา หรือ สายตา ด้วยเช่นกัน

 

มวยไทย ( Muay Thai ) มีทั้งการใช้หมัด เข่า ศอก ใช้สมาธิกับตัวก็เหนื่อยแล้ว ไหนจะต้องระแวดระวังคู่ชก หรือ คู่ต่อสู้อีก ดังนั้นนักมวยจะต้องมีทักษะ ไหวพริบในหลาย ๆ ด้าน รวมไปถึง การมีสายตาที่ว่องไว เพื่อให้สามารถมองเห็น หมัด หรือ การเคลื่อนไหว ของคู่ชก คู่ต่อสู้ ได้อย่างทันท่วงที

 

 

วิธีการฝึกที่ช่วยให้สายตาไว มองการเคลื่อนไหวได้รวดเร็ว ใน มวยไทย ( Muay Thai )

สำหรับ มวยไทย ( Muay Thai ) ของเรา มีวิธีการฝึกสายตา ซึ่งแต่ก่อนไม่มีเครื่องมือ จึงใช้วิธีเหล่านี้

 

1. วิธีการฟันน้ำ

วิธีการฟันน้ำ เป็นการฝึกสายตา ไม่ให้กระพริบตา เวลาที่น้ำกระเด็นใส่หน้า ขณะฟันน้ำ วิธีนี้จะทำให้สายตานิ่ง ไม่กระพริบ หากในการต่อยจริง แม้จะโดนหมัด ก็ไม่มีการหลับตา

 

 

2. ฝึกต่อยลูกมะนาว

เนื่องจากในอดีต ไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือ จึงใช้ลูกมะนาวมาฝึก โดยการผูกลูกมะนาวหลาย ๆ ลูกไว้ แล้วต่อยแรง ๆ จะฝึกสายตาได้ดียิ่งขึ้น ที่สำคัญร่างกายเองก็ จะได้ฝึกหลบหลีกในตัวด้วย ฝึกบ่อย ๆ ก็สามารถโยกหลบหมัด ได้อย่างสบาย ร่างกายท่อนบน จะสามารถหลบหลีกได้เอง

 

นอกจากการฝึกสายตา ใน มวยไทย ( Muay Thai ) แล้ว การใช้หมัดก็เป็นสิ่งหนึ่งสำคัญมาก ๆ เป็นอันดับต้น ๆ  ซึ่ง มวยไทย ( Muay Thai ) กับการใช้หมัด มีดังนี้

 

1. หมัดตรงชกนำ

หมัดตรงชกนำ หมายถึง การชกหมัดที่อยู่ด้านหน้า พุ่งไปยังเป้าหมาย โดยอาศัยแรงจากไหล่ ลำตัว ตั้งตรง และ เท้ายันพื้น เพื่อเป็นหลัก และ แรงส่งออกไป ถ้าจดเหลี่ยมขวา หมัดตรงชกนำ คือ หมัดซ้าย ถ้าจดเหลี่ยมซ้าย หมัดตรงชกนำ คือ หมัดขวา อาจจะชกออกไปโดย ไม่เคลื่อนเท้า หรือ เคลื่อนเท้าไปด้านหน้า ด้านหลัง ข้างซ้าย และ ข้างขวาก็ได้ แต่ส่วนมากเวลาชกไปแล้ว น้ำหนักตัวมักจะตกอยู่บนเท้า ที่อยู่หน้าเสมอ

 

2. หมัดเสย

หมัดเสย ใน มวยไทย ( Muay Thai ) หมายถึง หมัดที่ชกโดยการงอข้อศอก เกร็งข้อศอก หงายหมัดขึ้น วิธีทางของหมัดจะออกจากด้านล่าง สู่ด้านบน ทำมุมฉากกับพื้น หมัดเสยมีสองลักษณะ คือ หมัดเสยนำ และ เสยหมัดตาม หมัดเสยจะใช้ได้ดี เมื่อเป้าหมายอยู่ใกล้ตัว เช่น การเข้าคลุกวงใน แล้วคู่ต่อสู้ก้มต่ำ เป้าหมายที่ชก คือ บริเวณคาง ท้อง หน้าอก และ หน้า

 

3. หมัดโขก

หมัดโขก ใน มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นหมัดเหวี่ยง จากบนลงล่าง เป้าหมายบริเวณขมับ หรือ คาง หมัดโขกเป็นหมัดที่รุนแรง ใช้หมัดตาม เพื่อให้วงเหวี่ยง มีรัศมีกว้างขึ้น เป็นหมัดที่มีทิศทางจากบนลงล่าง แบ่งเป็น หมัดโขกวงกว้าง กับ หมัดโขกวงแคบ หมัดนี้เป็นหมัดที่รุนแรง เพราะอาศัยแรงเหวี่ยง ของไหล่ และ แขน

 

4. หมัดเหวี่ยง หรือ หมัดขว้าง

หมัดเหวี่ยง หรือ หมัดขว้าง ใน มวยไทย ( Muay Thai ) หมายถึง การชกโดยการงอ และ เกร็งข้อศอก ไว้ให้หมัดออกไป เป็นวิธีทางโค้ง ขนานกับพื้นดิน อาจจะคว่ำหมัด หรือ ตั้งหมัดก็ได้ แต่พยายามให้ สันหมัดถูกเป้าหมาย หมัดเหวี่ยง แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ หมัดเหวี่ยงสั้น หมัดเหวี่ยงยาว และ หมัดเหวี่ยงกลับ

 

 

การฝึกฝนจะสำเร็จเห็นผล อย่างมีประสิทธิภาพได้นั้น ต้องมีวินัยในการฝึก ไม่เช่นนั้นการฝึกของเรา จะก็จะล้มเหลว ไม่มีประสิทธิภาพ นำมาใช้ก็ไม่ได้ หากเพื่อน ๆ คนไหน สนใจอยากฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) เราขอแนะนำให้มาที่ เจริญทองมวยไทย ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) นะคะ

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

กระสอบทราย อุปกรณ์ สำคัญ การซ้อม มวยไทย ( Muay Thai )

ออกกำลังกาย ตาม นัก มวยไทย มืออาชีพ

 

ถุงถ่วงน้ำหนัก มวยไทย ( Muay Thai )

ถุงถ่วงน้ำหนัก มวยไทย ( Muay Thai )

หลายคนคงสงสัยว่าทำไมนักมวยถึงชอบใช้ถุงถ่วงน้ำหนัก หรือกระทั่งเวลาวิ่ง หรือเตะต่อย จะต้องมีถุงทรายถ่วงน้ำหนักตลอด วันนี้เราจะมาบอกเหตุผลว่าถุงถ่วงจำเป็นสำหรับ มวยไทย ( Muay Thai ) ขนาดไหน

 

     การออกกำลังกายนั้นมีหลากหลายรูปแบบ รวมถึงวิธีออกกำลังกายที่สามารถทำที่บ้าน และทำได้บ่อย ๆ ด้วยการใช้พื้นที่ภายในบ้านไม่มากนัก นอกเหนือจากเครื่องออกกำลังกายต่าง ๆ ที่ใช้ตามฟิสเนตหลากหลายชนิดแล้ว ยังมีวิธีออกกำลังกายด้วยถุงทรายถ่วงน้ำหนัก ซึ่งควรศึกษา และทำความเข้าใจกับท่าการออกกำลังกายให้ถูกต้อง จึงจะได้ประโยชน์กับร่างกายอย่างแท้จริง

 

          ถุงถ่วงน้ำหนัก คืออะไร ?

     ถุงถ่วงน้ำหนักถือเป็นนวัตกรรมใหม่ของการออกกำลังกาย เพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อแขน และกล้ามเนื้อขา ด้วยการเอาถุงที่มีทรายบรรจุในถุงมาคล้องข้อมือ และข้อเท้าเพื่อถ่วงน้ำหนักไว้ โดยใช้หลักการในการเพิ่มกล้ามเนื้อ คือ ใช้แรงต้านถ่วงในการออกกำลังกายมีคล้องรัดปรับระดับให้กระชับได้ สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มกำลังแขน และขา จึงทำให้เป็นที่นิยมอยู่ในตอนนี้

 

          ประโยชน์ของถุงถ่วงน้ำหนัก

  • ช่วยลดต้นขา ให้ขาเรียว กระชับสัดส่วน
  • ช่วยเพิ่มความทนทานให้กล้ามเนื้อ
  • เหมาะสำหรับนักกีฬา
  • ช่วยฟื้นฟูให้กล้ามเนื้อหลังการผ่าตัด   
  • เพิ่มกำลังสร้างกล้ามเนื้อ แขน และขา
  • สามารถใช้กับผู้ที่มีกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • ช่วยบำบัดให้ผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน     
  • ใช้ในการออกกำลังกายต่าง ๆ

 

          มวยไทย ( Muay thai ) จำเป็นต้องมีถุงถ่วงน้ำหนักเพื่ออะไร ?

1. เพิ่มกำลังให้กับร่างกาย

     การใส่ถุงถ่วงน้ำหนัก จะทำให้ร่างกายหนักขึ้น หรือหากใส่เป็นส่วน ๆ ก็จะหนักเป็นส่วน ๆ ไป เช่น ข้อมือ ข้อเท้า ที่นักมวยสามารถ ต่อยได้ให้ครบกำหนด เพราะหากเราจะต่อยให้หนักขึ้น และสามารถรู้สึกได้เลยหลัง ถอดถุงถ่วงทราย แล้วลองต่อยกระสอบทรายอีกครั้ง จะเห็นผลทันทีว่า เราสามารถต่อยได้เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

2. เพิ่มความเร็วในการปล่อยอาวุธ แม่ไม้ มวยไทย ( Muay thai )

     แน่นอนว่าเราคงเคยเห็นในการ์ตูน ที่ฝึกวิชาแล้วมีถุงถ่วงน้ำหนัก เพื่อให้ร่างกายนั้นเบาขึ้น ซึ่งก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ เพราะ เวลาเรารับอะไรหนัก ๆ แล้ว พอปล่อยหรือถอดออกจะทำให้ร่างกายก็จะทำให้เบา และรู้สึกได้เลยว่าอาวุธที่ปล่อยออกไปนั้นเร็ว และไวขึ้นมาก

3. เพิ่มความแรงของอาวุธ มวยไทย ( Muay thai )

     ความแรงจะขึ้นอยู่กับน้ำหนักที่เราถ่วง ว่าเราถ่วงมากน้อยแค่ไหน มวยไทย ( Muay thai ) เขาฝึกแบบนี้จริง ๆ ถ้าอยากจะให้อาวุธของเราแรงขึ้น ก็ยิ่งถ่วงเยอะ แต่จะเสียพลังงานมากพอสมควร

 

          ลักษณะการใช้ถุงทรายถ่วงน้ำหนัก

1. วิ่ง

     หากเราอยากจะวิ่งเพื่อให้ถ่วงน้ำหนักจริง ๆ เราถ่วงไปที่ข้อเท้า และวิ่งในระยะทางที่กำหนด จะสังเกตได้ว่านักมวยที่วิ่งแล้วใส่ถุงถ่วงน้ำหนัก จะช่วยให้ออกกำลังกายได้นานขึ้น ลดน้ำหนักเร็วขึ้น อึดขึ้น สามาระชกมวยได้อด และสร้างกล้ามเนื้อได้ดีมาก

2. กระโดด

     มวยไทย ( Muay thai ) จะต้องถ่วงน้ำหนักไปที่ข้อเท้า กระโดดเพื่อทำฟุตเวิรค์ เพื่อหาจังหวะการปล่อยอาวุธ เพราะฉะนั้นแล้วถุงถ่วงน้ำหนัก สามารถทำให้กระโดดได้เร็ว สูง และกระโดดฟุตเวิรค์ได้อย่างไม่เหนื่อยอีกด้วย

 

          ควรเลือกใช้น้ำหนักของถุงถ่วงน้ำหนักอย่างไร ?

     ถุงทรายข้อมือ และข้อเท้า มีน้ำหนัก 1 กิโลกรัม 2 กิโลกรัม 3 กิโลกรัม และ 4 กิโลกรัม ซึ่งการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อให้เริ่มจาก 1 กิโลกรัม พอกล้ามเนื้อเริ่มชิน ก็ทำการเพิ่มเป็น 2 กิโลกรัม และเพิ่มต่อไปเรื่อย ๆ

 

          ข้อควรระวังในการใช้ถุงถ่วงน้ำหนัก

     การใช้ถุงถ่วงน้ำหนักก็ดี หรือ ชุดถ่วงก็ดี ต้องระวังถึงเรื่องกระดูก เพราะอาจจะทำให้กระดูกเคลื่อนได้ และหากเราถ่วงไปแล้วออกกำลังกายไม่รู้ลิมิตของตัวเองก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ ถุงถ่วงเป็นผลดีในเรื่องของการเพิ่มความเร็ว เพิ่มความแรง ดังนั้น ต้องศึกษาให้ดีที่สุด

 

          ผลดีของการเล่น มวยไทย ( Muay thai )

1. ชกมวยได้ออกกำลังทุกส่วนของร่างกาย

     เป้าหมายของการต่อยมวยคือ ให้ทุกส่วนของร่างกายได้ใช้งาน นอกเหนือไปจากการกระตุ้นความแข็งแรงของร่างกาย และระบบไหลเวียนโลหิตแล้ว การชกมวยยังช่วยเพิ่มการฝึกทักษะที่เกี่ยวข้องอย่าง การทรงตัว การทำงานประสานกันของอวัยวะ ปฏิกิริยาตอบโต้ และความคล่องตัว และยังสามารถเบิร์นไขมันได้ถึง 13 แคลลอรี่ใน 1 นาที การออกกำลังกายด้วยการชกมวยทำให้เผาผลาญแคลอรี่ได้ตั้งแต่ 200-400 แคลอรี่ในเวลาครึ่งชั่วโมง, ขึ้นสังเวียนชกมวย 30 นาทีเบิร์นได้ 400 แคลอรี่, ชกกระสอบทราย 30 นาที เบิร์นได้ 200 แคลอรี่, ชกกับคู่ซ้อม 30 นาทีเผาผลาญได้ 300 แคลอรี่

2. ชกมวยเผาผลาญพลังงานได้เร็วกว่า

     การชกมวยอาจเป็นทางเลือกใหม่ในการออกกำลังกายแบบ High-intensity Interval Training ( การออกกำลังกายแบบความเข้มข้นสูง ) เพราะการขึ้นชกใน 1 ยกคือ การใช้ร่างกายไปถึงระดับสูงสุด และการพักระหว่างยกคือการทำให้ร่างกายฟื้นตัวจากความอ่อนล้าได้เร็วขึ้น เป็นทั้งการออกกำลังกายแบบที่ผสมผสานเผาผลาญพลังงานการใช้ออกซิเจน และไม่ใช้ออกซิเจนเข้าด้วยกัน การออกกำลังกายประเภทนี้จะช่วยให้สร้างความแข็งแรง ความรวดเร็ว มีพลังมากขึ้น และกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกาย เมื่อนำมาเทียบกับการวิ่ง หรือปั่นจักรยานจะเผาผลาญพลังงานได้มากกว่า แต่ใช้เวลาน้อยลง

3. ชกมวยช่วยให้หน้าท้องแบบราบ

     อยากมีซิกซ์แพ็กชัด ๆ ลองเลิกซิทอัพแล้วหันมาต่อยมวยดูสิ เพราะการชกมวยจำเป็นต้องใช้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวสูงมาก ต้องบิดสะโพกเพื่อเพิ่มแรงส่งให้ออกหมัดได้หนักขึ้น และเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าการนอนซิทอัพกับพื้น เมื่อแกนกลางลำตัวแข็งแรง และเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น กล้ามท้องก็ไม่ไกลเกินฝันค่ะ

4. ชกมวยช่วยคลายเครียด

     เมื่อต้องเผชิญกับสารพัดปัญหามาทั้งวัน หรือทะเลาะกับแฟน ไม่พอใจเจ้านาย ลูกค้าหรือเพื่อนร่วมงาน รู้สึกหงุดหงิดจวนระเบิด ก็เป็นการดีหากได้ขึ้นสังเวียนต่อยใครสักคน หรือชกกระสอบทรายระบายอารมณ์ออกมาบ้าง อะดรีนาลีน และฮอร์โมนต่าง ๆ ที่หลั่งออกมาระหว่างการใช้แรงจะส่งผลในทางที่ดีต่อร่างกาย การต่อยมวยจึงเป็นการระบายความเครียดที่ได้ผล และดีต่อสุขภาพ รวมไปถึงสารเอ็นโดฟินที่หลั่งออกมาก็ช่วยให้มีความสุขขึ้นด้วย

5. ชกมวยช่วยให้บุคลิกสง่างาม

     การชกมวยทำให้การใช้สมอง และร่างกายทำงานสอดประสานกันได้ดีขึ้น กระตุ้นให้การรับรู้ทางร่างกายทำงานดีขึ้น มีความคล่องตัว เพราะต้องใช้การทำงานที่สอดประสานกันระหว่างตา และมือ ทุกครั้งที่ชกกระสอบทราย หรือชกกับเป้าล่อ ต้องใช้สมาธิในการพุ่งเป้าไปที่การเคลื่อนไหวร่างกาย เพื่อให้เกิดการจดจำการเคลื่อนไหว ทั้งจังหวะการขยับเท้า และการออกหมัด ท้าทายการทำงานของกล้ามเนื้อ และจิตใจไปพร้อมกัน ทำให้มีความคล่องแคล่ว ว่องไว มั่นใจ บุคลิกก็สง่างามไปโดยปริยาย

 

     นี่เป็นเหตุผลว่าทำไม มวยไทย ( Muay thai ) จำเป็นต้องมีถุงถ่วงน้ำหนัก เพราะการฝึกฝนเราต้องใช้พละกำลังเพื่อขึ้นชกต่อยมวย แถมตอนฝึกเราต้องฝึกให้หนักเข้าไปอีก เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของเรา ทั้งนี้หากใครอยากเรียนมวย ต่อยมวยก็สามารถติดต่อเรามาได้ตลอด และเรายังมีให้เลือกถึง 3 ที่นั่นก็คือ สาขารัชดา สาขาข้าวสาร และสาขาศรีนครินทร์ สะดวกที่ไหนแวะไปที่นั่นได้นะคะ เรามีบริการครบวงจรทั้งออกกำลังกาย และ มวยไทย ( Muay thai ) มาที่เดียวครบจบทุกรูปแบบ

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

ฝึก มวยไทย ช่วยสร้างอะไรให้แก่ร่างกายของเราบ้าง

บทบาทของ พี่เลี้ยง ตามกติกาการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai )

พื้นฐาน ท่าออกอาวุธ มวยไทย ( Muay Thai )

พื้นฐาน ท่าออกอาวุธ มวยไทย ( Muay Thai )

ในการฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) ก่อนการเข้าสู่ การฝึกแม่ไม้มวยไทย และลูกไม้มวยไทย นักมวย หรือผู้ฝึกจะต้องฝึก ท่าออกอาวุธ แบบ พื้นฐาน เสียก่อน

 

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว ของชนชาติไทยมา ตั้งแต่โบราณ และนับว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของประเทศไทยด้วย ในปัจจุบัน มวยไทย ก็ยังคงได้รับความนิยม ทั้งในประเทศ และเป็นที่รู้จักของ ต่างประเทศ ทำให้มีหลายคน มีความสนใจ ต้องการเรียนมวยไทยได้

 

การต่อสู้ของมวยไทย ( Muay Thai ) มีการใช้อวัยวะ 4 ส่วนในร่างกาย เพื่อทำการออกอาวุธ ไปยังคู่ต่อสู้ ได้แก่ มือ (หมัด) เท้า (เตะ) เข่า และศอก ผู้ที่สนใจเรียนมวย หรือนักมวยมือใหม่ จะได้รับการฝึก การออกอาวุธ พื้นฐาน ในแต่ละส่วนก่อน แบ่งได้ ดังต่อไปนี้

 

พื้นฐาน ท่าออกอาวุธ ด้วย  หมัด

 

หมัดตรง คือ การชกหมัด ออกไปตรง ๆ จากการ ตั้งท่าปล่อยหมัดออก ไปยังเป้าหมาย โดยการคว่ำลงให้ขนานกับพื้น อาศัยแรงจากไหล่ สะโพก และเท้า

 

หมัดงัด คือ เริ่มต้นจาก ท่าจรดมวยขวา แล้วย่อตัวลง เท้าแยกห่าง ย่อเข่าซ้ายลง พร้อมกับลดหมัดซ้ายลงและหงายหมัดขึ้น แล้วบิดลำตัวไปทางขวาของตนเอง พร้อมกับ ดึงกระตุกหมัดซ้าย ขึ้นตรง

 

หมัยเสย คือ ชกหมัดในระยะประตัว ทิศทางการเคลื่อนที่ จากล่างขึ้นบน

 

หมัดตวัด คือ การชกหมัด โดยการงอและเกร็งข้อศอกไว้ให้หมัดออกไปเป็นวิถีโค้ง อาจคว่ำ หรือตั้งหมัดก็ได้

 

พื้นฐาน ท่าออกอาวุธ ด้วย ขา

 

เตะตรง คือ การเหวี่ยงเท้าขึ้นตรง ๆ เป็นท่อนเดียวกัน ปลายเท้างุ้ม และเอนตัวไปขั้นหลัง สามารถเตะได้อีกลักษณะ คือ ทำการยกเข่านำขึ้นมาก่อน แล้วจึงยกเท้าท่อนหลังขึ้นตาม ส่วนปลายเท้างุ้ม และเอนตัวไปขั้นหลังเช่นเดียวกัน

 

เตะตัด คือ การเตะที่มีวิถีโค้งขึ้นเล็กน้อย แล้วตัดขนานกับไปกับพื้น สามารถแบ่งย่อยได้เป็น 3 ระดับ คือ ระดับต่ำ ระดับกลาง และรำดับสูง ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่แตะไปโดยส่วนใดของเป้าหมาย

 

เตะเฉียง คือ การใช้แรงเหวี่ยงของเท้าเหวี่ยงขึ้นไปในแนวเฉียงจากพื้นสู่เป้าหมาย บริเวณชายโครง ลำตัว หรือปลายคางผู้ต่อสู้

 

เตะตวัด คือ การเตะเหวี่ยง แล้วตวัดเท้า ให้ส้นเท้าปะทะเป้าหมาย

 

พื้นฐาน ท่าออกอาวุธ ด้วย ศอก

 

ศอกตี คือ ศอกที่ตีในลักษณะแนวดิ่งลงสู่พื้น โดยการใช้แรงหมุนจากหัวไหล่กดเฉียงลง ใช้มือที่ตีนั้นเข้าหาลำตัว พร้อมกับใช้แรงส่งจากเท้า การพับข้อศอกตีเฉียงลงกระทบเป้าหมาย สามารถตีได้ทั้งซ้ายและขวา

 

ศอกตัด คือ การพับข้อศอกขึ้นตีศอก ทิศทางขนานกับพื้น โดยใช้แรงเหวี่ยงของแรงกระตุกจากหัวไหล่อย่างรวดเร็ว ใช้แรงส่งมาจากสะโพกแล้วบิดตัวให้มาก จึงจะถึงเป้าหมายอย่างรุนแรง

 

ศอกงัด คือ ศอกที่เราใช้ตีเสยขึ้น หรืองัดขึ้น เป้าหมายไปที่ปลายคาง คิ้ว หรือใบหน้า

 

ศอกกลับ คือ การหมุนตัวตีศอกทางด้านหลัง ส่วนใหญ่มักตีศอกกลับในแนวดิ่ง และศอกกลับในแนวขนาน โดยสามารถเพิ่มความรุนแรงได้จากการหมุนตัวด้วยความเร็วให้สัมพันธ์กับการศอกกลับ

 

พื้นฐาน ท่าออกอาวุธ ด้วย เข่า

 

เข่าตรง คือ เข่าที่เคลื่อนที่จากจุดเริ่ม ไปกระทบเป้าหมายแนววิถีทางตรงดิ่ง

 

เข่าเฉียง คือ การตีเข่า ขึ้นเฉียงทำมุมกับลำตัวคู่ต่อสู้ เป้าหมายบริเวณชายโครง

 

เข่าโค้ง คือ เข่าที่ใช้จะต้องบิดสะโพกคว่ำลงให้ทิศทางของเข่าลอยโค้ง จากบนลงปะทะเป้าหมาย ให้ปลายเท้าเหยียดเป็นเส้นตรงกับขาและเข่า

 

เข่าลอย คือ การตีเข่าขึ้นไปตรง ๆ โดยการกระโดดตัว ลอยพ้นจากพื้น

 

ท่าออกอาวุธเหล่านี้ในแต่ละส่วน เหมาะสำหรับ ผู้ที่พึ่งเริ่มฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) ที่จำเป็นต้องรู้จัก ท่าออกอาวุธพื้นฐานเหล่านี้ เสียก่อน เพื่อเป็นพื้นฐาน ในการเรียนมวยไทย ( Muay Thai ) และใช้เป็นท่าต่อยอดสู่ขั้นที่สูงขึ้นได้

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ฝึก มวยไทย ช่วยสร้างอะไรให้แก่ร่างกายของเราบ้าง

บทบาทของ พี่เลี้ยง ตามกติกาการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai )

ฝึก มวยไทย ช่วยสร้างอะไรให้แก่ร่างกายของเราบ้าง

ฝึก มวยไทย ช่วยสร้างอะไรให้แก่ร่างกายของเราบ้าง

หลายคนที่สงสัยว่า การที่เรา ฝึก มวยไทย มันจะทำให้ร่างกายของเรา แข็งแรงขึ้นได้ แต่มันยังมีอีกหลาย อย่างที่จะไปทำให้ ร่างกาย ของเรา แข็งแรง ขึ้นมาอีกด้วย ไปดูดีกว่า จะมีเรื่องอะไรที่น่าสนใจ ในการ ฝึก มวยไทย 

 

            มวยไทย ถือเป็น กีฬา ที่ได้รับความนิยม อย่างมาก ในปัจจุบัน และไม่ใช้ แค่ในประเทศไทย เท่านั้น ที่ได้รับความนิยม ต่างประเทศ ก็เช่นกัน เพราะ มวยไทย ถือเป็นกีฬา ที่สนุก และแถมยังทำให้ ร่างกาย ของเราแข็งแรงได้ อย่างรวดเร็ว และที่สำคัญ ไปกว่า นั้น มันยังเป็น ศิลปะ ป้องกันตัว ให้กับเราได้อีกด้วย และ มันยังมี อีกมากมาย ที่เราจะได้รับจากการที่เราฝึก มวยไทย เพราะมันไม่ใช่แค่ทำให้ ร่างกาย ของเราแข็งแรงได้เพียง อย่างเดียว แต่มัน ยังทำให้ ร่างกาย ของเรา ได้เสริมสร้าง และพัฒนา ส่วนต่าง ๆ ไปดูกันดีกว่า ว่าการที่เรา ฝึก มวยไทย นั้นมันจะได้อะไร แก่ร่างกาย ของเรากันบ้าง 

 

ได้ความมีวินัย 

 

            แน่นอน อยู่แล้ว ว่าการฝึกซ้อมของ มวยไทย ( Muay Thai )  เป็น ประจำทุกวัน นั้นมันจะไปทำให้ ร่างกาย ของเรา แข็งแรง ขึ้นได้ และ ก็การที่เรา ทำซ้ำ ๆ กันทุกวันในเวลาที่แน่นอนด้วยความตั้งใจ และ ร่างกาย ของเรา พร้อมที่จะซ้อม มวยไทย นี่คือสิ่งที่เป็นการ ฝึกวินัย ให้กับตัวเอง อีกหนึ่งวิธี เลยก็ว่าได้ และการที่เรา  ต้องทำงานทุกวันโดยไม่มีคนมาคอยสั่ง มวยไทย ( Muay Thai ) มันจะ สามารถ ที่จะไป สร้างเสริม วินัยได้เป็นอย่างดี อีกด้วย หรือ กีฬาประเภทอื่น ๆ ที่มันจะ สามารถสร้าง วินัยให้กับ ตัวเองได้ เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น รู้จักการแบ่งเวลาในการ ฝึกซ้อม การที่เรา มีความตรงต่อเวลา และ มันยัง มีอีกมากมาย ที่ กีฬา สามารถ ช่วย ฝึก ความมีวินัย ให้กับเราได้  เพราะ ถ้าหากว่าเรา ไม่มีวินัยในตัวเอง มันก็จะทำให้เรา ไม่ประสบความสำเร็จ ในเรื่อง นั้น ๆ แต่ สำหรับ มวยไทย ( Muay Thai ) มันก็ จะ สั่งสอนระบบในการจัดการของตัวเองโดยอัตโนมัติทำให้เรามีวินัยไปในตัว อีกด้วย นั่นเอง

 

มีความ ฉลาด มีไหวพริบมากยิ่งขึ้น

 

            เราต้องยอม รับเลย ว่า มวยไทย ( Muay Thai ) มันถือว่า เป็นกีฬาที่ ต้องใช้ทักษะในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น ร่างกาย จิตใจ และ รวมไปถึง สติปัญญา เราพอจะเห็นได้จากหลาย ๆ การแข่งขันที่ จะมีผู้ชนะจะต้องมีหมดทั้งสามอย่างนี้ควบคู่กันไป และสำหรับ มวยไทย ( Muay Thai ) มันก็ จะสามารถ ไปปลูกฝังให้มีวิธีคิดที่ จะสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เป็น อย่างดี อีกด้วย นั่นเอง

 

ได้ฝึกความอดทน

 

            แน่นอนว่า การที่เรา ฝึกฝน มวยไทย เป็นประจำทุกวัน นั้น เราต้องยอมแรก กับความ เหนื่อย ความยากลำบาก ในทุก ๆ วัน เพราะ การฝึกฝน มวยไทย มันไม่ใช้ เรื่องที่จะทำกันได้ ง่าย ๆ เพราะ การฝึก มวย เราจำเป็น ต้องใช้ ร่างกาย ของเรา อย่างมากใน การฝึก และถ้าเรา ฝึก เป็นประจำทุกวัน ก็เหมือน เราได้ฝึกความอดทน ไปในตัว และยิ่งเรา ฝึก จนคิดว่า มันเป็นเรื่องปกติ เรื่องอะไร ที่ยากลำบาก กว่านี้ เราก็จะคิดว่า เป็นเรื่องง่าย ๆ หนักกกว่านี้ เรายังเจอมากแล้ว เพราะ ถือว่าเรา ได้ ผ่านการ ฝึก มวยไทย ที่เหนื่อย และยากลำบาก มานั่นเอง

 

ได้ความ สุขุมเยือกเย็น

 

            อย่างคิดว่า การฝึก มวยไทย มันจะทำให้เรา เป็น คนใจร้อน ไม่ใช้เลย เพราะ  เมื่อขึ้นไปบนเวทีแล้วสิ่ง แรก ที่จะ สามารถไป ช่วยเราให้เอาชนะได้ นั้นก็ คือ ความสุขุมเยือกเย็น ที่จะ เป็นการ กล้า ตัดสินใจวิเคราะห์ว่าคู่ต่อสู้จะทำอะไร แล้วเราควรจะทำอะไรต่อ เพื่อให้ได้วิธีที่ถูกต้องรัดกุม มากที่สุด จึงต้องมีความสุขุมเยือกเย็นเป็นอย่างมาก นั่นเอง 

 

            การต่อยมวยนอกจากทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้วยังสามารถช่วยพัฒนาศักยภาพ และทักษะให้คุณมากขนาดนี้ ส่วนใครที่อยากพัฒนาตัวตนจากการต่อยมวยก็อย่ารอช้า  เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) เป็นยิมมวยต้นแบบที่นำ "ศิลปะแม่ไม้มวยไทย" กับ "วิทยาศาสตร์การกีฬา" และ "ความรู้ด้านโภชนาการ" มาผสมผสานเข้าได้ด้วยกัน เป็นศูนย์กลางผู้นำช่วยลดน้ำหนัก ศิลปวัฒนธรรมมวยไทย และเชี่ยวชารด้านโภชนาการ นับว่าเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ได้นำมารวมเป็นหนึ่ง

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

พี่เลี้ยง ตามกติกาการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai )

รีดไขมัน ลดน้ำหนัก สไตล์ มวยไทย ( Muay Thai )

บทบาทของ พี่เลี้ยง ตามกติกาการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai )

บทบาทของ พี่เลี้ยง ตามกติกาการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai )

ในขณะการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) นักมวยทุกคน จำเป็นต้องมี พี่เลี้ยง คอยดูแลความเรียบร้อยต่าง ๆ ให้กับ นักมวย โดยพี่เลี้ยง จะมีบทบาทตาม กติกาการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) อย่างไรบ้าง มาติดตามกันครับ


 

กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) นักมวย ที่จะต้องทำการแข่งขันได้ จำเป็นต้องมี ผู้ฝึกสอน และสังกัดค่ายมวย โดยบทบาทของ ผู้ฝึกสอนมวยไทย แน่นอน ก็คือ การถ่ายทอดวิชาความรู้ของ มวยไทย ( Muay Thai ) ในทุกรูปแบบให้กับลูกศิษย์ หรือนักมวยผู้นั้น ซึ่งบทบาทของ ผู้ฝึกสอน ไม่ได้มีแค่ก่อนการแข่งขัน แต่อย่างมีบทบาทสำคัญต่อการแพ้ชนะของนักมวยในส่วนหนึ่งได้อีกด้วย


 

ในการแข่งขันมวยไทย ( Muay Thai ) ผู้ฝึกสอนนักมวย จะถูกเปลี่ยนบทบาทเป็น "พี่เลี้ยง" ซึ่งจะมีบทบาท และข้อปฏิบัติตามกติกา ดังต่อไปนี้


 

1. พี่เลี้ยง จะแนะนำ ช่วยเหลือหรือส่งเสริมผู้แข่งขันของตนในระหว่างการชกกำลังดำเนินอยู่ไม่ได้ ถ้าพี่เลี้ยงละเมิดกติกา อาจถูกตำหนิโทษ หรือให้ออกจากหน้าที่นักมวยของเขา อาจถูกผู้ชี้ขาดเตือน ตำหนิโทษ หรือให้ออกจากการแข่งขัน อันเนื่องมาจาก การทำผิดของพี่เลี้ยง


 

2. พี่เลี้ยงจะยอมแพ้แทนผู้แข่งขันของตนเช่นโยนฟองน้ำหรือผ้าเช็ดตัวเข้าไปในสังเวียนไม่ได้


 

3. ในระหว่างการชกพี่เลี้ยง จะต้องอยู่ในที่นั่งของตน ก่อนเริ่มการแข่งขันในแต่ละยกให้พี่เลี้ยงนำผ้าเช็ดตัวขวดน้ำ ฯลฯ ออกไปจากขอบสังเวียน


 

4. ขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่มุมระหว่างพักยก พี่เลี้ยงต้องตรวจดูเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์ของนักมวยของตนให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย พร้อมแข่งขันก่อนสัญญาณของยกต่อไปจะดังขึ้น และถ้ามีเหตุที่นอกเหนือความสามารถพี่เลี้ยงจะต้องรีบแจ้งให้ผู้ชี้ขาดทราบทันที ถ้าพี่เลี้ยงละเมิดกติกาอาจถูกตำหนิโทษหรือให้ออกจากหน้าที่ นักมวยของเขาอาจถูกผู้ชี้ขาดเตือนหรือตำหนิโทษได้


 

5. การให้น้ำนักมวย พี่เลี้ยงจะต้องไม่ให้น้ำนักมวยของตน จนเปียกชุ่มและต้องไม่ทำให้พื้นเวทีเปียกลื่น จนอาจเป็นอันตรายกับคู่แข่งขัน


 

6. พี่เลี้ยง ต้องสวมเสื้อแสดงสัญลักษณ์คณะนักมวยของตนให้สุภาพเรียบร้อย


 

7. ห้ามพี่เลี้ยงใช้วาจาไม่สุภาพ หรือทำร้ายนักมวยของตน ระหว่างการแข่งขัน และภายหลังการแข่งขัน


 

8. ถ้าเป็นการแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งแชมป์เปี้ยน หรือป้องกันตำแหน่ง ให้มีพี่เลี้ยงได้ฝ่ายละ 3 คน แต่ในการพักระหว่างยก พี่เลี้ยงจะเข้าไปในสังเวียนได้ เพียง 2 คนเท่านั้น


 

9. ในการแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งแชมป์เปี้ยน หรือป้องกันตำแหน่งประธานผู้ตัดสินจะต้องจัดให้มีการประชุมร่วมกันระหว่างผู้ชี้ขาดผู้ตัดสิน ผู้จัดการ และพี่เลี้ยงนักมวย เพื่อเน้นให้ทุกคนทราบว่า การไม่ปฏิบัติตามกติกานี้อาจไม่เพียงถูกตัดคะแนนเท่านั้น แต่ยังอาจถูกตัดสินให้แพ้หรือให้ออกจากการแข่งขัน


 

จากบทบาททั้งหมดเหล่านี้ พี่เลี้ยง หรือผู้ฝึกสอน ถือได้ว่าเป็นบุคคลสำคัญอย่างมาก ในการดูแลความเรียบร้อยของนักมวยในเรื่องต่าง ๆ เช่น คอยนวดกล้ามเนื้อ ซับหน้า ซับเลือด ให้น้ำดื่ม พร้อมกับวางแผนแนะนำกลยุทธที่ใช้ในการต่อสู้ ให้กับนักมวยต่อสู้กับคู่แข่งขันได้


 


 

อ่านบทความเพิ่มเติม

กติกา การจำแนกรุ่น มวยไทย ( Muay Thai )

รีดไขมัน ลดน้ำหนัก สไตล์ มวยไทย ( Muay Thai )


 


 


 

กติกา การจำแนกรุ่น มวยไทย ( Muay Thai )

กติกา การจำแนกรุ่น มวยไทย ( Muay Thai )

ในกติกาของ การแข่งขัน กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) นักมวย ทั้ง 2 ฝ่าย จะต้องมี ช่วงน้ำหนัก อยู่ในรุ่นเดียวกัน จึงจะสามารถแข่งขันกันได้ โดยรุ่นของนักมวย จะสามารถแบ่งได้กี่รุ่น มาติดตามกันครับ

 

การแข่งขัน กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ในวันแข่งขัน นักมวยที่จะเข้าแข่งขัน ต้องทำตรวจร่างกาย และชั่งน้ำหนักตัว เพื่อจำแนกรุ่นของนักมวย ให้เข้าแข่งขันกับ นักมวยที่อยู่ในรุ่นเดียวกัน โดยมีเกณฑ์ในการ จำแนกรุ่น ของนักมวยได้ 17 รุ่น ดังต่อไปนี้

 

1. รุ่นมินิฟลายเวท น้ำหนักต้องเกิน 100 ปอนด์ (45.454 กิโลกรัม) และไม่เกิน 105 ปอนด์ (47.727 กิโลกรัม)

2. รุ่นไลท์ฟลายเวท น้ำหนักตัวต้องเกิน 105 ปอนด์ (47.727 กิโลกรัม) และไม่เกิน 108 ปอนด์ (48.988 กิโลกรัม)

3. รุ่นฟลายเวท น้ำหนักตัวต้องเกิน 108 ปอนด์ (48.988 กิโลกรัม) และไม่เกิน 112 ปอนด์ (50.802 กิโลกรัม)

4. รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท น้ำหนักตัวต้องเกิน 112 ปอนด์ (50.802 กิโลกรัม) และไม่เกิน 115 ปอนด์ (52.163 กิโลกรัม)

5. รุ่นแบนตั้มเวท น้ำหนักตัวต้องเกิน 115 ปอนด์ (52.163 กิโลกรัม) และไม่เกิน 118 ปอนด์ (53.524 กิโลกรัม)

6. รุ่นซูเปอร์แบนตั้มเวท น้ำหนักตัวต้องเกิน 118 ปอนด์ (53.524 กิโลกรัม) และไม่เกิน 122 ปอนด์ (55.338 กิโลกรัม)

7.รุ่นเฟเธอร์เวท น้ำหนักตัวต้องเกิน 122 ปอนด์ (55.338 กิโลกรัม) และไม่เกิน 126 ปอนด์ (57.153 กิโลกรัม)

8. ซูเปอร์เฟเธอร์เวท น้ำหนักตัวต้องเกิน 126 ปอนด์ (57.153 กิโลกรัม) และไม่เกิน 130 ปอนด์ (58.967 กิโลกรัม)

9. รุ่นไลท์เวท น้ำหนักตัวต้องเกิน 130 ปอนด์ (58.967 กิโลกรัม) และไม่เกิน 135 ปอนด์ (61.235 กิโลกรัม)

10. ซูเปอร์ไลท์เวท น้ำหนักตัวต้องเกิน 135 ปอนด์ (61.235 กิโลกรัม) และไม่เกิน 140 ปอนด์ (63.503 กิโลกรัม)

11. รุ่นเวลเตอร์เวท น้ำหนักตัวต้องเกิน 140 ปอนด์ (63.503 กิโลกรัม) และไม่เกิน 147 ปอนด์ (66.678 กิโลกรัม)

12. รุ่นซูเปอร์เวลเตอร์เวท น้ำหนักตัวต้องเกิน 147 ปอนด์ (66.678 กิโลกรัม) และไม่เกิน 154 ปอนด์ (69.853 กิโลกรัม)

13. รุ่นมิดเดิลเวท น้ำหนักตัวต้องเกิน 154 ปอนด์ (69.853 กิโลกรัม) และไม่เกิน 160 ปอนด์ (71.575 กิโลกรัม)

14. รุ่นซูเปอร์มิดเดิลเวท น้ำหนักตัวต้องเกิน 160 ปอนด์ (71.575 กิโลกรัม) และไม่เกิน 168 ปอนด์ (76.374 กิโลกรัม)

15. รุ่นไลท์เฮฟวี่เวท น้ำหนักตัวต้องเกิน 168 ปอนด์ (76.374 กิโลกรัม) และไม่เกิน 175 ปอนด์ (79.379 กิโลกรัม)

16. รุ่นฟลายเวท น้ำหนักตัวต้องเกิน 175 ปอนด์ (779.379 กิโลกรัม) และไม่เกิน 190 ปอนด์ (86.183 กิโลกรัม)

17. รุ่นเฮฟวี่เวท น้ำหนักตัวต้องเกิน 190 ปอนด์ (86.183 กิโลกรัม) ขึ้นไป

 

นอกจากนี้ ยังมีการจำแนกรุ่นของ นักมวยไทย ( Muay Thai ) ที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ ได้มีการเพิ่มรุ่น ในการแข่งขันเพิ่มเป็น 3 รุ่น คือ

 

1. รุ่นเปเปอร์เวท น้ำหนักตัว ไม่เกิน 90 ปอนด์ (40.909 กิโลกรัม)

2. รุ่นค็อกเวท น้ำหนักตัวต้องเกิน 90 ปอนด์ (40.909 กิโลกรัม) และไม่เกิน 95 ปอนด์ (43.181 กิโลกรัม)

3. รุ่นพินเวท น้ำหนักตัวต้องเกิน 95 ปอนด์ (43.181 กิโลกรัม) และไม่เกิน 100 ปอนด์ (45.454 กิโลกรัม)

 

จากกติกา การจำแนกรุ่นของ มวยไทย ( Muay Thai ) ทั้ง 2 รูปแบบนี้ จะเห็นได้ว่า มีการใช้หน่วย "ปอนด์" เป็นหลัก ซึ่งคนไทย อาจคุ้นเคยกับหน่วย "กิโลกรัม" มากกว่า แต่การใช้หน่วย "ปอนด์"  นั้น จะเป็นการวัดน้ำหนักที่มีความเป็นสากลมากกว่า จึงใช้หน่วยวัดนี้ เหมือนกับ การจำแนกรุ่นของ มวยสากล เช่นกัน ที่มีการจำแนกรุ่น นักมวย เหมือนกับ มวยไทย ( Muay Thai ) ทั้งหมด

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

คำศัพท์ น่ารู้ เกี่ยวกับ มวยไทย ( Muay Thai )

รีดไขมัน ลดน้ำหนัก สไตล์ มวยไทย ( Muay Thai )

รีดไขมัน ลดน้ำหนัก สไตล์ มวยไทย ( Muay Thai )

รีดไขมัน ลดน้ำหนัก สไตล์ มวยไทย ( Muay Thai )

ใครที่อยากมีหุ่นที่ ฟิตแอนด์เฟิร์มขึ้น การออกกำลังกายด้วยการต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) ก็สามารถช่วย รีดไขมัน ลดน้ำหนัก ให้กับผู้เล่นได้อีกวิธี

 

มวยไทย ( Muay Thai ) ศิลปะการต่อสู้ประจำชาติไทย ที่ในปัจจุบันกลายเป็น กีฬาชนิดหนึ่งที่เป็นที่นิยมกันอย่างมาก สำหรับผู้ที่สนใจ ทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ และโดยเฉพาะ ผู้ที่ต้องการ ออกกำลังกาย แบบคาร์ดิโอ ที่ต้องการกระชับสัดส่วน รีดไขมัน หรือน้ำหนัก การชก มวยไทย ( Muay Thai ) ก็ถือว่าเป็น การออกกำลังกาย ที่ช่วยในเรื่องเหล่านี้ได้ ด้วยเหตุผล ดังต่อไปนี้

 

มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยเผาผลาญไขมันได้

 

การออกกำลังกายด้วย กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) จัดได้ว่าเป็นการออกกำลังกาย ในประเภท คาร์ดิโอ ( Cardio ) แบบ High Intensity Interval Training ( HIIT ) เนื่องจาก เป็นการออกกำลังกาย แบบหนักสลับเบาไปเรื่อย ๆ จากการชกมวย ต่อยมวย หรือออกอาวุธ รูปแบบต่าง ๆ โดยใช้เวลาไม่นาน  แต่จะสามารถเผาผลาญไขมันได้ดี

 

โดยรูปแบบของ การคาร์ดิโอ แบบ High Intensity Interval Training ของ มวยไทย ( Muay Thai ) จะมีข้อดีในเรื่องของ การเผาผลาญไขมันในร่างกาย ได้รวดเร็วกว่า การคาร์ดิโอ แบบ Long Intensity Steady State หรือ LISS ที่เป็น การออกกำลังกาย ที่ใช้แรงน้อยกว่า และในระยะเวลา ที่นานกว่า อีกด้วย

 

มวยไทย ( Muay Thai ) ได้ออกกำลังกายครบทุกส่วน

 

การออกกำลังกาย สไตล์ มวยไทย ( Muay Thai ) ไม่ได้มีแค่การใช้หมัด ชก ต่อยเท่านั้น แต่ยังมีการออกอาวุธอย่างการใช้ ขา เข่า และศอก ที่ช่วยให้ผู้ออกกำลังกาย ด้วยกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ได้ออกกำลังกาย ครอบคลุม ทุกส่วนของร่างกาย จากการออกอาวุธในส่วนต่าง ๆ ได้

 

ด้วยเหตุผลทั้ง 2 ประการนี้ การออกกำลังกาย ด้วยกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) จึงถือว่าเป็นอีกหนึ่ง ทางเลือกในการออกกำลังกาย สำหรับ ผู้ที่ต้องการออกกำลังกาย เพื่อลดน้ำหนัก รีดไขมัน หรือกระชับสัดส่วนของร่างกายได้ ที่สามารถเผาผลาญไขมันได้เป็นอย่างดี และครอบคลุม การใช้ กล้ามเนื้อในแต่ละส่วนของร่างกายได้

 

ทั้งนี้ ผู้ที่ต้องการ ออกกำลังกาย ด้วยกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ให้ได้ประสิทธิภาพในการ ลดน้ำหนัก รีดไขมัน หรือกระชับสัดส่วน ให้ดีที่สุด ต้องมีการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมในการใช้ชีวิต ในด้านอื่นร่วมด้วย ดังต่อไปนี้

 

ควบคุมอาหาร

 

ถึงแม้ว่าคุณจะ ออกกำลังกาย ด้วยกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) อย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่ได้ควบคุมอาหาร ที่เป็นต้นเหตุของ การเพิ่มน้ำหนักตัวของคุณได้ การชกมวย ต่อยมวยของคุณ อาจสูญเปล่าได้ โดยเฉพาะ การรับประทานอาหาร ประเภทแป้ง น้ำตาล และไขมัน ในปริมาณที่มากเกินไป ที่คุณควร ควบคุมปริมาณ ในการรับประทานอาหาร ประเภทเหล่านี้ให้ได้ และควรเน้นการทานโปรตีน ผัก และผลไม้แทน

 

พักผ่อนให้เพียงพอ

 

เมื่อเรา ออกกำลังกาย ด้วยกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) มาอย่างหนักหน่วง การพักผ่อน ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพื่อให้ร่างกายของเราได้มีการพักผ่อนที่เพียงพอ จึงจะทำให้ร่างกาย ได้มีการพักผ่อน และปรับเปลี่ยนสมดุลร่างกาย ขณะที่เรานอนหลับได้ โดยในแต่ละวัน ควรนอนหลับพักผ่อนให้ได้ต่อเนื่อง 7-9 ชั่วโมง

 

การออกกำลังกาย ด้วยกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ควบคุมอาหาร และพักผ่อนให้เพียงพอ 3 สิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งสำคัญ ที่ต้องปฏิบัติ ควบคู่กันไป เพื่อทำให้ การลดน้ำหนักของคุณ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพได้

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

การเดินแบบ ย่างสามขุม ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

คำศัพท์ น่ารู้ เกี่ยวกับ มวยไทย ( Muay Thai )

คำศัพท์ น่ารู้ เกี่ยวกับ มวยไทย ( Muay Thai )

คำศัพท์ น่ารู้ เกี่ยวกับ มวยไทย ( Muay Thai )

ในขณะที่ดูการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) คุณอาจจะเคยได้ยิน นักพากษ์มวย ใช้ คำศัพท์ บางอย่าง ที่เกี่ยวกับ มวยไทย และคุณอาจไม่เข้าใจกับความหมายของคำเหล่านั้นได้ วันนี้เราจึงได้รวบรวม คำศัพท์น่ารู้ ที่ใช้ในวงการมวยไทย เพื่อให้คุณเกิดความเข้าใจมากขึ้นกัน

 

มวยไทย ( Muay Thai ) ศิลปะการต่อสู้ ประจำชาติไทย ที่มีมาแต่โบราณ ที่ในปัจจุบัน ก็ยังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ในคนไทย และคนต่างชาติ และมวยไทย ( Muay Thai ) ก็ถูกนำไปใช้ในการแข่งขัน เชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างความบันเทิงให้กับผู้ที่ชื่นชอบ กีฬามวยไทย อีกด้วย เราจึงสามารถเห็น การแข่งขันมวยไทย ( Muay Thai ) ที่มีการฉายออกอากาศผ่าน ช่องโทรทัศน์ ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ อีกด้วย

 

ในการออกอากาศ การแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) ผ่านช่องทางโทรทัศน์ ที่มีรูปแบบการนำเสนอ ทั้งภาพ และเสียง ในการรับชม มวยไทย ( Muay Thai ) ให้ได้อรรถรสที่ดี และเกิดความเข้าใจมากที่สุด ผู้ชมมวย จึงควรรับ ทั้งภาพ และเสียง พร้อมกันไปด้วย

 

ในส่วนของ เสียงที่บรรยาย จะมี นักพากษ์มวย คอยพากษ์การต่อสู้รับส่งของ นักมวย ทั้ง 2 ฝ่าย อยู่ตลอดการแข่งขัน ซึ่งในการพากษ์ อาจมีคำศัพท์ บางอย่าง ในวงการ มวยไทย ( Muay Thai ) โดยเฉพาะ ที่ผู้ชมอาจไม่เข้าใจ ความหมายของคำนั้นได้ เราจึงรวบรวม คำศัพท์ เกี่ยวกับ การต่อสู้ มวยไทย และที่เกี่ยวข้อง มาให้ดูกันว่า แต่ละคำ มีความหมายว่าอย่างไรบ้าง ดังต่อไปนี้

 

ออกอาวุธ หมายถึง เป็นการใช้อวัยวะทั้ง 4 เช่น หมัด เท้า เข่า ศอก ในการโจมตีคู่ต่อสู้

เปลี่ยนเสิร์ฟ หมายถึง ราคาพลิกไปอีกมุมหนึ่ง

แต่งตัวช้า หมายถึง กว่าจะประกบตีเข่าได้นาน

เจาะยาง หมายถึง การเตะตัดขา

ยางรั่ว หมายถึง โดนเตะขา จนเจ็บยืนไม่ไหว

เก็บอาการ หมายถึง โดนอาวุธคู่ต่อสู้ แต่ไม่แสดงอาการออกมาว่าเจ็บ

ไร้ราคา หมายถึง มวยชนะกันขาด ไม่มีราคาก่อนจบการแข่งขัน

ซ้ายทั้งแถบ หมายถึง การออกอาวุธเตะต่อย ข้างซ้ายข้างที่ถนัดข้างเดียว

กระดูกคนละเบอร์ หมายถึง มวยคนละชั้น

เก็บอาวุธ หมายถึง การบังอาวุธของคู่ต่อสู้

ฉีดยา หมายถึง นักมวยเป็นรองคู่ต่อสู้ แต่ถ้าชนะได้รับเงินอัดฉีดจากเซียนมวย

ล็อคถล่ม หมายถึง พลิกล็อก มโหฬาร

ขึ้นชั้น หมายถึง นักมวยรุ่นน้องชกกับนักมวยรุ่นพี่ที่มีชื่อเสียงมาก่อน

กระดูกแข็งโป๊ก หมายถึง นักมวยที่มากไปด้วยประสบการณ์ ผ่านมาทุกเวที ทุกรูปแบบ

แจ้งเกิด หมายถึง นักมวยที่แพ้มากหลายไฟต์ติดต่อกัน แล้วเพิ่งมาชนะไฟต์ล่าสุด

ตีหัวเข้าบ้าน หมายถึง นักมวยที่รู้ว่า ตัวเองชนะ ไม่แลกอาวุธไม่เสี่ยง

เล่นเชิง หมายถึง ไม่เข้ามวยเตะต่อยเบา ๆ

สวมหมวกกันน๊อค หมายถึง การตั้งการ์ด บังหมัดคู่ต่อสู้ ปะทะส่วนหัว

ไล่ไม่จน หมายถึง นักชกที่เป็นรองเดินเข้าทำไม่ได้

ล้มมวย หมายถึง นักมวยที่พยายาม หรือตั้งใจ ทำให้ตนเองเป็นรอง และเป็นฝ่ายแพ้ในการชก ซึ่งการกระทำนี้ถือว่า ผิดกติกามวย และมีความผิดทางกฎหมายด้วย

ส่งซิก หมายถึง การส่งสัญญาณมือไปยัง นักมวย ซึ่งมีหลายกรณีด้วยกัน ทั้งเป็นการส่งสัญญาณให้กับนักมวยของตนเอง หรือรวมไปถึงการส่งสัญญาณไปถึงการล้มมวย

ดึงราคา หมายถึง ใช้เรียกนักมวยที่แกล้งชกให้ตัวเองเป็นรองแ ละกลับมาเป็นต่อในช่วงยกท้าย ๆ ได้

น็อกเอาท์ หมายถึง หมายถึง ทำให้คู่ต่อสู้เกิดอาการบาดเจ็บจากส่วนใดส่วนหนึ่งจนต้องล้มลงกับพื้นแล้วถูกกรรมการนับอาจไม่จำเป็นต้องถึง 10 หากว่านักมวยคนนั้นสู้ต่อไม่ไหว อาการเมื่อล้มลงไปแล้วไม่ดี

 

นี่เป็นเพียงแค่ คำศัพท์พื้นฐาน ส่วนหนึ่งของ ศัพท์มวยไทย ที่ใช้ในการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai) ซึ่งบางคนอาจจะไม่รู้จัก และไม่เคยได้ยินคำเหล่านี้ มาก่อนด้วยซ้ำ แต่จากนี้ไปถ้าได้ยินศัพท์เหล่านี้จากในโทรทัศน์ ก็คงไม่ต้องงงกันต่อไปแล้ว

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

การเดินแบบ ย่างสามขุม ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

อยากสลายหน้าท้องหันมาฝึก มวย ดูสิ

การเดินแบบ ย่างสามขุม ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

การเดินแบบ ย่างสามขุม ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

มวยไทยไชยา หนึ่งใน มวยไทย ( Muay Thai )โบราณ 4 ภาค จากภาคใต้ ที่มีเอกลักษณ์ในการเดินที่เรียกว่า ย่างสามขุม ซึ่งจะมีรูปแบบในการเดินอย่างไร มาติดตามกันครับ

 

 "เท้า" ( Foot ) หนึ่งในอวัยวะ ที่ใช้ในการ ออกอาวุธ สำหรับกีฬา มวยไทย ( Muaty Thai ) ในการเตะ และ ถีบ ไปยังคู่ต่อสู้ นอกเหนือจาก มือ (หมัด) ศอก และเข่า ซึ่งเท้า นอกจาก จะมีความสำคัญ ในการออกอาวุธแล้ว ยังมีความสำคัญ ในด้านการเคลื่อนไหวร่างกายในการต่อสู้ และรูปแบบการเคลื่อนที่เท้า ที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง สำหรับกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ที่มีมาแต่โบราณ ก็คือ ย่างสามขุม

 

ย่างสามขุม คืออะไร?

 

ย่างสามขุม คำว่า "ย่าง" คือ การเดิน ส่วนคำว่า "ขุม" ในที่นี่ เปรียบเสมือนหลุม หรือจุด สามขุม ก็คือ สามหลุมหรือสามจุดนั่นเอง การย่างสามขุม จึงหมายถึง การเดินจุด 3 จุด โดยการ เปลี่ยนตำแหน่ง ของเท้า จากจุดหนึ่ง ไปยังอีกจุดหนึ่ง

 

ย่างสามขุม หนึ่งใน แม่ไม้มวยไทยไชยา

 

การฝึกซ้อม มวยไทยไชยา ( Chaiya Muay Thai ) มวยโบราณของ ทางภาคใต้ ที่มีเอกลักษณ์ที่สำคัญอย่าง แม่ไม้มวยไทยไชยา ที่มีกระบวนท่าอยู่ 5 ชุด และแม่ไม้มวยไทยไชยา มี 7 ท่า ได้แก่

 

1. ปั้นหมัด

2. พันแขน

3. พันหมัด

4. กระโดดตบศอก

5. พันหมัดพลิกเหลี่ยม

6. เต้นแร้งเต้นกา

7. ย่างสามขุม

 

รวมไปถึง ยังมี เคล็ดลับในการป้องกันตัวใน มวยไทย ไชยา ( Muay Thai ) 4 ท่า คือ ป้อง ปัด ปิด และเปิด

 

วิธีการ ย่างสามขุม

 

วิธีการ คือ ตำแหน่งจุดยืนแรก จะต้องตั้งท่ากำหมัดสองมือ ให้หมัดซ้ายกำเข้าหาต้ว อยู่ในระดับตํ่ากว่าตาเล็กน้อยและศอกห่างลำตัว ส่วนหมัดขวาให้กำเข้าหาตัว อยู่ในระดับราวนม และศอกแนบลำตัว  การกำหมัด เข้าหาตัว จะทำให้พลังหมัดที่พุ่งออกไป มีแรงส่งกว่าหมัดที่กำออก ถ้าถนัดหมัดซ้ายให้หมัดขวาเป็นหมัดหน้า และหมัดซ้ายอยู่ในระดับราวนมการยืนให้ยื่นเปิดเท้าแบะออก ส้นเท้าทั้งสองห่างกันหนึ่งศอก ถนัดหมัดขวาให้เท้าซ้ายยื่นออก และหันข้างลำตัวเข้าหาคู่ต่อสู้ ถ้าถนัด ซ้ายให้ทำในทางกลับกัน

 

เทคนิคการตั้งท่า

 

การตั้งท่า จะต้องป้องปิด อย่างแนบเนียน ตั้งแต่บั้นเอวจนถึงศีรษะ แต่ช่วงล่างตั้งแต่บั้นเอวลงมาถึงเท้ายังมีช่องว่างอยู่ มวยไทย ( Muay Thai ) จึงต้องย่อตัว ลงเล็กน้อย และเผยอ ปลายเท้า ออกเล็กน้อน เพื่อให้หัวเข่าทั้งสองข้าง ไม่เกิดมุม ที่เสี่ยงต่อ อาการหัก หรือเคล็ด เมื่อถูกคู่ต่อสู้ใช้เท้าถีบขา และการย่อตัว เป็นการลดช่องว่าง ช่วงเอว อันเป็นส่วนอ่อ นระหว่าง ชายโครงกับ กระดูกเชิงกราน ให้แคบลงป้อง ปัดการเตะ ได้ง่าย

 

ประโยชน์ของ การเคลื่อนที่แบบ ย่างสามขุม

 

การย่างสามขุม มีการกำหนดจุด 3 จุด ที่ใช้ในการ เปลี่ยนตำแหน่ง ของเท้า เช่น เท้าซ้ายอยู่หน้า ให้เปลี่ยนไป อยู่ด้านหลัง เป็นการเปลี่ยนเหลี่ยม ของร่างกาย ซึ่งจะมี ประโยชน์ ทำให้ การเคลื่อนไหว เป็นไป อย่างคล่องแคล่ว และสามารถ ป้องปัดหลบหลีก สืบ ถอย ได้อย่างไม่เสียหลัก

 

การฝึกเคลื่อนที่ แบบการย่างสามขุม จะทำให้ ผู้ฝึกมวยไทย มีพื้นฐานที่ดี ในการใช้เท้าเคลื่อนที่ และมีฝึกการทรงตัว ของร่างกาย ได้เป็นอย่างดี และเพื่อเป็น พื้นฐาน สำหรับ การฝึก แม่ไม้มวยไทย ต่อไปได้

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

อยากสลายหน้าท้องหันมาฝึก มวย ดูสิ

เทคนิค การเคลื่อนไหว ของ นักชก มวยไทย ( Muay Thai )

อยากสลายหน้าท้องหันมาฝึก มวย ดูสิ

อยากสลายหน้าท้องหันมาฝึก มวย ดูสิ

สำหรับสาย ๆหรือ คุณผู้ชาย คนไหนที่กำลังลดหุ่นหรือรู้สึกว่าช่วงนี้ หน้าท้องของเรา มีความอ้วนจนเกินไป วันนี้เราจะมาแนะนำกีฬาที่จะช่วยให้เราผอมลงได้ นั่นก็คือการ ชกมวย หรือการฝึก มวย ไปดูดีกว่าว่าจะช่วยได้ยังไง

 

            สำหรับ กิจกรรม กีฬาการ ชกมวย หรือ กีฬาที่เรียกว่า มวย นั้น มันไม่ใช่แค่ กีฬาที่เห็น ทีวีทั่วไปแล้วแต่การชกมวย หรือ การต่อย มวยไทย ( Muay thai ) แต่มัน เป็นได้ทั้งการ ออกกำลังกาย แนวใหม่ที่กำลังฮิตอย่างมาก และตอนนี้สาว ๆก็ชอบมากมาดูกันว่า สาว ๆกับ หนุ่ม ๆ นั้นรู้หรือไม่ว่า  การที่ทำ กิจกรรม ชกมวย ต่อยมวย นั้นมันได้อะไรมากกว่าที่เราคิด และสำหรับ สาย ๆ หรือ หนุ่มที่กำลังมองหา วิธีการ ลดหน้าท้อง ลองมาอ่านบทความ ที่เรากำลังจะบอกแนวทาง การลด และต้องบอกเลยว่า ทั้งสนุก ทั้งมัน แถมมันยัง เป็นการได้ฝึก มวย ไปในตัวอีกด้วย ไปดูดีกว่าว่าจะมีวิธีไหนกันบ้าง 

 

การชก มวย มันให้อะไรกับเราบ้าง                                                                

 

ฝึกหรือหัด ชก มวยไทย ( Muay thai )  ได้ออกกำลังทุกส่วนของร่างกาย

 

            สำหรับ เป้าหมายของการต่อยมวย หรือ การชกมวย มันก็คือการ ที่ให้ เรานั้นได้ขยับ ทุกส่วนของร่างกายและได้ใช้งาน แถมนอกเหนือไปจากการกระตุ้นความแข็งแรงของร่างกาย ของเรา และ นั้นยังรวมไปถึง ระบบไหลเวียนโลหิตแล้ว การชกมวยยัง แถมไป ช่วยเพิ่มการฝึกทักษะที่เกี่ยวข้องอย่าง การทรงตัว การทำงานประสานกันของอวัยวะ ปฏิกิริยาตอบโต้และความคล่องตัว ได้อีกด้วย

 

ชก มวยไทย ( Muay thai )  ช่วยให้หน้าท้องแบบราบ ด้วยนะ

 

            สำหรับ ใครที่ อยากมีซิกซ์ แพ็คชัด ๆ หรือ ยากมีหน้าท้องที่แบนราบ ลองเลิก ซิทอัพ แล้วหันมาต่อย มวย ดูสิ เพราะ รู้หรือไม่ว่า การทีเรานั้น ทำกิจกรรม ชกมวย จำเป็นต้องใช้กล้ามเนื้อแกนกลาง ในส่วนของลำตัว ที่สูงอย่างมาก ต้องบิดสะ โพกเพื่อเพิ่มแรง และ ทำการ ส่งให้ออกหมัดได้ หนักขึ้น และ ยังไป เผาผลาญพลังงาน ได้มากกว่าการนอนซิทอัพ กับพื้นและ  เมื่อแกนกลางลำตัวแข็งแรง และ เมื่อมันทำการ เผาผลาญไขมันได้มากขึ้น กล้ามท้อง ที่สาว ๆอยากจะมีก็ไม่ยาก แถม ยังทำได้รวดเร็ว อีกด้วย นั่นเอง

 

ฝึก มวยไทย ( Muay thai ) ช่วยพัฒนาร่างกายอย่างต่อเนื่อง ได้อย่างรวดเร็ว

 

            การชกมวย หรือ การ ฝึก มวย นั้น มันไม่มีกฎตาย ตัวว่าต้องออกหมัด ไหนก่อน หรือ คงวรที่จะ อับเปอร์คัสจังหวะไหน แต่ต้องเดาทางคู่ชกให้ถูก และต้อง ตามหาจังหวะในการชกเอง และ ทำให้เกิดความท้าทายตลอดเวลา เกิดการเรียนรู้ใหม่ ๆ อยู่เสมอ ดังนั้น มันก็จะ หมายความว่า กล้ามเนื้อ จะถูกปลุกให้ตื่นตัวตลอดเวลา และ ร่างกายจึงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง นั่นเอง

 

ฝึกมวยไทย ( Muay thai ) คือการคาร์ดิโอร่างกายส่วนบน

 

            การ ที่เราจะ ออกกำลังกาย แบบคาร์ดิโอทั่ว ๆ นั้น คนส่วนใหญ่ ที่ออกก็จะ ไปเน้นการ ออกำลังกาย ช่วงล่าง แต่ รู้หรือไม่ว่า สำหรับ การ ชกมวย มันจำเป็นต้องอาศัยการเคลื่อนไหว ของร่างกาย ของเรา ในส่วนบนมากกว่า ทำให้เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับสาว ๆ และใครที่กำลัง มองหาการ ออกกำลังกาย แบบผสมผสานหรือ Cross-Training เมื่อเรานั้น เบื่อการวิ่งหรือปั่นจักรยาน หรือ อยากคาร์ดิโอ แต่ไม่อยากใช้ขามากเกินไป ต้องันมาลอง ออกกำลังกาย แบบการ ชกมวย บอกเลยว่า ช่วยได้มากอย่างแน่นอน 

 

            เห็นไหมว่า การออกกำลังกาย ไม่ได้มีการออกกำลังกาย แค่รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง หลายคนอาจจะเลือกการ ออกกำลังกาย ในการวิ่ง หรือ บางคน อาจจะว่ายน้ำ มันก็อยู่ที่คนอยากทำกิจกรรมนั้น ๆ แต่สำหรับใครที่อยาก ออกกำลังกาย แบบ มันๆสนุก ๆ เราอยากแนะนำ มวยไทย ที่บอกเลยว่าช่วยให้ความฝัน ที่เรา อยากผอม อยากมีหน้าท้องที่แบนราบ ก็สามารถทำฝันนั้นให้เป็นจริง ได้อย่างรวดเร็ว นั่นเอง

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

การออกอาวุธด้วย ศอก ตามฉบับ มวยไทย

เทคนิค การเคลื่อนไหว ของ นักชก มวยไทย ( Muay Thai )

เทคนิค การเคลื่อนไหว ของ นักชก มวยไทย ( Muay Thai )

เทคนิค การเคลื่อนไหว ของ นักชก มวยไทย ( Muay Thai )

ใครที่เคยดูรายการ มวยไทย ( Muay Thai ) ผ่านช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะดูสด หรือ ดูย้อนหลัง แล้วเห็น การเคลื่อนไหว ต่าง ๆ ของนักชก กันมาบ้างแล้วใช่ไหมคะ วันนี้เราจะมาสอนเกี่ยวกับ เทคนิค การเคลื่อนไหว ของ มวยไทย ( Muay Thai ) กันค่ะ

 

มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นนอกจากศิลปะการใช้ หมัด เท้า เข่า ศอก ที่เราได้พูดถึงกันไปในหลาย ๆ บทความแล้ว ยังมีในเรื่องของ การเคลื่อนที่ หรือ การเคลื่อนไหว ที่เป็นพื้นฐาน ของการใช้แม่ไม้ มวยไทย ( Muay Thai ) ทั้งการรุก และ การรับ โดยการเคลื่อนที่ หรือ การเคลื่อนไหว ในการฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) มีดังนี้

 

 1. การเคลื่อนไหว ของ มวยไทย ( Muay Thai ) ในการรุก และ ถอย แบบเป็นเส้นตรง

การเคลื่อนที่ หรือ การเคลื่อนไหว การรุก หรือ ถอย แบบเดินหน้า หรือ ถอยหลัง โดยการลากเท้า ของ มวยไทย ( Muay Thai ) คือ ถ้ารุกไปข้างหน้า จะเดินหน้า และ ให้เท้าหลังลากตาม เป็นจังหวะ โดยอาจยกเท้า หรือ ไม่ยกก็ได้ ในขณะที่เวลาถอย จะใช้แรงส่งจากเท้าหน้า ให้เท้าหลังก้าวออกไป แล้วเท้าหน้าก้าวตามเป็นจังหวะ โดยอาจยกเท้า หรือ ไม่ยกก็ได้

 

 2. การเคลื่อนไหว ของ มวยไทย ( Muay Thai ) ในการรุก และ ถอยฉาก

การเคลื่อนที่ หรือ การเคลื่อนไหว ในการรุกเป็นมุมฉาก ของ มวยไทย ( Muay Thai ) คือ การเพิ่มจาก การรุกธรรมดา โดยใช้เท้าที่ไม่ถนัดตั้งนำ เท้าที่ถนัดส่งตาม ต่อจากนั้นใช้เท้า ที่ไม่ถนัด ลากออกไปด้านข้าง ส่งเท้าที่ถนัดตามไป อยู่ด้านหน้าเท้าที่ไม่ถนัด

 

 3. การเคลื่อนไหว ของ มวยไทย ( Muay Thai ) ในการเคลื่อนที่เป็นวงกลม

การเคลื่อนที่ หรือ การเคลื่อนไหว ในการเคลื่อนที่เป็นวงกลม ของ มวยไทย ( Muay Thai ) คือ การเคลื่อนที่โดยใช้การรุก และ การถอย แบบการเคลื่อนที่ ของแบบเท้าธรรมดา ในลักษณะเท้านำเท้าตาม ที่เคลื่อนที่ไปด้านหน้า ด้านหลัง ไปทางซ้าย หรือ ไปทางขวา ซึ่ง การเคลื่อนที่ หรือ การเคลื่อนไหว เป็นวงกลม ให้เคลื่อนที่ตามคู่ต่อสู้ ไปเป็นวงกลม ถ้าจะรุก หรือ ถอยให้ใช้แบบการรุก และ ถอยแบบธรรมดา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโอกาส ของการเคลื่อนที่ด้วย

 

 4. การเคลื่อนไหว ของ มวยไทย ( Muay Thai ) แบบ การก้าวย่าง

- การก้าวย่าง ของ มวยไทย ( Muay Thai ) คือ การเดิน หรือ ลากเท้า ใช้ในโอกาสทั้งรุก และ ถอย ลักษณะการก้าวย่างใน มวยไทย ( Muay Thai ) นั้น คือ การยกเข่าขึ้นสูง พร้อมทั้งยกแขนขึ้นเป็นแนว การยกเข่าขึ้นให้ติดกับศอก หรือ เกือบติดกับศอก เข่าที่ยกอาจยกก่อน แล้วลากเท้า การเคลื่อนที่ลักษณะนี้เรียกว่า การก้าวย่าง บางครั้งอาจลากเท้า ไปข้างหน้าก่อนยกเข่าขึ้น ซึ่งการที่ยกเข่าขึ้นติดศอก เป็นการป้องกันคู่ต่อสู้ บางครั้ง ใน มวยไทย ( Muay Thai ) อาจทำสลับกันได้ ทั้งด้านซ้ายนำ และ ขวานำ

 

 - การย่างสามขุม ใน สังเวียน มวยไทย ( Muay Thai ) มักได้ยินกันบ่อย ซึ่งจริง ๆ แล้วมันคือ การเดินจุด 3 จุด โดยการเปลี่ยนตำแหน่งของเท้า การเดินให้กำหนดจุด ที่ใช้ในการเปลี่ยนตำแหน่งของเท้า หรือ เป็นการเปลี่ยนเหลี่ยม ของร่างกายนั่นเอง ซึ่งการฝึก การเคลื่อนที่ หรือ การเคลื่อนไหว แบบ ย่างสามขุมให้ชำนาญ แบบ นักชก มวยไทย ( Muay Thai )  มืออาชีพนั้น จะต้องฝึกการย่ำ การก้าวย่าง และ การย่างสามขุม สามารถนำไปใช้ป้องกัน หลบหลีก บ้างก็ใช้ในการรับ หรือ การรุก

 

- การย่างสุขเกษม ใน สังเวียน มวยไทย ( Muay Thai ) การเคลื่อนที่ โดยการก้าวเท้า ออกไปด้านนอกตัว พร้อมกับการยกตัว ใช้มือปัดลงมาข้างล่าง ในขณะที่อีกมือหนึ่ง ยกขึ้นระดับใบหน้า เพื่อป้องกันอาวุธ ส่วนมือที่ปัดลงมา ใช้ปัดป้องกันในกรณีที่ คู่ต่อสู้ถีบมาหาเรา ในการฝึก การเคลื่อนที่ หรือ การเคลื่อนไหว การย่างสุขเกษม จะต้องบิดสะโพกตามไปด้วย พร้อมกับปัดมือล่างให้ผ่านลำตัว ส่วนเท้าเคลื่อนที่ก้าวไป พร้อมกับการปัดมือผ่านลำตัว

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

กระสอบทราย อุปกรณ์ สำคัญ การซ้อม มวยไทย ( Muay Thai )

ออกกำลังกาย ตาม นัก มวยไทย มืออาชีพ

 

ท่าการใช้เท้า ใน มวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อจัดการคู่ต่อสู้

ท่าการใช้เท้า ใน มวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อจัดการคู่ต่อสู้

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ วันนี้เราจะมาแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกับ ท่าการใช้เท้า หรือ การเตะ ถีบ ใน มวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อจัดการคู่ต่อสู้อย่าง รุนแรง และ เด็ดขาด กันค่ะ

 

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นศิลปะการต่อสู้ คือ ศาสตร์การใช้อวัยวะ ในร่างกายเป็น อาวุธ เพื่อป้องกันตัว และ จู่โจมคู่ต่อสู้ การเตะ หรือ ถีบ ก็ถือเป็นอาวุธยาว และ หนักหน่วงที่สุด ที่ใช้ได้ทั้งในเกมรุก และ เกมรับ บ่อยครั้งเราจึงเห็นนักสู้ บนสังเวียน มวยไทย ( Muay Thai ) งัดเอาลูกเตะออกมาโชว์อย่างงดงาม และ วันนี้เราจะมาแนะนำ การเตะ ของนักชกหลาย ๆ คนที่รุนแรงใช้จัดการ คู่ต่อสู้ ให้อยู่หมัด

 

1 เตะกลับหลัง ( Spinning Back Kick )

ท่าเตะกลับหลัง ( Spinning Back Kick ) กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำตัว ของอดีตแชมป์โลก ONE รุ่นไลต์เวต Landslide เอดูอาร์ด โฟลายัง ผู้สร้างชื่อในฐานะ นักกีฬาวูซู ที่เก่งที่สุดในโลก การฟาดส้นเท้า เตะกลับหลัง ( Spinning Back Kick ) อย่างรวดเร็วกลางลำตัว หรือ ศีรษะ ของฝ่ายตรงข้าม มีอานุภาพทำลายล้างร้ายแรง อาจถึงขั้นน็อกคู่ต่อสู้ได้เลยทีเดียว

 

2 เตะข้าง ( Side Kick )

การเตะข้าง ( Side Kick ) ถือเป็นอาวุธเอนกประสงค์ ที่หวังผลได้ทั้งในการโจมตี และ การป้องกันตัว ซึ่งแชมป์โลก ONE รุ่นสตรอว์เวต The Passion โจชัว พาซิโอ มักใช้ การเตะข้าง ( Side Kick ) อยู่บ่อยครั้ง ความอันตรายของลูกเตะนี้ อยู่ที่การทำให้คู่ต่อสู้เสียหลัก จนไม่สามารถป้องกันตัว จากการโจมตีซ้ำได้ หรือ ถ้าเตะเข้าเป้าในจุดสำคัญ อย่างท้อง หรือ ชายโครง ก็มีอันจบเกมไว แบบไม่ต้องให้กรรมการนับเลยทีเดียว

 

3. เตะด้วยแข้ง ( Roundhouse Kick )

การเตะด้วยแข้ง ( Roundhouse Kick ) คือ การเตะโดยใช้เท้า วาดขึ้นขนานกับพื้น พร้อมกับบิดสะโพก และ ฟาดแข้ง ลงบนเป้าหมาย ที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นส่วนล่าง ส่วนกลางลำตัว ก้านคอ หรือ ศีรษะ เตะด้วยแข้ง ( Roundhouse Kick ) เป็นอาวุธสุดอันตราย ที่นักมวยไทยส่วนใหญ่นำมาใช้ อย่างเช่นเจ้าของฉายา ซ้ายสโลไลฟ์ เพชรดำ เพชรยินดีอะคาเดมี ที่ใช้พลังแข้ง อันหนักหน่วง เตะด้วยแข้ง ( Roundhouse Kick ) น็อกคู่แข่ง แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

 

4. ถีบ ( Push Kick )

ถีบ ( Push Kick ) คือการเตะชนิดหนึ่ง มักถูกใช้เป็นเทคนิคป้องกันตัว แต่นักสู้บางคน ก็สามารถใช้ ถีบ ( Push Kick ) นี้เป็นอาวุธ โจมตีคู่ต่อสู้ ให้ผงะไปได้เหมือนกัน อย่างเช่นที่อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย ( Muay Thai ) รุ่นฟลายเวต The General โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี เอา ถีบ ( Push Kick ) มาใช้ต่อกรกับ ดิ ไอรอนแมน รถถัง จิตรเมืองนนท์ ทำเอาจอมบู๊ชาวไทย หงายหลังไปไม่เป็นเลยทีเดียว

 

5. เตะตัดล่าง ( Low Kick )

ไม่ว่าจะในกีฬา การต่อสู้แบบผสมผสาน ( MMA ) หรือ มวยไทย ( Muay Thai ) การเตะตัดล่าง ( Low Kick ) สามารถเปลี่ยนเกมได้ เป้าของการ เตะตัดล่าง ( Low Kick ) อยู่ที่ขาพับด้านใน และ นอก หาก เตะตัดล่าง ( Low Kick ) ได้อย่างแม่นยำ และ หนักหน่วง ก็สามารถสร้างความเสียหาย ให้แก่คู่ต่อสู้ จนอาจไปต่อไม่ได้เลยทีเดียว

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

บุคคลสำคัญ มวยไทย ( Muay Thai ) แต่ละยุคสมัย

เครื่องแต่งกายมวยไทยโบราณ

 

การวางท่าร่างกาย แบบ มวยไทย เพื่อเตรียมพร้อมต่อสู้

การวางท่าร่างกาย แบบ มวยไทย เพื่อเตรียมพร้อมต่อสู้

ในการเรียนวิชา มวยไทย ( Muay Thai ) ก่อนที่นักมวย หรือผู้เรียน จะฝึกการออกหมัด ออกอาวุธ เพื่อใช้ในการต่อสู้ จำเป็นต้องจัดวางท่าร่างกายให้ถูกต้องเสียก่อน ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

 

การตั้งท่า

 

ขั้นแรกของการวางท่า เรียกว่า “การตั้งท่า” ซึ่งในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) มักเรียกว่า “การจด” เป็นการยืนตั้งท่าแบบมวยไทย ( Muay Thai ) โดยเป็นการยืนปักหลัก เพื่อจะเตรียมการใช้หน้ายัน หรือการเหน็บ บางครั้งต้องอาศัยเท้าหลังในการทรงตัวขณะใช้เท่าหน้าถีบหรือเตะ การจดมวยนั้น เท้าหลังวางเกือบขวางกับแนวต้านทาน หรือแนวที่คู่ชก จะทุ่มน้ำหนักเข้ามา และเยื้องเป็นมุมกับเท้าหน้า ซึ่งในมวยสากล เท้าหน้ากับเท้าหลัง แนวชี้เกือบจะชี้ตรงไปข้างหน้า

 

การวางเท้า ให้เริ่มจากระยะห่างในการวางเท้า ให้วางเท้าทั้ง 2 ข้างห่างกันประมาณช่วงไหล่ ให้วางเท้าข้างที่ไม่ถนัดไว้ด้านหน้า ปลายเท้าชี้ไปข้างหน้า ส่วนเท้าข้างที่ถนัดวางเป็นเท้าหลัง วางเท้าให้แบะออกมาทางด้านข้าง เนื่องจาก ต้องใช้เท้าในการรับน้ำหนักตัว  สิ่งสำคัญในการวางเท้า คือ ส้นเท้าทั้ง 2 ข้างต้องเปิดขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการเคลื่อนไหว

 

การกำหมัด

 

เป็นทักษะพื้นฐานที่ต้องเรียนรู้ให้ถูกวิธี เพราะการกำหมัดที่ถูกต้องนั้น สามารถช่วยป้องกันไม่ให้กระดูกข้อมือหรือนิ้วมือหัก เมื่อชกไปยังเป้าหมาย ทั้งยังเป็นอาวุธสำคัญที่ใช้ในการพิชิตคู่ต่อสู้ โดยวิธีการกำหมัดที่ถูกต้อง ให้ทำตามขั้นตอน ดังนี้

 

1. ให้ยกมือทั้ง 2 ข้างแล้วกำ นิ้วชี้ , นิ้วกลาง , นิ้วนาง และนิ้วก้อย ไว้ที่ฝ่ามือให้แน่น โดยให้นิ้วทั้ง 4 นิ้วเรียงชิดติดกัน

 

2. ใช้นิ้วหัวแม่มือ วางลงบนนิ้วชี้และนิ้วกลาง แล้วกำหมัดให้แน่น

 

ข้อแนะนำในการกำหมัด คือ ควรเกร็งข้อมือให้เป็นแนวเดียวกันตลอด ไม่ควรงอหรือปล่อยตามสบาย เพราะจะเกิดอันตรายเมื่อชกหรือกระแทก โดยในการชกให้ใช้ " สันหมัด " ซึ่งอยู่บริเวณข้อดัน หรือข้อแรกของนิ้วมื้อทั้ง 4 ที่ถูกกำลง คือ นิ้วชี้ , นิ้วกลาง , นิ้งนาง และนิ้วก้อย ปะทะไปยังเป้าหมายเท่านั้น

 

จากนั้น ให้วางหมัด โดยใช้หมัดหน้า ข้างเดียวกับเท้าหน้า ให้ยกหมัดขึ้นสูงในระดับหางคิ้ว ลดหมัดลงมาทางด้านที่หันไปเล็กน้อย ระยะห่างจากคิ้ว ไม่ควรเกิน 1 คืบ สิ่งที่สำคัญในการวางหมัดหน้า คือ ควรรักษาข้อศอกให้พอประมาณไม่ห่างจากชายโครงมากเกินไป เพราะจะเป็น การเปิดโอกาสให้ คู่ต่อสู้โจมตีได้ง่าย

 

การวางลำตัว

 

ควรวางลำตัวให้ เหยียดตรง ปล่อยตัวตามสบาย ไม่งอเข่า ไม่ก้มลำตัว ไม่เกร็ง หันไหล่ด้านหน้า ให้เกือบเป็นแนวเดียวกันกับ ไหล่ด้านหลัง ลักษณะคล้ายหั นด้านข้างให้คู่ต่อสู้ ในแนวเดียวกับเท้า ทั้ง 2 ข้าง เพื่อให้คู่ต่อสู้เห็นลำตัวให้น้อยที่สุด เพื่อป้องกัน จุดสำคัญ จากการโจมตี ของคู่ต่อสู้

 

การตั้งท่า วางตำแหน่งอวัยวะ แต่ละส่วน ทั้งการวางหมัด วางเท้า และการวางลำตัวให้ถูกต้อง จะช่วยให้นักมวย จัดระเบียบร่างกายได้อย่างเหมาะสม ตั้งท่าพร้อมที่จะโจมตีคู่ต่อสู้ และป้องกันการโจมตีจากคู่ต่อสู้ได้เป็นอย่างดี การจัดท่าเหล่านี้ ไม่ใช่เรื่องยาก หากทำการฝึกจัดท่าบ่อย ๆ จะช่วยทำให้จัดท่าทางได้เป็นอย่างเร็วเร็วได้

 

สำหรับ ในการแข่งขันกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ในขณะที่นักมวยอยู่บนเวที และทำการต่อสู้อยู่ มักจะทำการพักอยู่ในท่าทางเหล่านี้ โดยขาจะยกย่ำสลับไปมาซ้ายขวา ให้พร้อม สำหรับการเคลื่อนไหว เพื่อออกอาวุธไปยังคู่ต่อสู้ฝ่ายตรงข้าม รวมถึง พร้อมรับกับการออกอาวุธจากฝ่ายคู่ต่อสู้ อีกด้วย

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ขั้นตอนของ นักมวย ก่อนเข้าแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai )

แนะนำ ท่า มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ใช้ต่อสู้ได้ ใช้ออกกำลังกายก็ดี

ขั้นตอนของ นักมวย ก่อนเข้าแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai )

ขั้นตอนของ นักมวย ก่อนเข้าแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai )

ในวันที่ทำการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) ก่อนทำการแข่งขันจริง นักมวย จะต้องผ่านขั้นตอนใดมาบ้าง ก่อนการแข่งขัน มาติดตามกันครับ

 

ก่อนทำการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) ในวันแข่งขันจริง นักมวยที่ต้องการเข้าแข่งขัน จะต้องผ่านขั้นตอน ดังต่อไปนี้

 

การตรวจสุขภาพ

 

ก่อนการทำการแข่งขัน สิ่งที่สำคัญมากที่สุด คือ ความปลอดภัยของนักมวย นักมวยที่จะได้รับการเข้าแข่งขันได้นั้น จะต้องได้รับการตรวจสุขภาพจากแพทย์ โดยนักมวยต้องได้รับการตรวจสุขภาพร่างกาย อย่างน้อย 3 ชั่วโมง แต่ไม่เกิน 12 ชั่วโมงก่อนการแข่งขัน

 

การตรวจสุขภาพนักมวย แพทย์ต้องทำการตรวจนักมวย อย่างน้องตามมาตรฐาน ดังต่อไปนี้

  • อุณหภูมิของร่างกาย
  • ความดันโลหิต
  • ชีพจร
  • การเต้นของหัวใจ
  • ตา หู จมูก คอ และช่องปาก
  • ตับ ม้าม
  • แขน ขา กระดูกข้อมือ ข้อเท้า ซี่โครง มือ และเท้า
  • การตอบสนองต่อระบบประสาท
  • สภาพทั่ว ๆ ไป

 

หากแพทย์ได้ทำการตรวจสุขภาพของนักมวยเรียบร้อย จะทำการแจ้งผลตรวจ หรือคำรับรองการตรวจสุขภาพให้นักมวย และนายสนามมวยทราบทุกครั้ง ในกรณีที่นักมวย ไม่ผ่านการรับรองจากแพทย์ข้อใดข้อหนึ่ง นักมวยจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าทำการแข่งขัน แต่หากได้รับความเห็นชอบจากแพทย์ นักมวยจะได้รับการตรวจ สารต้องห้ามในนักมวยต่อไป โดยแพทย์สนาม

 

การชั่งน้ำหนักตัว

 

ตามระเบียบและกติกามาตรฐาน สำหรับการแข่งขันกีฬามวย ได้มีข้อกำหนดเรื่อง การชั่งน้ำหนักตัว ดังนี้

 

1. นักมวยต้องชั่งน้ำหนักตัว โดยปราศจากเครื่องแต่งกาย หรือสวมกางเกงชั้นในที่ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก ในวันแข่งขันภายในเวลา 08:00 - 10:00 น. โดยนายสนามมวย อาจเปลี่ยนแปลงกำหนดระยะเวลาดังกล่าวได้ หากมีเหตุผลที่เหมาะสม

2. ก่อนชั่งน้ำหนักตัว นักมวยต้องได้รับการตรวจจากแพทย์ และได้รับการรับรองว่ามีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์

3. ให้หัวหน้าค่ายมวย ผู้จัดการ หรือผู้แทนนักมวยทั้ง 2 ฝ่ายมีสิทธิร่วมตรวจการชั่งน้ำหนัก

 

การแต่งกาย

 

คณะกรรมการกีฬามวย ได้ออกระเบียบ และกติกามาตรฐาน ที่ใช้สำหรับ การแข่งขันกีฬามวย โดยได้กำหนด การแต่งกายของ นักมวย ที่เข้าแข่งขัน ดังต่อไปนี้

 

1. ต้องสวมกางเกงขาสั้น เพียงครึ่งโคนขา ให้เรียบร้อย ไม่สวมเสื้อ และรองเท้า นักมวยมุมแดง ให้กางเกงสีแดง ชมพู สีเลือดหมู หรือสีขาวที่มีแถบแดงคาด นักมวย มุมน้ำเงิน ใช้กางเกงสีน้ำเงิน และสีดำ ห้ามคาดแถบสีแดง และต้องสวมเสื้อคลุม ตามข้อบังคับ สภามวยไทยโลก ( WBC Muay Thai )

2. ต้องสวมกระจับ ที่ทำขึ้นจาก วัสดุแข็งแรงทนทาน และได้รับ การรับรองจาก สภามวยไทยโลก ( WBC Muay Thai ) เมื่อถูกตีด้วยเข่า หรืออาวุธในการต่อสู้อย่างอื่น ตรงบริเวณอวัยวะเพศ จะไม่ทำให้เกิดอันตราย การผูกกระจับ ต้องผูกปมไว้ด้านหลัง และต้องผูกด้วยเงื่อนตาย เก็บปลายเชือกส่วนที่เหลือให้เรียบร้อย

3. ไม่ไว้ ผมยาวรุงรัง และห้ามไว้เครา อนุญาตให้ไว้หนวดได้ แต่ต้องยาว ไม่เกิน ริมฝีปาก

4. เล็บเท้า ต้องตัดให้เรียบ และสั้น

5. ต้องสวมมงคล ผ้าประเจียด หรือ รัดเกล้า เฉพาะเวลา ร่ายรำไหว้ครู ก่อนทำ การแข่งขันเท่านั้น เครื่องรางอนุญาต ให้ผูกที่โคนแขน หรือเอว แต่ต้องหุ้มผ้า ให้มิดชิด เรียบร้อย เพื่อป้องกัน มิให้ เกิดอันตราย แก่คู่แข่งขัน

6. อนุญาตให้ใช้ ปลอกยืดรัดข้อเท้ากันเคล็ด สวมข้อเท้าได้ข้างละไม่เกิน 1 อัน แต่ห้ามมิให้เลื่อนปลอกรัดขึ้นไปเป็นสนับแข้ง หรือม้วนพับลงมา และห้ามใช้ผ้ารัดขาและข้อเท้า

7. ห้ามใช้เข็มขัด หรือเครื่องประดับ ที่เป็นวัสดุ ที่ทำให้เกิดอันตราย

8. ห้ามใช้ น้ำมันวาสลิน , น้ำมันร้อน , ไขสมุนไพร หรือสิ่งอื่น ที่ทำให้ คู่แข่งขัน เสียเปรียบ หรือเป็นที่น่ารังเกียจทา บริเวณร่างกาย หรือนวม

9. ฟันยาง ผู้แข่งขันต้องใส่ฟันยาง

 

การไหว้ครู

 

ก่อนเริ่มการแข่งขัน นักมวยต้องร่ายรำไหว้ครู ตามประเพณีอันดีงามของ มวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อแสดงความเคาระต่อครู บิดา มารดา รวมทั้ง เป็นการขอพรต่ออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตามความเชื่อให้คุ้มครองให้ตนได้รับความปลอดภัยในการแข่งขัน โดยการรำไหว้ครูเริ่มจากนั่ง กราบเบญจางคประดิษฐ์ คุกเข่าถวายบังคม ขึ้นพรหมนั่ง-ยืน ท่ารำ มวยไทย ( Muay Thai ) อาจมีการเดินแปลง ย่างสามขุม การรูดเชือก การบริกรรมคาถา เพื่อสำรวจ ทักทายหรือข่มขวัญซึ่งแตกต่างกันไปตามแต่ละค่ายมวย

 

นอกจากนี้ การไหว้ครู ยังเป็นการอบอุ่นร่างกายของนักมวย เพื่อร่างกายเตรียมพร้อม สำหรับการแข่งขันอีกด้วย เมื่อนักมวย ทำการไหว้ครูเสร็จแล้ว ต้องนำมงคลออกจากศีรษะ และให้เริ่มทำการแข่งขันได้

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

แนะนำ ท่า มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ใช้ต่อสู้ได้ ใช้ออกกำลังกายก็ดี

เทคนิค การเพิ่มน้ำหนัก ด้วย อาหาร ของนัก มวยไทย

แนะนำ ท่า มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ใช้ต่อสู้ได้ ใช้ออกกำลังกายก็ดี

แนะนำ ท่า มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ใช้ต่อสู้ได้ ใช้ออกกำลังกายก็ดี

เพื่อน ๆ หลาย ๆ คนที่สนใจ มวยไทย ( Muay Thai ) คงจะสงสัยกันไม่น้อยใช่ไหมล่ะคะว่า มีท่าอะไรบ้าง วันนี้เราจึงจะมา แนะนำ ท่า มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ใช้ต่อสู้ได้ ใช้ออกกำลังกายก็ดี ให้เพื่อน ๆ รู้จักกันค่ะ

 

แม่ไม้ มวยไทย ( Muay Thai ) คือ การผสมผสาน การใช้อาวุธ หมัด เท้า เข่า ศอก เพื่อ การรุก หรือ การรับ ในการต่อสู้ มวยไทย ( Muay Thai ) ซึ่งการจะใช้ศิลปะ แม่ไม้ มวยไทย ( Muay Thai )  ได้อย่างชำนาญนั้น จะต้องฝึกฝนการใช้ หมัด เท้า เข่า ศอก เบื้องต้น ให้คล่องแคล่วเสียก่อน จากนั้นจึงหัดใช้ ท่าผสมผสานกันไป รวมถึงการหลบหลีก จึงได้มีการดัดแปลง ให้ง่ายต่อการนำไปใช้ ด้วยการตั้งชื่อท่า มวยไทย ( Muay Thai ) ตามลักษณะ ท่าทาง ให้จดจำได้ง่ายยิ่งขึ้นนั่นเอง

 

15 ท่า แม่ไม้ มวยไทย ( Muay Thai ) เบื้องต้น ง่าย ๆ ใช้ต่อสู้ได้ ใช้ออกกำลังกายก็ดี

1. แม่ไม้ มวยไทย ท่า สลับฟันปลา ( รับวงนอก )

2. แม่ไม้ มวยไทย ท่า ปักษาแหวกรัง ( รับวงใน )

3. แม่ไม้ มวยไทย ท่า ชวาซัดหอก ( ศอกวงนอก )

4. แม่ไม้ มวยไทย ท่า อิเหนาแทงกริช ( ศอกวงใน )

5. แม่ไม้ มวยไทย ท่า ยอเขาพระสุเมรุ ( ต่อย ตั้งหมัดต่ำ ก้มตัว 45 องศา )

6. แม่ไม้ มวยไทย ท่า ตาเถรค้ำฟัก ( ต่อยคาง หมัดสูง ก้มตัว 60 องศา )

7. แม่ไม้ มวยไทย ท่า มอญยันหลัก ( รับต่อยด้วยถีบ )

8. แม่ไม้ มวยไทย ท่า ปักลูกทอย ( รับเตะด้วยศอก )

9. แม่ไม้ มวยไทย ท่า จระเข้ฟาดหาง ( รับต่อยด้วยเตะ )

10. แม่ไม้ มวยไทย ท่า หักงวงไอยรา ( ถองโคนขา )

11. แม่ไม้ มวยไทย ท่า นาคาบิดหาง ( บิดขาจับตีเข่าที่น่อง )

12. แม่ไม้ มวยไทย ท่า วิรุฬหกกลับ ( รับเตะด้วยถีบ )

13. แม่ไม้ มวยไทย ท่า ดับชวาลา ( ปัดหมัดต่อยตอบ )

14. แม่ไม้ มวยไทย ท่า ขุนยักษ์จับลิง ( รับ-เตะ-ต่อย-ถอง )

15. แม่ไม้ มวยไทย ท่า หักคอเอราวัณ ( โน้มคอตีเข่า )

 

หากเพื่อน ๆ สนใจใน มวยไทย ( Muay Thai ) แล้วกำลังหาที่เรียนอยู่เราขอแนะนำ ที่ เจริญทองมวยไทย ข้าวสาร ( Jaroen Thong Muay Thai Kaosan ) ที่นี่มีบริการสอน มวยไทย ( Muay Thai ) ให้กับทุก ๆ คน เริ่มสอนตั้งแต่ ขั้นพื้นฐาน ต่อให้ไม่รู้จัก มวยไทย ( Muay Thai ) เลย ก็สามารถ มาเรียน มาฝึก ที่นี่ได้ เพราะมีครูฝึกที่เก่ง และ มีประสบการณ์ ในการสอน มวยไทย ( Muay Thai ) มามากมาย คอยช่วยเหลือ และ ถ่ายทอดความรู้ ให้กับเพื่อน ๆ หรือ นักเรียน ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นท่าทางที่ถูกต้อง การใช้ หมัด เท้า เข่า ศอก การวอร์มอัพ ก่อนเริ่มเล่น การหายใจ คุณครู และ พนักงาน ที่นี่ทุกคน มีความเป็นกันเอง พร้อมช่วยเหลือเพื่อน ๆ ในเรื่องการต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) และ การออกกำลังกายต่าง ๆ อย่างถูกวิธี

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

บุคคลสำคัญ มวยไทย ( Muay Thai ) แต่ละยุคสมัย

เครื่องแต่งกายมวยไทยโบราณ

เทคนิค การเพิ่มน้ำหนัก ด้วย อาหาร ของนัก มวยไทย

เทคนิค การเพิ่มน้ำหนัก ด้วย อาหาร ของนัก มวยไทย

การจะขึ้นแข่งขัน หรือ ขึ้นชก มวยไทย นั้นย่อมมีการชั่งน้ำหนัก เพื่อจำกัดน้ำหนักในแต่ละรุ่นใช่ไหมคะ ที่ผ่านมาเพื่อน ๆ คงได้เห็นการรีดน้ำหนักของเหล่านักมวยไปแล้ว วันนี้เราจึงมาบอก เทคนิค การเพิ่มน้ำหนัก ด้วย อาหาร ของนักมวยกันค่ะ

 

แน่นอนว่าการเป็นนักกีฬา การลดน้ำหนัก หรือ การเพิ่มน้ำหนัก เพื่อให้อยู่ในเกณฑ์นั้นเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนคงเคยคุ้นชินกันอยู่แล้ว แต่นักกีฬานั้น ไม่ได้เพิ่มน้ำหนัก ด้วยวิธีที่ผิดต่อหลักสุขภาพ เช่น อยากเพิ่มน้ำหนักงั้นหรอ งั้นไปกินข้าวขาหมูกันวันล่ะ 3 มื้อ กันไหม แน่นอนว่าหากใช่วิธีนี้ การเพิ่มน้ำหนัก ย่อมต้องได้ผลสำเร็จ อย่างงดงามแน่นอน แต่สิ่งที่เสียไปนั้นคือ สุขภาพของนักกีฬานั่นเอง วันนี้เราจึงได้รวบรวม เมนูอาหาร ที่สามารถช่วยเพิ่มน้ำหนักได้ และ ยังดีต่อสุขภาพ ในแบบฉบับนักกีฬามาฝากเพื่อน ๆ กันค่ะ

 

 

1. นม ( Milk )

นม ( Milk ) เป็นแหล่ง โปรตีน ชั้นดี ที่ให้ทั้ง เคซีน และ เวย์โปรตีน ที่ดีต่อผู้ที่ต้องการ เพิ่มน้ำหนักตัว จากการศึกษา ระบุว่าการดื่ม นม ( Milk ) ควบคู่ไปกับ การออกกำลังกาย แบบยกน้ำหนัก จะช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อได้ จึงอาจดื่ม นม ( Milk ) ประมาณ 1-2 แก้ว โดยเลือกดื่ม นม ( Milk ) ร่วมกับมื้ออาหาร หรือดื่ม นม ( Milk ) ก่อน และ หลัง การออกกำลังกายก็ได้

 

2. ไข่ ( Egg )

ไข่ ( Egg ) เป็นอาหารเพิ่มน้ำหนัก ที่ดีต่อสุขภาพ อย่างมาก เพราะประกอบด้วย โปรตีน ที่มีคุณภาพ และ ไขมันชนิดที่ดี โดยสารอาหารส่วนใหญ่ จะอยู่ที่ ไข่แดง ผู้ที่มีสุขภาพดี สามารถรับประทาน ไข่ ( Egg ) ได้ทุกวัน วันละ 1 ฟอง ส่วนผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ อาจต้องจำกัดจำนวน ไข่แดง ให้ไม่เกินสัปดาห์ละ 3 ฟอง เพราะอาจส่งผลต่อ ระดับคอเลสเตอรอลในเลือด แต่สามารถรับประทาน ไข่ขาว ได้ตามปกติ เพราะไม่มีคอเลสเตอรอล

 

3. ข้าว ( Rice )

ข้าว ( Rice ) เป็นแหล่ง คาร์โบไฮเดรต ที่หารับประทานได้ง่าย ซึ่งข้าวสวย 1 ถ้วยที่ให้พลังงาน 190 แคลอรี่ มีคาร์โบไฮเดรต 43 กรัม และ ประกอบด้วย ไขมันอีกเล็กน้อย

 

4. พืชตระกูลถั่ว เช่น อัลมอนด์ แมคคาเดเมีย หรือถั่วลิสง เป็นต้น

ซึ่งเป็นอีกทางเลือกที่ดี สำหรับผู้ที่ต้องการ เพิ่มน้ำหนัก และ ให้พลังงานสูง โดยถั่ว อัลมอนด์ ( Almond ) 1 กำมือ จะประกอบด้วย โปรตีน ประมาณ 7 กรัม และ ไขมันชนิดที่ดี ประมาณ 18 กรัม ทั้งนี้ สามารถรับประทานได้ทั้ง พร้อมมื้ออาหาร หรือ รับประทาน เป็นของว่างกินเล่น ก็ได้ หรือ อาจใช้ เนยถั่ว ( Peanut Butter ) เป็นส่วนผสมของ สมูทตี้ ทาขนมปัง และ รับประทาน ร่วมกับโยเกิร์ต ก็ได้เช่นกัน

 

5. เนื้อแดง เช่น เนื้อไก่ เนื้อหมู เนื้อวัว หรือเนื้อแกะ เป็นต้น

เนื้อสัตว์เหล่านี้ เป็นแหล่ง ครีเอทีน จากธรรมชาติ ซึ่งเป็นสารอาหาร ที่ขึ้นชื่อว่า มีประโยชน์ต่อการสร้างกล้ามเนื้อ และ ยังประกอบไปด้วย กรดอะมิโน อย่าง ลิวซีน ที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อด้วย โดยการรับประทาน เนื้อแดงติดมัน จะสามารถให้พลังงาน และ เพิ่มน้ำหนักได้มากกว่า การรับประทานเนื้อแดงไร้มัน

 

6. มันฝรั่ง ( Potato )

มันฝรั่ง ( Potato ) รวมถึงอาหาร จำพวกแป้ง ที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ข้าวโพด มันหวาน พืชตระกูลถั่ว ข้าวโอ๊ต ควินัว เป็นต้น นอกจากจะให้ คาร์โบไฮเดรต และ พลังงาน ที่เป็นประโยชน์ ต่อการเพิ่มกล้ามเนื้อแล้ว ยังช่วยกักเก็บ ไกลโคเจน ( Glycogen ) ในกล้ามเนื้อ และ เป็นแหล่งพลังงาน ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ด้วย

 

7. แซลมอน ( Salmon )

แซลมอน ( Salmon ) เพียง 170 กรัม ให้พลังงานถึง 350 แคลอรี่ และ ยังประกอบไปด้วย กรดไขมันโอเมก้า 3 ประมาณ 4 กรัม และ โปรตีน 34 กรัม ซึ่งจะช่วยสร้างกล้ามเนื้อ และ เพิ่มน้ำหนักได้

 

8. เวย์โปรตีน ( Whey Protein )

เป็นทางเลือก แหล่งอาหาร ประเภท โปรตีน ที่นิยมในเหล่านักกีฬา หรือ คนที่ชอบออกกำลังกาย แล้วต้องการ เสริมสร้างกล้ามเนื้อ ซึ่ง เวย์โปรตีน ( Whey Protein ) ทำมากจาก นม และ อุดมไปด้วย กรดอะมิโน ที่มีส่วนช่วยกระตุ้น การสร้างกล้ามเนื้อ โดยสามารถรับประทานได้ ทั้งก่อน หรือ หลัง ออกกำลังกาย หรือ ใช้เป็นส่วนผสม ในเมนู สมูทตี้ แล้วดื่มระหว่างวัน ก็ได้เช่นกัน

 

9. ขนมปังโฮลเกรน ( Whole Grain )

ขนมปังโฮลเกรน ( Whole Grain ) เป็นอาหารที่อุดมไปด้วย คาร์โบไฮเดรต เพราะทำมาจาก ธัญพืชไม่ขัดสี หากรับประทานร่วมกับ อาหารที่มี โปรตีนสูง จะช่วยเพิ่มน้ำหนักได้เป็นอย่างดี

 

10. อะโวคาโด ( Avocado )

อะโวคาโด ( Avocado ) เป็นผลไม้ ที่เต็มไปด้วย ไขมันชนิดที่ดี และ ให้พลังงานสูง ซึ่ง อะโวคาโด ( Avocado ) 1 ลูกใหญ่ จะให้พลังงานถึง 332 แคลลอรี่ ไขมัน 29 กรัม ไฟเบอร์ 17 กรัม ทั้งยังมีวิตามิน และ เกลือแร่สูง อีกด้วย

 

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

บุคคลสำคัญ มวยไทย ( Muay Thai ) แต่ละยุคสมัย

เครื่องแต่งกายมวยไทยโบราณ

 

สหพันธ์มวยไทยในยุโรป มีประเทศอะไรบ้าง

สหพันธ์มวยไทยในยุโรป มีประเทศอะไรบ้าง

เพื่อน ๆ รู้ไหมคะว่า มวยไทย ( Muay Thai ) ไม่ได้นิยมแค่ในประเทศไทย แต่ในต่างประเทศ เช่น ประเทศแถบตะวันตก หรือ ยุโรป ก็เป็นที่นิยมอย่างมากเช่นกัน มาดูกันดีกว่าค่ะว่า มีประเทศอะไรบ้างที่เป็น สหพันธ์มวยไทยในยุโรป

 

ความนิยมของ มวยไทย ( Muay Thai ) ในยุโรป

ในปัจจุบัน มวยไทย ( Muay Thai ) กำลังได้รับความนิยมอย่างมากทั่วโลก ในปี 2013 จากสถิติการค้นหาสูงสุด ในเว็บไซต์ Google จากประชากรทั่วโลกพบว่า มวยไทย ( Muay Thai ) ได้รับความนิยม เป็นอย่างมาก ในแถบประเทศทางตะวันตก เมื่อเดือน ธันวาคม ปี 2016 มวยไทย ( Muay Thai ) ได้รับการยอมรับว่า เป็นกีฬาโอลิมปิกโดย นาย คิด แม็คคอนเนลล์ ผู้อำนวยการด้าน

กีฬา ของคณะกรรมการ โอลิมปิกสากล ( IOC ) ได้รับรอง มวยไทย ( Muay Thai ) บรรจุเข้าเป็นหนึ่งในชนิดกีฬา ที่จะใช้ทำการแข่งขัน มหกรรมกีฬานานาชาติ โอลิมปิก ในอนาคตอันใกล้ ซึ่งทั้งนี้ มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นจะได้รับเงินช่วยเหลือ 25,000 เหรียญสหรัฐ จาก โอลิมปิกสากล ( IOC ) ด้วยเหตุผล มวยไทย ( Muay Thai ) มีองค์กรในแต่ละชาติ ไม่ต่ำกว่า 135 ประเทศ

ทั่วโลก รวมทั้งนักมวยเกือบ 4 แสนคน ขึ้นทะเบียนนักกีฬา ในปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้ จากทุกแขนงของกีฬาการต่อสู้ ได้เห็นพ้องต้องกันว่า มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นศิลปะป้องกันตัว ที่สามารถทำให้ ผู้ที่เรียนรู้ศิลปะป้องกันตัว ได้พัฒนา และ มีทักษะการต่อสู้รอบด้าน ที่ใช้อาวุธทั้ง หมัด ขา เข่า และ ศอก อีกทั้งเป็นศิลปะ การต่อสู้ป้องกันตัว ของไทยที่มีมาอย่างช้านาน และ ควรค่าแก่การอนุรักษ์ จากความเป็นเอกลักษณ์ของ มวยไทย ( Muay Thai ) ทำให้ มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่ได้รับความนิยม และ ได้รับการยกย่อง อย่างกว้างขวางทั่วโลก จนปัจจุบันมีการเกิดขึ้นของ ค่ายมวยไทย ในต่างประเทศ จำนวนมากทั่วโลก ทั้งใน เอเชีย อเมริกาใต้ อเมริกาเหนือ และ ยุโรป เป็นต้น

 

มวยไทย ( Muay Thai ) ได้รับการยอมรับ อย่างแพร่หลาย ในประเทศสหภาพยุโรป ทำ ให้มีการจัดตั้ง สหพันธ์มวยไทยในยุโรป ( European MuaythaiFederation : EMF ) เนื่องจากจำนวนที่เพิ่มมากขึ้น ของความนิยม ความสนใจ และ การก่อตั้งสมาคมนิยม มวยไทย ( Muay Thai ) ขนาดย่อม ในแต่ละประเทศในยุโรป โดยจุดประสงค์ ของสหพันธ์ คือ การส่งเสริมการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) ให้เกิดขึ้น ผ่านการจัดการแข่งขันที่ดี และ ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรป พัฒนาครูผู้สอน มวยไทย ( Muay Thai ) และ ผู้ตัดสินให้เป็นไปตาม มาตรฐานประชาสัมพันธ์ กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) รวมถึงการอนุรักษณ์ และ รักษารากฐาน ความเป็น มวยไทย ( Muay Thai ) ไม่ให้แปรผัน ประเทศสมาชิก ของ สหพันธ์มวยไทยในยุโรป ( European MuaythaiFederation : EMF ) จำ นวน 39 ประเทศ ได้แก่

 

- Armenia

- Austria

- Azerbaijan

- Belarus

- Belgium

- Bosnia and Herzogovina

- Bulgaria

- Croatia

- Cyprus

- Czech Republic

- Denmark

- England

- Estonia

- Finland

- France

- Georgia

- Germany

- Greece

- Hungary

- Ireland

- Israel

- Italy

- Latvia

- Lithuania

- Moldova

- Monaco

- Netherlands

- Norway

- Poland

- Portugal

- Russia

- Serbia

- Slovakia

- Slovenia

- Spain

- Sweden

- The FYR of Macedonia

- Turkey

- Ukraine

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

บุคคลสำคัญ มวยไทย ( Muay Thai ) แต่ละยุคสมัย

เครื่องแต่งกายมวยไทยโบราณ

 

การล้มมวย การทุจริตในกีฬา มวยไทย

การล้มมวย การทุจริตในกีฬา มวยไทย

เมื่อไม่นานมานี้ มีข่าวที่ถือได้ว่าสะเทือน วงการ มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นอย่างมาก เมื่อนักมวยชื่อดังอย่าง ฟ้าวันใหม่ ได้ทำ การล้มมวย ขณะทำการแข่งขัน ซึ่งวันนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับ การล้มมวย และบทลงโทษกัน

 

การล้มมวย คืออะไร?

 

การล้มมวย ถือได้ว่าเป็น รูปแบบในการทุจริตอย่างหนึ่ง ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) โดย กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ในประเทศไทยเรา มีกฎหมายที่ใช้ใน วงการมวย โดยเฉพาะ คือ พระราชบัญญัติ กีฬามวย พ.ศ.2542 เพื่อดูความเรียบร้อยให้กับ บุคลากรในวงการ มวยไทย ( Muay Thai ) โดย พระราชบัญญัติ กีฬามวย พ.ศ.2542 ตามมาตรา 3 ได้ระบุ ความหมายของ การล้มมวย ไว้ว่า...

 

" การเข้าแข่งขัน กีฬามวย โดยแสร้งชกแพ้ และให้หมาย รวมถึง การเข้าแข่งขันกีฬามวย โดยได้มีการกําหนด ผลการแข่งขันไว้ เป็นการล่วงหน้า หรือมีเจตนา เพื่อให้ผลการแข่งขันกีฬามวยเป็นไปตามที่กําหนดผลล่วงหน้า "

 

กรณีที่ถือเป็น การล้มมวย

 

ตามพระราชบัญญัติ กีฬามวย พ.ศ.2542 ได้มีการกำหนด กฎหมาย ที่เกี่ยวกับ การล้มมวย ไว้ 4 มาตรา ดังต่อไปนี้

 

  • มาตรา 48 ห้ามมิให้ผู้ใดให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่นักมวยหรือผู้อื่น เพื่อจูงใจให้นักมวยกระทําการล้มมวย

 

  • มาตรา 49 ห้ามมิให้ผู้ใดให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ผู้ตัดสินหรือผู้อื่น เพื่อจูงใจให้ผู้ตัดสิน ไม่ตัดสินตามระเบียบ และกติกาการแข่งขันอย่างถูกต้องเที่ยงธรรม

 

  • มาตรา 50 ห้ามมิให้นักมวยรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สําหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อจูงใจให้นักมวยกระทําการล้มมวย

 

  • มาตรา 51 ห้ามมิให้ผู้ตัดสินรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สําหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อจูงใจให้ผู้ตัดสินไม่ตัดสินตามระเบียบและกติกาการแข่งขันอย่างถูกต้อง

 

บทลงโทษของ การล้มมวย

 

ตามพระราชบัญญัติ กีฬามวย พ.ศ.2542 หมวด 5 ได้มีการกำหนด บทกำหนดโทษ จากกรณี การล้มมวย เป็น 2 มาตรา ดังนี้

 

  • มาตรา 59 ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 48 มาตรา 49 หรือมาตรา 50 ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน หนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

  • มาตรา 60 ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 51 ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 10 ปี หรือไม่เกิน สองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

ซึ่งจากกรณีของ ฟ้าวันใหม่ นั้น ที่ได้ทำการตกลง ล้มมวย ด้วยตัวนักมวยเอง จึงมีความผิดตามมาตรา 50 ที่ว่า "ห้ามมิให้นักมวยรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สําหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อจูงใจให้นักมวยกระทําการล้มมวย" เมื่อผิดกฎหมาย ในมาตรานี้ จึงมี บทกำหนดโทษ ตามมาตรา 59 คือ ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน หนึ่งแสนบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

 

สำหรับ ผู้ที่ว่าจ้าง นักมวย ให้มี การล้มมวย จะมีความผิด ในมาตรา 48 ที่ว่า "ห้ามมิให้ผู้ใดให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่นักมวยหรือผู้อื่น เพื่อจูงใจให้นักมวยกระทําการล้มมวย" และมีบทกำหนดโทษ คือ ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน หนึ่งแสนบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 59 เช่นเดียวกับ นักมวย ที่ได้รับการ จ้างล้มมวย

 

ปัญหา การล้มมวย ถือได้ว่ามีความเกี่ยวเนื่องมาจาก เรื่องการพนัน ซึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในปัจจุบัน มีกลุ่มคนบางกลุ่มที่คลุกคลีกับ การแข่งขัน ในวงการมวย มีจุดประสงค์ ที่ต้องการ เล่นการพนัน เพื่อมุ่งผลประโยชน์ ที่จะได้รับ ทางด้านทรัพย์สิน เป็นหลัก โดยผู้นั้น จะทำการว่าจ้าง นักมวย ให้ทำการล้มมวย เพื่อให้ได้รับ ค่าจ้าง หรือ ผลประโยชน์ด้านอื่น ๆ ได้

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

หนทางสู่ การเป็น นักมวย อาชีพ

รวมท่ายืดกล้ามเนื้อของ นักมวย

หนทางสู่ การเป็น นักมวย อาชีพ

หนทางสู่ การเป็น นักมวย อาชีพ

นักมวย ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่ง อาชีพ ที่สามารถทำเป็นอาชีพหลัก เลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ ยิ่งถ้าหากในไปแข่งขันในเวทีใหญ่ ๆ หรือในระดับโลก ก็จะยิ่งสร้างรายได้ให้กับ นักมวย ได้เป็นอย่างดี แต่การจะเป็น นักมวยได้ จะต้องทำมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง มาติดตามกันครับ

 

หาค่ายมวยก่อน เป็นอันดับแรก

 

ผู้ที่สนใจอยากเป็น นักมวย สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ การหา ค่ายมวย ที่เปรียบเสมือนเป็นโรงเรียนในการสอน มวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อทำ การฝึกซ้อมมวยในรูปแบบต่าง ๆ ตามที่ ผู้ฝึกสอน ของค่ายมวยนั้น ๆ ได้มีโปรแกรมการจัดฝึกไว้ให้ ซึ่งค่ายมวย จะมีความพร้อม ในเรื่องต่าง ๆ สำหรับนักมวย ทุกประการ โดยเฉพาะใน เรื่องของอุปกรณ์ในการซ้อมมวย ที่มีครบครัน พร้อมทั้ง ครูฝึกมวย ที่มีความชำนาญ มวยไทย ( Muay Thai ) อย่างแน่นอน

 

และอีกประการสำคัญ คือ นักมวยทุกคน จำเป็นต้องมีสังกัด ค่ามมวย เป็นของตนเองอยู่แล้ว ซึ่งเป็นการบังคับทางกฎหมาย ที่ได้มีการระบุไว้ใน พระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ.2542 เพราะหาก นักมวย ไม่มีค่ายมวย และไม่มีครูฝึกมวย จะผิดกฎหมาย และไม่สามารถ เข้าแข่งขัน เป็นนักมวยอาชีพได้

 

ฝึกซ้อมมวยตามโปรแกรม

 

เมื่อเข้ามาเป็น นักมวย ของค่ายมวย ที่สนใจได้แล้ว คุณต้องได้รับ การฝึกฝน มวยไทย ( Muay Thai ) ตามที่ได้มีการกำหนดไว้ ให้เป็นอย่างดี ในบางค่ายมวย ที่มีโปรแกรมฝึกอย่างจริงจัง อาจให้นักมวยในค่าย มาซ้อมอย่างเดียว ส่วนเรื่องความเป็นอยู่อื่น ๆ ค่ายมวย จะเตรียมพร้อมไว้ให้กับ นักมวย ในทุกด้าน เช่น ที่พัก สำหรับนักมวย ภายในค่าย , อาหารแต่ละมื้อ เพื่อควบคุมอาหาร นักมวย , ชุดซ้อมมวย  เป็นต้น

 

ลงทะเบียนเป็นนักมวย

 

เมื่อคุณ ได้รับการฝึกจาก ค่ายมวย เป็นอย่างดีแล้ว และต้องการ เข้าแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) นักมวย จะต้อง ได้รับการ ลงทะเบียนเป็น นักมวย ให้ถูกต้องตามกฎหมาย เสียก่อน โดยในส่วนนี้ ค่ายมวย หรือผู้ฝึกสอน อาจช่วยในการดำเนินการได้ เพราะ หัวหน้าค่ายมวย และผู้ฝึกสอน ก็จำเป็นต้อง ลงทะเบียน เพื่อขอบัตรประจำตัว เป็นผู้ฝึกสอน หรือหัวหน้าค่ายมวย ตามที่กฎหมาย กำหนดไว้แล้ว เช่นเดียวกัน กับนักมวย

 

การลงทะเบียนเป็นนักมวย นักมวยต้องคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

 

1. มีสัญชาติไทย

2. มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี บริบูรณ์ หากนักมวย เป็นผู้มีอายุต่ำกว่า 15 ปี สามารถ จดทะเบียนได้ หากได้รับความยิมยอม เป็นหนังสือจากผู้แทนโดยชอบธรรม

3. ไม่เป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง หรือติดยาเสพติดให้โทษ หรือเป็นโรค ที่คณะกรรมการกีฬามวยกำหนด

4. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหาย ซึ่งคณะกรรมการ เห็นว่าจะนำมา ซึ่งความเสื่อมเสียแก่วงการกีฬามวย

 

เอกสารที่ใช้ในการขอจดทะเบียนเป็น นักมวย มีดังนี้

 

1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน / ข้าราชการ / พนักงานของรัฐ

2. สำเนาทะเบียนบ้าน

3. รูปถ่ายขนาด 2.5 X 3 ซม. จำนวน 2 ใบ

4. หนังสือรับรองต้นสังกัดค่ายมวย

5. ใบรับรองแพทย์ ( จากโรงพยาบาลของรัฐ )

6. เอกสารอื่น ๆ ตามที่ สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย เห็นว่าเกี่ยวข้อง

 

ช่องทางในการยื่นขอลงทะเบียนเป็น นักมวย

ผู้ที่ประสงค์ ยื่นคำขอจดทะเบียน และขอมีบัตรประจำตัว นักมวย สามารถยื่นคำร้องขอได้ 3 รูปแบบ ได้แก่

 

1. สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย

ที่อยู่ : เลขที่ 286 ถ.รามคำแหง หัวหมาก บางกะปิ กรุงเทพ 10240

เบอร์โทรศัพท์ 02-1867111 , โทรสาร 02-1867509

 

2. สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทยประจำจังหวัด ทั่วประเทศ

 

3. ยื่นคำร้องขอทางออนไลน์ ได้ที่เว็บไซต์ของ สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย ที่ www.muaythai.world

 

เพียงคุณมีคุณสมบัติครบ เอกสารสารพร้อม และลงทะเบียนตามช่องทางที่รองรับ คุณจะได้รับ บัตรประจำตัวนักมวย และเป็น นักมวย แบบถูกกฎหมายได้ ที่สามารถเข้าแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) และยึดเป็นอาชีพได้

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

รวมท่ายืดกล้ามเนื้อของ นักมวย

การนับคะแนน กีฬา มวยไทย ( MuayThai )

รวมท่ายืดกล้ามเนื้อของ นักมวย

รวมท่ายืดกล้ามเนื้อของ นักมวย

ขึ้นชื่อว่า นักมวย หรือ มวยไทย แน่นอนว่าใคร ๆหลายคนคงนึกถึงคนที่ หุ่นดี ๆ กล้ามแน่นๆ กันอย่างแน่นอน และวันนี้เราจะมา แนะนำท่ายืดกล้ามเนื้อ ในแบบ ฉบับ ของ นักมวย

 

            การออกกำลังกาย ถือว่าเป็น กิจกรรม ที่ดีอย่างมากต่อร่างกาย ของเรา เพราะ แน่นอนว่า มันสามารถ ช่วยให้ ร่างกายของเรา แข็งแรงได้แล้ว แถมมันยัง ช่วยให้ เรามีหุ่นที่สวย ได้อีกด้วย และ ถ้าให้พูดถึง นักมวย หรือ คนที่เล่นกีฬา ประเภท มวยไทย ใคร ๆ หลาย ๆ ท่านคงจะนึกคน ที่มีหุ่นดี ๆ กล้ามแน่นๆ กันอย่างแน่นอน เพราะ กีฬา มายไทย นั้น เป็น กีฬา ที่ต้องใช้ความแข็งแกร่งของร่างกาย อย่างมาก เพราะเป็นกีฬา ที่ต้อง ใช้ทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ศีรษะ ตลอดจนถึง เท้ากันเลยทีเดียว ทำให้ มวยไทย เป็นกีฬา ที่ใครฝึกมวย นั้นจะร่างกายที่แข็งแรงอย่างมาก นั้นเอง และวันนี้เราจะเอา ท่าทางการ ยืด กล้ามเนื้อ ของ นักมวย มาแนะนำ กัน ที่จะมีทั้งท่ายากๆ ไปจนถึงท่า ง่าย ๆ ไปดูกันดีกว่า ว่าจะมีท่าอะไรกันบ้าง

 

รวมท่ายืดกล้ามเนื้อของ นักมวย

 

ท่าไหว้ครู

 

เริ่มกันด้วย ท่าแรก ๆ เป็นท่าที่ ใคร ๆ หลาย ๆ คงจะคิดว่า จะเป็นท่ายืดกล้ามเนื้อ ของนักมวย ไปได้ยังไง สำหรับ ท่าไหว้ครู้ นั้น จะเป็นการ เริ่มต้นด้วยการไหว้ครู เพื่อแสดงความเคารพต่อครูอาจารย์ พร้อมยืดเส้นสายให้พร้อมกับการต่อสู้ ด้วย นั้นเอง

 

การชก

 

            อันนี้เป็น ท่าทาง แต่ นักมวย หรือ คนทั่วไปก็ น่าจะรู้กันอยู่แล้ว ว่าการ ชก หรือ การออกหมัดนั้น ต้อง ออกเป็นชุดท่าที่รวมศิลปะการต่อย ไม่ว่าจะเป็น การใช้ศอก ออกหมัด เช่น หมัดตรง หมัดงัด หมัดตวัด ศอกกลับ โดยผู้เล่นจะเริ่มใช้แรงมากขึ้นเพื่อเผาผลาญพลังงาน 

 

ลูกเตะ

 

            จะเป็นชุดท่าที่ เน้นการ เตะ หรือ การใช้ เท้า เป็นหลัก และยัง เป็นลักษณะเฉพาะของ มวยไทย ไม่ว่าจะเป็น  การเตะตรง เตะเฉียง เตะตัด หรือ การกลับหลังเตะ โดยมีกระสอบทรายเป็นอุปกรณ์ เป็นหลักในการ เตะ นั้นเอง

 

เพิ่มความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ

ต่อมาเป็น การ เพิ่มความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ จะเป็นชุดท่าทาง เพื่อเพิ่มความแข็งแรง ในส่วน ของบริเวณของลำตัวส่วนล่าง โดยจะได้ในส่วนของ บริเวณ ขา น่อง สะโพก ฯลฯ โดยท่าที่ใช้ เช่น สควอท ลังจ์ เป็นหลัก

 

ท่าฝึก กล้ามเนื้อ แกนกลางลำตัว

 

            ต่อไป จะเป็นการ ท่ายืด รวมไปถึง ท่าออกกำลังกาย ที่จะเป็นชุดท่าเพื่อเพิ่ม ความแข็งแรง ของใน ส่วนกลางลำตัวอันเป็นหัวใจหลัก และการ เคลื่อนไหวของร่างกาย และ โดยท่านี้ทำให้การ ออกอาวุธใน กีฬา มวยไทยจะ มีพลังอย่างมาก และ หนักหน่วง  อย่างมาก  ที่เราจำเป็น ต้องใช้ ความแม่นยำมากขึ้น  ท่าสุดท้ายจะเป็นท่าที่สำคัญ มากๆเลยนะครับเพราะว่า จะกลับเข้าสู่โหมดปกติที่ทำให้กล้ามเนื้อมีภาวะปกติได้ นั้นเอง

 

ท่ายืด กล้ามเนื้อ                         

 

            ท่า ที่เราจะบอก ท่าสุดท้าย นั้นก็คือ ท่ายืด กล้ามเนื้อ ท่ายืดเหยียดกล้ามเนื้อ ก็เพื่อนำร่างกาย ของเร นั้นไปสู่ภาวะปกติ เพื่อลดความเสี่ยง ต่อการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ หรือก็คือ การที่เรา ว่อมร่างกาย หรือ ยืดร่างกาย ในท่าทาง ต่างๆ เพื่อให้ กล้ามเนื้อ ได้ชิน กับการ ออกกำลังกาย นั้นเอง

 

            เป็นยังไงกันบ้าง กับท่าทาง หรือ ท่ายืด ของ นักมวย ก็จะมีทั้งรูปแบบ ที่ง่าย ๆ มากๆ ไปจนถึงแอบยากแต่ไม่ยากมากเท่าไร สำหรับ ใครที่สนใจ อย่างลองฝึก เราก็อยากแนะนำ เจริญทอง มวยไทย ยิม ที่เป็นยิมมวยต้นแบบที่นำ " ศิลปะแม่ไม้มวยไทย " กับ " วิทยาศาสตร์การกีฬา " แถมยังมี " ความรู้ด้านโภชนาการ " ที่ได้ถูกนำมาผสมผสานเข้าได้ด้วยกัน เป็นศูนย์กลางผู้นำช่วยลดน้ำหนัก ศิลปวัฒนธรรมมวยไทย และเชี่ยวชารด้านโภชนาการ นับว่าเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ได้นำมารวมเป็นหนึ่งเดียวและยังมี MW WELLNESS เป็นที่ให้คำปรึกษา

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

การนับคะแนน กีฬา มวยไทย ( MuayThai )

การฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) แบบ มือใหม่

 

การนับคะแนน กีฬา มวยไทย ( MuayThai )

การนับคะแนน กีฬา มวยไทย ( MuayThai )

1...2...3 น็อค ดีใจกับคนชนะด้วย แต่ว่ามันตัดสินกันยังไงล่ะ หลาย ๆ คนที่พึ่งเคยดู กีฬา มวยไทย ( MuayThai ) ครั้งแรกก็อาจจะกำลังงงกับ การนับคะแนน ใช่ไหมล่ะคะ วันนี้ทางเราได้รวบรวมข้อมูลมาฝากกันแล้วค่ะ

 

มวยไทย เป็นกีฬาแบบไหน ?

มวยไทย เป็นศิลปะการต่อสู้ อันเป็นเอกลักษณ์ ของประเทศไทย ที่มีมาแต่โบราณ มีความโดดเด่นด้านเทคนิค การกอดคอต่อสู้ ซึ่งเป็นการใช้ทั้งกาย และใจ สำหรับการต่อสู้ ที่ใช้ร่างกายเป็นอาวุธ โดยเป็นที่รู้จักว่าเป็น ( นวอาวุธ ) ซึ่งประกอบด้วย การโจมตีจากร่างกายทั้ง หมัด ศอก เข่า และเท้า หากมีการเตรียมพร้อม ด้านร่างกายดี จะก่อให้เกิดอาวุธที่มีอานุภาพ มวยไทยได้เป็นที่แพร่หลาย ในระดับนานาชาติในช่วงศตวรรษที่ยี่สิบ เมื่อเหล่านักมวยไทย สามารถเป็นฝ่ายชนะ นักต่อสู้ที่มีชื่อเสียงในแขนงอื่น ซึ่งการแข่งขันมวยไทย ในระดับอาชีพ ได้รับการดูแลโดย สภามวยไทยโลก

 

การให้คะแนนของกีฬามวยไทยนั้น ต้องให้ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

การชก หมายถึง อวัยวะ ( นวอาวุธ ) ที่ใช้ในการต่อสู้ คือ หมัด เท้า เข่า ศอก เท่านั้น

 

การชกที่ได้คะแนน มีดังนี้

- นักมวยฝ่ายใดใช้ อาวุธมวยไทย ( หมัด - เท้า - เข่า - ศอก ) ได้โดยถูกต้องตามกติกา และกระทำถูก คู่แข่งขันได้มากกว่า ก็เป็นผู้ชนะไป

 

- นักมวยฝ่ายใด ที่ใช้อาวุธมวยไทย ตามลักษณะ แบบแผนมวยไทย โดยถูกต้องตามกติกา กระทำคู่ต่อสู้ ได้หนักหน่วง ชัดแจ้ง รุนแรง และถูกเป้าหมาย ที่สำคัญเป็นฝ่ายรุก กระทำได้มากกว่า เป็นฝ่ายชนะ

- นักมวยฝ่ายใด ใช้อาวุธมวยไทย กระทำคู่ต่อสู้ ให้เกิดบอบช้ำ บาดแผลที่เป็นอันตรายมากกว่า เป็นฝ่ายชนะ

- นักมวยฝ่ายใด เป็นผู้เดินเข้ากระทำ ( ฝ่ายรุก ) มากกว่า เป็นฝ่ายชนะ

- นักมวยฝ่ายใด เป็นผู้ ( รุก – รับ – หลบหลีก - ตอบโต้ ) ตามลักษณะ และชั้นเชิงมวยไทย ได้ดีกว่า เป็นฝ่ายชนะ

- นักมวยฝ่ายใด ที่มิได้กระทำฟาล์ว หรือกระทำฟาล์ว น้อยกว่า เป็นฝ่ายชนะ

 

 

การชกที่ไม่ได้คะแนน มีดังนี้

- การชกที่ละเมิดกติกาข้อหนึ่งข้อใด

- อาวุธที่กระทำไปถูก แขน หรือขา ของคู่แข่งขัน อันเป็นลักษณะ ของการป้องกัน ของคู่แข่งขัน

- อาวุธที่กระทำถูก คู่แข่งขัน แต่เบาเกินไป หรือก็คือไม่มีน้ำหนัก ส่งจากร่างกาย เช่น ตัว ลำตัว หรือไหล่

 

การฟาล์ว

ระหว่างการชก แต่ละยกนั้น ผู้ตัดสินต้องคำนึง ถึงความสำคัญของการฟาล์ว และตัดคะแนนตาม ที่ผู้ชี้ขาดสั่งให้ตัดคะแนน ถ้าผู้ตัดสินเห็นการฟาล์ว อย่างชัดเจน โดยผู้ชี้ขาดไม่ได้สังเกต และตัดคะแนนผู้แข่งขัน ที่กระทำฟาล์วนั้น ผู้ตัดสินจะต้องประเมิน ดูความรุนแรงของการฟาล์ว และตัดคะแนน ไปตามความเหมาะสม พร้อมทั้งระบุไว้ด้วยว่า ทำฟาล์วด้วยเหตุใด

 

เกี่ยวกับการให้คะแนน

- ในแต่ละยก มีคะแนนเต็ม 10 คะแนน และให้คู่แข่งขัน ลดลงไปตามส่วน คือ ( 9 – 8 – 7 ) คะแนน

- ในยกที่เสมอกัน จะได้ฝ่ายละ 10 คะแนน

- ผู้ชนะในยกนั้น จะได้คะแนน 10 คะแนน ผู้ที่แพ้ได้ 9 คะแนน ( 10 : 9 )

- ผู้ชนะในยก ที่ชัดเจนมาก จะได้คะแนน 10 คะแนน ผู้ที่แพ้ได้ 8 คะแนน ( 10 : 8 )

- ผู้ชนะในยกนั้น และได้นับ 1 ครั้ง จะได้คะแนน 10 ผู้ที่แพ้ได้ 8 คะแนน ( 10 : 8 )

- ผู้ชนะที่ชัดเจนมาก ในยกนั้น และได้นับ 1 ครั้ง จะได้คะแนน 10 ผู้ที่แพ้ได้ 7 คะแนน ( 10 : 7 )

- ผู้ชนะในยกนั้น และได้นับสองครั้ง จะได้คะแนน 10 ผู้ที่แพ้ได้ 7 คะแนน ( 10 : 7 )

- นักมวยที่กระทำฟาล์ว ต้องไม่ได้คะแนนเต็ม ในยกที่ถูกตัดคะแนน

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

อยากฝึก มวยไทย ฝึกแบบไหนก่อนดี

ครูมวยไทยในประวัติศาสตร์

การออกอาวุธด้วย ศอก ตามฉบับ มวยไทย

การออกอาวุธด้วย ศอก ตามฉบับ มวยไทย

ศอก หนึ่งในอวัยวะที่ใช้ออกอาวุธ สำหรับ มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ถือได้ว่าเป็นอาวุธที่อันตรายที่สุดของ มวยไทย เลยทีเดียว เพราะจะใช้ได้เฉพาะใน ระยะประชิดคู่ต่อสู้ ด้วยการใช้ศอก จะมีรูปแบบใดบ้าง มาติดตามกันครับ

 

การใช้ศอก ในกีฬา มวยไทย ( Muay ) เรียกว่า การตีศอก หรือ การฟันศอก ซึ่งเป็นอวัยวะที่ใช้ออกอาวุธที่มี ความแรงและเป็นอันตรายได้ เพราะ ศอก เป็นอวัยวะที่มี กระดูกแหลมคม และแข็งแกร่ง เมื่อรวมกับ แรงในการออกอาวุธ จะทำให้มี ความรุนแรง มากยิ่งขึ้น หากหากโดนศอก เข้าอย่างจัง อาจถึงขั้น เสียชีวิตได้ โดยการใช้ศอก หรือ การตีศอก มีรูปแบบของการใช้ ดังนี้

 

ศอกตี

 

ศอกที่ตีในลักษณะแนวดิ่งลงสู่พื้น โดยการใช้แรงหมุนจาก หัวไหล่กดเฉียงลง ใช้มือที่ตีนั้น หันเข้าหาลำตัว พร้อมกับใช้อรงส่งจากเท้า เป้าหมายใน การตีศอก คือ ใบหน้า และศีรษะของคู่ต่อสู้

 

ศอกตัด

 

ศอกลักษณะนี้ จะตีในแนว ขนานกับพื้น โดยใช้ การเหวี่ยง ของแรงกระตุก จากหัวไหล่ อย่างรวดเร็ว ใช้แรงส่งมา จากสะโพก แล้วบิดตัวให้มาก จึงจะถึงเป้าหมาย อย่างรุนแรง มือและ ข้อศอกที่ตี อยู่ในระดับเสมอกับปาก เป้าหมายการ ตีเข้าที่ใบหน้า ของคู่ต่อสู้

 

ศอกงัด

 

เป็นศอก ที่ใช้ตีเสยขึ้น โดยการงัดขึ้นตรง ๆ หรือบางครั้ง อาจเฉียงเล็กน้อย การงัดให้ย่อตัวลง เพื่อที่จะ ใช้แรงส่งจากเท้า ใช้เมื่อคู่ต่อสู้ จะเข้ามาจับคอตีเข่า ให้ใช้ศอกงัด เข้าที่เป้าหมาย คือ ปลายคางของ คู่ต่อสู้

 

ศอกพุ่ง

 

ศอกที่ตั้งไว้ ตรงข้ามกับคู่ต่อสู้ หรือที่คู่ต่อสู้ จะรุกเข้ามา ท่านี้ต้อง พับข้อแขน ให้ปลายศอก ส่วนแหลมชี้ไปข้างหน้า ให้ศอก ขนานกับพื้น ควรใช้ศอกที่อยู่ด้านหน้า เพรา ะอยู่ใกล้กว่า และศอกพุ่ง ออกไปตรง ๆ ใช้การสืบเท้า อาศัยแรงส่ง จากเท้าหลัง เข้าหาคู่ต่อสู้ เป้าหมาย ของการ ตีศอกพุ่ง คือ ใบหน้าของ คู่ต่อสู้

 

ศอกกระทุ้ง